ผู้เขียน: lalika69_admin

เลือกตั้ง 2569 : การทูตต้องช่วยให้คนกินดีอยู่ดี ถอดรหัสการต่างประเทศ ‘เพื่อไทย’ ในวันที่โลกไม่เหมือนเดิม

เลือกตั้ง 2569 : การทูตต้องช่วยให้คนกินดีอยู่ดี ถอดรหัสการต่างประเทศ ‘เพื่อไทย’ ในวันที่โลกไม่เหมือนเดิม

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! ในยุคที่โลกหมุนติ้วแบบนี้ การเมืองระหว่างประเทศมันผันผวนสุดๆ เหมือนหนังแอคชั่นฮอลลีวูดเลยนะ โดยเฉพาะปี 2569 ที่เลือกตั้งไทยกำลังเดือด ทูตรัศม์ ชาลีจันทร์ อดีตผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศ และที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย มาแชร์วิสัยทัศน์สุดเจ๋งให้ฟัง ว่าพรรคเพื่อไทยมีแผนการทูตยังไงให้ไทยกินดีอยู่ดีท่ามกลางมรสุมโลกที่เปลี่ยนไปแบบไม่ทันตั้งตัว

ภูมิทัศน์โลกปี 2026 มันไม่ใช่แค่สงครามการค้า แต่รวมถึง tech war อย่าง AI, EV และ semiconductor ที่มหาอำนาจแย่งกันชิงบัลลังก์ เพื่อไทยเลยโฟกัส 2 มิติหลัก: ความมั่นคงและเศรษฐกิจ ที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของเราทุกคน

เลือกตั้ง 2569 : การทูตต้องช่วยให้คนกินดีอยู่ดี ถอดรหัสการต่างประเทศ ‘เพื่อไทย’ ในวันที่โลกไม่เหมือนเดิม

มิติความมั่นคง: จัดการชายแดนและสแกมเมอร์แบบเด็ดขาด

ปัญหาหลักคือชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะสแกมเมอร์ที่เป็นแหล่งเงินก้อนโตของระบอบฮุนเซน เพื่อไทยเคยพิสูจน์ฝีมือตอนมาริษ เสงี่ยมพงษ์ เป็น รมว.ต่างประเทศ ชี้แจง UNSC จนกัมพูชาเจรจาทวิภาคี ไม่กล้าฟ้องศาลโลก แถมยังผลักดันให้ไทยเป็นฮับปราบสแกมเมอร์ในภูมิภาค ร่วมมือจีน สหรัฐฯ และเพื่อนบ้าน

แผนเด็ดคือตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดสัญญาณ เหมือนที่เคยทำชเวโก๊กโก้ในเมียนมา รวมถึงใช้เทคโนโลยี Smart Border อย่างหุ่นยนต์ลาดตระเวน K9 สุนัขทหาร ป้องกันทหารไทยบาดเจ็บ เชื่อมโยง defense industry ที่ไทยถนัด ผลิตกระสุน ปืนใหญ่เอง ลดพึ่งพาต่างชาติ สร้างทั้งมั่นคงและรายได้

เรื่อง MOU43? อย่ายกเลิก! มันคือกติกาฟุตบอล ถ้าไม่มี กัมพูชาจะลากไปเวทีโลก การเจรจาคืบหน้า 60% จะสูญเปล่า คลิปเสียงฮุนเซน-แพทองธาร ก็แค่แทรกแซงภายใน เพื่อไทยยืนยันปราบสแกมเมอร์จริงจัง

มิติเศรษฐกิจ: การทูตที่ ‘กินได้’ และมีศักดิ์ศรี

DNA เพื่อไทยคือเศรษฐกิจ การทูตต้องช่วยยกระดับชีวิตประชาชน ดึง FDI 1.5 ล้านล้านปีที่แล้ว สูงสุด 10 ปี! เปิดตลาดใหม่ OECD ‘คลับคนรวย’ ยกระดับโปร่งใส เชื่อม digital government ลดคอร์รัปชันด้วย AI

BRICS ทางเลือกใหญ่ จีน รัสเซีย อินเดีย ไม่เลือกข้าง แต่เลือกเศรษฐกิจ เจาะอินเดีย แอฟริกา เอเชียกลาง คาซัคสถานรวยน้ำมัน สหรัฐฯ ยังสำคัญ แก้ภาษีทรัมป์ ดึงมิตรภาพกลับมา

5 อุตสาหกรรมใหม่สุดฮอต:

  • เซมิคอนดักเตอร์: ต่อยอด PCB ไปชิปต้นน้ำ รองรับ medical hub
  • EV-แบต: ฮับผลิต ร่วมจีน ส่งออกโลก
  • Defense: ผลิตเอง ลดเสี่ยงคว่ำบาตร
  • Aerospace: ฮับซ่อม SAF จากอ้อย ช่วยเกษตรกร
  • AI/เทคโนโลยีเขียว: AI จัดซื้อรัฐ โปร่งใส OECD

ฝ่ามรสุมโลก: เป็นมิตรทุกฝ่าย ยึดกฎหมาย

โลกแบ่งขั้ว สงครามยูเครน อิสราเอล ไทยต้อง ‘เป็นมิตรทุกคน’ สหรัฐฯ เพื่อนรวย จีน พี่ใหญ่ ช่วยเมียนมาเป็นกลาง ผลักดันสันติภาพมนุษยธรรม ไทยประเทศเล็กต้องยึดพหุภาคี กฎหมายโลกเป็นเกราะ

ในมุม expert อย่างผมที่ติดตาม tech-entertainment มาเนิ่นนาน การทูตเพื่อไทยนี่แหละคือ game changer เหมือน upgrade server ในเกมออนไลน์ ให้ไทยแข็งแกร่งขึ้น ท่ามกลาง disruption จาก AI และ EV ที่กำลังเปลี่ยนโลก ถ้าเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง เราจะเห็นไทยพุ่งเป็น tech hub เอเชียแน่ๆ

CTA: อย่าลืมติดตามผลเลือกตั้งเรียลไทม์ที่ election2569.thestandard.co แล้วมาแชร์ความเห็นกันในคอมเมนต์นะ!

ที่มา – เลือกตั้ง 2569 : การทูตต้องช่วยให้คนกินดีอยู่ดี ถอดรหัสการต่างประเทศ ‘เพื่อไทย’ ในวันที่โลกไม่เหมือนเดิม

สตูดิโอแย่งสิทธิ์ Ghostface ก่อน Scream 7

Scream 7 กำลังจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ปลายเดือนนี้แล้ว และการโปรโมทก็กำลังคึกคักขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ Sidney Prescott ต้องสู้รบกับ Ghostface อีกครั้ง สตูดิโอเจ้าของแฟรนไชส์อย่าง Paramount และ Spyglass กำลังมีปัญหาทางกฎหมายกันเองในการแย่งสิทธิ์หน้ากากของตัวร้ายสุดไอคอนิกนี้

สตูดิโอแย่งสิทธิ์ Ghostface ก่อน Scream 7

ตามรายงานจาก Hollywood Reporter สองสตูดิโอดังกล่าวกำลังฟ้องร้อง SFX studio ชื่อ Alterian Ghost Factory ก่อนที่อีกฝ่ายจะฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ Paramount และ Spyglass หวังให้ศาลออกคำสั่งห้าม Alterian ฟ้อง โดยอ้างว่าบริษัทนี้ “นิ่งเฉยกับสิทธิ์ที่อ้างว่าเป็นของตัวเองในหน้ากาก ‘Ghostface’ สุดไอคอนิกที่ใช้ในแฟรนไชส์ Scream มา 30 ปีแล้ว”

ประวัติหน้ากาก Ghostface และการพิพาทสิทธิ์

หน้ากาก Ghostface ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับฮาโลวีนในช่วงต้นยุค 90 โดย Fun World และถูกค้นพบโดย Marianne Maddalena โปรดิวเซอร์ของ Scream ก่อนจะได้รับลิขสิทธิ์สำหรับหนังและใช้ต่อเนื่องในทุกภาคยกเว้นรายการ MTV Alterian อ้างว่าตัวเองสร้างดีไซน์ต้นแบบก่อน ดังนั้น Fun World จึงผิดกฎหมายที่ลิขสิทธิ์เวอร์ชันสุดท้ายให้ Paramount แต่ Paramount มองว่า Fun World ควรรับผิดชอบ และ Alterian สูญเสียสิทธิ์เพราะไม่เคยดำเนินการทางกฎหมายมาเป็นสิบๆ ปี

“[บริษัทนี้] ไม่เคยพิสูจน์ทางกฎหมายว่าตัวเองเป็นเจ้าของสิทธิ์หน้ากาก Ghostface และจะไม่สามารถทำได้ในคดีนี้” Paramount ระบุในคำฟ้อง “การพยายามขัดขวางการฉายภาพยนตร์ที่เสร็จสิ้นแล้วแค่ไม่กี่สัปดาห์ก่อนออกฉาย—ภาคที่ 7 ของแฟรนไชส์ที่ Alterian ปล่อยให้เติบโตเงียบๆ มา 30 ปี—เป็นการพยายามรีดไถอย่างน่าขยะแขยง”

  • หน้ากาก Ghostface เป็นสัญลักษณ์หลักของแฟรนไชส์ Scream ที่แฟนๆ รัก
  • การฟ้องร้องเกิดขึ้นก่อน Scream 7 เข้าฉาย 27 กุมภาพันธ์
  • Paramount และ Spyglass ต้องการปกป้องสิทธิ์เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในอนาคต
  • Alterian อาจเสียเปรียบเพราะขาดการดำเนินการก่อนหน้า

ดราม่า สตูดิโอแย่งสิทธิ์ Ghostface ก่อน Scream 7 นี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ โดยเฉพาะเรื่องลิขสิทธิ์ตัวละครไอคอนิกที่สร้างรายได้มหาศาล แฟรนไชส์ Scream ประสบความสำเร็จมาตั้งแต่ปี 1996 ด้วยการเล่าเรื่องสยองขวัญที่ผสมฮา และ Ghostface คือหัวใจของเรื่องราวการไล่ล่าที่ตื่นเต้น หน้ากากใบนี้ไม่ใช่แค่道具 แต่เป็นแบรนด์ที่ขายได้ทั่วโลก ตุ๊กตา เสื้อผ้า และสินค้าลิขสิทธิ์สร้างกำไรให้เจ้าของไม่น้อย

หาก Alterian ชนะคดี อาจกระทบไม่เพียง Scream 7 แต่ยังภาคต่อๆ ไปและสินค้าที่เกี่ยวข้อง แต่ Paramount มั่นใจในตำแหน่งของตัวเองเพราะ Fun World เป็นผู้ให้ลิขสิทธิ์อย่างถูกต้อง และ Alterian ไม่เคยท้าทายมาก่อน นี่คือตัวอย่างของ ‘sleeping on rights’ ที่ศาลมักไม่ให้ความเมตตา

นอกจากนี้ Scream 7 ยังนำ Neve Campbell กลับมารับบท Sidney Prescott พร้อม Courtney Cox และนักแสดงใหม่ๆ Trailer ล่าสุดที่ออกใน Super Bowl สร้างกระแสได้ดี แม้จะมีดราม่าทางกฎหมาย แต่แฟนๆ ก็ตั้งตารอวันเข้าฉาย

คุณคิดว่าผลคดี สตูดิโอแย่งสิทธิ์ Ghostface ก่อน Scream 7 จะออกมาเป็นอย่างไร? มันอาจเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ได้เลย อย่าลืมไปดู Scream 7 ในโรง 27 กุมภาพันธ์นี้ และติดตามอัปเดตข่าวหนังสยองขวัญจากเรา!

ที่มา – As ‘Scream 7’ Arrives, Its Studios Fight to Own Ghostface’s… Uh, Face

Waymo ติดกระแสโมเดลโลก ยาวิเศษคือโมเดลโลกเพิ่ม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเทคโนโลยี! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่น่าตื่นเต้นในวงการรถไร้คนขับกันดีกว่า Waymo ติดกระแสโมเดลโลก ยาวิเศษคือโมเดลโลกเพิ่ม นี่แหละครับที่กำลังเป็นข่าวใหญ่เลย โดยเฉพาะเมื่อ Waymo รถอัตโนมัติจาก Google ได้ขับรวมแล้วกว่า 200 ล้านไมล์บนถนนสาธารณะ แต่เดี๋ยวก่อน มันยังไม่เคยเจอพายุทอร์นาโดหรือช้างเดินกลางถนนสักหน่อย ถ้าเจอขึ้นมาจะรับมือยังไง? เพื่อแก้ปัญหานี้ Waymo จึงเปิดตัว Waymo World Model โมเดล AI สร้างสรรค์ที่ช่วยจำลองสถานการณ์สุดหายากแบบไม่สิ้นสุด

Waymo ติดกระแสโมเดลโลก ยาวิเศษคือโมเดลโลกเพิ่ม

Waymo ติดกระแสโมเดลโลก ยาวิเศษคือโมเดลโลกเพิ่ม จริงๆ แล้วมันสมเหตุสมผลมากเลยนะครับ เพราะ Waymo มีข้อมูลความละเอียดสูงมหาศาลจากกล้องและ LiDAR ที่เก็บมาจากการขับจริง แต่แทนที่จะสร้างโมเดลจากข้อมูลเก่าๆ พวกเขากลับใช้ Genie 3 จาก Google DeepMind เพื่อสร้างสถานการณ์จำลองที่เกินกว่าข้อมูลที่มี เช่น พายุใหญ่ น้ำท่วม หรือแม้แต่ช้างขวางทาง!

อย่างที่ Waymo โพสต์ในทวิตเตอร์เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2026: “เราตื่นเต้นที่จะแนะนำ Waymo World Model โมเดล generative ชั้นแนวหน้าสำหรับการจำลองขับขี่อัตโนมัติขนาดใหญ่ สร้างจาก Genie 3 ของ Google DeepMind โดยการจำลองสิ่งที่ ‘เป็นไปไม่ได้’ เราจะเตรียม Waymo Driver ให้พร้อมกับสถานการณ์หายากและซับซ้อนที่สุด”

โมเดลโลก Waymo ทำงานอย่างไร

Genie 3 ที่ Google ปล่อยเวอร์ชันเบต้าเมื่อเดือนที่แล้ว เป็นโมเดลที่สร้างโลก 3D ด้วยฟิสิกส์สมจริง ไม่เหมือน LLM อย่าง Gemini ที่ทำนายคำถัดไป แต่โมเดลโลกอย่างนี้ฝึกจากพลวัตของโลกจริง เช่น ฟิสิกส์และพื้นที่ เพื่อจำลองสภาพแวดล้อมทางกายภาพ

Google DeepMind ก็โพสต์ด้วย: “Genie 3 ร่วมมือกับ Waymo สร้างสภาพแวดล้อม photorealistic interactive เพื่อเทรนรถไร้คนขับ ช่วยให้รถรับมือเหตุการณ์หายากก่อนเจอในชีวิตจริง”

  • สภาพอากาศสุดขีด: ทอร์นาโด น้ำท่วม
  • เหตุฉุกเฉินกะทันหัน: กิ่งไม้ตก ซากอุบัติเหตุ
  • สิ่งไม่คาดฝัน: ช้างบนถนน หรือสัตว์ป่า

Waymo จะใช้โมเดลนี้ทดสอบรถในสถานการณ์ที่อาจไม่เคยเจอจนกว่าจะสายเกินไป เพื่อให้รถเรียนรู้และปรับตัวได้ทัน

แต่ก็ใช่ว่าจะสมบูรณ์แบบนะครับ โมเดลโลกยังมีปัญหา hallucination หรือสร้างภาพหลอนได้ Feedback จาก Genie 3 เบต้าก็ผสมๆ อยู่ และเรายังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น Waymo เองก็เคยมีปัญหาในโลกจริง เช่น ปีที่แล้วรถ Waymo ทับแมวเหมียวชื่อ Kit Kat ในซานฟราน และเมื่อเดือนที่แล้วชนเด็กใกล้โรงเรียน ดังนั้นการปรับปรุง edge case ทั่วไปก็น่าจะดีขึ้นไปด้วย

นอกจากนี้ Waymo ยังมีแผนขยายการใช้โมเดลนี้ให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยผสานข้อมูลจริงเข้ากับการจำลอง เพื่อให้รถไร้คนขับปลอดภัยยิ่งกว่าเดิม ในยุคที่ AI กำลังบูม โมเดลโลกแบบนี้กำลังกลายเป็นเทรนด์ใหม่ ไม่ใช่แค่ Waymo แต่บริษัทอื่นๆ ก็เริ่มสนใจ

สรุปแล้ว Waymo ติดกระแสโมเดลโลก ยาวิเศษคือโมเดลโลกเพิ่ม นี่คือก้าวสำคัญที่ช่วยผลักดันเทคโนโลยีรถอัตโนมัติให้ก้าวหน้า คุณล่ะคิดว่ามันจะช่วยลดอุบัติเหตุได้จริงแค่ไหน? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วอย่าลืมติดตามอัพเดทเทคโนโลยี AI กับเรานะครับ!

ที่มา – Waymo Catches World Model Fever, and the Only Prescription Is More World Models

ปรากฏว่า ค่าผ่านทางแก้รถติดช่วยคนขับชานเมืองด้วย

ไม่มีใครสงสัยเลยว่าแผนค่าผ่านทางแก้รถติดของนครนิวยอร์ก ซึ่งเรียกเก็บค่าผ่านทางจากรถยนต์ที่เข้าสู่ย่านใจกลางเมือง จะช่วยให้คนเดินเท้าปลอดภัยขึ้น เพราะมีรถหนัก 4,000 ปอนด์น้อยลงที่พุ่งทะยานผ่านทางแยก แต่ที่เซอร์ไพรส์สุดๆ คือ มันยังดีต่อคนขับรถเหล่านั้นด้วย! ตามรายงานวิจัยชิ้นใหม่จาก National Bureau of Economic Research (NBER) พบว่ารถติดลดลงแม้แต่ในย่านชานเมืองและนอก borough ทำให้เวลาการเดินทางสั้นลงสำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่คนในโซนเก็บเงิน

ปรากฏว่า ค่าผ่านทางแก้รถติดช่วยคนขับชานเมืองด้วย

การศึกษานี้ใช้ข้อมูลแนวโน้มจราจรและการเดินทางจาก Google Maps เพื่อเปรียบเทียบเวลาการเดินทางก่อนและหลังนิวยอร์กเริ่มเก็บค่าผ่านทาง $9 ในย่านธุรกิจใจกลางแมนฮัตตัน ผลออกมาว่า ความเร็วรถโดยรวมเพิ่มขึ้นราว 15% โดยเฉพาะช่วง高峰จราจรที่เพิ่มมากกว่าเดิม รถที่เลือกจ่ายเงินเข้าโซนเก็บเงินประหยัดเวลาได้เฉลี่ย 3 นาทีต่อเที่ยว และรวมกันทั้งสัปดาห์ประหยัดถึง 83,000 ชั่วโมง!

ประโยชน์ที่แผ่ขยายนอกโซนเก็บเงิน

ตรงข้ามกับความกังวลที่ว่ารถจะไปอัดกันนอกโซนแทน ผลวิจัยพบว่าถนนนอกย่านธุรกิจความเร็วรถเพิ่มขึ้น 8% โดยเฉพาะย่านใกล้เคียงที่ได้ผลดีที่สุด คนขับที่เลี่ยงโซนเก็บเงินประหยัดรวม 461,000 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แม้เฉลี่ยต่อเที่ยวจะแค่ 8 วินาที แต่เนื่องจากมีทริปนอกโซนมากกว่า 100 เท่า ผลรวมจึงมหาศาล

ผลกระทบยังลามไกลไปถึง Long Island ที่ความเร็วรถเพิ่ม 2.3% และทางหลวงทั่ว tri-state area ก็ดีขึ้นทั่วแผ่น ที่สำคัญคือ ไม่มีหลักฐานว่ารถติดย้ายไปถนนประเภทอื่น แสดงว่านโยบายนี้ลดปริมาณรถโดยรวม ไม่ใช่แค่ย้ายปัญหา

  • เพิ่มความเร็วรถ 15% โดยรวม
  • ช่วงเร่งด่วนดีขึ้นมากกว่า
  • นอกโซนประหยัด 461,000 ชั่วโมง/สัปดาห์
  • ไม่มีรถติดสะสมชดเชย
  • ผลดีถึงชานเมืองห่างไกล

แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะขู่ยกเลิกนโยบายนี้เพราะไม่ชอบ แต่หน่วยงานของเขาเองอย่างกระทรวงยุติธรรมก็ยอมรับในเอกสารรั่วไหลว่าไม่มีฐานกฎหมายรองรับ การศึกษานี้ยืนยันแล้วว่าค่าผ่านทางแก้รถติดช่วยคนขับชานเมืองด้วย โดยไม่มีผลเสียใหญ่หลวง ทำไมไม่ลองเอาไปใช้ในกรุงเทพฯ ล่ะ?

นโยบายแบบนี้พิสูจน์แล้วว่าสามารถลดรถติดได้จริงทั่วพื้นที่ ไม่ใช่แค่ใจกลางเมือง ถ้าเมืองไทยนำไปปรับใช้ อาจช่วยให้คนขับรถในกรุงและปริมณฑลประหยัดเวลาได้มหาศาล คุณล่ะคิดเห็นอย่างไร? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรู้ด้วยนะ!

ที่มา – Turns Out Congestion Pricing Has Been Good for Drivers in the Suburbs, Too

Baldur’s Gate 3 มีอนาคตแปลกประหลาดเสมอ

การดัดแปลงเกมวิดีโอเป็นภาพยนตร์หรือซีรีส์มีมากมาย จนเรามักคิดว่า ‘เมื่อไหร่’ แทนที่จะเป็น ‘ถ้า’ จะเกิดขึ้น แต่การที่ HBO ประกาศสร้างซีรีส์ Baldur’s Gate โดยต่อยอดจากส่วนที่ 3 ที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ก็ยังทำให้แฟนๆ ตกใจไม่น้อย

ปฏิกิริยาจากทั่วโลกส่วนใหญ่เป็นแบบผสมๆ หรือเชิงลบ โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่า Craig Mazin ผู้สร้าง The Last of Us จะมารับผิดชอบ แฟนๆ ของซีรีส์นั้นเคยวิจารณ์หนักมาแล้ว ทำให้หลายคนกังวลกับ Baldur’s Gate 3 มีอนาคตแปลกประหลาดเสมอ

Baldur’s Gate 3 มีอนาคตแปลกประหลาดเสมอ

ยิ่งซับซ้อนเข้าไปใหญ่เมื่อ Wizards of the Coast เจ้าของ Dungeons & Dragons เข้ามามีส่วน แต่ Larian Studios ผู้สร้าง Baldur’s Gate 3 ไม่ได้เกี่ยวข้อง แถมเกมนี้ผู้เล่นใช้เวลาหลายสิบหรือร้อยชั่วโมงในการตัดสินใจที่กำหนดตอนจบและชะตากรรมของตัวละครหลัก

แค่สามประเด็นนี้ก็ทำให้แฟนๆ ที่เคยเล่น BG3 รู้สึกสับสนแล้ว แต่การถกเถียงที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่พูดถึงการต่อยอดโลกของ Baldur’s Gate โดยไม่มี Larian มากกว่าตัวซีรีส์เอง

ทำไม Larian Studios ถึงดังเปรี้ยงจาก Baldur’s Gate 3

Larian เป็นสตูดิโอจากเบลเยียมที่มีอายุ 30 ปี สร้างชื่อจากซีรีส์ Divinity โดย Divinity: Original Sin II ในปี 2017 ทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่ Baldur’s Gate 3 ที่ออกจาก Early Access ในปี 2023 และประสบความสำเร็จถล่มทลาย ทำให้ทุกคนรู้จักชื่อสตูดิโอนี้ทันที เหมือนดวงดาวเข้าสู่ตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับคนที่ทำงานหนักในวงการครีเอทีฟ

ไม่กี่ปีก่อน BG3 ประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่งทั้งสำหรับ Larian และ D&D ซึ่งต้องการกระแสดีๆ หลังดราม่า Open Gaming License ในปีนั้น ทุกคนพูดถึงมันเหมือนเป็นการฟื้นคืนชีพของ RPG บางคนถึงขั้นบอกว่าควรให้ Larian ทำแฟรนไชส์แฟนตาซีอื่นๆ ด้วย

ทุกคนคาดว่า Larian จะทำภาคต่อหรือ DLC ใหญ่ แต่ปี 2024 พวกเขาประกาศชัดว่าจะไม่ทำ Baldur’s Gate อีก มีแค่แพตช์และอัปเดตเท่านั้น แล้วหันไปทำโปรเจกต์ IP ตัวเอง โดยเริ่มจาก Divinity ใหม่ที่เผยโฉมเดือนธันวาคม

ไม่รู้ว่า Larian อยู่กับโลก Baldur’s แค่ชั่วคราวจริงๆ หรือได้รับอิทธิพลจากการเลิกจ้างที่ Wizards แต่การตัดสินใจนี้เหมือนทำลายกฎไม่เป็นลายลักษณ์อักษร Larian สร้างภาพลักษณ์ดีด้วยการมีส่วนร่วมกับชุมชนผ่านมีม การขาย และสถิติผู้เล่นแปลกๆ เช่น จำนวนคนที่โรแมนซ์ตัวละครต่างๆ การจากไปของพวกเขาไม่ใช่การทรยศแบบ parasocial แต่เป็นรอยร้าวเล็กๆ ที่ทำให้แฟนๆ สนใจโปรเจกต์ต่อไป

ซีรีส์นี้เป็นส่วนเสริมแรกให้จักรวาล Baldur’s Gate หลัง BG3 ช่วยให้แฟนๆ ปรับตัวรับมือกับผู้พัฒนาคนใหม่ที่ Wizards จะหาให้ Baldur’s Gate 4 จะมีดีแค่นี้หรือมากกว่านั้น คงต้องรอชม Larian เองก็โพสต์ผ่านมันไป และยินดีคุยกับ Mazin ซึ่งอาจเป็นสัญญาณดี

ถ้าซีรีส์ล้มเหลว ก็ไม่ลดทอนความสำเร็จของ Larian กับ Baldur’s Gate 3 แฟนๆ เคยชินกับการทอยลูกเต๋าได้ผลลัพธ์แย่ๆ อยู่แล้ว

คุณคิดยังไงกับอนาคตของ Baldur’s Gate ? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวเกม RPG อื่นๆ กับเรา!

ที่มา – ‘Baldur’s Gate 3’ Was Always Going to Have a Weird Future

ทรัมป์ลบมีมเหยียดโอบาม่า หลังรีพับลิกันวิจารณ์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งโพสต์วิดีโอลง Truth Social ที่มีมีมเหยียดผิวรุนแรง โดยแสดงภาพบารัค โอบาม่า และมิเชลล์ โอบาม่า ในร่างลิง สร้างความตกใจให้กับหลายฝ่าย โดยเฉพาะรีพับลิกันบางคนที่ออกมาวิจารณ์อย่างหนัก จนในที่สุด ทรัมป์ลบมีมเหยียดโอบาม่า หลังรีพับลิกันวิจารณ์ และโทษไปที่เจ้าหน้าที่สต๊าฟ

เหตุการณ์เกิดขึ้นในคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทรัมป์โพสต์วิดีโอหลายสิบคลิปลง Truth Social โดยคลิปหนึ่งเริ่มจากเรื่องเครื่องลงคะแนน แต่จบด้วยภาพโอบาม่าเป็นลิงอย่างน่าปวดใจ ทำไมภาพแบบนี้ถึงโผล่มาอยู่ในโพสต์ของประธานาธิบดี? มันจุดประกายความขัดแย้งทันที

ทรัมป์ลบมีมเหยียดโอบาม่า หลังรีพับลิกันวิจารณ์หนัก

ตอนแรก โฆษกทำเนียบขาว คาโรไลน์ ลีวิทท์ พยายามแก้ตัว โดยบอกว่านี่คือมีมจากอินเทอร์เน็ตที่แสดงทรัมป์เป็นราชาแห่งป่า และเดโมแครตเป็นตัวละครจาก The Lion King เธอยังบอกสื่ออย่าง Wall Street Journal ว่า “หยุดความโกรธปลอมๆ แล้วไปรายงานเรื่องที่สำคัญกับชาวอเมริกันจริงๆ” แต่คำแก้ตัวนี้ไม่เวิร์ค

รีพับลิกันหลายคนที่เคยสนับสนุนทรัมป์ยังอดรนทนไม่ไหว เช่น วุฒิสมาชิกทิม สก็อตต์ จากเซาธ์แคโรไลนา โพสต์บน X ว่า “ภาวนาว่าเป็นของปลอม เพราะนี่คือสิ่งเหยียดผิวที่สุดที่เคยเห็นจากทำเนียบขาว ประธานาธิบ์ควรลบมันทิ้ง” คำว่า “ที่สุด” นี้เหมือนยอมรับว่าทรัมป์โพสต์ของเหยียดผิวบ่อย แต่ครั้งนี้สุดโต่งเกินไป

รีพับลิกันคนอื่นๆ ก็ประณามตาม

  • วุฒิสมาชิกซูซาน คอลลินส์ จากเมน: “ทิมพูดถูก นี่น่าตกใจมาก”
  • ส.ส.ไมค์ ลอว์เลอร์ จากนิวยอร์ก: “โพสต์ของประธานาธิบดีผิดและน่ารังเกียจ ควรลบและขอโทษทันที ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่”
  • วุฒิสมาชิกพีท ริคเก็ตส์ จากเนบราสกา: “แม้จะเป็นมีม Lion King แต่คนปกติเห็นบริบทเหยียดผิว ทำเนียบขาวควรลบและขอโทษ”
  • วุฒิสมาชิกโรเจอร์ วิคเกอร์ จากมิสซิสซิปปี้: “นี่ไม่ยอมรับได้ ประธานาธิบ์ควรลบและขอโทษ”

สุดท้าย บัญชี Truth Social ของทรัมป์ลบโพสต์นั้นตอนเที่ยงวันศุกร์ตามเวลาสหรัฐ และบอก CNN ว่า “เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวโพสต์ผิดพลาดแล้ว ลบออกแล้ว” แต่คำแก้ตัวนี้ขัดกับที่โฆษกพูดก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง

ผู้ใช้ X ฝั่งขวาบางคนบอกว่านี่เป็น “ข่าวปลอม” เพราะภาพอาจโผล่มาจากการスクロールอัตโนมัติ แต่ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ มันแสดงถึงปัญหาใหญ่: ถ้าตั้งใจคือส่งสัญญาณให้ฐานเสียงสุดขวา ถ้าพลาดแสดงว่าทรัมป์ควบคุมโซเชียลมีเดียตัวเองไม่ได้

ทรัมป์มีประวัติเหยียดผิวชัดเจน เช่น เรียกชาวโซมาลี-อเมริกันว่า “ขยะ” และบอกให้กลับประเทศตัวเอง ซึ่งนำไปสู่การบุกมิเนโซตาแบบกดขี่ แต่รีพับลิกันเงียบมาตลอด คราวนี้มีมโอบาม่าเป็นลิงถึงขั้นวิกฤต จนต้องลบ

นอกจากนี้ รัฐบาลทรัมป์ยังโพสต์เนื้อหาเหยียดผิวบ่อย เช่น DHS แชร์เพลงยอดฮิตในหมู่นาซี หรือ Border Patrol แชร์วิดีโอต่อต้านยิว แต่สุดท้ายก็ลบภายใต้แรงกดดัน

ครั้งนี้ทรัมป์ยอมถอยเพราะรีพับลิกันวิจารณ์ แต่เชื่อได้เลยว่าเขาจะโพสต์อะไรเหยียดผิวอีกในไม่ช้า คำถามคือ ใครจะโกรธพอให้เขาลบไหม?

คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ และแชร์บทความเพื่อให้คนอื่นรู้ความจริง!

ที่มา – Trump Deletes Extremely Racist Meme About Obamas After Backlash From Republicans

Apple จริงจังกับอุปกรณ์ AI มากกว่าที่คิด

ถ้าถามผมเมื่อไม่กี่เดือนก่อนว่า Apple จะสนใจลงเล่นในวงการอุปกรณ์ AI แบบที่ Jony Ive กับ Sam Altman กำลังทำ มั้ย ผมคงหัวเราะให้ฟังใหญ่ยิ่งกว่า บิลค่าน้ำของ OpenAI เสียอีก

แต่โลกเปลี่ยนแปลงเร็วมากนะ สิ่งที่เคยดูเหมือนเรื่องตลกเมื่อไม่นานมานี้ เริ่มรู้สึกจริงจังขึ้นแล้ว นี่คือคำพูดล่าสุดของ Tim Cook จากการประชุมภายในที่ Bloomberg รายงาน (เน้นโดยผม):

‘ผมเชื่อจริงๆ ว่าไม่มีบริษัทไหนพร้อมใส่ AI ให้ลูกค้าใช้ในแบบที่ลึกซึ้งและมีความหมายได้ดีไปกว่า Apple… จะมีหมวดหมู่สินค้าและบริการใหม่ๆ ที่เกิดจาก AI และเราตื่นเต้นมาก…เราตื่นเต้นกับโอกาสที่มันเปิดให้ Apple’

Apple จริงจังกับอุปกรณ์ AI มากกว่าที่คิด

ก่อนอื่น คำพูดของ Cook ค่อนข้างคลุมเครือ ไม่ได้มีอะไรช็อกโลก แต่พอเอามาวางกับข่าวล่าสุดและรายงานเบื้องหลัง มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนมีสัญญาณเตือนดังขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดมาจากรายงานของ The Information ที่บอกว่า (ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ) Apple อาจกำลังทำ อุปกรณ์ AI Pin สวมใส่ได้ แบบ Humane

The Information บอกว่า AI Pin ของ Apple เป็น ‘แผ่นกลมบางแบน ตัวเครื่องอลูมิเนียมและกระจก’ มีกล้องสองตัว—ตัวปกติและตัวมุมกว้างที่ด้านหน้า กล้องพวกนี้ช่วยให้อุปกรณ์จับภาพและวิดีโอรอบตัวผู้สวมใส่ และน่าจะใช้ AI ด้าน computer vision ถ้า Cook จริงจังกับคำพูดเรื่อง AI โดยเฉพาะ ‘หมวดหมู่ใหม่’ แล้วล่ะก็ ก็ไม่มีหมวดไหนใหม่ไปกว่า อุปกรณ์ AI อีกแล้ว

Apple จริงจังกับอุปกรณ์ AI มากกว่าที่คิด จากการลงทุนล่าสุด

ถ้ารายงานนิรนามยังไม่พอโน้มน้าว ล่าสุด Apple ทุ่มเงิน ราว 2 พันล้านดอลลาร์ ซื้อบริษัท Q.ai จากอิสราเอลที่ทำเทคโนโลยีจดจำ ‘คำพูดเงียบ’ จากการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อใบหน้าและเสียงกระซิบ นี่ใช้ได้กับอุปกรณ์หลายตัว รวมถึง Siri

โดยเฉพาะ Q.ai เหมาะกับเทคโนโลยีแนวใหม่ที่ Apple อาจวางแผนไว้ เช่น AirPods ที่มีกล้องอินฟราเรด สามารถใช้ Q.ai กับ computer vision เพื่ออัพเกรด Siri หรือสร้างประสบการณ์ ambient computing ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น หรือแว่นอัจฉริยะที่ Apple กำลังทำ ซึ่งต้องพึ่ง voice computing มาก การสั่งงานแบบเงียบๆ เช่น พิมพ์ข้อความหรือคำสั่งด้วยการกระซิบ จะทำให้ใช้ในที่สาธารณะได้ดีขึ้น

ถ้าจะเดากันไป Apple จริงจังกับอุปกรณ์ AI มากกว่าที่คิด โดยเฉพาะ AI Pin สวมใส่ได้ ก็จะได้ประโยชน์จาก Q.ai แบบเดียวกัน ช่วยให้ voice computing ลื่นไหลกว่า

ทั้งหมดนี้ยังเป็นแค่การคาดเดา แต่ผมไม่โกหกหรอกว่าชิ้นส่วนต่างๆ เริ่มเข้าที่เข้าทางสำหรับ Apple ที่จะบุกอุปกรณ์ AI หนักขึ้น Apple ไม่เคยรีบร้อน แต่หลังจากสะดุดกับ Siri AI ที่ยังไม่ออกตามสัญญา มันชัดเจนว่าเริ่มรู้สึกร้อนแล้ว

Apple อาจไม่ใช่เจ้าแรก (มันไม่เคยเป็นอยู่แล้ว) แต่จากข่าวล่าสุด บอกได้เลยว่า Apple จริงจังกับอุปกรณ์ AI มากกว่าที่คิด คำถามคือ มันจะทำอุปกรณ์ AI ให้มีประโยชน์และน่าซื้อได้มั้ย คู่แข่งอย่าง Jony Ive กับ Sam Altman ยังล้มเหลวเรื่องพื้นฐานอย่าง การคำนวณ แต่พวกเขาไม่ใช่ Apple ถ้าอะไรๆ ก็ตามที่ Apple ทำ มันน่าจะไม่พังยับเยินแบบ Humane หรือ Rabbit

อนาคตของอุปกรณ์ AI จาก Apple น่าจะน่าติดตาม คุณคิดว่า Apple จะพลิกเกมได้มั้ย? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วอย่าลืมติดตามข่าวสารเทคโนโลยีล่าสุดกับเรา!

ที่มา – Apple Is More Serious About AI Devices Than We Thought

อิกัวน่าตกจากต้นไม้ในฟลอริดา ตัวเลขมหาศาล

คุณเคยได้ยินเรื่อง อิกัวน่าตกจากต้นไม้ในฟลอริดา หรือไม่? ในช่วงคลื่นหนาวเย็นที่พัดปกคลุมรัฐฟลอริดา ทำให้อิกัวน่าสีเขียวซึ่งเป็นสัตว์รุกรานจำนวนมหาศาล เกิดอาการชะงักงันจากความหนาว แล้วตกลงมาจากต้นไม้ราวกับฝนตก! ปรากฏการณ์แปลกประหลาดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ครั้งนี้ตัวเลขน่าตกใจกว่าที่เคย

อิกัวน่าตกจากต้นไม้ในฟลอริดา: ปรากฏการณ์จากคลื่นหนาว

เมื่อพายุฤดูหนาวรุนแรงถล่มทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ อุณหภูมิในฟลอริด้าต่ำกว่าปกติมาก ส่งผลให้อิกัวน่าเหล่านี้ซึ่งชินกับอากาศร้อนชื้น เกิดอาการเย็นชา อิกัวน่าจะนิ่งสนิทและตกลงมาจากต้นไม้เมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า 7.2 องศาเซลเซียส (45 องศาฟาเรนไฮต์) แต่ไม่ต้องห่วง พวกมันไม่ได้ตาย แค่ชั่วคราวจนกว่าจะอุ่นขึ้น

คณะกรรมการอนุรักษ์สัตว์ป่าและประมงฟลอริดา (FWC) รายงานว่าภายใน 2 วัน พวกเขากับประชาชนเก็บอิกัวน่าไปกว่า 5,195 ตัว! บริษัทกำจัดวัชพืช Iggy Trap จับได้กว่า 1,500 ตัวในวันหยุดสุดสัปดาห์ รวมกับบริการอื่นๆ รวมแล้วประมาณ 8,000 ตัว ตามรายงานของ South Florida Sun Sentinel

ตัวเลขอิกัวน่าตกจากต้นไม้ในฟลอริดา ที่น่าตกใจ

  • FWC เก็บ 5,195 ตัวใน 2 วัน
  • Iggy Trap จับ 1,500 ตัว
  • รวมทุกบริการกว่า 8,000 ตัว
  • สัตว์ยาวได้ถึง 1.5 เมตร ตกจากฟ้าก่อภัยคุกคาม

รอน แมกิลล์ ผู้เชี่ยวชาญจากสวนสัตว์ไมอามี กล่าวว่า “ตัวเลขนี้มาก แต่ยังมีอิกัวน่าอีกเยอะ แสดงถึงปัญหาการบุกรุกในสิ่งแวดล้อมของเรา”

ทำไมอิกัวน่าถึงเป็นภัยร้ายในฟลอริดา

อิกัวน่าสีเขียวถูก FWC ถือเป็นสัตว์รุกราน ไม่คุ้มครองด้วยกฎหมายป้องกันความโหดร้าย สามารถจับและกำจัดได้โดยไม่ต้องขออนุญาต แต่ FWC แนะนำให้ติดต่อมืออาชีพเพื่อความปลอดภัย พวกมันทำลายสวน ฟาร์ม กัดสายไฟ โจมตีสัตว์พื้นเมือง และถ่ายอุจจาระในสระว่ายน้ำ จนถูกเรียกว่า “กาฬโรคสีเขียว”

ในฤดูหนาว ปัญหาเปลี่ยนไป ตกจากต้นไม้กลายเป็นอันตรายใหม่ FWC จึงออกคำสั่งบริหารเมื่อวันจันทร์ อนุญาตให้ประชาชนเก็บอิกัวน่าชนิดนี้ไปส่งจุดรวบรวม

โรเจอร์ ยัง ผู้อำนวยการ FWC กล่าวว่า “การกำจัดกว่า 5,000 ตัวเป็นผลจากความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ พันธมิตร และชาวฟลอริดา อิกัวน่าทำลายเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม” อิกัวน่าเหล่านี้จะถูก mercifully euthanize หรือขายเป็นสัตว์เลี้ยง

ปรากฏการณ์ อิกัวน่าตกจากต้นไม้ในฟลอริดา นี้ชี้ให้เห็นปัญหาสัตว์ต่างถิ่นที่แพร่กระจาย หากปล่อยไว้จะยิ่งรุนแรง ฟลอริดากำลังจัดการอย่างจริงจังเพื่อปกป้องระบบนิเวศ

คุณล่ะ คิดอย่างไรกับเรื่องนี้? ลองแชร์ประสบการณ์หรือติดตามข่าวสัตว์ป่าเพิ่มเติมในบล็อกของเรา แล้วอย่าลืมกดไลค์แชร์!

ที่มา – Iguanas Fell From Trees During Florida Cold Snap—and the Numbers Are Staggering

นักวิจัยให้คนขับตีความสัญญาณจักรยาน ไม่ดีเลย

ถ้าคุณขับรถยนต์ ก็คงคิดว่าคนปั่นจักรยานผิดเสมอใช่มั้ย? แต่ถ้าคุณเป็นนักปั่น ก็โทษคนขับรถทั้งนั้น แต่ถ้าจริงๆ แล้วมันคือการเข้าใจผิดกันล่ะ? นักวิจัยให้คนขับตีความสัญญาณจักรยาน ไม่ดีเลย อย่างที่ศึกษาล่าสุดเผย!

นักวิจัยให้คนขับตีความสัญญาณจักรยาน ไม่ดีเลย

การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Accident Analysis & Prevention เมื่อปลายปีที่แล้ว โดยนักวิจัยจาก Rice University สหรัฐฯ พบว่าคนขับรถเข้าใจสัญญาณมือของนักปั่นจักรยานได้ไม่ดีนัก เหมือนพูดคนละภาษาเลยทีเดียว ยิ่งตอนนี้จักรยานบนถนนเยอะขึ้น ความเสี่ยงอุบัติเหตุจากเข้าใจผิดก็เพิ่มตาม ในสหรัฐฯ ยอดคนปั่นจักรยานเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเพิ่ม 38% ในทศวรรษที่ผ่านมา

Christine Petersen หัวหน้าทีมวิจัย บอกว่า “ความสับสนเรื่องสัญญาณมือจักรยานอาจทำให้คนขับรถตอบสนองช้า หรือเลี้ยวเข้าทางนักปั่นโดยตรง” นักปั่นต้องใช้สัญญาณมือตามกฎหมาย แต่คนขับเข้าใจจริงหรือ?

วิธีทดสอบ: ดูวิดีโอสัญญาณจักรยาน

นักวิจัยให้ผู้เข้าร่วม (จำลองคนขับ) ดูวิดีโอนักปั่นทำสัญญาณต่างๆ เช่น ยกแขน ชี้หัว มองไหล่ หรือตำแหน่งบนถนน แล้วเดาว่านักปั่นจะทำอะไรต่อไป: เลี้ยวซ้าย ขวา หยุด หรือตรงต่อ

ผลคือ คนขับส่วนใหญ่พึ่งสัญญาณแขนเป็นหลัก (ดู วิดีโอสัญญาณมาตรฐาน ได้) แต่การมองไหล่หรือตำแหน่งถนนช่วยไม่ได้มาก

  • แขนชี้ซ้าย/ขวา: คนขับเข้าใจดี ว่าหมายถึงเลี้ยวนั้น
  • แขนงอขึ้น (หยุด/ชะลอ): เข้าใจได้ 70% แต่บางคนคิดว่าเลี้ยวขวา (กฎหมายหลายที่ใช้แขนงอ=เลี้ยวขวา)
  • แขนชี้ขวาตรง: ไม่ถึง 25% เข้าใจว่าเลี้ยวขวา!

แปลกตรงที่ ถ้าถามว่าถ้าตัวเองปั่น จะใช้อะไรสัญญาณหยุด คนขับหลายคนบอกต่างจากมาตรฐานซะอีก Petersen บอก “สัญญาณที่ชี้ทิศทางชัดๆ สำคัญที่สุด เพื่อให้คาดเดาได้และปลอดภัย”

ยิ่งกว่านั้น กฎสัญญาณไม่เหมือนกันทุกประเทศ แม้ท่าทางคล้ายๆ กัน

การติดตามสายตา: คนขับไม่ได้เพิกเฉย

ใช้เครื่องติดตามสายตา พบว่าคนขับมองหลังนักปั่นก่อน แล้วตามแขนหรือหัวที่เคลื่อนไหว และมองหน้านักปั่นบ่อย เพื่อยืนยันด้วยสายตา “คนขับไม่ได้มองข้ามนักปั่น แต่พยายามอ่านสัญญาณ” Petersen ยืนยัน

เล่นโทรศัพท์รบกวนหนัก

พอให้จำลองคุยโทรศัพท์ ความแม่นยำตกฮวบ แม้ยังมองถนน แต่แขนสัญญาณยังดีที่สุด “การรบกวนไม่ใช่แค่มองหลุด แต่สมองประมวลผลช้า นักปั่นเสียเปรียบเพราะไม่มีไฟเลี้ยวหรือเบรกสว่างๆ” ทำให้เข้าใจผิดง่ายขึ้น

กฎจราจรปัจจุบันอาจไม่ตรงกับสัญชาตญาณคน แต่สัญญาณมือยังดีที่สุดตอนนี้ ควรปรับสัญญาณหยุดให้ชัดกว่านี้ และอบรมทั้งสองฝ่าย

สรุปคือ นักวิจัยให้คนขับตีความสัญญาณจักรยาน ไม่ดีเลย แต่เป็นโอกาสปรับปรุง ลองฝึกสัญญาณจักรยานมาตรฐานกันเถอะ จะได้ลดอุบัติเหตุบนถนน!

ที่มา – Researchers Asked Drivers to Interpret Cyclist Signals. It Didn’t Go Well