ที่ปรึกษา รมว.กต. แจ้งความเกรียนคีย์บอร์ดกล่าวหาเป็นไส้ศึกกัมพูชาจนแชร์เต็มโซเชียล ยืนยันขอใช้สิทธิตามกฎหมาย เอาเรื่องถึงที่สุด

ที่ปรึกษา รมว.กต. แจ้งความเกรียนคีย์บอร์ดกล่าวหาเป็นไส้ศึกกัมพูชาจนแชร์เต็มโซเชียล

วันนี้ (4 สิงหาคม) ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจนครบาลคลองตัน เพื่อเข้าแจ้งความกรณีที่ถูกเกรียนคีย์บอร์ดรายหนึ่งกล่าวหาว่าเป็นไส้ศึกให้กัมพูชา โดยมีการนำรูปภาพของเธอไปโพสต์ในเฟซบุ๊กและแอปพลิเคชัน X จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกแชร์ต่ออย่างรวดเร็วผ่านโซเชียลมีเดีย

ความจริงต้องถูกปกป้อง

ชยิกาได้ออกมายืนยันอย่างหนักแน่นว่า เธอไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับคนกัมพูชา รวมถึงสมาชิกในครอบครัวทุกคนด้วย แม้ในอดีตอาจมีลูกพี่ลูกน้องเคยแต่งงานกับชาว กัมพูชา แต่ปัจจุบันได้หย่าขาดกันไปแล้วกว่า 5 ปี และไม่มีการติดต่อหรือเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น

การใส่ร้ายผ่านโซเชียลมีเดียมีผลอย่างไร?

การโพสต์ข้อความที่เป็นเท็จและมีเจตนาทำให้เสียหายในสื่อโซเชียลนั้น อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กสำหรับบางคน แต่จริงๆ แล้วส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้ถูกกล่าวหาอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับคนที่ทำงานในตำแหน่งสาธารณะ อย่างกรณีของ ที่ปรึกษา รมว.กต. ที่ถูกหาว่าเป็นไส้ศึกจากประเทศเพื่อนบ้าน

เครือญาติไม่เกี่ยวข้องกับชาวเขมรตามข้อกล่าวหา

ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ ยืนยันว่า ตนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมาแล้ว 5 ปี ไม่มีสามีเป็นชาวกัมพูชา แม้ในอดีตมีญาติผ่านการสมรสกับชาวเขมร แต่ปัจจุบันสถานะชัดเจนแล้วว่าหย่าขาดกันไป พร้อมยืนยันในความเป็นไทยอย่างสมบูรณ์ของ herself และคนในครอบครัว

ขอใช้สิทธิตามกฎหมาย เอาเรื่องถึงที่สุด

ระหว่างที่ปรากฏการณ์การแชร์ข้อความผิดจริงเป็นเรื่องปกติในโลกออนไลน์ ชยิกาย้ำว่าเธอใช้สิทธิ์ในฐานะประชาชนผู้หนึ่งในการดำเนินคดีกับผู้เผยแพร่ รวมถึงผู้ที่ร่วมแชร์และทิ้งข้อความในการโจมตีตนเองและครอบครัว โดยหวังให้ช่วยยับยั้งพฤติกรรมลักษณะนี้ในสังคม

ทั้งนี้ ชยิกายังได้กล่าวอีกว่า ความรูปประเทศรักศาสนาและความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์เป็นสิ่งที่เธอยึดถือ ดังนั้นการกล่าวหาเช่นนี้จึงทำให้เธอรู้สึกเสียดายที่คนบางกลุ่มพยายามจะกีดกันความรักชาติจากประชาชนทั่วไป

ความรักชาติไม่ใช่สิทธิของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

เธอขอเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเองและครอบครัว โดยเห็นว่าการแสดงออกที่สุจริตจากรัฐควรเป็นพื้นฐานของความเข้าใจในสังคม ไม่ใช่การบิดเบือนเนื้อหาจากผู้มีเจตนาไม่ดีเพื่อสร้างความขัดแย้งทางสังคม

บทสรุป: สถานการณ์แบบนี้สะท้อนปัญหาในสังคมออนไลน์ที่ใครก็สามารถสร้างข่าวโดยไม่ตรวจสอบแหล่งที่มาได้อย่างง่ายดาย ทุกคนต้องมีสติก่อนจะกดแชร์ และต้องเข้าใจว่าหลักนิติธรรมยังคงอยู่เพื่อคุ้มครองไม่ให้สังคมถูกทำลายโดยข้อมูลเท็จ ที่สำคัญความรักชาติควรเป็นสิ่งที่ทุกคนได้รับการยอมรับ ไม่ถูกใช้โจมตีกันทางออนไลน์

ที่มา – ที่ปรึกษา รมว.กต. แจ้งความเกรียนคีย์บอร์ดกล่าวหาเป็นไส้ศึกกัมพูชาจนแชร์เต็มโซเชียล ยืนยันขอใช้สิทธิตามกฎหมาย เอาเรื่องถึงที่สุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *