ผู้เขียน: lalika69_admin

เลขาธิการนายกฯ ยืนยันแพทองธารไม่มีเตรียมลาออกก่อนศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปมคลิปเสียง เผยส่งคำชี้แจงเพิ่มแล้ว

เลขาธิการนายกฯ ยืนยันแพทองธารไม่มีเตรียมลาออกก่อนศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปมคลิปเสียง

วันนี้ (4 สิงหาคม 2567) มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้แถลงให้ข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับกรณีของ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย ภายหลังมีกระแสข่าวว่าเธอกำลังเตรียมตัวลาออกจากตำแหน่งก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยเรื่องคลิปเสียงที่เกี่ยวข้องกับการเจรจากับสมเด็จ ฮุน เซน

อย่างไรก็ตาม เลขาธิการนายกฯ ยืนยันอย่างชัดเจนว่า แพทองธาร ยังไม่มีการเตรียมลาออกจากตำแหน่ง และที่ผ่านมาได้ดำเนินการอย่างเป็นทางการโดยส่งเอกสารคำชี้แจงเพิ่มเติมต่อศาลรัฐธรรมนูญตามกำหนดระยะเวลา หลังจากที่ขอขยายเวลาชี้แจงมาแล้ว 2 ครั้ง

ตัดสินใจอย่างรอบคอบตามหลักเกณฑ์กฎหมาย

นพ.พรหมินทร์ ได้เน้นว่า การที่นายกรัฐมนตรีได้ลงนามคำชี้แจงครั้งนี้เกิดจาการพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งในแง่ของกฎหมายและจริยธรรม โดยมีวัตถุประสงค์ทางเดียว คือ การพยายามนำพาประเทศออกมาจากสถานการณ์ความรุนแรงและการเผชิญหน้าตามชายแดน

การประสานงานกับฝ่ายความมั่นคง รวมถึงกองทัพเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องเกิดขึ้น ในการออกแบบมาตรการอย่างระมัดระวัง เพื่อลดผลกระทบและความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสำคัญ

ก.ล.ต. หรือการเมืองกันแน่?

ในการชี้แจงครั้งก่อนหน้านี้ แพทองธารก็ได้อธิบายอย่างละเอียดว่า การโทรศัพท์หารือกับสมเด็จฮุน เซนไม่ใช่การสื่อสารอย่างเป็นทางการระหว่างรัฐบาล แต่เป็นการเจราณาในบริบทของความพยายามลดความรุนแรงและป้องกันการเผชิญหน้าที่อาจขยายวงกว้าง

  • ยืนยันขั้นตอนทางการทูต เนื่องจากมีกระทรวงการต่างประเทศเกี่ยวข้อง
  • ย้ำจุดยืนความมั่นคง ที่ต้องใช้มาตรการทางทหารเมื่อมีการละเมิดอำนาจอธิปไตย
  • ต้องการเห็นการเคารพกระบวนการ ไม่ว่าจะเป็นศาล หรือฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

แพทองธารยังทำงานต่อ แม้ศาลให้หยุดปฏิบัติหน้าที่

แม้ว่าขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งให้แพทองธารหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่เธอก็ยังให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ โดยนพ.พรหมินทร์ย้ำว่า แพทองธารยึดมั่นในเจตนารมณ์เดิมที่จะทำงานเพื่อความสงบและความมั่นคงของประเทศ

การชี้แจงของคณะทำงาน ทั้งในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศและกองทัพก็สอดรับกับข้อเท็จจริง การกระทำของแพทองธารไม่มีเจตนาทางการเมือง แต่เป็นการแก้ไขปัญหาแบบรอบด้านในภาวะวิกฤต

ย้ำอีกครั้ง: แพทองธารไม่มีการเตรียมลาออกแน่นอน

ข่าวนี้มีความสำคัญในแง่ของความเข้าใจจากประชาชนและความชัดเจนจาก内阁 ที่ต้องการให้ทุกฝ่ายมองเห็นถึงความโปร่งใส ตรงไปตรงมา และการให้ความสำคัญกับกฎหมายเป็นหลักใหญ่

ด้วยการแสดงเจตนาที่ชัดเจน พร้อมกับการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด แพทองธารแสดงถึงบทบาทของผู้นำที่ไม่หลบหนีปัญหา แต่กล้าหาญและรับผิดชอบ

ไม่ว่าผลคำวินิจฉัยจะออกมาอย่างไร นี่ถือเป็นบททดสอบและจุดเปลี่ยนของสังคมไทยในวงจจรักษ์ความโปร่งใส ทั้งในด้านการเมือง การทูต และความมั่นคงแห่งรัฐ

ที่มา – เลขาธิการนายกฯ ยืนยันแพทองธารไม่มีเตรียมลาออกก่อนศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปมคลิปเสียง

ตำรวจ ปปป. ประชุมขยายผลปมทุจริตวงการสงฆ์ ชี้สัมพันธ์เลื่อนสมณศักดิ์-รถหรู

ตำรวจ ปปป. ประชุมขยายผลปมทุจริตวงการสงฆ์ ชี้สัมพันธ์เลื่อนสมณศักดิ์-รถหรู

ตำรวจ ปปป.

วิเคราะห์โครงสร้างการทุจริตในแวดวงสงฆ์

กรณีของสีกากอล์ฟถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นจุดเริ่มต้นในการวิเคราะห์พฤติกรรมทุจริต โดยพบช่องโหว่สำคัญของระบบอย่างชัดเจน ทั้งในส่วนของพระสงฆ์ที่มีตำแหน่งสำคัญ เช่น เจ้าอาวาส หรือบุคคลในมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งสามารถใช้ตำแหน่งอิสระบริหารจัดการโดยขาดกลไกตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอก การทุจริตในลักษณะนี้มีความซับซ้อนและมักมีเครือข่ายเชื่อมโยงกันเป็นวงกว้าง จึงจำเป็นต้องมีระบบตรวจสอบจากฆราวาสหรือหน่วยงานรัฐเข้ามาช่วย เพื่อเพิ่มความโปร่งใส

บัญชีสงฆ์และการทุจริตในโครงการ

เนื้อหาการประชุมมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบเส้นทางการเงินในบัญชีที่เกี่ยวข้องกับวัดต่างๆ และการเบิกจ่ายเงินที่เคยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ พบว่าบางโครงการมีการเบิกจ่ายเกินความเป็นจริง เช่น โครงการก่อสร้างที่ได้รับงบประมาณ 12 ล้านบาทแต่กลับเบิกจ่ายกว่า 20 ล้านบาท โดยไม่มีการตรวจสอบจากระบบอิสระ ซึ่งเป็นเหตุผลของการเรียกร้องให้มีการแก้กฎหมายและเสนอเข้า ครม. เพื่อให้สามารถเข้าตรวจสอบได้ตามกรอบที่ถูกต้องตามกฎหมาย

การซื้อขายสมณศักดิ์ในรูปแบบต่างๆ

ประเด็นที่น่าสนใจคือการที่พบว่ามีการจ่ายเงินหรือใช้อาวุธทางเศรษฐกิจ เช่น การซื้อรถยนต์หรู มาใช้แลกกับการเลื่อนสมณศักดิ์ การกระทำดังกล่าวส่งผลต่อภาพลักษณ์ของวงการสงฆ์และศาสนาโดยรวม ต้องอาศัยคณะกรรมการมืออาชีพและโปร่งใสในการขยายผลเพื่อจัดการกับขบวนการแสวงหาผลประโยชน์ในนามศาสนาอย่างจริงจัง

การประชุมครั้งนี้จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ในแวดวงสงฆ์ที่กำลังเผชิญปัญหาทุจริตหลายรูปแบบ และต้องการการแก้ไขอย่างรอบคอบเพื่อรักษาความมั่นคงของศาสนาไว้ต่อไป

เรามองว่าการตรวจสอบทุจริตในวงการสงฆ์ครั้งนี้เป็นก้าวที่กล้าหาญของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อสร้างความมั่นใจว่างบประมาณจากภาษีของประชาชนถูกใช้ไปอย่างเหมาะสมและมีความโปร่งใส ประเด็นนี้อาจเป็นจุดเริ่มของความเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้ประชาคมพระพุทธศาสนาคัดกรองและลงโทษผู้กระทำผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ที่มา – ตำรวจ ปปป. ประชุมขยายผลปมทุจริตวงการสงฆ์ ชี้สัมพันธ์เลื่อนสมณศักดิ์-รถหรู

เจ้าของปั๊มน้ำมันถูกจรวดกัมพูชาถล่ม ร้องขอเยียวยา 20 ล้านบาท วอนกระทรวงพลังงานช่วยเหลือ

เจ้าของปั๊มน้ำมันถูกจรวดกัมพูชาถล่ม ต้องหยุดดำเนินการถึง 3 เดือน ความเสียหายเกือบ 20 ล้านบาท วันนี้ (4 สิงหาคม) กมลรัตน์ เจ้าของปั๊มน้ำมันในอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เดินทางมาร้องเรียนต่อกระทรวงพลังงานเพื่อขอความช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น

เหตุการณ์การถล่มปั๊มน้ำมันจากจรวดกัมพูชา

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งปั๊มน้ำมันได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการถูกจรวด BM-21 ยิงถล่ม โดยผู้ก่อตั้งเพจ ‘ชณทัต ลุยครับ’ ร่วมสนับสนุนกมลรัตน์อย่างใกล้ชิด รวมถึงมี พ.อ. เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา เป็นผู้แทนจากกระทรวงพลังงานในการรับหนังสือร้องเรียน

ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์

  • ค่าเสียหายเบื้องต้นมากกว่า 20 ล้านบาท
  • ต้องปิดดำเนินการเป็นเวลานานถึง 3 เดือน
  • สถานที่สำคัญสำหรับประชาชนในพื้นที่ชายแดน

แม้ว่าจะมีการทำประกันภัยไว้ แต่ความคุ้มครองกลับไม่ครอบคลุมทั้งหมด โดยยังขาดอยู่ประมาณ 10 ล้านบาท กมลรัตน์ระบุว่าต่อให้เกิดเหตุเช่นนี้อีก แต่หากสถานการณ์กลับมาสงบก็ยังตั้งใจจะเปิดให้บริการต่อเหมือนเดิม เพราะปั๊มน้ำมันนี้เป็นจุดอำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้านและนักเดินทาง

คำชี้แจงจากกระทรวงพลังงานและ คปภ.

พ.อ. เฟื่องวิชชุ์ ระบุว่า รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานได้สั่งการให้ศึกษาแนวทางเยียวยา แม้จะไม่มีกฎหมายรองรับโดยตรง และจะมีการสร้างบทเรียนให้เป็นกรณีศึกษา หากเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ในอนาคต

โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เช่น ปตท. OR, กรมธุรกิจพลังงาน, 7-Eleven รวมถึงบริษัทประกันภัย ให้ร่วมกันดูแลประชาชน ตามที่ได้รับมอบหมายจาก คปภ.

บริษัทประกันต้องรับผิดชอบตามเงื่อนไข

คณานุสรณ์ เที่ยงตระกูล ผู้ช่วยเลขาธิการจากสำนักงาน คปภ. ชี้แจงว่า กรณีนี้ไม่ใช่สงครามแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงการปะทะระหว่างทหาร 2 ฝ่าย ดังนั้นบริษัทประกันภัยต้องรับผิดชอบตามกรมธรรม์ไม่ว่าจะมีข้อยกเว้นเรื่องสงครามหรือไม่

สำหรับกรณีที่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ คปภ. ระบุว่าปั๊มน้ำมันนี้ได้ทำประกันไว้ 2 ประเภท ได้แก่ ประกันทรัพย์สิน และประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก โดยทั้งสองกรมธรรม์จะได้รับการพิจารณาตามระเบียบ

การเยียวยาที่เร่งรัดสำหรับผู้ถูกผลกระทบ

สำหรับการเยียวยานักเรียนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ ทาง คปภ. ยืนยันแล้วว่ามีการทำประกันอุบัติเหตุกลุ่มไว้ และจะเร่งกระบวนการจ่ายสินไหมทดแทนให้เร็วกว่ากรอบเวลาตั้งแต่ปกติ 45 วัน

เหตุการณ์ จรวดกัมพูชาถล่มปั๊มน้ำมัน ครั้งนี้สะท้อนถึงความสำคัญของการกำกับนโยบายร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ไม่มีกฎหมายกำหนดโดยตรง

ในกรณีของประกันภัย บริษัทต่าง ๆ ควรมีความยืดหยุ่นและใส่ใจในคดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ทั้งนี้ประชาชนควรได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสม ไม่ถูกปฏิเสธโดยใช้ข้ออ้างที่ไม่ตรงกับลักษณะของเหตุการณ์จริง

ที่สำหนักงาน คปภ. และกระทรวงพลังงานกำลังเดินหน้าเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสม เพื่อให้ เจ้าของปั๊มน้ำมันถูกจรวดกัมพูชาถล่ม ได้รับการดูแลอย่างครบวงจร และเตรียมแผนรับมือเหตุการณ์ที่คล้ายกันในอนาคตให้ดีกว่าเดิม

ด้านความเห็นส่วนตัว: เหตุการณ์นี้ควรถูกนำมาใช้ทบทวนระบบประกันภัยและนโยบายเยียวยา เพราะภัยคุกคามแบบไม่คาดคิด อาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัยใกล้แนวชายแดน ภาคธุรกิจและหน่วยงานรัฐควรมีการเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันการช่วยเหลือที่ล่าช้าหรือไม่ครอบคลุมอีกในอนาคต

ที่มา – เจ้าของปั๊มน้ำมันถูกจรวดกัมพูชาถล่ม ร้องกระทรวงพลังงานช่วยเยียวยา 20 ล้านบาท คปภ. ยืนยันเหตุไม่ใช่สงคราม บริษัทประกันต้องจ่าย

กระทรวงการต่างประเทศเชิญคณะทูตทั่วโลก แจงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หาทางออกร่วมกันอย่างสันติ

กระทรวงการต่างประเทศเชิญคณะทูตทั่วโลกร่วมรับฟังการบรรยาย ชี้แจงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศแห่งประเทศไทยได้จัดการบรรยายสรุปให้กับคณะทูตจากประเทศต่างๆ รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้นำการบรรยาย พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากกรมเอเชียตะวันออกและกรมองค์การระหว่างประเทศ

รายชื่อคณะทูตและองค์กรที่เข้าร่วมกิจกรรม

  • ผู้แทนเอกอัครราชทูตจาก 27 ประเทศ และ 1 องค์กร
  • อุปทูตรักษาการชั่วคราวจาก 18 ประเทศ
  • ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูต 49 ประเทศ และ 1 องค์กร
  • ผู้แทนจากสถานกงสุลใหญ่ 1 คนจาก 1 ประเทศ
  • รวมผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 127 คนจาก 74 ประเทศ และ 16 องค์กรระหว่างประเทศ

การประชุมครั้งนี้มีจุดประสงค์สำคัญเพื่อชี้แจงให้ประชาคมระหว่างประเทศเข้าใจอย่างตรงไปตรงมาถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงบริเวณชายแดน และแนวทางการจัดการของไทยอย่างสันติ โดยเฉพาะสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชาที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุปะทะบริเวณดังกล่าว

การยืนยันต่อข้อตกลงหยุดยิงและการกำหนดแนวทางจากทั้งสองประเทศ

มาริษยืนยันว่า ประเทศไทยยึดมั่นต่อข้อตกลงหยุดยิง อย่างเคร่งครัด และได้เคยหารือร่วมกันที่มาเลเซียเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมชี้แจงว่าไทยไม่ต้องการยั่วยุหรือยกระดับความตึงเครียดใดๆ ระบุอย่างชัดเจนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ฝ่ายไทยเป็นผู้เริ่มความขัดแย้ง

นอกจากนี้ ไทยยังย้ำต่อการประท้วงแบบสันติและปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการโจมตีโดยไม่เลือกเป้าหมายและการใช้ทุ่นระเบิด ซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดต่ออนุสัญญาออตตาวาที่ไทยได้ให้สัตยาบันไว้

การพบหารือของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไทยและกัมพูชาที่กัวลาลัมเปอร์

ในส่วนของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ที่กำลังจะดำเนินการ มาริษได้กล่าวไว้ว่าเป็นเวทีที่ จะวางกรอบนโยบายระดับสูงเพื่อแก้ไขความขัดแย้ง ระหว่างสองประเทศ และจะเป็นการพบปะหารือระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทยและกัมพูชาโดยตรง ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

รายงานยังชี้ให้เห็นว่า ผู้สังเกตการณ์จากหลายประเทศ เช่น จีน สหรัฐอเมริกา และอาเซียน ก็ให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟัง การแสดงจุดยืนแบบโปร่งใสนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน และลดการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

ย้ำแนวทางของไทย: การเจรจาเฉพาะระหว่างสองประเทศและไม่ยอมรับศาลกลาง

มาริษย้ำว่า ไทยยืนยันกลไกการเจรจาแบบสองฝ่าย (Bilateral Mechanism) เพื่อหาทางออกร่วมกันโดยไม่สนับสนุนให้ระหว่างประเทศเข้ามาแทรกแซงผ่านศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ พร้อมกันนี้ ยังขอให้กัมพูชายึดมั่นต่อเจตนารมณ์เดียวกัน และงดการโจมตีด้วยข้อมูลอันบิดเบือนหรือการปั่นกระแสที่มีแนวโน้มเพิ่มความตึงเครียด

“สุดท้ายซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง คือการปะทะที่เกิดขึ้น ไทยไม่ใช่ผู้เริ่มต้นเหตุ ความต้องการของเราคือการจัดการปัญหาอย่างสันติและเป็นธรรม ขอให้ทั้งสองฝ่ายทำงานร่วมกันอย่างจริงใจ และไม่ใช้สงครามข้อมูลมาสร้างความเข้าใจผิดเพิ่มเติม” เขากล่าวอย่างชัดเจน

การดำเนินการเช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจริงใจของไทยในการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ภายใต้หลักการของกฎบัตรอาเซียนและกฎบัตรสหประชาชาติ โดยหวังว่าการรับฟังตรงนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนในการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างสองประเทศ

ไทยต้องการสันติภาพและทางออกที่เป็นธรรมภายใต้กรอบทวิภาคี

ข้อความที่ผ่านมาช่วยย้ำถึงแนวทางหลักของไทยที่ไม่ได้เริ่มความขัดแย้ง แต่ถูกบังคับให้ต้องตอบโต้อย่างจำเป็นในบางกรณี อย่างไรก็ตาม ไทยพร้อมเดินหน้าเจรจาทันทีที่ได้รับความร่วมมือที่ดีจากฝ่ายต่างๆ โดยเฉพาะกัมพูชา

การเชิญทูตจากทั่วโลกครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ดีที่ไทยยินดีให้ทุกฝ่ายรับฟังหลายมิติของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และเตรียมพัฒนาเครือข่ายระหว่างประเทศที่เข้าใจบทบาทของไทยได้อย่างลึกซึ้งขึ้น

หากต้องการติดตามความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้เพิ่มเติม สามารถติดตามผ่านช่องทางที่หน่วยงานทูตและองค์กรระหว่างประเทศเผยแพร่ต่อเนื่อง ที่สำคัญชาวไทยและชุมชนระหว่างประเทศสามารถมั่นใจได้ว่า ประเทศไทยปฏิบัติตามระเบียบสากล และพร้อมแก้ปัญหาผ่านการพูดคุยอย่างจริงใจ

ที่มา – กระทรวงการต่างประเทศเชิญคณะทูตทั่วโลกร่วมฟังการบรรยาย แจงข้อเท็จจริงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำ “ไทยไม่ได้เริ่มความขัดแย้ง”

NARIT ชี้แจงกรณีลูกไฟสีเขียวใหญ่บนฟ้า และเสียงดังสนั่น คาดอาจเป็นดาวตกชนิดระเบิด ส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์

NARIT ชี้แจงลูกไฟสีเขียวบนฟ้า คาดเป็นดาวตกชนิดระเบิดจากฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์

เมื่อคืนวันที่ 3 สิงหาคม 2568 หลายคนอาจได้พบเห็นปรากฏการณ์ลูกไฟสีเขียววาบผ่านท้องฟ้า ตามด้วยเสียงดังสนั่น โดยข้อมูลจากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (อว.) หรือที่เรารู้จักในชื่อ NARIT ได้ออกมาชี้แจงว่าเหตุการณ์ครั้งนี้อาจเป็น ดาวตกชนิดระเบิด (Bolide) ส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ที่สามารถอธิบายได้ตามหลักวิทยาศาสตร์

ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์คืออะไร?

ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ (Perseids) เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมถึงสิ้นเดือนสิงหาคมของทุกปี โดยดาวตกเหล่านี้เกิดจากการปะทะของเศษฝุ่นและอนุภาคจากดาวหางสวิฟท์-ทัตเทิล (Swift-Tuttle) ที่เคลื่อนตัวผ่านชั้นบรรยากาศโลก ทำให้เกิดแสงสว่างวาบในคืน sky ปรากฏการณ์นี้เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ทางดาราศาสตร์ที่มีความน่าตื่นตาตื่นใจและน่าทึ่งที่สุดในปี

เหตุใดลูกไฟจึงมีสีเขียว?

การที่ดาวตกมีสีเขียวเกิดขึ้นจากองค์ประกอบทางเคมี เช่น แมกนีเซียม ที่เป็นส่วนหนึ่งของวัตถุในอวกาศ ขณะที่มันเคลื่อนที่เข้ามาในชั้นบรรยากาศ จะเกิดการเสียดทานและเกิดความร้อนสูงจนทำให้เกิดแสงขึ้น ซึ่งสีที่เราเห็นขึ้นอยู่กับองค์ประกอบทางเคมี และชนิดของแก๊สในบรรยากาศด้วย

NARIT ชี้แจงเหตุการณ์ลูกไฟสีเขียวได้อย่างแม่นยำ

  • เกิดขึ้นในช่วงเวลา 23.52 – 23.55 น.
  • ได้รับรายงานจากหลายพื้นที่ เช่น กรุงเทพฯ พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี ขอนแก่น เป็นต้น
  • ลูกไฟมีความยาวประมาณ 10 วินาที พร้อมเสียงระดับสูงตามมา

จะพบเห็นได้บ่อยแค่ไหน?

แม้เหตุการณ์ดาวตกชนิด Bolide จะไม่เกิดขึ้นบ่อย แต่ในช่วงเวลาของ Newmoon เราก็มีโอกาสเห็นดาวตกได้ชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงพีคของฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ในคืนวันที่ 12 – 13 สิงหาคม นี้ ซึ่งสามารถปรับตัวชมได้โดยไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อบรรยากาศโลก

สนุกกับปรากฏการณ์ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ได้อย่างปลอดภัย

แม้ดาวตกจะดูตื่นเต้นและน่าหวาดหวั่นบ้าง แต่ก็เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ Astrophysics สามารถอธิบายได้ และ NARIT ชี้แจงกรณีลูกไฟสีเขียวใหญ่บนฟ้า ว่าไม่ควรกังวล เนื่องจากส่วนใหญ่จะเผาผลาญในบรรยากาศหมดแล้วก่อนตกถึงพื้นโลก เหตุการณ์เหล่านี้จึงเป็นโอกาสที่ดีให้เพื่อน ๆ ได้สัมผัสความงามของจักรวาล และอาจเป็นช่วงเวลาที่ดีในการพามิตรสหายหรือครอบครัวออกไปชมดาวตกในช่วงวันแม่ปีนี้

และอย่าลืมติดตามข่าวดาราศาสตร์อื่น ๆ เพื่อไม่พลาดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าตื่นเต้นในอนาคต

ที่มา – NARIT ชี้แจงกรณีลูกไฟสีเขียวใหญ่บนฟ้า และเสียงดังสนั่น คาดอาจเป็นดาวตกชนิดระเบิด ส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์

กรมสุขภาพจิต แนะวิธีดูแลใจเด็กและเยาวชน หลังเผชิญเหตุรุนแรง

วิธีดูแลใจเด็กและเยาวชน หลังเผชิญเหตุรุนแรง

ในทุกวันนี้ เหตุการณ์ความรุนแรงกลายเป็นสิ่งที่เราอาจพบได้ไม่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นเหตุรุนแรงจากสังคมรอบตัวหรือผ่านสื่อหลายรูปแบบ ซึ่งเด็กและเยาวชนถือเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะด้านจิตใจ และนี่คือเหตุผลที่กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ได้แจ้งคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลใจเด็กและเยาวชน หลังเผชิญเหตุรุนแรง เพื่อสร้างความเข้าใจและให้ทุกคนสามารถช่วยกันดูแลพวกเขาได้อย่างเหมาะสม

เหตุผลที่เด็กและเยาวชนต้องการการดูแลพิเศษหลังเผชิญเหตุรุนแรง

เหตุการณ์ความรุนแรงอาจส่งผลอย่างรุนแรงต่อพัฒนาการทางอารมณ์ของเด็ก ซึ่งสาเหตุหลักที่พวกเขาต้องการการดูแลใจแบบจริงจัง มีดังนี้:

  • ไม่เข้าใจเหตุการณ์อย่างถ่องแท้ – เด็กๆ อาจสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งสาเหตุและผลที่ตามมา เนื่องจากวุฒิภาวะที่ยังไม่ถึงขั้นผู้ใหญ่
  • ควบคุมอารมณ์ได้ไม่ดี – ความกลัวหรือความเศร้าที่เกิดจากเหตุการณ์รุนแรงอาจทำให้เด็กไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สุขภาพจิตแย่ลง
  • ไม่มีประสบการณ์รับมือ – เด็กวัยต่างๆ ยังไม่มีความรู้และประสบการณ์ในการรับมือกับปัญหาร้ายแรง จึงอาจทำให้เกิดความสับสนหรือไร้หนทางในชีวิต

ผลกระทบจากการเผชิญกับเหตุรุนแรง

การเผชิญเหตุการณ์รุนแรงไม่ใช่เพียงแค่ประสบการณ์ แต่ส่งผลลึกซึ้งต่อตัวเด็กในหลายด้าน

  • ปัญหาทางสุขภาพจิต – เกิดความวิตกกังวล ความเครียดแบบ PTSD หรืออาการที่สังเกตเห็นทั่วไป เช่น ขี้โมโห นอนไม่หลับ
  • พัฒนาการทางร่างกายและความคิดชะงักงัน – เด็กอาจแสดงพฤติกรรมเด็กเล็กที่เคยผ่านวิกฤตนั้นแล้ว เช่น การปัสสาวะรดที่นอน
  • ผลการเรียนแย่ลง – การขาดสมาธิ หนีเรียน หรือขาดแรงจูงใจในการเรียน เป็นสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม
  • พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง – บางครั้งเด็กอาจกลายเป็นก้าวร้าว หรือเก็บตัวมาก จนส่งผลต่อความสัมพันธ์กับผู้อื่น

แนวทางปฏิบัติเพื่อดูแลใจเด็กและเยาวชนอย่างมีประสิทธิภาพ

กรมสุขภาพจิต ให้ข้อเสนอแนะที่ผู้ปกครองสามารถใช้ได้ทันที เพื่อดูแลใจเด็กและเยาวชน หลังเผชิญเหตุรุนแรง

  • เปิดพื้นที่ให้เด็กเล่าเหตุการณ์ – สิ่งสำคัญคือไม่บังคับ หรือกดดัน เพียงแค่เปิดใจรับฟังด้วยความเข้าใจ
  • ให้เด็กรู้สึกปลอดภัย – การอยู่ใกล้พวกเขา และสร้างบรรยากาศอบอุ่น จะช่วยลดความกลัวและให้พวกเขาเชื่อมั่นในผู้ปกครองมากขึ้น
  • ลดการพูดถึงเหตุการณ์ซ้ำ ๆ – การฟื้นฟูจิตใจจะเกิดได้ หากรอบตัวเด็กมีแต่สิ่งที่สร้างสรรค์ และไม่มีการจี้ซ้ำเติม
  • จัดกิจกรรมที่ช่วยให้พวกเขามีพลัง – เพื่อช่วยฟื้นฟูจิตใจ เช่น การวาดรูป ดนตรี หรือกิจกรรมกลุ่มที่ช่วยดึงสติกลับมา

ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด และรีบขอความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น

ถ้าพบว่าเด็กยังมีอาการที่ผิดปกติในระยะยาว หรืออาการส่อแนวโน้มรุนแรงขึ้น ควรรีบขอการช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งสามารถติดต่อได้ตามช่องทางต่อไปนี้:

  • สายด่วนสุขภาพจิต: 1323 – โทรศัพท์สอบถามหรือขอคำปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • พบแพทย์หรือพยาบาลใกล้บ้าน – การดูแลทางการแพทย์คือทางออกรวดเร็วที่ทำให้เด็กกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ

ที่มา – กรมสุขภาพจิต แนะวิธีดูแลใจเด็กและเยาวชน หลังเผชิญเหตุรุนแรง

สสจ.สุรินทร์ เผยผลสำรวจความเสียหาย รพ.พนมดงรักฯ พุ่ง 45 ล้านบาท หลังถูกโจมตี

สสจ.สุรินทร์ เผยผลสำรวจความเสียหาย รพ.พนมดงรักฯ พุ่ง 45 ล้านบาท หลังถูกโจมตี

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ที่ผ่านมา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ (สสจ.สุรินทร์) ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสภาพความเสียหายของโรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเกิดขึ้นจากการโจมตีจากกองทัพกัมพูชาที่สร้างความตกใจให้กับประชาชนทั่วประเทศ สสจ.สุรินทร์ เผยผลสำรวจความเสียหาย รพ.พนมดงรักฯ อย่างเป็นทางการ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเบื้องต้นมากถึง 45 ล้านบาท

ผลสำรวจสะเทือนใจ สสจ.สุรินทร์ เผยความเสียหายเกินคาด

จากการลงพื้นที่สำรวจเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2568 พบว่าความเสียหายมีความรุนแรงกว่าที่ประเมินจากภาพถ่ายทั่วไป โดยเฉพาะในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานและฐานรากของอาคารต่างๆ ซึ่งส่งผลให้มีความจำเป็นต้องรื้อสร้างใหม่หลายแห่ง

รายการความเสียหายของแต่ละอาคาร

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ สรุปค่าความเสียหายเบื้องต้นของแต่ละอาคารได้ดังนี้:

  • อาคารภูมิพัฒน์: 7 ล้านบาท
  • อาคารขวัญภูมินทร์: 7 ล้านบาท
  • อาคารหลวงตารอด: 15 ล้านบาท
  • อาคารแฟลตพยาบาล 3 ชั้น: 15 ล้านบาท
  • หลังคาห้องน้ำ: 3 แสนบาท
  • ป้อมยาม: 1.5 แสนบาท
  • ป้ายทางออกหน้าโรงพยาบาล: 2 แสนบาท
  • หลังคาหน้าอาคารขวัญภูมินทร์: 2 แสนบาท
  • หลังคาที่จอดรถข้างแฟลตพยาบาล: 2 แสนบาท

การฟื้นฟูเป็นเรื่องเร่งด่วน

สสจ.สุรินทร์ เปิดเผยว่าความเสียหายรุนแรงหลายจุด อาจส่งผลต่อความปลอดภัยในการใช้งานอาคารที่เกี่ยวข้องกับบริการสุขภาพพื้นฐานของประชาชนในพื้นที่ จึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการฟื้นฟูโดยเร็ว เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถกลับมาให้บริการได้สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นจุดตรวจ ห้องพยาบาล หรือพื้นที่จอดรถที่ได้รับผลกระทบหนัก

ความเปลี่ยนแปลงของตัวเลข จาก 3.35 ล้านบาทในช่วงแรก มาเป็น 45 ล้านบาทในปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของความเสียหายที่ไม่สามารถประเมินได้จากการดูภาพถ่ายเพียงอย่างเดียว สิ่งนี้ทำให้เกิดความตระหนักรู้ในเรื่องของการจัดการหลังเหตุการณ์ที่ต้องละเอียดและรอบคอบ เพื่อป้องกันผลกระทบซ้ำซ้อนต่อชุมชน

บทสรุปและข้อคิดจากเหตุการณ์นี้

เหตุการณ์โจมตีครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความเสียหายทางกายภาพอย่างมหาศาล แต่ยังสะท้อนถึงความเปราะบางของบริการสาธารณสุขในพื้นที่ชายแดน การฟื้นฟูโรงพยาบาลพนมดงรักฯ จึงไม่ใช่แค่การซ่อมแซม แต่เป็นการฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชนในระบบสาธารณสุขของประเทศ รัฐบาลควรให้ความสำคัญและสนับสนุนงบประมาณอย่างเร่งรัด เพื่อคืนสภาพพื้นฐานให้บริการด้านสุขภาพในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ที่มา – สสจ.สุรินทร์ เผยผลสำรวจความเสียหาย รพ.พนมดงรักฯ พุ่ง 45 ล้านบาท หลังถูกโจมตี

กอ.รมน. สั่งเข้มเฝ้าระวังภัยโดรนไม่ทราบฝ่าย พร้อมควบคุมแรงงานข้ามชาติเพื่อรักษาความสงบ

กอ.รมน. ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังภัยจากโดรนไม่ทราบฝ่าย

จากสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังคงมีความอ่อนไหวในมิติด้านความมั่นคง กอ.รมน. ได้จัดแถลงข่าวเมื่อวานนี้ (3 สิงหาคม) เพื่อประกาศนโยบายใหม่ในการ เฝ้าระวังภัยจากโดรนไม่ทราบฝ่าย ที่อาจถูกใช้เพื่อสังเกตการณ์ หรือก่อเหตุที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะภายหลังจากมีแนวโน้มโดรนถูกใช้มากขึ้นในทางที่ผิด

มาตรการรับมือเทคโนโลยีไร้คนขับ

กอ.รมน. มีการกำหนดแนวทางการเฝ้าระวังและรับมือกับอากาศยานไร้คนขับอย่างเข้มงวดตามประกาศของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันบูรณาการการปฏิบัติตั้งแต่เขตชายแดนไปจนถึงพื้นที่ส่วนหลัง เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

  • ใช้เทคโนโลยีขัดขวางสัญญาณ (Soft Kill) กับโดรน
  • กรณีจำเป็น สามารถดำเนินการตอบโต้อย่างเด็ดขาด (Hard Kill) ได้ทันที
  • ไม่กระทบความปลอดภัยพลเรือน

ควบคุมแรงงานต่างด้าวอย่างเข้มงวด ป้องกันการลักลอบเข้าเมือง

ในขณะเดียวกัน กอ.รมน. ยังได้สั่งการให้มีการเฝ้าระวังกลุ่มแรงงานกัมพูชาทั้งในกรณีเดินทางกลับประเทศหรือพำนักต่อในไทย โดยเฉพาะในพื้นที่แนวชายแดน ซึ่งเป็นช่องทางลักลอบเข้าเมืองที่พบบ่อย

การเฝ้าระวังดังกล่าวใช้กลไก เครือข่ายความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมมือกับนายจ้างและผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถสังเกตและแจ้งเบาะแสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว

โดยการเคลื่อนไหวด้านนี้ช่วยสนับสนุนภารกิจของกองกำลังรักษาชายแดนและกระทรวงมหาดไทยในเชิงรักษาความปลอดภัยพื้นหลัง

การบูรณาการระหว่างหน่วยงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

กอ.รมน. ได้สั่งการให้ทุกภาคส่วนทั่วรราชอาณาจักร ร่วมกันเฝ้าระวัง โดยเฉพาะ จังหวัดชายแดนบริเวณติดกับกัมพูชา โดยได้จัดพนักงานลาดตระเวน รวมทั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.), กองอาสารักษาดินแดน (อส.), อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) และหน่วยงานความมั่นคงพื้นที่ต่าง ๆ เร่งลงพื้นที่เพื่อสกัดกั้นการใช้โดรนผิดกฎหมายและตรวจสอบแรงงานต่างด้าวอย่างรอบด้าน

ประชาชนสำคัญในการรักษาความปลอดภัย

ท้ายที่สุด กอ.รมน. ขอความร่วมมือจากประชาชนทั่วประเทศให้เป็นหูเป็นตาให้กับหน่วยงาน หากพบเห็น โดรนไม่ทราบฝ่าย ในพื้นที่สำคัญหรือพบบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสผ่านศูนย์รับแจ้งเหตุความมั่นคง กอ.รมน. เบอร์ 1374 ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

การมีส่วนร่วมของทุกคนถือเป็นกุญแจสำคัญในการสนับสนุนการป้องกันประเทศและสร้างระบบความปลอดภัยที่ยั่งยืน ซึ่งสามารถรับมือกับยุคสมัยที่การใช้เทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น

ถือเป็นยุคของการป้องกันด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐและประชาชน ด้วยเทคโนโลยีและการเฝ้าระวังที่สมดุล เพื่อให้เกิดความสงบในทุกภูมิภาค

ที่มา – กอ.รมน. สั่งเฝ้าระวังภัยจากโดรนไม่ทราบฝ่าย พร้อมควบคุมแรงงานข้ามชาติ บูรณาการทุกฝ่ายเพื่อความสงบ

ลูซี่จากอนิเม Cyberpunk: Edgerunners สู่ Guilty Gear Strive

ลูซี่จาก Cyberpunk: Edgerunners ปรากฏตัวในเกม Guilty Gear Strive

แฟนอนิเม Cyberpunk: Edgerunners คงตื่นเต้นไม่น้อยเมื่อตัวละครลูซี่จะกลายเป็นตัว DLC ในเกม Guilty Gear Strive ตามการประกาศในงาน EVO ล่าสุด ซึ่ง Arc System Works เผยให้เห็นว่าว่าที่อิงมาจากเรื่องราวลูซี่ผู้ผ่านการผจญภัยสุดระทึกของ Cyberpunk: Edgerunners คือการแฮ็กจิตใจเธอสลับมายังจักรวาลของ Guilty Gear

5 เหตุผลทำไมลูซี่ถึงเป็นตัวละครที่น่าตื่นเต้นใน Strive

ยังไม่คงถึงที่อยู่ใหม่ของเธอ ลูซี่ยังคงมีเป้าหมายหลักคือค้นหาความจริงว่าทำไมเธอมาอยู่ที่นี่ และจะกลับไปยังโลกของ Cyberpunk: Edgerunners ได้อย่างไร จนกว่าเธอจะพบคำตอบ เธอมีอาวุธอย่าง ,hack ที่ใช้รบกับผู้เล่นอื่น เช่น Sol Badguy

  • ตัวละครลูซี่มาจากอนิเม Cyberpunk: Edgerunners
  • เทคนิคการต่อสู้หยิบบทเรียนจากเรื่องราวเดิมมาปรับใช้
  • กลไกการแฮ็กที่ใช้ทำให้ศัตรูไร้พลังเป็นที่น่าเหลือเชื่อ

ความสนุกของ Cyberpunk: Edgerunners และการผจญภัยของลูซี่ใน Guilty Gear Strive ไม่มีแค่ในสโตรี่โหมดแต่ยังขยายตัวไปจนถึงการแข่งขันระดับแชมป์ แฟนๆ จะได้เห็นรายละเอียดย้อนแย้งเรื่องราวของเธอที่ผสานโลกอนิเมและเกมด้วยกันอย่างสร้างสรรค์

สิ่งที่โดดเด่นคือลูซี่เป็นตัวละครแขกรับเชิญคนแรกในจักรวาล Guilty Gear และยังคงที่สองกับธีมอนิเมต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้จะพร้อมเล่นได้ในวันที่ 21 ส.ค. นี้!

ที่มา – ‘Cyberpunk: Edgerunners’ Star Lucy Finally Comes to ‘Guilty Gear Strive’After making it through ‘Cyberpunk: Edgerunners,’ Lucy’s taking a vacation in ‘Guilty Gear Strive’ later this month.