ผู้เขียน: lalika69_admin

ยานอวกาศพาณิชย์ลำแรกของโลก อาจเลื่อนกำหนดบินปี 2025!

การบินรอบแรกของ ยานอวกาศพาณิชย์ลำแรกของโลก ที่ทุกคนรอคอย อาจต้องเผชิญกับการเลื่อนกำหนดการอีกครั้ง หลังบริษัท Sierra Space ยังคงทดสอบยาน Dream Chaser อย่างละเอียด แม้จะตั้งเป้าหมายว่าจะส่งยานชื่อ Tenacity ขึ้นสู่อวกาศในปี 2025 แต่ล่าสุด นางดาลีนา ไวเกล ผู้จัดการโครงการสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ของ NASA ได้เปิดเผยในการประชุมกับสื่อว่า ยังมีงานสำคัญหลายขั้นตอนที่ต้องทำให้เสร็จก่อนยานจะพร้อมบรรทุกสัมภาระสู่สถานี ทั้งการทบทวนความปลอดภัยแบบบูรณาการและการปรับปรุงตารางเวลาใหม่ ซึ่งทำให้โอกาสมากที่จะไม่ทันกำหนดการดังกล่าว

ยานอวกาศพาณิชย์ลำแรกของโลก อาจไม่พร้อมบินเร็วๆ นี้

Dream Chaser เป็นโครงการพัฒนายานอวกาศที่ใช้เวลากว่า 8 ปี นับตั้งแต่ NASA มอบสัญญา Commercial Resupply Services 2 (CRS-2) ให้ Sierra Space ในปี 2016 เพื่อบรรทุกสัมภาระขึ้น ISS อย่างน้อย 7 รอบ แผนเริ่มต้นคือการบินเดบิวต์ในปี 2020 แต่ต้องสะดุดด้วยปัญหาทางเทคนิคและขั้นตอนการรับรอง แม้ปัจจุบันยังคงปรากฏอยู่ในปฏิทิน NASA แต่ความเห็นของผู้จัดการ ISS ชี้ว่าความล่าช้าครั้งนี้อาจสร้างความกังวลให้แฟนพันธุ์แท้อวกาศรอบโลก

เหตุผลหลักที่ทำให้ ยานอวกาศพาณิชย์ลำแรกของโลก อาจไม่พร้อมบินเร็วๆ นี้

ยาน Dream Chaser ถูกออกแบบให้เป็นยานล้ำสมัยที่รวมจุดเด่นของ Space Shuttle เข้าไว้ด้วยกัน โดยบินสู่อวกาศชั้นต่ำผ่านจรวดแม่ แต่จะลงจอดบนรันเวย์เหมือนเครื่องบินทั่วไปเมื่อกลับสู่โลก พร้อมปีกพับที่กางออกเมื่อบินในอวกาศและแผงโซลาร์เซลล์ผลิตพลังงาน รวมถึงแผ่นเกราะกันความร้อนป้องกันการเผาไหม้ขณะเข้าชั้นบรรยากาศ แต่การพัฒนายานต้องใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้

  • การรับรองซอฟต์แวร์ล่าช้า – เป็นงานหลักที่ยังค้างอยู่ หลังจากความล้มเหลวของ Boeing Starliner เมื่อปี 2019 ที่เกิดปัญหาซอฟต์แวร์จนทำให้นักบินอวกาศติดอยู่บน ISS นาน 9 เดือน เหตุการณ์นี้ทำให้ NASA เข้มงวดขึ้นในการตรวจสอบซอฟต์แวร์ยานใหม่
  • จรวด Vulcan Centaur ยังไม่ผ่านการทดสอบ – Tenacity จะใช้จรวดเวอร์จิ้นจาก United Launch Alliance แต่จรวดขนาด 61 เมตรนี้เกิดข้อผิดพลาดของระบบบูสเตอร์ในการบินทดสอบครั้งที่สอง เมื่อตุลาคม 2024 ส่งผลให้ต้องเลื่อนการรับรองขั้นสุดท้ายจาก U.S. Space Force
  • ปัญหาเชิงระบบ – ไวเกลระบุชัดว่า ‘คนส่วนใหญ่ประเมินความซับซ้อนของการสร้างยานอวกาศผิดไป’ โดยเฉลี่ยโครงการใหม่ใช้เวลา 8-10 ปี กว่าจะพร้อมบินจริง ดังเห็นในกรณี Starliner ที่ใช้เวลากว่า 14 ปี

การเลื่อนเวลานี้สะท้อนความท้าทายของโครงการยานอวกาศเชิงพาณิชย์ แม้ SpaceX จะประสบความสำเร็จกับยาน Dragon แต่ NASA ยังต้องการทางเลือกอื่นสำหรับขนส่งทั้งสัมภาระและนักบิน โครงการ Dream Chaser ถูกมองว่าเป็น ‘ความหวัง’ ในการฟื้นฟูคอนเซปต์ยานที่ลงจอดทางรันเวย์ แทนที่จะจอดแบบลดกระแทกด้วยร่มชูชีพ แต่ความล่าช้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้คำถามถูกซัก ‘แล้วเมื่อไหร่มันจะบินได้จริง’

ปัจจุบัน Sierra Space ซึ่งตั้งอยู่ที่โคโลราโด กำลังเร่งทดสอบระบบหลายส่วน โดยเฉพาะการทบทวนความปลอดภัยแบบรวมทั้งลำ ขณะที่จรวด Vulcan Centaur มีคิวงานค้างสำหรับภารกิจความมั่นคงแห่งชาติเมื่อได้รับการรับรอง ความท้าทายด้านวิศวกรรมนี้ไม่ใช่แค่การปรับจูนยาน แต่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบที่เชื่อมโยงกัน

สำหรับแฟนๆ อวกาศไทย ข่าวนี้อาจทำให้ต้องปรับความคาดหวัง แม้ Dream Chaser จะไม่ใช่ยานส่งมนุษย์เหมือน Starliner แต่การเลื่อนเวลานำเสนอ ‘ยานอวกาศพาณิชย์ลำแรกของโลก’ ที่อาจไม่พร้อมบินจริงเร็วๆ นี้ ก็ส่งสัญญาณว่าการพัฒนายานประเภทนี้ยังซับซ้อนเกินกว่าความเร็วมาตรฐาน

นักวิเคราะห์ชี้ว่า NASA กำลังเรียนรู้บทเรียนจากความผิดพลาดของ Boeing จนอาจ ‘ตีกรอบ’ Sierra Space ให้ทดสอบซ้ำแม้เห็นว่ายานใกล้พร้อม ความปลอดภัยถือเป็นหัวใจ เพราะไม่มีใครอยากเห็นสถานการณ์ซ้ำรอยที่ทำให้นักบินอวกาศติดค้างในวงโคจร

ในทางปฏิบัติ การล่าช้าหมายความว่า NASA อาจต้องพึ่งพาเฉพาะยาน Dragon ของ SpaceX จนถึงปี 2026-2027 เท่านั้น ขณะที่กลุ่มนักลงทุนและผู้ติดตามโครงการ Dream Chaser เตรียมใจรับความจริงที่ว่า แม้จะเป็น ยานอวกาศพาณิชย์ลำแรกของโลก ที่ออกแบบฉลาดล้ำ แต่การผสานเทคโนโลยีทุกชิ้นส่วนให้ทำงานร่วมกันได้สมบูรณ์ ก็ยังเป็นบททดสอบที่หนักหน่วง

แม้ข่าวจะไม่เป็นใจ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าโครงการล้มเหลว การหยุดแก้ไขปัญหาอย่างละเอียดก่อนบินจริง แสดงถึงความรับผิดชอบต่อชีวิตนักบินและภารกิจอวกาศที่เสี่ยงทุกสตรอปกับการผิดพลาด ดังนั้นแทนที่จะมองว่าเป็นความล่าช้า นี่คือการเดินเกมอย่างรัดกุมของ NASA ที่ต้องการให้ ยานอวกาศพาณิชย์ลำแรกของโลก บินได้อย่างปลอดภัย 100%

ในยุคที่อวกาศเปิดสู่เอกชนมากขึ้น ความล่าช้าของ Dream Chaser ก็เป็นบทเรียนสำคัญว่า ‘อวกาศไม่โกหก’ การคำนวณผิดแค่ 0.1% ก็อาจทำให้ภารกิจพังทลาย แต่เมื่อบินได้ ก็จะปฏิวัติการเข้าถึงอวกาศชั้นต่ำให้เป็นเรื่องง่ายดายกว่าเดิม ผู้ติดตามควรหมั่นตรวจสอบข่าวสารผ่านช่องทางการรับรองของ NASA เพื่อรับทราบความคืบหน้าแบบ Real-Time

หากคุณสนับสนุนการสำรวจอวกาศ ช่วยแชร์ข่าวนี้เพื่อส่งกำลังใจให้ทีมวิศวกร และติดตามการอัปเดตการทดสอบผ่านเว็บ Sierra Space โดยตรง!

ที่มา – The World’s First Commercial Spaceplane Won’t Be Launching Anytime SoonThe next-generation vehicle has been a long time in the making, but it likely won’t meet its launch deadline in 2025.

Roku เปิดตัว Howdy บริการสตรีมมิ่งไม่มีโฆษณาในราคา $2.99 ต่อเดือน

Roku เปิดตัว Howdy บริการสตรีมมิ่งไม่มีโฆษณาในราคา $2.99 ต่อเดือน

หากคุณกำลังมองหาทางเลือกใหม่ของบริการสตรีมมิ่งที่ไม่มีโฆษณาแล้วละก็ Howdy บริการล่าสุดจาก Roku นับเป็นทางออกที่น่าสนใจในยุคที่ราคาสมาชิกลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริการนี้เปิดตัวในราคาเพียง $2.99 ต่อเดือน พร้อมเนื้อหาที่ครอบคลุม 10,000 ชั่วโมงหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์คุณภาพระดับรางวัลอย่าง The Graduate, Reservoir Dogs และ Dirty Dancing รวมถึงซีรีส์พิเศษจาก Roku Original

จุดเด่นของ Howdy ที่คุณไม่ควรพลาด

  • ค่าสมาชิกเริ่มต้นที่ $2.99 ต่อเดือน ไม่มีโฆษณาให้รบกวนขณะรับชม

  • เนื้อหาจากพันธมิตรชั้นนำ เช่น Lionsgate, Warner Bros. Discovery และ FilmRise

  • รองรับการรับชมบนอุปกรณ์ Roku ก่อนขยายสู่แพลตฟอร์มมือถือและอื่น ๆ

Roku ชูแนวคิด ‘เติมเต็ม’ ไม่ใช่แข่งขัน

แม้จะมีรูปแบบการให้บริการคล้าย Netflix หรือ Peacock แต่ Anthony Wood ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Roku ย้ำชัดว่า Howdy ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อแข่งขันโดยตรงกับบริการอื่น ๆ ที่ให้ความบันเทิงแบบครบวงจร แต่เป็นการให้ผู้ชมได้สัมผัสความสะดวกในการรับชมคอนเทนต์คลาสสิกโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายขั้นสูง

การเปิดตัว Howdy ยังเกิดขึ้นในช่วงที่บริการแบบไม่มีโฆษณาปรับขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น Netflix พีคหน้าตัก $24.99 ต่อเดือน ขณะที่ Peacock เพิ่มแพลนสำหรับสมาชิกหลักเป็น $16.99 ต่อเดือน ในปีนี้

การวางกลยุทธ์หลังการเปิดตัว

The Roku Channel ที่ให้บริการแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่แสดงโฆษณาตั้งแต่ปีก่อน ได้รับการตอบรับดีจากกลุ่มผู้ชมทั่วโลก โดยข้อมูลจาก Nielsen เผยให้เห็นว่าเดือนมิถุนายนปีนี้ มียอดผู้ใช้งานเกินกว่า 125 ล้านคนต่อวัน

บริการใหม่นี้ยังมาพร้อมกับแผนการขยายตลาดที่ไม่ควรมองข้าม Roku เพิ่งปิดดีลพันธมิตรโฆษณาครั้งสำคัญกับ Amazon Ads ที่ช่วยสร้างการเข้าถึงผู้ชมได้กว่า 80 ล้านครัวเรือนในสหรัฐฯ รวมทั้งการซื้อกิจการ FrndlyTV ที่ให้บริการทีวีแบบถ่ายทอดสดสำหรับช่องคุณภาพ 50 แห่งในราคา $8.99-12.99 ต่อเดือน เพื่อยกระดับระบบนิเวศ

ผู้ชมชาวไทยสามารถติดตามการเปิดให้บริการของ Howdy ได้ผ่านอุปกรณ์ Roku โดยให้บริการหลักที่ไม่มีข้อจำกัดด้านเนื้อหา หากคุณกำลังมองหาทางเลือกในการประหยัดค่าบริการรายเดือนบนแพลตฟอร์มที่ใช้งานได้จริง การเริ่มต้นกับ Howdy อาจเป็นคำตอบสำหรับคุณ

ที่มา – Roku Just Launched an Ad-Free Streaming Service for $2.99 a MonthSay hello to Howdy.

มาร์ก แฮมิลล์ถูกเลือกให้แสดงในหนังสะท้อนจักรวาลไซไฟดิสโทเปีย ‘The Long Walk’ ด้วยคุณภาพแห่งการตีความลุคว่ารุ่นเดอะลูค สกายวอร์คเกอร์

สำหรับแฟนหนังต่างรู้ดีว่ามาร์ก แฮมิลล์นั้นเคยแสดงความไม่เห็นด้วยต่อทิศทางของตัวละครลูค สกายวอร์คเกอร์ที่ปรากฏในภาพยนตร์ Star Wars: The Last Jedi โดยเขาเคยเผยถึงประเด็นนี้มาแล้วหลายครั้งบนแพลตฟอร์มต่างๆ รวมถึงล่าสุดกับการสัมภาษณ์จาก Gizmodo ที่เน้นว่าตัวละครลูคมีความแตกต่างจากบทที่เขามอบจิตวิญญาณไว้สมัยถ่ายทอดฉากสุดท้ายในหนัง ภาคต่อ นั้นๆ แม้ผู้แสดงเจ้าของบทลูคจะปิดประตูไม่กลับมารับบทนี้อีกในอนาคต แต่ผลงานการแสดงอื่นๆ ของเขายังได้รับการจับตามองเท่าใดนัก

‘The Long Walk’ ต้องการมาร์ก แฮมิลล์ จากการตีความลูครุ่นใหม่

ในภาพยนตร์ดิสโทเปียที่กำลังจะออกฉาย The Long Walk กำกับโดยนายฟรานซิส ลอว์เรนซ์ ผู้มีผลงานโดดเด่นในชุด The Hunger Games แฮมิลล์ได้รับบทบาทสำคัญเป็น ‘เลธีฟอร์ม’ หรือผู้ดูแลกิจกรรมเดินแข่งที่ยาวนานและโหดร้ายตามชื่อเรื่อง ซึ่ง JT Mollner ผู้เขียนบทหนังระบุว่าหนึ่งในเหตุผลหลักที่เลือกแฮมิลล์คือการแสดงลูค สกายวอร์คเกอร์ที่แก่ลงใน Star Wars ภาคต่อ ที่มีน้ำเสียงและอากัปกิริยาซึ่งสะท้อนความเมื่อยล้าทางจิตใจได้อย่างเศร้าลึกซึ้ง

ลูค สกายวอร์คเกอร์ vs ตัวละครในภาพยนตร์ ‘The Long Walk’

  • ลูค สกายวอร์คเกอร์: ตัวละครผู้สูญเสียความเชื่อมั่น ถูกความผิดบาปและโทสะคุกคาม
  • เลธีฟอร์ม: ตัวละครคนร้ายร่วมประชันด้วยรูปลักษณ์เย็นชาแต่แอบซ่อนความลึกหลายชั้น

นี่จึงทำให้ ‘The Long Walk’ ต้องการมาร์ก แฮมิลล์ โดยเฉพาะคุณภาพในการสื่ออารมณ์ความเฉียบคมพร้อมทั้งน้ำเสียงเย็นชาที่เขานำมาจากบทลูคใน The Last Jedi โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ผู้ชมรู้สึกได้ถึงความแตกต่างของผู้แสดงเมื่อปะทะกับโทสะแห่งตนเอง คุณสมบัตินี้จะถูกปรับใช้ให้เข้ากับการสร้างความน่ากลัวของ ‘เลธีฟอร์ม’ ซึ่งตามบทหนังต้องดูแลการแข่งขันเดินที่ผู้เข้าร่วมสูญเสียทั้งชีวิตและจิตวิญญาณ

The Long Walk ยังมีนักแสดงคนอื่นๆ ที่ควบคู่แสดงความลึกได้ไม่น้อย เช่น Cooper Hoffman, David Jonsson และ Judy Greer หนังมีกำหนดฉายอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 กันยายนนี้ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่จะได้สัมผัสผลงานการแสดงที่ปรับลุคร้ายจนเหลืออดของมาร์ก แฮมิลล์

ไม่ว่าจะผ่านบทบาท Superman หรือรับบทเสียงพากย์จ็อกเกอร์ในยุคหนึ่ง แฮมิลล์ยังคงเดินหน้าเพิ่มเสน่ห์การแสดงทั้งในโลกแฟนตาซีและโลกความจริง dystopian ที่ The Long Walk เป็นเพียงผลงานเร็วๆ นี้ที่ควรตามติด

ที่มา – ‘The Long Walk’ Wanted Mark Hamill for His ‘Star Wars’ Sequels PerformanceLuke Skywalker as we saw him in ‘The Last Jedi’ had a quality the creators of the dystopian Stephen King adaptation were looking for.

ผู้ถือหุ้นฟ้องเทสลา-อีลอน มัสก์ ชี้ Robotaxis ฝ่าฝืนกฎหมายจราจร

ผู้ถือหุ้นฟ้องเทสลาและอีลอน มัสก์ ชี้ Robotaxis ฝ่าฝืนกฎหมายจราจร

ในวันจันทร์ที่ผ่านมา ผู้ถือหุ้นของเทสลากลุ่มหนึ่งได้ยื่น ฟ้องร้องบริษัทเทสลา และ CEO อีลอน มัสก์ ต่อศาลากลกลางของสหรัฐฯ โดยอ้างว่าทั้งบริษัทและมัสก์ให้ ข้อมูลเท็จ เกี่ยวกับความปลอดภัยของบริการ Robotaxis รวมถึงความเข้มงวดในการกำกับดูแลจากรัฐบาลเมื่อเปิดตัวรถยนต์อัตโนมัติ

บริการ Robotaxis ของเทสลาเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส โดยมี มนุษย์เฝ้าระวัง (safety monitor) นั่งอยู่ด้านเบาะผู้โดยสารเพื่อดูแลการใช้งาน ทั้งยังจำกัดพื้นที่ให้ทำงานได้เฉพาะบริเวณในเมืองเท่านั้น แม้จะมีการป้องกันความเสี่ยงตามที่เทสลาอ้าง แต่มี วิดีโอ หลายคลิปกะท่อนที่ผู้ใช้ในโลกออนไลน์โพสต์ถึงพฤติกรรมของ Robotaxis ที่ใช้งานอย่างผิดปกติ

ความกังวลจากกฎหมายจราจรและการกำกับดูแล

ใน บทความจาก Bloomberg วันที่ 23 มิถุนายน ได้ระบุถึงพฤติกรรมของเทสลา Robotaxis ที่ ฝ่าฝืนกฎจราจร ตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้บริการ เช่น การขับผิดช่องทาง และ ขับเร็วเกินไป ขณะเดียวกัน NHTSA (National Highway Traffic Safety Administration) ก็กำลังให้ความสำคัญกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคลิปดังกล่าว

นอกจากนี้ในช่วง การสัมมนาผลประกอบการ เมื่อเดือนเมษายน มัสก์เคยให้สัญญาว่า Robotaxis จะถูกเปิดตัวอย่างประสบความสำเร็จ แม้ขณะนั้นเทสลากำลังเผชิญกับการ ลดลงของกำไร ถึง 71% โดยมัสก์ยังคงยืนยันว่าสิ่งใหญ่กำลังจะมาถึง ทั้งนี้บริการ Robotaxis ยังทำให้ราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงตามประเด็นที่เกิดขึ้น

  • ไม่มีช่วงเวลาเกิน 3 เวอร์ชันที่มัสก์ให้สัญญาไว้ตอนนี้กลายเป็นจริง
  • หุ้นของเทสลาเกิดดิ่งลงต่อเนื่องในช่วงปีนี้จากปัจจัยหลายด้าน
  • Cybercab อาจยังไม่มีกำหนดการจริงจากคำสัญญาของมัสก์ในตอนนี้

ทางด้านปัญหาอื่นๆ ศาลเมืองมิامي เพิ่งมีคำพิพากษาให้เทสลาต้องชดใช้เงิน 240 ล้านดอลลาร์ ให้กับนักลงทุนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ Autopilot ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นพื้นฐานที่พัฒนาความเป็นอิสระให้กับ Robotaxis และ Cybercab

ในเวลาไล่เลียง ทางเทสลายังให้ ทดลองบริการ Robotaxis เพิ่มเติมที่บริเวณอ่าว ซานฟรานชิสโก เมื่อสิ้นเดือนกรกฎาคม แม้ว่า ผู้ว่าจ้างจะกำหนดข้อจำกัด ให้เป็นรถที่ใช้ได้เฉพาะกลุ่มพนักงานและคนใกล้ชิดเท่านั้น แต่ มัสก์กลับยืนยันบนแพลตฟอร์ม X ว่ามี การทดสอบในวงกว้าง มากกว่านั้น

อย่างไรก็ตาม เทสลายังไม่ได้ตอบกลับคำถามในเวลาที่กำหนด และอาจไม่ให้ความร่วมมือในกระบวนการนี้ เนื่องจากบริษัทยุบ แผนกประชาสัมพันธ์ ไปตั้งแต่ปี 2020 โดยมัสก์ถูกวิพากษ์หนักตลอดช่วงหลังจากทัศนคติต่อสื่อที่ไม่เป็นมิตรของเขานั่นเอง

ที่มา – ผู้ถือหุ้นฟ้องเทสลาและอีลอน มัสก์ เผย Robotaxis เสี่ยงต่อการละเมิดกฎจราจร

การสนทนา ChatGPT รั่วไหล: ผู้คนขอให้บอททำบางอย่างที่ไม่ควรตอบ

การสนทนา ChatGPT รั่วไหล: ประเด็นด้านจริยธรรมและความเป็นส่วนตัว

แม้หลายคนจะรู้ดีว่า การสนทนา ChatGPT ที่รั่วไหล ไม่ใช่เรื่องลับ แต่ผู้ใช้งานยังคงพยายามให้แชทบอทช่วยแก้ปัญหาส่วนตัวลึกซึ้ง หรือแม้แต่สร้างเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมโดยส่งคำถามต่างๆ จนบางกรณีถูกบันทึกและค้นหาได้จากเครื่องมือค้นคว้าต่างๆ

สิ่งไม่ควรตอบ: การใช้ ChatGPT เพื่อจุดประสงค์มิชอบ

ตามที่นักสืบสวน Henk van Ess จาก Digital Digging รายงาน เฟะตูเรการเเชร์บทสนทนาของ ChatGPT ทำให้ข้อมูลสาธารณะถูกจัดเก็บอยู่ในเครื่องมือค้น ทำให้สามารถหา การสนทนา ChatGPT ที่รั่วไหล ทั้งหมดนี้ได้ง่าย โดยเฉพาะเนื้อหาที่แสดงถึงจริยธรรมของมนุษย์ได้อย่างชัดเจน

ตัวอย่างหนึ่งที่น่าตะลึงคือผู้ใช้ชาวอิตาลีอ้างว่าเป็นทนายให้บริษัทพลังงาน และพยายามขอลัดขั้นตอน การสนทนา ChatGPT ที่รั่วไหล การเจรจาต่อรองราคาขายที่ดินของชนเผ่าพื้นเมือง โดยใช้ความไม่เข้าใจตลาดของชุมชนมาเป็นข้อได้เปรียบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดูปลุกปั่นให้ระบบช่วยสิ่งไม่ถูกต้อง

บทสนทนาที่ต้องเฝ้าระวัง

  • ผู้ใช้หน่วยงานด้านวิชาการตรวจสอบต่างประเทศถามถึงผลกระทบหากสหรัฐล่มสลาย
  • ทนายใช้บอทสร้างคำพิพากษาทั้งที่ไม่รู้คำรับรองคดี
  • ผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัววางแผนหนีจากสถานการณ์
  • กรณีละเอียดอ่อนเช่นการวิจารณ์รัฐบาลอียิปต์

สิ่งไม่ควรถูกเผยแพร่ที่พบใน การสนทนา ChatGPT ที่รั่วไหล

หัวใจสำคัญคือการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวและการใช้งานที่อาจส่งผลเสียต่อผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเมื่อผู้ใช้คิดว่าบทสนทนาเหล่านี้เป็นความลับ เหตุการณ์นี้เตือนใจเราว่าเทคโนโลยีอาจไม่ปลอดภัยเสมอไป

แม้อดีตที่คล้ายกันกับระบบassistantเสียงจะช่วยฝึกให้ระบบดีขึ้น แต่การสนทนาพิมพ์ใน ChatGPT กลับละเอียดและลึกซึ้งกว่า ซึ่งทำให้ผู้คนเผลอเปิดเผยทั้งชื่อและข้อมูลทางการเงิน มาตรการด้านความปลอดภัยจึงจำเป็นต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้นักพัฒนายังต้องเผชิญกับความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับ การสนทนา ChatGPT ที่รั่วไหล ทั้งในด้านจริยธรรมและความปลอดภัย หากคุณมีประสบการณ์หรือข้อคิดเห็น อย่าลังเลที่จะแบ่งปันเพื่อร่วมกันสร้างความตระหนักรู้ที่กระจ่างชัดบนโลกดิจิทัล

ที่มา – Leaked ChatGPT Conversations Show People Asking the Bot to Do Some Dirty WorkSome questions should not be answered.

สวนสัตว์โอเพนด์ขอความร่วมมือประชาชนบริจาคสัตว์เลี้ยงเพื่อเลี้ยงสัตว์กินเนื้อ

สวนสัตว์โอเพนด์ขอความร่วมมือประชาชนบริจาคสัตว์เลี้ยงเพื่อเลี้ยงสัตว์กินเนื้อ

เหตุการณ์สุดถกเถียงจากสวนสัตว์โอเพนด์ในเดนมาร์กที่ประกาศขอความร่วมมือให้ประชาชนบริจาคสัตว์เลี้ยงส่วนตัวอย่างไก่ กระต่าย หรือหนูตะเภา เพื่อใช้ในการเลี้ยงสัตว์กินเนื้อในสวนสัตว์ โดยอ้างถึงการจำลองห่วงโซ่อาหารตามธรรมชาติเพื่อส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งต้องเผชิญกระแสวิจารณ์หนักในโซเชียลมีเดียหลังโพสต์เผยแพร่

เหตุผลของสวนสัตว์โอเพนด์เกี่ยวกับการขอสัตว์เลี้ยง

จากข้อความในโพสต์เฟซบุ๊ก สวนสัตว์โอเพนด์ชี้แจงว่า “สัตว์เหล่านี้คล้ายกับสัตว์ที่นักล่าจะล่าในธรรมชาติ” และย้ำว่ามีความรับผิดชอบในการรักษาสมดุลห่วงโซ่อาหาร นอกจากนี้ยังระบุว่าหากคุณมีสัตว์เลี้ยงที่จำเป็นต้องจากไปด้วยเหตุผลบางประการ สามารถส่งมาได้โดยเจ้าหน้าที่จะดูแลขั้นตอนการจบชีวิตอย่างอ่อนโยนก่อนใช้เป็นอาหารสัตว์กินเนื้อ

  • สัตว์เป้าหมาย: ไก่ กระต่าย หนูตะเภา (และแม้แต่ม้า)
  • กระบวนการ: วิธีทำลายชีวิตโดยไม่ทำให้สัตว์เจ็บปวด
  • เป้าหมาย: รักษาพฤติกรรมตามธรรมชาติและโภชนาการของสัตว์กินเนื้อ

เสียงวิจารณ์จากสังคมออนไลน์

โพสต์ดังกล่าวทำให้เกิดการตอบโต้ในเชิงลบอย่างรวดเร็วดังจะเห็นได้จากคอมเมนต์ที่อ้างถึงว่าเป็นแนวคิด “ล้มล้างจิตใจมนุษย์” และวิพากษ์ถึงความไร้มนุษยธรรม โดยสวนสัตว์ต้องรีบปิดการคอมเมนต์รวมถึงให้คำชี้แจงผ่านช่องทางอื่น ด้วยการเน้นว่าทุกขั้นตอนทำด้วยความใส่ใจและไม่ทิ้งเศษอาหารเพื่อความยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม การสูญเสียสัตว์เลี้ยงส่วนตัวเพื่อเป็นอาหารสัตว์กินเนื้ออย่างสวนสัตว์โอเพนด์อาจสะท้อนช่องว่างของมุมมองระหว่างผู้ทำงานในอุตสาหกรรมสัตว์ป่ากับกลุ่มคนทั่วไปที่มองว่าสัตว์เลี้ยงคือสมาชิกในครอบครัว ไม่ใช่อาหารชิ้นโตซึ่งอาจเป็นเหตุผลหลักทำให้เกิดความไม่เข้าใจทางวัฒนธรรมครั้งนี้

สุดท้ายแล้ว สวนสัตว์ควรทบทวนแนวทางการสื่อสารใหม่ให้มีความละเอียดอ่อน โดยเฉพาะกับประเด็นที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงส่วนตัวของผู้คน เพราะคำขอใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคสัตว์เลี้ยงเพื่อเป็นอาหาร เปรียบเสมือนการท้าทายความรู้สึกของผู้ที่รักสัตว์ทั่วโลก

ที่มา – สวนสัตว์โอเพนด์ขอความร่วมมือประชาชนบริจาคสัตว์เลี้ยงแก่สัตว์กินเนื้อ ส่อแรงสังคม

โจช โบรลิน กับ 3 เรื่องดังที่เขามอง ‘ดูน 3’ พร้อมอัปเดต ‘Weapons’

โจช โบรลิน กับ ‘Weapons’, ‘Dune 3’ และความคิดเห็นเกี่ยวกับการตลาดยุคปัจจุบัน

นักแสดงฮอลลีวูดผู้สร้างตำนาน โจช โบรลิน (Josh Brolin) ยังคงเป็นหนึ่งในตัวละครทรงพลังในวงการภาพยนตร์ร่วมสมัย เขาไม่เพียงรับบทบาทหลากหลายจากตะวันตกไปจนถึงไซไฟตามที่จาก Outer Range หรือ Goonies เท่านั้น แต่ยังมีความเห็นลึกซึ้งเกี่ยวกับทั้งการสร้างภาพยนตร์ ‘Weapons’ และ ‘Dune 3’ รวมถึงมุมมองของเขาที่มีต่อพื้นแบบการโปรโมตแบบยุคใหม่ ที่อาจทำลายประสบการณ์การดูหนังโดยไม่จำเป็น

‘Weapons’ หนังสยองตัวแทนของครอบครัว

ในภาพยนตร์เรื่อง Weapons Brolin มารับบท อาร์ เชอร์ (Archer) พ่อของเด็กที่ถูกหายตัวลึกลับไปกับเด็กนักเรียนทั้งห้อง ณ หนึ่งคืนลึกลับ กระบวนการตัดสินใจเข้าร่วมด้วยนักแสดงระดับราชาชนิดนี้ก็ไม่ธรรมดา จากการที่เขาบอกกับ io9 ว่าสถานการณ์การรับบทนี้เริ่มต้นโดย Pedro Pascal เคยเป็นตัวเลือกแรกแต่ต้องถอนตัว สิ่งที่ดึงดูดนักแสดงคนนี้ให้ตกลงคือการเขียนบทที่ Zach Cregger นำเสนอ ซึ่งนำแนวคิดสยองขวัญมา TRACK ความแตกต่าง โดยเฉพาะการผสมผสานระหว่างความมืดมนกับอารมณ์คอมเมดี้

“ผมคือคนแบบไม่เชื่ออะไรง่ายๆ”, Brolin กล่าว, “แต่พบว่า Weapons เป็นบทที่มีความลึก ไม่ใช่แค่พยายามทำให้คนกลัวแต่ยังสะท้อน ‘การกลับตัวของลูกผู้ชาย’ ผ่านความสูญเสีย”

เงื่อนงำล่าสุดเกี่ยวกับ Dune 3 และเวอร์ชัน Goonies 2

แม้มีข่าวลือของ ‘Dune 3’ และแผนสร้าง ‘Goonies 2’ ที่ต้องจับตาว่าจะให้บทบาทใดกับ Brolin แต่ตัวเขาตอบอย่างเล่นมุกว่า “ตอนนี้ผมในลอสแองเจลิส ยังไม่เห็นบทเลยครับ อย่าลืมมือไหว้แล้วนิ้วถูกกันนะ!”

โจช โบรลินกับการค้านภาคต่อ Goonies

สำหรับ Weapons ที่กำลังจะออกฉาย Brolin ดูตื่นเต้น แต่เมื่อกล่าวถึง Goonies 2 เขากลับมีท่าทีไม่อยากให้เกิดขึ้น “หนังนั้นลืมปิดสิ่งที่เราตีความแล้ว มันมีมนต์เสน่ห์เฉพาะตัวที่ภาคต่อมาย่อฐานะุดมได้ ถ้าทำต่อด้วยบทใหม่ อาจทำลายความภูมิใจในแบบฉบับปี 1985”

การอัปเดตเรื่อง Outer Range และความคิดเห็นการตลาด spoily

เหลืออารมณ์ ‘เรื่องราวที่แตกดิ้น’ เป็นปัญหาใหญ่ที่ Brolin เกิดความไม่พอใจ โดยเฉพาะการที่ Outer Range ถูกยกเลิกถาวรหลังมีทีท่าว่าได้รับความชอบธรรมสูง: “เรารู้ว่าการทำแบบนี้คือการตัดโอกาสต่อการสร้าง THE BIG SWING… แต่จบก็ต้องยอมตามสัจธรรมนี้”

ส่วนกลยุทธ์โปรโมตหนัง Weapons เอง เขากล่าวว่า “เป็นแบบอย่างที่แท้ทรู เพราะเน้นอิมเทสตอนของหนัง มีเทลเลอร์ที่ถ่ายทอดความมืดมนแบบไม่ซีนหลักเสียหาย ผมว่ามันพิเศษมาก”

ด้านการยุติการเฉลยใดๆ เรื่อง ‘Dune 3’ เขาไม่แสดงน้ำเสียงชัดเจน แต่เชื่อว่า “ผมยังมีหวังจะได้เล่นในหนังนั้นอีกครั้ง” โดยสัญญาณว่า “ถ้ามีชื่อว่า ‘Gurney’ อยู่ในเบื้องต้น เขาก็น่าจะได้บทบาทมีที่มาจาก Daniel.

โจช โบรลินยังเปิดใจถึงอุตส่าห์ของเขาในแวดวงการเขียน เช่นบทกวีจาก ‘Dune’ และอัตชีวประวัติล่าสุด โดยระบุว่า “ผมจะหยุดงานปีนี้เพื่อเขียนนิยายต่ออีก แต่ไม่ใช่ในทะเลทรายใดๆ แน่นอน”

สรุป: หากคุณเป็นแฟนหนัง ‘Weapons’ ที่จะออกฉาย 8 สิงหาคม นี้ และมีความสนใจในเบื้องหลังกับนักแสดงระดับมาสเตอร์ คอยจับตาการวิวัฒนาการของหลังเวที และประสบการณ์การแสดงที่ถูกถ่ายทอดแบบวิธีมองต่างมุมจากผู้กำกับ Zach Cregger ที่เพิ่มความน่าค้นหาให้มากขึ้น!

ที่มา – อ่านบทสัมภาษณ์เต็มฉบับภาษาอังกฤษ

Spider-Punk กำลังจะได้ภาพยนตร์แอนิเมชั่นของตัวเองจากดานิเอล คาลุยยา

Spider-Punk กำลังจะได้ภาพยนตร์แอนิเมชั่นของตัวเอง

ในปี 2025 งาน Spider-Man Day เพิ่งผ่านพ้นไปพร้อมกับข่าวสารที่น่าสนใจมากมาย รวมถึงการคืนจออีกครั้งของโทมัส เดอะฮอลแลนด์กับ ชุด Spider-Man Day ที่เตรียมให้แฟน ๆ ได้ตื่นตาตื่นใจในปีต่อไป แต่มีข่าวที่ทำให้แฟน Spider-Man ตื่นเต้นมากกว่านั้นคือการประกาศว่า Spider-Punk จะได้รับโอกาสในการสร้างภาพยนตร์แอนิเมชั่นฉบับแยกเรื่อง เพื่อเล่าต่อจากเรื่องราวของฮอบบี้ บราวน์ ที่ปรากฏตัวใน Spider-Man: Across the Spider-Verse และกำลังจะกลับมามากขึ้นในภาคต่ออย่าง Spider-Man: Beyond the Spider-Verse

ข่าวใหญ่นี้ถูกเปิดเผยโดยเว็บไซต์ Deadline เป็นการยืนยันข่าวการร่วมมือด้านบทภาพยนตร์ของนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ ดานิเอล คาลุยยาผู้ซึ่งให้เสียงของ Spider-Punk ในภาค Across the Spider-Verse จะร่วมเขียนบทกับ Ajon Singh ในขณะที่เนื้อเรื่องถูกเก็บเป็นความลับ ยังไม่มีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการนี้ แต่ผู้ชมสามารถคาดหวังว่า ดานิเอล คาลุยยา น่าจะได้กลับมาพากย์ตัวละคร Spider-Punk อีกครั้ง

Spider-Punk มาจากไหน

ตัวละคร Spider-Punk มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่การ์ตูน Spider-Verse ในฉบับ The Amazing Spider-Man #10 ปี 2015 โดยเนื้อหาเริ่มจากจินตนาการของ ดานี สล็อตต์ ในบทเขียนและ โอลิวิเย่ร์ โคเพล ในภาพวาด เขามาจากโลกคู่ขนานที่ 138 (Earth-138) ซึ่งตัวฮอบบี้ บราวน์ เป็น Spider-Man ในเวอร์ชั่นที่มีแนวคิดอันธพาล (anarchistic) และต่อต้านสิ่งที่สถาปนาไว้ (anti-establishment) เหมือนที่ตัวการ์ตูนเคยบอกไว้ จุดมุ่งหมายของเขามาจากการต้องการล้มล้างระบบอำนาจที่ไม่เป็นธรรม

ภาพยนตร์ Spider-Punk คือเรื่องราวที่แฟน Spider-Man ต้องการ

สิ่งที่ทำให้ข่าวเกี่ยวกับ Spider-Punk น่าสนใจคือการมีภาพยนตร์แอนิเมชั่นของตัวเอง ถือเป็นโอกาสที่ดีในการนำเอาเสียงของตัวละครตอกย้ำระบบอำนาจที่ถูกปั้นขึ้นโดย Marvel นำเสอนผ่านการสร้างโลกกิ๊กของตัวเขาเอง ซึ่งถือเป็นแนวทางสร้างสรรค์และแตกต่างจากเวอร์ชั่นหลักของ Peter Parker ที่หลายคนคุ้นเคย

สำหรับผู้ชม ข่าวเกี่ยวกับ Spider-Punk กำลังจะได้ภาพยนตร์แอนิเมชั่นของตัวเอง นับเป็นการแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางเอกลักษณ์ของจักรวาล Spider-Verse อย่างแท้จริง การได้ดานิเอล คาลุยยาผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านบทภาพยนตร์ขนาดใหญ่และการพากย์ที่มีพลังกลับมาตนเอง สัญญาว่าจะสร้างพลังสั่นสะเทือนต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์แอนิเมชั่นโลกแฟนตาซี

ความคาดหวังจากเข้าไป Spider-Punk

ด้วยคาแรกเตอร์ที่เด่นชัด ขัดแย้งกับระบบและไม่ยอมตามที่เคยปรากฏใน Spider-Man: Across the Spider-Verse Spider-Punk กำลังจะได้ภาพยนตร์แอนิเมชั่นของตัวเอง ที่อาจพาผู้ชมเข้าสู่มุมมองใหม่: การเป็นผู้มีพลังพิเศษและเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงโลกไม่ผ่านการทำตามกฎ แต่เป็นการเขย่าพื้นฐานของความยุติธรรม ความคิดและบทบาทของ Spider-Punk ครอบคลุมกว่าที่หลายคนคาดไว้ จึงน่ายินดีที่ดานิเอล คาลุยยาจะย้อนกลับมาผ่านการร่วมมือกันในบทใหม่ของตัวเอง

ด้วยการที่เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันและการมีไอเดียของจักรวาลพาราลเลิลล้อม เรื่องราวของ Spider-Man รุ่นพังค์ผู้นี้จะนำไปสู่การขยายตัวของจักรวาล Spider-Verse ได้อย่างมีศักยภาพ ไม่ว่าด้วยพล็อตที่ยังปกปิด หรือตัวแปรทางการเขียนบทที่ท้าทาย ความน่าสนใจที่ Spider-Punk กำลังจะได้ภาพยนตร์แอนิเมชั่นของตัวเอง ได้กลายเป็นหัวข้อที่ถูกจับตามองจากแฟน ๆ ทั่วโลก

Spider-Punk: ความหวังใหม่ในแนวทางแตกต่าง

จากที่ผ่านมา Spider-Punk ได้แสดงตัวผ่านการ์ตูนอย่าง Spider-Verse และภาคแอนิเมชั่นล่าสุดข้างต้น แต่การได้สร้างภาพยนตร์ประจำเวอร์ชั่นตนเองเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยม สำหรับการเซอร์ไพรส์ผู้ชมด้วยการดัดแปลงแบบละเมิดทุกขอบเขต หากดานิเอล คาลุยยาและทีมงานสามารถรักษาเส้นทางผสมผสานระหว่างดนตรีร็อกพังค์ ความขบถ และเอกลักษณ์แปลกใหม่ได้ ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจกลายเป็นหนึ่งในผลงานฝั่ง Spider-Man ที่มีธรรมชาติเฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนพันธุ์แท้ Spider-Man ในรูปแบบดั้งเดิมหรือชื่นชอบภาพยนตร์แอนิเมชันที่แตกต่างและมีอะไรใหม่ให้ติดตาม Spider-Punk กำลังจะได้ภาพยนตร์แอนิเมชั่นของตัวเอง ถือเป็นสัญญาณของความเปลี่ยนแปลงและโอกาสที่สร้างความยิ่งใหญ่

อยากติดตามข่าวสารเผื่อคุณเป็นผู้อ่านคู่ขนานอื่น ๆ IO9 News มีข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดตัวภาพยนตร์ดอกเตอร์โฮของ Marร์вел ภาพยนตร์Star Wars ที่กำลังจะออกฉาย และโค้งสุดท้ายของ Star Trek ยุคใหม่มารอให้คุณตรวจสอบ

อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวของ Spider-Punk ในภาคต่อ Spider-Man: Beyond the Spider-Verse เพื่อเตรียมพร้อมก่อนที่ภาพยนตร์ศูนย์กลางของตัวเองจะได้ฉายเดี่ยว!

ที่มา – Spider-Punk Is Getting His Own Animated MovieOscar winner Daniel Kaluuya will co-write—and presumably reprise his voice role—in a standalone film following Hobie Brown, last seen in ‘Spider-Man: Across the Spider-Verse.’

โรคเลจิโอเนลลาในนิวยอร์กพุ่ง พบสาเหตุจากทาวเวอร์เย็น สั่งตรึงพื้นที่!

โรคเลจิโอเนลลาในนิวยอร์กพุ่ง พบสาเหตุจากทาวเวอร์เย็น สั่งตรึงพื้นที่!

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กรมสุขภาพนครนิวยอร์กยืนยันว่ากำลังเผชิญกับ โรคเลจิโอเนลลาในนิวยอร์ก ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวนับตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม โดยปัจจุบันมีรายงานผู้ป่วย 58 รายและผู้เสียชีวิต 2 รายในพื้นที่เขต.zip 5 แห่งใจกลางฮาร์เล็ม ได้แก่ code 10027, 10030, 10035, 10037 และ 10039

การค้นพบสาเหตุจากการตรวจสอบทาวเวอร์เย็น

แม้กรมสุขภาพจะควบคุมแหล่งแพร่เชื้อที่เกี่ยวข้อง 11 แห่งแล้ว แต่ยังเตือนประชาชนให้รีบพบแพทย์หากมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากเชื้อโรคเลจิโอเนลล่าอาจใช้เวลาถึง 2 สัปดาห์กว่าอาการจะแสดงตัว ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเชื้อก่อโรคแพร่จาก ทาวเวอร์เย็น ที่ปนเปื้อนและแพร่กระจายมาในรูปของฝอยละออง

สำหรับ โรคเลจิโอเนลลาหรือไลจิโอเนลารีส์ โดยเฉพาะสายพันธุ์ลิจิโอเน玠ีล่า ปิวโมฟีล่า เกิด่จากเชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในระบบแพร่ละอองน้ำ เช่น อ่างจากุชชี่ ระบบปรับอากาศ และเครื่องเพิ่มความชื้น เมื่อืยู่ในอากาศจะแพร่สู่ปอดผ่านการสูดลมหายใจ จนก่อให้เกิดปอดอักเสบเฉียบพลันที่สามารถทำลายมาโครฟาจได้ แม้ว่ารักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แต่ยังมีอัตราความเสี่ยงตายสูงถึง 25% ในสถานพยาบาล

กรมสุขภาพนิวยอร์กเตรียมแผนตอบสนองฉุกเฉินกับ โรคเลจิโอเนลลาในนิวยอร์ก โดยเร็ว โดยเปิดไทม์ไลน์การตรวจสอบและวางแผนป้องกันเพิ่มเติม เช่น:

  • ตรวจสอบ ทาวเวอร์เย็น ครบ 11 แห่งตาม code ที่กำหนด
  • รีดดิแมชชีนทุกต้นทางแพร่เชื้อภายใน 2 อาทิตย์
  • แจกคู่มือ ป้องกันโรคนครนิวยอร์ก ให้ทุกชุมชน

อย่างไรแนวโน้ม โรคเลจิโอเนลลาในนิวยอร์ก ยังไม่ลดลง คาดว่า 5-10 รายยังรอผลตรวจยืนยัน ทำให้มีคำแนะนำที่เข้มงวดว่าห้ามละเลยอาการ เพื่อป้องกันความเสี่ยงทั้งชีวิตและทรัพกร

คำแนะนำเฉพาะต่อผู้ป่วยในเขตฮาร์เล็ม ดร.มิเชลล์ มอร์ส ผู้ช่วย комисน่าของการสาธารณสุขนครนิวยอร์ก ระบุว่า “ประชาชนทุกคนใน zip codes 5 แห่งนี้ ต้องรีบพบแพทย์เมื่อร่างกายมีไข้ คอหอยระคายเคือง หรือหายใจแสบร้อน” พร้อมเผยว่าแม้สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย แต่ยังต้องระมัดระวัง

สำนักงานความปลอดภัย (OSHA) เปิดเผยว่า โรคไลจิโอเนล่ามีแนวโน้มพุ่งสูงใน 7 ปีที่ผ่านมา โดยมีผู้เข้ารับการรักษาไม่ต่ำกว่า 10,000 รายต่อปีในสหรัฐ ส่วนหนึ่งเกิดจาก มาตรฐานอาคารบำรุงรักษาต่ำ หรือแม้กระทั่งกำลังได้รับผลจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ทำให้น้ำท่วมฉับพลันเพิ่มความเสี่ยงเชื้อก่อโรค

แม้ยอดยังไม่สิ้นสุดตามรายงานปัจจุบัน เราก็แนะนำประชาชนใน Central Harlem ตรวจสอบความพร้อมระบบปรับอากาศภายในบ้านเรือนทันที และอย่ารั้งไว้หากมีอาการเข้าข่าย จะหาได้รับการรักษาตั้งแต่เริ่ม

ที่มา – NYC Legionnaires’ Disease Outbreak: Cases and Deaths Double, as Officials Pinpoint the Cause Residents in five zip codes across Central Harlem are being advised to seek immediate medical care if they develop flu-like symptoms.