ผู้เขียน: lalika69_admin

ทร. ย้ำจุดยืนประสานโอมานลุยค้นหา 3 ลูกเรือไทย หลัง 20 ชีวิตรอดพ้นวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกที่ชื่นชอบเรื่องราวสุดเข้มข้นทั้งบันเทิงและเทคโนโลยี! วันนี้เรามีข่าวด่วนที่ผสมผสานความตื่นเต้นแบบภาพยนตร์แอคชั่นเข้ากับเทคโนโลยีการช่วยเหลือทางทะเลมาฝากกันเลย นั่นคือเรื่องราวของ ทร. ย้ำจุดยืนประสานโอมานลุยค้นหา 3 ลูกเรือไทย หลัง 20 ชีวิตรอดพ้นวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย ‘มยุรีนารี’ ที่เจอระเบิดจนเสียหายหนักขณะผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก ฟังดูเหมือนฉากในหนังฮอลลีวูดเลยใช่มั้ยล่ะ?

ทร. ย้ำจุดยืนประสานโอมานลุยค้นหา 3 ลูกเรือไทย หลัง 20 ชีวิตรอดพ้นวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ

จากแถลงของ พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ลูกเรือไทย 20 นายปลอดภัยแล้ว หลังกองทัพเรือโอมานบุกช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว นำตัวขึ้นฝั่งและดูแลเป็นอย่างดี แต่ยังมีลูกเรืออีก 3 นายที่ติดค้างบนเรือ ทำให้ ทร. ย้ำจุดยืนประสานโอมานลุยค้นหา 3 ลูกเรือไทย หลัง 20 ชีวิตรอดพ้นวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ อย่างเร่งด่วน พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ส่งข้อความขอบคุณตรงถึง พล.ร.ต.ซาอีฟ บิน นัสเซอร์ อัล ราห์บี ของโอมาน สะท้อนมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างสองกองทัพ

ช่องแคบฮอร์มุซ: จุดเสี่ยงสูงที่เทคโนโลยีช่วยได้

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางค้าขายน้ำมัน 20% ของโลก แต่ก็เต็มไปด้วยความเสี่ยงจากความขัดแย้งและอุบัติเหตุ จากประสบการณ์ของผมที่ติดตามข่าวทะเลมานาน เหตุการณ์แบบนี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบติดตามดาวเทียม AIS (Automatic Identification System) ที่ช่วยระบุตำแหน่งเรือแบบเรียลไทม์ หรือโดรนค้นหาที่ติดเซ็นเซอร์อินฟราเรดสำหรับค้นหาคนในที่มืด ลองนึกภาพ drone บินสแกนทะเลยกลางคืน มันเท่แบบในหนัง sci-fi เลยนะ!

  • กองทัพเรือไทยกำลังบูรณาการกับสถานทูตไทยในมัสกัต เพื่อช่วยเหลือเต็มที่
  • การประสานงานข้ามชาติแบบนี้ เป็นตัวอย่างของ soft power ไทยในเวทีโลก
  • เทคโนโลยี SAR (Search and Rescue) กำลังพัฒนาด้วย AI ที่วิเคราะห์คลื่นทะเลและสภาพอากาศ

ในมุมมองของผมที่เคยศึกษาการช่วยเหลือทางทะเล เหตุการณ์นี้เน้นย้ำว่าการฝึกซ้อมร่วมกับพันธมิตรอย่างโอมานสำคัญมาก โดยเฉพาะในยุคที่เรือสินค้าต้องพึ่งพา IoT สำหรับแจ้งเตือนภัยแบบอัตโนมัติ ถ้าทุกเรือมีระบบนี้ 20 ชีวิตที่รอดอาจจะมากกว่านี้ก็ได้

อนาคตของการเดินเรือปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี

จากข่าวนี้ ผมมองว่าเทรนด์ใหญ่คือการใช้ blockchain สำหรับบันทึกข้อมูลเรือ และ VR สำหรับฝึกซ้อมอพยพ ลูกเรือไทยของเราจะปลอดภัยขึ้นแน่นอน ถ้ากองทัพเรือผลักดันเทคโนโลยีเหล่านี้ สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบ tech ตาม dõiต่อเลย เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของ maritime tech revolution ในไทย!

สุดท้าย ผมขอให้กำลังใจลูกเรือทั้ง 23 คน และเชื่อว่าการช่วยเหลือจะสำเร็จเร็วๆ นี้ สนับสนุนกองทัพเรือไทยด้วยการแชร์ข่าวนี้กันนะครับ แล้วเจอกันโพสต์หน้า!

ที่มา – ทร. ย้ำจุดยืนประสานโอมานลุยค้นหา 3 ลูกเรือไทย หลัง 20 ชีวิตรอดพ้นวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ

Grammarly ถูกฟ้องขโมยชื่อนักข่าว คดีกลุ่ม

สัปดาห์ที่แล้ว Wired’s Miles Klee รายงาน เกี่ยวกับฟีเจอร์แก้ไขข้อความ AI ของ Grammarly ชื่อ “Expert Review” ที่ใช้ชื่อนักข่าวและบุคคลในวงการวรรณกรรมมาจับคู่กับคำแนะนำการแก้ไขให้ผู้เขียน โดย Grammarly อ้างว่านี่เป็นแค่ “แรงบันดาลใจ” จากผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ เช่น เพื่อนร่วมงานที่ Gizmodo อย่าง Raymond Wong แต่ผู้เขียนเหล่านี้ Grammarly ถูกฟ้องขโมยชื่อนักข่าว ไม่เคยได้รับการติดต่อขออนุญาตเลย

Grammarly ถูกฟ้องขโมยชื่อนักข่าว

วันพุธที่ผ่านมา ฟีเจอร์ Expert Review ถูกถอดออกชั่วคราว แต่ในวันเดียวกันนั้น คดีกลุ่ม也被ยื่นฟ้อง Grammarly โดยกล่าวหาว่าฟีเจอร์นี้ “ขโมย” หรือ misappropriated ชื่อและตัวตนของบุคคลเหล่านี้เพื่อผลกำไร

ผู้ฟ้องคดีหลักคือ Julia Angwin นักข่าวสืบสวนชื่อดัง แม้คดีจะเอ่ยถึงบุคคลดังอย่าง Stephen King ด้วย จากเอกสารฟ้องร้อง ระบุชัด ว่าคดีนี้ท้าทายการที่ Grammarly ยักยอกชื่อและตัวตนของนักข่าว ผู้เขียน บรรณาธิการนับร้อยเพื่อหาผลกำไรให้บริษัทและเจ้าของอย่าง Superhuman

กฎหมายแคลิฟอร์เนียที่ Grammarly ถูกฟ้องขโมยชื่อนักข่าวละเมิด

คดีอ้างถึง California Civil Code § 3344(a)(1) ซึ่งระบุว่า:

“บุคคลใดที่ใช้ชื่อ เสียง ลายเซ็น รูปถ่าย หรือความเหมือนของผู้อื่น ในผลิตภัณฑ์ สินค้า หรือเพื่อโฆษณาขาย โดยไม่ได้รับความยินยอมก่อน จะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น”

คดีไม่ได้เรียกค่าเสียหายจำนวนแน่นอน แต่ระบุว่ามูลค่าคดีเกิน 5 ล้านดอลลาร์

Julia Angwin ให้สัมภาษณ์ Wired ว่าฟีเจอร์นี้ไม่ใช่ AI ธรรมดาที่ช่วยขัดเกลาการเขียน แต่ “ทำให้แย่ลง” และเธอ “ประหลาดใจที่มันแย่ขนาดนี้”

CEO Shishir Mehrotra โพสต์ขอโทษใน LinkedIn ว่าฟีเจอร์นี้旨在ช่วยผู้ใช้ค้นพบมุมมองจากผู้มีอิทธิพลและสร้างความสัมพันธ์กับแฟนๆ แต่ยอมรับว่าบริษัท “พลาดร้าย” โพสต์นี้ไม่กล่าวถึงคดี Gizmodo ติดต่อ Grammarly แล้ว รอคำตอบ

กรณี Grammarly ถูกฟ้องขโมยชื่อนักข่าว สะท้อนปัญหา AI

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแส AI ที่กำลังรุ่งเรือง แต่ละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคล นักข่าวและผู้เขียนหลายคนไม่พอใจที่ชื่อถูกใช้โดยพลการเพื่อโปรโมตผลิตภัณฑ์ แม้ Grammarly จะอ้างว่าเป็นแค่แรงบันดาลใจ แต่ตามกฎหมาย right of publicity มันคือการใช้เชิงพาณิชย์ที่ต้องขออนุญาต

  • ชื่อดังที่ถูกใช้: Julia Angwin, Raymond Wong, Stephen King และอื่นๆ
  • ผลกระทบ: เสื่อมเสียชื่อเสียงและสูญเสียโอกาส
  • บทเรียน: บริษัท AI ต้องเคารพสิทธิ์知识产权

คดีนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบฟีเจอร์ AI ที่ใช้ชื่อบุคคลจริงโดยไม่ยินยอม ผู้ประกอบการไทยที่ใช้ AI ควรระวังกฎหมายคุ้มครองชื่อเสียงและลิขสิทธิ์เช่นกัน

คุณคิดอย่างไรกับกรณีนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าว AI ล่าสุดเพื่อไม่พลาดอัปเดต

ที่มา – Grammarly Allegedly ‘Misappropriated’ Names of Journalists, Says Class Action Suit

มติ ปปง. ส่งอัยการริบ 60 ล้าน อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุเข้าแผ่นดิน – สั่งยึดทรัพย์เพิ่มเครือข่ายพนันชนนพัฒฐ์

มติ ปปง. ส่งอัยการริบ 60 ล้าน อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุเข้าแผ่นดิน – สั่งยึดทรัพย์เพิ่มเครือข่ายพนันชนนพัฒฐ์

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวบล็อกทุกคน! วันนี้ผมมีข่าวเด็ดจากวงการปราบปรามอาชญากรรมการเงินมาอัปเดตให้ฟังแบบเป็นกันเองเลยนะครับ โดยเฉพาะ มติ ปปง. ส่งอัยการริบ 60 ล้าน อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุเข้าแผ่นดิน – สั่งยึดทรัพย์เพิ่มเครือข่ายพนันชนนพัฒฐ์ ที่เพิ่งออกมาเมื่อวานนี้ (11 มี.ค. 2569) จากการแถลงของวิทยา นีติธรรม โฆษก ปปง. ข่าวนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงินทอง แต่สะท้อนเทรนด์ tech scam และการฟอกเงินที่กำลังรุกล้ำเข้ามาในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น ตามผมมาดูรายละเอียดกันเลย!

มติ ปปง. ส่งอัยการริบ 60 ล้าน อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุเข้าแผ่นดิน – สั่งยึดทรัพย์เพิ่มเครือข่ายพนันชนนพัฒฐ์

ที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ปปง. ครั้งที่ 3/2569 เมื่อ 10 มี.ค. โดยมีเทพสุ บวรโชติดารา เป็นเลขาฯ ได้มีมติเด็ดขาดหลายเรื่องเลยครับ โดยสรุปใหญ่ๆ มี 3 ส่วนหลัก: ยึดอายัดทรัพย์, ส่งอัยการริบทรัพย์เข้าพแผ่นดิน, และคืนเงินให้ผู้เสียหาย มูลค่ารวมหลายร้อยล้านบาท! เริ่มจากส่วนยึดอายัดก่อน ทรัพย์สินรวม 34 คดี 808 รายการ กว่า 303 ล้านบาท

  • เครือข่ายพนันออนไลน์ www.gimi88.com (ชนนพัฒฐ์ฯ กับพวก): ยึดเพิ่ม 12 รายการ เช่น หุ้น เงินฝาก 12 ล้านบาท รวมเดิม 158 ล้าน กำลังรอศาลแพ่งตัดสิน
  • แก๊งหลอกลงทุนเทรดหุ้น (เอื้ออังกูรฯ): ใช้บัญชีม้าแปลงเป็น USDT ผ่าน Huione Pay แล้วถอนออกนอกประเทศ ยึดเพิ่ม 211 รายการ 145 ล้าน รวมเดิม 46 ล้าน – นี่แหละ tech scam สุดโหด!
  • เครือข่าย ‘หลังบ้านศิวิไล’ (กวินท์ฯ): ยึดเพิ่ม 11 รายการ 7 ล้าน
  • เครือข่ายพนัน (กฤษฎาฯ และกฤตภพฯ): 183 รายการ กว่า 70 ล้าน
  • www.auto888vip.com (ทวีศักดิ์ฯ): 49 รายการ 28 ล้าน เช่น สินค้าเนม รถ ที่ดิน

ส่วนที่ฮือฮาสุดคือการส่งอัยการร้องศาลริบทรัพย์ 17 คดี 953 รายการ กว่า 310 ล้าน เพราะคำร้องเพิกถอนของผู้เกี่ยวข้องไม่มีน้ำหนัก โดยเฉพาะคดีอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ (พระราชวิสุทธิประชานาถ หรืออลงกตฯ) ฐานเบียดบังทรัพย์และฟอกเงิน ยึด 20 รายการ 60 ล้าน เช่น เงินสด รถ ที่ดิน ส่งให้ตกเป็นของแผ่นดินเลย! อีกคดีดัง หมอดู ‘ตี่ลี่ ฮวงจุ้ย’ (สุพิชฌาย์ฯ) ฉ้อโกงปกติธุระ 362 รายการ 131 ล้าน และเครือข่ายยาเสพติด 26 รายการ 19 ล้าน

คืนสิทธิผู้เสียหาย: เงินคืนจริง!

ดีใจแทนผู้เสียหาย 11 คดี 266 รายการ กว่า 422 ล้าน ปปง. ส่งอัยการขอศาลสั่งชดใช้ เช่น แก๊งหลอกอัตราแลกเปลี่ยน (เฉลิมชัยฯ) คืน 3 ราย 19 ล้าน, คอลเซ็นเตอร์อ้างตรจว. (พิมภาดาฯ และ MR.ZHENG) คืน 20 ราย 115 ล้าน, และเดอะ นิว คอนเซปท์ ชดใช้ 429 ราย 213 ล้าน ผู้เสียหายรีบยื่นคำร้องภายใน 90 วันหลังประกาศราชกิจจาฯ ทาง www.amlo.go.th นะครับ

นอกจากนี้ ปปง. ชี้แจงข่าวสิงคโปร์อายัดกองทุน CIA ว่ากำลังประสาน ก.ล.ต. และทางการสิงคโปร์ เพื่อดำเนินการต่อ

จากมุมมองผมที่ติดตามข่าว tech และ entertainment มานาน มติล่าสุดนี้แสดงให้เห็นว่า ปปง. กำลังเข้มงวดกับพนันออนไลน์และ crypto laundering มากขึ้น โดยเฉพาะ USDT ที่แก๊งใช้ล้างเงิน – เทรนด์ที่กำลังมาแรงทั่วโลก เพื่อนๆ ที่ชอบลงทุน crypto หรือเล่นหุ้นออนไลน์ ต้องระวัง scam เหล่านี้ ตรวจสอบแพลตฟอร์มให้ดี อย่าโอนเงินม้าเด็ดขาด! แนะนำติดตาม amlo.go.th เป็นประจำ จะได้ไม่พลาดสิทธิคืนเงิน ลองแชร์ประสบการณ์ scam ที่เคยเจอในคอมเมนต์ด้านล่างด้วยนะครับ จะได้ช่วยกันเตือนภัย

ที่มา – มติ ปปง. ส่งอัยการริบ 60 ล้าน อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุเข้าแผ่นดิน – สั่งยึดทรัพย์เพิ่มเครือข่ายพนันชนนพัฒฐ์

บริษัทสหรัฐฯ ล่มจากไซเบอร์แอทแทคแก้แค้นยิงโรงเรียนอิหร่าน

วันนี้เรามาพูดถึงเหตุการณ์ร้อนแรงในโลกไซเบอร์กันครับ บริษัทสหรัฐฯ ล่มจากไซเบอร์แอทแทคแก้แค้นยิงโรงเรียนอิหร่าน ซึ่งเป็นข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสทั่วโลก กลุ่มแฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับอิหร่านชื่อ Handala อ้างความรับผิดชอบในการโจมตีบริษัท Stryker ผู้ผลิตอุปกรณ์การแพทย์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ เหตุผล? เพื่อแก้แค้นการโจมตีด้วยขีปนาวุธของสหรัฐฯ ที่ถล่มโรงเรียนประถมในเมืองมินาบของอิหร่าน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 175 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กๆ น่าเศร้าจริงๆ

บริษัทสหรัฐฯ ล่มจากไซเบอร์แอทแทคแก้แค้นยิงโรงเรียนอิหร่าน

การโจมตีเกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้ระบบของ Stryker ล่มทั่วโลกตั้งแต่เช้าตรู่ ตามรายงานของ Wall Street Journal แม้บริษัทจะยืนยันว่าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว แต่ผลกระทบยังไม่ชัดเจนนัก กลุ่ม Handala ประกาศในแถลงการณ์ออนไลน์ว่า “เราประกาศให้โลกรู้ว่า เพื่อตอบโต้การโจมตีโหดร้ายต่อโรงเรียนมินาบ และต่อต้านการโจมตีไซเบอร์ต่อโครงสร้างพื้นฐานของแกนนำต่อต้าน พวกเราดำเนินการโจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่สำเร็จลุล่วงแล้ว”

พวกเขายังเรียก Stryker ว่าเป็น “บริษัทที่มีรากฐานจากไซอ้อนนิสต์” และเป็น “ห่วงโซ่หลักในเครือข่าย ‘New Epstein'” อ้างว่าลบข้อมูลสำคัญไป 50 เทรabyte ซึ่งยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ยังขู่ว่า “เป็นคำเตือนชัดเจนถึงผู้นำไซอ้อนนิสต์และล็อบบี้ที่ซ่อนตัวหลังกำแพงคอนกรีต ยุคของเครือข่าย Epstein และปีศาจสมัยใหม่สิ้นสุดลงแล้ว” คำว่า Epstein น่าจะอ้างถึง Jeffrey Epstein นักโทษทางเพศที่เสียชีวิตในคุกปี 2019 และสนิทกับทรัมป์

รายละเอียดบริษัท Stryker และผลกระทบ

Stryker มีพนักงานกว่า 53,000 คนทั่วโลก รายได้ปี 2024 สูงถึง 22.6 พันล้านดอลลาร์ ตาม Bleeping Computer ระบุว่าอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับระบบจัดการอุปกรณ์เคลื่อนที่ถูก ลบข้อมูลจากระยะไกล บริษัทยื่นเอกสาร Form 8-K ต่อ SEC ยืนยันถูกโจมตีไซเบอร์ แต่ไม่มีสัญญาณรานซัมแวร์หรือมัลแวร์ และเชื่อว่าปัญหาถูกควบคุมแล้ว ทว่าการสอบสวนยังดำเนินอยู่ ผลกระทบจริงๆ ยังไม่แน่นอน

นี่เป็นพัฒนาการสำคัญในสงครามไซเบอร์ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งสมัยใหม่ อิสราเอลและสหรัฐฯ เริ่มโจมตีอิหร่านตั้งแต่ 28 ก.พ. โดยสังหารผู้นำระดับสูงรวมถึงผู้นำสูงสุด แต่ก่อนหน้านี้ยังไม่มีไซเบอร์แอทแทคจากอิหร่านที่ชัดเจน

  • อิหร่านตอบโต้ด้วยโดรนและขีปนาวุธ รวมถึงโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งขนส่งน้ำมัน 20% ของโลก ทำให้เส้นทางนี้แทบหยุดชะงัก
  • สื่ออิหร่านอย่าง Tasnim News ระบุว่าบริษัทเทคสหรัฐฯ เช่น Microsoft, Google, Palantir, IBM, Nvidia, Oracle จะถูกโจมตีในตะวันออกกลาง
  • Handala ยังอ้างโจมตี Verifone บริษัทชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ในนิวยอร์ก แม้ภาพที่โพสต์จะยังไม่ยืนยันได้

สำหรับการยิงโรงเรียน Shajarah Tayyebeh ในมินาบ New York Times รายงานว่าอาจเกิดจากข้อมูลเป้าหมายล้าสมัย โรงเรียนเคยเป็นส่วนของฐานทัพทหารแต่ไม่ได้ใช้มานานกว่า 10 ปี มีการคาดเดาว่า AI ผิดพลาด แต่สื่อชี้ว่าเป็น “ความผิดพลาดของมนุษย์” มากกว่า นับตั้งแต่เริ่มสงคราม มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,800 คนในอิหร่านและเลบานอน

เหตุการณ์ บริษัทสหรัฐฯ ล่มจากไซเบอร์แอทแทคแก้แค้นยิงโรงเรียนอิหร่าน นี้สะท้อนให้เห็นว่าสงครามสมัยใหม่ไม่ได้จำกัดแค่สนามรบ แต่ขยายไปถึงโลกดิจิทัลด้วย ในฐานะคนที่ติดตามข่าวเทคโนโลยี ผมคิดว่าบริษัทใหญ่ๆ ควรเร่งเสริมระบบรักษาความปลอดภัยให้แน่นหนากว่านี้ คุณคิดยังไง? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และกดติดตามเพื่ออัปเดตข่าวไซเบอร์ล่าสุดนะครับ!

ที่มา – U.S. Company Taken Offline by Cyberattack as Revenge for Missile Strike on Iranian School

อิหร่านรวมยักษ์เทคอเมริกันในรายการเป้าหมายใหม่

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น เมื่ออิหร่านประกาศ อิหร่านรวมยักษ์เทคอเมริกันในรายการเป้าหมายใหม่ โดยหน่วยงานข่าวกรองที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลอิหร่านได้เผยแพร่รายชื่อบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐฯ ที่มีความสัมพันธ์กับกองทัพสหรัฐฯ และอิสราเอล

อิหร่านรวมยักษ์เทคอเมริกันในรายการเป้าหมายใหม่

ตามรายงานของ Tasnim News Agency ซึ่งอ้างอิงจาก Al Jazeera รายชื่อดังกล่าวรวมถึง Microsoft, Google, Palantir, IBM, Nvidia และ Oracle โดยเฉพาะสำนักงานและโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ของบริษัทเหล่านี้ในอิสราเอลและบางประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ถูกกำหนดให้เป็นเป้าหมายใหม่ทันที

นอกจากนี้ โฆษกของกลุ่มที่อยู่ภายใต้ Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) ยังเตือนว่าศูนย์เศรษฐกิจและธนาคารของสหรัฐฯ และอิสราเอลในภูมิภาคนี้เป็นเป้าหมายที่ถูกต้องตามกฎหมาย และแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่รัศมี 1 กิโลเมตรรอบธนาคาร

บริษัทเทคยักษ์ใหญ่ที่ถูกระบุชื่อ

  • Microsoft: มีความร่วมมือใกล้ชิดกับกองทัพอิสราเอล โดยเฉพาะเทคโนโลยีคลาวด์ที่ใช้ในการสื่อสาร
  • Google: ให้บริการ AI แก่เพนตากอนผ่านโครงการ Gemini
  • Palantir: รายได้พันล้านจากการช่วยเหลือปฏิบัติการทหารสหรัฐฯ
  • IBM: พัฒนาโมเดล AI สำหรับหน่วยข่าวกรองทหาร
  • Nvidia: สร้างศูนย์ข้อมูลและ R&D ในอิสราเอล ซึ่ง CEO Jensen Huang เรียกว่า "บ้านหลังที่สอง"
  • Oracle: เปิดโปรแกรมพิเศษสำหรับกลาโหมสหรัฐฯ

การประกาศนี้เกิดขึ้นหลังจากการโจมตีธนาคารในกรุงเตหะรานโดยอิสราเอล ซึ่ง Tasnim ระบุว่าเป็นการขยายขอบเขตสงครามจากศึกทางทหารสู่ "สงครามโครงสร้างพื้นฐาน" สงครามครั้งนี้เริ่มต้นเมื่อปลายเดือนที่แล้ว โดยสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคและดินแดนอิสราเอลจากไซปรัสและตุรกี

จนถึงวันนี้ ซึ่งเป็นวันที่ 12 ของสงคราม มีพลเรือนอิหร่านเสียชีวิตกว่า 1,300 ราย รวมถึงเด็ก 175 คนจากโรงเรียนประถมในภาคใต้ที่ถูกขีปนาวุธสหรัฐฯ โจมตีเนื่องจากข้อมูลเป้าหมายล้าสมัย

บริษัทเหล่านี้ล้วนมีพันธมิตรที่ทำกำไรสูงกับเพนตากอนและรัฐบาลอิสราเอล โดยบางรายงานชี้ว่าเทคโนโลยี AI จากยักษ์เทคเหล่านี้ถูกใช้ในการเฝ้าระวังชาวปาเลสไตน์จำนวนมาก นอกจากบริษัทที่ถูกชื่อแล้ว Amazon ก็ได้รับผลกระทบ โดยศูนย์ปฏิบัติการในบาห์เรนและศูนย์ข้อมูลใน UAE ถูกโจมตีด้วยโดรนอิหราน ส่งผลให้บริการ AWS ในภูมิภาคหยุดชะงัก

ขณะนี้ การกระทำทางทหารของอิหร่านยังจำกัดอยู่ในภูมิภาค แต่ FBI สหรัฐฯ เตือนว่าอิหร่านอาจใช้โดรนโจมตีชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ Google, Nvidia และ Microsoft อย่างไรก็ตาม โอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก เนื่องจากประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันว่าไม่กังวล และรายงานอิหร่านขู่อินฟราสตรักเจอร์ในตะวันออกกลางโดยตรง

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของสงครามสมัยใหม่ ที่เทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานกลายเป็นสมรภูมิหลัก ธุรกิจเทคยักษ์ใหญ่อาจต้องปรับกลยุทธ์ด้านความมั่นคงมากขึ้น

คุณคิดอย่างไรกับ อิหร่านรวมยักษ์เทคอเมริกันในรายการเป้าหมายใหม่ นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวสารอัปเดตเพื่อไม่พลาดความเคลื่อนไหวสำคัญ

ที่มา – Iran Includes American Tech Giants on List of New Targets

ผู้สร้าง Strange New Worlds หวัง Paramount รัก Star Trek: Year One

ปัจจุบันไม่มีซีรีส์ Star Trek เรื่องไหนถ่ายทำอยู่ แต่แฟนๆ ยังคงรอคอยอนาคตของจักรวาลนี้อยู่เสมอ ทีมผู้สร้าง Strange New Worlds ที่เพิ่งปิดกล้องซีซัน 4 และ 5 ไป ก็ยังมีความหวังว่าจะได้ต่อยอดเรื่องราว โดยเฉพาะไอเดีย Star Trek: Year One ที่จะเล่าเรื่องวันแรกๆ ของกัปตันเคิร์กในการบังคับบัญชาเรือ USS Enterprise

ผู้สร้าง Strange New Worlds หวัง Paramount รัก Star Trek: Year One

ผู้สร้าง Strange New Worlds หวัง Paramount รัก Star Trek: Year One มากพอที่จะอนุมัติโปรเจกต์นี้ Star Trek: Year One เป็นไอเดียที่ถูกพูดถึงมานาน และตอนนี้กลายเป็นโปรเจกต์จริงที่ทีมนำเสนอให้ Paramount พิจารณาแล้ว Henry Alonso Meyers โปรดิวเซอร์และโค-โชว์รันเนอร์ของ Strange New Worlds เปิดเผยกับ TrekMovie ว่า “เราคิดว่านี่คือเรื่องถัดไปที่ยอดเยี่ยมสำหรับ Star Trek ในเส้นเรื่องที่เรากำลังเล่า แต่ตอนนี้มันอยู่นอกเหนือการควบคุมของเราแล้ว เรานำเสนอไปมากมาย และพวกเขากำลังพิจารณาอยู่ มีความรักต่อทั้งโชว์ของเราและ Star Trek มาก”

ตอนนี้ Strange New Worlds กำลังอยู่ในขั้นตอนหลังการถ่ายทำ แม้ Paramount จะกำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เช่น การรวมกิจการ แต่สตูดิโอก็เริ่มโปรเจกต์ใหม่ๆ เช่น ภาพยนตร์ Star Trek เรื่องใหม่จากทีม Dungeons & Dragons: Honor Among Thieves ที่ John Francis Daley และ Jonathan Goldstein กำกับ

ผู้สร้าง Strange New Worlds หวัง Paramount รัก Star Trek: Year One ด้วยเซ็ตที่ยังอยู่

ที่น่าสนใจคือ เซ็ตของ Strange New Worlds ยังคงตั้งอยู่ที่ CBS Stages ใน Mississauga, Ontario Meyers ยืนยันว่า “เซ็ตของเรายังไม่ถูกทำลาย นั่นคือสิ่งที่ฉันพูดได้ มันเป็นการตัดสินใจใหญ่สำหรับพวกเขา ว่าจะเก็บเซ็ตไว้หรือไม่” การที่เซ็ตยังอยู่ ทำให้ผู้สร้าง Strange New Worlds หวัง Paramount รัก Star Trek: Year One และใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่

เรารู้อยู่แล้วว่าฤดูกาลสุดท้ายของ Strange New Worlds (ซีซัน 5) มีการแคสติ้ง Doctor McCoy และ Sulu ใหม่ๆ ตามที่รายงาน ทำให้มันลงตัวสำหรับสปินออฟที่ต่อเนื่องทันที แม้จะรอการยืนยันจาก Paramount ที่เพิ่งอนุมัติแค่ Strange New Worlds สองซีซันและ Starfleet Academy อย่างน้อยหนึ่งซีซัน

ก่อนหน้านี้ ทีม Picard ก็ผลักดัน Legacy แต่ไม่สำเร็จ Meyers ยังคงมองโลกในแง่ดี โดยเฉพาะในปีครบรอบ 60 ปีของ Star Trek ที่เหมาะสำหรับการรีเมคโอริจินัลซีรีส์ “หน้าที่ของฉันคือทำให้ซีซัน 4 และ 5 เสร็จสิ้น ผมไม่คิดถึงเรื่องที่สตูดิโอต้องตัดสินใจ Akiva [Goldsman] ชอบผลักดันหนัก แต่ใจผมก็เหมือนกัน”

ผู้สร้าง Strange New Worlds หวัง Paramount รัก Star Trek: Year One เพื่อสานต่อมรดกของแฟรนไชส์ sci-fi อันยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเซ็ตหรือนักแสดง เวลาจะเป็นตัวบอก แต่แฟนๆ สามารถติดตามพัฒนาการได้ที่นี่!

อยากอัปเดตข่าว Star Trek ล่าสุด? คลิกที่นี่ เพื่อไม่พลาด!

ที่มา – The Creators of ‘Strange New Worlds’ Sure Hope Paramount Loves Their ‘Star Trek: Year One’ Pitch

ยานดวงจันทร์มัสก์-เบโซส์เสี่ยงทิ้งArtemisติดค้าง

NASA วางแผนพานักบินอวกาศกลับสู่ดวงจันทร์ในปี 2028 แต่การพัฒนายานลงจอดกำลังเผชิญปัญหาล่าช้าและความเสี่ยงด้านความปลอดภัย รายงานจากหน่วยตรวจสอบ NASA เตือนว่า ยานดวงจันทร์มัสก์-เบโซส์เสี่ยงทิ้งนักบินอวกาศ Artemis ติดค้าง หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง เนื่องจากยังมีช่องโหว่ในการทดสอบและวิเคราะห์การรอดชีวิตของลูกเรือ

ยานดวงจันทร์มัสก์-เบโซส์ เสี่ยงทิ้งนักบินอวกาศ Artemis ติดค้าง NASA เตือน

รายงานล่าสุดจากสำนักงานผู้ตรวจการ NASA (OIG) ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร ระบุปัญหาสำคัญในโครงการ Human Landing System (HLS) ทั้งยาน Starship HLS ของ SpaceX จาก Elon Musk และ Blue Moon Lander ของ Blue Origin จาก Jeff Bezos หากยานเหล่านี้ประสบปัญหาใหญ่ NASA อาจไม่สามารถช่วยเหลือลูกเรือที่ติดค้างในอวกาศหรือพื้นดวงจันทร์ได้

รายงานนี้เผยแพร่ไม่กี่สัปดาห์หลัง NASA ปรับโครงสร้างโครงการ Artemis เพิ่มการทดสอบอีกครั้งเพื่อเตรียมภารกิจลงจอดนักบินอวกาศ โดย Artemis 4 จะพยายามลงจอดในปี 2028 และ Artemis 5 อาจตามมาในปีเดียวกัน เดิมที NASA หวังลงจอด Artemis ครั้งแรกในปี 2027 ด้วย Starship HLS แต่ต้องเปิดสัญญาใหม่ให้ Blue Origin แข่งขัน เนื่องจาก SpaceX ล่าช้า

ช่องโหว่ด้านการทดสอบและความปลอดภัยในยานดวงจันทร์มัสก์-เบโซส์

OIG ชี้ว่า NASA กำลังเร่งพัฒนา แต่ยังประเมินไม่ได้ว่าจะสำเร็จทางเทคนิค งบประมาณ และกำหนดการหรือไม่ โดยเฉพาะปัญหาความปลอดภัย แม้ NASA จะป้องกันความเสี่ยง แต่ขาดวิธีลดความเสี่ยงที่ชัดเจน เช่น การทดสอบตามหลัก “test like you fly” ที่ควรจำลองสภาวะจริง แต่พลาดโอกาสในภารกิจ无人 ของทั้งสองบริษัท

สำหรับ Starship HLS มีข้อขัดแย้งระหว่าง NASA และ SpaceX เรื่องระบบควบคุมด้วยมือ ซึ่งจำเป็นสำหรับการรับรองยานมนุษย์ ส่วน Blue Moon ยังไม่ชัดเจนว่าระบบนี้จะทำงานอย่างไร นอกจากนี้ การวิเคราะห์การรอดชีวิตของลูกเรือ (crew survival analyses) มีข้อจำกัด ทำช้าเกินไป มุ่งแต่ระบุความเสี่ยง ไม่ช่วยออกแบบระบบป้องกัน และไม่ครอบคลุมการรอดชีวิตระยะยาว

  • NASA ควรกำหนดกฎติดตามการสนับสนุนรัฐบาลให้ผู้รับเหมา และปรับค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน
  • ปรับสัญญา SpaceX และ Blue Origin ให้สอดคล้อง
  • ทบทวนบทเรียนจาก Commercial Crew Program เรื่องระบบควบคุมด้วยมือ
  • อัปเดตการวิเคราะห์การรอดชีวิตให้รวมกลยุทธ์ระยะยาว

NASA ตกลงดำเนินการส่วนใหญ่ แต่ยังไม่ตอบคำถามจากสื่อ

ปัจจุบัน Musk และ Bezos กำลังแข่งขันกันเพื่อส่งยานให้ทัน Artemis 2028 ขณะที่ NASA ต้องรีบแก้ปัญหาเพื่อแซงจีนที่วางแผนลงจอดนักบินอวกาศดวงจันทร์ก่อน โครงการนี้ไม่เพียงท้าทายเทคนิค แต่ยังเกี่ยวกับชื่อเสียงของชาติอวกาศ

ปัญหาเหล่านี้สะท้อนความซับซ้อนของการร่วมมือเอกชน-รัฐบาล SpaceX และ Blue Origin มีเทคโนโลยีล้ำหน้า แต่การรับรองความปลอดภัยต้องเข้มงวดยิ่งขึ้น NASA ควรเร่งทดสอบจริงและพัฒนาระบบสำรองเพื่อป้องกันหายนะ

ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญ การแข่งขันนี้กระตุ้นนวัตกรรม แต่ความเสี่ยงสูง หากยานดวงจันทร์มัสก์-เบโซส์เสี่ยงทิ้งนักบินอวกาศ Artemis ติดค้าง อาจล่าช้าทั้งโครงการ สุดท้าย NASA ต้องสมดุลระหว่างความเร็วและความปลอดภัยเพื่อความสำเร็จระยะยาว

คุณคิดอย่างไรกับการแข่งขันอวกาศครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวสารอวกาศล่าสุดจากเราเพื่อไม่พลาดอัปเดต!

ที่มา – Musk and Bezos Moon Landers Could Leave Artemis Astronauts Stranded, NASA Watchdog Warns

พายุรุนแรงพัดทอร์นาโดและเห็บยักษ์ถล่มมิดเวสต์ มุ่งตะวันออก

พายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงพัดถล่มภาคกลางของสหรัฐอเมริกาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สร้าง

พายุทอร์นาโดที่ทำลายบ้านเรือนและมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย ณ เช้าวันพุธ ตอนนี้ภัยคุกคามกำลังมุ่งหน้าไปทางตะวันออก

พายุรุนแรงพัดทอร์นาโดและเห็บยักษ์ถล่มมิดเวสต์ มุ่งตะวันออก

หน่วยงานบริการอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ (National Weather Service) คาดการณ์ว่าฝนตกหนักและพายุฝนฟ้าคะนองจะเคลื่อนตัวเข้าสู่โอไฮโอวัลเลย์ มิดอัตลานติก และชายฝั่งอ่าวเม็กซิโกในวันพุธนี้ นำมาซึ่งสภาพอากาศรุนแรงและความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน สภาวะบรรยากาศยังเอื้อต่อพายุแรง ทำให้ศูนย์พยากรณ์พายุ (Storm Prediction Center) ประกาศพื้นที่เสี่ยง “ระดับ 2 จาก 5” สำหรับพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงจนถึงวันพฤหัสบดี

มีถึง 19 รัฐตั้งแต่เท็กซัสไปจนถึงเพนซิลเวเนีย ตกอยู่ในเขตเสี่ยงอย่างน้อยบางส่วน พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอาจเจอลูกเห็บขนาดใหญ่ ลมพัดแรง และทอร์นาโด ความเสี่ยงสูงสุดอยู่ในอ-upper Ohio Valley ไปยังมิดอัตลานติก และจากตะวันออกเท็กซัสถึงลุ่มน้ำมิสซิสซิปปี้ตอนล่าง

พายุรุนแรงพัดทอร์นาโดและเห็บยักษ์ถล่มมิดเวสต์ มุ่งตะวันออก: รายละเอียดความเสียหาย

แนวเย็นที่ตามหลังพายุจะเคลื่อนตัวไปยังชายฝั่งตะวันออกในช่วงเย็นวันพุธถึงเช้าวันพฤหัสบดี นำพายุฝนฟ้าคะนองเพิ่มเติม ช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี แนวเย็นจะเคลื่อนออกนอกชายฝั่ง สิ้นสุดภัยพิบัติ ยกเว้นฟลอริดา

รัฐอิลลินอยส์และอินเดียนาถูกโจมตีด้วยทอร์นาโดและลูกเห็บขนาดเท้ากรีนฟรุตเมื่อบ่ายวันอังคาร Supercell thunderstorms ที่มี回転ลึกและยั่งยืน ทำให้เกิดทอร์นาโดง่ายขึ้น

เช้าวันพุธ Lori Postma จาก Lake Village Volunteer Fire Department ในอินเดียนาตอน西北 รายงานผู้เสียชีวิต 2 รายและบาดเจ็บหลายราย หัวหน้าหน่วยดับเพลิง Rob Churchill เรียกความเสียหายว่า “การทำลายล้างทั้งหมด”

NWS สงสัยว่าลูกเห็บกว้าง 6 นิ้วใน Kankakee รัฐอิลลินอยส์ อาจทำลายสถิติรัฐ (ปัจจุบัน 4.75 นิ้ว ใน Minooka ปี 2015) ต้องรอการยืนยัน

ไม่ใช่ครั้งแรกของสัปดาห์นี้ Governor Gretchen Whitmer ประกาศภาวะฉุกเฉินใน Southwest Michigan หลังทอร์นาโดคร่าชีวิต 4 ราย รวม Penni Jo Guthrie 65 ปี และ Keri Ann Johnson 54 ปี จาก Union City

คลื่นความร้อนในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในอ่าวเม็กซิโกกำลังพัฒนาเร็ว ช่วยจุดชนวนพายุใน Plains และ Midwest ตามที่นักอุตุ Ben Noll รายงาน ลมจากอ่าวพัดอากาศอุ่นชื้นขึ้นเหนือ เพิ่มโอกาสทอร์นาโดขณะเคลื่อนตะวันออก NWS ออก Tornado Watches และ Warnings ในอินเดียนา เคนทักกี โอไฮโอ และโอคลาโฮมา

หากพื้นที่คุณเสี่ยงพายุรุนแรง ควรติดตามพยากรณ์ท้องถิ่น ชาร์จสมาร์ทโฟนและวิทยุเต็ม ระบุจุดหลบภัยในบ้านและศูนย์หลบภัยใกล้เคียง การเตรียมตัวเหล่านี้ช่วยปกป้องคุณและครอบครัว

  • ติดตามการอัปเดตแบบเรียลไทม์จาก NWS
  • เตรียมอุปกรณ์สื่อสารสำรอง
  • รู้จุดหลบภัยที่ปลอดภัยที่สุด

พายุรุนแรงพัดทอร์นาโดและเห็บยักษ์ถล่มมิดเวสต์ มุ่งตะวันออกนี้เตือนใจให้เราต้องตื่นตัวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมเสมอเพื่อความปลอดภัย

ที่มา – Violent Storms Brought Tornadoes and Monster Hail to the Midwest. Now It’s Tracking East

พันธมิตร Niantic ช่วยหุ่นส่งอาหาร Pokémon Go

ถ้าคุณอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ของสหรัฐฯ จีน หรือบางประเทศในยุโรป คุณคงเคยเห็นหุ่นยนต์ส่งอาหารพวกนี้แล้วล่ะ หุ่นตัวเล็กๆ ที่มีตาแป๋วๆ และชื่อน่ารัก พวกมันลุยฝน ลุยฟุตบาทพังๆ และเลี่ยงร่างคนไร้บ้านแบบไม่ใยดี เพื่อนำขนมอร่อยๆ มาส่งให้คุณ

แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ยินดีแบ่งทางเท้ากับพวกมันหรอกนะ ล่าสุดมีเรื่องในThe Economistเล่าว่าคนเริ่มทำลายหุ่นพวกนี้มากขึ้นเพราะความหงุดหงิด สื่อพยายามแก้ตัวว่าหุ่นไม่สมควรโดนระบายอารมณ์จากปัญหาสังคมทั้งหมด แต่ลืมบอกว่าพวกมันยังเป็นสายสืบด้วย! หุ่นส่ง Uber Eats สุดน่ารักพวกนี้เคยถูกจับได้ว่าส่งภาพจากกล้องให้ตำรวจนครลอสแองเจลิส

การทำให้คนยอมรับหุ่นพวกนี้ยากอยู่แล้ว โดยเฉพาะภาพลักษณ์ที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบเฝ้าระวัง ดังนั้นบริษัทเจ้าของเลยพยายามทำ PR หนักๆ ในช่วงหลังๆ ปีที่แล้ว Netflix โชว์ Everybody’s Live With John Mulaney ยังเชิญหุ่น “Saymo” จาก Serve Robotics มาเป็นตัวละครประจำเลยนะ แต่การตีหุ่นยังไม่หยุด

พันธมิตร Niantic หุ่นส่งอาหาร Pokémon Go

ล่าสุดมีพันธมิตร Niantic ช่วยหุ่นส่งอาหาร Pokémon Go ที่อาจเป็นกุญแจสำคัญในการทำให้เรายอมรับหุ่นพวกนี้ Coco Robotics ที่หุ่นสีชมพูนีออนของพวกเขาดังมาก ได้จับมือกับ Niantic Spatial ซึ่งเป็นสปินออฟ AI จากบริษัท AR สร้าง Pokémon Go และหัวใจของดีลนี้คือข้อมูลที่คุณยอมให้ตอนโยคอบอลในเกม!

ตามที่MIT Technology Reviewรายงาน Niantic จะใช้ภาพถ่ายจากโหมด AR ที่ผู้เล่นถ่ายตอนเล่นเกม สร้างโมเดลดิจิทัลของเมืองใหญ่ๆ แล้วให้หุ่น Coco ใช้ในการนำทางบนถนนเมือง มันสมเหตุสมผลมาก เพราะหุ่นส่งอาหารเจอปัญหาในเมืองสูงๆ กับข้อมูลมหาศาลจากผู้เล่น

ข้อมูล Pokémon Go แก้ปัญหา GPS ในเมืองอย่างไร

“หุบเขาสำหรับเมืองคือสถานที่แย่ที่สุดสำหรับ GPS” Brian McClendon CTO ของ Niantic บอกกับ Technology Review “จุดน้ำเงินบนโทรศัพท์คุณมักลอยไป 50 เมตร ทำให้หลงไปถนนอื่นทางตรงข้าม”

Pokémon Go ประสบความสำเร็จมหาศาลตั้งแต่เปิดตัวปี 2016 McClendon บอกว่ามีผู้ติดตั้ง 500 ล้านคนใน 2 เดือนแรก และยังมีผู้เล่น活跃 100 ล้านคนในปี 2024 มันดังขนาดJeffrey Epstein ยังเมลเรื่องนี้ ด้วยชั่วโมงเล่นนับไม่ถ้วน Niantic ได้ข้อมูลตำแหน่งและภาพถ่ายพันๆ มุมของแลนด์มาร์คจริงๆ ใต้ PokéStops และ Poké Gyms

พันธมิตร Niantic หุ่นส่งอาหาร Pokémon Goนี้อาจให้ข้อได้เปรียบ Coco Robotics ที่คู่แข่งยังลำบากกับบริการไม่เสถียร ถ้าพวกเขาย้ำความน่ารักแบบ Pikachu และลดภาพลักษณ์ AI ที่คนเกลียดยิ่งกว่าเดิม พวกเขาอาจกลายเป็นที่หนึ่งได้จริงๆ

ยังเร็วไปที่จะบอกว่าดีลนี้จะสำเร็จหรือเปลี่ยนมุมมองคนต่อหุ่นส่งอาหาร แต่เทคโนโลยีแบบนี้แสดงให้เห็นว่าอนาคตการส่งของอาจสนุกและเชื่อถือได้มากขึ้น ลองจินตนาการดูสิว่าหุ่นส่งพิซซ่ามาถึงตรงเวลาด้วยพลัง Pokémon! คุณคิดยังไงกับพันธมิตรนี้ ลองคอมเมนต์บอกเราหน่อย

ที่มา – New Niantic Partnership Helps Food Delivery Bots ‘Pokémon Go’ Get Your Treats