ร้านอาหารเล็กเริ่มไม่ไหว! ยอดขายหาย 50% สมาคมภัตตาคารไทยยื่นหนังสือจี้นายกฯ เปิดทางให้ร่วม ‘ไทยช่วยไทย พลัส’

เชื่อว่าเพื่อนๆ ที่ทำธุรกิจร้านอาหารในตอนนี้คงสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่เป็นใจ เมื่อล่าสุดทางสมาคมภัตตาคารไทยได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนภัยครั้งใหญ่ ผ่านการยื่นหนังสือถึงรัฐบาลเพื่อขอให้พิจารณาขยายโอกาสให้ร้านอาหารขนาดเล็กได้เข้าถึงโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่สำคัญอย่าง ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ หลังจากที่ผู้ประกอบการหลายรายกำลังตกที่นั่งลำบากอย่างหนัก

ร้านอาหารเล็กเริ่มไม่ไหว! ยอดขายหาย 50% สมาคมภัตตาคารไทยยื่นหนังสือจี้นายกฯ เปิดทางให้ร่วม ‘ไทยช่วยไทย พลัส’

ปัญหาที่น่ากังวลที่สุดในตอนนี้คือการที่ยอดขายของร้านอาหารรายย่อยลดลงถึง 30-50% ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา ทั้งที่ธุรกิจเหล่านี้เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยหมุนเวียนเศรษฐกิจในระดับรากหญ้า แต่กลับต้องมาแบกรับภาระต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 15-20% รวมถึงค่าแรงและค่าสาธารณูปโภคที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้กลายเป็นสภาวะ ‘รายได้ลด แต่ต้นทุนพุ่ง’ ซึ่งเป็นโจทย์หินที่ร้านอาหารเล็กๆ จำนวนมากกำลังเผชิญ

เหตุผลที่สมาคมภัตตาคารไทยต้องเคลื่อนไหว:

  • เกณฑ์ปัจจุบันของโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ จำกัดสิทธิ์เฉพาะร้านที่มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี แต่ยังมีกลุ่มร้านอาหารที่มียอดขาย 2-5 ล้านบาทต่อปี (หรือประมาณวันละ 1-3 หมื่นบาท) ซึ่งเป็นกลุ่มที่จ้างงานจริงและอยู่ในระบบภาษีกลับถูกมองข้าม
  • ธุรกิจร้านอาหารในภาพรวมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 7 แสนล้านบาทต่อปี หากร้านเล็กๆ เหล่านี้ไปไม่รอด ย่อมส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ขนส่ง ไปจนถึงพนักงานในร้านอีกหลายล้านคน
  • การเข้าถึงมาตรการเยียวยาคือ ‘ทางรอด’ ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปได้ โดยไม่ลดการจ้างงานหรือเลิกกิจการไปเสียก่อน

ก้าวต่อไปของการช่วยเหลือร้านอาหารไทย

หากรัฐบาลสามารถขยายเกณฑ์การเข้าร่วม ร้านอาหารเล็กเริ่มไม่ไหว! ยอดขายหาย 50% สมาคมภัตตาคารไทยยื่นหนังสือจี้นายกฯ เปิดทางให้ร่วม ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ให้ครอบคลุมกลุ่มร้านที่มีรายได้ถึง 5 ล้านบาทต่อปีได้ เชื่อว่าจะเป็นการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบที่ตรงจุดที่สุด เพราะผู้ประกอบการกลุ่มนี้คือหัวใจสำคัญของการจ้างงานและเป็นฐานรากของเศรษฐกิจไทยที่แท้จริง

ในมุมมองของผม สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการไม่ใช่แค่เงินกู้ แต่คือ ‘มาตรการที่เข้าถึงได้จริง’ เพื่อให้พวกเขาสามารถแข่งขันในตลาดเดลิเวอรีและภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้นได้ การที่สมาคมภัตตาคารไทยออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าจับตามาก หากรัฐบาลยอมรับฟังและปรับเงื่อนไขให้ยืดหยุ่นขึ้น เราน่าจะได้เห็นการฟื้นตัวของบรรยากาศการค้าขายที่สดใสขึ้นอย่างแน่นอนครับ

ถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐต้องยื่นมือเข้ามาสนับสนุนผู้ประกอบการที่เป็นฟันเฟืองหลัก ให้สามารถยืนหยัดอยู่ได้ในยุคที่ทุกอย่างแพงขึ้นแบบนี้ มาเอาใจช่วยผู้ประกอบการร้านอาหารไทยให้ผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันครับ

ที่มา – ร้านอาหารเล็กเริ่มไม่ไหว! ยอดขายหาย 50% สมาคมภัตตาคารไทยยื่นหนังสือจี้นายกฯ เปิดทางให้ร่วม ‘ไทยช่วยไทย พลัส’

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *