ผู้เขียน: lalika69_admin

กองทัพเรือออกประกาศเตือนฉบับใหม่ เฝ้าระวังทุ่นระเบิดทางทะเล สั่งเรือพาณิชย์ไทยเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ-อ่าวเปอร์เซีย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามีข่าวสำคัญมาอัปเดตให้ฟังกันแบบเป็นกันเอง สำหรับคนที่ชอบติดตามสถานการณ์โลก โดยเฉพาะเรื่องที่อาจกระทบชีวิตประจำวันของเราแบบไม่คาดคิด อย่าง กองทัพเรือออกประกาศเตือนฉบับใหม่ เฝ้าระวังทุ่นระเบิดทางทะเล สั่งเรือพาณิชย์ไทยเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ-อ่าวเปอร์เซีย นี่เองครับ สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดหนักมาก กองทัพเรือไทยเลยรีบออกคำเตือนด่วนเพื่อปกป้องเรือพาณิชย์ของเราที่แล่นผ่านเส้นทางสำคัญนี้

กองทัพเรือออกประกาศเตือนฉบับใหม่ เฝ้าระวังทุ่นระเบิดทางทะเล สั่งเรือพาณิชย์ไทยเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ-อ่าวเปอร์เซีย

วันที่ 14 มีนาคมนี้ พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ได้แถลงข่าวจากศูนย์ควบคุมการจราจรทางทะเล ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ (ศคจร.ศปก.ทร.) ว่ามีประกาศเตือนสถานการณ์ความมั่นคงทางทะเลฉบับใหม่ ลงวันที่ 13 มีนาคม 2569 เรียกได้ว่าสัญญาณอันตรายระดับสูงเลยทีเดียว เพราะพื้นที่อ่าวเปอร์เซีย อ่าวโอมาน และช่องแคบฮอร์มุซ กำลังร้อนระอุจากความขัดแย้งด้านอาวุธที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

จากข้อมูลการประเมินยุทธวิธีของกองทัพเรือ พบว่ามีโอกาสสูงมากที่จะมีการใช้ทุ่นระเบิดทางทะเล (Sea Mines) ซึ่งเป็นอาวุธร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำ สามารถทำลายโครงสร้างเรือพาณิชย์ได้ในพริบตา และกระทบเส้นทางขนส่งสินค้าทั่วโลกโดยตรง ช่องแคบฮอร์มุซนี่แหละครับ เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก ถ้าปิดกั้นได้ ราคาน้ำมันพุ่งแน่นอน ส่งผลต่อค่าครองชีพของเรา รวมถึง gadget สุดล้ำอย่างสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ tech ที่ต้องนำเข้าผ่านเส้นทางนี้

5 ข้อกำหนดเร่งด่วนจากกองทัพเรือ ที่ผู้ประกอบการต้องรู้

เพื่อป้องกันวิกฤต กองทัพเรือออกคำแนะนำ 5 ข้อชัดเจนสำหรับเรือไทยทุกประเภท ลองมาดูกันครับ:

  • 1. งดเว้นการเข้าพื้นที่เสี่ยงสูง: หลีกเลี่ยง High Risk Area ในอ่าวเปอร์เซีย ช่องแคบฮอร์มุซ และอ่าวโอมาน ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ
  • 2. ยกระดับความปลอดภัย: บริษัทเจ้าของเรือต้องประเมินความเสี่ยงละเอียด เพิ่มมาตรฐาน ISPS Code และ Best Management Practices (BMP) ให้เข้มงวด
  • 3. เฝ้าระวังข่าวสาร: ติดตามสถานการณ์สู้รบและคำแนะนำจากหน่วยงานนานาชาติแบบเรียลไทม์
  • 4. เตรียมการสื่อสาร: รักษาการติดต่อวิทยุช่อง 16 ตลอดเวลา พร้อมตอบสนองหน่วยงานความมั่นคงทันที
  • 5. แจ้งเหตุทันที: พบวัตถุสงสัยหรือทุ่นระเบิด รีบรายงานศคจร.ศปก.ทร., UKMTO และหน่วยที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ยังมีคู่มือพิเศษแจกจ่ายให้ลูกเรือ เกี่ยวกับวิธีรับมือทุ่นระเบิด เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสรอดชีวิต ฟังดูมือโปรสุดๆ เลยนะครับ

ทำไมข่าวนี้สำคัญกับคนทั่วไปอย่างเรา?

แม้เราจะไม่ได้เป็นกัปตันเรือ แต่จากประสบการณ์ติดตามข่าวโลกมานาน ผมบอกได้เลยว่าความตึงเครียดแบบนี้เคยทำให้ราคาน้ำมันทะลุฟ้า ส่งผลต่อค่าขนส่งสินค้า tech จากจีนหรือตะวันออกกลางที่เราใช้กันทุกวัน เช่น ชิปเซ็ตสำหรับมือถือรุ่นใหม่ หรืออุปกรณ์ streaming สำหรับดูหนัง Netflix ถ้าเส้นทางนี้สะดุด เทรนด์ gadget ราคาถูกล่าช้าแน่นอน ในมุมมอง expert อย่างผม สถานการณ์นี้สะท้อนเทรนด์โลกที่ความมั่นคงทางทะเลกำลังกลายเป็นประเด็น hot มากขึ้น โดยเฉพาะกับ AI และ drone ที่อาจใช้ตรวจจับทุ่นระเบิดในอนาคต

สุดท้ายนี้ ผมแนะนำให้เพื่อนๆ ติดตามข่าวจากแหล่ง官方อย่างกองทัพเรือ และถ้าทำงานเกี่ยวข้องกับ shipping หรือ import tech อย่าลืมเช็คประกาศล่าสุดนะครับ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน!

ที่มา – กองทัพเรือออกประกาศเตือนฉบับใหม่ เฝ้าระวังทุ่นระเบิดทางทะเล สั่งเรือพาณิชย์ไทยเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ-อ่าวเปอร์เซีย

สหรัฐฯ เตรียมเคลื่อนย้ายกำลังพลนาวิกโยธินอย่างน้อย 5,000 นาย และเรือรบไปยังตะวันออกกลางเพิ่มเติม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามีข่าวร้อนๆ จากโลกการเมืองและการทหารที่กำลังเป็นที่จับตามองทั่วโลก นั่นคือ สหรัฐฯ เตรียมเคลื่อนย้ายกำลังพลนาวิกโยธินอย่างน้อย 5,000 นาย และเรือรบไปยังตะวันออกกลางเพิ่มเติม ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดกับอิหร่านที่กำลังลุกลามใหญ่โต ถ้าคุณชอบติดตามข่าวแบบนี้ เหมือนดูหนังแอคชั่นฮอลลีวูดแต่เป็นเรื่องจริง มาอ่านกันเลยครับ ผมจะเล่าแบบเป็นกันเอง พร้อมวิเคราะห์ให้ฟังแบบ expert จากประสบการณ์ติดตามข่าวต่างประเทศมานาน

สหรัฐฯ เตรียมเคลื่อนย้ายกำลังพลนาวิกโยธินอย่างน้อย 5,000 นาย และเรือรบไปยังตะวันออกกลางเพิ่มเติม: รายละเอียดสำคัญ

จากข้อมูลที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันกับ CBS News พันธมิตร BBC กองกำลังนี้จะมาจากหน่วยสะเทินน้ำสะเทินบกพร้อมรบและนาวิกโยธินเฉพาะกิจ โดยนำโดยเรือยกพลขึ้นบก USS Tripoli ที่ประจำการอยู่ในญี่ปุ่น เรือลำนี้บรรทุกทหารเรือและนาวิกโยธินราว 5,000 นาย กระจายบนเรือรบหลายลำ เป้าหมายคือเสริมแกร่งในตะวันออกกลางทันที

ทำไมถึงเป็นจังหวะนี้? เพราะประธานาธิบดีทรัมป์เพิ่งประกาศว่ากองทัพสหรัฐฯ ถล่มโครงสร้างทหารอิหร่านบนเกาะคาร์กในช่องแคบฮอร์มุซ ‘จนสิ้นซาก’ ช่องแคบนี้คือเส้นเลือดใหญ่ของน้ำมันโลกเลยนะครับ ถ้าปิดได้ ราคาน้ำมันพุ่งชัวร์! อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงใส่อิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ ส่งผลให้สนามบินสำคัญหลายแห่งปิด ราคาน้ำมันทะยาน

ทรัมป์ยังบอกว่าจะเริ่มคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบ ‘เร็วๆ นี้’ ข่าวนี้ Wall Street Journal รายงานก่อนใคร โดย Centcom (กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ) ขอกำลังเสริม และ Pete Hegseth รัฐมนตรีกลาโหมอนุมัติแล้ว BBC ติดต่อเพนตากอนแต่ยังไม่ยืนยันสาธารณะ เพราะเป็นการเคลื่อนไหวลับๆ

นอกจากนี้ ยังย้ายระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD จากเกาหลีใต้

น่าสนใจมาก! สหรัฐฯ ย้าย THAAD บางส่วนจากเกาหลีใต้ไปตะวันออกกลาง Washington Post ยืนยัน จีนรีบออกมาแถลงทันควัน โฆษกกัวเจียคุน ย้ำคัดค้าน THAAD ในเกาหลีใต้เหมือนเดิม เพราะเรดาร์แรงเกิน สอดแนมเข้าแผ่นดินจีนได้ จีนเคยโวยวายหนักตอนติดตั้งปี 2017

ศ.จอห์น นิลสัน-ไรต์ จากเคมบริดจ์ บอก BBC ว่าจีนอาจเห็นว่านี่คือโอกาสสหรัฐฯ เบี่ยงเบนจากอินโด-แปซิฟิก เกาหลีเหนือยังเงียบ แต่ผู้เชี่ยวชาญกังวล คิมจองอึน อาจยั่วเกาหลีใต้เล็กๆ ศ.เอียน ชอง จาก NUS ถามคำถามใหญ่: สงครามยืดเยื้อจะทำให้คลังอาวุธสหรัฐฯ หมด จนรับมือที่อื่นไม่ได้?

  • THAAD คืออะไร? ระบบตีลูกศรขีปนาวุธความสูงสุดยอด Tech สุดล้ำจาก Lockheed Martin สกัดจรวดได้ไกลๆ เหมือน Iron Dome ของอิสราเอลแต่ใหญ่กว่า
  • ผลกระทบ tech: การย้ายนี้แสดงให้เห็น network การทหารสหรัฐฯ ยืดหยุ่น แต่เสี่ยง gap ในเอเชีย
  • สถานการณ์อิหร่าน: สงครามเริ่ม 28 ก.พ. สหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตี อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ตาย ลูกชายโมจตาบา วัย 56 ขึ้นเป็นผู้นำคนใหม่ สาบานล้างแค้น ปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อ หลังสหรัฐฯ ถล่ม 6,000 จุดใน 2 สัปดาห์ ทรัมป์ขู่โจมตีหนักสัปดาห์หน้า Hegseth บอก ‘ไม่ปราณีศัตรู’

จากมุมผมที่ติดตามมานาน สถานการณ์นี้เหมือนจุดเดือดของ Middle East ที่กระทบ global economy โดยตรง ราคาน้ำมันขึ้น = ค่าครองชีพเราทุกคนแพง Tech อย่าง drone และ missile defense จะได้เห็นการใช้งานจริง เหมือนในเกม Call of Duty แต่จริงจังกว่า

ความเห็นส่วนตัว: สงครามนี้อาจยืดเยื้อเพราะอิหร่านมี proxy มากมาย สหรัฐฯ ต้อง balance กับจีน-เกาหลีเหนือ ผมคาดว่าราคาน้ำมันจะพุ่งต่ออีก 20-30% ในสัปดาห์หน้า เพื่อนๆ ลองติดตาม crypto หรือหุ้นพลังงานดูนะ อาจมีโอกาส! ถ้าชอบข่าวแบบนี้ กดแชร์และ subscribe ด้วยนะครับ จะอัพเดทให้ฟังต่อ

ที่มา – สหรัฐฯ เตรียมเคลื่อนย้ายกำลังพลนาวิกโยธินอย่างน้อย 5,000 นาย และเรือรบไปยังตะวันออกกลางเพิ่มเติม

เปิดเทศกาลดอกลำดวนบาน 2569 ที่ศรีสะเกษ ชูวัฒนธรรม 4 เผ่าไท ผลักดันเมืองรองสู่เมืองท่องเที่ยวหลัก

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวท่องเที่ยวและคนรักวัฒนธรรมทุกคน! วันนี้ผมมีข่าวดีสำหรับคนที่กำลังมองหาที่เที่ยวใหม่ๆ แบบชิลๆ แต่ได้กลิ่นอายอีสานแท้ๆ มาบอกกันครับ นั่นคือ เปิดเทศกาลดอกลำดวนบาน 2569 ที่ศรีสะเกษ ชูวัฒนธรรม 4 เผ่าไท ผลักดันเมืองรองสู่เมืองท่องเที่ยวหลัก งานนี้จัดยิ่งใหญ่สุดๆ เมื่อวานนี้ (13 มีนาคม 2569) ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ศรีสะเกษ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ มีผู้ว่าฯ อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต และชาวศรีสะเกษมาร่วมเพียบ!

เปิดเทศกาลดอกลำดวนบาน 2569 ที่ศรีสะเกษ ชูวัฒนธรรม 4 เผ่าไท ผลักดันเมืองรองสู่เมืองท่องเที่ยวหลัก

เทศกาลนี้จัดระหว่างวันที่ 11-15 มีนาคม 2569 โดยตรงเป้าหมายเพื่อสืบสานและอนุรักษ์วัฒนธรรมของ 4 เผ่าไทในศรีสะเกษ ได้แก่ ลาว เขมร ส่วย และเยอ แต่ละเผ่ามีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็นภาษา เสื้อผ้า ดนตรี หรืออาหารพื้นบ้านที่หาทานยาก ถ้าคุณเป็นสายวัฒนธรรมล่ะก็ งานนี้ตอบโจทย์สุดๆ เลยครับ มันไม่ใช่แค่งานเทศกาลธรรมดา แต่เป็นการใช้ ‘ทุนวัฒนธรรม’ ผลักดันศรีสะเกษให้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก จากเมืองรองที่หลายคนอาจมองข้าม

มาดูกิจกรรมกันดีกว่า แบ่งเป็น 2 ช่วงชัดเจน ช่วงกลางวันเน้นเรียนรู้และช้อปปิ้ง:

  • นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
  • นิทรรศการศิลปวัฒนธรรม 4 เผ่าไท ที่ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์และวิถีชีวิต
  • สาธิตและจำหน่ายอาหารพื้นเมือง เช่น แกงอ่อม ส้มตำส่วย หรือข้าวเหนียวมะม่วงแบบดั้งเดิม
  • ประกวดผลิตภัณฑ์ OTOP และผลผลิตเกษตรสดๆ จากชาวบ้าน
  • การแสดงศิลปะอีสาน เช่น หมอลำ กันตรึม เพลงพื้นบ้าน

ส่วนกลางคืน ยิ่งอลังการ! มีการแสดงแสง สี เสียง เรื่อง ‘อารยธรรมแห่งศรัทธา มนตรา ศรีพฤทเธศวร ตอน กำเนิดเทวราชา สถาปนาศรีพฤทเธศวร’ ถ่ายทอดตำนานเมืองศรีสะเกษตั้งแต่กำเนิด ท่ามกลางดอกลำดวนบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วสวน บรรยากาศโรแมนติกมาก เหมาะสำหรับคู่รักหรือครอบครัว

ภาพบรรยากาศงาน เทศกาลดอกลำดวนบาน 2569

ภาพดอกลำดวนบานสะพรั่ง

ทำไมศรีสะเกษถึงน่ามาเที่ยวในงานนี้?

จากประสบการณ์ของผมที่เคยไปงานเทศกาลคล้ายๆ กันในอีสาน ศรีสะเกษมีจุดเด่นคือความหลากหลายทางวัฒนธรรม 4 เผ่านี้ทำให้งานไม่น่าเบื่อเลยสักนิด แถมยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ชาวบ้านได้ขายของ ได้แสดงของดี สร้างรายได้ยั่งยืน นอกจากนี้ ดอกลำดวนยังเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด บานเฉพาะช่วงนี้เท่านั้น ถ้าพลาดปีนี้ รออีกปีเลยนะ!

ในยุคที่เทคโนโลยีช่วยโปรโมทการท่องเที่ยว เช่น แอปเช็คอินเสมือนจริงหรือ AR สำหรับเรียนรู้วัฒนธรรม ศรีสะเกษกำลังก้าวหน้า ผมเชื่อว่างานแบบนี้จะทำให้เมืองนี้ติดอันดับท็อปท่องเที่ยวอีสานในไม่ช้า

ถ้าคุณกำลังวางแผนเที่ยว อย่าลืมแวะศรีสะเกษนะครับ! ไปสัมผัสกลิ่นดอกลำดวน ชิมอาหารอร่อย ดูการแสดงสุดยอด แล้วแชร์รูปลงโซเชียล รับรองปังแน่นอน ใครไปแล้วมาบอกประสบการณ์กันในคอมเมนต์ด้วยล่ะ

ที่มา – เปิดเทศกาลดอกลำดวนบาน 2569 ที่ศรีสะเกษ ชูวัฒนธรรม 4 เผ่าไท ผลักดันเมืองรองสู่เมืองท่องเที่ยวหลัก

กรมอนามัยเตือนรับมือวิกฤตสภาพอากาศ คาดหน้าร้อนปี 69 ดัชนีความร้อนพุ่งแตะระดับอันตรายมาก พร้อมแนะ 7 วิธีป้องกันฮีทสโตรก

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! ในยุคที่อากาศบ้านเราร้อนจัดแบบสุดขีด แถมยังมีฝุ่น PM2.5 มาซ้ำเติม กรมอนามัยเตือนรับมือวิกฤตสภาพอากาศ คาดหน้าร้อนปี 69 ดัชนีความร้อนพุ่งแตะระดับอันตรายมาก พร้อมแนะ 7 วิธีป้องกันฮีทสโตรก มาเตือนใจเราให้ตื่นตัวกันแล้วนะ ผมที่เคยเจออากาศร้อนแบบนี้บ่อยๆ จากการออกไปถ่ายรูปหรือเล่น gadget กลางแจ้ง บอกเลยว่ามันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ถ้าปล่อยไว้ อาจล้มป่วยได้ง่ายๆ โดยเฉพาะปี 2569 นี้ ที่คาดว่าหน้าร้อนจะรุนแรงยิ่งกว่าเดิม

กรมอนามัยเตือนรับมือวิกฤตสภาพอากาศ คาดหน้าร้อนปี 69 ดัชนีความร้อนพุ่งแตะระดับอันตรายมาก พร้อมแนะ 7 วิธีป้องกันฮีทสโตรก

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ว่า โลกและไทยกำลังเจอปัญหาสภาพอากาศสุดขั้ว ทั้งร้อนจัดและฝุ่นพิษ ส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง โดยกรมอุตุฯ กำลังเฝ้าดูค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ซึ่งคำนวณจากอุณหภูมิ + ความชื้น แม่นยำกว่าอุณหภูมิธรรมดา ปีที่แล้วเราสูงสุด 59.5 องศาเซลเซียส มีเสียชีวิตจากร้อน 21 ราย ปี 69 นี้ เดือนเมษา-พฤษภา คาดพุ่งถึงระดับอันตรายมาก (>52 องศาเซลเซียส) โดยเฉพาะภาคเหนือ อีสาน กลาง เสี่ยงผื่น ตะคริว ลมแดด เพลียแดด และฮีทสโตรกที่รุนแรงถึงตายได้

กลุ่มเสี่ยงหลักคือ ผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ป่วยเรื้อรัง (หัวใจ ความดัน เบาหวาน) ทำงานกลางแจ้ง คนอ้วน ป่วยจิตเวช ติดเหล้า ต้องดูแลพิเศษเลยนะเพื่อนๆ ในฐานะคนชอบติดตามเทรนด์เทค ผมแนะนำให้ใช้แอปพยากรณ์อากาศอย่าง AccuWeather หรือ wearable อย่าง Apple Watch ที่ track heart rate และเตือน heat stress ได้ ช่วยให้เรารู้ตัวก่อนล้ม

7 วิธีป้องกันฮีทสโตรกจากกรมอนามัย ที่ทำตามง่ายๆ

  • 1. ติดตามพยากรณ์อากาศและ Heat Index ทุกวัน หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง 13.00-16.00 น. ใช้แอปกรมอุตุฯ ช่วยได้เลย
  • 2. ดื่มน้ำสะอาด 6-8 แก้ว/วัน ไม่รอกระหาย แนะนำน้ำเปล่าเย็นๆ หรือ infused water ผลไม้
  • 3. งดแอลกอฮอล์และน้ำหวาน รวมน้ำอัดลม มันทำให้ขาดน้ำเร็วขึ้น
  • 4. เสื้อผ้าระบายอากาศดี + หมวก ร่มกันแดด เลือกเนื้อ cotton หรือ tech fabric ที่กัน UV
  • 5. สังเกตตัวเองถ้ากินยาบางชนิด อย่างยาลดความดัน แก้หวัด ขับปัสสาวะ ยาจิตเวช เพราะรบกวนระบบควบคุมความร้อน
  • 6. ทำงาน/ออกกำลังกลางแจ้งเป็นกลุ่ม ช่วยกันดูอาการผิดปกติ
  • 7. ผู้สูงอายุดื่มน้ำบ่อย พักผ่อน ในที่อากาศถ่ายเท ติดพัดลมหรือ AC ถ้ามี

ถ้าพบอาการรุนแรงอย่างผิวร้อนแดง ใจเต้นเร็ว ปวดหัว วิงเวียน สับสน ซึม หมดสติ รีบปฐมพยาบาล: ประคบน้ำเย็น/น้ำแข็งที่คอ รักแร้ ขาหนีบ แล้วโทร 1669 ส่งโรงพยาบาลทันที!

จากประสบการณ์ผม ในยุคที่ climate change กำลังเป็นเทรนด์ใหญ่ การเตรียม gadget สุขภาพอย่าง smartwatch หรือ heat monitor app จะช่วยชีวิตได้จริงๆ ปี 69 นี้ เรามาเริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า อย่ารอให้ร้อนจัดแล้วค่อยมานั่งเสียใจ ลองแชร์ 7 วิธีนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะ แล้วคุณจะปลอดภัยจากฮีทสโตรกแน่นอน!

ที่มา – กรมอนามัยเตือนรับมือวิกฤตสภาพอากาศ คาดหน้าร้อนปี 69 ดัชนีความร้อนพุ่งแตะระดับอันตรายมาก พร้อมแนะ 7 วิธีป้องกันฮีทสโตรก

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ รับรางวัลบุคคลแห่งปี เวที BT Awards ชูความสำเร็จ ‘เส้นเลือดฝอย’ จากพลังความร่วมมือของคนกรุง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวกรุงและคนรักเทคโนโลยีทุกท่าน! วันนี้เรามีข่าวดีที่ทำให้รู้สึกภูมิใจในบ้านเมืองของเรามากๆ เลยนะครับ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ รับรางวัลบุคคลแห่งปี เวที BT Awards ชูความสำเร็จ ‘เส้นเลือดฝอย’ จากพลังความร่วมมือของคนกรุง ซึ่งเป็นเหตุการณ์สุดประทับใจที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา ผมในฐานะคนที่ติดตามเรื่องเทคโนโลยีและการพัฒนาเมืองมาตลอด รู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่รางวัลธรรมดา แต่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่ากรุงเทพฯ กำลังเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีจริงๆ ด้วยพลังของเทคโนโลยีและความร่วมมือจากทุกคน

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ รับรางวัลบุคคลแห่งปี เวที BT Awards ชูความสำเร็จ ‘เส้นเลือดฝอย’ จากพลังความร่วมมือของคนกรุง

ในงานประกาศรางวัล The 2nd BT Awards: The Impact Makers ที่จัดโดยบริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด ผู้ผลิตสื่อเครือข่าย BT beartai นำโดย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ขึ้นเวทีรับรางวัลเชิดชูเกียรติกิตติมศักดิ์ ‘บุคคลแห่งปี’ (Person of the Year: The Impact Maker for a Better Tomorrow) รางวัลนี้มอบให้กับบุคคลที่สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคมและการพัฒนาที่ยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมาย SDGs ของ UN เลยทีเดียว

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ถูกยกย่องในฐานะผู้นำที่ขับเคลื่อนกรุงเทพฯ อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่โครงสร้างใหญ่ๆ ที่กระทบเศรษฐกิจประเทศ แต่ลงลึกถึง ‘เส้นเลือดฝอย’ หรือปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันของคนกรุง เพื่อให้เมืองนี้เป็นที่อยู่อาศัยที่น่าอยู่สำหรับทุกคน ฟังดูเท่ใช่มั้ยล่ะครับ?

คำขอบคุณที่สะท้อนหัวใจของผู้นำตัวจริง

บนเวที ผู้ว่าฯ ได้กล่าวขอบคุณอย่างถ่อมตัวว่า รางวัลนี้ไม่ใช่ของตัวเองคนเดียว แต่เป็นความสำเร็จของทีมงาน เจ้าหน้าที่ กทม. และที่สำคัญคือพลังจากประชาชนทุกคน ถ้าไม่มีทุกภาคส่วนร่วมมือกัน นโยบายดีๆ ก็คงไปไม่ถึงไหน ผมชอบตรงนี้มาก เพราะมันแสดงให้เห็นถึง leadership แบบ inclusive ที่เน้น collaboration ซึ่งในยุคเทคโนโลยีปัจจุบัน นี่คือกุญแจสู่ความสำเร็จจริงๆ

ตัวอย่างความสำเร็จสุดเจ๋งจากพลังคนกรุง

ผู้ว่าฯ ยกตัวอย่างผลงานที่พิสูจน์ได้ชัดเจนจากความร่วมมือของทุกคน ดังนี้ครับ:

  • Traffy Fondue: แพลตฟอร์มแจ้งปัญหาเมืองสุดล้ำ ยอดแจ้งเหตุทะลุ 1.2 ล้านเรื่อง แก้ไขเสร็จแล้วกว่า 1 ล้านเรื่อง! นี่คือตัวอย่างการใช้เทคโนโลยี citizen engagement ที่ทำให้ปัญหาเล็กๆ อย่างถนนพัง ไฟดับ กลายเป็นเรื่องที่แก้ได้ทันที
  • คัดแยกขยะ: จาก 1.2 ล้านครัวเรือน ร่วมกันทำให้กรุงเทพฯ สะอาดขึ้น สอดคล้องกับเทรนด์ sustainability ในวงการ tech
  • ปลูกต้นไม้: ทะลุเป้า 2.4 ล้านต้น ช่วยลดความร้อนและเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองคอนกรีต
  • PM 2.5: ดีขึ้น 45% จากปีก่อน ด้วยมาตรการที่ทุกคนมีส่วนร่วม

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่เป็น impact จริงๆ ที่เกิดจากนวัตกรรมและพลังคน ผมที่ติดตาม tech มาตั้งแต่สมัย smartphone เริ่มบูม บอกเลยว่า Traffy Fondue นี่แหละคือ app ที่ revolutionize การ治理เมือง แบบที่หลายประเทศยังตามไม่ทัน

BT Awards: เวทีที่จุดประกายนวัตกรรมเพื่อสังคม

งานนี้มอบรางวัล 18 สาขา เพื่อเชิดชูคนและองค์กรที่ใช้นวัตกรรมสร้าง impact เชิงบวก โดยเฉพาะด้าน SDGs มันทำให้ผมคิดถึงเทรนด์ใหญ่ในวงการ tech อย่าง ESG และ digital transformation ที่กำลังมาแรง หากกรุงเทพฯ ทำได้แบบนี้ ลองนึกภาพอนาคตที่ AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล Traffy เพื่อ predict ปัญหาล่วงหน้าได้เลยสิ!

ในฐานะคนที่ชื่นชอบ entertainment และ tech ผมเห็นว่าผู้ว่าฯ ชัชชาติไม่ใช่แค่ politician แต่เป็น impact maker ที่ blend tech เข้ากับ governance ได้อย่างลงตัว มัน inspire มากสำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากเห็นเมืองไทยพัฒนา

สุดท้ายนี้ ผมขอฝากว่า ถ้าคุณยังไม่ได้ลอง Traffy Fondue หรือร่วมโครงการอื่นๆ ของ กทม. ล่ะก็ รีบเลยนะครับ! ทุกการมีส่วนร่วมของคุณคือก้าวสู่กรุงเทพฯ ที่ดีขึ้น พลังเล็กๆ รวบรวมกันเปลี่ยนโลกได้จริงๆ สมัครเลยวันนี้ แล้วแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างด้วยนะ!

ที่มา – ผู้ว่าฯ ชัชชาติ รับรางวัลบุคคลแห่งปี เวที BT Awards ชูความสำเร็จ ‘เส้นเลือดฝอย’ จากพลังความร่วมมือของคนกรุง

แบรนดอน แซนเดอร์สัน อธิบายทำไมไม่เขียนเอลฟ์คนแคระ

แบรนดอน แซนเดอร์สัน นักเขียนแฟนตาซีชื่อดังกำลังได้รับความสนใจจากแฟนๆ ทั่วโลกมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหลังจากดีลสุดยิ่งใหญ่ที่จะนำผลงานของเขาไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์และซีรีส์บน Apple TV! แต่มีคำถามคลาสสิกที่แฟนๆ ชอบถามมาตลอดอาชีพการเขียนของเขา นั่นคือ ทำไมในนิยายแฟนตาซีของ Sanderson ถึงไม่มีเอลฟ์หรือคนแคระเลย? ล่าสุด เขาตอบคำถามนี้ในวิดีโอบน YouTube ชุด “SanderFAQ” ของตัวเอง

แบรนดอน แซนเดอร์สัน อธิบายทำไมไม่เขียนเอลฟ์คนแคระ

ย้อนกลับไปสมัยที่ Sanderson เริ่มเขียนนิยายตอนเรียนมหาวิทยาลัยและบัณฑิตศึกษา แฟนตาซียุคนั้นยังคงอยู่ในเงาของโทลคีน (J.R.R. Tolkien) อย่างหนัก โดยเฉพาะหลังจากภาพยนตร์ ลอร์ดออฟเดอะริงส์ ของปีเตอร์ แจ็คสัน ประสบความสำเร็จถล่มทลาย ทำให้หลายเรื่องราวแฟนตาซีเลียนแบบโลกของโทลคีนเต็มไปหมด

Sanderson เล่าว่า ตอนนั้นเขาถึงกับเขียนเรียงความหัวร้อนเรื่อง “โทลคีนทำลายแฟนตาซี” ซึ่งตอนนี้เขาบอกเองว่ามัน “คลิกเบตสุดๆ ก่อนที่จะมีคำว่า clickbait” และยอมรับว่าตัวเองเคย “หยิ่งยโส” นิดหน่อยที่ไปบอกคนอื่นว่าควรอ่านอะไร

เหตุผลหลักที่แบรนดอน แซนเดอร์สัน อธิบายทำไมไม่เขียนเอลฟ์คนแคระ

ปัจจุบัน Sanderson ปรับมุมมองแล้ว และกำลังฟังออดิโอบุ๊กของโทลคีนที่แอนดี้ เซอร์คิส เล่าเสียงด้วย แต่ในช่วงปลายยุค 90s เขาคิดว่า “แฟนตาซีควรเป็นแนวที่สร้างสรรค์ที่สุด! เราสามารถทำอะไรก็ได้” ดังนั้น เขาตัดสินใจให้จุดเด่นของนิยายตัวเองคือ โฟกัสที่มนุษย์มากกว่าเหล่าสัตว์ประหลาดแฟนตาซี

นอกจากนี้ ถ้าจะใส่เผ่าพันธุ์แฟนตาซี เขาก็อยากสร้างสรรค์ของตัวเอง ไม่ใช่เอลฟ์ที่เปลี่ยนชื่อหรือคนแคระเวอร์ชันใหม่ แต่มีข้อยกเว้นหนึ่งอย่างคือ มังกร เพราะ “การหาสิ่งที่มีความยิ่งใหญ่เท่ามังกรแต่ไม่ใช่มังกรนั้นยากมาก” เขาถึงยอมโค้งคำนับ

  • หลีกเลี่ยงเงาโทลคีน: เพื่อสร้างเอกลักษณ์ใหม่ให้แฟนตาซี
  • โฟกัสมนุษย์: ทำให้เรื่องราวลึกซึ้งและ relatable มากขึ้น
  • สร้างเผ่าพันธุ์ใหม่: เช่น ในจักรวาล Cosmere ที่มี Parshendi หรือ Sleepless
  • ยืดหยุ่นกับมังกร: เพราะมันเป็นไอคอนที่ทดแทนยาก

ในท้ายวิดีโอ Sanderson สรุปสวยงามว่า “เราไม่จำเป็นต้อง ‘ฆ่าเอลฟ์’ แล้ว เขียนหนังสือที่รัก อ่านที่รัก ยังมีที่ว่างสำหรับไอเดียใหม่ๆ แม้จะผ่านมาหลายสิบปีจากยุคโทลคีน”

นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่าทำไม Sanderson ถึงประสบความสำเร็จขนาดนี้ จักรวาล Cosmere ของเขามีระบบเวทมนตร์ที่เป็นเอกลักษณ์ (Magic systems ที่มีกฎเกณฑ์ชัดเจน) และตัวละครมนุษย์ที่ซับซ้อน ทำให้แฟนๆ ติดงอมแงม ถ้าคุณยังไม่เคยอ่าน ลองเริ่มจาก Mistborn หรือ Stormlight Archive ดูสิ!

คุณคิดยังไงกับการตัดสินใจของ Sanderson? มันทำให้แฟนตาซีสนุกขึ้นจริงไหม? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวแฟนตาซีจากเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการดัดแปลง Cosmere บน Apple TV นะ!

ที่มา – Brandon Sanderson Explains Why He Doesn’t Write About Elves or Dwarves

Divine Incursions ระทึกขวัญสัปดาห์ละมอนสเตอร์

หากคุณยังไม่ทันสังเกต สไตล์ไซไฟกำลังกลับมาฮอตฮิตในโลกตะวันตกอีกครั้ง ด้วยภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ฤดูร้อนจาก Steven Spielberg เรื่อง Disclosure Day ที่กำลังจะมา และซีรีส์ X-Files เวอร์ชันใหม่จาก Ryan Coogler ที่แฟนๆ กำลังรอคอยข่าวอัปเดตกันอย่างใจจดใจจ่อ ในวงการอนิเมะมังงะ ไซไฟไม่เคยหายไปไหนอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแนวต่อสู้ชิโอนэнอย่าง Jujutsu Kaisen มากกว่าแนวลึกลับระทึกขวัญ ถ้าคุณกำลังอยากอ่านเรื่องที่ให้ฟีลซูเปอร์นแชรัลธริลเลอร์แบบเก่าๆ ล่ะก็ ต้องลอง Divine Incursions สิ

Divine Incursions ระทึกขวัญสัปดาห์ละมอนสเตอร์สุดสมองไว

Divine Incursions ดัดแปลงจากไลท์โนเวลของ Oumi Kifuru โดย Kouya Ashitaka เป็นซีรีส์แนวสืบสวนลึกลับที่พล็อตหลักคล้าย X-Files แต่ตั้งในโลกเหนือธรรมชาติฟุบาร์แบบ After God การถกเถียงว่าพระเจ้ามีจริงไหมเป็นเรื่องล้าสมัยไปแล้ว เพราะเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นทั่วโลกจนไม่มีใครปฏิเสธได้ หลักฐานชัดเจนสุดคืออวัยวะยักษ์ร่วงจากฟ้า! ชีวิตประจำวันของชาวบ้านในโลกของ Divine Incursions ระทึกขวัญสัปดาห์ละมอนสเตอร์ เหมือนคอลเลกชันสยองขวัญจาก Junji Ito แบบรวมฮิต บางคนยอมรับชินเชิง บางคนก็หลงเชื่อลัทธิเพื่ออธิบายชีวิตแปลกประหลาดของตัวเอง

ความหวังเดียวของมนุษย์คือคู่หูนักสืบพิเศษคู่นี้ ที่ต้องเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อไขปริศนาที่อธิบายไม่ได้ นำทีมโดย Katagishi ชายหนุ่มสุภาพ อ่อนล้า สูบบุหรี่ไม่หยุด และ Miyaki นักสืบรุ่นน้อง สดใส ตรงไปตรงมา ตาเป็นประกาย เป็นหยินหยางที่ลงตัว แม้ไม่ใช่ Mulder-Scully แบบเป๊ะ แต่เคมีเข้ากันดี นักสืบเหนื่อยๆ กับสาวขี้เกียจยิ้มแย้ม เดินทางจากหมู่บ้านห่างไกลไปหาคริปทิดแปลกๆ

เคสสุดพิลึกใน Divine Incursions ระทึกขวัญสัปดาห์ละมอนสเตอร์

เคสที่เจอมาประกอบด้วย:

  • อวัยวะยักษ์ตกลงมาจากฟ้า
  • อวัยวะหายจากศพในห้องดับจิต
  • หมู่บ้านที่ชาวบ้านอ้างว่าชีวิตนิรันดร์หลังกินเนื้อนางเงือก

ผู้คนที่คู่หูพบเจอก็แปลกไม่แพ้สิ่งมีชีวิตที่สืบ! ซีรีส์ยังอยู่ในช่วงต้น มีเล่ม 1 ออกแล้ว เล่ม 2 มาแน่ สิ่งที่น่าสนใจคือ ไม่ใช่ทุกเค้าทำตามสูตร monster-of-the-week ที่ชนะทุกครั้ง เหมือน Otherside Picnic ที่บางทีต้องยอมแพ้ วิ่งหนี หรือยอมรับว่ามองเห็นแค่กรอบ ไม่ใช่ภาพรวมทั้งหมด

ถ้าคุณมองหาซีรีส์เหนือธรรมชาติที่ใช้สมองแก้ปัญหาแทนต่อยตี Divine Incursions ระทึกขวัญสัปดาห์ละมอนสเตอร์ คือตัวเลือกที่ต้องเพิ่มในลิสต์มังงะ backlog ทันที มันให้ฟีล X-Files แบบญี่ปุ่น ผสมความสยองขวัญแปลกๆ ที่ติด脳ได้ง่าย โลกที่พระเจ้าแทรกแซงแบบนี้ทำให้ทุกตอนตื่นเต้นไม่รู้จบ

อยากอัปเดตข่าว io9 เพิ่ม? เช็คตารางปล่อย Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who ได้เลย

รีวิวนี้ชวนให้คิดว่า ในยุคที่ไซไฟกลับมาแรง Divine Incursions คือมังงะที่สมบูรณ์แบบสำหรับแฟน X-Files ลองหยิบมาอ่าน แล้วคุณจะติด!

ที่มา – ‘Divine Incursions’ Is a Brainy Monster-of-the-Week Thriller That Will Scratch Your ‘X-Files’ Itch

ประวัติแวมไพร์ที่ออสการ์: หนังดังเข้าชิง

ภาพยนตร์ Sinners ของไรอัน คูเกลอร์ อาจจะไม่ได้ครองออสการ์ทั้ง 16 สาขาในสุดสัปดาห์นี้ แต่เชื่อเถอะว่ามันจะกวาดรางวัลไปเพียบแน่นอน ไม่ว่าจะยังไง Sinners ก็เป็นหนังสยองขวัญหายากที่ได้รับการยอมรับจากอคาเดมี ซึ่งปกติมักมองข้ามหนังแนวนี้ ยกเว้นสาขาคราฟต์และเทคนิคเท่านั้น

ยิ่งกว่านั้น Sinners ยังเป็นหนังแวมไพร์ที่หายากมากๆ ที่ได้รางวัลออสการ์ แต่ถึงมันจะเป็นผู้บุกเบิกในหลายด้าน ก็มีภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ที่ช่วยปูทางให้กับความยิ่งใหญ่สุดเซ็กซี่และน่ากลัวของมัน

ประวัติแวมไพร์ที่ออสการ์

เริ่มจาก Nosferatu ของโรเบิร์ต เอ้กเกอร์ส ที่ใส่ใจรายละเอียดสมัยวิกตอเรียนอย่างเข้มข้น ทำให้เข้าชิง Best Cinematography, Best Costume Design, Best Production Design และ Best Makeup and Hairstyling การแสดงแบบสุดโต่งของบิล สการ์สการ์ด ในบทแวมไพร์หลักไม่ได้รับการยอมรับ แต่เรารู้ดีว่านอม Makeup นั้นเกี่ยวกับหนวดสุดหรูของโนสเฟอราตูแน่นอน

ประวัติแวมไพร์ที่ออสการ์: El Conde

หนังคอมเมดี้สยองขวัญสุดแปลกของปาโบล ลาราไรน์ ที่จินตนาการว่าพินอเช่ จอมเผด็จการชิลีในยุค 70 คือแวมไพร์ชาวฝรั่งเศสอายุ 250 ปีชื่อ “คล็อด พิโนช์” มันเข้าชิง Best Cinematography ซึ่งเป็นสัญญาณแห่งการยอมรับที่ดึงดูดสายตาให้กับการผสมผสานการเสียดสีการเมืองและเหนือธรรมชาติแบบไม่เหมือนใคร

อีกเรื่องคือ Shadow of the Vampire ของอี. เอลิอัส เมอร์ฮิกี ที่บิดเบือนประวัติศาสตร์ฮอลลีวูด โดยสมมติว่าการถ่ายทำ Nosferatu ปี 1922 นั้น แม็กซ์ ชreck ผู้แสดงแวมไพร์คือ แวมไพร์ตัวจริง จอห์น มัลโควิชสุดยอดในบทเอฟ.ดับเบิลยู. มูร์เนา แต่ที่ประทับใจคือวิลเล็ม เดโฟ่ ในบทชreck/เคานต์ออร์ล็อค

เดโฟ่เข้าชิง Best Supporting Actor (หลังจาก Platoon) และหนังเข้าชิง Makeup ที่ทำให้เดโฟ่ดูน่าขนลุกอย่างสมจริง

Interview with the Vampire ก่อนจะเป็นซีรีส์ดังบน AMC มันมาจากนิยายเบสต์เซลเลอร์ของแอนน์ ไรซ์ และหนังนำแสดงโดยแบรด พิตต์, เคอร์สเตน ดันสต์, คริสเตียน สเลเตอร์ และทอม ครูซ (ที่ตอนนั้นดราม่าการแคสติ้งสุดๆ) เข้าชิง Best Art Direction (ความหรูหราของนิวออร์ลีนส์ร้างและปารีสแห้งเหี่ยว) และ Best Original Score ของเอลลิออต โกลเดนธัล (แพ้แต่ชนะจาก Fridaทีหลัง)

ดันสต์แจ้งเกิดแต่ไม่เข้าชิง พิตต์กับครูซได้ Razzie Worst Screen Couple แทน

Bram Stoker’s Dracula ของฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา ถูกจดจำจากกาเรธ โอลด์แมน (แคมป์แต่ดี) และคีอานู รีฟส์ (แคมป์แต่แย่…แต่ดีในแบบแย่) ชนะ 3 สาขา: Best Costume Design ของเอโกะ อิชิโอกะ (ชุดวิกตอเรียนสุดงาม), Best Sound Editing (เสียงหอนคำราม) และ Best Makeup (การแปลงร่างของโอลด์แมน)

เข้าชิง Best Art Direction แต่แพ้ Howards End

Let the Right One In ได้รางวัลนักวิจารณ์และ BAFTA แต่ไม่เข้าชิงออสการ์ แม้ไม่ใช่ตัวแทนสวีเดน มันเล่าเรื่องแวมไพร์เด็ก, พ่อบุญธรรม และเพื่อนบ้านวัยรุ่น ได้รีเมคอเมริกัน Let Me In ที่ไม่แย่

สำหรับ Sinners เข้าชิงที่ 98th Oscars วันที่ 15 มี.ค.:

  • Best Picture
  • Best Director (Ryan Coogler)
  • Best Actor (Michael B. Jordan – dual role)
  • Best Supporting Actress (Wunmi Mosaku)
  • Best Supporting Actor (Delroy Lindo)
  • Original Screenplay (Ryan Coogler)
  • Casting
  • Production Design
  • Cinematography
  • Costume Design
  • Editing
  • Makeup and Hairstyling
  • Sound
  • Visual Effects
  • Original Score
  • Original Song (“I Lied to You”)

ประวัติแวมไพร์ที่ออสการ์แสดงให้เห็นว่าหนังแนวนี้เริ่มได้รับการยอมรับมากขึ้น ถ้า Sinners ชนะ จะเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่! ติดตามข่าวหนังฮอลลีวูดและMarvel Star Wars ได้ที่นี่

ที่มา – A Brief History of Vampires at the Oscars

‘เดอะ แมนดาโลเรียน และกรูกู’ อาจนำวายร้าย EU กลับสู่แคนนอน

Star Wars โดยเฉพาะ เดอะ แมนดาโลเรียน ชอบดึงตัวละครเก่ากลับมาเสมอ ล่าสุดในนิตยสาร Empire Magazine ฉบับล่าสุด Jon Favreau บอกใบ้ว่า ชื่อของวอร์ลอร์ดลึกลับคนหนึ่งใน Shadow Council ของ Moff Gideon จะถูกเปิดเผยในภาพยนตร์ เดอะ แมนดาโลเรียน และกรูกู และแฟนๆ จะต้องชอบแน่นอน นั่นหมายความว่าชื่อนี้ต้องคุ้นเคยจากเนื้อเรื่อง Star Wars อื่นๆ โดยเฉพาะจาก Expanded Universe (EU) สมัยเก่า!

‘เดอะ แมนดาโลเรียน และกรูกู’ อาจนำวายร้าย EU กลับสู่แคนนอน

เรารู้อยู่แล้วว่าวอร์ลอร์ดอิมพีเรียลอย่างน้อย 2 คนที่ปรากฏครั้งแรกในตอนที่ 7 ของซีซั่น 3 เดอะ แมนดาโลเรียน “The Spies” จะโผล่ในหนังใหม่นี้ นักแสดง Jonny Coyne และ Hemky Madera รับบทวอร์ลอร์ดทั้งคู่ วอร์ลอร์ดของ Madera ถูกเห็นในฉากบนดาวน้ำแข็งที่ Din Djarin และกรูกูจะสู้กับกองทัพอิมพีเรียล ส่วน Coyne นั้นลึกลับกว่า ยังไม่เห็นชัดใน трейлер แต่ภาพใหม่จาก Empire Magazine ฉบับมีนาคม 2026 แสดงให้เห็นเขายืนข้าง กรูกูที่ถูกจองจำ มองลงมาที่อารีน่าที่ Rotta the Hutt สู้กัน

Favreau บอกเป็นนัยว่าชื่อของวอร์ลอร์ด Coyne คือชื่อที่แฟนๆ จะตื่นเต้น ด้วยตำแหน่งวอร์ลอร์ดและการดึง lore จาก EU แล้ว ทำไมไม่ใช่ตัวละครที่กำหนดคำว่า “วอร์ลอร์ด” ใน EU ล่ะ?

วอร์ลอร์ด Zsinj ผู้กำหนดตำนานวอร์ลอร์ดใน EU

แนวคิดวอร์ลอร์ดอิมพีเรียลกลายเป็นเรื่องใหญ่ใน EU หลังเอ็นดอร์ แต่ Zsinj ได้รับตำแหน่งนี้ตั้งแต่สมัยจักรวรรดิรุ่งเรือง “Warlord of the Empire” เป็นยศที่จักรพรรดิพัลพาทีนมอบให้แม่ทัพเก่งๆ เหมือน Tan หรือ Baron สำหรับนักบิน Zsinj คือคนที่ได้รับยศนี้เป็นคนแรก!

แม่ของเขา Maarisa เป็นพลเรือเอกในกองทัพรีพับลิก แต่ถูกกีดกันเพราะเป็นผู้หญิงและเผ่าพันธุ์ไม่ใช่มนุษย์ เธอขโมยสตาร์เดสทรอยเออร์ Venator Retaliation กลายเป็นโจรสลัด ลูกชายได้โอกาส ได้สตาร์เดสทรอยเออร์ Victory-class Iron Fist ไปจัดการแม่ หลังรบดุเดือด เขาชนะ ได้ยศวอร์ลอร์ด และไต่เต้าจนเป็นพลเรือเอกและ Grand Moff แต่ยังเรียก Warlord Zsinj ตลอด สร้างกองเรือใหญ่ที่สุดใน Quelii Oversector ครอบคลุม Taris, Dathomir, Mandalore และดาวอื่นๆ

หลังพัลพาทีนตายที่เอ็นดอร์ Zsinj เริ่มรวบรวมอำนาจที่ Serenno ดูเหมือนภักดีต่อจักรวรรดิ แต่แท้จริงควบคุมเขตแดน สร้างกองทัพจากอิมพีเรียลและโจรสลัด ปี 6 ABY เขาโจมตี New Republic ทำลายฐานและปล้นเสบียง หลัง Isard ตายและ Coruscant ปลดปล่อย Vวอร์ลอร์ดย่อยๆ หลายคนเข้ามาร่วม จนเขาครองดินแดนใหญ่โต

New Republic ส่ง Han Solo นำกองทัพล่า รวม Rogue Squadron และ Wraith Squadron ของ Wedge Antilles ปี 8 ABY จักรวรรดิส่วนตัวของ Zsinj ใหญ่เท่าอิมพีเรียลเรมแนนต์ Solo เกือบทำลาย Iron Fist ที่อัพเกรดเป็น Executor-class หลายครั้ง Zsinj ปลอมการทำลายเพื่อถอยไปฐานลับที่ Dathomir

Han กลับ Coruscant พบ Leia จะแต่งกับ Prince Isolder เพื่อเงินทุน Han ไปลักพาตัว Leia ชนะ Dathomir จาก sabacc กับ Drackmarian warlord พวกเขาประสบ Nightsisters บน Dathomir และถูกจับพร้อม Isolder กับ Luke Skywalker Nightsisters พยายามทรยศ Zsinj ทำให้นักโทษหนี Luke ทำลายดาวเทียม Han ใช้ Millennium Falcon โจมตี Iron Fist ยิงมิสไซล์ใส่สะพานบัญชาการ ฆ่า Zsinj จบภัยคุกคามใหญ่!

ถึง Zsinj จะเหมาะสมสุดสำหรับ เดอะ แมนดาโลเรียน และกรูกู อาจนำวายร้าย EU กลับสู่แคนนอน แต่ Favreau พูดถึง Coyne โดยตรง และหน้าตาไม่ใช่ Zsinj ที่มีหนวดปัดใน EU ถ้าจะดึงกลับมา ต้องมีหนวดนะ! และระดับภัยของ Coyne ที่ขังกรูกูกับอารีน่าฮัท ไม่เท่า Zsinj ที่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น

มีตัวเลือกอื่นอย่าง Treuten Teradoc (High Admiral แต่เรียกวอร์ลอร์ด) คู่แข่ง Zsinj พยายามกลืนดินแดนหลัง Zsinj ตาย แต่ถูก New Republic กับอิมพีเรียลไล่ หนีไป Deep Core รับใช้พัลพาทีนโคลน รอดมาแต่ถูก Natasi Daala และ Gilad Pellaeon จัดการเพื่อรวมจักรวรรดิ

อีกคน Blitzer Harrsk ผู้ก่อ Zero Command คู่แข่ง Teradoc รอดพัลพาทีน แต่ถูก Daala หลอกสังหารที่ Tsoss Beacon

Zsinj เหมาะเป็นสะพานเชื่อม เดอะ แมนดาโลเรียน และกรูกู กับแผน Thrawn ใน Ahsoka ซีซั่น 2 เพราะลิงก์ Dathomir ยิ่งตอกย้ำว่า The Courtship of Princess Leia คือตำนาน EU ที่สำคัญที่สุดสำหรับ Star Wars สมัยใหม่

คุณคิดว่า Zsinj หรือวอร์ลอร์ดคนไหนจะกลับมา? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าว Star Wars เพิ่มเติม!

ที่มา – ‘The Mandalorian and Grogu’ Might Bring Another EU Villain Back to Canon