นายกฯ พบเอกชนไทยในเวียดนาม ย้ำ ‘เติบโตไปด้วยกัน’ ดันลงทุนข้ามพรมแดน-หนุนภาคธุรกิจไทยขยายตลาดอาเซียน

เชื่อว่าเพื่อนๆ ที่ติดตามความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน คงต้องจับตามองข่าวสำคัญล่าสุด เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ พร้อมกับเป้าหมายใหญ่ในการพบปะกับภาคเอกชนไทยที่ไปปักหลักทำธุรกิจอยู่ที่นั่น เพื่อตอกย้ำแนวคิด นายกฯ พบเอกชนไทยในเวียดนาม ย้ำ ‘เติบโตไปด้วยกัน’ ดันลงทุนข้ามพรมแดน-หนุนภาคธุรกิจไทยขยายตลาดอาเซียน ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แข็งแกร่งกว่าเดิม

นายกฯ พบเอกชนไทยในเวียดนาม ย้ำ ‘เติบโตไปด้วยกัน’ ดันลงทุนข้ามพรมแดน-หนุนภาคธุรกิจไทยขยายตลาดอาเซียน

บรรยากาศการหารือเต็มไปด้วยความคึกคัก มีตัวแทนภาคเอกชนกว่า 30 รายจากหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเกษตร ค้าปลีก การเงิน ไปจนถึงนิคมอุตสาหกรรม มาร่วมระดมสมองกันอย่างจริงจัง ท่านนายกฯ ได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่า การเดินทางมาในครั้งนี้ไม่ได้มาแค่พิธีการ แต่ต้องการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ (Ease of Doing Business) อย่างแท้จริง การที่เวียดนามเปรียบเสมือนฐานการผลิตโลก และไทยที่โดดเด่นในด้านโลจิสติกส์และการบริการ หากนำศักยภาพของทั้งสองประเทศมาผสมผสานกันได้ พลังแห่งความร่วมมือนี้จะมหาศาลมากครับ

ยกระดับความเป็นหุ้นส่วน สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ในมุมมองของนักธุรกิจหลายท่าน การที่ภาครัฐให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่จริงแบบนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีมาก ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด นายกฯ พบเอกชนไทยในเวียดนาม ย้ำ ‘เติบโตไปด้วยกัน’ ดันลงทุนข้ามพรมแดน-หนุนภาคธุรกิจไทยขยายตลาดอาเซียน เพราะมันไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการค้าขายข้ามพรมแดนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ อีกด้วย

ไฮไลท์ที่น่าสนใจในการเยือนครั้งนี้ คือการตอกย้ำถึงโมเดล “ทีมไทยแลนด์ พลัส” ที่ภาครัฐและเอกชนต้องจับมือกันให้แน่น เพื่อสร้างแต้มต่อให้กับผู้ประกอบการไทยในเวียดนาม นอกจากนี้ ยังมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ครั้งสำคัญ เพื่อพัฒนาโครงการที่น่าตื่นเต้นในอนาคต:

  • กลุ่มอมตะ กับ FPT Corporation: พัฒนามาตรฐานนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ (Smart Industrial Estate) เพื่อยกระดับการผลิตด้วยเทคโนโลยี
  • กลุ่มบริษัท CP กับ FPT Corporation: มุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในธุรกิจ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นเทรนด์ที่มาแรงและตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่สุดๆ

ข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นแต้มต่อที่สำคัญ รัฐบาลพร้อมรับฟังเสียงของภาคเอกชนเพื่อนำไปปรับแก้กฎระเบียบให้เกิดความคล่องตัวที่สุด การปรับตัวในยุคดิจิทัลจึงเป็นเรื่องที่ห้ามพลาดสำหรับภาคธุรกิจไทยที่ต้องการขยายตลาดไปสู่เวียดนามและระดับภูมิภาค

มุมมองส่วนตัวและเทรนด์ในอนาคต: ผมมองว่านี่คือช่วงเวลาทองของนักธุรกิจไทยครับ การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็น ‘ความจำเป็น’ ในโลกธุรกิจยุคใหม่ การนำเทคโนโลยีอย่าง AI หรือการบริหารนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะเข้ามาใช้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยไม่เพียงแค่ขยายตลาดได้ แต่ยังสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์บนเวทีระดับสากลได้ทันที หากคุณมีแผนจะขยายธุรกิจไปอาเซียน นี่คือเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการรีเช็กนโยบายของรัฐบาลและมองหาพันธมิตรที่ใช่ในตลาดเวียดนามครับ

ที่มา – นายกฯ พบเอกชนไทยในเวียดนาม ย้ำ ‘เติบโตไปด้วยกัน’ ดันลงทุนข้ามพรมแดน-หนุนภาคธุรกิจไทยขยายตลาดอาเซียน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *