กองทัพภาคที่ 2 รำลึกวีรชนชายแดนไทย-กัมพูชา ครบ 1 ปี สดุดีทหารกล้า 46 นาย
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้ผมอยากจะพาทุกท่านไปร่วมย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยความเสียสละของเหล่าทหารกล้า เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ พุทธศาสนสถานค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ได้มีการจัดงาน กองทัพภาคที่ 2 รำลึกวีรชนชายแดนไทย-กัมพูชา ครบ 1 ปี สดุดีทหารกล้า 46 นาย อย่างสมเกียรติ เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติให้กับวีรบุรุษผู้ที่ยอมพลีชีพเพื่อปกป้องอธิปไตยของผืนแผ่นดินไทยเอาไว้
บรรยากาศภายใต้งานเต็มไปด้วยความโศกเศร้าแต่ก็เปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ โดยมีผู้แทนจากกองทัพบกและนายทหารชั้นผู้ใหญ่เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ไม่ว่าจะเป็นการประกอบพิธีสงฆ์อุทิศส่วนกุศล หรือแม้กระทั่งการเป่าแตรนอนและการยิงสลุตเพื่อส่งดวงวิญญาณของทหารกล้าเหล่านั้นเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งถือเป็นเกียรติยศสูงสุดที่กองทัพมอบให้กับเหล่าทหารผู้เสียสละทั้ง 46 นายครับ
การจัดงาน กองทัพภาคที่ 2 รำลึกวีรชนชายแดนไทย-กัมพูชา ครบ 1 ปี สดุดีทหารกล้า 46 นาย
นอกจากพิธีการทางทหารแล้ว ภายในงานยังมีการเปิดตัวเหรียญ ‘ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ’ ซึ่งเป็นวัตถุมงคลที่จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เน้นย้ำว่าการจัดสร้างเหรียญนี้ไม่ได้มีเพื่อความศรัทธาเท่านั้น แต่ยังมีเจตนาอันเป็นกุศลในการนำรายได้ไปสมทบกองทุนช่วยเหลือครอบครัวทหารที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะชายแดน รวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งถือเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่ากองทัพไม่เคยทอดทิ้งพี่น้องผู้ร่วมอุดมการณ์และประชาชนเลย
ความสำคัญของความเสียสละต่อความมั่นคงของชาติ
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา เป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีเลยครับว่า ความสงบสุขที่เราได้รับในทุกวันนี้ล้วนแลกมาด้วยความอดทนและการตัดสินใจที่แน่วแน่ของพี่ๆ ทหารในชุดเครื่องแบบ กองทัพภาคที่ 2 รำลึกวีรชนชายแดนไทย-กัมพูชา ครบ 1 ปี สดุดีทหารกล้า 46 นาย ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการทำพิธีทางศาสนา แต่ยังเป็นการส่งต่อพลังใจไปให้ครอบครัวของวีรชนว่า สิ่งที่คนที่เขารักได้ทำไว้นั้นเป็นสิ่งที่คนไทยทั้งชาติจดจำและยกย่องเสมอมา
- การเชิดชูเกียรติวีรชนเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กองทัพ
- การจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือครอบครัวทหารคือการคืนกำไรความมั่นคงให้สังคม
- บทเรียนจากชายแดนสอนให้คนไทยเห็นคุณค่าของคำว่า “สันติภาพ”
ในมุมมองของผม สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือความต่อเนื่องในการดูแลกันและกันของกองทัพ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เกียรติประวัติของวีรชนจะยังคงอยู่และเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงความรักชาติที่เหนือสิ่งอื่นใดครับ หากใครที่สนใจร่วมทำบุญหรือสนับสนุนกองทุนนี้ สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมจากทางกองทัพภาคที่ 2 ได้เลยครับ เป็นการร่วมด้วยช่วยกันที่น่ายกย่องจริงๆ
สุดท้ายนี้ ผมขอร่วมแสดงความเสียใจและยกย่องท่านวีรชนทุกนายด้วยใจจริง หวังว่าเหตุการณ์ความรุนแรงแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก และประเทศไทยจะพบกับความสงบสุขตลอดไปครับ
ที่มา – กองทัพภาคที่ 2 รำลึกวีรชนชายแดนไทย-กัมพูชา ครบ 1 ปี สดุดีทหารกล้า 46 นาย
