ผู้เขียน: lalika69_admin

เชียงใหม่วิกฤต PM2.5 ทะลุ 200 เช้านี้อากาศแย่สุดในโลก พบจุดความร้อน 650 จุด

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องสถานการณ์อากาศในเชียงใหม่ที่กำลังร้อนระอุแบบไม่ใช่เรื่องอากาศร้อนนะ แต่เป็นเรื่องฝุ่น PM2.5 ที่พุ่งทะลุ 200 เลยทีเดียว! เชียงใหม่วิกฤต PM2.5 ทะลุ 200 เช้านี้อากาศแย่สุดในโลก พบจุดความร้อน 650 จุด นี่คือหัวข้อที่กำลังฮอตฮิตที่สุดในโซเชียลตอนนี้ โดยเฉพาะสำหรับคนที่ชอบเที่ยวเชียงใหม่หรือติดตามข่าวสารด้านสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีตรวจวัดอากาศ

เชียงใหม่วิกฤต PM2.5 ทะลุ 200 เช้านี้อากาศแย่สุดในโลก พบจุดความร้อน 650 จุด

เช้านี้ (29 มีนาคม) สถานการณ์หมอกควันในเชียงใหม่หนักหน่วงสุดๆ จุดความร้อนหรือ Hotspot พุ่งสูงกว่า 650 จุดทั่วพื้นที่ ส่วนใหญ่มาจากไฟป่าที่ลุกลามไม่หยุด ส่งผลให้ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 สูงเกิน 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หมอกควันปกคลุมหนาแน่นจนมองไม่เห็นดอยสุเทพเลยครับ ข้อมูลจากแอป IQAir ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสุดล้ำสำหรับตรวจวัดคุณภาพอากาศ แสดงว่า AQI ของเชียงใหม่อยู่ที่ 221 US AQI ติดอันดับ 1 ของโลกในกลุ่มเมืองยอดนิยม!

ที่อำเภอหางดงยิ่งหนักกว่าในตัวเมือง วัดได้ถึง 241 US AQI ระดับนี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพรุนแรงแน่นอน ประชาชนและนักท่องเที่ยวต้องสวมหน้ากากอนามัยกันเต็มท้องถนน พื้นที่สาธารณะกลายเป็นทะเลหมอกควัน ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวเชียงใหม่ช่วงนี้ คงต้องคิดหนักแล้วล่ะ

ภาพหมอกควันหนาปกคลุมเมืองเชียงใหม่ จนมองไม่เห็นดอยสุเทพ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่วิกฤต 1
ภาพหมอกควันหนาปกคลุมเมืองเชียงใหม่ จนมองไม่เห็นดอยสุเทพ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่วิกฤต 2
ภาพหมอกควันหนาปกคลุมเมืองเชียงใหม่ จนมองไม่เห็นดอยสุเทพ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่วิกฤต 3
ภาพหมอกควันหนาปกคลุมเมืองเชียงใหม่ จนมองไม่เห็นดอยสุเทพ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่วิกฤต 4
ภาพหมอกควันหนาปกคลุมเมืองเชียงใหม่ จนมองไม่เห็นดอยสุเทพ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่วิกฤต 5
ภาพหมอกควันหนาปกคลุมเมืองเชียงใหม่ จนมองไม่เห็นดอยสุเทพ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่วิกฤต 6
ภาพหมอกควันหนาปกคลุมเมืองเชียงใหม่ จนมองไม่เห็นดอยสุเทพ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่วิกฤต 7
ภาพหมอกควันหนาปกคลุมเมืองเชียงใหม่ จนมองไม่เห็นดอยสุเทพ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่วิกฤต 8

สาเหตุหลักจากไฟป่าและมลพิษทางอากาศ

จากประสบการณ์ของผมที่ติดตามสถานการณ์หมอกควันมาหลายปี จุดความร้อน 650 จุดนี้ส่วนใหญ่เกิดจากไฟป่าบนภูเขาและการเผาในที่โล่ง ซึ่งเป็นปัญหาฤดูแล้งประจำปี แต่ปีนี้รุนแรงกว่าปกติเพราะสภาพอากาศแปรปรวนจาก climate change ทำให้ลมพัดช้าลมพัดฝุ่นไม่กระจาย PM2.5 คือฝุ่นขนาดเล็กจิ๋วที่เข้าปอดได้ง่าย สามารถก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจ หอบหืด สูญเสียการมองเห็น และเสี่ยงมะเร็งระยะยาว

มาตรการจากหน่วยงานท้องถิ่น

ดีใจที่เห็นหน่วยงานเคลื่อนไหวเร็ว เทศบาลตำบลหนองผึ้ง อำเภอสารภี ติดตั้งหัวฉีดน้ำฝอยตามถนนเชียงใหม่-ลำพูน และจัดรถฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อลดฝุ่น เพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ แต่ยังไม่พอ ต้องอาศัยทุกคนช่วยกันหยุดเผา และใช้เทคโนโลยีตรวจวัดแบบ real-time อย่างแอป AirVisual หรือ IQAir

เคล็ดลับป้องกันตัวเองจาก PM2.5 สำหรับนักเดินทางและคนรักเทคโนโลยี

  • สวมหน้ากาก N95 หรือสูงกว่า กรองฝุ่นได้ 95% อย่าใช้ผ้าธรรมดานะ
  • ดาวน์โหลดแอป IQAir เช็ค AQI ก่อนออกจากบ้าน แชร์ข้อมูลกับเพื่อนๆ
  • อยู่ห้องปรับอากาศ ติดเครื่องฟอกอากาศ HEPA filter ลดฝุ่นในบ้าน
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วงเช้า-บ่าย ดื่มน้ำเยอะๆ บำรุงปอด
  • ติดตามดาวเทียมตรวจ Hotspot ผ่านเว็บกรมอุตุฯ หรือ NASA FIRMS

ในมุมของเทคโนโลยี ปีนี้เรามี gadget สุดเจ๋งอย่าง air quality monitor ส่วนตัว ราคาไม่แพง สแกนฝุ่นได้ละเอียด เหมาะสำหรับคนชอบ entertainment ในเชียงใหม่อย่างเดิน Nimman หรือคาเฟ่ฮิปๆ แต่ตอนนี้ต้องเลื่อนแผนก่อน

เชียงใหม่วิกฤต PM2.5 ทะลุ 200 เช้านี้อากาศแย่สุดในโลก พบจุดความร้อน 650 จุด แบบนี้ แนวโน้มคือจะหนักขึ้นทุกปีถ้าไม่แก้ที่ต้นตอ ผมแนะนำให้ทุกคนติดตามข่าวและใช้เทคโนโลยีช่วยชีวิต ดาวน์โหลดแอปตอนนี้เลย แล้วแชร์ช่วยกันสร้าง awareness! ถ้าอยากอัพเดทเพิ่ม สบายใจ comment ด้านล่างนะครับ

ที่มา – เชียงใหม่วิกฤต PM2.5 ทะลุ 200 เช้านี้อากาศแย่สุดในโลก พบจุดความร้อน 650 จุด

ซาบีดาเปิด ‘เส้นทางศรัทธาปัตตานี’ ดัน 7 ไฮไลต์ Unseen Thai Thai ปลุกพลังพหุวัฒนธรรม สร้างรายได้สู่ชุมชน

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวท่องเที่ยวสายลุยและคนรักวัฒนธรรมทุกท่าน! วันนี้ผมมีข่าวดีมาบอกสำหรับคนที่กำลังมองหาเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆ แบบ Unseen in Thailand นะครับ เมื่อวานนี้ (28 มีนาคม) ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ได้เปิดตัวโครงการสุดยอดอย่างเป็นทางการ ‘เส้นทางศรัทธาปัตตานี’ ณ อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว จังหวัดปัตตานีเลยทีเดียว โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย Quick Win จากรัฐบาล ที่มุ่งผลักดันเมืองรองให้กลายเป็นจุดหมายท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Unseen Thai Thai’ สร้างมูลค่าเศรษฐกิจจากทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน

ปัตตานีไม่ได้มีดีแค่ชื่อเสียงในอดีตนะครับ แต่ที่นี่คือต้นแบบของ ‘เมืองพหุวัฒนธรรม’ ที่รวมศาสนาพุทธ อิสลาม คริสต์ และวัฒนธรรมจีนไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ผ่านวิถีชีวิต ภาษา อาหาร และประเพณีที่หลากหลาย ภายใต้แนวคิด ‘แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรม 3 วิถี’ โครงการเส้นทางศรัทธาปัตตานีนี้ จะยกระดับแหล่งศาสนาและชุมชนรอบข้างให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พาตีเมาะ สะดียามู ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

7 ไฮไลต์ Unseen ในเส้นทางศรัทธาปัตตานี

ไฮไลต์หลักของ เส้นทางศรัทธาปัตตานี คือ 7 จุดเด็ดที่คัดสรรมาอย่างดี สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นแบบไม่ซ้ำใคร ดังนี้ครับ:

  • อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว พร้อมชุมชนวัดทรายขาวและมัสยิดน็จมุดดิน ที่เชื่อมโยงวิถีพุทธ-มุสลิมได้อย่างลงตัว
  • วัดราษฎร์บูรณาราม (วัดช้างให้) ศูนย์รวมศรัทธาหลวงปู่ทวด เหมาะสำหรับคนสายบุญ
  • เมืองโบราณยะรัง มรดกอารยธรรมลังกาสุกะ โบราณคดีสุดอลังการ
  • ศาลเจ้าเล่งจูเกียง หรือศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ตำนานเงินถุงแดงเรียกทรัพย์
  • มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี สถาปัตยกรรมงดงามระดับไอคอน
  • มัสยิดกรือเซะ โบราณสถานอิฐแดงอายุกว่า 300 ปี
  • วัดอัครเทวดาคาเบรียล ศูนย์กลางคริสต์ศาสนาในปัตตานี

นอกจากสถานที่ศรัทธาแล้ว นักท่องเที่ยวยังได้สัมผัส ‘เศรษฐกิจวัฒนธรรม’ ผ่านอาหารพื้นเมืองสุดอร่อยอย่างข้าวยำปัตตานี มะตะบะ โรตีปาแย รวมถึงผลิตภัณฑ์ OTOP อย่างผ้าบาติกและลูกปัดมโนราห์ ที่ไม่เพียงอร่อยและสวยงาม แต่ยังช่วยหมุนเวียนรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่นอีกด้วย

ทำไมเส้นทางศรัทธาปัตตานีถึงน่าตามไปเช็กอิน?

ในฐานะนักเดินทางตัวยง ผมมองว่าโครงการนี้ฉลาดมากครับ เพราะใช้ ‘ศาสนาและวัฒนธรรม’ เป็นแกนกลาง ไม่ใช่แค่ท่องเที่ยวธรรมดา แต่สร้างความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ท้องถิ่น สร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโต และยกระดับภาพลักษณ์ไทยสู่สายตาโลก แบบนี้แหละที่เรียกว่า Sustainable Tourism จริงๆ ในยุคที่คนเที่ยวหาสถานที่ Unseen มากขึ้น การผสมผสานวัฒนธรรมหลากหลายแบบนี้ จะกลายเป็นเทรนด์ใหญ่ในอนาคต โดยเฉพาะสำหรับกลุ่ม Gen Z และ Millennials ที่ชอบเนื้อหาแชร์ง่ายบนโซเชียล

ลองนึกภาพสิครับ เดินทางตามเส้นทางศรัทธาปัตตานี ได้ทั้งบุญทั้งบารมี ชิมอาหารใต้แท้ๆ ถ่ายรูปสวยๆ ลง IG แล้วยังช่วยชุมชนได้อีก โคตรคุ้ม!

สรุปแล้ว เส้นทางศรัทธาปัตตานี ไม่ใช่แค่เส้นทางท่องเที่ยว แต่เป็นสะพานเชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ผมแนะนำให้เพื่อนๆ วางแผนทริปไปเลยนะครับ ก่อนที่คนจะแน่น! ถ้าพร้อมแล้ว ไปอัปเดตแอปท่องเที่ยว ดูเส้นทาง และออกเดินทางกันเถอะ

ที่มา – ซาบีดาเปิด ‘เส้นทางศรัทธาปัตตานี’ ดัน 7 ไฮไลต์ Unseen Thai Thai ปลุกพลังพหุวัฒนธรรม สร้างรายได้สู่ชุมชน

อธิบดีปกครอง เปิดปฏิบัติการ ‘Double Check’ ตรวจคลังน้ำมัน 92 แห่งทั่วไทย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! ในยุคที่ราคาน้ำมันผันผวนแบบนี้ ข่าวดีที่เราต้องรู้กันคือ อธิบดีปกครอง เปิดปฏิบัติการ ‘Double Check’ ตรวจคลังน้ำมัน 92 แห่งทั่วไทย เมื่อวานนี้ (28 มีนาคม) นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นำทีมลงพื้นที่ตรวจคลังน้ำมันรายใหญ่ที่อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี แบบเข้มข้นสุดๆ พร้อมผู้แทนจาก กอ.รมน.จังหวัด พลังงานจังหวัด กรมธุรกิจพลังงาน และกระทรวงพลังงาน เรียกได้ว่าเป็นการบูรณาการกำลังคนแบบเต็มสูบเลยครับ

อธิบดีปกครอง เปิดปฏิบัติการ ‘Double Check’ ตรวจคลังน้ำมัน 92 แห่งทั่วไทย

ปฏิบัติการนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะครับ มันเป็นคำสั่งด่วนที่สุดจากอธิบดีกรมการปกครอง ให้ผู้ตรวจราชการ ผู้อำนวยการสำนัก/กอง ปลัดจังหวัด และนายอำเภอทั่วประเทศ ร่วมมือกันตรวจคลังน้ำมันทั้งหมด 92 แห่ง ใน 31 จังหวัด แบบ Double Check หรือตรวจซ้ำสองชั้น เพื่อป้องกันการกักตุนน้ำมันและการลักลอบขายผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ตะวันออกกลางร้อนระอุ สงครามและความขัดแย้งทำให้ราคาพลังงานโลกพุ่งปรี๊ด ส่งผลให้ไทยเราต้องเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

ผมในฐานะคนที่ติดตามข่าวพลังงานมานาน มองว่ามาตรการนี้ฉลาดมาก เพราะรัฐบาลไม่ได้รอให้ปัญหาใหญ่โต แต่เชิงรุกทันทีตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ช่วยควบคุมให้ผู้ประกอบการมีสต็อกน้ำมันตามมาตรฐาน ไม่ให้เอาเปรียบประชาชนในยามวิกฤต อย่างเช่น บังคับให้คลังน้ำมันต้องสำรองน้ำมันให้พอ ไม่ใช่ตุนไว้ขายแพงตอนราคาขึ้น

ทำไมปฏิบัติการ Double Check ถึงสำคัญ?

เพื่อนๆ ที่ชอบดูหนังหรือเล่นเกมออนไลน์ คงไม่อยากให้ราคาน้ำมันแพงจนค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมันรถพุ่งตามใช่ไหมล่ะ? ในวงการ tech และ entertainment ของไทย ราคาพลังงานสูงกระทบหนัก เช่น บริษัท tech ที่ใช้รถบรรทุกส่งสินค้า หรืออีเวนต์คอนเสิร์ตที่ต้องขนอุปกรณ์ไปทั่วประเทศ ถ้าน้ำมันขาดแคลน ทุกอย่างหยุดชะงักหมด ปฏิบัติการนี้จึงช่วยรักษาเสถียรภาพพลังงาน ทำให้เศรษฐกิจหมุนต่อเนื่อง

  • ตรวจ 92 คลัง ใน 31 จังหวัด: ครอบคลุมทั่วไทย ไม่เว้นจังหวัดไหน
  • Double Check: ตรวจสองรอบ สกัดกั้นการกักตุนได้แน่นอน
  • บูรณาการหน่วยงาน: จากกรมปกครองถึงกระทรวงพลังงาน ร่วมมือกันเต็มที่
  • ใช้กฎหมายเด็ดขาด: ผู้กระทำผิดโดนหนัก ไม่รอดแน่

จากประสบการณ์ที่ผมเห็นวิกฤตน้ำมันในอดีต เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ทำให้ราคาน้ำมันทะลุฟ้า ไทยเราต้องพึ่งพานำเข้ากว่า 80% ดังนั้นมาตรการแบบนี้ช่วยลดความเสี่ยงได้เยอะ นอกจากป้องกันกักตุนแล้ว ยังกำชับผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงน้ำมันในราคาที่เหมาะสม

ผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและเทรนด์อนาคต

สำหรับผู้อ่านที่สนใจ tech อย่างสมาร์ทโฟน EV หรือ streaming service ราคาน้ำมันแพงจะทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์สูงขึ้น ส่งผลให้ gadget ใหม่ๆ แพงตาม ในวงการ entertainment คอนเสิร์ตทัวร์หรือเทศกาลหนังต้องปรับราคาตั๋วเพราะค่าน้ำมันขน stage แต่ด้วยปฏิบัติการนี้ เรามีโอกาส stabilize ราคาได้เร็ว ผมคาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์ สถานการณ์จะดีขึ้น

เทรนด์ที่ผมมองคือ ไทยต้องเร่งผลักดันพลังงานทดแทน เช่น โซลาร์และ EV ให้มากขึ้น เพื่อไม่พึ่งน้ำมันนำเข้า ลดความเสี่ยงจากตะวันออกกลางในอนาคต รัฐบาลกำลังทำดีแล้ว แต่เราชาวบ้านก็ช่วยได้นะครับ

คำแนะนำจากผม: ช่วยกันประหยัดน้ำมัน ใช้รถสาธารณะหรือ EV ถ้ามี และติดตามข่าวจากแหล่งน่าเชื่อถือ เพื่อไม่พลาดอัพเดท ลองแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะ ช่วยกันรับมือวิกฤต!

ที่มา – อธิบดีปกครอง เปิดปฏิบัติการ ‘Double Check’ ตรวจคลังน้ำมัน 92 แห่งทั่วไทย

ใครคือ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ นักการเมือง-นายทหารคนสำคัญของอิหร่าน ผู้อาจเป็นคนนำการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐฯ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันแบบชิลๆ เกี่ยวกับบุคคลสำคัญในเวทีการเมืองตะวันออกกลาง ที่กำลังเป็นข่าวร้อนเลยทีเดียว นั่นคือ ใครคือ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ นักการเมือง-นายทหารคนสำคัญของอิหร่าน ผู้อาจเป็นคนนำการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐฯ ชายวัย 64 ปีคนนี้ กำลังถูกจับตามองจากทั่วโลก โดยเฉพาะท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังเดือดพล่าน รายงานจากรอยเตอร์บอกว่าปากีสถานซึ่งเป็นตัวกลางเจรจา ช่วยถอดชื่อเขาออกจากลิสต์เป้าหมายโจมตีของอิสราเอล เพื่อให้เหลือคนเจรจาต่อได้ น่าสนใจมากใช่มั้ยล่ะ?

ใครคือ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ นักการเมือง-นายทหารคนสำคัญของอิหร่าน ผู้อาจเป็นคนนำการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐฯ

โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ หรือที่รู้จักกันในชื่อประธานรัฐสภาอิหร่าน ปัจจุบันกำลังมีบทบาทเด่นขึ้นเรื่อยๆ แม้เจ้าตัวจะเคยขู่ศัตรูผ่าน X (ทวิตเกอร์เก่า) ว่าจะโจมตีแบบไม่หยุดยั้ง แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐบางคนกลับมองว่าเขาเป็นพันธมิตรที่ไว้ใจได้ จากรายงานของ Politico นี่แหละครับที่ทำให้เขากลายเป็นตัวเลือกในการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐฯ ท่ามกลางสงครามที่กำลังลุกลาม

เส้นทางชีวิตจากเด็กยากจนสู่ผู้นำสายแข็ง

กาลิบาฟเกิดในครอบครัวแรงงานเคร่งศาสนาใกล้เมืองมาแชด เมื่ออายุ 16 เขาเรียนกับอาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนปัจจุบัน หลังปฏิวัติอิสลาม 1979 เขารบในสงครามอิหร่าน-อิรักตั้งแต่อายุ 20 และขึ้นเป็นผู้บัญชาการหน่วย IRGC (กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม) ในปี 1982 แต่งงานปีเดียวกัน โดยมีรูฮอลเลาะห์ โคไมนี เป็นผู้ประกอบพิธี มีลูก 3 คน

หลังสงคราม เขาก้าวหน้าเร็วมาก ปี 1997 เป็นผู้บัญชาการกองทัพอากาศ IRGC และในปี 1999 มีส่วนปราบปรามประท้วงนักศึกษาในเตหะราน คำพูดดังของเขาคือ “เราคือคนที่ถือไม้กระบองลงถนน และภูมิใจในสิ่งนั้น” แรงใช่มั้ย? เขายังร่วมร่างจดหมายขู่ประธานาธิบดีคาตามี แสดงอิทธิพล IRGC ใน politics

จากนายกเทศมนตรีเตหะรานสู่ประธานรัฐสภา

ปี 2000 เขาเป็นผู้บัญชาการตำรวจวัย 39 สร้างสายด่วนฉุกเฉิน นำเข้าพาหนะต่างประเทศ (แม้โดนวิจารณ์แพง) ปี 2005 ลาออกลงชิงประธานาธิบดีแพ้ แต่ได้เป็นนายกเทศมนตรีเตหะราน 12 ปี สถิติยาวนานสุด ขยายรถไฟฟ้าใต้ดิน ทางด่วนซาดร์ แต่เจออื้อฉาวขายที่ดินราคาถูก และตึกพลาสโกถล่ม 2017 ดับเพลิงตาย 20 ราย

  • ความสำเร็จ: ปรับปรุงโครงสร้างจราจรเตหะราน
  • จุดดำ: คอร์รัปชันอสังหา, อื้อฉาวครอบครัวขนของเด็กจากตุรกีปี 2022
  • การเมือง: ชิงประธานาธิบดี 4 ครั้ง (2005, 2013, 2017, 2024) แพ้หมด แต่ปี 2020 เป็นประธานรัฐสภา

แม้ภาพลักษณ์สายแข็ง แต่ล่าสุดเขาเริ่มแตกต่างจากอนุรักษนิยมสุดโต่ง และรอดพ้นคดีทุจริตมาได้เสมอ ด้วยความสัมพันธ์แน่นกับ IRGC

อนาคตที่กำลังเปลี่ยนแปลง

ในมุมมองของผมที่ติดตามข่าวการเมืองโลกมานาน กาลิบาฟคือตัวอย่างของ ‘นักปฏิบัตินิยมสายแข็ง’ ที่ผสมความเป็นทหารเข้ากับการบริหารสมัยใหม่ เหมือนผู้นำหลายคนในภูมิภาคที่เคยแพ้เลือกตั้งแต่กลับมาแรงกว่าเดิม ท่ามกลางการสูญเสียผู้นำจากโจมตีสหรัฐ-อิสราเอล เขาอาจเป็นกุญแจสู่สันติภาพจริงๆ หรือไม่? Trend สุดๆ คือ hardliner เหล่านี้กำลัง pragmatic มากขึ้น เพื่อความอยู่รอดของชาติ ลองคิดดู ถ้าเขานำเจรจาได้ สงครามนี้อาจจบเร็ว!

คุณคิดยังไงกับ ใครคือ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ นักการเมือง-นายทหารคนสำคัญของอิหร่าน ผู้อาจเป็นคนนำการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐฯ คอมเมนต์ด้านล่างเลยนะครับ และกดติดตามเพื่ออัปเดตข่าวโลกแบบ real-time!

ที่มา – ใครคือ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ นักการเมือง-นายทหารคนสำคัญของอิหร่าน ผู้อาจเป็นคนนำการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐฯ

เตรียม Disclosure Day ด้วยมาราธอนไซไฟสปีลเบิร์ก

เดือนมิถุนายนนี้ สตีเวน สปีลเบิร์ก กำลังกลับมาสู่โลกไซไฟอีกครั้งกับภาพยนตร์เรื่อง Disclosure Day ก่อนที่หนังใหม่จะฉาย Jacob Burns Film Center ในนิวยอร์กได้จัดซีรีส์ฉายพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองผลงานไซไฟของผู้กำกับยักษ์ใหญ่ โดยเน้นเรื่องวิดีโอเกมส์ เทคโนโลยี และเอเลี่ยนสุดคลาสสิก

เตรียม Disclosure Day ด้วยมาราธอนไซไฟสปีลเบิร์ก

กิจกรรมสุดมันส์เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม ด้วยการฉายหนังไซไฟสปีลเบิร์กเรื่องต่าง ๆ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ เริ่มจาก A.I. Artificial Intelligence (9-10 พ.ค.) ตามด้วย Minority Report (16-17 พ.ค.) E.T. the Extra-Terrestrial (23-25 พ.ค.) War of the Worlds (30-31 พ.ค.) และ Ready Player One (6-7 มิ.ย.) แฟนตัวยงห้ามพลาดเพราะหนังเรื่อง War of the Worlds, A.I. และ Minority Report ฉายในฟอร์แมต 35mm สุดคลาสสิก!

ตารางฉายเตรียม Disclosure Day ด้วยมาราธอนไซไฟสปีลเบิร์ก

  • A.I. Artificial Intelligence (9-10 พ.ค.): เรื่องราวหุ่นยนต์เด็กที่ต้องการเป็นมนุษย์เต็มตัว สะท้อนจริยธรรม AI ที่กำลังมาแรง
  • Minority Report (16-17 พ.ค.): ตำรวจอนาคตหยุดอาชญากรรมก่อนเกิด ด้วยเทคโนโลยีทำนายอนาคต
  • E.T. the Extra-Terrestrial (23-25 พ.ค.): มิตรภาพเด็กชายกับเอเลี่ยนน่ารักสุดไอคอนิก
  • War of the Worlds (30-31 พ.ค.): การบุกโลกของเอเลี่ยนโหดร้าย แบบรีเมคสุดอลังการ
  • Ready Player One (6-7 มิ.ย.): ผจญภัยในโลก VR เต็มไปด้วยป๊อปคัลเจอร์

หลังจากข้ามสัปดาห์เปิดตัว Disclosure Day (12-14 มิ.ย.) ซีรีส์จะปิดท้ายด้วย Close Encounters of the Third Kind (20-21 มิ.ย.) ทุกการฉายมาพร้อมการสนทนากับนักวิชาการภาพยนตร์ชื่อดัง ที่จะวิเคราะห์ธีมและผลกระทบทางวัฒนธรรมของแต่ละเรื่อง ทาง Jacob Burns Film Center บอกว่าสปีลเบิร์กใช้ไซไฟเพื่อผสมผสานจุดเด่นการกำกับของเขากับจินตนาการอันไร้ขีดจำกัด ทำให้เขาเป็นนักเล่าเรื่องที่ไม่เหมือนใคร

สำหรับคนที่อยู่ในนิวยอร์ก นี่คือโอกาสทองในการย้อนรอยผลงานสปีลเบิร์กและเชื่อมโยงกับ Disclosure Day ที่พูดถึง UFO และเอเลี่ยน ส่วนคนไทยหรืออยู่ไกล สามารถจัดมาราธอนไซไฟสปีลเบิร์กที่บ้านได้ง่าย ๆ ผ่านสตรีมมิงอย่าง Netflix, HBO Max หรือ Disney+ หลายเรื่องหาดูได้ไม่ยาก

ทำไมต้องเตรียม Disclosure Day ด้วยมาราธอนไซไฟสปีลเบิร์ก? เพราะหนังเหล่านี้ไม่ใช่แค่บันเทิง แต่สะท้อนวิสัยทัศน์ของสปีลเบิร์กต่ออนาคต เทคโนโลยี และสิ่งมีชีวิตนอกโลก A.I. ทำให้เราคิดถึง AI ในยุค ChatGPT, Minority Report กับการเฝ้าระวังข้อมูล, Ready Player One กับเมตาเวิร์สที่กำลังบูม ส่วน E.T. และ Close Encounters คือต้นกำเนิดความหลงใหลเอเลี่ยนที่ Disclosure Day จะสานต่อ สปีลเบิร์กเก่งในการสร้างอารมณ์ตื่นเต้นผสมหัวใจ ทำให้ไซไฟของเขาไม่เคยล้าสมัย

นอกจากนี้ ถ้าชอบข่าวไซไฟ ลองเช็คตารางหนัง Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who ได้ที่ io9 เพื่ออัพเดทความมันส์แบบเรียลไทม์

อย่ารอช้า! จัดมาราธอนไซไฟสปีลเบิร์กวันนี้ เพื่อพร้อมรับ Disclosure Day แบบสุดฟิน ไม่ว่าจะที่โรงหรือที่บ้าน คุณจะได้สัมผัสเวทมนตร์ของผู้กำกับระดับตำนาน

ที่มา – Do ‘Disclosure Day’ Prep With a Spielberg Sci-Fi Marathon

จัดอันดับเดบิวต์ซูเปอร์ฮีโร่ 2016 10 ปีต่อมา

Batman v Superman: Dawn of Justice ครบรอบ 10 ปีในสัปดาห์นี้ และตามชื่อรองของมันที่บอกว่า Dawn of Justice ทำให้ตัวละคร DC หลายตัวปรากฏบนจอเงินครั้งแรกเพื่อมุ่งสู่ Justice League สำหรับแฟนหลายคน นี่คือการเดบิวต์ในหนังโรงครั้งแรก และ BvS ไม่ใช่หนังซูเปอร์ฮีโร่เพียงเรื่องเดียวในปี 2016 ที่นำเสนอตัวละครใหม่สำคัญๆ: ตลอดปีนั้น Captain America: Civil War, Deadpool, Doctor Strange, Suicide Squad และ X-Men: Apocalypse ล้วนแนะนำฮีโร่ที่อยู่ยงคงกระพันในแฟรนไชส์ของตัวเองและนอกเหนือจากนั้น

วันนี้เราจะจัดอันดับเดบิวต์ซูเปอร์ฮีโร่ 2016 10 ปีต่อมา โดยพิจารณาจากตัวละครที่หนังเหล่านี้แนะนำ ดูจากการนำเสนอในหนังเรื่องแรกและเปรียบเทียบกับเวอร์ชันก่อนหน้าที่มีชื่อเสียงมากกว่า คุณภาพของหนังแต่ละเรื่องอาจถูกพูดถึง แต่ไม่ใช่ประเด็นหลักที่นี่ สิ่งสำคัญคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวละครเหล่านี้ บอกเราทางคอมเมนต์ว่าคุณจะจัดอันดับการเดบิวต์เหล่านี้อย่างไร!

จัดอันดับเดบิวต์ซูเปอร์ฮีโร่ 2016 10 ปีต่อมา

อันดับ 8: ทีมหนุ่ม X-Men ใน X-Men: Apocalypse

การนำเสนอในหนังเรื่องแรก: Fox ใช้ X-Men: Apocalypse เพื่อเชื่อมโยงรีบูตชุดใหม่ให้ใกล้เคียงกับไตรภาคดั้งเดิม แนะนำเวอร์ชันวัยรุ่นของ Cyclops (Tye Sheridan), Jean Grey (Sophie Turner), Storm (Alexandra Shipp) และ Nightcrawler (Kodi Smit-McPhee) โดย Scott ถูกวางให้เป็นมูแทนต์หนุ่มหลักเพราะพลังของเขาปรากฏในฉากเปิด แต่โอกาสที่พวกวัยรุ่นเหล่านี้จะได้สปอตไลต์จริงๆ มีน้อยมาก เพียงฉากชิลล์ที่ห้างกับ Jubilee และดู Return of the Jedi ถ้าหนังทั้งเรื่องมีพลังแบบนั้นได้ก็คงดี

เปรียบเทียบกับเวอร์ชันก่อน: หนัง X-Men เก่ารัก Wolverine, Xavier และ Magneto มากเกินไปจนตัวละครอื่นดูจืดจาง แม้แต่ James Marsden, Famke Janssen และ Halle Berry ในเวอร์ชันเก่ายังดูน่าสนใจกว่าที่ Apocalypse ทำกับนักแสดงใหม่เหล่านี้ Young Jean เป็นตัวเดียวที่รู้สึกสมบูรณ์แบบ เพราะจำเป็นสำหรับการรีเมค Phoenix Saga

สถานะปัจจุบัน: Fox ปิดฉาก X-Men ด้วย Dark Phoenix ปี 2019 ที่ไม่ค่อยดีในสายตาชาวบ้าน จนถึงวันนี้ยังไม่มีกระแสพลิกผันสำหรับหนัง X-Men หลังๆ หรือนักแสดงหนุ่มเหล่านี้ พวกเขายังอยู่ตรงนั้นแบบไม่มีอนาคตชัดเจน ไม่น่าได้กลับมาใน Avengers: Doomsday หรือ Secret Wars แต่เราคอยดู

อันดับ 7: Batman ใน Batman v Superman

การนำเสนอ: เพราะเป็น co-protagonist ทำให้หนังใช้เวลามากแสดงผลกระทบจาก Man of Steel ที่ทำให้ Bruce เกลียด Superman และ正当化การแก้แค้น ไม่รู้ว่ามันเวิร์คไหม แต่ Bruce มี arc เต็มตัวและกล้องรักเขามาก จนเป็นเจ้าของฉากแอคชั่นที่ดีที่สุดในหนัง

เปรียบเทียบ: สไตล์ดุดันและ Batsuit ได้แรงบันดาลใจจาก Dark Knight Returns Ben Affleck มี edge เข้มข้นกว่าคริสเตียน เบล และ Zack Snyder ชอบ masculinity วัยกลางคนของเวอร์ชันนี้ เป็น Batman ที่ค่อนข้างเป็นของตัวเอง แม้จะเห็นศักยภาพดีแต่สุดท้ายไม่เวิร์คสำหรับ Affleck

สถานะปัจจุบัน: ก่อน Justice League มีข่าว Affleck จะออกจาก DCEU กับ The Flash ที่ล่าช้าถึง 2023 แต่หนังนั้นให้ฉากแอคชั่นและลาก่อนที่น่าพอใจ เว้นแต่มีเซอร์ไพรส์ใหญ่ นี่คือตอนจบ Batfleck

อันดับ 6: Suicide Squad (2016)

การนำเสนอ: ถูกตั้งใจเป็น Guardians of the Galaxy ของ DCEU ต่อจาก BvS แต่กลายเป็นปมยุ่งเหยิง หนังของ David Ayer อยากให้เรารักและเชื่อว่าพวกเขาจะเปลี่ยน แต่ไม่ใช้ cast เต็มที่ มีร่องรอยหนังที่ดีกว่าที่แฟนๆ หวังจะได้แบบ Snyder Cut แต่ WB ไม่ยอม เลยต้องมี The Suicide Squad 2021 เป็นรีบูตอ่อนๆ

เปรียบเทียบ: คล้าย Suicide Squad ในอนิเม Justice League, Arrow หรือ Rocksteady game แต่หลายคนเทียบกับเวอร์ชัน Gunn หรือเกม อันของ Ayer มีซาวด์แทร็กเด็ดและ aesthetic สกปรกที่อาจเวิร์คถ้า WB ปล่อยตามเทรลเลอร์แรก

สถานะปัจจุบัน: บางตัวกลับมาใน 2021 เช่น Waller (Viola Davis) และ Harley (Margot Robbie) ที่ยังอยู่หลัง Gunn’s DCU Rocksteady Squad ปิดฉาก 2025 ปี 2026 รอดู Suicide Squad ชุดใหม่

อันดับ 5: Cameo Justice League ใน BvS

การนำเสนอ: ก่อนไฟต์หลัก Gal Gadot เป็น Wonder Woman ที่ impactful ที่สุด อื่นๆ อย่าง Cyborg, Flash, Aquaman เป็น cameo สั้นๆ แต่ intent ชัด: Justice League กำลังมา (แต่ล่าช้า ล้อเล่น)

เปรียบเทียบ: DCAU เป็น shadow ใหญ่สำหรับ adaptation เหล่านี้ DCEU JL ล้มเหลวเพราะ Snyder ออกและ Whedon เข้ามา จน Snyder Cut 2021 ให้เวอร์ชันที่ตั้งใจ

สถานะปัจจุบัน: DCEU JL ค่อยๆ ถูกเลิก Cyborg และ Superman ก่อน Batman, Flash, WW จบใน The Flash 2023 Aquaman ปิดท้ายด้วยภาค 2 Momoa เปลี่ยนเป็น Lobo ใน Supergirl

อันดับ 4: Doctor Strange

การนำเสนอ: Marvel นำเวทมนตร์สู่จอเงินด้วย Benedict Cumberbatch แม้จะเหมือน Iron Man แต่เวทมนตร์ มี Time Stone และเชื่อม Avengers ผ่าน Thor post-credit สู่ Ragnarok และ Infinity War

เปรียบเทียบ: ก่อน MCU Strange มี cameo ในอนิเมเก่าและหนัง DVD 2007 อนิเม Disney 2010s ทำให้คนรู้จัก MCU ให้จุดเริ่มใหม่

สถานะปัจจุบัน: ภาค 2 Multiverse of Madness 2022 หลัง guest หลายเรื่อง อาจมีใน Doomsday, Secret Wars และภาค 3?

อันดับ 3: T’Challa/Black Panther ใน Civil War

การนำเสนอ: Chadwick Boseman เป็น tritagonist ไอเดีย consequences วางบนตัวเขา การไล่ล่า Bucky ถูกช่วย/ขัดโดย Iron Man, Zemo, Cap เซ็ตอัพ solo สนุก

เปรียบเทียบ: ก่อน MCU รู้จักจาก Avengers: Earth’s Mightiest Heroes Boseman ดีแต่สั้นเกิน

สถานะปัจจุบัน: Boseman เสีย 2020 T’Challa ตายด้วย Shuri สืบทอด กลับใน Avengers ถัดไปและ Black Panther 3 มีข่าว multiverse variant

อันดับ 2: Spider-Man ใน Civil War

การนำเสนอ: Surprise addition จาก deal Sony-Marvel Tom Holland พิสูจน์ตัวเองใน MCU ช่วงทีมแตก เป็น special guest ที่ตื่นเต้นสำหรับ solo ถัดไป

เปรียบเทียบ: Holland เก่งแต่ MCU ไม่ลึก Peter จน No Way Home แก้ Holland สวิงดีแต่ Peter ต้องพัฒนา

สถานะปัจจุบัน: กลับใน Spider-Man: Brand New Day 4 เดือนข้างหน้า ชีวิตย่ำแย่แต่เราสนุก!

อันดับ 1: Deadpool

การนำเสนอ: หนังรัก Wade Wilson ของ Ryan Reynolds สุดๆ highlight reel ของมุก ปืน และชีวิตหลังมะเร็ง ไม่มี deconstruct แค่ทำในสิ่งที่ Deadpool เก่งและขำ

เปรียบเทียบ: ลบ Origins ออก อื่นๆ มี snark meta แต่ MCU shadow Reynolds

สถานะปัจจุบัน: ลึกลับว่าจะมีใน Avengers หรือไม่ อาจมีหนังใหม่กับ X-Men?

หลังจากจัดอันดับเดบิวต์ซูเปอร์ฮีโร่ 2016 10 ปีต่อมา คุณเห็นด้วยไหม? Deadpool ชนะใจเพราะ timeless หรือมีตัวโปรดอื่น? คอมเมนต์แบ่งปันความเห็นและติดตามอัพเดท MCU DCEU เพิ่มเติมได้ที่บล็อกเรา!

ที่มา – Ranking 2016’s Superhero Debuts, 10 Years Later

อินโดนีเซีย ห้ามเด็กใช้โซเชียลมีเดีย

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อินโดนีเซีย ประเทศประชากรอันดับ 4 ของโลก ได้เริ่มบังคับใช้กฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดียส่วนใหญ่แล้วครับ นี่ถือเป็นมาตรการที่เข้มงวดมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อปกป้องเยาวชนจากอันตรายออนไลน์ เช่น ภาพลามก การกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ กลโกงออนไลน์ และการเสพติด

อินโดนีเซีย ห้ามเด็กใช้โซเชียลมีเดีย: แพลตฟอร์มที่ได้รับผลกระทบ

แพลตฟอร์มที่ถูกห้าม ได้แก่ Roblox, YouTube, TikTok, Facebook, Instagram, Threads, X (เดิมคือ Twitter) และ Bigo Live ซึ่งเป็นแอปแชทวิดีโอยอดนิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินโดนีเซียมีประชากรรวมกว่า 288 ล้านคน โดยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือราว 250 ล้านคน ถ้าสมมติว่าเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีคิดเป็น 1 ใน 4 ของประชากร ก็เท่ากับมีเด็กกว่า 72 ล้านคนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งคิดเป็น 0.89% ของประชากรโลกเลยทีเดียว

เทียบกับออสเตรเลียที่เป็นประเทศแรกที่ออกกฎหมายคล้ายๆ กัน ออสเตรเลียมีประชากรแค่ 27.5 ล้านคนทั้งประเทศ ดังนั้นมาตรการของอินโดนีเซียจึงยิ่งทรงพลังและมีผลกระทบกว้างขวางกว่า

กระบวนการบังคับใช้และการเปลี่ยนผ่าน

รัฐบาลอินโดนีเซียประกาศล่วงหน้าไปแล้วตั้งแต่ต้นเดือนนี้ โดยจะค่อยๆ บังคับใช้แบบขั้นบันได ไม่ใช่ทันทีทันใด รัฐมนตรีกระทรวงกิจการดิจิทัล Meutya Hafid ยืนยันว่า “ไม่มีช่องโหว่ในการปฏิบัติตามกฎหมาย ทุกบริษัทที่ทำธุรกิจในอินโดนีเซียต้องปฏิบัติตาม” ในงานแถลงข่าว เธอระบุว่าจะมีระยะเปลี่ยนผ่าน 1 ปี ก่อนที่จะลงโทษผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม

นอกจากนี้ เมื่อเดือนที่แล้ว อินโดนีเซียเพิ่งยกเลิกการแบน Grok ซึ่งเป็นแชทบอทจาก xAI ที่เชื่อมกับแพลตฟอร์ม X ของ Elon Musk หลังจาก Grok สร้างภาพ deepfake ลามกของเด็กที่ไม่ยินยอม ในเดือนมกราคม Hafid อธิบายว่า “การสร้าง deepfake ที่ไม่ได้รับความยินยอมเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีอย่างร้ายแรง”

ล่าสุด Hafid กล่าวว่า “การบังคับใช้เป็นงานยาก แต่เราต้องปกป้องเด็กของเรา ไม่ว่าจะยากแค่ไหน เราก็ต้องทำ”

ทำไมอินโดนีเซียถึงออกมาตรการนี้? เพราะปัญหาโซเชียลมีเดียส่งผลกระทบเด็กหนักมาก ในประเทศที่มีประชากรเยาวชนจำนวนมากแบบนี้ การเสี่ยงภัยออนไลน์ยิ่งรุนแรง ผู้ปกครองหลายคนกังวลเรื่องการเสพติด การถูกกลั่นแกล้ง และเนื้อหาลามกที่เข้าถึงง่าย

  • ผลกระทบต่อเด็ก: ลดการเสพติด ลดเสี่ยงภัยไซเบอร์
  • ผลต่อแพลตฟอร์ม: ต้องปรับระบบยืนยันอายุ สูญเสียผู้ใช้ยาวๆ
  • ผลต่อสังคม: สร้างแบบอย่างให้ประเทศอื่น

หลายประเทศกำลังจับตาดู เช่น ไทย สหรัฐฯ และยุโรป ที่มีกฎระเบียบคล้ายกันกำลังมา มาตรการนี้อาจช่วยลดปัญหาสังคมได้จริง หากบังคับใช้ได้ผล

คุณคิดอย่างไรกับ อินโดนีเซีย ห้ามเด็กใช้โซเชียลมีเดีย? ควรมีในไทยไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ รู้ด้วยนะครับ!

ที่มา – Fourth Most Populous Country in the World Bans Most Social Media for Kids

เดอะ มัมมี่ 4 รวมครอบครัวตัวเอกกลับมา

แฟน ๆ ภาพยนตร์ผจญภัยสุดคลาสสิกคงตื่นเต้นสุด ๆ เมื่อได้ยินข่าวว่า เดอะ มัมมี่ 4 รวมครอบครัวตัวเอกกลับมา แล้ว! ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอตั้งใจทำให้ภาคนี้รู้สึกเหมือนการกลับมาของเพื่อนเก่าที่คุณไม่รู้ตัวว่าคิดถึง Universal ต้องการให้ เดอะ มัมมี่ 4 เป็นการรวมตัวของเหล่าตัวเอกหลักที่แฟน ๆ รัก ไม่ใช่แค่ Brendan Fraser และ Rachel Weisz ที่กลับมารับบท Rick และ Evie O’Connell เท่านั้น แต่ John Hannah ก็กลับมาร่วมแจมในบทพี่ชายนักโจรของ Evie อย่าง Jonathan Carnahan ด้วย!

เดอะ มัมมี่ 4 รวมครอบครัวตัวเอกกลับมา

ข่าวนี้ถูกเปิดเผยโดย The Hollywood Reporter เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้แฟน ๆ ฮือฮากันถ้วนหน้า Hannah เคยเล่นในภาพยนตร์ทั้งสามภาคแรกที่กำกับโดย Stephen Sommers ส่วน Weisz ถูกแทนที่ด้วย Maria Bello ในภาคสาม Tomb of the Dragon Emperor แต่ Radio Silence ทีมผู้กำกับภาคใหม่ประกาศชัดว่าภาคสามน่าจะไม่ใช่ canon ต่อจากสองภาคแรก ทำให้เกิดคำถามใหญ่หลวงว่า Alex ลูกชายของ Rick และ Evie จะอายุเท่าไหร่ในภาคนี้? ในภาคสาม Luke Ford เล่นบท Alex วัยผู้ใหญ่ แต่ภาคใหม่นี้อาจปรับใหม่หมด

นอกจากนี้ แฟน ๆ ยังลุ้นหนักว่าจะได้เห็น Oded Fehr กลับมารับบท Ardeth Bay ผู้พิทักษ์อีกหรือไม่? ข่าวลือเรื่องนี้มีมานานแล้ว และดูท่าจะมีเซอร์ไพรส์รออยู่แน่นอน

รายละเอียดเดอะ มัมมี่ 4 รวมครอบครัวตัวเอกกลับมา

พล็อตของ เดอะ มัมมี่ 4 ยังถูกเก็บเป็นความลับสุดยอด แต่ THR เผยว่าการถ่ายทำจะเริ่มในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ และภาพยนตร์จะฉายจริง ๆ ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2028 ดังนั้นเรายังมีเวลามากพอที่จะติดตามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงตัวละครใหม่ ๆ และมัมมี่ตัวใหม่ที่จะมาร่วมผจญภัยกับตระกูล O’Connell และ Carnahan

เพื่อคลายความคิดถึง Universal ยังนำ The Mummy Returns กลับมาฉายในโรงภาพยนตร์ช่วงสุดสัปดาห์ก่อนครบรอบ 25 ปีในเดือนพฤษภาคมนี้ด้วย! ถ้าคุณเป็นแฟนตัวยง อย่าพลาดโอกาสไปย้อนความหลัง

ซีรีส์เดอะ มัมมี่เริ่มต้นด้วยภาคแรกปี 1999 ที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม กวาดรายได้กว่า 400 ล้านดอลลาร์ทั่วโลก Brendan Fraser กลายเป็นซูเปอร์สตาร์จากบท Rick นักผจญภัยสุดเท่ Rachel Weisz สวยสะดุดตาในบทนักอียิปต์วิทยา Evie และ John Hannah ขโมยซีนด้วยบท Jonathan นักโจรขี้เล่น ภาคสอง The Mummy Returns (2001) ยิ่งเพิ่มความอลังการด้วยการต่อสู้กับ Scorpion King ภาคสาม雖ไม่ค่อยดี แต่ภาคสี่นี้สัญญาว่าจะกลับสู่รากเหง้าเดิม

  • Brendan Fraser กลับมาเป็น Rick O’Connell
  • Rachel Weisz เป็น Evie O’Connell
  • John Hannah เป็น Jonathan Carnahan
  • อาจมี Oded Fehr เป็น Ardeth Bay
  • ถ่ายทำฤดูใบไม้ร่วง ฉาย 2028

นอกจากนี้ แฟน ๆ ยังอยากรู้ว่าภาคนี้จะมีองค์ประกอบไหนใหม่บ้าง? จะมีมัมมี่จากตำนานอื่น ๆ หรือไม่? หรือจะเน้นการผจญภัยในทะเลทรายอียิปต์แบบคลาสสิก? ต้องรอติดตามต่อไป

ถ้าคุณชื่นชอบข่าวภาพยนตร์ฮอลลีวูด ลองเช็คคิวออกใหม่ของ Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who ได้เลย ความเห็นส่วนตัวนะ ภาคนี้ก็น่าจะฮิตติดชาร์ตอีกแน่ เพราะการรวมครอบครัวตัวเอกแบบนี้คือสิ่งที่แฟน ๆ ต้องการที่สุด ติดตามอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่นี่!

ที่มา – ‘The Mummy 4’ Is Getting the Family Back Together

ตัวอย่าง Ghost in the Shell สไตล์อนิเมะ 90s

ตั้งแต่ที่ Science Saru ประกาศว่าจะรีเมค Ghost in the Shell ผลงานคลาสสิก ทางสตูดิโอได้ปล่อยทีเซอร์หลวมๆ มาอยู่หลายครั้ง หากคุณกำลังรอคอยที่จะเห็นว่าซีรีส์ระดับตำนานเรื่องนี้จะออกมาในสไตล์ของ Saru และ Production I.G. อย่างไร ก็ไม่ต้องรอนานอีกต่อไป เพราะตัวอย่าง Ghost in the Shell สไตล์อนิเมะ 90s ได้มาแล้ว และมันดูน่าตื่นเต้นมาก ย้ำว่าดีในแง่ภาพ!

ตัวอย่าง Ghost in the Shell สไตล์อนิเมะ 90s

แม้ว่าจะสั้นไปหน่อยที่แค่ 46 วินาที แต่ตัวอย่างที่โชว์ในงาน AnimeJapan นี้ ทำให้เราตื่นเต้นกับการมาถึงของซีรีส์ในฤดูร้อนนี้อย่างมาก มีกลิ่นอายยุค 90s ชัดเจนตลอดทั้งคลิป ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการออกแบบตัวละครโดย Shuhei Handa และการใช้สีที่ลงตัว (ช็อตสุดท้ายดวงตาสีแดงของ Kusanagi ตัดกับผมสีน้ำเงิน? สวยมาก อยากได้เลย!)

สไตล์ภาพโดยรวมดูการ์ตูนมากกว่าเวอร์ชันเก่าๆ แต่แลกมาด้วยความใกล้เคียงกับอาร์ตในมังงะต้นฉบับมากขึ้น ทำให้ตัวอย่าง Ghost in the Shell สไตล์อนิเมะ 90s นี้รู้สึกสดใหม่แต่ยังคงเสน่ห์ดั้งเดิมไว้

คีย์วิซวลใหม่และรายละเอียดที่น่าจับตา

นอกจากตัวอย่างแล้ว Science Saru ยังนำคีย์วิซวลใหม่จาก Handa มาอวดด้วย โดยมี Motoko Kusanagi ยืนบนรถถัง AI Fuchikoma ดูเท่สุดๆ ยังไม่แน่ชัดว่าทำเป็นการดัดแปลงตรงๆ หรือเล่าใหม่แบบ Trigun Stampede แต่โชคดีที่ไม่ต้องรอนาน เพราะจะฉายเดือนกรกฎาคมนี้ และคาดว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

  • กลิ่นอาย 90s ที่ชัดเจนจากสีและการเคลื่อนไหว
  • ตัวละคร Kusanagi ที่ใกล้เคียงมังงะมากขึ้น
  • สไตล์การ์ตูนแต่คมชัด สวยงาม
  • คีย์วิซวล Fuchikoma ที่น่าตื่นเต้น

อัปเดต (28 มี.ค. 2026 @ 9:22 น. ET): บทความนี้ได้รับการอัปเดตเพื่อยืนยันว่า Ghost in the Shell สร้างสรรค์โดย Masamune Shirow และเราขออภัยในความผิดพลาดก่อนหน้า

สำหรับแฟนอนิเมะไซไฟ Ghost in the Shell ถือเป็นหนึ่งในผลงานที่กำหนดทิศทางของอนิเมะยุคใหม่ ด้วยธีมปรัชญาเรื่องจิตสำนึก ร่างกายสังเคราะห์ และอนาคตดิสโทเปีย ตัวอย่าง Ghost in the Shell สไตล์อนิเมะ 90s นี้ไม่เพียงย้อนนึกถึงสมัยโกลเดนของอนิเมะ แต่ยังสัญญาว่าจะนำเสนออะไรที่สดใหม่ในปี 2026 ด้วยเทคนิค animation จาก Science Saru ที่ขึ้นชื่อเรื่อง fluidity และ creativity เช่นในผลงาน Keep Your Hands Off Eizouken! หรือ Scott Pilgrim Takes Off

ถ้าคุณชื่นชอบอนิเมะที่มีเนื้อเรื่องลึกซึ้งและภาพสวย ตัวอย่างนี้คือสัญญาณที่ดีว่าคุ้มค่าที่จะรอคอย อย่าลืมติดตามอัปเดตเพิ่มเติม เพราะนี่อาจเป็นการรีเมคที่เปลี่ยนเกมของแฟรนไชส์นี้ไปเลย

อยากรู้ข่าวอนิเมะและไซไฟเพิ่มเติม? ติดตามเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุดจาก Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who นะ!

ตัวอย่าง Ghost in the Shell สไตล์อนิเมะ 90s นี้ทำให้ผมตื่นเต้นสุดๆ คิดว่าจะเป็นหนึ่งในอนิเมะเด่นแห่งปีแน่นอน คุณล่ะ คิดยังไง? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์เลย!

ที่มา – The First Proper ‘Ghost in the Shell’ Trailer Is a ’90s Anime Fever Dream