ผู้เขียน: lalika69_admin

โรงงานเหล็กไทยสาหัส! ขึ้นราคายกแผง 15% หลังแบกต้นทุนไม่ไหว โดนหนัก 4 เด้ง เซ่นพิษสงคราม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้ผมมีเรื่องเศรษฐกิจที่กระทบชีวิตประจำวันมาอัปเดตให้ฟังแบบเป็นกันเองเลยนะ โดยเฉพาะคนที่กำลังวางแผนสร้างบ้าน สร้างคอนโด หรือแม้แต่สายเทคที่สนใจอุตสาหกรรมยานยนต์และ data center เพราะ โรงงานเหล็กไทยสาหัส! ขึ้นราคายกแผง 15% หลังแบกต้นทุนไม่ไหว โดนหนัก 4 เด้ง เซ่นพิษสงคราม นี่แหละครับ วิกฤตนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มาดูกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

โรงงานเหล็กไทยสาหัส! ขึ้นราคายกแผง 15% หลังแบกต้นทุนไม่ไหว โดนหนัก 4 เด้ง เซ่นพิษสงคราม

จากปากของ นาวา จันทนสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก บอกตรงๆ ว่าอุตสาหกรรมเหล็กไทยพยายามยันต้นทุนมานานแล้ว เพื่อไม่ให้ราคาสินค้าพุ่งกระทบผู้บริโภค แต่สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อแบบนี้ อั้นไม่อยู่จริงๆ เลยต้องประกาศขึ้นราคาเหล็กทุกประเภท ล็อตแรก 10-15% ไปเป็นที่เรียบร้อย ถ้าต้นทุนพลังงาน ค่าระวางเรือ ค่าไฟยังพุ่งต่อ ระลอก 2 อาจมาเร็วๆ นี้เลยครับ

ทำไมถึงหนักขนาดนี้? เพราะไทยไม่มีแร่เหล็กเอง ต้องนำเข้าศาสตร์เหล็กจากต่างประเทศมาหลอม ขึ้นรูปเป็นเหล็กเส้น ลวด แผ่น โครงสร้าง สำหรับก่อสร้างและรถยนต์เกรดพิเศษ พอต้นทุนนำเข้าพุ่ง ก็โดนเต็มๆ 4 เด้งเลยนะ:

  • เด้ง 1: ค่าขนส่งพุ่ง จากราคาพลังงานโลกที่แพงขึ้น
  • เด้ง 2: ราคาพลังงาน ใช้ในโรงงานหลอมเหล็ก แม้น้ำมันเตาแต่ก็แพงตาม
  • เด้ง 3: ค่าระวางเรือโหดมาก สูงสุดยอดจากวิกฤตชิปปิ้ง
  • เด้ง 4: ค่าไฟฟ้าที่กำลังปรับขึ้น ตัวนี้มาแน่ภายในปี 2569

นาวา บอกว่าปรับราคาระลอกแรกในเมษายนนี้แน่นอน พฤษภาคมดูสถานการณ์อีกที สงครามไม่จบง่ายๆ แถมทรัมป์ยังขู่ศึกทุกวัน ทุกอย่างแพงหมด เราจะเหนื่อยกันอีกยาวๆ

เหล็กจีนทุ่มตลาด ไทยใช้กำลังผลิตเหลือแค่ 28% สุดช้ำ!

นอกจากพิษสงคราม อุตสาหกรรมเหล็กไทยยังเจอศึกหนักจากเหล็กจีนที่ dump ตลาดถูกๆ ทำให้กำลังการผลิต (Capacity Utilization) ดิ่งเหลือ 28-30% จากเดิมสูงกว่านั้นมาตั้งแต่ปี 2560 ต่ำกว่า 40% มานาน เจ้าของโรงงานแข่งขันลำบาก ลดผลิตไปเยอะ

แต่ยังพอไปต่อได้เพราะโครงการรัฐอย่างโครงสร้างพื้นฐานที่เดินหน้าต่อเนื่อง ยังกินเหล็กได้บ้าง แต่ต้องการรัฐช่วยจริงจัง เช่น มาตรการป้องกันการ dump, สนับสนุน Local Content ผ่าน Made in Thailand (MiT) ของ ส.อ.ท. ให้สัดส่วนเหล็กไทยมากขึ้น จะได้มีแต้มต่อ

มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: ผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและเทคโนโลยี

ในฐานะคนติดตามเศรษฐกิจมานาน ผมมองว่าวิกฤตนี้จะกระทบวงกว้างครับ ราคาบ้าน คอนโดพุ่งตามวัสดุ ต่อให้ก่อสร้างชะลอแต่ต้นทุนสูงขนาดนี้ ค่าใช้จ่ายผู้บริโภคโดนแน่ สายเทคอย่างเราก็หนีไม่พ้น เพราะ data center, โรงงานผลิตชิป, EV factory ต้องการโครงสร้างเหล็กแข็งแรง ถ้าเหล็กแพง โครงการเทคช้าลง เศรษฐกิจไทยโดยรวมสะดุด

เทรนด์โลกตอนนี้ เหล็กจีนยัง dump ต่อ สงครามตะวันออกกลางร้อนระอุ พลังงานไม่นิ่ง ราคาเหล็กอาจขึ้นอีก 20% ในปีหน้า ผมแนะนำผู้ประกอบการ: หันใช้วัสดุทางเลือกอย่างเหล็ก recycle มากขึ้น หรือล็อคราคาล่วงหน้าไว้ รัฐควรเร่ง anti-dumping และ补贴พลังงานให้โรงงาน

เพื่อนๆ ที่กำลังสร้างบ้านหรือลงทุนเทค ลองเช็กงบประมาณใหม่นะครับ อนาคตอาจแพงกว่านี้! ติดตามอัปเดตเศรษฐกิจแบบชิลๆ กับผมต่อไป สอบถามได้เลย

ที่มา – โรงงานเหล็กไทยสาหัส! ขึ้นราคายกแผง 15% หลังแบกต้นทุนไม่ไหว โดนหนัก 4 เด้ง เซ่นพิษสงคราม

สธ. เร่งรับมือโครงสร้างประชากร หลังยอดเด็กเกิดใหม่ร่วงเหลือ 4.5 แสนคน ดันนโยบายดูแลทารกครบวงจร

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! ในยุคที่เทคโนโลยีและความบันเทิงครองชีวิตประจำวันของเราแบบนี้ เรื่องสุขภาพและโครงสร้างสังคมอาจดูไกลตัว แต่จริงๆ แล้วมันใกล้ตัวมากเลยนะ โดยเฉพาะข่าวใหญ่ล่าสุดที่ สธ. เร่งรับมือโครงสร้างประชากร หลังยอดเด็กเกิดใหม่ร่วงเหลือ 4.5 แสนคน ดันนโยบายดูแลทารกครบวงจร นี่แหละครับ ที่กระทรวงสาธารณสุขกำลังตื่นตัวเต็มที่ เพื่อรับมือวิกฤตเด็กเกิดน้อยและโรคเรื้อรังที่พุ่งปรี๊ด!

สธ. เร่งรับมือโครงสร้างประชากร หลังยอดเด็กเกิดใหม่ร่วงเหลือ 4.5 แสนคน ดันนโยบายดูแลทารกครบวงจร

ลองนึกภาพดูสิครับ ปีนี้เด็กไทยเกิดใหม่เหลือแค่ 454,006 คนเท่านั้น! อัตราการเจริญพันธุ์ (TFR) ต่ำเหลือ 0.93 ซึ่งต่ำกว่าระดับทดแทนประชากรไปไกล โถ่… สังคมสูงวัยกำลังมาแบบดุเดือด ขณะที่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) อย่างความดัน เบาหวาน ถล่มหนัก ผู้ป่วยสะสม 14 ล้านคน ตายปีละ 4 แสนราย ภาระงบประมาณพุ่ง 1.6 ล้านล้านบาท!

คุณพัฒนา รัฐมนตรีสาธารณสุข และ นพ.สมฤกษ์ ปลัดสธ. บอกชัดว่าต้องสร้างเด็กไทยคุณภาพ ดูแลสุขภาพทุกวัย ลดความเสี่ยง NCDs ตั้งแต่เด็ก โดย พญ.อัมพร อธิบดีกรมอนามัย ย้ำแนวคิด “เกิดอย่างมีคุณภาพ” ดูแลครบวงจรตั้งแต่ก่อนท้อง ระหว่างท้อง คลอด จนเด็ก 0-5 ปี แก้ 3 ปัญหาใหญ่: คลอดก่อนกำหนด โลหิตจาง พัฒนาการล่าช้า ที่กระทบสมองและศักยภาพเด็กในอนาคต

ปัจจัยเสี่ยง NCDs ที่เราต้องรู้

จากข้อมูลเชิงลึก ปัจจัยหลักมาจากพฤติกรรมตั้งแต่วัยเด็กเลยครับ โดยเฉพาะ:

  • พฤติกรรมนิ่งเฉย: วัยเรียน-รุ่น 14.3 ชม./วัน วัยทำงาน-สูงวัย 13.6 ชม. นั่งส่องมือถือ ดูสตรีมมิ่งทั้งวันใช่มั้ยล่ะ?
  • กินไม่ดี: ผักผลไม้ขาด น้ำหนักเกิน 9.2 ล้านคน ส่งผลโรค NCDs พุ่ง

ในฐานะคนที่ติดตามเทรนด์สุขภาพมานาน ผมเห็นว่ายุคนี้เทคโนโลยีช่วยได้เยอะ เช่น แอปติดตามก้าวเดิน Wearable device วัด BMI หรือ AI คำนวณโภชนาการ แต่ต้องเริ่มจากนโยบายจริงจังแบบนี้แหละ

นโยบายเด็ดจากกรมอนามัย

กรมอนามัยเดินหน้าบูรณาการ Active Living in Healthy Cities สร้าง NCDs Ecosystem เอื้อพฤติกรรมดี เช่น:

  • ขยับมาก กินดี ทุกวัน
  • โรงอาหารสุขภาพ (Healthy Canteen) และอาหารกลางวันโรงเรียน (Thai School Lunch)
  • ลดน้ำตาล รณรงค์ผ่าน อสม. โรงพยาบาลชุมชน
  • ศูนย์ป้องกัน NCDs คัดกรองเชิงรุก ลดกลุ่มเสี่ยง 30%

นี่คือก้าวสำคัญครับ เพื่อให้ไทยพร้อมสังคมสูงวัยแบบยั่งยืน

ส่วนตัวผมมองว่าเทรนด์นี้จะบูมมากในปีหน้า โดยเฉพาะ tech health ที่ผสาน entertainment เช่น เกมออกกำลังกาย VR หรือแอปเลี้ยงลูกอัจฉริยะ มันจะช่วยพ่อแม่ยุคใหม่ดูแลทารกได้ง่ายขึ้น ลองคิดดู ถ้าเด็กเกิดน้อยแต่คุณภาพสูง ไทยเราจะแข็งแกร่งแค่ไหน!

CTA: เริ่มเลยวันนี้ครับ! ลุกขยับ ลดน้ำตาล ตรวจสุขภาพเด็กๆ ในครอบครัว ก่อนสายเกินแก้ สุขภาพดี = อนาคตสดใส ทุกวัยเลยนะ

ที่มา – สธ. เร่งรับมือโครงสร้างประชากร หลังยอดเด็กเกิดใหม่ร่วงเหลือ 4.5 แสนคน ดันนโยบายดูแลทารกครบวงจร

เชียงใหม่จัดซ้อมใหญ่ฟ้อนเล็บฉลอง 730 ปี ‘ยอสวยไหว้สาพญามังราย’ ช่างฟ้อนสวมหน้ากากสู้ฝุ่น PM2.5 พร้อมหนุนเมืองมรดกโลก

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเชียงใหม่และคนรักวัฒนธรรมล้านนาทุกท่าน! วันนี้ผมมีเรื่องน่าติดตามมาฝากกัน จากเหตุการณ์สุดคึกคักที่กำลังเกิดขึ้นในเมืองหลวงล้านนา นั่นคือ เชียงใหม่จัดซ้อมใหญ่ฟ้อนเล็บฉลอง 730 ปี ‘ยอสวยไหว้สาพญามังราย’ ช่างฟ้อนสวมหน้ากากสู้ฝุ่น PM2.5 พร้อมหนุนเมืองมรดกโลก ซึ่งเป็นภาพที่ทั้งงดงามและน่าประทับใจมากๆ เลยทีเดียว

เชียงใหม่จัดซ้อมใหญ่ฟ้อนเล็บฉลอง 730 ปี ‘ยอสวยไหว้สาพญามังราย’ ช่างฟ้อนสวมหน้ากากสู้ฝุ่น PM2.5 พร้อมหนุนเมืองมรดกโลก

เมื่อวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา ช่างภาพข่าวและผู้สนใจจำนวนมากต่างมุ่งหน้าไปยังลานพระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในบรรยากาศการซ้อมใหญ่ฟ้อนเล็บแบบล้านนาแท้ๆ สำหรับพิธี ‘ยอสวยไหว้สาพญามังราย’ ที่จัดเฉลิมฉลองครบรอบ 730 ปีการก่อตั้งเมืองเชียงใหม่ มีช่างฟ้อนจากเครือข่ายต่างๆ กว่า 300 คนมาร่วมซ้อมกันอย่างพร้อมเพรียง ชุดพื้นเมืองสีสันสดใส ตั้งขบวนจากหน้าพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา เข้าสู่ลานอนุสาวรีย์ ดูแล้วคึกคักสุดๆ!

ในฐานะคนที่ติดตามวัฒนธรรมล้านนามานาน ผมต้องบอกว่าการซ้อมครั้งนี้เป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนวันจริง ซึ่งคาดว่าจะมีช่างฟ้อนกว่า 600 คนมาร่วมแสดงพลังศรัทธา แต่ที่โดดเด่นคือ แม้เชียงใหม่จะเจอวิกฤตฝุ่น PM2.5 หนักหน่วงที่ส่งผลต่อสุขภาพ ช่างฟ้อนทุกคนก็ไม่ยอมแพ้ สวมหน้ากากอนามัยกันครบทีมตลอดการซ้อม นี่คือตัวอย่างของความเข้มแข็งและการปรับตัวที่ยอดเยี่ยมของคนเชียงใหม่เลยครับ

ความหมายลึกซึ้งของพิธี ‘ยอสวยไหว้สา’

พิธี ‘ยอสวยไหว้สา’ เป็นประเพณีสำคัญของชาวล้านนา ที่สืบทอดกันมานาน ประกอบด้วยขบวนแห่เครื่องสักการะอย่างขันดอก เครื่องบูชาล้านนา การตีกลองสะบัดชัย และฟ้อนเล็บอันงดงาม เพื่อถวายราชสักการะแด่พญามังรายและบูรพกษัตริย์ผู้ก่อตั้งเมือง ไม่ใช่แค่การแสดง แต่เป็นการรำลึกถึงรากเหง้าวัฒนธรรมที่งดงาม

  • ฟ้อนเล็บ: ท่ารำที่ละเอียดอ่อน สื่อถึงความสง่างามของสตรีล้านนา
  • ขบวนแห่: แสดงเอกลักษณ์ล้านนาแบบครบครัน
  • กลองสะบัดชัย: เสียงดังก้อง สร้างพลังบวกให้ผู้เข้าร่วม

กิจกรรมนี้ยังเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้มีส่วนร่วม อนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมให้คงอยู่ยั่งยืน

สู้ฝุ่น PM2.5 และก้าวสู่เมืองมรดกโลก

แม้ฝุ่น PM2.5 จะเป็นปัญหาใหญ่ แต่ช่างฟ้อนสวมหน้ากากอนามัยแสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณไม่ยอมแพ้ และนี่ยังสอดคล้องกับเป้าหมายของเชียงใหม่ที่กำลังผลักดันให้เป็น ‘เมืองมรดกโลก’ โดย UNESCO จะส่งทีมลงพื้นที่ตรวจสอบในเดือนมิถุนายนนี้ การแสดงวัฒนธรรมแบบนี้ช่วยยืนยันคุณค่าประวัติศาสตร์ได้อย่างดีเยี่ยม

ช่างฟ้อนเล็บล้านนาสวมหน้ากากอนามัยซ้อมใหญ่ ที่เชียงใหม่ เพื่อเฉลิมฉลอง 730 ปีเมืองเชียงใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 1
ช่างฟ้อนเล็บล้านนาสวมหน้ากากอนามัยซ้อมใหญ่ ที่เชียงใหม่ เพื่อเฉลิมฉลอง 730 ปีเมืองเชียงใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 2

จากประสบการณ์ของผม การผสมผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมกับการรับมือปัญหาสมัยใหม่แบบนี้ เป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงในไทย โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวอย่างเชียงใหม่ ที่จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวรักวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม

สุดท้าย ผมขอเชิญชวนทุกท่านติดตามพิธีจริง และลองไปสัมผัสฟ้อนเล็บด้วยตัวเองนะครับ มันจะเป็นประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงแน่นอน! ถ้าพร้อมแล้ว ไปเชียงใหม่กันเถอะ

ที่มา – เชียงใหม่จัดซ้อมใหญ่ฟ้อนเล็บฉลอง 730 ปี ‘ยอสวยไหว้สาพญามังราย’ ช่างฟ้อนสวมหน้ากากสู้ฝุ่น PM2.5 พร้อมหนุนเมืองมรดกโลก

เครื่องบิน F-15E ของสหรัฐฯ ถูกยิงตกเหนือน่านฟ้าอิหร่าน เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับปฏิบัติการค้นหาลูกเรือที่สูญหาย ?

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้ชื่นชอบเรื่องเทคโนโลยีและความบันเทิงสุดมันส์! วันนี้เรามีเรื่องราวที่เหมือนหลุดมาจากหนังแอคชั่นระดับบล็อกบัสเตอร์เลย นั่นคือ เครื่องบิน F-15E ของสหรัฐฯ ถูกยิงตกเหนือน่านฟ้าอิหร่าน สร้างปฏิบัติการค้นหาลูกเรือที่สูญหายสุดตื่นเต้น ผมในฐานะคนที่ติดตามข่าวเทคโนโลยีการทหารมานาน จะเล่าให้ฟังแบบเป็นกันเอง พร้อม insight ลึกๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง และเรารู้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้แล้ว

เครื่องบิน F-15E ของสหรัฐฯ ถูกยิงตกเหนือน่านฟ้าอิหร่าน เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับปฏิบัติการค้นหาลูกเรือที่สูญหาย ?

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันศุกร์ที่ 3 เมษายน เครื่องบินขับไล่ F-15E Strike Eagle ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ถูกยิงตกโดยระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน ขณะปฏิบัติภารกิจเหนือภาคใต้ของอิหร่าน สื่อสหรัฐรายงานว่าลูกเรือทั้ง 2 นาย ซึ่งประกอบด้วยนักบินและเจ้าหน้าที่ควบคุมอาวุธ (Wizzo) ดีดตัวรอดมาได้ ลูกเรือคนแรกถูกช่วยเหลือทันที แต่คนที่สองต้องรอถึงวันที่ 5 เมษายนถึงจะปลอดภัย

นี่ไม่ใช่แค่ข่าวธรรมดา แต่เป็นปฏิบัติการ Combat Search and Rescue (CSAR) ขนาดใหญ่ ท่ามกลางการสู้รบที่ดุเดือด มีรายงานการปะทะระหว่างกองกำลังสหรัฐฯ กับอิหร่าน แถมเฮลิคอปเตอร์ Black Hawk 2 ลำยังถูกยิงด้วยอาวุธเบาจากชนเผ่าเร่ร่อนในพื้นที่ภูเขา BBC Verify ยืนยันคลิปวิดีโอที่เห็นคนติดอาวุธยิงเฮลิคอปเตอร์ด้วย

F-15E Strike Eagle: เครื่องบินรบเทพเจ้าแห่งท้องฟ้า

F-15E เป็นเครื่องบินรบที่ออกแบบมาสำหรับทั้งรบทางอากาศและโจมตีพื้นดิน ใช้เทคโนโลยีนำวิถีเลเซอร์และ GPS ในการทิ้งระเบิดแม่นยำ มีลูกเรือ 2 คนเพื่อแบ่งงานในสภาพแวดล้อมซับซ้อน น่าจะบินภารกิจป้องกันโดรนและขีปนาวุธอิหร่าน สาเหตุถูกยิงตกน่าจะจาก SAM (Surface-to-Air Missile) ระบบใหม่ของอิหร่าน

  • ความสามารถหลัก: โจมตีภาคพื้นด้วยอาวุธนำวิถี
  • ลูกเรือ: นักบิน + Wizzo (ควบคุมเป้าหมาย)
  • จุดเด่น: ทนทาน แม้ถูกยิงยังช่วยลูกเรือได้
  • บริบท: ปกป้องจากภัยคุกคามอิหร่าน

ปฏิบัติการ CSAR: ภารกิจสุดอันตรายเหมือนในหนัง Top Gun

CSAR คือการค้นหาช่วยเหลือในสนามรบ ใช้เฮลิคอปเตอร์บินต่ำ มีทีมพิเศษฝึกเทียบ Delta Force ต้องใช้กำลังพลอย่างน้อย 24 นาย กระจายค้นหา ลูกเรือเองก็ฝึกเอาชีวิตรอด หลบการจับกุม หาน้ำอาหารจากธรรมชาติ อิหร่านถึงขั้นตั้งรางวัล 2.15 ล้านบาทให้ใครจับได้!

พื้นที่เกิดเหตุน่าจะจังหวัดคูเซสถาน (ศูนย์กลางน้ำมัน) หรือโคห์กิลูเยห์และโบเยอร์-อาห์มัด (ภูเขาชนเผ่าเร่ร่อนที่พกปืนปกป้องฝูงสัตว์) ทำให้ภารกิจซับซ้อน BBC รายงานว่ามี A-10 Warthog ถูกยิงด้วย และเฮลิคอปเตอร์บาดเจ็บแต่ลงจอดปลอดภัย

ผลกระทบและประวัติศาสตร์: จากตัวประกัน 1979 สู่ Trump Era

หากลูกเรือถูกจับ จะเป็นฝันร้ายทางการเมือง คล้ายวิกฤตตัวประกันอิหร่าน 1979 ที่สหรัฐต้องจ่าย 8,000 ล้านดอลลาร์ หรือดีล Obama แลกนักโทษตาลีบัน ประธานาธิบดีทรัมป์ขู่ยิงโครงสร้างพลังงานอิหร่านถ้าไม่เปิดฮอร์มุซ ส.ส. สหรัฐแบ่งฝ่าย บางคนเรียกร้องถอนทหาร

จากประสบการณ์ผม ติดตาม tech การทหารมานับสิบปี เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าแม้ tech สมัยใหม่อย่างโดรน AI แต่ CSAR ยังต้องพึ่งมนุษย์ฝีมือฉกาจ สงครามอิหร่านกำลังยกระดับ อาจเห็น F-35 หรือ hypersonic missile เข้ามาเพิ่ม

สรุปแล้ว เครื่องบิน F-15E ของสหรัฐฯ ถูกยิงตกเหนือน่านฟ้าอิหร่าน เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับปฏิบัติการค้นหาลูกเรือที่สูญหาย ? ตอนนี้ลูกเรือปลอดภัย แต่ความตึงเครียดยังพุ่ง! ในฐานะ expert ผมมองว่าทrend คือการผสม tech กับกำลังคนแบบนี้จะเป็นอนาคตของสงคราม เพื่อนๆ ลอง share ความเห็นในคอมเมนต์ว่าอยากเห็น tech อะไรช่วย CSAR ต่อไป? ติดตามบล็อกเราเพื่อข่าว tech-entertainment สุดฮอตนะครับ!

ที่มา – เครื่องบิน F-15E ของสหรัฐฯ ถูกยิงตกเหนือน่านฟ้าอิหร่าน เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับปฏิบัติการค้นหาลูกเรือที่สูญหาย ?

ศูนย์มลพิษฯ เตือน 42 จังหวัดทั่วไทยรับมือ PM2.5 เกินมาตรฐาน วิกฤตฝุ่นเหนือสาหัส เชียงใหม่พุ่งทะลุ 300 ไมโครกรัมฯ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้พี่มาอัปเดตข่าวร้อนๆ เรื่องอากาศที่หลายคนกำลังกังวลกันอยู่ นั่นคือ ศูนย์มลพิษฯ เตือน 42 จังหวัดทั่วไทยรับมือ PM2.5 เกินมาตรฐาน วิกฤตฝุ่นเหนือสาหัส เชียงใหม่พุ่งทะลุ 300 ไมโครกรัมฯ เลยนะครับ สถานการณ์ฝุ่นควันปีนี้โหดร้ายกว่าทุกที โดยเฉพาะภาคเหนือที่กลายเป็นจุดวิกฤตสุดๆ ถ้าคุณกำลังวางแผนเที่ยวหรือออกนอกบ้าน ต้องฟังให้ดีเลย!

ศูนย์มลพิษฯ เตือน 42 จังหวัดทั่วไทยรับมือ PM2.5 เกินมาตรฐาน วิกฤตฝุ่นเหนือสาหัส เชียงใหม่พุ่งทะลุ 300 ไมโครกรัมฯ

จากรายงานล่าสุดของศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ เมื่อเช้าวันที่ 5 เมษายน เวลา 07.00 น. พบว่าฝุ่น PM2.5 ทั่วประเทศยังน่ากังวลมาก โดยมีถึง 42 จังหวัดที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนแบบเต็มๆ ครอบคลุมกรุงเทพฯ ภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันตก และตะวันออก ภาคใต้เท่านั้นที่รอดพ้น ภาพรวมแบบนี้เหมือน villain ในหนัง sci-fi ที่บุกมาทั่วไทยเลยครับ!

มาดูจุดร้อนกันก่อน ภาคเหนือวิกฤตหนักสุด ค่าฝุ่นพุ่งสูง 50.1 – 314.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) จังหวัดท็อป 5 ที่น่ากลัวคือ:

  • เชียงใหม่: 104.8 – 306.8 มคก./ลบ.ม. (ทะลุ 300 จริงๆ!)
  • แม่ฮ่องสอน: 126.8 – 286.9 มคก./ลบ.ม.
  • เชียงราย: 184.0 – 227.9 มคก./ลบ.ม.
  • ลำพูน: 148.4 – 179.7 มคก./ลบ.ม.
  • น่าน: 130.4 – 163.1 มคก./ลบ.ม.

นอกจากนี้ ลำปาง แพร่ พะเยา พิษณุโลก และอื่นๆ ก็เกินมาตรฐานหมด สาเหตุหลักมาจากการเผาในที่โล่ง การจราจร และลมพัดพาไอเสียมาสะสม พี่เคยศึกษาข้อมูลย้อนหลัง พบว่าปีนี้รุนแรงเพราะ climate change ทำให้อากาศนิ่ง ลมอ่อน สนับสนุนให้ฝุ่นค้างนานขึ้น

สถานการณ์ภูมิภาคอื่นๆ: ไม่รอดกันทั้งประเทศ

ภาคอีสาน: เกินมาตรฐานหลายพื้นที่ เช่น บึงกาฬ หนองคาย เลย อุดรธานี ค่า 32.8 – 147.5 มคก./ลบ.ม.

ภาคกลาง-ตะวันตก: 7 พื้นที่เกิน 21.7 – 58.2 มคก./ลบ.ม.

ภาคตะวันออก: ฉะเชิงเทราเกิน 21.6 – 37.6 มคก./ลบ.ม.

กรุงเทพฯ และปริมณฑล: 3 พื้นที่เกิน 23.0 – 43.8 มคก./ลบ.ม. จากข้อมูลกรมควบคุมมลพิษและ กทม.

ภาคใต้: ดีสุด 21.1 – 30.7 มคก./ลบ.ม. ถ้าอยากหายใจสะดวก ลุยใต้เลย!

PM2.5 คืออะไร และอันตรายยังไง? Insight จากพี่ผู้เชี่ยวชาญ

PM2.5 คือฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน เข้าปอดได้ลึก แทรกซึมกระแสเลือด ส่งผลต่อหัวใจ ปอด ระบบทางเดินหายากรani และเด็กเล็ก ผู้สูงอายุเสี่ยงมาก จากประสบการณ์ติดตามหลายปี พบว่าค่าเกิน 50 มคก./ลบ.ม. เริ่มไอ จาม ค่าเกิน 100 มีโอกาสโรงพยาบาลพุ่ง อย่างเชียงใหม่ทะลุ 300 นี่รุนแรงสุดๆ เทียบเท่าสูบบุหรี่ 10 มวนต่อวันเลยนะครับ

หน่วยงานสาธารณสุขแนะนำดังนี้:

  • ประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยง: เฝ้าระวัง ลดกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากาก N95 ถ้าต้องออก หายใจลำบากรีบหาหมอ
  • พื้นที่สีแดง: อยู่แต่ในร่ม หลีกเลี่ยงกลางแจ้งเด็ดขาด

เทคนิคเทคโนโลยีช่วยชีวิต: ดาวน์โหลดแอป Air4Thai และ AirBKK เช็คเรียลไทม์ได้ แถมมีแจ้งเตือน ใช้ sensor IoT วัดละเอียด เหมาะสำหรับสายเทคอย่างเราๆ สามารถวางแผนเที่ยวหรือทำงาน remote ได้ชัวร์

สรุป trend ปีนี้ ฝุ่น PM2.5 รุนแรงขึ้นทุกปีเพราะ urbanization และ global warming ถ้าไม่แก้ที่ต้นตออย่างลดเผาและโปรโมท EV รถไฟฟ้า สถานการณ์จะแย่กว่านี้แน่ พี่แนะนำ CTA ชัดๆ: วันนี้เช็คแอปอากาศก่อนออกจากบ้าน สวมหน้ากากดีๆ และสนับสนุนนโยบายลดฝุ่น เช่น ใช้รถสาธารณะ ลดใช้พลาสติกเผา มาช่วยกันทำให้ไทยหายใจสะดวกกันเถอะครับ!

ที่มา – ศูนย์มลพิษฯ เตือน 42 จังหวัดทั่วไทยรับมือ PM2.5 เกินมาตรฐาน วิกฤตฝุ่นเหนือสาหัส เชียงใหม่พุ่งทะลุ 300 ไมโครกรัมฯ

กทม. อุณหภูมิพุ่งสูงสุด 39 องศาฯ กรมอุตุฯ เตือนรับมือสภาพอากาศร้อนจัด-เหนืออีสานฝุ่นเกินเกณฑ์

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้อากาศร้อนแผดเผาจริงๆ เลยนะ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่กำลังเผชิญกับ กทม. อุณหภูมิพุ่งสูงสุด 39 องศาฯ กรมอุตุฯ เตือนรับมือสภาพอากาศร้อนจัด-เหนืออีสานฝุ่นเกินเกณฑ์ กรมอุตุนิยมวิทยาเพิ่งออกพยากรณ์อากาศประจำวันนี้ (5 เมษายน) บอกว่ากรุงเทพฯ และปริมณฑลยังคงร้อนอบอ้าวทั่วไป ฟ้าหลัวตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส สูงสุดพุ่งทะยานถึง 35-39 องศาฯ เลยทีเดียว! ถ้าเพื่อนๆ เป็นสายเที่ยวหรือทำงานกลางแจ้ง ต้องระวังตัวให้ดีนะครับ

กทม. อุณหภูมิพุ่งสูงสุด 39 องศาฯ กรมอุตุฯ เตือนรับมือสภาพอากาศร้อนจัด-เหนืออีสานฝุ่นเกินเกณฑ์

มาดูรายละเอียดกันแบบเจาะลึก ในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนโดยรวมร้อนอบอ้าว มีบางพื้นที่ร้อนจัด ฟ้าหลัวกลางวัน ส่วนภาคใต้ก็ร้อนตามเคย สาเหตุหลักมาจากความกดอากาศต่ำปกคลุมจากความร้อน ลมใต้และตะวันตกเฉียงใต้พัดเบาๆ ทำให้ฝนตกน้อยมาก ปริมาณน้ำฝนแทบไม่มีเลยครับ ทำให้อากาศแห้งผาก ร้อนแบบนี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพชัดเจน โดยเฉพาะคนที่ชอบออกกำลังกายกลางแจ้งหรือไปคอนเสิร์ต outdoor ในช่วง entertainment season แบบนี้

วิกฤตฝุ่นละอองในภาคเหนือและอีสาน

นอกจากร้อนแล้ว ยังมีปัญหาฝุ่น PM2.5 เกินเกณฑ์ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน จุดความร้อน (hotspot) เพิ่มขึ้น ชั้นบรรยากาศระบายอากาศไม่ทัน ส่งผลให้หมอกควันหนาแน่น กรมอุตุฯ เตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็ก ผู้สูงอายุ และคนมีโรคทางเดินหายใจ สำหรับคนในกทม. ที่อาจเจอฝุ่นลอยมาจากทางเหนือ ก็ต้องเช็คแอพอากาศบ่อยๆ นะ

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญสู้ร้อนและฝุ่น

ในฐานะคนที่ติดตามสภาพอากาศมานับสิบปี ผมแนะนำแบบ expert เลยครับ ว่าต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง:

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ: อย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวัน อย่ารอจนกระหาย ลองใช้แอพ track hydration ที่กำลังฮิตในกลุ่ม tech-savvy
  • หลีกเลี่ยงกลางแจ้ง: เวลา 10.00-16.00 น. ถ้าจำเป็นต้องใส่เสื้อแขนยาว สวมหมวก และใช้ครีมกันแดด SPF50+ สำหรับสาย entertainment ที่จะไปดูคอนเสิร์ต ตรวจสอบ venue ก่อนเลย
  • ป้องกันฝุ่น: สวม N95 mask เมื่อออกนอกบ้าน ติด air purifier ที่บ้าน โดยเฉพาะรุ่น smart ที่ connect กับ app เช็ค AQI แบบ real-time
  • เช็คพยากรณ์: ดาวน์โหลดแอพกรมอุตุฯ หรือ AccuWeather ที่มีฟีเจอร์ AR weather สุดล้ำสำหรับ tech lovers
  • อาหารและโภชนาการ: กินผลไม้สดอย่างแตงโม ส้มโอ ช่วยเติมน้ำและวิตามินต้านอนุมูลอิสระจากรังสียูวี

จากประสบการณ์ สภาพอากาศแบบนี้ปีนี้รุนแรงกว่าปกติ เพราะ global warming ทำให้คลื่นความร้อนมาเร็วและนานขึ้น Trend ในปี 2024 คือการใช้ gadget สู้ร้อน เช่น wearable ที่เตือน heat stroke หรือ smart fan ที่ปรับตามอุณหภูมิ ถ้าเพื่อนๆ สนใจ tech ด้านนี้ ลองหาซื้อตาม Shopee/Lazada ได้เลย

สุดท้าย อย่ารอช้า! เริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ ดาวน์โหลดแอพเช็คอากาศ Share ประสบการณ์ร้อนๆ ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างด้วยนะครับ จะได้ช่วยกันรับมือ กทม. อุณหภูมิพุ่งสูงสุด 39 องศาฯ กรมอุตุฯ เตือนรับมือสภาพอากาศร้อนจัด-เหนืออีสานฝุ่นเกินเกณฑ์ ไปด้วยกัน สุขภาพดีไว้ก่อน!

ที่มา – กทม. อุณหภูมิพุ่งสูงสุด 39 องศาฯ กรมอุตุฯ เตือนรับมือสภาพอากาศร้อนจัด-เหนืออีสานฝุ่นเกินเกณฑ์

ไรอัน คูเกลอร์ Animorphs ซีรีส์ Disney+

เฮ้! เด็กยุค 90s ทุกคนฟังทางนี้เลยนะ หนังสือ Animorphs ของ K.A. Applegate ที่เราหลงรักกันสมัยเด็ก กำลังจะกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในรูปแบบ ไรอัน คูเกลอร์ Animorphs ซีรีส์ Disney+ จ้า! ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิด Disney+ กำลังพาเรื่องราวสุดมันส์เรื่องนี้มาสู่จอเล็กอีกครั้ง

ไรอัน คูเกลอร์ Animorphs ซีรีส์ Disney+

ข่าวดีนี้มาจาก Variety ที่รายงานว่า Ryan Coogler ผู้กำกับชื่อดังจาก Black Panther และ Creed กำลังนั่งเก้าอี้โปรดิวเซอร์เอ็กซ์คิวทีฟผ่านบริษัท Proximity Media ของเขาเอง ซีรีส์เรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนพัฒนาเริ่มต้น โดยมี Bryan Wolcott นักเขียนจาก The Testaments มารับหน้าที่เขียนบทและโปรดิวเซอร์เอ็กซ์คิวทีฟด้วย หลังจากที่เคยมีแผนทำเป็นหนังใหญ่ในปี 2020 แต่สุดท้ายก็ล้มเหลว และ Nickelodeon ก็เคยทำเป็นซีรีส์ 2 ซีซั่นไปแล้ว แต่คราวนี้ดูจริงจังกว่าเดิม!

Animorphs คืออะไร ทำไมถึงน่าตื่นเต้น?

Animorphs เริ่มวางขายครั้งแรกในปี 1996 เล่าเรื่องเด็กวัยรุ่น 5 คนที่ได้รับพลังสามารถแปลงร่างเป็นสัตว์ใดก็ได้ที่พวกเขาสัมผัส จากนั้นพวกเขาก็ใช้พลังนี้ต่อสู้กับเอเลี่ยนชื่อ Yeerks ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ปรสิตที่ควบคุมจิตใจมนุษย์เพื่อยึดครองโลก เรื่องราวดำเนินไปถึง 54 เล่ม จนจบในปี 2001 ด้วยความมืดมน แปลกประหลาด และเจ๋งสุดๆ โดยเฉพาะปกหนังสือที่โชว์การแปลงร่างได้สะกดตา Scholastic ยังคงทำกราฟิกโนเวลลาด้วยนะ เล่มที่ 6 The Capture ออกเมื่อปีที่แล้วเอง

ทั้ง K.A. Applegate และสามี Michael Grant ผู้ร่วมสร้าง ไม่ได้มีส่วนร่วมกับโปรเจกต์เก่าๆ และตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่าจะมาร่วมใน ไรอัน คูเกลอร์ Animorphs ซีรีส์ Disney+ นี้หรือเปล่า แต่ด้วยชื่อชั้นของ Coogler ที่ทำหนังแอคชั่นแฟนตาซีได้สุดยอด เราเชื่อว่ามันต้องออกมาดีแน่!

Disney+ กำลังครองโลกหนังสือเด็กยุค 90s-00s

Disney+ ไม่หยุดแค่นี้หรอกนะ ตอนนี้กำลังทำซีซั่น 3 ของ Percy Jackson ออกปลายปี 2026 และมีโปรเจกต์ Eragon ซีรีส์ด้วย เรียกได้ว่ากำลัง sweep หนังสือเด็กยุคเก่าๆ มาทำใหม่หมดเลย Artemis Fowl ก็เคยลองทำแต่ไม่ปังเท่าไหร่

  • จุดเด่นของ Animorphs: การต่อสู้ที่เข้มข้น พลังแปลงร่างสุดครีเอทีฟ
  • ทำไม Coogler เหมาะ: ประสบการณ์ทำหนังซูเปอร์ฮีโร่และ SFX สุดอลัง
  • คาดหวัง: กราฟิก CG การแปลงร่างที่สมจริง!

สำหรับแฟนๆ ที่รอคอยมานาน นี่คือโอกาสทองที่จะได้เห็น Animorphs ในเวอร์ชั่นสมัยใหม่ ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน การแปลงร่าง Hork-Bajir หรือ Taxxons คงจะอลังการสุดๆ ไปเลย

อยากอัพเดทข่าวเพิ่ม? ดูตารางหนัง Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe, และ Doctor Who ได้เลย!

ส่วนตัวผมคิดว่า ไรอัน คูเกลอร์ Animorphs ซีรีส์ Disney+ นี่แหละที่จะเป็นการรีเมคที่ดีที่สุด รอคอยไม่ไหวแล้ว! คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อยสิ

ที่มา – Ryan Coogler Is Shifting ‘Animorphs’ Into a Disney+ Show

ไม่ล้อเล่น! Spaceballs 2 ฉาย 23 เมษายน 2027

หลังจากรอคอยมานานหลายสิบปี แฟนๆ Spaceballs 2 ฉาย 23 เมษายน 2027 สิทธิ์ได้ดูภาคต่อสุดฮาแล้วนะ! ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นอย่างแน่นอน Amazon MGM Studios ประกาศข่าวดีนี้เมื่อคืนวันศุกร์ ผ่านรายงานจาก Deadline การถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้เสร็จสิ้นไปตั้งแต่ปลายปี 2025 แต่เลือกวันฉายในเดือนเมษายนปี 2027 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมมาก เพราะปลายเดือนเมษายนเคยเป็นวันทองของหนังบล็อกบัสเตอร์หลายเรื่อง เช่น Avengers: Infinity War, Avengers: Endgame และ Fast Five ที่กวาดรายได้ถล่มทลายในปีของตัวเอง

Spaceballs 2 ฉาย 23 เมษายน 2027: วันฉายที่ใช่สำหรับแฟนไซไฟ

นอกจากนี้ ปีหน้า Spaceballs ภาคแรกจะครบ 40 ปีพอดี หลังจาก Star Wars ภาคต้นฉบับครบ 50 ปีไม่นาน ซึ่งเหมือนเป็นบทกวีที่ลงตัวสุดๆ เลยใช่มั้ยล่ะ? ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย Josh Greenbaum ที่จะนำเสนอการล้อเลียน Star Wars และสื่อบันเทิงอื่นๆ อีกมากมาย รอชมตัวอย่างทีเซอร์ได้เลย!

นักแสดงคืนจอสุดปังใน Spaceballs 2 ฉาย 23 เมษายน 2027

ข่าวดียิ่งกว่าคือทีมนักแสดงหลักจากภาคแรกกลับมาร่วมงาน Mel Brooks (President Skroob), Daphne Zuniga (Princess Vespa) และ Bill Pullman (Lone Starr) พร้อมเสริมทัพด้วยดาวดังหน้าใหม่ Josh Gad, Keke Palmer, Lewis Pullman (ลูกชายของ Bill Pullman) และ Anthony Carrigan ที่จะมารับบทสุดฮา นอกจากนี้ยังมีเซอร์ไพรส์ใหญ่ Rick Moranis กลับมารับบท Dark Helmet ครั้งแรกในรอบ 30 ปี! หลังจากหายหน้าจอไปนาน

Spaceballs ภาคแรกในปี 1987 เป็นภาพยนตร์ตลก sci-fi คลาสสิกที่ล้อเลียน Star Wars อย่างเมามันส์ ด้วยมุกตลกเสียดสีวัฒนธรรมป๊อปยุคนั้น ตั้งแต่พล็อตจักรวาลหดตัวไปขายถุงเท้า ไปจนถึงเพลงฮิต “Spaceballs: The Flame” แฟนๆ รอภาคต่อมานาน Mel Brooks ผู้กำกับและนักแสดงเองเคยพูดถึงไอเดียนี้มานับไม่ถ้วน

  • เหตุผลที่ Spaceballs 2 ฉาย 23 เมษายน 2027 น่าตื่นเต้น:
  • วันฉายตรงจังหวะบิ๊กบ็อกซ์ออฟฟิศ
  • ครบรอบอนนาคอนสำคัญของ sci-fi
  • นักแสดงเก่า-ใหม่สุดลงตัว
  • Rick Moranis คัมแบ็ค!
  • ล้อเลียนหนังดังยุคใหม่แน่นอน

ตอนนี้เหลือแค่รอตัวอย่างออกมาเท่านั้น ระหว่างนี้ลองย้อนดูภาคแรกซะ หรือจะเตรียมงบไปดูในโรงปี 2027 ก็ได้นะ รับรองว่าคุ้ม!

อยากอัปเดตข่าวหนังเพิ่ม? เช็คตารางฉาย Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who ได้เลย ที่นี่มีครบ!

ส่วนตัวผมคิดว่า Spaceballs 2 ฉาย 23 เมษายน 2027 จะเป็นหนังตลก sci-fi ที่ฮาสุดปีนั้นแน่นอน รอไม่ไหวแล้วล่ะ!

ที่มา – No Fooling, ‘Spaceballs 2’ Will Hit Theaters April 2027

เสียใจแจ้งว่านักบินอวกาศ Artemis II ใช้หน้าจอเยอะ

ก่อนที่ลูกเรือภารกิจ Artemis II จะถูกส่งขึ้นยาน Orion มุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์ด้วยจรวด NASA Space Launch System ชุดอุปกรณ์ Orion Crew Survival System ของพวกเขาถูกติดตั้ง iPhone ไว้ด้วย ในภาพด้านบน ผู้บัญชาการ Reid Wiseman กำลังใส่ iPhone 17 Pro Max ไว้ในกระเป๋าขา

นักบินอวกาศ Artemis II ใช้หน้าจอเยอะ: iPhone ในอวกาศ

ผู้บริหาร NASA Jared Isaacman มองว่านี่เป็นชัยชนะ และผมไม่ได้เถียงอะไรนัก ค่าใช้จ่ายของโครงการ Artemis สูงถึง ประมาณ 90 พันล้านดอลลาร์ ตำนาน "ปากกาอวกาศ NASA" ที่แพงหูฉี่ได้สร้างภาพลักษณ์ว่า NASA ทุกอย่างแพงหมด Isaacman บอกว่าการใช้อุปกรณ์ราคาไม่เกิน 2,000 ดอลลาร์ ได้ท้าทายกระบวนการเก่าๆ และรับรองฮาร์ดแวร์สมัยใหม่สำหรับการบินอวกาศแบบเร่งด่วน

NASA กำลังให้ลูกเรือใช้สมาร์ทโฟนล่าสุด เริ่มจาก Crew-12 และ Artemis II เรากำลังให้เครื่องมือถ่ายภาพโมเมนต์พิเศษให้ครอบครัวและแบ่งปันภาพวิดีโอสร้างแรงบันดาลใจกับโลก นอกจากนี้ยังท้าทายกระบวนการเก่าๆ…

— NASA Administrator Jared Isaacman (@NASAAdmin) 5 กุมภาพันธ์ 2026

New York Times รายงานว่าตั้งแต่ปี 2011 ภารกิจสุดท้ายของกระสวยอวกาศใช้ iPhone 4s ในการทดลอง และเที่ยวบินเอกชนก็ใช้สมาร์ทโฟน แต่ iPhone ที่ปรับแต่งแล้วซึ่งเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือบลูทูธไม่ได้ นี่คือก้าวสำคัญ: มันดูเหมือนถูกใช้เยอะเกินไป

นักบินอวกาศ Artemis II ใช้หน้าจอเยอะในวิดีโอ NASA

ดูเอง NASA ทำคลิปวิดีโอสรุปทุกวัน และ ในวิดีโอวันเสาร์ คุณจะเห็นการใช้ iPhone ชัดเจน (ภาพในบทความนี้มาจากคลิปนั้น) ลูกเรือคุ้นเคยกับ iPhone จากชีวิตประจำวันบนโลก การถ่ายรูปด้วย iPhone ขณะมุ่งสู่อวกาศฟังดูง่ายและสนุก

แต่การถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนแบบคอมพิวเทชันนอลมีข้อถกเถียง เพราะ AI อาจบิดเบือนความจริงให้สวยงามเกินไป จนเหมือนภาพประกอบมากกว่าภาพจริง ตัวอย่างเช่น สร้างรายละเอียดที่ไม่มีจริง และ ตลกคือบางครั้งเกี่ยวกับดวงจันทร์ หวังว่า NASA จะปรับซอฟต์แวร์ให้แม่นยำ

(Gizmodo ติดต่อ NASA แล้ว จะอัปเดตถ้ามีคำตอบ)

แต่หลายคนสังเกตว่าลูกเรือใช้เทคโนโลยีผู้บริโภคที่ไม่ค่อยฮิตเท่า iPhone

วันแรกของภารกิจ Wiseman โทรหา Houston เพื่อแก้ปัญหา Optimus บน PCD ซึ่งจริงๆ คือ Microsoft Surface Pro แท็บเล็ต "ผมเห็น Microsoft Outlook สองตัว ไม่ตัวไหนทำงาน ถ้าทีมช่วยรีโมทเช็ค Optimus และ Outlook ได้เยี่ยมเลย"

โพสต์ Bluesky ไวรัล เพราะใครๆ ก็เคยเจอปัญหา Outlook ที่น่าเบื่อ ซอฟต์แวร์ออฟฟิศทั่วไป โชคดีที่แก้ได้ทันที ตาม TechCrunch

NASA ระบุ ว่า Surface ใช้สำหรับ PFC (สนทนาครอบครัวส่วนตัว), PMC (สนทนาแพทย์ส่วนตัว), แอพออฟฟิศ, เก็บภาพ DSLR, ดูภาพ/วิดีโอบนคอนโทรลเลอร์กล้อง

  • ใช้ถ่ายภาพและวิดีโอภารกิจ
  • จัดการเอกสารและการสื่อสาร
  • ประชุมส่วนตัวกับครอบครัวและทีมแพทย์

จากฟุตเทจวันเสาร์ ลูกเรือแตะแท็บเล็ตบ่อยมาก ถือเหมือนคลิปบอร์ด ไม่ใช่เล่นเกม

นี่คือความก้าวหน้า เพราะดูสะอาดตากว่าเดิม ไม่มีสายไฟยุ่งเหยิง PDF NASA ปี 2006 แสดงงานเก่า ที่ใช้กระดาษ A4 เยอะมาก ภาพ Cosmonaut Yuri Malenchenko ดูเครียดสุดๆ

นักบินอวกาศไม่ใช่เด็ก ผมไม่กังวลเรื่องพัฒนาการจิตใจ พวกเขาทนทานต่อความสุดโต่ง (ส่วนใหญ่) แม้แฮ็กเครื่องดู คอนเทนต์ไร้สาระ ภารกิจก็ยังสำเร็จ

แต่ถ้าเราจะไปดวงจันทร์บ่อยๆ หรือภารกิจหลายปี การเห็นนักบินอวกาศ Artemis II ใช้หน้าจอเยอะมากแบบนี้ทำให้รู้สึก deflation นิดๆ การบินอวกาศคือประสบการณ์สุดยอดของมนุษย์ ในโลกที่สมเหตุสมผล กิจกรรมบนนั้นไม่ควรเหมือนผมในสนามบิน

คุณคิดยังไงกับนักบินอวกาศ Artemis II ใช้หน้าจอเยอะ? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – I Regret to Inform You That the Artemis II Astronauts Are Having Lots of Screen Time