สภาผู้บริโภคยื่นมือ! หาทางออก ค่า BTS สายสีเขียวแพงขึ้น 3 เท่า
ใครว่าค่าครองชีพไม่สูง… กระเป๋าฉีกกันไปตามๆ กันแน่นอน! ล่าสุด สภาองค์กรของผู้บริโภค (สคบ.) ได้ยื่นหนังสือต่อสภากรุงเทพมหานคร (สภา กทม.) เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหา หลังจากการประกาศปรับขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว ส่วนต่อขยาย ที่ทำเอาหลายคนถึงกับกุมขมับ เพราะราคาพุ่งสูงขึ้นถึง 3 เท่า!
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา เนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่หนึ่ง เป็นตัวแทนรับมอบเรื่องร้องเรียนจากสภาองค์กรของผู้บริโภค โดยมีใจความสำคัญเกี่ยวกับผลกระทบที่ประชาชนจะได้รับจากการปรับเปลี่ยนอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย 1 และ 2 ทั้งสามช่วง ได้แก่ หมอชิต-คูคต, บางจาก-สมุทรปราการ และโพธิ์นิมิต-บางหว้า นั่นเอง
ก่อนหน้านี้ ราคาค่าโดยสารตลอดสายของส่วนต่อขยายอยู่ที่ 15 บาท แต่หลังจากวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป จะมีการคิดค่าโดยสารตามระยะทาง เริ่มต้นที่ 17-45 บาท และสูงสุดไม่เกิน 65 บาท หากเดินทางข้ามช่วงระหว่างสายสัมปทานหลักและส่วนต่อขยาย ลองคิดดูสิว่าสำหรับคนที่ต้องเดินทางเป็นประจำทุกวัน ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นขนาดไหน!
ผลกระทบต่อผู้โดยสาร
ตัวเลขน่าตกใจก็คือ มีประชาชนกว่า 380,000 คนต่อวันที่ต้องเดินทางจากชานเมืองเข้ามาทำงานในเขตเมืองชั้นใน ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้จะต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะค่าโดยสารในส่วนต่อขยายเพียงอย่างเดียว อาจสูงขึ้นถึง 200% หรือ 3 เท่าจากที่เคยจ่าย! นี่คือประเด็นสำคัญที่สภาองค์กรของผู้บริโภคหยิบยกขึ้นมาเพื่อเรียกร้องให้มีการทบทวนและหาทางออกที่เหมาะสม
สภาองค์กรของผู้บริโภค ยื่นมือแก้ปัญหาค่า BTS สายสีเขียวแพงขึ้น 3 เท่า
เนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย กล่าวว่า สภากรุงเทพมหานครตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพของประชาชนเป็นอย่างดี และในเบื้องต้น จะดำเนินการยื่นเรื่องร้องเรียนนี้ไปยังคณะกรรมการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งตั้งขึ้นมาเพื่อจัดการเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียวโดยเฉพาะ
นอกจากนี้ ยังมีการส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการการจราจรและการขนส่ง คณะกรรมการสามัญประจำสภากรุงเทพมหานคร โดยมี ส.ก. รัตติกาล แก้วเกิดมี หนึ่งในกรรมการของคณะกรรมการการจราจรและการขนส่ง เข้ารับเรื่องร้องเรียนด้วย เพื่อนำข้อร้องเรียนเข้าสู่ที่ประชุมหารือถึงแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกับผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกรุงเทพมหานครต่อไป
แนวทางแก้ไขที่เป็นไปได้
- การเจรจาและทบทวน: สภากรุงเทพมหานครอาจต้องเจรจากับผู้ให้บริการ (BTSC) เพื่อทบทวนโครงสร้างราคา และหาจุดที่เหมาะสมที่ประชาชนสามารถจ่ายได้
- การสนับสนุนจากภาครัฐ: อาจมีการของบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้โดยสาร
- โปรโมชั่นและส่วนลด: การจัดทำโปรโมชั่นหรือส่วนลดสำหรับผู้โดยสารประจำ อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้
อนาคตของระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ
ปัญหาค่าโดยสารรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวที่แพงขึ้นนี้ เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความท้าทายในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ ที่ต้องคำนึงถึงทั้งความยั่งยืนทางการเงินของผู้ให้บริการ และความสามารถในการเข้าถึงบริการของประชาชน การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน
เรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า การวางแผนการเดินทางและบริหารจัดการค่าใช้จ่ายเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราคงต้องจับตาดูต่อไปว่า สภากรุงเทพมหานครจะสามารถหาทางออกที่ตอบโจทย์ทุกฝ่ายได้หรือไม่ และประชาชนจะได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้อย่างไรบ้าง
สุดท้ายนี้ หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบจากค่าโดยสาร BTS ที่ปรับขึ้น อย่าลังเลที่จะแสดงความคิดเห็นและร่วมกันผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น!
อย่าลืมติดตามข่าวสารและอัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับเรื่องนี้กันต่อไปนะครับ!
