ผู้เขียน: lalika69_admin

ตร. – มูลนิธิกระจกเงา แถลงวิกฤตเด็กถูกหลอกทำแก๊งสแกมเมอร์พุ่ง เร่งช่วยเหลืออีก 7 รายที่ยังสูญหาย

เมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงาจัดแถลงข่าวสถานการณ์การค้ามนุษย์และเด็กหายประจำปี 2568 โดยมี พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองโฆษกฯ และเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การสูญหายของเยาวชนในปีที่ผ่านมาอย่างละเอียด

ตร. – มูลนิธิกระจกเงา แถลงวิกฤตเด็กถูกหลอกทำแก๊งสแกมเมอร์พุ่ง เร่งช่วยเหลืออีก 7 รายที่ยังสูญหาย

จากการรายงานข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่าในปี 2568 มีการจัดการคดีค้ามนุษย์รวม 279 คดี โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 366 ราย และช่วยเหลือเหยื่อคืนสู่ครอบครัวได้ทั้งหมด 317 ราย ซึ่งถือเป็นข่าวดี แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีความน่าเป็นห่วงอย่างมากเมื่อยังพบว่าเหยื่อจำนวนไม่น้อยเป็นเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะในกลุ่มที่ตกเป็นเหยื่อของการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ (246 คดี) และการบังคับใช้แรงงาน (33 คดี) ที่มีแรงงานเด็กรวมอยู่ 15 คดี

ประเด็นที่น่าตกใจยิ่งคือ จำนวนผู้เสียหายที่เป็นเด็กและเยาวชนมีสูงถึง 213 ราย โดยช่องทางที่พวกผู้ไม่ประสงค์ดีใช้ในการล่อแหลมคือโลกออนไลน์ ซึ่งมีการรายงานการใช้ทุ่นเชิงอย่างสนั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการ หลอกลวงให้เด็กไปทำงานในแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นอาชญากรรมรูปแบบใหม่ที่เสี่ยงต่อชีวิตและความปลอดภัยของวัยรุ่นอย่างมาก

หนึ่งในผู้ช่วยเหลือระบุว่า ในปีที่ผ่านมา เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีจำนวน 19 รายถูกหลอกไปทำงานสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้านโดยใช้กลยุทธ์หลักหลายรูปแบบ เช่น:

  • 1. ประกาศรับสมัครงานผ่านออนไลน์ โดยอ้างรายได้สูงเกินจริง
  • 2. ใช้การสร้างความสัมพันธ์เชิงชู้สาว (Romance Scam) เพื่อสร้างความไว้วางใจก่อนดึงเหยื่อเข้าสู่ขบวนการ
  • 3. ชักชวนเด็กไปทำงานในพื้นที่ห่างไกลก่อนส่งต่อไปยังเครือข่ายการค้ามนุษย์ข้ามชาติ

ในจำนวนนี้ ปัจจุบันสามารถติดตามกลับมาได้แล้ว 12 ราย ทว่า เด็กอีก 7 รายยังคงสูญหายอยู่ และกำลังอยู่ระหว่างการเร่งติดตามโดยมูลนิธิกระจกเงาและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อช่วยเหลือกลับคืนสู่ครอบครัวอย่างปลอดภัย

อีกหนึ่งกรณีทรงพลังที่ได้รับการเปิดเผยคือมารดาของหนึ่งในเยาวชนที่ยังสูญหายได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยระบุว่าลูกชายวัยเพียง 16 ปี ถูกหลอกว่าไปทำงานเป็นช่างแอร์ที่จังหวัดศรีสะเกษ แต่กลับถูกพาตัวไปกัมพูชาเพื่อทำงานคอลเซ็นเตอร์ โดยภายหลังเหยื่อเคยติดต่อกลับแจ้งว่าถูกทำร้ายร่างกายและให้พิกัดสถานที่อยู่ แต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วไม่เจอตัว

แม้จะมีเบาะแสบางอย่างว่าตัวลูกชายถูกโขนย้ายไปยังจุดซ่อนตัวอื่นเมื่อวันที่ 1 มกราคม แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าชัดเจน ทำให้มารดาต้องร้องขอความร่วมมืออย่างเร่งด่วนจากทุกภาคส่วนในการเร่งช่วยเหลือด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

สถานการณ์เด็กถูกหลอกให้เข้าร่วมขบวนการ แก๊งสแกมเมอร์ คือการเตือน เป็นเสียงกริ่งไซเรนที่เราทุกคนต้องพากันรับฟังผ่านครอบครัวและโรงเรียนเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหลงเป็นเหยื่อ ทั้งจากข้อเสนอแนะที่น่าสนใจเกินจริงและกลยุทธ์ของการจับจิตใจที่แยบยลอีกทั้งระบบ

หากคุณได้ยินเรื่องเพียงหนึ่งเดียว ควรเปิดตาและหูรับฟังผู้เชี่ยวชาญและรายงานกรณีชัดเจนบนโลกโซเชียล อย่ายอมยอมเพียงเพราะคำตอบที่ผิดที่ถูกตกแต่งอย่างดี

อย่าไว้วางใจใครง่าย ๆ โดยเฉพาะข้อเสนอที่เน้นรายได้สูงแบบไม่ต้องใช้ความรู้หรือทักษะใด ๆ ป้องกันก่อนเกิดเหตุ คือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

รวมพลังเพื่อป้องกันเด็กจากร้านเหลี่ยมของโลกออนไลน์ คือบทเรียนที่ลึกซึ้งของปีนี้

ที่มาตร. – มูลนิธิกระจกเงา แถลงวิกฤตเด็กถูกหลอกทำแก๊งสแกมเมอร์พุ่ง เร่งช่วยเหลืออีก 7 รายที่ยังสูญหาย

ตร. แจงปม ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ ลุ้นคำพิพากษาศาลปกครอง 9 ม.ค. ย้ำผลตัดสินไม่ว่าทางใด ยังไม่ได้กลับเข้ารับราชการทันที

ในวันนี้ (8 มกราคม 2569) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดจะมีคำวินิจฉัยในคดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ในวันพรุ่งนี้ (9 มกราคม) โดย ตร. แจงปม ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ ลุ้นคำพิพากษาศาลปกครอง 9 ม.ค. ย้ำว่า ไม่ว่าผลตัดสินจะออกมาเช่นไร ก็ไม่ส่งผลให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กลับเข้ารับราชการโดยทันที

ตามที่ได้เกิดกระแสข่าวว่าหากศาลมีคำวินิจฉัยตามคำร้องของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะสามารถกลับมารับราชการได้ทันที นั้น ทางตำรวจได้อธิบายลำดับเหตุการณ์อย่างชัดเจนเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดของสาธารณชน

ตร. แจงปม ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ ลุ้นคำพิพากษาศาลปกครอง 9 ม.ค.

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ได้ชี้แจงว่า เพื่อให้เข้าใจบริบูรณ์ สิ่งสำคัญคือความแตกต่างระหว่างคำสั่งสองฉบับที่มีผลต่อ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้แก่ คำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน และคำสั่งไล่ออก ซึ่งมีสถานะต่างกัน

  • คำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน: คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ก.พ.ค.ตร.) มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้อุทธรณ์ต่อ ก.พ.ค.ตร. แต่คณะกรรมการมีมติไม่รับอุทธรณ์ ยืนยันว่าคำสั่งเป็นไปตามขั้นตอนและกฎหมาย
  • คดีศาลปกครองสูงสุด: พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ฟ้องศาลปกครองสูงสุด เรื่องคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ซึ่งศาลจะมีคำวินิจฉัยในวันพรุ่งนี้ (9 ม.ค. 2569)
  • คำสั่งไล่ออก: หลังจากนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกคำสั่งไล่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ออกจากราชการอย่างถาวร ซึ่งคำสั่งนี้มีผลบังคับใช้แล้ว และขณะนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ยื่นฟ้องคดีใหม่เพื่อฟื้นฟูตำแหน่ง และคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

คำสั่งไล่ออกยังมีผลบังคับอยู่

พนักงานโฆษกได้ย้ำว่า แม้วันพรุ่งนี้ศาลจะมีคำสั่งในเรื่องคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน แต่ ผลตัดสินไม่ว่าทางใด ยังไม่ทำให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กลับเข้ารับราชการได้ทันที เพราะคำสั่งไล่ออกที่อยู่ในปัจจุบันยังมีผลบังคับใช้ และต้องรอการพิจารณาในคดีที่สองในศาลปกครองสูงสุด

นอกจากนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ได้ปฏิเสธข่าวลือเกี่ยวกับการเร่งดำเนินคดีเพื่อคว้าเวลา และยืนยันว่าคดีในครั้งนี้เริ่มจากร้องทุกข์ของประชาชน ไม่ใช่การกระทำที่ถูกปั้นขึ้น

สรุปความเห็น

ประเด็นดังกล่าวสะท้อนถึงความโปร่งใสและความถูกต้องตามกฎหมายที่หน่วยงานรัฐยังคงยึดมั่น แม้อาจมีกระแสข่าวที่ตีความผิด แต่การสื่อสารอย่างชัดเจนจากผู้เกี่ยวข้องช่วยลดความสับสน สำหรับผู้ติดตามข่าวควรติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากคดีนี้อาจมีผลสะท้อนต่อระบบราชการความมั่นคงในระยะยาว

การชี้แจงจากทางตำรวจนี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในความชัดเจน แม้กรณีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะมีความซับซ้อนอย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญอยู่ที่กระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมายและคำตัดสินที่เป็นธรรม เป็นสัญญาณดีในระบบราชการไทยที่หวังความยุติธรรม

ติดตามข่าวพิเศษรายละเอียดคดีต่อได้ที่นี่ พร้อมรับฟังเสียงจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อหลีกเลี่ยงข่าวลือและเข้าใจบริบูรณ์

ที่มา – ตร. แจงปม ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ ลุ้นคำพิพากษาศาลปกครอง 9 ม.ค. ย้ำผลตัดสินไม่ว่าทางใด ยังไม่ได้กลับเข้ารับราชการทันที

Apple มูลค่าน้อยกว่า Alphabet น่ากังวล

มูลค่าตลาดของ Alphabet อยู่ที่ 3.88 ล้านล้านดอลลาร์ ณ สิ้นสุดการซื้อขายเมื่อวันพุธ ซึ่งสูงกว่า Apple ที่ 3.84 ล้านล้านดอลลาร์เพียงเล็กน้อย จากข้อมูลของ CNBC นี่เป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ปี 2019

บริษัทเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในกรงเหล็กด้วยกัน การซื้อขายใน Wall Street ไม่เหมือนกับการหยอดเหรียญในขวดทิปของร้านกาแฟที่มีป้ายกำกับว่า “Chappell Roan” และ “Taylor Swift” อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาดังกล่าวทำให้ยากที่จะมองข้ามพลังเชิงสัญลักษณ์ของเหตุการณ์สำคัญนี้

ท้ายที่สุดแล้ว Apple กำลังอยู่ในช่วงที่คาดการณ์ได้ คือใกล้จะเปิดตัว iPhone จำนวนมาก รวมถึง iPhone แบบพับได้ที่รอคอยมานาน ซึ่งหากข้อมูลที่รั่วไหลออกมาใหม่นั้นถูกต้อง จะเป็นไปตามหรือเกินความคาดหมายที่สะสมมาหลายปี

กำลังมองหาเซอร์ไพรส์จาก Apple อยู่หรือเปล่า ปี 2026 อาจไม่ใช่ปีของคุณ แต่อาจทำให้คุณสนใจ HomePod ซึ่งเป็นฮับสำหรับบ้านอัจฉริยะที่อัปเดตแล้วของ Apple หรืออาจจะเป็น AirTag 2 ล่ะ

ในขณะเดียวกัน Alphabet ทำอะไรไปบ้างในช่วงนี้? อย่างไรก็ตาม Google พลิกสถานการณ์แซงหน้า OpenAI ในการแข่งขันโมเดล AI และในด้านการขนส่ง Alphabet ได้รับความสนใจจากสื่อเป็นจำนวนมากจากการทำให้ซานฟรานซิสโกเต็มไปด้วยรถแท็กซี่โรบอท Waymo ที่ใช้งานไม่ได้ เฮ้ ไม่มีข่าวประชาสัมพันธ์ไหนที่ไม่ดีหรอก

ฉันไม่ได้จะสร้างความแตกต่างที่ Apple ฟังดูดีงามและ Alphabet/Google ฟังดูน่ากลัว เพราะบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่นั้นน่ากลัวทั้งหมดจากมุมมองหนึ่ง แต่นี่คือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ Apple บริษัทที่มีชื่อเสียงในการสร้างวัตถุทางกายภาพที่คุ้นเคยซึ่งผู้คนแลกเปลี่ยนเงิน (บ่อยเกินไป) รู้สึกเหมือนเป็น underdog มากกว่า Google บริษัทที่มีชื่อเสียงในปัจจุบันในการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เป็นการเก็งกำไรและมีความเสี่ยงสูงซึ่งสาธารณชนโดยทั่วไปไม่ตื่นเต้นด้วย

ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่นักลงทุนจะชื่นชอบอย่างหลังมากกว่าอย่างแรก แต่มันก็ไม่ได้น่าสบายใจเช่นกัน

Apple มูลค่าน้อยกว่า Alphabet น่ากังวล

การที่ Apple มูลค่าน้อยกว่า Alphabet น่ากังวล เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของเทคโนโลยีอย่างมีนัยสำคัญ การที่บริษัทที่เน้นฮาร์ดแวร์และผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้ กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าน้อยกว่าบริษัทที่เน้นซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยกว่าอย่าง AI สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของความต้องการและความสนใจของผู้บริโภค รวมถึงทิศทางการลงทุนในอนาคต

ทำไม Apple มูลค่าน้อยกว่า Alphabet น่ากังวล

การที่ Apple มูลค่าน้อยกว่า Alphabet น่ากังวล เพราะอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนใน Apple และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในกลยุทธ์ทางธุรกิจของ Apple เอง บริษัทอาจต้องพิจารณาลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ มากขึ้น เช่น AI เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดนักลงทุน

สถานการณ์ที่ Apple มูลค่าน้อยกว่า Alphabet น่ากังวล อาจเป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ตลาดหุ้นมีความผันผวน และมูลค่าของบริษัทอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าบริษัทต่างๆ ต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสำเร็จในระยะยาว

ในขณะที่ Apple ยังคงเป็นบริษัทที่มีความแข็งแกร่งและมีชื่อเสียง การที่มูลค่าของบริษัทลดลงเมื่อเทียบกับ Alphabet เป็นสิ่งที่ควรจับตามองอย่างใกล้ชิด การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีโดยรวม

ที่มา – Apple Just Became Less Valuable Than Alphabet/Google and the Timing Is Unsettling

ผู้ว่าฯ กทม. ชูแนวคิด ‘เด็กคือเจ้าของเมือง’ หนุนเยาวชนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเติมเต็มความฝัน

วันที่ 8 มกราคม 2569 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ร่วมเป็นประธานพิธีมอบโอวาทให้กับนักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครในโครงการ เด็กดีศรี กทม. เนื่องในโอกาส “วันเด็กแห่งชาติ” ณ ห้องบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนา โดยมีวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมต้อนรับเยาวชนตัวแทนจากโรงเรียนต่างๆ จำนวน 874 คน

ผู้ว่าฯ กทม. ชูแนวคิด ‘เด็กคือเจ้าของเมือง’ หนุนเยาวชนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเติมเต็มความฝัน

ในพิธีนี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้กล่าวถึงแนวคิดที่ว่า “เด็กคือเจ้าของเมือง” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในอนาคตของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะในศักยภาพของเยาวชนรุ่นใหม่ที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศ

“ เด็กทุกคนมีความแตกต่างและมีศักยภาพในเส้นทางของตนเอง แม้บางคนอาจไม่ถนัดในเรื่องวิชาการ แต่หากมีความพยายามแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่อง ไม่จำกัดเพียงแค่ในห้องเรียน ก็สามารถประสบความสำเร็จได้” ผู้ว่าฯ กล่าวตอกย้ำแนวคิดนี้

เทคโนโลยีดิจิทัล ประตูสู่ความฝันของเด็กไทย

ผู้ว่าฯ ยังเน้นย้ำถึงบทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัลและอินเทอร์เน็ต ที่เป็น “กุญแจสำคัญ” ในการเปิดโลกแห่งความรู้ให้กับเด็กไทย “กรุงเทพมหานครมีนโยบายชัดเจนในการเร่งพัฒนาห้องคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนต่างๆ เพื่อเป็นพื้นที่ในการค้นคว้าและต่อยอดความฝันของเยาวชน”

ยิ่งในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เด็กและเยาวชนถือเป็นกลุ่มที่มีโอกาสสูงในการเข้าถึงและฝึกฝน “ทักษะแห่งอนาคต” เช่น การเขียนโปรแกรม วิเคราะห์ข้อมูล หรือแม้แต่การทำงานร่วมกับ AI ซึ่งหากได้เริ่มต้นฝึกฝนตั้งแต่วันนี้ ถือเป็นการเตรียมพื้นฐานที่ดีมาก

การศึกษานอกห้องเรียน ก้าวแรกสู่พลเมืองคุณภาพ

กิจกรรมในโครงการ เด็กดีศรี กทม. นี้ไม่ใช่แค่งานพิธีธรรมดา แต่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้การทำงานขององค์กรปกครองเมืองจริงๆ ได้เข้าพบและพูดคุยกับบุคคลสำคัญ ซึ่งช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับพวกเขาในการวางแผนชีวิตอย่างรอบด้าน

  • เปิดโอกาสให้เยาวชนเข้าใจการทำงานของกรุงเทพฯ
  • เสริมสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อวิถีการทำงานและการเมือง
  • ต่อยอดความฝันด้วยเทคโนโลยีและโอกาส

การแสดงความมุ่งมั่นของผู้ว่าฯ กทม. ที่มีต่อเยาวชนในครั้งนี้ เป็นการแสดงถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าการเติบโตของเมืองและประเทศขึ้นอยู่กับ “เด็กที่เติบโตอย่างมีคุณภาพ” เราเชื่อว่าการสนับสนุนด้านการศึกษา เทคโนโลยี และการสร้างแรงบันดาลใจในวัยเยาว์ จะสร้างต้นแบบของ “พลเมืองผู้นำ” ในอนาคตอย่างแท้จริง

ไม่ว่าจะเป็นวันเด็กปีไหน พลังแห่งความฝันของเด็กไทยก็ไม่เคยหยุด และเมื่อได้รับการสนับสนุนจากเมืองอย่างเต็มที่ เราเชื่อว่ากรุงเทพฯ จะเติบโตอย่างน่าชื่นชมในวันข้างหน้า

มาช่วยกันสร้างโอกาสให้เด็กไทย มีพื้นที่เติบโต พัฒนา และเป็นเจ้าของเมืองในวันข้างหน้า!

ที่มา – ผู้ว่าฯ กทม. ชูแนวคิด ‘เด็กคือเจ้าของเมือง’ หนุนเยาวชนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเติมเต็มความฝัน

เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ออกแถลงการณ์ภายใน จี้กรรมการเอี่ยวคดีสินบนทองคำลาออก ย้ำต้องมีจริยธรรมสูงกว่านักการเมือง

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 เกิดกระแสในโลกออนไลน์หลังมีการเผยแพร่เอกสารแถลงการณ์ภายในจากเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งเกี่ยวข้องกับกรณีข่าวที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ออกแถลงการณ์ภายใน จี้กรรมการเอี่ยวคดีสินบนทองคำลาออก ย้ำต้องมีจริยธรรมสูงกว่านักการเมือง การกล่าวอ้างอย่างชัดเจนถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อความน่าเชื่อถือขององค์กร และผลกระทบต่อศรัทธาของประชาชนนั้นกลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการตรวจสอบและธรรมาภิบาล

เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ออกแถลงการณ์ภายใน จี้กรรมการเอี่ยวคดีสินบนทองคำลาออก ย้ำต้องมีจริยธรรมสูงกว่านักการเมือง

คำแถลงดังกล่าวระบุอย่างชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ยืนหยัดในหลักการและความโปร่งใส โดยเนื้อหาข้อความกล่าวว่า “แม้กระบวนการทางคดียังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เราไม่อาจปิดบังความเสียหายที่เกิดขึ้นกับศรัทธาของประชาชนได้อีกต่อไป” และเน้นย้ำว่า “กรรมการ ป.ป.ช. ต้องมีจริยธรรมสูงกว่านักการเมือง” เพราะหน้าที่ของกรรมการเป็นตำแหน่งที่ต้องอยู่เหนือข้อสงสัยทุกรูปแบบ

สิ่งที่ทำให้ประเด็นนี้ร้อนแรงยิ่งขึ้นคือ กรรมการที่ตกเป็นข้อกล่าวหายังเป็น อดีตตุลาการ ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งสำคัญในการรักษาความยุติธรรมของสังคม ซึ่งหากยังยืนยันอยู่ในตำแหน่งต่อไปภายใต้ข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง จะเสื่อมเสียศักดิ์ศรีและความเป็นตุลาการมากกว่าที่การอยู่ในตำแหน่งจะรักษาไว้ได้

มาตรฐานจริยธรรมที่ต้องสูงกว่านักการเมือง

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกนำเสนอในแถลงการณ์คือ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เรียกร้องให้กรรมการที่ตกเป็นข้อกล่าวหาแสดงระดับจริยธรรมที่สูงกว่านักการเมือง เนื่องจากภายใต้สถานะของตำแหน่ง ต้องไม่มีแม้แต่ “ความเคลือบแคลง” หรือการ “ยื้อเก้าอี้ด้วยข้ออ้างตนเองยังไม่ถูกตัดสิน” เพราะมันอาจทำลายความเป็นกลางและเสรีภาพในการตรวจสอบขององค์กรได้

คุณภาพของคนในองค์กรตรวจสอบต้องมีจิตสำนึกว่า “การอยู่ในตำแหน่งเพื่อให้บริการประชาชน” ไมใช่เพื่อ “ปกป้องผลประโยชน์ส่วนตน”

ป้องกันไม่ให้ซ้ำรอยอดีต

แถลงการณ์นี้เปรียบเสมือนการชี้จุดบกพร่องในอดีต เช่น กรณี “คดีนาฬิกาหรู” ซึ่งเคยสร้างรอยด่างต่อภาพลักษณ์ ป.ป.ช. อย่างมาก เจ้าหน้าที่จึงเห็นพ้องว่าควรมีมาตรการป้องกันซ้ำรอย ไม่ว่าจะด้วยการปรับปรุงกระบวนการทำงาน หรือวิธีคิดที่ “เปิดใจรับผิดชอบ” มากกว่า “ปิดตัวรอผลสอบ”

คำขอเรียกร้องเพื่อให้กรรมการผู้ถูกกล่าวหาลาออกด้วยความสมัครใจ ถูกมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วย “รักษาศรัทธา” และ “ยืนยันความมุ่งมั่น” ขององค์กร

ในที่สุด ป.ป.ช. ควรจัดการภายในอย่างชัดเจนและมีจริยธรรม เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือเพราะหน่วยงานหนึ่งของประเทศไม่ควรมีผู้ตรวจสอบที่ต้องรอให้ประชาชนตั้งคำถามก่อน จะต้องมีจิตวิญญาณ “ยกตัวเองออกจากความขัดแย้ง” ก่อนที่จะเป็นผู้ตรวจสอบผู้อื่น

หากคุณเป็นผู้ติดตามความเคลื่อนไหวทางสังคม-การเมือง หรือคดีสำคัญ ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ การตัดสินของ ป.ป.ช. ครั้งนี้จะมีผลกระทบในระยะยาวไม่ใช่น้อย

ติดตามความเคลื่อนไหวรอบโลกสังคมดิจิทัลได้ที่เว็บไซต์ของเรา พร้อมอัปเดตข่าวล่าสุดในรูปแบบรายสัปดาห์

ที่มา – เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ออกแถลงการณ์ภายใน จี้กรรมการเอี่ยวคดีสินบนทองคำลาออก ย้ำต้องมีจริยธรรมสูงกว่านักการเมือง

GameSir ทำ พวงมาลัยจอย ในจอยแล้ว!?

สำหรับคอเกมรถแข่งตัวจริง อุปกรณ์พวงมาลัยและแป้นเหยียบแบบครบชุดถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ไม่มีอะไรเทียบได้กับการจำลองการขับขี่ที่สมจริง แต่ GameSir อาจมีคำตอบที่จะทำให้การแข่งรถด้วยคอนโทรลเลอร์ให้ความรู้สึกที่จับต้องได้มากขึ้น และอาจจะสนุกกว่าเดิมด้วยซ้ำ

GameSir Swift Drive ที่เปิดตัวในงาน CES 2026 เป็นคอนโทรลเลอร์ที่สมบูรณ์ในตัวอย่างน่าประหลาดใจ คุณคงสังเกตเห็นพวงมาลัยจอยขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางคอนโทรลเลอร์แล้ว เมื่อผมได้ลองสัมผัสเป็นครั้งแรก ผมคิดว่ามันคงเป็นวงกลมหลวมๆ ที่วางไว้อย่างเก้ๆ กังๆ ตรงกลางอุปกรณ์ แต่ในความเป็นจริง พวงมาลัยสั่นด้วยแรงตอบสนองที่คุณมักจะได้รับจากพวงมาลัยรถแข่งระดับไฮเอนด์ เมื่อรถแล่นบนกรวดหรือพื้นผิวขรุขระ คุณจะรู้สึกถึงแรงผลักและดึงของพวงมาลัยภายใต้นิ้วโป้งของคุณ นั่นเป็นเพราะมอเตอร์ขับเคลื่อนขนาดเล็กและมอเตอร์สัมผัสอีกสามตัวเพื่อให้ความรู้สึกที่สมจริง คุณจะไม่หลงกลจินตนาการว่ากำลังขับ Ferrari ตัวจริงด้วยความเร็ว 200 ไมล์ต่อชั่วโมง แต่มันเป็นวิธีที่สนุกกว่าในการนำรถดิจิทัลของคุณออกไปขับ

ผมได้คุยกับ CEO ของ GameSir และหัวหน้านักออกแบบคอนโทรลเลอร์ Betta Core เขาบอกว่าแนวคิดเริ่มต้นสำหรับอุปกรณ์นี้มาจากวัยเด็กของเขาในฐานะผู้เล่นเกมแข่งรถ เขาบอกว่าเขาหวังว่าจะมีอุปกรณ์แข่งรถที่มีการตอบสนองอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ควบคุมการจำลองขนาดใหญ่ที่คุณต้องมี

เพื่อให้ได้ความรู้สึกนั้น คอนโทรลเลอร์จึงต้องเสียสละบางอย่าง สิ่งสำคัญที่สุดคือแกนอนาล็อกด้านขวา แทนที่จะเป็นแผ่นกลมแบนๆ สำหรับนิ้วโป้งของคุณตามปกติ จะมีปุ่มเล็กๆ ทางด้านขวาที่คุณจะใช้สำหรับตรวจสอบตำแหน่งหกนาฬิกาของคุณเมื่ออยู่ในห้องนักบินของรถ ทั้งแกนและปุ่มเป็น Hall effect เพื่อลดโอกาสที่แกนอนาล็อกจะดริฟท์ แต่คุณจะไม่ใช้คอนโทรลเลอร์นี้สำหรับสิ่งอื่นใดนอกจากการแข่งรถ

คอนโทรลเลอร์จะยังไม่วางจำหน่ายจนกว่าจะถึงครึ่งหลังของปีนี้ การออกแบบเริ่มต้นยังต้องการการปรับแต่งและตกแต่งเพิ่มเติม Core บอกว่าเขาและทีมงานเพิ่งทำโปรโตไทป์เสร็จก่อนที่จะมาที่ CES สำหรับราคา นักออกแบบบอกว่า GameSir ตั้งเป้าราคาไว้ที่ประมาณ 200 ดอลลาร์ขึ้นไป

แม้ว่าคุณจะไม่ใช่แฟนเกมแข่งรถ ผมก็จินตนาการได้ว่าคอนโทรลเลอร์นี้จะทำให้การหลบหนีตำรวจใน Grand Theft Auto VI ให้ความรู้สึกสมจริงเป็นพิเศษ เราจะได้รู้ว่าทั้งคอนโทรลเลอร์และเกมทำงานได้ดีแค่ไหนเมื่อพวกเขา (หวังว่า) จะเปิดตัวในปลายปีนี้

การใช้พวงมาลัยจอย ทำให้การควบคุมรถในเกมแข่งรถมีความแม่นยำและสมจริงยิ่งขึ้น แรงสั่นสะเทือนตอบสนองต่อสภาพถนนและการควบคุมรถ ทำให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนได้ขับรถจริงๆ

GameSir Swift Drive: พวงมาลัยจอย ที่จะเปลี่ยนประสบการณ์การแข่งรถของคุณ

สำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์การแข่งรถที่สมจริงยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องลงทุนกับพวงมาลัยและแป้นเหยียบราคาแพง GameSir Swift Drive เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยพวงมาลัยจอยที่ติดตั้งอยู่ตรงกลางคอนโทรลเลอร์ ผู้เล่นจะได้รับความรู้สึกที่สมจริงและแม่นยำในการควบคุมรถ

ข้อดีและข้อเสียของ พวงมาลัยจอย GameSir Swift Drive

ข้อดี:

  • ให้ความรู้สึกที่สมจริงและแม่นยำในการควบคุมรถ
  • ขนาดกะทัดรัดและพกพาง่าย
  • ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับพวงมาลัยและแป้นเหยียบแบบครบชุด

ข้อเสีย:

  • อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์การแข่งรถที่สมจริงที่สุด
  • ตำแหน่งของแกนอนาล็อกด้านขวาอาจไม่สะดวกสำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับการใช้คอนโทรลเลอร์แบบดั้งเดิม

โดยรวมแล้ว GameSir Swift Drive เป็นคอนโทรลเลอร์ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเกมแข่งรถและต้องการประสบการณ์การเล่นเกมที่สมจริงยิ่งขึ้น หากคุณกำลังมองหาพวงมาลัยจอยที่ราคาไม่แพงและพกพาง่าย GameSir Swift Drive เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า

ที่มา – GameSir Stuck a Steering Wheel Inside a Controller, and It’s Actually Brilliant

ออกกำลังกาย รักษาซึมเศร้า ได้ผลดีเท่าการรักษา

การออกกำลังกายอาจส่งผลดีต่อทั้งร่างกายและจิตใจ มีรายงานว่าการออกกำลังกายสามารถให้ประโยชน์ในการรักษาอาการซึมเศร้าได้เทียบเท่ากับการรักษาอื่นๆ ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย

นักวิทยาศาสตร์ในสหราชอาณาจักรได้ทบทวนงานวิจัยทางการแพทย์เกี่ยวกับการออกกำลังกายและภาวะซึมเศร้า โดยตรวจสอบจากการทดลองทางคลินิกหลายสิบชิ้น พวกเขาพบหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าการออกกำลังกายสามารถลดอาการซึมเศร้าได้ อย่างน้อยในระยะสั้น และยังมีหลักฐานว่าผลของการออกกำลังกายนั้นเทียบเท่ากับการทำจิตบำบัดหรือการใช้ยาต้านเศร้า แม้ว่าจะต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อประเมินผลประโยชน์เหล่านี้อย่างเต็มที่ แต่นักวิจัยกล่าวว่าควรพิจารณาการออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือที่ใช้ในการช่วยรักษาภาวะซึมเศร้า

“การออกกำลังกายเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่มีอาการซึมเศร้า นอกเหนือจากการรักษาด้วยยาหรือจิตบำบัด” แอนดรูว์ เคล็กก์ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยแลงคาสเชอร์ หัวหน้าผู้เขียนงานวิจัย กล่าวกับ Gizmodo

งานวิจัยของเคล็กก์และทีมงาน ดำเนินการในนามของ Cochrane Library ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยในสหราชอาณาจักรที่รู้จักกันดีในด้านการทบทวนข้อมูลการทดลองทางคลินิกอย่างครอบคลุมที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อด้านสาธารณสุขที่สำคัญ

พวกเขาตรวจสอบการทดลองแบบสุ่ม 73 ชิ้น ซึ่งมีผู้ใหญ่ที่เป็นโรคซึมเศร้ารวมกันเกือบ 5,000 คน การทดลอง 57 ชิ้น เปรียบเทียบการออกกำลังกายโดยตรงกับการไม่ได้รับการรักษา หรือกลุ่มควบคุม การทดลอง 10 ชิ้น เปรียบเทียบการออกกำลังกายกับการทำจิตบำบัด และ 5 ชิ้น เปรียบเทียบการออกกำลังกายกับการใช้ยาต้านเศร้า

โดยรวมแล้ว ทีมของเคล็กก์สรุปว่าการออกกำลังกาย รักษาซึมเศร้าได้ดีกว่าการไม่ได้รับการรักษาอย่างแน่นอน แม้ว่าการลดลงของอาการซึมเศร้านี้มักจะไม่มากนักโดยเฉลี่ย อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ระยะยาวของการออกกำลังกายสำหรับภาวะซึมเศร้านั้นยังไม่ชัดเจนนัก

นอกจากนี้ พวกเขายังสรุปว่า “อาจมีความแตกต่างเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลยในอาการซึมเศร้า” ในหมู่คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำเมื่อเทียบกับคนที่ทำจิตบำบัด ดูเหมือนว่าจะเป็นเช่นเดียวกันเมื่อเปรียบเทียบการออกกำลังกายกับการใช้ยาต้านเศร้า แต่หลักฐานในส่วนนั้นมีความแน่นอนน้อยกว่า

ผลการวิจัยของทีมยังชี้ให้เห็นว่าการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นต่ำหรือปานกลางอาจมีประสิทธิภาพมากกว่าสำหรับการออกกำลังกาย รักษาซึมเศร้า เมื่อเทียบกับการออกกำลังกายอย่างหนัก และแม้ว่าการออกกำลังกายรูปแบบเดียวจะไม่ได้ดีกว่ารูปแบบอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ แต่โปรแกรมการออกกำลังกายแบบผสมผสานหรือการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออาจดีกว่าการออกกำลังกายแบบแอโรบิกเพียงอย่างเดียว ตามที่นักวิจัยกล่าว

การทบทวนของ Cochrane เป็นงานวิจัยล่าสุดที่บ่งชี้ว่าการออกกำลังกาย รักษาซึมเศร้า สามารถลดอาการซึมเศร้าได้ดีอย่างน้อยเท่ากับการรักษาแบบเดิมอื่นๆ แต่นักเขียนกล่าวว่ายังมีแง่มุมที่สำคัญที่สามารถเข้าใจได้ดีขึ้นด้วยการทดลองแบบสุ่มที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีคุณภาพสูงกว่า

“หากมีการให้ทุนสนับสนุนการวิจัยเพิ่มเติม ควรพิจารณาว่าการออกกำลังกายประเภทใดมีประสิทธิภาพมากที่สุดในระยะยาว ควรออกกำลังกายมากแค่ไหน และนานแค่ไหน นอกจากนี้ ควรดูว่าใครได้รับประโยชน์จากการออกกำลังกาย เพราะอาจเป็นประโยชน์ต่อบางคนแต่ไม่ใช่กับคนอื่นๆ” เคล็กก์อธิบาย

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อสุขภาพโดยรวมของคุณ และมีแนวโน้มที่จะมาพร้อมกับผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อย (การทบทวนระบุว่า “เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์” ที่รายงานจากการออกกำลังกายนั้นไม่พบบ่อย) งานวิจัยบางชิ้นยังชี้ให้เห็นว่าการรวมการออกกำลังกายเข้ากับการแทรกแซงอื่นๆ เช่น การทำจิตบำบัด สามารถมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกว่าอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว

ผู้ที่กำลังเผชิญกับภาวะซึมเศร้าควรกระตือรือร้นที่จะแสวงหาการรักษาที่พวกเขาสบายใจที่สุด เคล็กก์กล่าว แต่รายการตัวเลือกนั้นดูเหมือนว่าสามารถรวมถึงการออกกำลังกายได้อย่างแน่นอน

ออกกำลังกาย รักษาซึมเศร้า ได้ผลดีเท่าการรักษา

ทำไมการออกกำลังกายถึงช่วยรักษาซึมเศร้าได้?

แม้ว่ากลไกที่แน่นอนที่การออกกำลังกายส่งผลต่อภาวะซึมเศร้านั้นยังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างสมบูรณ์ แต่ก็มีหลายทฤษฎีที่น่าสนใจ:

  • การปล่อยสารเคมีในสมอง: การออกกำลังกายกระตุ้นการปล่อยสารเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่ทำหน้าที่เป็นยาแก้ปวดตามธรรมชาติและช่วยปรับปรุงอารมณ์ นอกจากนี้ยังสามารถส่งผลต่อสารสื่อประสาทอื่นๆ เช่น เซโรโทนินและโดปามีน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมอารมณ์
  • การลดความเครียด: การออกกำลังกายเป็นวิธีที่ดีในการจัดการกับความเครียดและความวิตกกังวล ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการซึมเศร้าได้ การออกกำลังกายช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียด เช่น คอร์ติซอล และส่งเสริมการผ่อนคลาย
  • การเพิ่มความนับถือตนเอง: การออกกำลังกายช่วยให้คุณรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณเห็นผลลัพธ์ในด้านความแข็งแรงและความฟิต การมีเป้าหมายและบรรลุเป้าหมายในการออกกำลังกายก็สามารถเพิ่มความมั่นใจในตนเองได้
  • การสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคม: การออกกำลังกายในกลุ่มหรือการเข้าร่วมกิจกรรมกีฬาต่างๆ สามารถช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวและสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสุขภาพจิตที่ดี

ดังนั้น หากคุณกำลังรู้สึกดาวน์หรือมีอาการซึมเศร้า การออกกำลังกาย รักษาซึมเศร้า อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่จะลองทำดู ลองเริ่มจากการเดินเล่นเบาๆ ในสวนสาธารณะ หรือเข้าร่วมคลาสออกกำลังกายที่คุณสนใจ และอย่าลืมปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม

ที่มา – Exercise Treats Depression as Well as Therapy or Meds, Review Finds

พบตัวละครโปรดใหม่: Knight of the Seven Kingdoms

เตรียมพบกับตัวละครใหม่ที่คุณจะต้องหลงรักจากซีรีส์ House of the Dragon! เขาคือ เซอร์ดันแคน เดอะ ทอลล์! หรือที่รู้จักกันในนาม Dunk จากซีรีส์ A Knight of the Seven Kingdoms หากคุณยังไม่เคยได้ยินชื่อของเขามาก่อน เตรียมตัวให้พร้อม เพราะ Peter Claffey จะทำให้คุณตกหลุมรักเขาอย่างแน่นอน เขาจะกลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่คุณชื่นชอบจากจักรวาล Game of Thrones อย่างแน่นอน

เราได้เห็น Dunk ในตัวอย่างไปบ้างแล้ว แต่ในฟีเจอร์พิเศษนี้ เราจะได้เห็นฮีโร่จากนิยาย Tales of Dunk and Egg ของ George R.R. Martin อย่างเต็มที่ ก่อนที่ซีรีส์จะฉายทาง HBO ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

Claffey เล่าว่าเขารู้สึกประหม่ามากในการซ้อมครั้งแรก จนถึงขั้นอาเจียนออกมา แต่ Ira Parker ผู้สร้างซีรีส์กลับบอกว่า “เยี่ยมมาก นั่นแหละคือ Dunk เลย!” Claffey อธิบายว่า Dunk เป็น “มวยรองทั่วไป” ในช่วงเริ่มต้นของ A Knight of the Seven Kingdoms เขาต้องเรียนรู้ที่จะเอาตัวรอดใน Westeros โดยไม่มี Ser Arlen of Pennytree ผู้เป็นอาจารย์ที่เพิ่งเสียชีวิตไป

จุดหมายแรกของเขาคือการประลองยุทธ์ในบริเวณใกล้เคียง ที่ซึ่งเขาถูกเรียกว่าอัศวินพเนจรอย่างเสียดสี ซึ่ง Claffey อธิบายว่าการเดินทางของ Dunk จะเกี่ยวข้องกับการปรับตัวจากความไร้เดียงสาไปสู่ความรู้สึกที่ว่า บางทีเขาอาจจะเป็น “อัศวินผู้ยิ่งใหญ่” ได้ หากเขาต้องการจะเป็น

Claffey ยังกล่าวถึงฉากสตั๊นท์และการใช้มุกตลกในซีรีส์ และบอกว่าการได้ทำงานใน A Knight of the Seven Kingdoms คือ “ประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตของผม” ซีรีส์จะฉายรอบปฐมทัศน์ในวันที่ 18 มกราคม ทาง HBO และซีซั่นสองก็กำลังจะตามมาในเร็ว ๆ นี้

ทำความรู้จักตัวละครโปรดใหม่จาก Knight of the Seven Kingdoms

A Knight of the Seven Kingdoms ขยายจักรวาลของ Game of Thrones ด้วยเรื่องราวที่น่าติดตาม และตัวละครที่น่าจดจำอย่าง Dunk และ Egg ซีรีส์นี้จะพาเราไปสำรวจ Westeros ในมุมมองใหม่ และเผยให้เห็นถึงการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นของอัศวินพเนจรและผู้ติดตามของเขา

เซอร์ดันแคน เดอะ ทอลล์: ฮีโร่คนใหม่จาก Knight of the Seven Kingdoms

เซอร์ดันแคน เดอะ ทอลล์ หรือ Dunk เป็นตัวละครที่น่าสนใจ เขามีความกล้าหาญ ซื่อสัตย์ และมีคุณธรรม แม้ว่าเขาจะเป็นเพียงอัศวินพเนจร แต่เขาก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องผู้ที่อ่อนแอกว่า เขาเป็นตัวแทนของความดีงามในโลกที่โหดร้ายและเต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดี

นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ระหว่าง Dunk และ Egg ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของซีรีส์ ทั้งคู่เป็นคู่หูที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ก็มีความผูกพันที่แน่นแฟ้น พวกเขาช่วยเหลือและสนับสนุนซึ่งกันและกัน และเรียนรู้ที่จะเติบโตไปด้วยกัน

สำหรับแฟน ๆ ของ Game of Thrones ที่กำลังมองหาซีรีส์ใหม่ที่จะเติมเต็มความกระหายในเรื่องราวการผจญภัย การเมือง และความรัก A Knight of the Seven Kingdoms เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด ซีรีส์นี้จะพาคุณไปสัมผัสกับ Westeros ในยุคสมัยที่แตกต่างออกไป และแนะนำให้คุณรู้จักกับตัวละครที่คุณจะต้องหลงรักอย่างแน่นอน

เตรียมตัวพบกับเรื่องราวการผจญภัยที่น่าตื่นเต้น ตัวละครที่น่าจดจำ และโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและอันตรายใน A Knight of the Seven Kingdoms ซีรีส์นี้จะทำให้คุณติดงอมแงมอย่างแน่นอน!

หากคุณกำลังมองหาซีรีส์ที่จะทำให้คุณตื่นเต้นและลุ้นระทึก A Knight of the Seven Kingdoms คือคำตอบของคุณ อย่าพลาดชมซีรีส์ที่จะพาคุณไปสัมผัสกับ Westeros ในมุมมองใหม่ และแนะนำให้คุณรู้จักกับ ตัวละครโปรดใหม่: Knight of the Seven Kingdoms

Want more io9 news? Check out when to expect the latest Marvel, Star Wars, and Star Trek releases, what’s next for the DC Universe on film and TV, and everything you need to know about the future of Doctor Who.

ที่มา – Meet Your New Favorite ‘Game of Thrones’ Character in This ‘Knight of the Seven Kingdoms’ Featurette

OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health เข้าถึงข้อมูลสุขภาพ

ผู้ใช้งาน ChatGPT ที่เคยใช้แชทบอทเพื่อขอคำแนะนำด้านสุขภาพ (ซึ่งมักจะไม่น่าเชื่อถือ) จะมีแชทบอทที่เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะแล้ว

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health ซึ่งเป็นส่วนเฉพาะด้านสุขภาพของแชทบอท AI ยอดนิยม ที่สามารถเชื่อมต่อกับบันทึกทางการแพทย์ แอปเพื่อสุขภาพ และอุปกรณ์สวมใส่ได้

OpenAI กล่าวในการประกาศว่า “ChatGPT สามารถช่วยให้คุณเข้าใจผลการตรวจล่าสุด เตรียมตัวสำหรับการนัดหมายกับแพทย์ ขอคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการเข้าถึงอาหารและการออกกำลังกาย หรือเข้าใจข้อดีข้อเสียของตัวเลือกประกันภัยต่างๆ ตามรูปแบบการดูแลสุขภาพของคุณ”

ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อแอปต่างๆ เช่น Apple Health เพื่อแบ่งปันรูปแบบการนอนหลับและกิจกรรม MyFitnessPal เพื่อรับคำแนะนำด้านโภชนาการ AllTrails สำหรับไอเดียการเดินป่า Peloton เพื่อรับคำแนะนำการออกกำลังกาย และแม้แต่ Instacart เพื่อให้ ChatGPT สามารถสร้างรายการซื้อของตามอาหารที่แชทบอทคิดว่าคุณควรทำตาม

OpenAI กล่าวว่าได้ทำงานเกี่ยวกับ ChatGPT Health มากว่าสองปี โดยร่วมมือกับแพทย์มากกว่า 260 คนจาก 60 ประเทศ

ChatGPT Health ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบ ขณะนี้บริษัทกำลังให้สิทธิ์เข้าถึงแก่ผู้ใช้กลุ่มเล็กๆ ในช่วงแรกเท่านั้น เพื่อทำการปรับปรุงขั้นสุดท้าย มีลิงก์ไปยังบัญชีรายชื่อรอ (Waitlist) เพื่อลงทะเบียน แต่ดูเหมือนว่าจะใช้งานไม่ได้ในขณะที่เขียน

ฟังก์ชันการผสานรวมบันทึกทางการแพทย์มีให้บริการเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่ส่วนที่เหลือมีให้บริการทั่วโลก ยกเว้นผู้ใช้ในสหภาพยุโรป สวิตเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร ซึ่งทั้งหมดมีกฎหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลที่เข้มงวดมาก

ChatGPT อยู่ท่ามกลางความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว หลังจากคุณสมบัติการออกแบบที่ไม่ดี ทำให้คำค้นหาของผู้ใช้บางรายถูกเปิดเผยต่อสาธารณะและสามารถค้นหาได้โดยเครื่องมือค้นหา

แต่บริษัท ยืนยันว่าข้อเสนอใหม่นี้ปลอดภัยและได้รับการปกป้องผ่านการเข้ารหัสและการแยกส่วนที่สร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์ และได้ทำให้การป้องกันความเป็นส่วนตัวเหล่านี้เป็นตัวสร้างความแตกต่างหลักของ Health จาก ChatGPT ทั่วไป

ส่วน Health ของ ChatGPT ควรจะมี “หน่วยความจำแยก” เพื่อให้ข้อมูลถูกจำกัดไว้ในการแชทนั้นๆ เท่านั้น แม้ว่าการแชท Health จะสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับคุณที่รวบรวมจากการแชทที่ไม่ใช่ Health ได้ การสนทนาใน Health จะไม่ถูกนำไปใช้ในการฝึกอบรมโมเดลพื้นฐาน

OpenAI ค่อยๆ เพิ่มการลงทุนในเวทีการดูแลสุขภาพมาสักระยะหนึ่งแล้ว ในเดือนพฤษภาคม 2025 OpenAI เปิดตัวHealthBench ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานใหม่ในการประเมินความสามารถของระบบ AI ซึ่งใช้ในการฝึกอบรม ChatGPT Health

จากนั้น ในช่วงฤดูร้อน บริษัท AI ยักษ์ใหญ่ได้จ้างผู้มีชื่อเสียงจำนวนหนึ่งเข้าสู่ทีม AI ด้านการดูแลสุขภาพ รวมถึง Nate Gross ผู้ร่วมก่อตั้งเครื่องมือเครือข่ายธุรกิจด้านการดูแลสุขภาพ Doximity เพื่อเป็นผู้นำในการร่วมสร้างเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพใหม่ๆ กับแพทย์และนักวิจัย

ในช่วงเวลาเดียวกัน OpenAI ยังได้ประกาศความร่วมมือกับผู้ให้บริการดูแลหลักในเคนยา Penda Health เน้นย้ำถึงความสามารถของโมเดลล่าสุด GPT-5 ในการ “ติดธงเชิงรุก” ถึงข้อกังวลด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นและสร้างแผนการรักษา ขณะประกาศโมเดลดังกล่าว และได้รับการเสนอชื่อให้เป็นหุ้นส่วนในโครงการริเริ่มภาคเอกชนที่นำโดยทรัมป์เพื่อใช้ผู้ช่วย AI ในการดูแลผู้ป่วยและอนุญาตให้แบ่งปันบันทึกทางการแพทย์ในแอปและโปรแกรมต่างๆ จาก 60 บริษัท

ในช่วงฤดูร้อนนั้นเองที่ OpenAI ได้ว่าจ้าง Fidji Simo CEO แอปพลิเคชั่นคนใหม่ ซึ่งระบุว่าการดูแลสุขภาพเป็นกรณีการใช้งาน AI ที่เธอตื่นเต้นมากที่สุด และได้เรียกการเปิดตัว Health ว่า “เป็นเรื่องส่วนตัวอย่างแท้จริง” สำหรับเธอ

การเดิมพันครั้งใหญ่ด้าน AI ด้านการดูแลสุขภาพของ OpenAI บ่งบอกถึงการยอมรับ AI ที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรม แม้จะมีกรณีที่น่ากังวลอยู่บ้าง ดูเหมือนว่ากระแสการควบคุมจะพัดพาไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อ AI ด้านการดูแลสุขภาพ ตั้งแต่ยูทาห์อนุมัติการต่ออายุยาที่สั่งโดย AI ไปจนถึง FDA กล่าวว่าจะควบคุมซอฟต์แวร์เพื่อสุขภาพและอุปกรณ์สวมใส่ด้วยการสัมผัสที่เบา ตราบใดที่บริษัทต่างๆ ไม่ได้อ้างว่าผลิตภัณฑ์ของตนเป็น “เกรดทางการแพทย์”

“เราต้องการแจ้งให้บริษัทต่างๆ ทราบด้วยคำแนะนำที่ชัดเจนมากว่า หากอุปกรณ์หรือซอฟต์แวร์ของพวกเขาให้ข้อมูลเพียงอย่างเดียว พวกเขาสามารถทำเช่นนั้นได้โดยไม่ต้องมีการควบคุมของ FDA” Marty Makary กรรมาธิการ FDA กล่าวกับFox Business เมื่อวันอังคาร

แต่แม้แต่คำแนะนำด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีเพียงอย่างเดียว ก็อาจนำไปสู่ผลร้ายแรงสำหรับผู้ใช้ หากพิสูจน์ได้ว่าไม่ถูกต้อง ChatGPT อยู่ภายใต้ความร้อนที่สำคัญสำหรับสิ่งนั้นในช่วงปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากมีเหตุการณ์สุขภาพจิตร้ายแรงจำนวนมากที่ถูกกล่าวหาว่ากระตุ้นให้เกิดในกรณีที่ไม่มีการควบคุมความปลอดภัยที่เพียงพอ

OpenAI พยายามที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับผลิตภัณฑ์ของตนในด้านการดูแลสุขภาพ ควบคู่ไปกับการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อต้นสัปดาห์นี้ บริษัทได้เผยแพร่รายงานอ้างว่าผู้ใช้ ChatGPT มากกว่า 40 ล้านคนขอคำแนะนำด้านสุขภาพทุกวัน และจับคู่ผลการวิจัยกับแนวคิดนโยบายตัวอย่าง เช่น การขอเข้าถึงข้อมูลทางการแพทย์ของโลกอย่างเต็มที่ และขอเส้นทางการกำกับดูแลที่ชัดเจนยิ่งขึ้นสำหรับ AI ด้านสุขภาพที่มุ่งเน้นผู้บริโภค บริษัทยังกล่าวอีกว่ากำลังเตรียมที่จะเปิดตัวพิมพ์เขียวแนวทาง AI ด้านสุขภาพที่ครอบคลุมมากขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health เข้าถึงข้อมูลสุขภาพ

ChatGPT Health: ผู้ช่วยด้านสุขภาพส่วนตัว?

การเปิดตัว ChatGPT Health แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการประยุกต์ใช้ AI ในด้านการดูแลสุขภาพ แม้ว่าจะมีข้อกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและความถูกต้องของข้อมูล แต่ศักยภาพในการปรับปรุงการเข้าถึงข้อมูลทางการแพทย์และให้คำแนะนำส่วนบุคคลก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรใช้วิจารณญาณและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เสมอ

ที่มา – OpenAI Launches ChatGPT Health, Wants Access to Your Medical Records