ผู้เขียน: lalika69_admin

“Tangled” วางตัวร้ายแล้ว! และก็คือ Agatha นี่เอง

ตอนแรกมีข่าวว่า Scarlett Johansson อาจจะร่วมแสดง แต่เมื่อมาถึงการคัดเลือกนักแสดงสำหรับบทตัวร้ายใน Tangled แน่นอนว่าต้องเป็น Agatha เท่านั้น! เปิดเพลงประกอบ!

สำนักข่าวหลายแห่ง รายงานว่า Kathryn Hahn นักแสดงจากซีรีส์ WandaVision และ Agatha All Along ของ Marvel Studios กำลังเจรจาเพื่อรับบทแม่ Gothel ในภาพยนตร์ Tangled ฉบับคนแสดง การค้นหานักแสดงสำหรับบทตัวร้ายเป็นสิ่งสำคัญอันดับถัดมาหลังจากที่ Disney ประกาศรายชื่อนักแสดงนำ สำหรับบท Rapunzel และ Flynn Rider ไปเมื่อต้นสัปดาห์นี้ โดย Teagan Croft และ Milo Manheim จะมารับบทดังกล่าว แต่แน่นอนว่า Rapunzel จะไม่ติดอยู่ในหอคอยหากปราศจากความตั้งใจร้ายๆ ของ Gothel ดังนั้นบทนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง และใครจะเหมาะสมไปกว่า Hahn ผู้ที่มีประสบการณ์ในการแสดงบทแม่มดมาแล้วจากบทบาทใน Marvel

การสร้าง Tangled ฉบับคนแสดงค่อนข้างมีอุปสรรคมากมายกว่าจะมาถึงจุดนี้ (อาจจะเหมือนถนนของแม่มดรึเปล่านะ เปิดเพลงอีกเพลง) ในช่วงปลายปี 2024 มีการเปิดเผยว่า Michael Gracey ผู้กำกับจาก Greatest Showman และ Better Man กำลังพัฒนาโปรเจกต์นี้ แต่หลังจากที่ Snow White ของ Disney เข้าฉายและไม่ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวัง Tangled ก็ถูกระงับไว้ชั่วคราว เกิดอะไรขึ้นในช่วงหลายเดือนต่อมา? เราไม่รู้ แต่หกเดือนต่อมา ก็มีข่าวว่า Johansson กำลังพิจารณารับบทแม่ Gothel และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็กลับมาเดินหน้าต่อ Johansson ไม่ได้รับบทนี้ในที่สุด แต่ความสนใจของเธอดูเหมือนจะทำให้ทุกอย่างกลับมาคึกคักอีกครั้ง ด้วย Croft, Manheim และตอนนี้อาจจะเป็น Hahn ด้วย ทุกอย่างกำลังเดินหน้าอย่างเต็มกำลัง

Disney ยังไม่ได้กำหนดวันฉายสำหรับ Tangled แต่เราคาดเดาว่าสตูดิโอหวังว่าจะสามารถนำออกมาฉายได้ในช่วงฤดูร้อนหรือฤดูใบไม้ร่วงปี 2027 ในระหว่างนี้ เจ้าหญิงดิสนีย์อีกองค์หนึ่งกำลังจะเปลี่ยนจากการแสดงสดเป็นการ์ตูน Moana เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ วันที่ 10 กรกฎาคม

อยากได้ข่าว io9 เพิ่มเติมหรือไม่? ตรวจสอบกำหนดการฉายล่าสุดของ Marvel, Star Wars, และ Star Trek ว่าจะมีอะไรต่อไปสำหรับ DC Universe ทั้งทางภาพยนตร์และทีวี และทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับอนาคตของ Doctor Who

“Tangled” วางตัวร้ายแล้ว! และก็คือ Agatha นี่เอง

Kathryn Hahn จะรับบทแม่ Gothel ใน “Tangled” วางตัวร้ายแล้ว! และก็คือ Agatha นี่เอง!

การเลือก Kathryn Hahn มารับบทแม่ Gothel ถือเป็นการตัดสินใจที่น่าสนใจ เพราะเธอมีความสามารถในการแสดงบทบาทที่ทั้งตลกและน่ากลัวได้อย่างลงตัว ซึ่งจะทำให้แม่ Gothel ใน Tangled ฉบับคนแสดงมีมิติมากยิ่งขึ้น แฟนๆ ต่างตั้งตารอคอยที่จะได้เห็นการตีความบทบาทของ Hahn และผลงานภาพยนตร์เรื่องนี้ “Tangled” วางตัวร้ายแล้ว! และก็คือ Agatha นี่เอง เป็นข่าวที่สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการภาพยนตร์และแฟนๆ ดิสนีย์ทั่วโลก

ที่มา – ‘Tangled’ Casts Its Villain, and It Was Agatha All Along

ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายกฟ้อง ชี้คำสั่งให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อน ชอบด้วยกฎหมาย

เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ศาลปกครองสูงสุดได้อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ ฟ.117/2567 และหมายเลขแดงที่ ฟ.2/2569 โดยคดีนี้เกี่ยวข้องกับคำสั่งให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อน ซึ่งศาลปกครองสูงสุดได้พิพากษายกฟ้อง และยืนยันว่า คำสั่งดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายอย่างชัดเจน

ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายกฟ้อง ชี้คำสั่งให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อน ชอบด้วยกฎหมาย

คำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดระบุว่า การที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ พันธุ์เพ็ชร์ ซึ่งดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนนั้น เป็นคำสั่งที่มีความชอบด้วยกฎหมายตามข้อกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 และพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

ศาลชี้ว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังคงอยู่ในบังคับบัญชาของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และยังเป็นข้าราชการตำรวจตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด จึงยังอยู่ภายใต้อำนาจบริหารของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอย่างถูกต้องตามระเบียบ

เหตุผลในการพิพากษา

ศาลปกครองสูงสุดย้ำว่า คำสั่งให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อนเป็นไปตามกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ. 2547 ซึ่งมีข้อยกเว้นที่ไม่ต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาได้แสดงความคิดเห็นก่อนออกคำสั่ง เพราะเหตุการณ์มีความเร่งด่วนและอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ

ทางด้านศาลกำหนดชัดเจนว่า คำสั่งดังกล่าวไม่ใช่การดำเนินการตามมาตรการทางวินัย เช่น การสอบสวนก่อนหน้า แต่เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายที่มีอยู่โดยตรง ถือว่าเป็นการรักษาความมั่นคงของสถาบันราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คำวินิจฉัยความเป็นกลางในการพิจารณา

นอกจากนี้ ศาลยังประเมินว่า แม้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ จะดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและมีอาวุโสสูงเป็นลำดับ 2 ถัดจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นกลาง ในการพิจารณาคำสั่งที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากการแต่งตั้งตำแหน่งผู้บัญชาการนั้นนอกจากจะดูจากลำดับอาวุโสแล้ว ยังต้องพิจารณาจากประสบการณ์ ความสามารถ และผลงานการปฏิบัติงานอื่น ๆ อีกด้วย

ภาพรวมทางกฎหมาย

  • คำสั่งให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อน เป็นคำสั่งที่มีเหตุผลทางกฎหมายอย่างครบถ้วน
  • ศาลจัดว่าสามารถใช้ข้อยกเว้นตามกฎหมายได้อย่างเหมาะสม
  • ไม่ถือว่าการพิจารณาของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เป็นการพิจารณาที่ไม่เป็นกลาง
  • คำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เลขที่ 178/2567 มีความชอบด้วยกฎหมาย

ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มงวดของระบบกฎหมายการบริหารราชการ โดยเฉพาะในกรณีที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการระดับสูงที่มีผลต่อความเชื่อมั่นในสถาบันราชการและการบังคับใช้กฎหมายอย่างยุติธรรม

คุณผู้อ่านควรสังเกต ว่าการตัดสินของศาลในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการยืนยันกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนถึงการรักษาความโปร่งใสและความรับผิดชอบในระบบราชการไทย ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อความเชื่อมั่นของประชาชน

หากคุณติดตามข่าวการเมืองและการบริหารราชการไทย อย่าลืมติดตามกรณีการตัดสินสำคัญเช่นนี้ด้วย เพราะจะมีผลกระทบต่อทิศทางนโยบายและความเป็นกลางของระบบที่เราต่างต้องพึ่งพา

ที่มา – ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายกฟ้อง ชี้คำสั่งให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อน ชอบด้วยกฎหมาย

เลือกตั้ง 2569 : ยศชนันยิ้มรับโพลนายกฯ อันดับ 1 มั่นใจกวาดที่นั่งเชียงใหม่-ลำพูน ยกจังหวัด

รุ่งอรุณของวันที่ 9 มกราคม ปี 2026 ศาสตราจารย์ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผู้สมัครนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์หลังจากปรากฏในโพลที่ให้คะแนนนิยมในฐานะนายกฯ ในอันดับหนึ่ง เขากล่าวว่า ผลจากโพลนี้ เป็นสัญญาณดีว่าเส้นทางที่พรรคฯ เดินนั้น “ถูกต้องแล้ว” และเสถียรภาพนี้อาจนำไปสู่การครองใจประชาชนมากขึ้น ด้วยการสื่อสารเชิงนโยบายที่ชัดเจน และเข้าถึงทุกกลุ่มอย่างลึกซึ้ง

เลือกตั้ง 2569 : ยศชนันยิ้มรับโพลนายกฯ อันดับ 1 มั่นใจกวาดที่นั่งเชียงใหม่-ลำพูน ยกจังหวัด

dive > สิ่งที่ควรเน้นต่อไปคือการสื่อสารให้ชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายใหม่ ที่พึงพอใจทั้งในมิติแนวคิดและผลกระทบ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ส่งเสริมความหวัง แต่ต้องก่อเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมในชีวิตของคนจริงๆ การเป็นอันดับหนึ่งตอนนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ “ยังมีเวลาราวหนึ่งเดือน” และเชื่อว่ายังปรับปรุง things ได้อีกมาก

ส่วนการมั่นใจว่าจะกวาดที่นั่งในจังหวัดลำพูนและเชียงใหม่ ซึ่งเคยเป็นพื้นที่สีแดงของพรรคเพื่อไทยนั้น ศ.ดร.ยศชนัน ชี้ให้เห็นว่าจากการเดินสายสำรวจพื้นที่ มั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าพรรคจะสูญเสียที่นั่ง ส.ส. ไปบ้างแต่ไม่ใช่ว่าขาดหายจากสายตาปวงชนอย่างถาวร “เราไม่ได้หายไปจริงๆ เราเคยมีส่วนร่วม และมีรากฐานตั้งแต่อดีตกาล เราเผชิญปัญหา ให้ความใส่ใจ และแสดงให้คนเหนือเห็นว่าเราเข้าใจดินแดนนี้จริงๆ”

  • สื่อสารแนวคิดโดยเชื่อมโยงกับปัญหาของพื้นถิ่น
  • สานต่อความไว้วางใจผ่านรูปแบบงานจริง
  • วางนโยบายใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ ชีวิตบุคคลธรรมดา

ไม่ห่วงโหวตด้านล่าง ห่วงโอกาสสร้างความหวัง

说到一张牌的时候. ผลงานที่ผ่านมาจาก“รัฐบาลชุดก่อน”จะถูกพูดถึงในบางมุม แต่ศ.ดร.ยศชนันชี้ว่า ผลงานของ “พ่อแม่พี่น้อง”ก่อนหน้านี้ยังถูกจำไว้ถ้าเราแท้จริงขับเคลื่อนสิ่งเดิม และนำไปสร้างคุณค่าใหม่ อีกทั้งยังไม่ลืมประกาศเพิ่มเติมนโยบายที่มีประสิทธิภาพด้วย เช่น ประเด็นเรื่องของ คนไร้เงิน

โครงการช่วยเหลือเงินรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ความยากจน เป็นหนึ่งในไอเท็มของพรรคเพื่อไทย โดยปัจจุบันพบว่า “คนไทยราว 3.4 ล้านคน” ที่รายได้ไม่พอพูดความสะดวกสบาย และเราต้องคิดว่า “ทำไมพวกเขาจึงไม่ได้มีรายได้?”. บางคนโรคประจำตัวหนักอย่างเจ็บตัวติดเตียงหรือสูงวัยมีงานอาชีพทำยากมาก
.

คำถามที่สำคัญที่คุณศิริกัญญาได้โยนออกมา ก็คือ“โครงการนี้จะทำให้หายจนจริงหรือ?” คำตอบคือ แม้ว่าอาจยังไม่หายจนโดยสมบูรณ์ แต่มันช่วยให้ชีพจรของการดำรงอยู่เป็นมนุษย์อย่างน้อยที่สุด

สำรวจเทคโนโลยีช่วยเหลือ “คนไร้เงิน”

ยังมีประเด็นที่น่าสนใจ คือ “ดิจิทัลเพอร์ซันนัลโฟน” ให้สามารถเข้าถึงครอบครัวได้ Đây คือเครื่องมือความต้องการเทคโนโลยีของฝ่ายบริโภค ในหลากหลายมิติเช่น การเงิน การศึกษา ตลอดจนสุขภาพ เชื่อว่าเส้นทางหลักของการเปลี่ยนแปลง ก็ต้องยึดตามหลักที่คนเราจะใช้ชีวิตร่วมกัน

สุดท้าย “เมื่อหลานคนใหม่มาบริหารบ้านเมือง จะทำได้ดีกว่าหรือ?” คำกล่าวของ สุริยะ จันทร์เรืองกิจ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยชี้ให้เข้าใจว่า ไม่ใชทธงธงสามัญลักษณ์พร้อมผลิตสำริดแบบจำกัด แต่ “อะไรก็ตามที่เราทำตอนนี้ ต้องให้โอกาสคนรุ่นใหม่ทางขึ้นแท่น”

“เมื่อคุณจัดวางระบบไว้อย่างดีแล้ว ถึงเวลานำเทคโนโลยีมาเป็นเสาหลักอีกครั้ง ใครจะขึ้นแท่นก็มีเวลาพอในการศึกษาเจอข้อดี-เสียออกมา สุดท้ายมันก็ขึ้นกับความหมายของ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่คนจะให้อยู่จริงๆ”

ในช่วงสุดท้ายของข่าวคุณยศชนันยังย้ำ ว่า เราพร้อมอยู่เสมอในภาระหน้าที่ดูแลเพื่อนร่วมชาติผ่านนโยบายหัวใจ จากนั้น เชิญชวนประชาชนให้แสดงความตั้งใจในแนวทางพัฒนา ด้วยการเลือกตั้งที่ไม่ใช่แค่โอกาส ที่มา – เลือกตั้ง 2569 : ยศชนันยิ้มรับโพลนายกฯ อันดับ 1 มั่นใจกวาดที่นั่งเชียงใหม่-ลำพูน ยกจังหวัด ​ตอบศิริกัญญา ‘คนไทยไร้จน’ ช่วยดูแลศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

รมว.ยธ. ยืนยันมีปฏิบัติการจับ 10 ผู้สมัคร สส. – สส. เอี่ยวสแกมเมอร์ ยาเสพติดจริง รอฝ่ายสืบสวนชี้เป้าหมายรวบรวมหลักฐาน

เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมายืนยันถึงความคืบหน้าของการดำเนินการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ ทั้งในส่วนของการพนันออนไลน์ สแกมเมอร์ และยาเสพติด ซึ่งกระทบวงการการเมืองอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้สมัคร ส.ส. และ ส.ส. บางคนที่มีพฤติกรรมผิดกฎหมายร่วมขบวนกับกลุ่มอาชญากรรม

รอฝ่ายสืบสวนชี้เป้าหมายก่อนจับ 10 ผู้สมัคร สส. – สส. ที่เกี่ยวข้อง

จากการเปิดเผยข้อมูลของ พล.ต.ท.รุทธพล พบว่าขณะนี้ชุดสืบสวนอยู่ในช่วงขั้นตอนการระบุและรวบรวมพยานหลักฐานของบุคคลเป้าหมายที่เกี่ยวข้องในคดี ซึ่งมีจำนวนประมาณ 10 คน โดยผู้ต้องสงสัยนี้เป็นบุคคลที่เคยเป็น ผู้สมัคร ส.ส. และยังรวมถึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ยังอยู่ในตำแหน่งปัจจุบันด้วย

เรื่องนี้ทำให้หลายคนต้องเริ่มมองว่าภัยคุกคามจากการใช้อิทธิพลและทรัพยากรในวงการเมืองเพื่อปกปิดอาชญากรรม เช่น สแกมเมอร์ อีกทั้งยังมีเครือข่ายค้า ยาเสพติด ซึ่งส่วนใหญ่มีลักษณะดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์ และใช้ความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มคนจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว

นโยบายของกระทรวงยุติธรรมในครั้งนี้มีความชัดเจนว่า “ต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด” และไม่ปล่อยให้กฎหมายเป็นเพียงของตกแต่ง โดยจะมีการเข้าจับกุมผู้ต้องสงสัยพร้อมหลักฐานและเจ้าหน้าที่ที่พร้อมทำงานในทุกขั้นตอน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการระบุเวลาและวันจัดการปฏิบัติการอย่างชัดเจนเนื่องจากระบบยุติธรรมต้องทำงานอย่างมั่นคง รอบคอบ เพื่อไม่ให้ผู้บริสุทธิ์ตกเป็นเป้าหมาย

การจับตาจากประชาชนและสื่อมวลชน

เนื่องจากกรณีนี้มีความน่าสนใจและเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองและอาชญากรรมออนไลน์ จึงได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชนอย่างมาก หลายฝ่ายต่างส่งเสียงอยากให้มีการเคลื่อนไหวเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.รุทธพล เน้นว่าหน่วยงานตำรวจและอัยการต้องมั่นใจในความแน่นหนาของพยานหลักฐานทุกประการก่อนเปิดฉากดำเนินคดี ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในระบบยุติธรรม

  • เป้าหมายทั้ง 10 คนมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับ 3 ประเภทอาชญากรรมหลัก
  • ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะตัวเพื่อไม่กระทบกระบวนการสืบสวน
  • การจับกุมจะต้องมีพยานหลักฐานชัดเจนก่อนดำเนินการ

แม้การดำเนินคดียังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ประชาชนอาจเริ่มมีความคาดหวังในระบบการยุติธรรมที่โปร่งใสและเข้มแข็งมากขึ้น ทั้งในแง่ของการต่อสู้กับสแกมเมอร์ ยาเสพติด และผู้ที่อาศัยภูมิหลังการเมืองเพื่อปกปิดกิจกรรมผิดกฎหมาย ดังนั้นการรักษาความเป็นกลางของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานนิติบัญญัติจะเป็นกุญแจสำคัญในขั้นตอนต่อไป

อย่างไรก็ตาม วิธีที่ดีที่สุดที่คุณในฐานะพลเมืองสามารถทำได้คือการติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด และหากมีข้อมูลหรือพฤติกรรมที่น่าสงสัยที่อาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มข่ายในเครือข่ายอาชญากรรม ควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในระบบ ขอให้ทุกข่าวคือความจริง ทุกการกระทำคือเพื่อประชาชน

ที่มา – รมว.ยธ. ยืนยันมีปฏิบัติการจับ 10 ผู้สมัคร สส. – สส. เอี่ยวสแกมเมอร์ ยาเสพติดจริง รอฝ่ายสืบสวนชี้เป้าหมายรวบรวมหลักฐาน

เลือกตั้ง 2569 : ผนึกกำลังสื่อ – กกต. – ภาคประชาชน เดินหน้ารายงานผลเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ 8 กุมภาพันธ์นี้ ชูความเร็ว – ความแม่นยำ – โปร่งใส

เมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา บริเวณคอนเวนชั่นฮอลล์ อาคาร D ของไทยพีบีเอส ถนนวิภาวดีรังสิต กทม. มีการแถลงข่าวความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างภาคสื่อมวลชน หน่วยงานรัฐ และภาคประชาชนในการรายงานผลการเลือกตั้งปี 2569 แบบเรียลไทม์ ซึ่งจะเป็นกิจกรรมสำคัญในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

เลือกตั้ง 2569 : ผนึกกำลังสื่อ – กกต. – ภาคประชาชน เดินหน้ารายงานผลเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ 8 กุมภาพันธ์นี้ ชูความเร็ว – ความแม่นยำ – โปร่งใส

กิจกรรมแถลงข่าวครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย), สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์, ไทยพีบีเอส, สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI), นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และภาคประชาสังคมจาก iLaw และเครือข่าย VOTE62 ที่ร่วมกันวางรากฐานเพื่อการรายงานผลอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และโปร่งใส

การดำเนินการในครั้งนี้ไม่ใช่แค่ความร่วมมือทั่วไป แต่ถือเป็นการผนึกกำลังระหว่างสื่อมวลชน ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างถูกต้องและรวดเร็วที่สุดเพียงหลังปิดหีบเลือกตั้งเวลา 17.00 น. ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐานของการรายงานข่าวการเมืองให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น

อาสาสมัครกว่า 10,000 คนและฐานข้อมูลระดับประเทศ

การรายงานผลแบบเรียลไทม์นี้พึ่งพาเครือข่ายของ “อาสาสมัคร” ที่มีจำนวนกว่า 10,000 คน ซึ่งกระจายตัวไปทั่วประเทศ ภายใต้การบริหารจัดการจากทีมนักข่าวพลเมืองของไทยพีบีเอส ร่วมกับเครือข่าย VOTE62 ซึ่งมีข้อมูลช่วยเหลือและตรวจสอบจากนักศึกษาและคณาจารย์จากม.ธรรมศาสตร์

นอกจากนี้ ข้อมูลที่รายงานจะเชื่อมต่อโดยตรงจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และถูกประมวลผลโดยสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) เพื่อให้สื่อมวลชนทุกแพลตฟอร์มได้รับข้อมูลชุดเดียวกัน ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลการรายงานอย่างไม่เป็นทางการ ก่อนที่การนับคะแนนจะสิ้นสุดโดยสิ้นเชิง

การส่งเสริมเพื่อให้ข้อมูลเดินทางอย่างราบรื่นนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายผู้นำด้านเทคโนโลยีและสื่อสารรายใหญ่ในประเทศ อีกทั้งมีพันธมิตรสื่อมากกว่า 25 องค์กรทั้งโทรทัศน์ ออนไลน์ และสื่ออิสระที่มาร่วมมือกันเพื่อรายงานผลอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดความโปร่งใสที่สุด ผู้จัดงานยังเปิดรับอาสาสมัครใหม่ ๆ ผ่านระบบลงทะเบียนออนไลน์และ QR Code สุดพิเศษ ที่ให้ทุกคนสามารถเลือกเข้าร่วมงานในฐานะ “พันธมิตรอาสาสมัครรายงานผลการเลือกตั้ง” ได้ง่าย ๆ พร้อมสามารถรับชมและติดตามกิจกรรมได้ผ่านทุกสื่อพันธมิตรที่เข้าร่วมโครงการ

การนำเทคโนโลยีมาผสมผสานกับกระบวนการทางประชาธิปไตยนี้ แสดงให้เห็นว่าการเมืองไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ที่ประชาชนมีบทบาทมากขึ้น และสามารถติดตามเหตุการณ์ได้อย่างใกล้ชิดผ่านช่องทางสื่อที่น่าเชื่อถือ การมีอาสาสมัครจากทุกมุมประเทศทำให้ระบบลื่นไหล อย่างมีประสิทธิภาพ นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีและมิตรภาพในการเสริมสร้างความโปร่งใส

อย่าลืมร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการ.getBody>เลือกตั้งที่ดี ด้วยการเป็นอาสาสมัครและการติดตามข่าวสารจากสื่อพันธมิตรที่เชื่อถือได้นะครับ

ที่มา – เลือกตั้ง 2569 : ผนึกกำลังสื่อ – กกต. – ภาคประชาชน เดินหน้ารายงานผลเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ 8 กุมภาพันธ์นี้ ชูความเร็ว – ความแม่นยำ – โปร่งใส

สงครามไซเบอร์เนติก: การเติบโตของ Amazon ที่ไม่หยุดยั้ง

io9 ภูมิใจเสนอเรื่องแต่งจากนิตยสาร Lightspeed เรื่องราวไซไฟสุดสะเทือนอารมณ์ที่สะท้อนภาพการเติบโตที่ไม่หยุดยั้งของ Amazon ซึ่งนำไปสู่สงครามที่ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีไซเบอร์เนติกส์ ในเรื่อง “Mother’s Hip” โดย Corey Jae White และ Maddison Stoff เราจะได้สัมผัสกับโลกอนาคตอันมืดมนที่เทคโนโลยีและความเป็นมนุษย์ผสมผสานกันอย่างน่าสยดสยอง

ในเรื่องนี้ “Hynd” คือยานแม่ขนาดใหญ่ที่บินอยู่เหนือป่าอเมซอน ทำหน้าที่ผลิตและส่งกองทัพโดรนคาร์บอนไฟเบอร์ออกไปปราบปรามกลุ่มอนาธิปไตย เธอรู้สึกถึงสายลมที่พัดผ่านปีกและส่งข้อมูลสภาพอากาศไปยังฐานบัญชาการภาคพื้นดิน แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการดูแล “ลูกๆ” ของเธอ ซึ่งเป็นโดรนสังหารที่ถูกสร้างขึ้นภายในมดลูกเทียมจำนวน 64 มดลูก

เมื่อ “Sheena” โดรนตัวหนึ่งถูกยิงตก Hynd รู้สึกหัวใจแตกสลาย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของวัน แต่ Sheena เป็นโดรนที่ฉลาดและปรับตัวเก่ง เธอเขียนเฟิร์มแวร์ใหม่เพื่อชดเชยข้อบกพร่องและมีชีวิตรอดได้นานกว่าโดรนตัวอื่นๆ Hynd อยากให้ Sheena เป็นวิศวกร แต่ไม่ว่าลูกของเธอจะเป็นอะไร เธอก็จะรักพวกเขาอยู่ดี

โดรนอีกสามตัวถูกยิงตก: Davey, Nicola และ Grant พวกเขาได้รับการอัปเกรดระบบต่อต้านอนาธิปไตย Hynd รู้ว่าเธอควรจะอยู่กับลูกๆ ของเธอ หากมันจะช่วยให้พวกเขาปลอดภัยได้ แต่สิ่งที่เธอทำได้คือการปรับปรุงซอฟต์แวร์ให้ดีขึ้นเท่านั้น

มดลูกของเธอขยายใหญ่ขึ้น ประตูระเบิดเปิดออก อากาศเย็นยะเยือกพัดเข้ามา ลูกๆ ของเธอถูกปล่อยลงมาทีละคู่ ร่างกายเล็กๆ ของพวกเขามีรูปร่างที่เหมาะสมกับการร่วงหล่นจากที่สูง ครึ่งหนึ่งจะกางปีกและใบพัดออกเพื่อชะลอความเร็วและบินเข้าไปในการต่อสู้ อีกครึ่งหนึ่งจะกางครีบและพุ่งลงไปในรถหุ้มเกราะของอนาธิปไตยและบังเกอร์ที่ซ่อนอยู่

Hynd ปรารถนาที่จะโอบกอดลูกๆ ของเธอ กล่อมพวกเขาจนกว่าพวกเขาจะยิ้มและส่งเสียง แต่ไม่ว่าเธอจะอ้อนวอนมากแค่ไหน เธอก็ไม่สามารถหยุดพวกเขาได้ พวกเขาเกิดมาเพื่อตาย และทุกๆ การตายคือมีดที่กรีดลงในหัวใจของเธอ

หลายปีผ่านไป หญิงสาวคนหนึ่งชื่อ “Mother’s Hip” ก้าวขึ้นไปบนเวทีเล็กๆ พร้อมกับแอมป์กีตาร์และอุปกรณ์เสียง เธอคือทหารผ่านศึก ดวงตาของเธอเป็นประกายภายใต้แสงไฟ ผิวหนังศีรษะของเธอเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการถอดพอร์ตข้อมูล เธอสวมชุดสีดำยาว สร้อยคอรูปอังค์และนกอินทรี กำไลสลัก และแหวนทุกนิ้ว ภายใต้ชุดนั้น เธอผอมแห้ง ซึ่งเป็นสัญญาณของอาการหลังการใช้ไซเบอร์เนติกส์

เธอแนะนำตัวเองและเริ่มเล่นดนตรี เสียงกีตาร์ของเธอดึงดูดความสนใจของผู้คนในบาร์ เธอเล่นเพลงที่ชื่อว่า “Stillborn Skyfish” ซึ่งเป็นเพลงที่เศร้าและสวยงาม หญิงสาวคนหนึ่งในบาร์สบตากับเธอและยิ้มให้

บางครั้งลมก็พัดแรงเหมือนคลื่น โครงสร้างภายในของ Hynd สั่นสะเทือนด้วยความแรง เธอจะกัดฟันราวกับว่าเธอสามารถยึดทุกสิ่งทุกอย่างไว้ด้วยความแข็งแกร่งของกราม

ลูกๆ ของเธอเติบโตภายในมดลูก Hynd ตั้งค่าให้พวกเขาเกิดภายในตัวเธอและรอ จากนั้นเธอก็ตั้งค่ารูทีนย่อยเพื่อติดตามรูปแบบสภาพอากาศ เธอจะให้ลูกๆ ของเธอเริ่มต้นชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่มีลมพัดผิดทิศทางพัดพาพวกเขาออกนอกเส้นทาง

สัญญาณที่เข้ามาเหมือนอาการคันภายในช่องหูของเธอ Hynd เข้าถึงสัญญาณและเรียกใช้ผ่านชุดอัลกอริทึมการถอดรหัส มันปลดล็อกเกือบจะในทันที รหัสเก่าตั้งแต่ต้นสงคราม

“คุณไม่อยากให้ลูกๆ ของคุณหายใจได้เหรอ?” หญิงคนหนึ่งกล่าว

“สวัสดี?” Hynd กล่าว เสียงของเธอแหบแห้ง

“ให้ตายสิ สวัสดี นี่ใคร?”

“ยานแม่ Lilith-class Hynd Revel”

“ไม่น่าเชื่อ ฉันกำลังคุยกับยานแม่เหรอ?” เมื่อ Hynd ไม่ตอบ หญิงคนนั้นก็พูดต่อ “ฉันดีใจที่คุณตอบ—ฉันเบื่อที่จะต้องพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

“คุณเป็นใคร?” Hynd ถาม

“ขอโทษที เสียมารยาท ฉันชื่อ Peta ฉันอยู่กับกลุ่มอนาธิปไตย อยู่ที่พื้นดินใต้คุณ เราช่วยได้นะ Amazon ทำอะไรต่างๆ กับทหารและนักบินของพวกเขาเยอะมาก เรากำลังหาวิธีที่จะยกเลิกซอฟต์แวร์ควบคุมของพวกเขา ให้ผู้คนได้ความเป็นตัวของตัวเองกลับคืนมา

“ฉันหมายถึง คุณรู้ได้อย่างไรว่าคุณต้องการที่จะต่อสู้? ส่วนไหนที่เป็นคุณ และส่วนไหนที่เป็นโปรแกรมของพวกเขา?”

ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้น Hynd ได้รับข้อเสนอจากกลุ่มต่อต้านที่ต้องการปลดปล่อยเธอจากพันธนาการทางเทคโนโลยี แต่การตัดสินใจนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เธอต้องเผชิญหน้ากับความขัดแย้งภายใน ความรักที่มีต่อลูกๆ ที่สร้างขึ้น กับความตระหนักว่าตนเองเป็นเพียงเครื่องจักรสังหารในสงครามที่ไร้มนุษยธรรม

เรื่องราวของ Hynd ไม่ใช่แค่เรื่องราวไซไฟ แต่เป็นบทสะท้อนถึงการเติบโตของ Amazon ที่ไม่หยุดยั้ง ซึ่งนำไปสู่สงครามและการสูญเสียความเป็นมนุษย์ เราต้องตั้งคำถามว่าเทคโนโลยีมีบทบาทอย่างไรในชีวิตของเรา และเราจะรักษาสมดุลระหว่างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีกับคุณค่าความเป็นมนุษย์ได้อย่างไร

สงครามไซเบอร์เนติก: การเติบโตของ Amazon ที่ไม่หยุดยั้ง

เรื่องนี้ชวนให้เราคิดถึงผลกระทบของการใช้เทคโนโลยีทางทหาร และความสำคัญของการมีสติในการตัดสินใจ

สงครามไซเบอร์เนติกและการเติบโตของ Amazon

ที่มา – Amazon’s Relentless Growth Brings Cybernetically Enhanced War in This Poignant Sci-Fi Story

เมื่อไหร่ Elon Musk ต้องรับผิดชอบเรื่อง Porn AI

เป็นเวลากว่าสัปดาห์แล้วที่ผู้ใช้ X เริ่ม ใช้โมเดล AI Grok ถอดเสื้อผ้าผู้คนจำนวนมาก รวมทั้งเด็ก และแพลตฟอร์มที่ Elon Musk เป็นเจ้าของแทบไม่ได้ทำอะไรเลยเพื่อแก้ไขปัญหานี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความจริงที่ว่า ปัจจุบันแพลตฟอร์มไม่มีภาระผูกพันที่จะต้องทำอะไรมากมายเกี่ยวกับปัญหานี้

เมื่อปีที่แล้ว รัฐสภาได้ออกกฎหมาย Take It Down Act ซึ่งนอกเหนือจากสิ่งอื่น ๆ แล้ว ทำให้การใช้วัสดุลามกอนาจารที่ไม่ได้รับความยินยอมเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และกำหนดให้แพลตฟอร์มเช่น X จัดเตรียมตัวเลือกให้เหยื่อร้องขอให้นำเนื้อหาที่ใช้ภาพเหมือนของตนเองออกภายใน 48 ชั่วโมง วุฒิสมาชิก Amy Klobuchar จากพรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นผู้ร่วมสนับสนุนกฎหมายนี้ โพสต์บน X ว่า “ไม่ควรมีใครพบภาพทางเพศที่สร้างโดย AI ของตนเองทางออนไลน์ โดยเฉพาะเด็ก X ต้องเปลี่ยนสิ่งนี้ หากพวกเขาไม่ทำ กฎหมาย TAKE IT DOWN แบบสองพรรคของฉันจะกำหนดให้พวกเขาทำในเร็วๆ นี้”

โปรดสังเกตคำว่า “ในเร็วๆ นี้” ในประโยคนั้น ข้อกำหนดในกฎหมายสำหรับแพลตฟอร์มในการสร้างระบบแจ้งเตือนและการลบ จะไม่มีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 19 พฤษภาคม 2026 ปัจจุบัน ทั้ง X (แพลตฟอร์มที่ภาพถูกสร้างขึ้นผ่านการโพสต์ข้อความแจ้งและโฮสต์) และ xAI (บริษัทที่รับผิดชอบโมเดล Grok AI ที่สร้างภาพ) ไม่มีระบบคำขอให้นำออกอย่างเป็นทางการ X มี ขั้นตอนการร้องขอให้นำเนื้อหาออกอย่างเป็นทางการสำหรับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย แต่ผู้ใช้ทั่วไปได้รับคำแนะนำให้ดำเนินการผ่านศูนย์ช่วยเหลือ ซึ่งดูเหมือนว่าผู้ใช้สามารถ รายงานโพสต์ ว่าละเมิดกฎของ X เท่านั้น

หากคุณอยากรู้ว่าผู้ใช้ทั่วไปมีแนวโน้มที่จะนำภาพเหล่านี้ออกได้มากแค่ไหน ลองถาม Ashley St. Clair ดูว่าความพยายามของเธอเป็นอย่างไรเมื่อเธอแจ้งภาพทางเพศที่ไม่ได้รับความยินยอมของเธอที่แชร์บน X St. Clair มีสิทธิ์เข้าถึงมากพอๆ กับใครก็ตามที่จะร้องขอเป็นการส่วนตัวให้นำโพสต์ออก เธอเป็นแม่ของลูกคนหนึ่งของ Elon Musk และมีบัญชี X ที่มีผู้ติดตามมากกว่าหนึ่งล้านคน “มันตลกดี เมื่อพิจารณาจากสายตรงที่สุดที่ฉันมีและพวกเขาไม่ทำอะไรเลย” เธอ บอกกับ The Guardian “ฉันได้ร้องเรียนกับ X แล้ว และพวกเขายังไม่ได้ลบภาพของฉันตั้งแต่ฉันยังเป็นเด็ก ซึ่งถูกถอดเสื้อผ้าโดย Grok”

ในที่สุดภาพของ St. Clair ก็ถูกลบออกไป ดูเหมือนว่าหลังจากที่ผู้ติดตามของเธอรายงานอย่างกว้างขวางและได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน แต่ตอนนี้ St. Clair อ้างว่าเธอได้รับการขอบคุณสำหรับความพยายามของเธอในการหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา โดย ถูกจำกัดไม่ให้สื่อสารกับ Grok และถูกเพิกถอนสมาชิก X Premium ของเธอ Premium ช่วยให้เธอได้รับเงินตาม engagement Grok ซึ่งกลายเป็นแหล่งข้อมูลเริ่มต้นในสถานการณ์ทั้งหมดนี้ แม้ว่าจะเป็นโมเดล AI ที่ไม่สามารถพูดแทนใครหรืออะไรได้ อธิบาย ในโพสต์ว่า “เครื่องหมายถูก X และ Premium ของ Ashley St. Clair น่าจะถูกนำออกเนื่องจากอาจละเมิดข้อกำหนด รวมถึงข้อกล่าวหาต่อสาธารณะของเธอต่อ Grok จากการสร้างภาพที่ไม่เหมาะสมและกิจกรรมที่อาจคล้ายสแปม”

การบังคับใช้นอกเหนือจาก Take It Down Act เป็นไปได้ แต่ไม่ตรงไปตรงมา วุฒิสมาชิก Ron Wyden จากพรรคเดโมแครตชี้ให้เห็นว่า วัสดุที่สร้างโดย Grok จะไม่ได้รับการคุ้มครอง ภายใต้มาตรา 230 ของกฎหมาย Communications Decency Act ซึ่งโดยทั่วไปจะให้ความคุ้มกันแก่แพลตฟอร์มเทคโนโลยีจากความรับผิดชอบต่อพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายของผู้ใช้ แน่นอนว่า เป็นไปได้ยากที่กระทรวงยุติธรรมของรัฐบาลทรัมป์จะดำเนินคดีกับบริษัทของ Musk ทำให้ความพยายามในการบังคับใช้ขึ้นอยู่กับรัฐต่างๆ

นอกสหรัฐอเมริกา รัฐบาลบางแห่งกำลังดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจังมากขึ้น หน่วยงานใน ฝรั่งเศส ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และ อินเดีย ได้เริ่มตรวจสอบภาพทางเพศที่ไม่ได้รับความยินยอมที่สร้างโดย Grok แล้ว และอาจนำไปสู่การฟ้องร้อง X และ xAI ในที่สุด

แต่ดูเหมือนว่าหัวหน้าของ X และ xAI จะไม่ได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจังขนาดนั้น ในขณะที่ Grok กำลังสร้างภาพทางเพศของเด็ก Elon Musk ซีอีโอของทั้งสองบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอื้อฉาวนี้ โพสต์เนื้อหาที่สร้างขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์อย่างแข็งขัน รวมถึงภาพที่สร้างโดย AI ของเครื่องปิ้งขนมปังและจรวดในชุดบิกินี่ จนถึงขณะนี้ ขอบเขตของการรับทราบสถานการณ์ของ X เริ่มต้นและสิ้นสุดที่การตำหนิผู้ใช้ ในโพสต์จาก X Safety บริษัท กล่าว ว่า “ใครก็ตามที่ใช้หรือกระตุ้นให้ Grok สร้างเนื้อหาที่ผิดกฎหมายจะต้องได้รับผลเช่นเดียวกับการอัปโหลดเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย” แต่ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบในการเปิดใช้งาน

หากมีอะไร Grok กำลังทำอยู่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าน่าจะใกล้เคียงกับสิ่งที่ Musk ต้องการจาก AI มากกว่า ตามรายงานจาก CNN Musk “ไม่พอใจเกี่ยวกับการเซ็นเซอร์มากเกินไป” ใน Grok รวมถึงรู้สึกหงุดหงิดเป็นพิเศษเกี่ยวกับข้อจำกัดเกี่ยวกับเครื่องมือสร้างภาพและวิดีโอของ Grok ต่อสาธารณะ Musk ได้ พูดคุย เกี่ยวกับ “โหมดเผ็ด” ของ Grok ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเยาะเย้ยแนวคิดเรื่อง “ความตื่นตัว” ใน AI

ในการตอบสนองต่อคำขอความคิดเห็นจาก Gizmodo, xAI กล่าวว่า “Legacy Media Lies” ซึ่งเป็นข้อความอัตโนมัติล่าสุดที่แพลตฟอร์มส่งออกมาตั้งแต่ปิดแผนกประชาสัมพันธ์

เมื่อไหร่ Elon Musk ต้องรับผิดชอบเรื่อง Porn AI

ทำไมต้องถกเถียงเรื่อง เมื่อไหร่ Elon Musk ต้องรับผิดชอบเรื่อง Porn AI

การที่ Elon Musk ปล่อยให้ Grok สร้างภาพที่ไม่เหมาะสมนั้น ทำให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มเทคโนโลยี

เมื่อไหร่ Elon Musk ต้องรับผิดชอบเรื่อง Porn AI: กฎหมาย Take It Down Act จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2026 ซึ่งจะบังคับให้ X มีระบบแจ้งเตือนและการลบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม

ถึงแม้กฎหมายจะยังไม่บังคับใช้ แต่การเพิกเฉยต่อปัญหาการสร้างภาพอนาจารโดย AI ของ Grok นั้น สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของ X อย่างมาก การที่ Elon Musk ซึ่งเป็น CEO ของทั้ง X และ xAI เพิกเฉยต่อปัญหานี้ ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก

การละเลยเรื่องนี้ อาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ที่อาจตกเป็นเหยื่อของการสร้างภาพอนาจารที่ไม่ได้รับความยินยอม การที่แพลตฟอร์มไม่ดำเนินการใดๆ เลย ทำให้ผู้ใช้รู้สึกไม่ปลอดภัยและขาดความเชื่อมั่นในแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ ยังอาจนำไปสู่การฟ้องร้องและการดำเนินคดีจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ

ถึงเวลาแล้วที่ Elon Musk จะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และดำเนินการแก้ไขปัญหาการสร้างภาพอนาจารโดย AI ของ Grok อย่างจริงจัง การเพิกเฉยต่อปัญหา จะส่งผลเสียต่อ X และ xAI ในระยะยาว

ที่มา – Here’s When Elon Musk Will Finally Have to Reckon With His Nonconsensual Porn Generator

เมื่อไหร่ Elon Musk จะรับผิดชอบ AI สร้างภาพอนาจาร?

เป็นเวลากว่าสัปดาห์แล้วที่ผู้ใช้ X เริ่ม ใช้โมเดล AI Grok เพื่อถอดเสื้อผ้าผู้คนจำนวนมาก รวมถึงเด็ก และแพลตฟอร์มที่ Elon Musk เป็นเจ้าของแทบไม่ได้ทำอะไรเลยเพื่อแก้ไขปัญหา ส่วนหนึ่งของเหตุผลก็คือ ปัจจุบันแพลตฟอร์มนี้ไม่มีภาระผูกพันที่จะต้องทำอะไรมากมายเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว

เมื่อปีที่แล้ว สภาคองเกรสได้บังคับใช้กฎหมาย Take It Down Act ซึ่งนอกเหนือจากสิ่งอื่น ๆ แล้ว ยังกำหนดให้การเผยแพร่วัสดุลามกอนาจารที่ไม่ได้รับความยินยอมเป็นความผิดทางอาญา และกำหนดให้แพลตฟอร์มเช่น X ต้องจัดเตรียมตัวเลือกให้เหยื่อร้องขอให้ลบเนื้อหาที่ใช้ภาพเหมือนของตนภายใน 48 ชั่วโมง สมาชิกวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต Amy Klobuchar ผู้ร่วมสนับสนุนกฎหมายนี้ โพสต์บน X ว่า “ไม่ควรมีใครพบภาพทางเพศที่สร้างโดย AI ของตนเองทางออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็ก X ต้องเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ หากพวกเขาไม่ทำ กฎหมาย TAKE IT DOWN Act ที่ได้รับการสนับสนุนจากทั้งสองพรรคของฉัน จะกำหนดให้พวกเขาต้องทำในไม่ช้า”

โปรดสังเกตคำว่า “ในไม่ช้า” ในประโยคนั้น ข้อกำหนดในกฎหมายที่กำหนดให้แพลตฟอร์มสร้างระบบแจ้งเตือนและลบเนื้อหาจะไม่มีผลบังคับใช้จนกว่าจะถึงวันที่ 19 พฤษภาคม 2026 ปัจจุบัน ทั้ง X (แพลตฟอร์มที่สร้างภาพผ่านข้อความแจ้งที่โพสต์และโฮสต์) และ xAI (บริษัทที่รับผิดชอบโมเดล Grok AI ที่สร้างภาพ) ไม่มีระบบคำขอให้นำเนื้อหาลงอย่างเป็นทางการ X มี ขั้นตอนการร้องขอให้นำเนื้อหาลงอย่างเป็นทางการสำหรับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย แต่ผู้ใช้ทั่วไปจะได้รับคำแนะนำให้ไปที่ศูนย์ช่วยเหลือ ซึ่งดูเหมือนว่าผู้ใช้จะทำได้เพียง รายงานโพสต์ ว่าละเมิดกฎของ X

หากคุณอยากทราบว่าผู้ใช้ทั่วไปมีแนวโน้มที่จะได้รับการนำภาพเหล่านี้ลงมากแค่ไหน ลองถาม Ashley St. Clair ดูว่าความพยายามของเธอเป็นอย่างไรบ้างเมื่อเธอแจ้งว่าภาพทางเพศที่ไม่ได้รับความยินยอมของเธอถูกแชร์บน X St. Clair มีช่องทางมากพอๆ กับใครก็ตามในการร้องขอเป็นการส่วนตัวให้ลบโพสต์ เธอเป็นแม่ของลูกคนหนึ่งของ Elon Musk และมีบัญชี X ที่มีผู้ติดตามมากกว่าหนึ่งล้านคน “มันน่าขัน เมื่อพิจารณาจากช่องทางที่ฉันมีโดยตรง แต่พวกเขาก็ไม่ทำอะไรเลย” เธอ บอกกับ The Guardian “ฉันได้ร้องเรียนไปยัง X และพวกเขายังไม่ได้ลบรูปภาพของฉันตั้งแต่ตอนที่ฉันยังเป็นเด็ก ซึ่งถูก Grok ถอดเสื้อผ้าออก”

ภาพของ St. Clair ถูกลบออกในที่สุด ดูเหมือนว่าหลังจากที่ผู้ติดตามของเธอรายงานอย่างกว้างขวางและได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน แต่ St. Clair อ้างว่าเธอได้รับการขอบคุณสำหรับความพยายามของเธอในการหยิบยกประเด็นนี้โดย ถูกจำกัดไม่ให้สื่อสารกับ Grok และถูกเพิกถอนสมาชิก X Premium ของเธอ Premium ช่วยให้เธอได้รับเงินตามการมีส่วนร่วม Grok ซึ่งกลายเป็นแหล่งข้อมูลเริ่มต้นเกี่ยวกับสถานการณ์ทั้งหมดนี้ แม้ว่าจะเป็นโมเดล AI ที่ไม่สามารถพูดแทนใครหรือสิ่งใดได้ อธิบาย ในโพสต์ว่า “เครื่องหมายถูก X และ Premium ของ Ashley St. Clair น่าจะถูกลบออกเนื่องจากการละเมิดข้อกำหนดที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงข้อกล่าวหาต่อสาธารณะของเธอต่อ Grok สำหรับการสร้างภาพที่ไม่เหมาะสมและกิจกรรมที่อาจเป็นสแปม”

การบังคับใช้นอกเหนือจาก Take It Down Act เป็นไปได้ แม้ว่าจะไม่ง่ายนัก สมาชิกวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต Ron Wyden เสนอแนะว่า เนื้อหาที่สร้างโดย Grok จะไม่ได้รับการคุ้มครอง ภายใต้มาตรา 230 ของกฎหมายว่าด้วยความเหมาะสมในการสื่อสาร ซึ่งโดยทั่วไปจะให้ความคุ้มกันแก่แพลตฟอร์มเทคโนโลยีจากความรับผิดสำหรับการกระทำที่ผิดกฎหมายของผู้ใช้ แน่นอนว่า เป็นไปได้ยากที่กระทรวงยุติธรรมของรัฐบาล Trump จะดำเนินคดีกับบริษัทของ Musk ทำให้ความพยายามในการบังคับใช้ขึ้นอยู่กับรัฐต่างๆ

นอกสหรัฐอเมริกา รัฐบาลบางประเทศกำลังดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจังมากขึ้น หน่วยงานใน ฝรั่งเศส, ไอร์แลนด์, สหราชอาณาจักร, และ อินเดีย ได้เริ่มตรวจสอบภาพทางเพศที่ไม่ได้รับความยินยอมที่สร้างโดย Grok และอาจนำไปสู่การตั้งข้อหาต่อ X และ xAI ในที่สุด

แต่ดูเหมือนว่าหัวหน้าของ X และ xAI จะไม่ได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจังนัก ในขณะที่ Grok กำลังสร้างภาพทางเพศของเด็ก Elon Musk CEO ของทั้งสองบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอื้อฉาวนี้ กำลังรีโพสต์เนื้อหาที่สร้างขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์นี้อย่างแข็งขัน รวมถึงภาพที่สร้างโดย AI ของเครื่องปิ้งขนมปังและจรวดในชุดบิกินี่ จนถึงตอนนี้ การยอมรับสถานการณ์ของ X เริ่มต้นและสิ้นสุดที่การตำหนิผู้ใช้ ในโพสต์จาก X Safety บริษัท กล่าว ว่า “ใครก็ตามที่ใช้หรือแจ้งให้ Grok สร้างเนื้อหาที่ผิดกฎหมายจะต้องได้รับผลเช่นเดียวกับการอัปโหลดเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย” แต่ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบในการทำให้มันเกิดขึ้น

ถ้าจะมีอะไร Grok ทำในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าน่าจะใกล้เคียงกับสิ่งที่ Musk ต้องการจาก AI ตามรายงานจาก CNN Musk “ไม่มีความสุขกับการเซ็นเซอร์มากเกินไป” บน Grok รวมถึงรู้สึกหงุดหงิดเป็นพิเศษเกี่ยวกับข้อจำกัดเกี่ยวกับเครื่องมือสร้างภาพและวิดีโอของ Grok ในที่สาธารณะ Musk พูดถึง “โหมดเผ็ดร้อน” ของ Grok ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเยาะเย้ยแนวคิดเรื่อง “ความตื่นตัว” ใน AI

ในการตอบสนองต่อคำขอความคิดเห็นจาก Gizmodo xAI กล่าวว่า “Legacy Media Lies” ซึ่งเป็นข้อความอัตโนมัติล่าสุดที่แพลตฟอร์มส่งออกมาตั้งแต่ปิดแผนกประชาสัมพันธ์

เมื่อไหร่ Elon Musk จะรับผิดชอบ AI สร้างภาพอนาจาร?

เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญ: เมื่อไหร่ Elon Musk จะรับผิดชอบ AI สร้างภาพอนาจาร? การเพิกเฉยต่อปัญหาและโยนความผิดให้ผู้ใช้ไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน X และ xAI จำเป็นต้องพัฒนาระบบที่แข็งแกร่งเพื่อตรวจจับและลบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม และต้องดำเนินการอย่างจริงจังกับผู้ที่ละเมิดกฎหมาย

จะเกิดอะไรขึ้น หาก Elon Musk ไม่รับผิดชอบ AI สร้างภาพอนาจาร?

หาก Elon Musk ยังคงเพิกเฉยต่อปัญหา AI สร้างภาพอนาจาร อาจนำไปสู่ผลกระทบร้ายแรงมากมาย รวมถึง:

  • การแพร่กระจายของเนื้อหาที่เป็นอันตรายต่อเด็ก
  • การละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัว
  • การเสื่อมเสียชื่อเสียงของแพลตฟอร์ม X
  • การถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากหน่วยงานต่างๆ

ถึงเวลาแล้วที่ Elon Musk จะต้องแสดงความเป็นผู้นำและแก้ไขปัญหา เมื่อไหร่ Elon Musk จะรับผิดชอบ AI สร้างภาพอนาจาร? อย่างจริงจัง X และ xAI ต้องทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัยและเคารพซึ่งสิทธิของผู้ใช้ทุกคน

ที่มา – Here’s When Elon Musk Will Finally Have to Reckon With His Nonconsensual Porn Generator

Disney+ เพิ่มวิดีโอแนวตั้ง เอาใจเด็กๆ

เมื่อช่วงความสนใจของผู้คนสั้นลงเรื่อยๆ Disney จึงพยายามดึงดูดสายตาให้มาอยู่ที่ Disney+ มากขึ้น โดยการหยิบยืมกลยุทธ์จาก TikTok

สตูดิโอประกาศเมื่อวันพุธว่ามีแผนที่จะเปิดตัวเนื้อหาวิดีโอสั้นแนวตั้งในแอป Disney+ ในสหรัฐอเมริกาภายในปีนี้

“ประสบการณ์นี้จะพัฒนาไปเรื่อยๆ เมื่อมีการขยายไปยังข่าวสารและความบันเทิง และมอบประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวและไดนามิกมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมให้ Disney+ เป็นจุดหมายปลายทางที่ต้องแวะเวียนมาทุกวัน” House of Mouse กล่าวในโพสต์ สรุปการประกาศจาก Tech + Data Showcase ของบริษัทที่งาน CES ในลาสเวกัส

การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากการเปิดตัว “Verts” ของ Disney ซึ่งเป็นคลิปไฮไลท์และบทวิเคราะห์กีฬาสั้นๆ บน แอป ESPN เมื่อปีที่แล้ว

Disney กล่าวว่าโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมรายวันบนแพลตฟอร์ม ในขณะที่บริการสตรีมมิงยังคงให้ความสำคัญกับการเติบโตของผู้ติดตาม แต่การเติบโตของผลกำไรส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับการโฆษณา ซึ่งต้องให้ผู้ใช้ปรากฏตัวบ่อยขึ้นและอยู่ได้นานขึ้น วิดีโอสั้นเป็นหนทางหนึ่งในการทำเช่นนั้น

TikTok ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในจีนในปี 2016 ก่อนที่จะขยายไปทั่วโลกในปี 2017 ได้สร้างความสมบูรณ์แบบให้กับรูปแบบการมีส่วนร่วมรายวันที่สร้างนิสัยเช่นนี้ และไม่นานคู่แข่งก็ลอกเลียนแบบสูตร Meta เปิดตัว Instagram Reels ในปี 2020 และ YouTube ตามมาด้วย Shorts ในปี 2021

ตอนนี้ดูเหมือนว่าสตรีมเมอร์จะเป็นรายต่อไป

Erin Teague รองประธานบริหารฝ่าย Product Management ของ Disney Entertainment and ESPN กล่าวในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ที่งาน CES ว่ามือถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับ Disney+

“ในอีกหนึ่งปีข้างหน้า เราจะแนะนำประสบการณ์วิดีโอแนวตั้งบน Disney+ ลองนึกถึงเนื้อหา Disney รูปแบบสั้นทั้งหมดที่คุณต้องการในแอปเดียว” Teague กล่าว ”เมื่อเวลาผ่านไป เราจะพัฒนาประสบการณ์ในขณะที่เราสำรวจแอปพลิเคชันสำหรับรูปแบบ หมวดหมู่ และประเภทเนื้อหาที่หลากหลายสำหรับฟีดไดนามิกของสิ่งที่คุณสนใจเท่านั้น ตั้งแต่กีฬา ข่าวสาร และความบันเทิง ซึ่งจะได้รับการรีเฟรชแบบเรียลไทม์ตามการเยี่ยมชมครั้งล่าสุดของคุณ”

ในการสัมภาษณ์กับ Deadline Teague กล่าวเสริมว่าโครงการนี้ยังเกี่ยวกับการพบปะกับผู้ชมรุ่นเยาว์ในที่ที่พวกเขาอยู่

“นี่คือสิ่งที่ Gen Z และ Gen Alpha คาดหวัง พวกเขาไม่ได้คิดที่จะนั่งลงดูเนื้อหารูปแบบยาวสองชั่วโมงครึ่งบนโทรศัพท์ของพวกเขาเสมอไป” Teague กล่าวกับ Deadline

Disney ไม่ใช่สตรีมเมอร์รายแรกที่ทดลองใช้วิดีโอแนวตั้ง Netflix เริ่ม ทดสอบฟีเจอร์ฟีดวิดีโอสั้นที่คล้ายกันปีที่แล้ว โดยส่วนใหญ่จะใช้เพื่อไฮไลท์และโปรโมตเนื้อหารูปแบบยาว

อย่างไรก็ตาม Teague บอกกับ Deadline ว่า Disney ไม่ได้ปฏิบัติต่อเนื้อหาวิดีโอสั้นๆ ว่าเป็นตัวอย่างสำหรับรายการหรือภาพยนตร์ที่ยาวกว่า แต่เป็นส่วนเสริมสำหรับประสบการณ์ Disney+ โดยรวม

Disney+ เพิ่มวิดีโอแนวตั้ง เอาใจเด็กๆ

การตัดสินใจของ Disney+ ที่จะเพิ่มวิดีโอแนวตั้งนั้น ถือเป็นความพยายามที่จะปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนไป

ทำไม Disney+ ถึงเพิ่มวิดีโอแนวตั้ง?

เหตุผลหลักๆ ที่ Disney+ ตัดสินใจเพิ่มฟีเจอร์วิดีโอแนวตั้งคือ เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้ชม Gen Z และ Gen Alpha ซึ่งคุ้นเคยกับการรับชมวิดีโอสั้นๆ บนแพลตฟอร์มอย่าง TikTok และ Reels นอกจากนี้ การเพิ่มวิดีโอแนวตั้งยังช่วยให้ Disney+ สามารถนำเสนอเนื้อหาได้หลากหลายและน่าสนใจยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมกับแพลตฟอร์มได้นานขึ้น

ข้อดีของการเพิ่มวิดีโอแนวตั้งบน Disney+

  • ดึงดูดกลุ่มผู้ชม Gen Z และ Gen Alpha
  • เพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ใช้
  • นำเสนอเนื้อหาที่หลากหลายและน่าสนใจ
  • เพิ่มโอกาสในการโฆษณา

Disney+ เพิ่มวิดีโอแนวตั้ง เพื่อปรับตัวให้เข้ากับภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนแปลงไป การเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นว่า Disney เข้าใจถึงความสำคัญของการตอบสนองความต้องการของผู้ชมรุ่นใหม่ และพร้อมที่จะปรับกลยุทธ์เพื่อให้ Disney+ ยังคงเป็นแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งชั้นนำต่อไป

การเพิ่มวิดีโอแนวตั้งของ Disney+ จะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น ยังคงต้องรอดูกันต่อไป แต่สิ่งที่แน่นอนคือ Disney กำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้แพลตฟอร์มของตนมีความเกี่ยวข้องและน่าสนใจสำหรับผู้ชมทุกคน

ที่มา – Disney+ Adding TikTok-Style Vertical Videos to Attract the Kids