‘ชัชชาติ’ หาเสียงโค้งสุดท้าย ปลุกคนกรุงใช้สิทธิ 28 มิ.ย.
เชื่อว่าหลายคนคงกำลังตื่นเต้นกับช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ บรรยากาศการหาเสียงรอบนี้บอกเลยว่าดุเดือดและสร้างสรรค์ไม่เบา โดยเฉพาะทางด้าน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครหมายเลข 9 ที่ล่าสุดได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องชาวเขตห้วยขวางกันแบบถึงลูกถึงคน พร้อมพาลูกชาย แสนดี สิทธิพันธุ์ มาช่วยเสริมทัพสร้างสีสันกันหน่อยครับ
สิ่งที่ผมสังเกตเห็นและอยากชวนทุกคนมาคุยกันวันนี้ คือการที่ ‘ชัชชาติ’ หาเสียงโค้งสุดท้าย ปลุกคนกรุงใช้สิทธิ 28 มิ.ย. ด้วยวิธีการที่ไม่ธรรมดา เพราะเขามองว่าบรรยากาศการเลือกตั้งที่เงียบเหงาอาจทำให้หลายคนมองข้ามพลังเสียงของตัวเองไป เลยต้องงัดกลยุทธ์ใหม่ๆ ออกมาสร้างแรงกระเพื่อมให้สังคม
‘ชัชชาติ’ หาเสียงโค้งสุดท้าย ปลุกคนกรุงใช้สิทธิ 28 มิ.ย. ด้วยแคมเปญทริปไฟไหม้ 24 ชม.
ทีเด็ดที่น่าสนใจที่สุดเห็นจะเป็นการเปิดตัวแคมเปญ “ทริปไฟไหม้ 24 ชั่วโมง” ซึ่งต้องบอกว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่ผสมผสานไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้ากับเทคโนโลยีได้อย่างลงตัวครับ คือมีการลงพื้นที่มาราธอน 50 เขตยาวๆ ตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึง 6 โมงเย็นอีกวัน แถมยังจัดรายการสไตล์บันเทิงผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งรายการผีและดูดวง ถือเป็นการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายยุค Digital Native ได้อย่างอยู่หมัด
นอกจากจะได้ความบันเทิงแล้ว แคมเปญนี้ยังแฝงการสำรวจชีวิตคนกรุงเทพฯ ช่วงกลางคืนเพื่อต่อยอดนโยบาย “กรุงเทพฯ 24 ชั่วโมง” ที่เน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มไฟ LED 100,000 ดวง หรือการเชื่อมโยงระบบกล้อง CCTV ให้ครอบคลุมทุกจุดเสี่ยง ซึ่งตรงนี้แหละครับคือหัวใจสำคัญที่คนเมืองให้ความสนใจมากที่สุด
ต่อยอดนโยบายต้านโกงและฟื้นฟูเศรษฐกิจ
ถามว่าการทำแคมเปญหวือหวาแบบนี้สรุปแล้วจะได้อะไร? คำตอบคือเป้าหมายระยะยาวครับ เพราะชัชชาติยังคงเน้นย้ำถึงสิ่งที่เขาให้ความสำคัญที่สุดคือ ‘ชัชชาติ’ หาเสียงโค้งสุดท้าย ปลุกคนกรุงใช้สิทธิ 28 มิ.ย. เพื่อสร้างฉันทามติที่แข็งแกร่งในการสานต่อการต้านการทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ซึ่งนี่คือสิ่งที่ชาวกรุงเทพฯ ทุกคนได้รับประโยชน์โดยตรง
มุมมองส่วนตัวและมุมมองเทรนด์: ถ้าเราวิเคราะห์กันตามจริง การหาเสียงยุคนี้เปลี่ยนไปมากครับ การปั่นกระแสผ่านสื่อดิจิทัลคอนเทนต์ 15 วินาทีให้เป็นไวรัลได้นั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของโชคช่วย แต่เป็นการใช้ Data และความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคมาปรับใช้ในการเมือง หากใครอยากเห็น กทม. เปลี่ยนไปในทางที่ทันสมัยขึ้น การออกไปใช้สิทธิในวันอาทิตย์นี้สำคัญอย่างยิ่ง ไม่ใช่แค่เพื่อเลือกตัวแทน แต่เพื่อกำหนดทิศทางเมืองที่เราต้องอยู่ต่อไปอีกหลายปีครับ
อย่าลืมนะครับ พลังเสียงของคุณเปลี่ยนกรุงเทพฯ ได้ เตรียมตัวให้พร้อม 28 มิถุนายนนี้ แล้วไปเจอกันที่หน่วยเลือกตั้งครับ!
