ผู้เขียน: lalika69_admin

ผู้ว่าฯ เชียงราย เร่งสางปมสารหนูปนเปื้อนแม่น้ำกก ชู 4 มาตรการเชิงรุกรับมือสงกรานต์

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้พี่มีข่าวดีจากเชียงรายมาอัปเดตให้ฟังแบบเป็นกันเองเลยนะครับ เรื่องที่หลายคนกำลังกังวลเรื่อง ผู้ว่าฯ เชียงราย เร่งสางปมสารหนูปนเปื้อนแม่น้ำกก ชู 4 มาตรการเชิงรุกรับมือสงกรานต์ นี่แหละครับ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ชูชีพ พงษ์ไชย ไม่ได้นิ่งนอนใจเลยสักนิด เรียกประชุมใหญ่เพื่อรับมือปัญหานี้แบบจริงจัง โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่คนจะแห่มาสาดน้ำกันสนุกสุดเหวี่ยง แม่น้ำกกซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเชียงราย จะได้ปลอดภัยไร้กังวล!

ผู้ว่าฯ เชียงราย เร่งสางปมสารหนูปนเปื้อนแม่น้ำกก ชู 4 มาตรการเชิงรุกรับมือสงกรานต์

เมื่อวานนี้ (25 กุมภาพันธ์) ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ผู้ว่าฯ ชูชีพ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการติดตามคุณภาพน้ำ ร่วมกับ ดร.ศิริวรรณ กันติสินธุ์ และทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) เพื่อต่อยอดข้อมูลจากการตรวจพบสารหนูในประชากรริมแม่น้ำกก พี่ว่ามันเป็นข่าวที่ทั้งน่าห่วงแต่ก็ดีใจที่จังหวัดเคลื่อนไหวเร็วขนาดนี้ เพราะข้อมูลวิทยาศาสตร์ต้องชัดเจนเพื่อลดความตื่นตระหนกของชาวบ้านและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่เชียงรายคึกคักสุดๆ

ผู้ว่าฯ ย้ำชัดเลยครับว่า ไม่ตำหนินักวิจัย แต่จะสนับสนุนเต็มที่เพื่อให้ข้อมูลถูกต้องแม่นยำ ที่ประชุมจึงชู 4 มาตรการเชิงรุกแบบเทคโนโลยีนำร่อง ดังนี้ครับ:

  • 1. พิสูจน์ซ้ำด้วยมาตรฐานสากล: จังหวัดทุ่มงบให้ทีม มฟล. ร่วมกรมควบคุมมลพิษ เก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อมและชีวภาพซ้ำตาม SOP มาตรฐานโลก เป้าหมายยืนยันแหล่งที่มาสารหนูภายใน 2 สัปดาห์ พี่ชอบตรงนี้มาก เพราะเทคโนโลยีตรวจสารหนูสมัยนี้แม่นยำสูง ใช้เครื่อง ICP-MS ได้ผลเร็ว ลดเวลารอผลจากส่วนกลาง
  • 2. ตั้งศูนย์ข้อมูลกลาง (Single Command): สำนักงานจังหวัดเป็นหัวใจประสานข้อมูลทั้งหมด ลดแรงกดดันนักวิจัย และทำให้ข่าวสารสู่ประชาชนเอกภาพถูกต้อง ไม่สับสน เหมือนมีแดชบอร์ดข้อมูลเรียลไทม์ แบบแอปติดตามคุณภาพน้ำเลยครับ สมัยนี้เทคช่วยได้เยอะ!
  • 3. ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์: ผลักดัน มฟล. และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เป็น Reference Lab ระดับพื้นที่ ตรวจโลหะหนักได้รวดเร็วในตัว ไม่ต้องส่งกรุงเทพฯ รอเดือนๆ พี่มองว่านี่คือเทรนด์อนาคต สิ่งแวดล้อม + เทคโนโลยี AI วิเคราะห์ข้อมูล จะทำให้เชียงรายเป็นต้นแบบจังหวัดอัจฉริยะ
  • 4. มาตรการท่องเที่ยวปลอดภัยรับสงกรานต์: จัด Infographic สวยๆ แนะจุดเล่นน้ำปลอดภัยและจุดเฝ้าระวัง เน้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวควบคู่สุขภาพประชาชน สงกรานต์ปีนี้เที่ยวเชียงรายได้ชิลล์ๆ ไม่ต้องกลัวสารพิษ!

นอกจากนี้ ภาคประชาสังคมยังชื่นชมแนวทางนี้มาก บอกว่ามันเป็นมิติใหม่ของความร่วมมือระหว่างปกครอง-วิชาการ แก้ปัญหาต้นเหตุอย่างเหมืองแร่ชายแดนและห่วงโซ่อาหาร พี่ในฐานะคนติดตามข่าวสิ่งแวดล้อมมานาน บอกเลยว่าปัญหาสารหนูในน้ำพบบ่อยในพื้นที่เหมืองเก่า มันสะสมจากดินและน้ำฝนไหลบ่ามา สมัยนี้มีโดรนตรวจน้ำและเซ็นเซอร์ IoT ช่วยได้เยอะ ถ้าเชียงรายอัปเกรด lab จริง จะเป็นข่าวเทคที่น่าติดตามสำหรับสายบันเทิงและ гаджетด้วยนะครับ

ทำไมมาตรการนี้ถึงเจ๋งสำหรับสงกรานต์?

สงกรานต์เชียงรายคือเทศกาลใหญ่ รถติดยาว นักท่องเที่ยวทะลัก แม่น้ำกกเป็นจุดฮอตสำหรับสาดน้ำ ถ้าปล่อยให้ข่าวสารหนูแพร่ คนจะเลิกมา เศรษฐกิจพัง แต่ด้วย 4 มาตรการนี้ จังหวัดแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและใช้เทคโนโลยีนำ อย่าง Infographic ที่ทำด้วย Canva หรือ AI tool สมัยใหม่ ประชาสัมพันธ์ได้ไวแพร่กระจายทางโซเชียล พี่แนะนำเลยว่า ถ้าคุณวางแผนไปเที่ยว อย่าลืมเช็คจุดปลอดภัยก่อน!

ในมุมผู้เชี่ยวชาญ พี่เห็นเทรนด์โลกที่รัฐบาลใช้ Big Data จัดการมลพิษ เช่น สิงคโปร์มีระบบเซ็นเซอร์น้ำเรียลไทม์ เชียงรายกำลังตามทัน ถ้าทำสำเร็จ จะเป็น case study สอนจังหวัดอื่นๆ ได้ สุดท้ายนี้ พี่อยากชวนทุกคนติดตามอัปเดต และถ้าไปเชียงรายสงกรานต์นี้ มาแชร์ประสบการณ์กันในคอมเมนต์นะครับ สุขภาพสำคัญที่สุด ตรวจเลือดสารหนูฟรีได้ที่ รพ. ใกล้บ้านด้วย!

ที่มา – ผู้ว่าฯ เชียงราย เร่งสางปมสารหนูปนเปื้อนแม่น้ำกก ชู 4 มาตรการเชิงรุกรับมือสงกรานต์

กทม. แจ้งเตือนฝุ่น PM2.5 เช้านี้พุ่งเกินมาตรฐาน 6 พื้นที่ ระดับสีส้มเริ่มกระทบสุขภาพ

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ เช้านี้ตื่นมาหายใจไม่สะดวกกันบ้างมั้ยครับ? วันนี้ (26 กุมภาพันธ์) กทม. แจ้งเตือนฝุ่น PM2.5 เช้านี้พุ่งเกินมาตรฐาน 6 พื้นที่ ระดับสีส้มเริ่มกระทบสุขภาพ แล้วนะครับ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครรายงานค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ช่วง 05.00-07.00 น. เฉลี่ยทั้งกทม. อยู่ที่ 31.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานไม่เกิน 37.5 แต่ล่าสุดตอน 07.00 น. ค่าพุ่งสูงขึ้น 23.7 – 40.8 มคก./ลบ.ม. ทำให้ 6 พื้นที่เข้าสู่ระดับสีส้ม ส่งผลกระทบสุขภาพเบื้องต้นแล้วครับ

กทม. แจ้งเตือนฝุ่น PM2.5 เช้านี้พุ่งเกินมาตรฐาน 6 พื้นที่ ระดับสีส้มเริ่มกระทบสุขภาพ พื้นที่ไหนบ้าง?

พื้นที่ที่โดนหนักสุดมีดังนี้ครับ:

  • เขตประเวศ (หน้าห้างซีคอนสแควร์) 40.8 มคก./ลบ.ม.
  • เขตบางรัก (ข้างป้อมตำรวจหน้าลานบางรักเลิฟลี่ พลาซ่า) 40.3 มคก./ลบ.ม.
  • เขตปทุมวัน (หน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์) 40.2 มคก./ลบ.ม.
  • เขตลาดกระบัง (หน้าโรงพยาบาลนคราภิบาล) 39.6 มคก./ลบ.ม.
  • เขตมีนบุรี (สวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ตรงข้ามสำนักงานเขต) 39.6 มคก./ลบ.ม.
  • เขตหลักสี่ (ในสำนักงานเขตหลักสี่) 38.7 มคก./ลบ.ม.

เห็นมั้ยครับ ค่าฝุ่นพุ่งสูงกว่าเมื่อวาน แถมหลายพื้นที่เป็นแถวช็อปปิ้ง ห้างดัง ถ้าจะไปเดินเล่นหรือดูหนังต้องระวังนะ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และคนมีโรคประจำตัว PM2.5 ตัวนี้เล็กจิ๋วแต่ร้ายกาจ สามารถเข้าสู่กระแสเลือด กระตุ้นโรคหอบหืด หัวใจ และมะเร็งปอดได้ จากประสบการณ์ผมที่ติดตามเรื่องอากาศมานาน ปีนี้ฝุ่นหนักตั้งแต่ต้นปีเพราะลมฤดูหนาวพัดมลพิษจากนอกเมืองมาบวกกับรถติดในกทม. ครับ

คำแนะนำจากกทม. ปฏิบัติตัวยังไงให้ปลอดภัย?

กทม. ออกประกาศแจ้งเตือนแล้ว มี tips ดีๆ ดังนี้:

  • ประชาชนทั่วไป: สวมหน้ากาก N95 หรืออนามัยป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งออกนอกบ้าน ลดกิจกรรมกลางแจ้งหนักๆ อย่างวิ่งออกกำลังกาย และเช็คอาการไอ หายใจติดขัด ตาแสบ ถ้ามีให้พักในร่ม
  • กลุ่มเสี่ยง: อยู่แต่ในบ้าน หลีกเลี่ยงออกนอกโดยเด็ดขาด เปิดเครื่องฟอกอากาศ ถ้ามีอาการผิดปกติรีบหาหมอทันที

เทคนิคโปรจากผม: เลือกหน้ากากที่มีวาล์วระบายอากาศ จะหายใจสบายกว่า และถ้าอยู่คอนโด ลองใช้เครื่องฟิลเตอร์ HEPA กรองฝุ่นได้ 99.97% ครับ

เช็คฝุ่นง่ายๆ ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ

ยุคนี้ไม่ต้องเดาสุ่ม! ดาวน์โหลดแอพ AirBKK ฟรีเลยครับ เช็คค่าฝุ่นเรียลไทม์ พยากรณ์ล่วงหน้า เหมือน weather app แต่สำหรับอากาศ หรือเข้า www.airbkk.com, LINE ALERT, FB สำนักสิ่งแวดล้อมกทม. และศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกทม. ถ้าพบควันจากเผาขยะหรือรถเก่าๆ รายงาน Traffy Fondue ได้เลย หน่วยงานจะเคลียร์ไวมาก เหมือนแจ้งปัญหาในแอพพลิเคชั่นทันสมัย

จากเทรนด์ที่ผมเห็น ปีหลังๆ ฝุ่น PM2.5 ในกทม. ทวีความรุนแรงขึ้น 20-30% เพราะ urbanization และ climate change แต่ข่าวดีคือเทคโนโลยีช่วยได้เยอะ เช่น sensor IoT วัดอากาศทั่วเมือง ถ้าเราร่วมมือกันลดใช้รถส่วนตัว ส่งเสริม EV (รถไฟฟ้า) อากาศจะดีขึ้นแน่นอนครับ

CTA: วันนี้ลองดาวน์โหลด AirBKK เช็คก่อนออกบ้าน แล้วแชร์ประสบการณ์คอมเมนต์ด้านล่างเลยนะครับ ช่วยกันดูแลสุขภาพ สู้ๆ!

ที่มา – กทม. แจ้งเตือนฝุ่น PM2.5 เช้านี้พุ่งเกินมาตรฐาน 6 พื้นที่ ระดับสีส้มเริ่มกระทบสุขภาพ

‘คอมพิวต์ เท่ากับ รายได้’: Nvidia Jensen Huang

Nvidia เพิ่งรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสล่าสุดเมื่อวันพุธที่ผ่านมา และตัวเลขที่ออกมานั้นดีเกินคาดจริงๆ ยอดขายส่วนใหญ่กว่า 91% มาจากหน่วยธุรกิจ Data Center ซึ่งทำรายได้ทะลุ 193,737 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 68% จากปีก่อนหน้า สุดยอดไปเลย!

คอมพิวต์ เท่ากับ รายได้: วลีใหม่จาก Jensen Huang

Colette Kress CFO ของ Nvidia กล่าวในการประชุมนักลงทุนว่า “เราขยายธุรกิจ Data Center เกือบ 13 เท่าตั้งแต่ ChatGPT เกิดขึ้นในปีงบประมาณ 2023” แม้จะน่าประทับใจ แต่ก็ไม่แปลกใจมากนัก เพราะการใช้จ่าย AI ทั่วโลกคาดว่าจะพุ่งแตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ในปีนี้ ลูกค้ารายใหญ่ของ Nvidia อย่าง hyperscalers Amazon, Alphabet, Meta และ Microsoft ต่างรายงานตัวเลข Capex สูงเป็นประวัติการณ์

ทั้ง 4 ยักษ์ใหญ่แห่ง AI นี้ประกาศลงทุนรวมเกือบ 700 พันล้านดอลลาร์สำหรับปี 2026 ซึ่งทำให้นักลงทุนหลายคนหวั่นใจ เพราะนักวิเคราะห์จาก Evercore เตือนว่าการ Capex มหาศาลนี้อาจทำให้กระแสเงินสดติดลบ

คอมพิวต์ เท่ากับ รายได้ จะช่วยแก้ปัญหาได้หรือ?

แม้จะทุ่มทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างหนัก แต่ผลตอบแทนยังไม่ชัดเจน นักวิเคราะห์ Goldman Sachs บอกว่า AI ยังไม่ได้ช่วย GDP สหรัฐฯ เลยสักนิดในปี 2025 CEO Jensen Huang จึงใช้เวลาส่วนใหญ่ในการประชุมอธิบายเหตุผล

“ผมมั่นใจว่ากระแสเงินสดของพวกเขาจะเติบโต เพราะเราเห็นจุดเปลี่ยนของ agentic AI ที่มีประโยชน์ในองค์กรทั่วโลก” Huang กล่าว การที่บริษัทนอกวงการเทคนำ AI ไปใช้จริงๆ และเห็นผลด้าน productivity กับ revenue นั้น สำคัญมากสำหรับ Nvidia เพื่อดับกระแสกังวลเรื่องฟองสบู่ AI

  • ผลสำรวจ NBER พบว่า 70% ของบริษัทใช้ AI แต่กว่า 80% ไม่เห็นผลกระทบต่อการจ้างงานหรือ productivity
  • Brad Lightcap COO OpenAI บอก TechCrunch ว่า AI ยังไม่แทรกซึมเข้าสู่กระบวนการธุรกิจองค์กรจริงจัง

บางผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า Claude Cowork จาก Anthropic ที่เปิดตัวเมื่อต้นเดือน จะเป็นจุดเปลี่ยนใหญ่ อาจนำไปสู่การล้มสลายของซอฟต์แวร์หลายบริษัท Huang ยังเอ่ยชื่อ Claude Cowork เป็นพิเศษด้วย

Huang อธิบายทางเทคนิคด้วยวลีใหม่ คอมพิวต์ เท่ากับ รายได้ ซึ่งเขาพูดซ้ำๆ ตลอดการประชุม Tokens หรือชิ้นส่วนข้อมูลที่โมเดล AI ประมวลผล คือหัวใจของเศรษฐกิจ AI ใหม่ ยิ่งโมเดลซับซ้อน ยิ่งต้องการคอมพิวต์มากขึ้นแบบทวีคูณ การลงทุน Capex จะสร้างความสามารถนี้ สู่โมเดลขั้นสูงและรายได้

“โลกต้องการ token generation มากกว่า 700 พันล้านดอลลาร์ ทุกบริษัทพึ่งพาซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์จะพึ่ง AI ดังนั้นทุกบริษัทจะผลิต tokens หาก tokens ถูก monetize การลงทุน Data Center จะขับเคลื่อนรายได้โดยตรง” Huang กล่าว

แต่ตลาดยังไม่ค่อย buy in หุ้น Nvidia ขึ้นตอนแรกหลังรายงาน แต่หลัง call กลับลงเหลือไม่ถึง 1% แม้ revenue เกินคาด

Huang ยังเคลียร์ข่าวลือทะเลาะ OpenAI จากการลงทุน 100 พันล้านดอลลาร์ที่ล่าช้า และข่าว Huang Criticize OpenAI กับปัญหาชิปช้า “เรายังทำงานร่วมกับ OpenAI เพื่อ partnership และใกล้สำเร็จแล้ว” แต่ยังไม่รับประกันดีลเสร็จ

อีกประเด็นคือจีน Nvidia ได้รับอนุมัติส่ง H200 ชิปจำนวนน้อยจากรัฐบาล Trump แต่ไม่รู้จะนำเข้าได้จริงไหม และไม่รวมในคาดการณ์รายได้ปีนี้

สุดท้าย คอมพิวต์ เท่ากับ รายได้ จะเป็นจริงหรือไม่? ถ้า enterprises เห็นผลจริง Nvidia จะยิ่งครองตลาด AI แต่ถ้ายัง bubble ก็เสี่ยง คุณคิดเห็นอย่างไร ลองคอมเมนต์บอกเราสิ! ติดตามข่าวเทคและ AI เพิ่มเติมที่นี่นะ

ที่มา – ‘Compute Equals Revenues’: Nvidia Needs Jensen Huang’s New Catchphrase to Be True

ข่าวดีและข่าวร้าย จันทรุปราคาเต็มดวงสัปดาห์หน้า

สวัสดีเพื่อนๆ นักดูดาวทุกท่าน! ข่าวดีและข่าวร้าย จันทรุปราคาเต็มดวงสัปดาห์หน้า กำลังมาเยือนแล้วนะ ในวันที่ 3 มีนาคม 2026 ผู้ที่อยู่ในอเมริกาเหนือ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และเอเชียตะวันออก จะได้เห็นปรากฏการณ์สุดพิเศษ เมื่อดวงจันทร์เต็มดวงเข้าสู่เงามืดของโลก และเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดน่าขนลุก!

ข่าวดีและข่าวร้าย จันทรุปราคาเต็มดวงสัปดาห์หน้า

มาดูกันก่อนว่าทำไมถึงเรียกว่าจันทรุปราคาเต็มดวงสัปดาห์หน้า แบบนี้ถึงน่าตื่นเต้น แสงอาทิตย์ที่กรองผ่านชั้นบรรยากาศของโลกจะทำให้ดวงจันทร์ส่องประกายด้วยสีส้มแดงเข้ม เหมือนดวงจันทร์เลือด (Blood Moon) เลยล่ะ นี่คือจันทรุปราคาเต็มดวงครั้งสุดท้ายที่จะเห็นได้ในอเมริกาเหนือ ก่อนที่จะรอไปอีกเกือบ 3 ปี จนถึงธันวาคม 2028!

แต่ก็มีข่าวร้ายนิดหน่อยสำหรับบางพื้นที่ โดยเฉพาะทางชายฝั่งตะวันออกของอเมริกาเหนือ เพราะช่วง totality หรือช่วงที่จันทร์เข้าสู่เงามืดเต็มดวง จะตรงกับเวลาก่อนรุ่งสาง ทำให้ท้องฟ้ามีแสงสว่างเกินไป ไม่ค่อยเห็นสีแดงชัดเจน และดวงจันทร์จะลับขอบฟ้าไปก่อนที่จะถึงจุดสูงสุดซะด้วย สถานการณ์คล้ายๆ กันในอเมริกาใต้ทางตะวันตก

ตารางเวลาจันทรุปราคาเต็มดวงสัปดาห์หน้า

ตามข้อมูลจาก นาซ่า เวลาตามเขตเวลา ET (Eastern Time):

  • ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงา: 3:44 น.
  • เริ่มจันทรุปราคาแบบบางส่วน: 4:50 น. (ดูเหมือนดวงจันทร์ถูกกัดกินข้างหนึ่ง)
  • เริ่ม totality (เต็มดวง): 6:04 น. นานประมาณ 1 ชั่วโมง (นี่แหละช่วงสีแดงเลือด!)

สำหรับเอเชียตะวันออกและออสเตรเลีย จะเห็นในช่วงเย็น ส่วนแปซิฟิกทั้งคืน แต่ในอเมริกากลางและใต้ตอนเช้ามืด นอกจากนี้ ยังมีจันทรุปราคาแบบบางส่วนในเอเชียกลางและบางส่วนของอเมริกาใต้ด้วย

จันทรุปราคาเต็มดวงสัปดาห์หน้าดูยังไงให้สนุก?

ข่าวดีสุดๆ คือไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ! ดูด้วยตาเปล่าได้เลย แนะนำไปที่ที่มืดสนิท ห่างจากแสงเมือง ให้ตาปรับตัวกับความมืดสัก 20-30 นาที ช่วงนั้นดวงจันทร์จะอยู่ในกลุ่มดาวสิงห์ (Leo) และเพราะแสงจันทร์หรี่ลง คุณจะเห็นดาวและกลุ่มดาวอื่นๆ ชัดเจนยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากฝึกดูดาว

เคล็ดลับเพิ่มเติม: ถ้าอยากถ่ายรูป ใช้ขาตั้งกล้องและเลนส์กว้าง เปิด ISO สูงหน่อย หรือใช้กล้องโทรศัพท์ก็ได้ ถ้าสภาพอากาศดี รับรองได้ภาพสวยๆ แชร์ソーเชียลแน่นอน แต่เช็คพยากรณ์อากาศล่วงหน้านะ!

ทำไมดวงจันทร์ถึงกลายเป็นสีแดง? เพราะแสงแดดถูกกรองโดยฝุ่นและโมเลกุลในบรรยากาศโลก (เรียกว่า Rayleigh scattering) แสงสีน้ำเงินกระเจิงไป เหลือแต่สีแดงส้มส่องถึงจันทร์ เหมือนพระอาทิตย์ตกแต่ย่อส่วน!

จันทรุปราคาครั้งต่อไป

หลังจากข่าวดีและข่าวร้าย จันทรุปราคาเต็มดวงสัปดาห์หน้า ครั้งนี้ ครั้งต่อไปคือปลายปี 2028 วันสิ้นปีเลย! ตามด้วย 26 มิถนาคม 2029 และ 20 ธันวาคม 2029 จะมีติดๆ กัน 3 ครั้ง สนุกแน่!

ถึงจะมีอุปสรรคบ้าง แต่ปรากฏการณ์นี้ห้ามพลาดเด็ดขาด! เตรียมตัวตั้งนาฬิกาปลุก ไปดูดวงจันทร์สีแดงเลือดด้วยกัน แล้วแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างนะ ใครดูได้บ้าง? หรือถ้าดูไม่ได้ ก็รอภาพสวยๆ จากทั่วโลกได้เลย!

ที่มา – The Good—and Bad—News About Next Week’s Total Lunar Eclipse

อดีตพนักงาน Revolut ขู่เรียกไถ่คริปโต

กรณีอดีตพนักงาน Revolut ขู่เรียกไถ่คริปโตจากลูกค้ากำลังเป็นข่าวใหญ่ในวงการคริปโต เมื่อ TraderSZ เทรดเดอร์คริปโตชื่อดังออกมาแฉว่าอดีตพนักงานของ Revolut แอปฟินเทคยอดนิยม ได้ขุดข้อมูลส่วนตัวของเขาจากระบบภายใน แล้วติดต่อญาติที่ใช้แอปเดียวกันเพื่อขู่ว่าจะเปิดเผยข้อมูล KYC และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ เว้นแต่จะจ่ายค่าไถ่เป็นคริปโต TraderSZ ยังแชร์ภาพหน้าจอข้อความและการสนทนากับฝ่ายสนับสนุนของ Revolut อีกด้วย

อดีตพนักงาน Revolut ขู่เรียกไถ่คริปโต: รายละเอียดเหตุการณ์

Revolut ยืนยันเหตุการณ์นี้กับสื่อคริปโตอย่าง Cointelegraph และแจ้งความอดีตพนักงานคนนี้ให้ตำรวจแล้ว ผู้แทนบริษัทระบุว่า “เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการกระทำที่ผิดกฎหมายของบุคคลภายนอกซึ่งเป็นอดีตพนักงาน” แม้ Revolut จะยืนยันว่าระบบไม่ถูกเจาะ แต่การที่อดีตพนักงานคนเดียวเข้าถึงข้อมูลลูกค้าได้ง่าย แสดงให้เห็นปัญหาหลักของระบบศูนย์กลาง

Nick Szabo นักปรัชญาคริปโตชื่อดังเคยเตือนในบทความ “Trusted Third Parties Are Security Holes” ว่าการฝากข้อมูลส่วนตัวหรือกุญแจลับไว้กับตัวกลางศูนย์กลางคือจุดอ่อนด้านความปลอดภัย ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ Bitcoin และบล็อกเชนถูกสร้างขึ้นเพื่อกระจายความเสี่ยงไปยังผู้ใช้แต่ละคน

ความเสี่ยงจาก KYC ในกรณีอดีตพนักงาน Revolut ขู่เรียกไถ่คริปโต

กฎระเบียบ AML/KYC บังคับให้บริษัทเก็บข้อมูลอย่างพาสปอร์ต ที่อยู่ ประวัติธุรกรรม และชีวมาตร เพื่อป้องกันการฟอกเงิน แต่ Ronald Pol นักวิจัยจาก La Trobe University พบว่า KYC จับเงินผิดกฎหมายได้ต่ำกว่า 0.1% เท่านั้น ค่าใช้จ่ายทั่วโลกเกิน 200 พันล้านดอลลาร์ต่อปี แต่กู้คืนได้น้อยกว่า 2% ใน EU และ 0.2% ในสหรัฐฯ

Grafton Clark จาก Vexl โพสต์ข้อมูลบน X ว่าการลิงก์ตัวตนจริงกับคริปโตทำให้ผู้ใช้กลายเป็นเป้าหมายการโจมตีทางกายภาพ “พวกเขาไม่ได้ถูกโจมตีเพราะ Bitcoin แต่เพราะ KYC ลิงก์ตัวตนกับสินทรัพย์”

รายงานจาก Gart พบการโจมตีทางกายภาพที่เกี่ยวข้องกับคริปโต 305 เคสตั้งแต่ 2014-2026 โดย 2025 มี 76 เคส และ 2026 อาจเกินนั้น ตัวอย่างเช่น วัยรุ่นในแอริโซนาแสร้งเป็นคนส่งของ ใช้เทปกาวรัดเหยื่อเพื่อขโมยคริปโต 66 ล้านดอลลาร์ หรือในซานฟรานซิสโก ขโมย 11 ล้านดอลลาร์แบบเดียวกัน

  • ข้อมูลรั่วไหลจาก Coinbase: พนักงานรับสินบนขายข้อมูลลูกค้า
  • เจ้าหน้าที่ภาษีฝรั่งเศสขายข้อมูลนักลงทุนคริปโต
  • Ledger ถูกแฮกข้อมูลลูกค้า 272,000 ราย

แม้ DeFi จะถูกมองเป็นทางแก้ แต่ก็มีบั๊กและการแทรกแซงศูนย์กลางหลายครั้ง Bitcoin ยังคงเป็นตัวเลือกที่มั่นคงสำหรับผู้ที่พร้อมรับผิดชอบ self-custody เอง

ปัญหานี้ต้องการการแก้ไขทั้งทางเทคโนโลยี กฎหมาย และจริยธรรม เพื่อปกป้องผู้ใช้คริปโต คุณควรพิจารณา self-custody และหลีกเลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวโดยไม่จำเป็น แบ่งปันประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – Revolut Ex-Employee Allegedly Tried to Extort a Customer for Crypto Ransom

ชายเดิมพันเงินทั้งชีวิตต้านอีลอน มัสก์ ชนะ

หากคุณต้องวางเดิมพันเงินทั้งชีวิตของคุณในเรื่องเดียว คุณจะเลือกอะไร? ตามรายงานของ Wall Street Journal ชายวัย 37 ปี นักเศรษฐศาสตร์ด้านภาษีชื่อ Alan Cole ได้เลือกเดิมพันเงินทั้งชีวิตต้านอีลอน มัสก์ โดยพนันว่าการใช้จ่ายของรัฐบาลกลางสหรัฐจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อไปจนถึงปี 2025 แม้ว่าภาคส่วน Department of Government Efficiency (DOGE) ที่อีลอน มัสก์รับผิดชอบจะสัญญาว่าจะลดงบประมาณและตัดการใช้จ่ายก็ตาม

สำหรับคนที่ไม่แปลกใจนัก นอกจากกลุ่มคนที่แพ้พนันฝั่งตรงข้ามในตลาดทำนาย Kalshi แล้ว Cole ตอนนี้ร่ำรวยกว่าปีที่แล้วที่เขาเริ่มวางเดิมพันครั้งแรก

ชายเดิมพันเงินทั้งชีวิตต้านอีลอน มัสก์ ชนะ

ตามรายงาน WSJ Cole ทุ่มเงินรวม 342,195.63 ดอลลาร์สหรัฐลงในหลายการทำนายที่มาจากสมมติฐานเดียวกัน: รัฐบาลกลางจะยังคงใช้จ่ายต่อไป แม้ทรัมป์สัญญาจะสมดุลงบประมาณ และมัสก์รณรงค์ต่อต้าน “การฉ้อโกง” และ “การใช้จ่ายสิ้นเปลือง” (ที่ในที่สุดกลายเป็นการตัดโปรแกรมที่เขาไม่ชอบ) เมื่อการเดิมพันคลี่คลายในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ หลังสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ (Bureau of Economic Analysis) เผยตัวเลขสุดท้ายประจำปี Cole ถือตำแหน่งกว่า 3% ของตลาดการใช้จ่ายรัฐบาลทั้งหมดใน Kalshi

เขาขายชิปได้รวม 470,300 ดอลลาร์ กำไรสุทธิเกิน 128,000 ดอลลาร์ หรือ 37% ฟังดูอาจไม่มากสำหรับการล็อกเงินทั้งชีวิตไว้นานกว่าปี แต่ Cole แยกความเสี่ยงไปหลายเดิมพัน จนแทบรับประกันตัวเองว่าจะไม่ขาดทุน เว้นแต่รัฐบาลลดการใช้จ่ายลง 50 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสุดท้ายเพิ่มขึ้นราว 300 พันล้านดอลลาร์ ทำให้เขามีช่องว่างเหลือเฟือ

ชายเดิมพันเงินทั้งชีวิตต้านอีลอน มัสก์ ชนะเพราะทำไม?

สิ่งที่น่าสนใจของการเดิมพันของ Cole ไม่ใช่แค่การต่อต้านมัสก์หรือคำพูดโวหารของเขา แต่เป็นการคำนวณง่ายๆ: ประกันสังคม เมดิแคร์ และกองทัพกินงบส่วนใหญ่ของรัฐบาล การตัดสัญญาและพนักงานของ DOGE แทบไม่กระทบ แฟนคลับมัสก์ที่เดิมพันฝั่งตรงข้าม คิดว่านักธุรกิจรวยที่สุดในโลกจะกำจัด “ของเสีย” จนพลิกหนี้สาธารณะ แต่พวกเขากลับได้แค่รางวัล “หลงกลอีกแล้ว” โดยไม่มีกำไร

การเดิมพันต้านแฟนคลับมัสก์กลายเป็นวิธีหาเงินฟรีในตลาดทำนาย รายงานNBC Newsช่วงต้นปีชี้ว่า “วาฬ” ในตลาดทำนายหลายคนหันมาเดิมพันต้านมัสก์เพราะมักมีกลุ่มคนทุ่มให้เขาทำตามสัญญา ซึ่งเขามักไม่ทำ โดยเฉพาะตามเดดไลน์ที่ตั้งเอง

  • ตลาดทำนายอย่าง Kalshi และ Polymarket กำลังมาแรงสำหรับนักลงทุนที่ชอบความเสี่ยง
  • การใช้จ่ายรัฐบาลสหรัฐยังคงพุ่ง แม้ DOGE พยายามตัดงบ
  • คำนวณความเสี่ยงดีๆ อย่าง Cole สามารถทำกำไรได้แม้เดิมพันใหญ่
  • แฟนมัสก์มัก over-optimistic ทำให้ฝั่งตรงข้ามได้เปรียบ

นี่คือเคล็ดลับที่เก็บไว้ในกระเป๋า: ถ้าตลาดตก คุณมักได้ผลตอบแทนแน่นอนโดยไปฝั่งตรงข้ามสิ่งที่แฟนอีลอนเชื่อเสมอ

บทเรียนจากชายเดิมพันเงินทั้งชีวิตต้านอีลอน มัสก์ ชนะคือ อย่าหลงเชื่อคำสัญญาใหญ่โต ศึกษาข้อมูลจริงและกระจายความเสี่ยง ลองเข้ามาเล่นตลาดทำนายดู คุณอาจเป็นคนถัดไปที่ชนะใหญ่! คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้ คอมเมนต์บอกเราหน่อย

ที่มา – Guy Bets Entire Life Savings Against Elon Musk, Wins

เทสลายมือสองแพงขึ้น EV อื่นถูกลง

ถ้าคุณกำลังคิดว่าจะซื้อเทสลายมือสองแล้วได้ราคาดีกว่ารถใหม่ คิดใหม่ได้เลยนะ เพราะตอนนี้ เทสลายมือสองแพงขึ้น EV อื่นถูกลง แล้ว!

เทสลายมือสองแพงขึ้น EV อื่นถูกลง

จากรายงานของ iSeeCars ที่ติดตามราคารถใหม่และมือสอง พบว่าราคาเทสลายมือสองเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 4.3% จาก 30,000 ดอลลาร์ เหลือ 31,329 ดอลลาร์ในปีนี้ หลังจากโบนัสภาษี EV สิ้นสุดเมื่อ 30 ก.ย. 2025

สำหรับ Model 3 อายุ 1-5 ปี ราคาขึ้น 2.6% Model Y ขึ้น 1.3% แต่ Model X พุ่งสูงสุด 10.3% เป็นกว่า 57,000 ดอลลาร์ ส่วน Model S ขึ้น 8.5% เป็น 51,000 ดอลลาร์ Tesla ประกาศเลิกผลิต Model S และ X กลางปีนี้ เพื่อ腾ที่โรงงาน Fremont ผลิตหุ่นยนต์ Optimus

ทำไมเทสลายมือสองแพงขึ้น EV อื่นถูกลง?

ในทางตรงกันข้าม EV ยี่ห้ออื่นราคาถูกลงเยอะ Ford Mustang Mach-E และ Volkswagen ID.4 ราคาลดอย่างน้อย 5% Hyundai Kona Electric ถูกสุด น้อยกว่า 20,000 ดอลลาร์ ตลาด EV มือสองทั้งหมดราคาตก 20% ลบกำไรที่ได้ก่อนสิ้นสุดโบนัส

ผู้ซื้อ EV มือสองเคยได้โบนัสจากรัฐบาลสหรัฐฯ สูงสุด 4,000 ดอลลาร์ บวกโปรโมชันรัฐอื่นๆ หลัง 30 ก.ย. ยอดขาย EV ใหม่และมือสองร่วงหนัก ราคา EV ใหม่ตก 2.3% โดยเฉพาะ Chevrolet Equinox EV และ Hyundai Ioniq 5 ที่ปรับราคาเพื่อชดเชย

Karl Brauer นักวิเคราะห์ iSeeCars กล่าวว่า “การสูญเสียโบนัส EV ทำให้ต้องลดราคาส่วนใหญ่ รถแพงๆ อย่างเทสลาขายดีในกลุ่มที่ไม่สนราคา แต่สำหรับ EV ทั่วไป โบนัสสำคัญมาก และลดราคาชดเชยแล้ว”

ปี 2026 อาจเป็นปีแปลกๆ สำหรับ EV เศรษฐกิจไม่แน่นอน ผู้ซื้อหลายคนรอโมเดลใหม่จาก Ford และ Slate Auto ที่จะมาในปีหน้า รวมถึง EV อายุ 2-3 ปี โดยเฉพาะเทสลา ที่จะออกมาเยอะช่วงครึ่งหลังปีนี้

เปรียบเทียบ รถน้ำมันและไฮบริดใหม่เฉลี่ย 47,000 ดอลลาร์ ไม่มีคันไหนถูกกว่า 20,000 ดอลลาร์แล้ว ทำให้ EV มือสองน่าสนใจ แต่เทสลายังแพงนำ

  • เทสลา Model X: +10.3% > $57,000
  • Model S: +8.5% = $51,000
  • EV อื่น: Mach-E, ID.4 ลง 5%+
  • Kona Electric: < $20,000

สถานการณ์ เทสลายมือสองแพงขึ้น EV อื่นถูกลง นี้ สะท้อนว่ายี่ห้อเทสลายังครองตลาดมือสองได้ดี แม้จะเลิกผลิตบางรุ่น ผู้บริโภคยังนิยมแบรนด์นี้ แต่ EV คู่แข่งใช้กลยุทธ์ลดราคาเพื่อชิงตลาด

ถ้าคุณกำลังมองหารถ EV ลองเช็คราคามือสอง EV อื่นๆ ก่อน เพราะตอนนี้ถูกกว่ามาก คุณสนใจรุ่นไหนมากที่สุด? คอมเมนต์บอกเราด้านล่างเลย แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนที่กำลังหารถ EV นะ!

ที่มา – Used Teslas Are Getting More Expensive While Other EVs Get Cheaper

ทำไมส่วนนี้ของแอนตาร์กติกาไหลเลือดแดง

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมส่วนนี้ของแอนตาร์กติกาไหลเลือดแดง? มันคือปรากฏการณ์ Blood Falls ที่น่าทึ่งในแอนตาร์กติกา ซึ่งดูเหมือนเลือดไหลจากธารน้ำแข็ง แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลือดนะครับ! วันนี้เราจะมาคุยกันแบบเป็นกันเองเกี่ยวกับปริศนาสุดลึกลับนี้ที่นักวิทยาศาสตร์เพิ่งไขได้บางส่วน

ทำไมส่วนนี้ของแอนตาร์กติกาไหลเลือดแดง

ย้อนกลับไปปี 1911 นักธรณีวิทยาชาวออสเตรเลีย Thomas Griffith Taylor ค้นพบ Blood Falls ซึ่งเป็นกระแสน้ำเค็มสีแดงเลือดไหลซึมออกจากปลายแอนตาร์กติกาตะวันออก นักวิจัยยืนยันแล้วว่าสีแดงมาจากเหล็กออกไซด์ แต่ยังงงว่ามันมาจากไหนและเกิดขึ้นยังไง จนกระทั่งงานวิจัยใหม่ล่าสุดเสนอคำตอบที่ชัดเจนขึ้น

ในบทความล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Antarctic Science นักวิจัยเสนอว่าสีแดงของ Blood Falls เกิดจากความผันผวนของแรงดันใต้ธารน้ำแข็งใกล้เคียง น้ำหนักมหาศาลของธารน้ำแข็งกดทับน้ำเค็มด้านล่าง ทำให้เกิดการระเบิดของน้ำทะเลและแร่ธาตุไหลออกมาจากรอยแตก เมื่อเหล็กสัมผัสอากาศแล้วเกิดออกซิเดชัน ก็กลายเป็นสีแดงสนิมนั่นเอง ลองนึกภาพดูสิครับ ธรรมชาติสุดลึกลับ!

การค้นพบ Blood Falls และความสำคัญทางวิทยาศาสตร์

Blood Falls ตั้งอยู่ใน McMurdo Dry Valleys ซึ่งเป็นพื้นที่แห้งแล้งไร้หิมะ มีทะเลสาบน้ำแข็งหลายแห่งที่มีองค์ประกอบเคมีต่างกัน ทำให้เป็นจุดสำคัญสำหรับนักวิทยาศาสตร์ที่อยากเข้าใจวิวัฒนาการทางธรณีวิทยาของแอนตาร์กติกา น้ำสีแดงนี้ไหลจากขอบ Taylor Glacier ลงสู่ Lake Bonney ซึ่งเป็นทะเลสาบเค็มปกคลุมด้วยน้ำแข็งถาวร

การสำรวจแอนตาร์กติกาไม่ง่ายเลยครับ ผลวิจัยเกี่ยวกับ Blood Falls จึงค่อยๆ คืบหน้า ช่วงกลางทศวรรษ 1960 นักวิจัย ยืนยันครั้งแรก ว่าสีแดงมาจากเกลือเหล็กหรือ ferric hydroxide ที่เปื้อนน้ำแข็ง

ต่อมาในปี 2003 นักวิทยาศาสตร์จาก Ohio State University วิเคราะห์ตัวอย่าง เป็นเวลา 10 ปี พบว่าเกลือเหล่านี้น่าจะมาจากทะเลสาบโบราณที่แห้งกรังและติดอยู่ใต้ Taylor Glacier หกปีถัดมา ทีมอีกกลุ่ม ค้นพบ สิ่งมีชีวิตจุลินทรีย์ถึง 17 ชนิดในน้ำตัวอย่าง แสดงว่ามีระบบนิเวศซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านสีแดงสนิมนี้

การศึกษาล่าสุดเริ่มจากปี 2018 โดยมี Peter T. Doran นักธรณีวิทยาจาก Louisiana State University เป็นหัวหน้าทีม พวกเขาพบว่าน้ำไหลใต้ธารน้ำแข็งในพื้นที่ซับซ้อนและกว้างขวางกว่าที่คิด ใช้ข้อมูล GPS สร้างไทม์แลปส์ของอุณหภูมิ ความลึก และการเปลี่ยนแปลงของน้ำแข็ง พบว่าความผิดปกติของอุณหภูมิส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของ Taylor Glacier ซึ่งสัมพันธ์กับความลึกและความหนาแน่นของน้ำเค็ม

น่าทึ่งตรงที่ แรงกดจากธารน้ำแข็งลงสู่ brine ใต้ธาร ทำให้เกิดการพ่นน้ำแรงดันเป็นระยะๆ พร้อมกับรบกวนการเคลื่อนไหวของธารน้ำแข็งเล็กน้อย ผลการศึกษานี้เน้นย้ำถึง “ความสัมพันธ์แนบแน่นระหว่างพลวัตของธารน้ำแข็ง ไฮโดรโลจีใต้ธาร และกระบวนการระบบนิเวศใน McMurdo Dry Valleys” ตามที่นักวิจัยระบุ

  • ปี 1911: ค้นพบ Blood Falls โดย Thomas Griffith Taylor
  • 1960s: ยืนยันสีแดงจากเหล็กออกไซด์
  • 2003: พบแหล่งกำเนิดจากทะเลสาบโบราณ
  • 2009: ค้นพบจุลินทรีย์ 17 ชนิด
  • 2018-ปัจจุบัน: ทฤษฎีแรงดันและการไหลใต้ธาร

แม้ปริศนาหลักจะคลี่คลาย แต่ยังไม่รู้ว่าปรากฏการณ์นี้จะเปลี่ยนแปลงอย่างไรจาก ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่รุนแรงขึ้น ต้องติดตามต่อไปครับ

ปรากฏการณ์ทำไมส่วนนี้ของแอนตาร์กติกาไหลเลือดแดงนี้แสดงให้เห็นว่าโลกเรายังมีสิ่งมหัศจรรย์ซ่อนอยู่อีกมาก คุณล่ะคิดเห็นอย่างไร? ลองแชร์ในคอมเมนต์และติดตามบทความวิทยาศาสตร์สนุกๆ เพิ่มเติมได้เลย!

ที่มา – Why This Part of Antarctica Bleeds Blood Red

อัปเดตสดจาก Samsung Galaxy Unpacked 2026

ใกล้เข้ามาแล้ว! ในอีกไม่กี่วัน Samsung จะจัดงาน Galaxy Unpacked 2026 ที่ซานฟรานซิสโก ศูนย์กลางของ AI เริ่มเวลา 1 ทุ่มตามเวลา ET หรือ 10 โมงเช้าตามเวลา PT ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ เราจะได้เห็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดในซีรีส์ Galaxy S26 ทั้ง S26, S26+ และ S26 Ultra ที่คาดว่าจะมาพร้อมกล้องสุดยอดของ Samsung และ S Pen เช่นเคย

อัปเดตสดจาก Samsung Galaxy Unpacked 2026

จุดเด่นที่ทุกคนรอคอยคือฟีเจอร์ Galaxy AI ใหม่ๆ โดยเฉพาะ generative AI สำหรับรูปภาพ และที่ตื่นเต้นสุดคือ “Privacy Display” ที่ช่วยทำให้หน้าจอดำบางส่วนหรือทั้งหมด มองจากมุมเฉียงๆ จะมองไม่เห็น เหมาะสำหรับคนกลัวคนแอบดู! นอกจากนี้ยังมีหูฟังไร้สายรุ่นใหม่ Galaxy Buds 4 และ Buds 4 Pro ที่หลุดสเปกมานาน คู่แข่ง AirPods 4 with ANC และ AirPods Pro 3 โดยตรง

Gizmodo จะรายงานสดทุกอย่างจากงาน รวมถึงเซอร์ไพรส์อย่างแว่น Android XR จาก Samsung และ Google หรือเปล่า? แต่ช่วงก่อนงาน Samsung โพสต์วิดีโอโชว์ AI ที่ดูงงๆ เช่น เปลี่ยนรูปหมาเป็นสติ๊กเกอร์การ์ตูน หรือใส่ UFO ในรูป แต่หวังว่าจะไม่ใช้ AI ปลอมๆ ในงานจริงนะ

อัปเดตสดจาก Samsung Galaxy Unpacked 2026: Privacy Display สุดล้ำ

จากลีคของ Ice Universe บน X Privacy Display ของ S26 Ultra จะทำให้หน้าจอดำตามมุมมอง ป้องกันคนแอบดูแจ้งเตือนหรือหน้าจอทั้งหมด คาดว่ารุ่น Ultra เท่านั้นที่ได้ก่อน ส่วนรุ่นธรรมดาอาจตามทีหลัง นี่คือเหตุผลเดียวที่ทำให้ S26 น่าตื่นเต้น!

น่าเสียดายที่พายุหิมะถล่ม Northeast ส่งผลให้เที่ยวบินยกเลิก ทีมงานบางคนติดอยู่ใน NYC แต่ Adriano Contreras อยู่แคลิฟอร์เนียแล้ว จะมีมือถือ S26 ให้ดูสดๆ

Galaxy Buds 4 Pro คาดเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ ลืมเจ้าใบมีดมุมแหลมไปได้ แต่คงไม่มีฟีเจอร์สุขภาพอย่างวัดหัวใจแบบ AirPods Pro 3 น่าเสียดาย และไม่มี S26 Edge แล้ว เพราะ S25 Edge ขายไม่ออก เหมือน iPhone Air ของ Apple

S26 ซีรีส์จะอัปเกรดน้อยจาก S25 กล้อง หน้าจอ ชิป ประสิทธิภาพดีขึ้นนิดหน่อย แต่ S25 Ultra ยังเจ๋งอยู่ ไม่มีอะไรปฏิวัติเหมือนสมัยก่อนๆ ที่เปลี่ยนโลกทุกปี

  • Galaxy S26: หน้าจอ 6.2 นิ้ว, แบตอึด
  • S26+: 6.7 นิ้ว, กล้องดีขึ้น
  • S26 Ultra: กล้องซูมสุดโหด, S Pen, Privacy Display

ติดตาม อัปเดตสดจาก Samsung Galaxy Unpacked 2026 กับเราเพื่อไม่พลาดข่าวล่าสุด! ถ้าคุณกำลังมองหาโทรศัพท์ใหม่ Galaxy S26 อาจตอบโจทย์ด้วย AI และความเป็นส่วนตัวสุดล้ำ

ความเห็นส่วนตัว: Privacy Display นี่แหละที่จะทำให้ S26 Ultra แตกต่างจริงๆ ในยุคที่ความเป็นส่วนตัวสำคัญขนาดนี้ Samsung ฉลาดมากที่ใส่มา อย่าลืมเช็ค Samsung.com เพื่อดูงานสด

ที่มา – Live Updates From Samsung Galaxy Unpacked 2026 🔴