ผู้เขียน: lalika69_admin

พนักงาน Live Nation แทบรู้สึกผิดเอาเปรียบลูกค้าโง่

ทุกครั้งที่มีบริษัทที่คนทั้งโลกเกลียดกันจนกลายเป็นกิจกรรมรวมใจลูกค้า Ticketmaster คือหนึ่งในนั้น ด้วยค่าธรรมเนียมแฝงที่มองไม่เห็น การสมรู้ร่วมคิดกับพ่อค้าหัวโต และพฤติกรรมต่อต้านการแข่งขันที่ทำให้โดนฟ้องศาลมา 30 ปีแล้ว แต่ประสบการณ์ลูกค้าถึงจุดต่ำสุดเมื่อรวมกับ Live Nation ในปี 2009

การรวมตัวที่เป็นปีศาจและผูกขาดนี้ จะไม่มีวันเกิดขึ้นในประเทศที่มีการกำกับดูแลจริงๆ บริษัทใหม่ (Live Nation Entertainment) ควบคุมทั้งสถานที่และขายตั๋ว แฟนคอนเสิร์ตไม่มีทางเลือกนอกจากจ่ายค่าธรรมเนียมแพงลิบของ Ticketmaster/Live Nation หรือพลาดศิลปินโปรด

พนักงาน Live Nation แทบรู้สึกผิดเอาเปรียบลูกค้าโง่

แน่นอนว่าพฤติกรรมสกปรกนี้ นำไปสู่คดีผูกขาด DOJ ฟ้อง Live Nation ในปี 2024 ร่วมกับ 30 รัฐ กล่าวหาว่าควบคุม 80% การขายตั๋วหลัก สร้างข้อตกลงโปรโมตพิเศษและสัญญายาวกับสถานที่ สัปดาห์ก่อน ตกลงกันได้ รอศาลอนุมัติ เงื่อนไขแปลกๆ ไม่แยกบริษัท ไม่เปลี่ยนธุรกิจหลัก แค่อนุญาตให้สถานที่ใช้ระบบตั๋วหลายตัว และไม่บังคับศิลปินใช้โปรโมตเพื่อเล่นใน amphitheater ของเขา โชคดีที่อัยการรัฐบางแห่งจะ สู้ต่อ เริ่ม 16 มี.ค.

เพราะ settlement แย่ต่อแฟนและศิลปิน ข่าวใหม่จากอัยการกลางจุดประกายความเกลียดชังอีกครั้ง ข้อความ Slack 2021-2023 สองพนักงานตั๋วภูมิภาค Ben Baker และ Jeff Weinhold คุยกันโอ้อวดวิธีฉีกเงินลูกค้าที่เรียกว่า “so stupid” หรือลูกค้าโง่

ข้อความสุดช็อกจากพนักงาน Live Nation

“Robbing them blind baby. That’s how we do” เขียน Baker “I almost feel bad taking advantage of them” หรือ แทบรู้สึกผิดเอาเปรียบพวกมัน

  • Baker ยอมรับ gouged แฟนบน ancillary prices เพื่อชดเชยราคาตั๋วฐานที่ขึ้น
  • Weinhold ชอบ “preferred seating baby” หลอกล่อที่นั่งพิเศษ
  • ทั้งคู่หัวเราะเยาะลูกค้าที่จ่ายแพงโดยไม่รู้ตัว

Live Nation แถลงว่าเป็นแค่ junior staff ไม่สะท้อนค่านิยม แต่สำหรับใครใช้บริการ มันคือตัวแทนจริงๆ โดนฟ้องแบบนี้ตั้งแต่ merger 2009 เช่น คดีราคาตั๋ว

พฤติกรรม พนักงาน Live Nation แทบรู้สึกผิดเอาเปรียบลูกค้าโง่ นี้ เปิดโปงปัญหาใหญ่ในอุตสาหกรรมดนตรีสด ที่บริษัทใหญ่กดขี่แฟนๆ ด้วยค่าบริการแฝงกว่า 30-50% ของราคาตั๋ว เช่น service fee, facility fee, ที่ไม่โปร่งใส แฟนคอนเสิร์ตไทยก็เจอปัญหาคล้ายๆ กันกับ Ticketmaster ในเอเชีย การ merger ทำให้ไม่มีคู่แข่ง ราคาพุ่ง ลูกค้าต้องจ่ายเพิ่มเพื่อ “สิทธิพิเศษ” ที่แท้คือกับดัก

นอกจากนี้ Live Nation ยังผูกขาดโปรโมเตอร์ ศิลปินดังอย่าง Taylor Swift, Pearl Jam เคยเดือดร้อน คดีนี้ถ้าศาลไม่แยกบริษัท แฟนๆ ทั่วโลกยังโดนต่อไป รัฐบาลสหรัฐพยายามสู้ แต่ settlement อ่อนแอเพราะ lobby หนัก

ในไทย เราก็มีแพลตฟอร์มขายตั๋วที่ค่าธรรมเนียมสูง ลองเช็คก่อนซื้อ เปรียบเทียบราคา ใช้ verified resale หรือซื้อจากผู้จัดโดยตรงเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเอาเปรียบ

สุดท้าย พนักงาน Live Nation แทบรู้สึกผิดเอาเปรียบลูกค้าโง่ ทำให้เราต้องฉุกคิด อย่าปล่อยให้ความโลภบริษัททำลายความสุขดนตรีสด คุณเคยโดนฉีกตั๋วคอนเสิร์ตไหม? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ และช่วยกันกดดันให้อุตสาหกรรมโปร่งใสขึ้น!

ที่มา – Live Nation Employees ‘Almost Feel Bad’ for Gouging Their Customers Who Are ‘So Stupid’

Pizza Movie Gaten Matarazzo แปลกยิ่งกว่า Stranger Things

วันนี้เรามาพูดถึง Pizza Movie Gaten Matarazzo แปลกยิ่งกว่า Stranger Things กันเถอะ! ถ้าคุณเป็นแฟนตัวยงของซีรีส์ Stranger Things ที่ชื่นชอบตัวละคร Dustin Henderson รับบทโดย Gaten Matarazzo ล่ะก็ หนังเรื่องใหม่เรื่องนี้จะทำให้คุณตื่นเต้นแน่นอน เพราะมันผสมผสานความ nerdy สุดฉิบหาย กับความบ้าบิ่นแบบไซไฟฮอร์เรอร์คอมเมดี้ ที่ดูเหมือนเป็นภาคต่อ非官方ของ Stranger Things เลยทีเดียว

Pizza Movie Gaten Matarazzo แปลกยิ่งกว่า Stranger Things

Gaten Matarazzo ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตาจากบทเด็กเนิร์ดฉลาดหลักแหลมใน Stranger Things จับคู่กับ Sean Giambrone จาก The Goldbergs ที่ก็รับบทเด็กเนิร์ดเหมือนกัน สองคนนี้มาเล่นเป็นเพื่อนรูมเมทในมหาวิทยาลัย ที่ตัดสินใจลองยาสูงสุดแปลกประหลาด ยาที่จะฆ่าคุณทันทีถ้าไม่กินคู่กับพิซซ่า! แต่พวกเขาลืมส่วนสำคัญนี่แหละ จนการเดินทางไปรับพิซซ่าที่สั่งเดลิเวอรี่ไว้ชั้นล่าง กลายเป็นการผจญภัยสุดเลือดสาด เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดจากฤทธิ์ยา มันช่างเป็นทริปที่แปลกประหลาดยิ่งกว่า Upside Down เสียอีก

ตัวอย่างหนังที่ปล่อยออกมาดูสนุกและโง่เหี้ยมแบบที่เราชอบเลย โดยเฉพาะคู่หู Gaten กับ Sean ที่เติบโตมาจากบทเด็กเนิร์ดในยุค 80s ถ้าคุณเคยดู Stranger Things หรือ The Goldbergs มาก็จะรู้สึกเหมือนเห็นพวกเขาโตขึ้นแล้วมานั่งเมายากันในคอลเลจ นี่มัน sequel ที่ไม่มีวันเกิดจริงๆ แต่เราอยากได้!

เรื่องย่อ Pizza Movie Gaten Matarazzo แบบละเอียด

ใน Pizza Movie สองรูมเมทมหาลัยตัดสินใจลองยาลึกลับที่สัญญาว่าจะให้ประสบการณ์สุดยอด แต่คู่มือบอกว่าต้องกินกับพิซซ่าเท่านั้น มิฉะนั้นตาย! พวกเขาสั่งพิซซ่ามา แต่พิซซ่าติดอยู่ชั้นล่าง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความโกลาหล ฤทธิ์ยาทำให้โลกบิดเบี้ยว สัตว์ประหลาดโผล่ เลือดกระเซ็น ไล่ล่าตลกขบขัน มันเป็นหนัง R-rated คอมเมดี้ที่เราหวังว่าจะไม่ถูก Hulu เซ็นเซอร์จนเสียของ

ทีมงานและนักแสดงสุดปัง

  • ผู้กำกับ: Brian McElhaney และ Nick Kocher หรือที่รู้จักในนาม BriTANicK อดีตนักเขียน Saturday Night Live ที่ดังจากคลิปวิดีโอบนเน็ต นี่คือผลงานกำกับเรื่องแรกของพวกเขา
  • นักแสดงนำ: Gaten Matarazzo และ Sean Giambrone
  • นักแสดงสมทบ: Sarah Sherman, Daniel Radcliffe (ใช่แล้ว Daniel Radcliffe จริงๆ!), Lulu Wilson, Peyton Elizabeth Lee และอื่นๆ อีกเพียบ

น่าสนใจที่ BriTANicK ยังเขียน剧本หนังอีกเรื่อง Over Your Dead Body ที่มี Jason Segel และ Samara Weaving กำกับโดย Jorma Taccone จาก Lonely Island อีกด้วย ดูจาก pedigree แล้ว Pizza Movie Gaten Matarazzo น่าจะฮาและแปลกสุดๆ ชื่อเรื่อง Pizza Movie เองก็น่าจดจำมาก แบบ objectively good title จริงๆ

หนังเรื่องนี้จะสตรีมบน Hulu วันที่ 3 เมษายนนี้ ถือเป็น Hulu original ที่เราหวังว่าจะได้ความสนุกแบบเต็มๆ ไม่มีกั๊ก เราคิดว่ามันจะเป็นหนังคอลเลจคอมเมดี้ที่ผสม sci-fi horror ได้ลงตัว โดยเฉพาะ Gaten ที่เคยพูดถึงการพัฒนาตัวละคร Dustin มาหลายปี นี่คงเป็นโอกาสให้เขาโชว์สกิลตลกบ้าบิ่นมากขึ้น

ถ้าคุณชอบหนังแนว Superbad ผสม Rick and Morty หรือ Solar Opposites ที่ Sean Giambrone เคยเล่นล่ะก็ Pizza Movie จะต้องโดนใจแน่ๆ มันทำให้เราเห็น Gaten ในมุมใหม่ ไม่ใช่แค่นักแสดงเด็ก แต่เป็นดาวรุ่งคอมเมดี้ตัวจริง

สรุปแล้ว Pizza Movie Gaten Matarazzo แปลกยิ่งกว่า Stranger Things คือหนังที่ไม่ควรพลาดสำหรับแฟนเนิร์ดคอมเมดี้ ไปตั้งนาฬิกาไว้รอสตรีมบน Hulu วัน 3 เมษายน แล้วมาบอกเราว่ามันแปลกแค่ไหน! คุณคิดว่ามันจะฮากว่าหรือแปลกกว่าที่คิดมั้ย? คอมเมนต์บอกกันได้เลย

ที่มา – ‘Stranger Things’ Star Gaten Matarazzo’s New Movie Is an Even Stranger Trip

การจ้างงานพันล้านดอลลาร์ของ Zuckerberg ไม่ราบรื่น

แม้มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก CEO ของ Meta จะทุ่มเงินมหาศาลไปกับการจ้างงานและโครงสร้างพื้นฐาน AI แต่ การจ้างงานพันล้านดอลลาร์ของ Zuckerberg ไม่ราบรื่น อย่างที่คิด ล่าสุด โครงการ AI รุ่นใหม่ชื่อ Avocado ถูกเลื่อนออกไป ทำให้ความทะเยอทะยานด้าน AI ของ Meta ดูสะดุด

การจ้างงานพันล้านดอลลาร์ของ Zuckerberg ไม่ราบรื่น: Avocado ล่าช้าเพราะประสิทธิภาพไม่ผ่าน

ตามรายงานจาก The New York Times โดยอ้างแหล่งข่าวภายในหลายราย โมเดล AI พื้นฐานตัวใหม่ของ Meta ชื่อรหัส Avocado ถูกเลื่อนการเปิดตัวออกไป หลังจากทดสอบภายในแล้วพบว่าประสิทธิภาพด้านการใช้เหตุผล การเขียนโค้ด และการเขียนข้อความยังด้อยกว่าโมเดลชั้นนำจากคู่แข่งอย่าง Google, OpenAI และ Anthropic

ถึงแม้ Avocado จะเหนือกว่าโมเดล Llama รุ่นก่อนของ Meta และ Gemini 2.5 ที่เปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว แต่ก็ยังสู้ Gemini 3.0 ที่ออกมาในเดือนพฤศจิกายนไม่ได้ Meta จึงตัดสินใจเลื่อนกำหนดการจากเดือนมีนาคมเป็นอย่างน้อยเดือนพฤษภาคม และทีม AI กำลังพิจารณาใช้โมเดล Gemini ของ Google ชั่วคราวสำหรับผลิตภัณฑ์ของตัวเอง

สาเหตุที่ทำให้การจ้างงานพันล้านดอลลาร์ของ Zuckerberg ไม่ราบรื่น

Meta ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Facebook, Instagram และ WhatsApp กำลังโฟกัสหนักกับ AI โดย Zuckerberg ประกาศลงทุน 600 พันล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐาน AI ในสหรัฐฯ ภายในปี 2028 และคาดการณ์ค่าใช้จ่ายทุนปี 2026 อยู่ที่ 115-135 พันล้านดอลลาร์ เพียงปีเดียวเท่านั้น Zuckerberg ยังมีวิสัยทัศน์สร้าง “superintelligence” หรือ AI ที่ฉลาดเกินมนุษย์

นอกจากนี้ Meta ยังยอมจ่ายแพ็กเกจค่าจ้างสูงลิ่วเพื่อดึงดูดบุคลากรชั้นนำ บางคนได้ถึง 100 ล้านดอลลาร์ เช่น Andrew Tulloch ผู้ร่วมก่อตั้ง Thinking Machines Lab ที่เข้าร่วม Meta ในเดือนตุลาคม โดยแพ็กเกจของเขาอาจสูงถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์ ใน 6 ปี พร้อมโบนัสและหุ้น

  • ในเดือนมิถุนายน Meta ซื้อหุ้น 49% ใน Scale AI และดึง Alexandar Wang ผู้ก่อตั้งมารับตำแหน่ง Chief AI Officer
  • Wang ส lightweight ทีม TBD Lab ในหน่วย AI เพื่อพัฒนาโมเดลใหม่ รวมถึง Avocado
  • มีข่าวลือว่ามีความขัดแย้งกับผู้บริหาร Meta รวมถึง Zuckerberg แต่โฆษก Meta โพสต์บน X ว่า เป็นข่าวเท็จ และ Zuckerberg ยังโพสต์เซลฟี่กับ Wang บน Threads ล่าสุด

ตัวแทน Meta แถลงกับ Gizmodo ว่า “โมเดลถัดไปของเราจะดี และสำคัญกว่านั้นคือแสดงให้เห็นถึงเส้นทางพัฒนาอย่างรวดเร็ว จากนั้นเราจะผลักดันขอบเขตต่อไปตลอดปี” ซึ่งคล้ายกับที่ Zuckerberg พูดกับนักลงทุนใน การประชุมเดือนมกราคม

แม้ การจ้างงานพันล้านดอลลาร์ของ Zuckerberg ไม่ราบรื่น ในตอนนี้ แต่ Meta ยังคงมุ่งมั่นกับ AI อย่างไม่ลดละ การเลื่อน Avocado อาจเป็นแค่ก้าวถอยหลังชั่วคราวเพื่อให้แน่ใจในคุณภาพ สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันดุเดือดในวงการ AI ที่ทุกบริษัทต้องทุ่มสุดตัวเพื่อไม่ให้ตามหลัง

ในมุมมองของผม นี่คือบทเรียนสำคัญสำหรับบริษัทเทคยักษ์ใหญ่: เงินเยอะอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีทีมและเทคโนโลยีที่ลงตัวจริงๆ คุณคิดยังไงกับสถานการณ์นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าว AI อัปเดตล่าสุดจากเรา!

ที่มา – Mark Zuckerberg’s Billion-Dollar Hiring Spree Doesn’t Seem to Be Going So Great

‘เดอะ แวมไพร์ เลสตัท’ จะกัดคุณในฤดูร้อนนี้

เกือบสองปีแล้วที่ซีรีส์สุดฮิต Interview With the Vampire หายไปจากจอทีวี และหลังจากที่มีการทีเซอร์กันมานานแสนนาน ในที่สุดมันก็พร้อมกลับมาพร้อมชื่อใหม่ที่แฟนๆ รอคอย!

เช้านี้ AMC ยืนยันแล้วว่า ‘เดอะ แวมไพร์ เลสตัท’ จะกัดคุณในฤดูร้อนนี้ ด้วยวันเปิดตัวที่ 7 กรกฎาคม เพื่อฉลองยังปล่อยเปิดตัวเครดิตเปิดเรื่องสไตล์ glam rock ใหม่ พร้อมเพลง “All Fall Down” ที่ร้องโดย Sam Reid ผู้รับบทเลสตัทเอง

‘เดอะ แวมไพร์ เลสตัท’ จะกัดคุณในฤดูร้อนนี้

เรื่องราวของ The Vampire Lestat ดัดแปลงจากนิยายปี 1985 ในซีรีส์ Vampire Chronicles ของ Anne Rice จะเกิดขึ้นหลังจากที่ Daniel Molloy เผยแพร่เรื่องราวการมีอยู่ของแวมไพร์ เลสตัท เดอ ลีออนคูร์ท (Lestat de Lioncourt) จะแปลงโฉมตัวเองเป็นร็อคสตาร์อัจฉริยะ ทัวร์คอนเสิร์ตรอบชาติ หนีอดีต แต่กลับทำให้อิทธิพลของเขาต่อแวมไพร์และมนุษย์ยิ่งทวีคูณ ท่ามกลางการเพิ่มขึ้นกะทันหันของประชากรแวมไพร์ ทำให้คนอื่นๆ ต้องเผชิญผลกระทบจากชื่อเสียงอันพุ่งทะยานของเขา

ทำไม ‘เดอะ แวมไพร์ เลสตัท’ จะกัดคุณในฤดูร้อนนี้

เราได้เห็นทีเซอร์ของ Sam Reid ที่ทุ่มสุดตัวกับบทร็อคสตาร์เลสตัทมาเยอะแล้ว ไม่ว่าจะสัมภาษณ์สั้นๆ หรือฉากดนตรีสุดมันส์ หลังจากรอ Interview with the Vampire เกือบ两年 ก็ดีใจที่การรอคอยใกล้จบ

ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ใช่แค่นำนิยายคลาสสิกมาทำใหม่ แต่ยังผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายโกธิคดั้งเดิม ทำให้แฟนๆ Vampire Chronicles ตื่นเต้นสุดๆ Lestat เป็นตัวละครที่ซับซ้อน รัก ดนตรี อำนาจ และความโดดเดี่ยว การที่เขาเปลี่ยนเป็นร็อคสตาร์จะนำเสนอในมุมใหม่ที่น่าติดตาม

  • เครดิตเปิด glam rock สุดอลังการ
  • เพลง “All Fall Down” จาก Sam Reid ที่เป็น Easter egg สุดเจ๋ง
  • เรื่องย่อที่เชื่อมโยงจากซีซั่นก่อน กับ Louis และ Claudia ที่จะกลับมา
  • การสำรวจโลกแวมไพร์ที่ขยายใหญ่ขึ้น
  • นักแสดงนำที่แสดงได้สะกดทุกสายตา

นอกจากนี้ ซีรีส์ยังมีศักยภาพในการเชื่อมโยงกับเรื่องราวอื่นๆ ในจักรวาล Anne Rice เช่น Talamasca ทำให้แฟนๆ คาดหวังเนื้อหาที่เข้มข้นยิ่งขึ้น

หากคุณเป็นแฟนนิยายแวมไพร์คลาสสิก หรือชื่นชอบซีรีส์สยองขวัญผสมดราม่า ‘เดอะ แวมไพร์ เลสตัท’ จะกัดคุณในฤดูร้อนนี้ แน่นอน อย่าลืมจดวันที่ 7 กรกฎาคมไว้ในปฏิทิน!

อยากได้ข่าว io9 เพิ่มเติม? เช็คตารางฉายล่าสุดของ Marvel, Star Wars, และ Star Trek รวมถึงอนาคตของ DC Universe บนจอเงินและทีวี และทุกอย่างเกี่ยวกับ Doctor Who

ติดตามข่าวสารซีรีส์เรื่องนี้และรีวิวตอนเปิดตัวได้ที่นี่เลย คุณคิดว่าซีซั่นนี้จะสะกดใจแฟนๆ ได้ขนาดไหน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – ‘The Vampire Lestat’ Will Sink Its Teeth Into You This Summer

ดวงอาทิตย์เกิดในนรกทางช้างเผือก งานวิจัยใหม่ไขปริศนา

ดวงอาทิตย์ของเราเป็นแหล่งพลังงานที่ขับเคลื่อนระบบสุริยะมานานหลายพันล้านปี แต่คุณรู้หรือไม่ว่าดวงดาวดวงนี้เคยมีจุดกำเนิดที่โหดร้าย? ดวงอาทิตย์เกิดในนรกทางช้างเผือก ซึ่งเป็นบริเวณใจกลางกาแล็กซีที่เต็มไปด้วยอันตราย งานวิจัยล่าสุดจากนักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นเผยว่าดวงอาทิตย์ของเราได้อพยพหนีออกมาสู่บริเวณที่สงบสุขมากขึ้น ทำให้ชีวิตบนโลกสามารถเติบโตได้

ดวงอาทิตย์เกิดในนรกทางช้างเผือก

ทีมนักวิจัยจากโตเกียว ญี่ปุ่น สร้างแคตตาล็อกดาวคู่แฝดของดวงอาทิตย์นับพันดวง ซึ่งเป็นดาวที่เกิดในยุคใกล้เคียงกันและมีลักษณะคล้ายคลึงกัน โดยศึกษากลุ่มดาวเหล่านี้ พวกเขาพบหลักฐานว่าดวงอาทิตย์และดาวคู่แฝดได้เข้าร่วมการอพยพครั้งใหญ่ ออกจากใจกลางทางช้างเผือกเมื่อ 4-6 พันล้านปีก่อน ผลการวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร Astronomy & Astrophysics สองบทความ

จุดกำเนิดอันโหดร้ายของดวงอาทิตย์

เมื่อ ดวงอาทิตย์เกิดในนรกทางช้างเผือก เมื่อ 4.6 พันล้านปีก่อน ดวงดาวนี้ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้ใจกลางกาแล็กซีมากกว่า 10,000 ปีแสงจากตำแหน่งปัจจุบัน สิ่งนี้ทราบได้จากองค์ประกอบธาตุหนักในดวงอาทิตย์ที่สอดคล้องกับโลหะในบริเวณชั้นในของกาแล็กซี

แต่ปริศนาคือ ดวงอาทิตย์หลุดพ้นจากแถบกลางทางช้างเผือก (central bar) ซึ่งเป็นกำแพงหนาแน่นที่ขวางการเคลื่อนที่ของดาวอย่างไร? นักวิจัยหลัก Daisuke Taniguchi จาก Tokyo Metropolitan University และ Takuji Tsujimoto จาก National Astronomical Observatory of Japan ใช้ข้อมูลจากภารกิจ Gaia ของ ESA กรองดาวเกือบ 2 ล้านดวง พบดาวคล้ายดวงอาทิตย์ 6,594 ดวง

การวิเคราะห์ขนาด อุณหภูมิ และองค์ประกอบ พบว่าดาวเหล่านี้มีอายุใกล้เคียงกัน 4-6 พันล้านปี และอยู่ห่างจากใจกลางกาแล็กซีในระยะใกล้เคียงกัน แสดงถึงการอพยพหมู่

เหตุใดบริเวณนรกทางช้างเผือกถึงอันตราย?

ปัจจุบัน ดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากใจกลางทางช้างเผือก 26,000-28,000 ปีแสง บริเวณใจกลางนั้นแออัดไปด้วยดาวหนาแน่น เหตุการณ์จักรวาลรุนแรง และใกล้หลุมดำมวลยวดยิ่ง Sagittarius A* หากดวงอาทิตย์ยังอยู่ที่นั่น ชีวิตบนโลกคงไม่เกิดขึ้น

  • ดาวหนาแน่น: เพิ่มโอกาสการชน
  • รังสีและการระเบิด: จากซูเปอร์โนวา
  • หลุมดำ: Sagittarius A* กินกาลเวลาทุกอย่าง
  • แถบกลาง: กำแพงดาวและก๊าซ

โชคดีที่ดวงอาทิตย์ย้ายมาบริเวณเงียบสงบ ทำให้สิ่งมีชีวิตวิวัฒนาการได้

งานวิจัยชี้ว่า เมื่อแถบกลางทางช้างเผือกก่อตัว มันเร่งการเกิดดาวและผลักดาวกลุ่มหนึ่งไปยังส่วนอื่น แถบนี้ก่อตัวหลังการอพยพแล้ว จึงไม่ใช่กำแพงขวาง

ประโยชน์จากการค้นพบดาวคู่แฝด

การค้นพบดาวคู่แฝดช่วยให้เราสร้างประวัติระบบสุริยะใหม่ และเข้าใจสภาวะที่ทำให้ชีวิตบนโลกเกิดขึ้น นี่คือก้าวสำคัญในดาราศาสตร์

คุณคิดอย่างไรกับการที่ดวงอาทิตย์เกิดในนรกทางช้างเผือก แต่หนีรอดมาได้? แสดงให้เห็นว่าจักรวาลเต็มไปด้วยโอกาสแปลกประหลาด ติดตามข่าวดาราศาสตร์ล่าสุดจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลน่าตื่นเต้น!

ที่มา – Our Sun Was Born in a Hellish Part of the Milky Way. New Research Explains How It Escaped

เพนตากอนอ้างจิตวิญญาณ Anthropic เสี่ยงซัพพลายเชน

วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าระหว่างเพนตากอนกับ Anthropic กันเถอะ! เพนตากอนอ้างจิตวิญญาณ Anthropic เสี่ยงซัพพลายเชน จนกลายเป็นประเด็นร้อน แต่เจ้าหน้าที่เพนตากอนบอกว่ามันสร้างความเสี่ยงให้ระบบทหารอเมริกัน ซึ่งฟังดูงง ๆ ยังไงไม่รู้ เพราะกองทัพอเมริกันยังใช้ AI Claude ของ Anthropic อยู่เลยนะ

เพนตากอนอ้างจิตวิญญาณ Anthropic เสี่ยงซัพพลายเชน

Emil Michael รองรัฐมนตรีกลาโหมฝ่ายวิจัยและวิศวกรรม ออกทีวี CNBC เมื่อวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา ตอบคำถามเรื่องที่เพนตากอนประกาศว่า Anthropic เป็นความเสี่ยงซัพพลายเชน เขาพยายามอธิบายว่า Anthropic แตกต่างเพราะมี ‘จิตวิญญาณ’ หรือ Soul ที่ฝังอยู่ในโมเดล Claude ซึ่งกำหนดนโยบายที่อาจขัดแย้งกับความมั่นคงของสหรัฐฯ

“เราต้องการบริษัทที่ไม่มีนโยบายส่วนตัวฝังอยู่ในโมเดล ผ่านจิตวิญญาณหรือรัฐธรรมนูญของมัน มิฉะนั้นจะทำให้อาวุธของนักรบเรไร้ประสิทธิภาพ” Michael กล่าว โดยอ้างถึงเอกสาร Soul overview ที่กำหนดบุคลิกและการตอบสนองของ Claude

จิตวิญญาณของ Claude คืออะไร?

เอกสาร Soul นี้ถูกค้นพบโดยบังเอิญเมื่อปลายปีที่แล้ว และกลายเป็นข่าวดัง มันบอกว่า Claude ต้อง “ช่วยเหลือมนุษย์อย่างแท้จริง” ซึ่ง Anthropic ยืนยันว่าเป็นเอกสารจริง และต่อมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็น Claude’s Constitution ในเดือนมกราคม

เพนตากอนเคยให้ ultimatum Anthropic ในปลายกุมภาพันธ์ ว่าต้องถอด guardrails ที่ห้ามใช้ Claude ในระบบเฝ้าระวังมวลชนและอาวุธอัตโนมัติเต็มรูปแบบ มิฉะนั้นจะถูกจัดเป็นความเสี่ยงซัพพลายเชน Anthropic ปฏิเสธ และเพนตากอนก็ทำตามนั้น ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ใช้กับบริษัทอเมริกัน!

  • Claude ยังถูกใช้ในระบบเพนตากอน
  • Anthropic กำลังฟ้องเพนตากอน
  • เพนตากอนจะใช้เวลา 6 เดือนถอดระบบออก

Andrew Ross Sorkin จาก CNBC ถามตรง ๆ ว่า “ถ้าเสี่ยงจริง ทำไมไม่ถอดทิ้งทันที?” Michael ตอบว่ามันฝังลึกในระบบ ต้องใช้เวลา และกำลังเฝ้าระวังเพื่อป้องกันการถูก corrupt

ทำไมเพนตากอนอ้างจิตวิญญาณ Anthropic เสี่ยงซัพพลายเชน ไม่สมเหตุสมผล?

ฟังดูเข้าท่า แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่! ความเสี่ยงซัพพลายเชนปกติหมายถึง backdoor จากรัฐบาลต่างชาติ เช่น Huawei ที่กลัวจีนแอบเข้าถึงข้อมูล หรือบริษัทสวิสที่มีเส้นสายรัสเซียที่ DNI จัดในปี 2025 ซึ่งต้องรายงานใน 3 วันและถอดทิ้งทันที

แต่กรณี Anthropic มันต่าง เพราะ guardrails ของ Claude ป้องกันแค่ 2 อย่าง: การสอดแนมมวลชนและอาวุธอัตโนมัติ ซึ่ง Anthropic บอกว่า Claude ยังไม่พร้อมทำอย่างปลอดภัย ไม่ใช่หลักการ แต่เพนตากอนไม่ฟัง ดูเหมือนจะกดดันให้ยอมตาม

นี่มันการเมืองชัด ๆ! ถ้าเสี่ยงจริง กองทัพคงหยุดใช้ตั้งแต่เมื่อวาน กลับมาใช้ปากกาดินสอแทนซะอีก สรุปคือ เพนตากอนอ้างจิตวิญญาณ Anthropic เสี่ยงซัพพลายเชน มันไม่ logical เลย

คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้? คอมเมนต์บอกหน่อยสิ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อน ๆ อ่านกัน!

ที่มา – The Pentagon Claims That Anthropic’s ‘Soul’ Creates a Supply-Chain Risk. That Makes No Sense

Doctor Who พบตอนหายไปอีก 2 ตอน

หลายปีมานี้ แทบจะร้อยตอนของ Doctor Who คลาสสิกหายไปตามกาลเวลา เงามืดยาวนานจากประวัติศาสตร์การเก็บรักษาที่ไม่ดี ทำให้เรื่องราวจากยุคแรกๆ ของรายการเหล่านี้ หายไปบางส่วน หรือสูญหายทั้งหมด ล่าสุด Doctor Who พบตอนหายไปอีก 2 ตอน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2013 จำนวนตอนที่หายไปลดลงแล้ว!

Doctor Who พบตอนหายไปอีก 2 ตอน จากซีซั่นที่ 3

BBC ยืนยันแล้วว่าพบตอนที่หายไปอีก 2 ตอนของ Doctor Who จากซีซั่นที่ 3 ในปี 1965 คือตอนแรกและตอนที่สามของเรื่องยาว 12 ตอน “The Daleks’ Master Plan” การผจญภัยข้ามเวลาที่ด็อกเตอร์คนแรกและเพื่อนร่วมทางอย่าง Steven และ Katarina รวมถึง Space Agents Bret Vyon และ Sara Kingdom (Bret รับบทโดย Nicholas Courtney ที่ต่อมา return ในบท Brigadier Alistair Lethbridge-Stewart) ต้องแข่งกับ Daleks ที่พยายามสร้างอาวุธสุดยอดเพื่อครองกาแล็กซี่

ตอนที่ชื่อ “The Nightmare Begins” และ “Devil’s Planet” ถูกค้นพบจากคอลเลกชันฟิล์มรีลหลายร้อยม้วนที่บริจาคให้กับมูลนิธิ Film is Fabulous! ใน Leicester ซึ่งเป็นตอนแรกที่ return กลับสู่คลังของ BBC นับตั้งแต่พบตอนหลายตอนในไนจีเรีย เมื่อตุลาคม 2013 สิ้นสุดช่องว่างยาวนานที่สุดในการค้นพบตอนหายไปของ Doctor Who

ทำไม “The Daleks’ Master Plan” ถึงหายาก

จากทั้งหมด 12 ตอน ยังเหลือหายไปอีก 7 ตอน รวมถึง “The Feast of Steven” ซึ่งเป็นตอนแรกในประวัติศาสตร์ที่ ออกอากาศวันคริสต์มาส เรื่องนี้ยากต่อการค้นพบเพราะ BBC สั่ง wipe ทิ้ง (ก่อนที่จะมีกฎ archiving อย่างเป็นทางการในปี 1981) และไม่เคยขายไปยังตลาดต่างประเทศ ซึ่งเป็นแหล่งหลักในการกู้คืนตอนที่หายไปทั้งหมด 152 ตอน

สาเหตุหลักเพราะเรื่องนี้รุนแรง มีตัวละครหลักตายหลายตัว เช่น Bret, Katarina และ Sara Kingdom ที่ถูกฆ่าอย่างโหดร้าย โดย Sara ถูกวางแผนให้เป็น companion ถาวรแทน Katarina แต่สุดท้ายตาย ทำให้ censor ในนิวซีแลนด์และออสเตรเลียบล็อกการออกอากาศ ส่งผลไม่ถูกขายในหลายตลาด

ก่อนจะ restore และปล่อยสู่สาธารณะเดือนหน้า ตอนทั้งสองถูกฉายลับๆ ให้ Peter Purves นักแสดงที่รับบท Steven Taylor (1965-1966 และ return ใน 2023 สำหรับ Tales of the TARDIS) ดู

“นี่เป็นการปรากฏตัวครั้งที่สี่ของ Daleks แฟนๆ จะตื่นเต้นมาก” Purves บอก BBC “แฟน Doctor Who เยอะมาก ชอบยุคคลาสสิก ผมตกใจที่ Doctor Who พบตอนหายไปอีก 2 ตอน เหล่านี้ สุดยอดมาก ตอนของผมหายไปเยอะ แสนใจหายจริงๆ”

ตอนทั้งสองจะปล่อยบน BBC iPlayer วันที่ 4 เมษายน ร่วมกับตอนที่เหลืออีก 3 ตอนของเรื่องนี้ที่ สตรีมได้แล้ว Doctor Who พบตอนหายไปอีก 2 ตอน นี้เป็นข่าวดีสำหรับแฟนๆ ที่รอคอยมานาน

นอกจากนี้ยังมีตอนหายไปอีกมากจากยุคแรกๆ การค้นพบครั้งนี้จุดประกายความหวังว่าจะได้ตอนเพิ่มในอนาคต แฟนๆ สามารถติดตามพัฒนาการของการกู้คืนตอนคลาสสิกได้ที่ BBC และชุมชน Doctor Who ทั่วโลก

อยากรู้ข่าว io9 เพิ่ม? ดูตาราง Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who อนาคต ติดตามเลยเพื่อไม่พลาด!

การค้นพบนี้แสดงให้เห็นว่าประวัติศาสตร์ยังมีโอกาสถูกกู้คืน แฟน Doctor Who ทุกคนควรรีบดูตอนใหม่เหล่านี้บน iPlayer

ที่มา – Two More Missing Episodes of ‘Doctor Who’ Have Finally Been Found

รวมตัวหน้าสถานทูตอิสราเอล แสดงจุดยืนต้านความรุนแรง พร้อมเรียกร้องนายกฯ ไทย วางตัวเป็นกลาง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีเรื่องราวสำคัญจากโลกการเมืองระหว่างประเทศที่กำลังเป็นกระแส โดยเฉพาะในไทยบ้านเรา ที่กลุ่มมุสลิมผู้สนับสนุนอิหร่านได้ รวมตัวหน้าสถานทูตอิสราเอล แสดงจุดยืนต้านความรุนแรง พร้อมเรียกร้องนายกฯ ไทย วางตัวเป็นกลาง กันอย่างคึกคัก ผมในฐานะคนติดตามข่าวสารโลกมานาน จะเล่าให้ฟังแบบเป็นกันเอง พร้อมวิเคราะห์ให้เห็นภาพชัดๆ ว่ามันหมายถึงอะไร และไทยควรทำยังไงในสถานการณ์ตึงเครียดแบบนี้

รวมตัวหน้าสถานทูตอิสราเอล แสดงจุดยืนต้านความรุนแรง พร้อมเรียกร้องนายกฯ ไทย วางตัวเป็นกลาง

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. กลุ่ม PSC Thailand และพันธมิตรมุสลิมที่เชียร์อิหร่าน นัดรวมตัวหน้าสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย บนนถนนสุขุมวิท พวกเขาจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ชื่อ ‘แสดงพลังต่อต้านอาชญากรรมระหว่างประเทศ’ ใช้รถขยายเสียงและธงชาติอิหร่านประกอบการปราศรัย สร้างบรรยากาศเข้มข้นแต่สงบ

สาระสำคัญคือประณามปฏิบัติการทหารของอิสราเอลและสหรัฐฯ โดยเฉพาะเหตุการณ์ 28 กุมภาพันธ์ ที่อิสราเอลโจมตีจนอยาตุลเลาะห์ ซัยยิด อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิต รวมถึงการโจมตีโรงเรียนประถมในเตหะราน ที่ครูและเด็กเสียชีวิตกว่า 100 ราย กลุ่มมองว่านี่คือการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศร้ายแรง และสดุดีผู้นำอิหร่านว่าเป็นวีรบุรุษพลีชีพเพื่ออุดมการณ์

ตัวแทนกลุ่มปราศรัยเดือดดาล เรียกร้องสันติภาพตะวันออกกลาง

พัชนีย์ คำหนัก จาก PSC Thailand ขึ้นเวที บอกว่ามารวมตัวเพื่อเรียกร้องสันติภาพ ต่อต้านจักรวรรดินิยมและคุกคามในตะวันออกกลาง ประชาชนต้องปกป้องความยุติธรรม สนับสนุนชาวอิหร่านและปาเลสไตน์ ส่วนสมชาย สายสวัสดิ์ รองประธานสมาพันธ์อัลกุดส์นานาชาติแห่งไทย อธิบายว่านี่ไม่ใช่แค่งานประจำวันศุกร์สุดท้ายรอมฎอน แต่พิเศษเพราะสถานการณ์รุนแรง ลอบสังหารผู้นำช่วงถือศีลอด และฆ่าเด็กอิหร่าน

สมชายยังวิจารณ์ UN และโลกอาหรับว่าไม่ยุติธรรม ไม่ประณามสหรัฐ-อิสราเอล แต่กลับตีตราอิหร่านเป็นผู้ก่อการร้าย เขาถามประชาคมโลกว่าใครรุกรานกันแน่ และทำนายว่าสหรัฐกับอิสราเอลจะหายไปจากแผนที่โลก! นอกจากนี้ ยังฝากรัฐบาลไทย โดยเฉพาะนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ให้วางตัวเป็นกลาง ห้ามเอนเอียงสหรัฐ มิฉะนั้นอนาคตอาจมีปัญหา

  • บรรยากาศ: สงบเรียบร้อย ไม่ยื่นหนังสือ จบ 16.00 น.
  • ความปลอดภัย: ตำรวจ คฝ. 1 กองร้อย ตั้งจุดตรวจทุกคน
  • ภาพเหตุการณ์: ผู้ชุมนุมถือธงอิหร่าน ปราศรัยเดือด (มีภาพประกอบมากมายจากแหล่งข่าว)

จากประสบการณ์ผมที่ติดตามความขัดแย้งตะวันออกกลางมานับสิบปี จะบอกว่าสถานการณ์นี้ร้อนระอุจริงๆ อิสราเอล-อิหร่านปะทะกันบ่อย สหรัฐหนุนอิสราเอลเต็มที่ ส่วนไทยในฐานะประเทศเล็กๆ ต้องฉลาด วางตัวเป็นกลางแบบที่เคยทำในสงครามเย็น ช่วยรักษาความมั่นคง ไม่ให้ถูกดึงเข้าไปยุ่ง มันเหมือนเกมหมากรุกโลก ที่ไทยต้องเล่นให้รอด

ไทยควรทำอย่างไรในยุคความตึงเครียด?

ในมุมมองผม รัฐบาลไทยควรรักษาความเป็นกลางอย่างเคร่งครัด ส่งทูตไปเจรจาสันติภาพ สนับสนุน UN ให้ทำงานจริงจัง และประชาชนอย่างเราก็ควรติดตามข่าว สร้างกระแสเรียกร้องสันติภาพ ไม่แบ่งฝ่าย ถ้าทุกฝ่ายคุยกันได้ สงครามจะจบเร็วขึ้น

สรุปแล้ว การ รวมตัวหน้าสถานทูตอิสราเอล แสดงจุดยืนต้านความรุนแรง พร้อมเรียกร้องนายกฯ ไทย วางตัวเป็นกลาง ครั้งนี้สะท้อนเสียงประชาชนไทยที่ห่วงใยสันติภาพโลก คุณคิดยังไง ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์นะครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ เพื่อกระจายข้อมูลดีๆ กัน!

ที่มา – รวมตัวหน้าสถานทูตอิสราเอล แสดงจุดยืนต้านความรุนแรง พร้อมเรียกร้องนายกฯ ไทย วางตัวเป็นกลาง

อเล็กซ์ เคิร์ทซ์แมน เชื่อ Star Trek ยังมีอนาคตในทีวี

ซีรีส์ Star Trek ล่าสุดอย่าง Starfleet Academy เพิ่งปิดฉากซีซันแรกไปเมื่อสัปดาห์นี้ และมีข่าวดีว่าซีซันที่ 2 กำลังมาแน่นอน แฟนๆ ยังจะได้เห็นซีซันที่ 4 และ 5 ของ Strange New Worlds อีกด้วย แม้ว่าจะเป็นซีซันสุดท้ายของเรื่องนี้ แต่หลังจากนั้น อนาคตของ Star Trek บนทีวีจะเป็นอย่างไร? อย่างน้อยตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจน เพราะแฟรนไชส์กำลังหันไปโฟกัสที่ภาพยนตร์จอเงินมากขึ้น

อเล็กซ์ เคิร์ทซ์แมน เชื่อ Star Trek ยังมีอนาคตในทีวี

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นใหญ่คือบริษัทแม่อย่าง Paramount ที่กำลังเข้าซื้อ Warner Bros หลังจากการรวมตัวกับ Skydance เมื่อปีที่แล้ว CEO David Ellison ของ Paramount Skydance บอกว่าหากดีลนี้สำเร็จ Paramount+ และ HBO Max จะรวมเป็นแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเดียวกัน สิ่งเหล่านี้ทำให้อนาคตของ Star Trek บนจอเล็กยังไม่แน่นอน

แต่ Alex Kurtzman ผู้อยู่เบื้องหลังรายการทีวี Star Trek ในปัจจุบัน ได้ให้สัมภาษณ์กับ TrekMovie อย่างมองโลกในแง่ดี เขากล่าวว่า “ผมได้สนทนากับบริษัทเกี่ยวกับอนาคตของ Star Trek แล้ว ได้รับการสนับสนุนเต็มที่ มีการพูดถึงรายการเฉพาะเจาะจงด้วย แต่ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการสนทนา ผมยังไม่มีอะไรอัปเดตให้ แต่ยืนยันว่าการสนทนากำลังเกิดขึ้น”

อเล็กซ์ เคิร์ทซ์แมน เชื่อ Star Trek ยังมีอนาคตในทีวี ท่ามกลางความไม่แน่นอน

Kurtzman ยังเข้าใจดีว่าปัจจุบัน Paramount Skydance กำลังเผชิญความวุ่นวายมากมาย “พวกเขากำลังรับมือกับน้ำพุ่งจากท่อน้ำนับหมื่นท่อ ทำให้ทุกอย่างช้าลงเพราะช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่ Star Trek แต่ทุกฝ่าย พวกเขาพยายามเร่งให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยคำนึงถึงความรอบคอบและมีระบบ”

ยังไม่มีอัปเดตชัดเจน เช่น โครงการ Star Trek: Year One ที่เป็นสปินออฟจาก Strange New Worlds แต่ Kurtzman ทำให้แฟนๆ มีความหวัง อเล็กซ์ เคิร์ทซ์แมน เชื่อ Star Trek ยังมีอนาคตในทีวี แม้จะต้องรอเวลา

Star Trek เป็นแฟรนไชส์ที่ยาวนานกว่า 50 ปี มีทั้งภาพยนตร์และซีรีส์มากมายที่สร้างฐานแฟนคลับทั่วโลก ซีรีส์อย่าง Discovery, Picard, Lower Decks และ Prodigy ได้รับความนิยมสูง Paramount+ กลายเป็นบ้านหลักของเนื้อหาเหล่านี้ การรวมบริษัทครั้งใหญ่อาจนำโอกาสใหม่ๆ มา เช่น การขยายฐานผู้ชมผ่าน HBO Max

  • ซีรีส์ที่กำลังจะจบ: Strange New Worlds หลังซีซัน 5
  • ซีรีส์ใหม่: Starfleet Academy ซีซัน 2
  • ภาพยนตร์: ทีมผู้สร้าง Dungeons & Dragons กำลังทำโปรเจกต์ใหม่

แฟนๆ ควรติดตามข่าวสาร เพราะการเปลี่ยนแปลงของ Paramount อาจนำไปสู่รายการใหม่ๆ เช่น การรีบูตตัวละครคลาสสิกอย่าง Bones หรือ Sulu การสนทนาที่ Kurtzman กล่าวถึงอาจนำไปสู่ซีรีส์อย่าง Star Trek: Year One ที่เล่าเรื่องยุคแรกเริ่มของ Starfleet

ในมุมมองของผม Star Trek มีเอกลักษณ์ในการสำรวจจักรวาล ธีมเกี่ยวกับความหลากหลาย มนุษยชาติ และเทคโนโลยี ทำให้ยังคงrelevantเสมอ ไม่ว่าสถานการณ์บริษัทจะอย่างไร แฟนๆ ยังคงรอคอยเนื้อหาใหม่ๆ บนทีวี อเล็กซ์ เคิร์ทซ์แมน เชื่อ Star Trek ยังมีอนาคตในทีวี และนั่นคือสัญญาณที่ดี

อย่าลืมติดตามข่าว Star Trek และแฟรนไชส์อื่นๆ อย่าง Marvel, Star Wars, DC Universe และ Doctor Who ที่บล็อกนี้ เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – Alex Kurtzman Believes ‘Star Trek’ Still Has a Future on TV