ผู้เขียน: lalika69_admin

ปิดคดี พล.อ.ร่มเกล้า ศาลฎีกายืนยกฟ้อง 3 นปช. ชี้ฟ้องซ้อนคดีก่อการร้าย-หลักฐานโยงท่อน้ำเลี้ยงอ่อน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้ผมมีข่าวเด็ดจากวงการกฎหมายและการเมืองที่หลายคนรอคอยมาฝากกันเลย นั่นคือ ปิดคดี พล.อ.ร่มเกล้า ศาลฎีกายืนยกฟ้อง 3 นปช. ชี้ฟ้องซ้อนคดีก่อการร้าย-หลักฐานโยงท่อน้ำเลี้ยงอ่อน คดีเก่าแก่จากเหตุการณ์ชุมนุมปี 2553 ที่ปะทะกันรุนแรง สุดท้ายศาลฎีกาตัดสินชัดเจน ยกฟ้องจำเลยทั้งสามคนแบบไม่มีข้อกังขา มาดูกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ปิดคดี พล.อ.ร่มเกล้า ศาลฎีกายืนยกฟ้อง 3 นปช. ชี้ฟ้องซ้อนคดีก่อการร้าย-หลักฐานโยงท่อน้ำเลี้ยงอ่อน

เรื่องราวย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่ศาลอาญารัชดาภิเษก ห้อง 608 ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาในคดีที่อัยการคดีพิเศษฟ้อง สุขเสก พลตื้อ (จำเลย 1), กนกพร ศิริพรรณาภิรัตน์ อดีตพิธีกรช่องเอเชียอัพเดต (จำเลย 2) และ สุรชัย หรือหรั่ง เทวรัตน์ แนวร่วมนปช. (จำเลย 3) ข้อหาหนักๆ อย่างพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน, มีเครื่องกระสุนปืน, และทำให้เกิดระเบิดจนมีคนตายบาดเจ็บ จากเหตุสลายชุมนุมนปช. วันที่ 10 เมษายน 2553 บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ถนนดินสอ

ตามคำฟ้อง บอกว่าจำเลย 1 และ 3 ขว้างระเบิด M.67 คนละ 3 ลูกใส่ทหารที่กำลังขอคืนพื้นที่ตามคำสั่ง ศอฉ. ส่งผลให้ พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม (ปัจจุบัน พล.อ.) และทหารอีก 4 นายเสียชีวิต บาดเจ็บสาหัสเพียบ ส่วนจำเลย 2 ถูกหาว่าเป็นตัวสนับสนุนด้านเงินและจัดหาของต้องห้าม แต่จำเลยทั้งสามส่ายหน้า ปฏิเสธทุกข้อหา และศาลชั้นต้นกับอุทธรณ์ก็ยกฟ้องไปก่อนแล้ว

ประเด็นหลักที่ศาลฎีกาตัดสิน

จุดสำคัญคือ ศาลชี้ว่าคดีนี้ฟ้องซ้อนกับคดีก่อการร้ายหมายเลขดำ อ.2542/2553 ที่จำเลย 1 และ 3 ยังอยู่ในขบวนพิจารณา เหตุการณ์เดียวกัน เวลา-สถานที่-บุคคล-ของกลางเหมือนกันหมด ถือเป็น ‘กรรมเดียว ผิดกฎหมายหลายบท’ ตาม ปพ.อ. มาตรา 90 ไม่ใช่ต่างกรรมต่างวาระ (มาตรา 91) การฟ้องซ้ำแบบนี้ผิดกฎเลยครับ ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องถูกต้อง ฎีกาอัยการฟังไม่ขึ้น

ส่วนจำเลย 2 คำฟ้องคลุมเครือ ไม่บอกชัดว่าให้เงินหรือช่วยยังไง ที่ไหน เมื่อไหร่ แก่ใคร DSI ตรวจบ้านเจอรายชื่อการ์ด พล.ต.ขัตติยะ ที่มีชื่อจำเลย 1 แต่แค่นี้พิสูจน์ไม่ได้ว่าเธอจัดหาแระเบิด แค่แสดงว่ามีแนวคิดการเมืองคล้ายนปช. เท่านั้น หลักฐานอ่อนหัด ศาลเลยยกฟ้องทั้งสามคน

  • เหตุผลฟ้องซ้อน: กระทำในคราวเดียวกัน ผิดกฎหมายห้ามฟ้องซ้ำ
  • หลักฐานผู้สนับสนุน: ขาดรายละเอียด คำฟ้องไม่ชัด ไม่โยงท่อน้ำเลี้ยงได้จริง
  • ผลกระทบ: ปิดคดีเก่ายาวนาน สะท้อนระบบยุติธรรมไทย

น่าสนใจคือ ก่อนหน้านี้ศาลฎีกาจำคุกตลอดชีวิตสุขเสก จากยิง M79 และสะสมอาวุธในคดีอื่นๆ ส่วนยศวริศ ชูกล่อม จำคุก 5 ปีกว่าๆ แบบไม่รอ แสดงว่าศาลแยกคดีชัดเจน ไม่ใช่ตีรวมหมด

จากมุมผมที่ติดตามคดีการเมืองมานาน คดีนี้เป็นตัวอย่างดีว่ากฎหมายไทยเคร่งครัดเรื่อง ‘เนติบัณฑิตยธิการ’ หรือห้ามฟ้องซ้ำ ช่วยป้องกันการกลั่นแกล้งทางกฎหมาย ในยุคดิจิทัลที่ข่าวปลอมแพร่กระจายเร็วแบบนี้ การมีคำพิพากษาชัดๆ ช่วยให้สังคมเข้าใจอดีตได้ดีขึ้น แนวโน้มคือคดีเก่าปี 2553 กำลังปิดตัวทีละคดี สะท้อนความยุติธรรมที่ช้าแต่ชัวร์

เพื่อนๆ คิดยังไงกับคำตัดสินนี้? มาร่วม讨论กันในคอมเมนต์ได้เลยนะครับ และอย่าลืมติดตามบล็อกของเราสำหรับข่าวการเมือง-บันเทิงที่อัพเดททุกวัน!

ที่มา – ปิดคดี พล.อ.ร่มเกล้า ศาลฎีกายืนยกฟ้อง 3 นปช. ชี้ฟ้องซ้อนคดีก่อการร้าย-หลักฐานโยงท่อน้ำเลี้ยงอ่อน

ไอเดียค่าธรรมเนียม EV รัฐบาลกลางยังไม่ตาย รวมไฮบริด

สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด วันนี้เรามาพูดถึง ไอเดียค่าธรรมเนียม EV รัฐบาลกลางยังไม่ตาย รวมไฮบริด กันเถอะ สหรัฐฯ ยังไม่เลิกกับ EV นะครับ แม้จะตัดเงินอุดหนุนไปแล้ว แต่ตอนนี้สภาผู้แทนราษฎรกำลังหาเงิน 550 พันล้านดอลลาร์สำหรับโครงสร้างพื้นฐานใหม่ และ Rep. Sam Graves ประธานคณะกรรมการการขนส่งของสภาผู้แทนจากรัฐมิสซูรี ก็ประกาศชัดว่าจะเสนอร่างกฎหมายหลายปีในเดือนหน้า โดยเก็บภาษีปีละ 250 ดอลลาร์จากคนขับ EV และ 100 ดอลลาร์จากไฮบริด ตามรายงานของ Reuters

ไอเดียค่าธรรมเนียม EV รัฐบาลกลางยังไม่ตาย รวมไฮบริด

ที่แปลกคือส่วนของไฮบริดนี่ใหม่เอี่ยมเลยครับ ไม่ชัดว่าจะเจาะจงแค่ plug-in hybrid (PHEV) ที่ชาร์จไฟได้ไกลพอสำหรับการเดินทางประจำวัน หรือรวมถึงไฮบริดทั่วไปอย่าง Toyota Prius หรือ Honda CR-V Hybrid ที่กำลังฮิตมากในปีนี้ เพราะคนอยากประหยัดน้ำมันแต่ยังไม่พร้อม EV เต็มตัว ปัจจุบันหลายรัฐในสหรัฐฯ เก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนเพิ่มสำหรับ EV แล้ว ตามข้อมูล Tax Foundation เมื่อสิงหาคมปีที่แล้ว เพราะ EV ไม่จ่ายภาษีน้ำมันทั้งรัฐและกลาง ซึ่งเงินพวกนี้ควรไปซ่อมถนน แต่สภาคองเกรสไม่ปรับภาษีกลางมาตั้งแต่ปี 1993 และไม่ปรับตามเงินเฟ้อ

ทำไมไอเดียค่าธรรมเนียม EV รัฐบาลกลางยังไม่ตาย รวมไฮบริด ในช่วงนี้

タイミングแปลกมากครับ ตอนนี้ราคาน้ำมันพุ่งเพราะความตึงเครียดตะวันออกกลาง สหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน น้ำมันแพงขึ้น แกลลอนละ 3.72 ดอลลาร์ เทียบกับปีที่แล้ว 2.92 ดอลลาร์ (ข้อมูล AAA) โดยเฉพาะแอริโซนาและนิวเม็กซิโก ขึ้น 40 เซนต์ต่อสัปดาห์ (GasBuddy) คนเลยหันไปหารถใช้น้ำมันน้อยหรือไม่ใช้น้ำมันเลย แต่บางนักการเมืองอย่างในแคลิฟอร์เนียที่ภาษีน้ำมัน 61 เซนต์ต่อแกลลอน น้ำมันแพง 5.50 ดอลลาร์ กลับเสนอ หยุดเก็บภาษีน้ำมันชั่วคราว แต่แคลิฟอร์เนียเก็บค่าธรรมเนียม EV อยู่แล้ว

ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ทำเนียบขาวและรีพับลิกันโจมตี EV ปีที่แล้วตัด ภาษีอุดหนุนผู้บริโภค ลดเป้าหมายประหยัดน้ำมัน โปรโมทรถใช้น้ำมัน และล่าสุดทำให้เข้าถึงเงิน 5 พันล้านดอลลาร์สำหรับสถานีชาร์จ EV ยากขึ้นด้วยกฎเนื้อหาในประเทศ ค่าธรรมเนียม 250 ดอลลาร์ยังน้อยกว่า 1,000 ดอลลาร์ที่รีพับลิกันเสนอปีที่แล้วก่อนยกเลิกเครดิต 7,500 ดอลลาร์

มาดูข้อดีข้อเสียกันครับ ข้อดีของไอเดียนี้คือช่วยให้เงินซ่อมถนนพอ เพราะ EV และไฮบริดไม่จ่ายภาษีน้ำมัน แต่รถน้ำมันช่วยจ่ายตลอด ข้อเสียคือขัดกับนโยบายลดคาร์บอน สหรัฐฯ อยากให้คนใช้ EV เพื่อลดโลกร้อน แต่เก็บเงินเพิ่มจะทำให้ EV แพงขึ้น ผู้บริโภคที่อยากประหยัดอาจลังเล โดยเฉพาะตอนน้ำมันแพง

  • EV: ไม่จ่ายภาษีน้ำมัน แต่ใช้ถนนเท่ากัน ควรจ่ายส่วนแบ่ง
  • ไฮบริด: ใช้น้ำมันน้อยลง ประหยัดงบรัฐ แต่รวมไฮบริดทั่วไปอาจไม่แฟร์
  • ทางเลือก: เก็บตามไมล์ที่วิ่งแทน ใช้ GPS ติดตาม แต่เรื่องความเป็นส่วนตัว

หลายรัฐอย่างจอร์เจีย เพนซิลเวเนีย เก็บแล้ว 100-200 ดอลลาร์ต่อปี บางที่ลดลงเมื่อยอด EV เพิ่ม ในอนาคต ถ้ากฎหมายผ่าน ค่าธรรมเนียม EV รัฐบาลกลางยังไม่ตาย รวมไฮบริด จะกระทบคนอเมริกันที่ซื้อ EV ใหม่ๆ มากที่สุด

ส่วนตัวผมคิดว่าไอเดียนี้สมเหตุสมผลในแง่ความยุติธรรม แต่ควรแยก PHEV กับไฮบริดธรรมดา และหาทางเก็บเงินแบบยุติธรรม เช่น เก็บตามการใช้งานจริง เพื่อส่งเสริม EV ต่อไป คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์บอกหน่อยครับ หรือกำลังมองหารถ EV/ไฮบริดอยู่ แนะนำรุ่นไหนดี?

ที่มา – Federal EV Surcharge Idea Not Dead Yet and Now Includes Hybrids

อย. ยกระดับปากกาลดน้ำหนัก เป็นยาควบคุมพิเศษ ต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น เตือนฉีดเองเสี่ยงไตวาย-กล้ามเนื้อลีบ

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนนะคะ วันนี้พี่มีเรื่องสำคัญมาอัปเดตให้ฟัง โดยเฉพาะคนที่กำลังตามหาวิธีลดน้ำหนักแบบไวๆ ผ่านปากกาฉีดที่ฮิตฉุดไม่อยู่ในโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นติ๊กต็อกหรืออินสตาแกรม เห็นเซเลบกับเน็ตไอดอลพากันฉีดแล้วผอมเพรียวกันหมด แต่ระวังนะคะ! อย. ยกระดับปากกาลดน้ำหนัก เป็นยาควบคุมพิเศษ ต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น เตือนฉีดเองเสี่ยงไตวาย-กล้ามเนื้อลีบ แล้วค่ะ เรื่องนี้จริงจังมาก พี่เคยเห็นเคสคนไข้ที่เสี่ยงร้ายแรงมาเยอะ มาฟังรายละเอียดกันเลย

อย. ยกระดับปากกาลดน้ำหนัก เป็นยาควบคุมพิเศษ ต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น เตือนฉีดเองเสี่ยงไตวาย-กล้ามเนื้อลีบ

เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการ อย. ได้ออกมาแถลงเมื่อ 19 มีนาคม 2567 เกี่ยวกับกระแสปากกาฉีดลดน้ำหนักที่แพร่กระจายในโลกออนไลน์ ตอนนี้คนทั่วไปซื้อมาฉีดเอง ปรับโดสเอง โดยไม่ปรึกษาแพทย์ ซึ่งอันตรายสุดๆ ค่ะ ยากลุ่ม GLP-1 receptor agonists เช่น Semaglutide (โอเซมปิค), Liraglutide, Dulaglutide, Lixisenatide และ Tirzepatide จริงๆ แล้วได้รับอนุมัติสำหรับรักษาเบาหวานชนิดที่ 2 และช่วยควบคุมน้ำหนักในคนอ้วนภายใต้ดดูแลแพทย์เท่านั้น ไม่ใช่ยาเพื่อความงามทั่วไปนะคะ

พี่ในฐานะคนที่ติดตามเรื่องสุขภาพมานาน บอกเลยว่าการฉีดเองแบบนี้เสี่ยงมาก แม้จะผอมเร็วเพราะลดความอยากอาหาร แต่หยุดยาแล้วน้ำหนักเด้งกลับแรงกว่าเดิม โยโย่เอฟเฟกต์นี่แหละตัวร้าย! นอกจากนี้ยังมีผลข้างเคียงรุนแรง เช่น

  • ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หน้ามืดเป็นลมได้
  • ตับอ่อนอักเสบ เจ็บปวดทรมาน
  • ไตวาย ต้องฟอกไตทั้งชีวิต
  • กล้ามเนื้อลีบ ร่างกายอ่อนแอ
  • ซึมเศร้า สุขภาพจิตพัง

โดยเฉพาะคนมีโรคประจำตัว ยิ่งเสี่ยงถึงตายได้เลยค่ะ จากข้อมูลที่พี่รวบรวม เทรนด์นี้คล้าย celeb ต่างประเทศที่เคยฮิต Ozempic แต่สุดท้ายหลายคนเจอปัญหาใหญ่ จนหมอต้องเตือนซ้ำๆ

มาตรการใหม่จากกระทรวงสาธารณสุข

เพื่อหยุดปัญหานี้ อย. เดินหน้าดำเนินคดีผู้ขายผิดกฎหมายมาตลอด แต่ยังไม่หยุด กระทรวงสาธารณสุขเลยออกประกาศฉบับที่ 58 กำหนดให้ปากกากลุ่ม GLP-1 ชนิดฉีด เป็นยาควบคุมพิเศษ ต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น! ไม่มีใบสั่ง หาซื้อไม่ได้แล้วนะคะ ดีที่สุดเพื่อปกป้องสุขภาพประชาชน

เลขาธิการ อย. ยังย้ำว่า ไม่มีทางลัดลดน้ำหนักที่ปลอดภัย ต้องกินอาหารดี พักผ่อน ออกกำลังกาย และดูแลใจ อย่าหลงโฆษณา “ฉีดแล้วผอม” ค่ะ พี่แนะนำ ลดแบบยั่งยืนดีกว่า ผอมแล้วอยู่ยาว

ถ้าพบขายผิดกฎหมาย ทำยังไง?

เจอโฆษณาขายปากกาลดน้ำหนักแบบไม่มีใบสั่ง แจ้งได้เลยที่ สายด่วน อย. 1556, Line @FDAThai, Facebook FDAThai หรือ สสจ. ใกล้บ้าน ช่วยกันหยุดปัญหานี้ค่ะ

สรุปนะคะ มาตรการนี้ไม่กระทบผู้ป่วยจริงที่ต้องการรักษาเบาหวานหรืออ้วน แต่ป้องกันคนทั่วไปเสี่ยงตาย พี่คิดว่าเทรนด์สุขภาพในยุคดิจิทัลต้องฉลาดกว่านี้ อย่าตามกระแสblindly ลองเริ่มจากปรับไลฟ์สไตล์ดูสิคะ รับรองผอมสุขภาพดี! ถ้าอยากลดน้ำหนักจริงๆ ไปหาหมอดีที่สุด มาคอมเมนต์แชร์ประสบการณ์กันนะ

ที่มา – อย. ยกระดับปากกาลดน้ำหนัก เป็นยาควบคุมพิเศษ ต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น เตือนฉีดเองเสี่ยงไตวาย-กล้ามเนื้อลีบ

AFP เผยแรงงานไทยในอิสราเอล 1 คน เสียชีวิตจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่าน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีข่าวร้ายที่ทำให้ใจหายใจคว่ำมาฝากกันเลยทีเดียว จากรายงานของ AFP เผยแรงงานไทยในอิสราเอล 1 คน เสียชีวิตจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่าน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (18 มีนาคม) โดยอ้างข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศไทย แรงงานคนนี้เป็นชาวไทยที่ทำงานในภาคเกษตรกรรม สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังลุกลาม และส่งผลกระทบโดยตรงถึงชีวิตคนไทยของเราด้วย

AFP เผยแรงงานไทยในอิสราเอล 1 คน เสียชีวิตจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่าน: รายละเอียดเหตุการณ์

เหตุการณ์เศร้าครั้งนี้เกิดขึ้นที่หมู่บ้านโมชาฟ อาดานิม ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทลอาวีฟไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 20 กิโลเมตร และใกล้เวสต์แบงก์เพียง 8 กิโลเมตรเท่านั้น หน่วยบริการทางการแพทย์ของอิสราเอลแจ้งว่า พบร่างของชายคนหนึ่งเสียชีวิตจากบาดแผลสาหัส เนื่องจากเศษชิ้นส่วนขีปนาวุธที่กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณหลังจากการโจมตี เศษเหล็กคมกริบพวกนี้กลายเป็นอาวุธมรณะที่พรากชีวิตไปแบบไม่ทันตั้งตัว

ไม่ใช่แค่แรงงานไทยของเราเท่านั้นนะครับ ในครั้งนี้ยังมีรายงานหญิงชาวปาเลสไตน์ 3 คนเสียชีวิต และบาดเจ็บสาหัสอีกอย่างน้อย 8 คน จากเศษขีปนาวุธที่ตกใส่ร้านทำผมในเมืองเบตอาวา (Beit Awa) เขตเวสต์แบงก์ AFP ยังระบุด้วยว่า เศษชิ้นส่วนกระจายไปหลายจุดทั่วเวสต์แบงก์ ขณะที่กองทัพอิสราเอลยืนยันว่ามีการยิงขีปนาวุธจากอิหร่านหลายระลอก และกำลังเร่งสกัดกั้นอย่างเต็มที่

ภาพประกอบสถานการณ์อิหร่านโจมตีอิสราเอล มีแรงงานไทยเสียชีวิต 1 คน

สถานการณ์โดยรวมและผลกระทบต่อแรงงานไทย

เพื่อนๆ ที่ติดตามข่าวสารโลกอย่างเราๆ คงรู้ดีว่าความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านกำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แรงงานไทยกว่า 30,000 คนในอิสราเอลส่วนใหญ่ทำงานเกษตรกรรมในพื้นที่ชนบท ซึ่งใกล้ชิดกับจุดเสี่ยงแบบนี้ การเสียชีวิตของพี่น้องคนนี้ ทำให้เราต้องคิดถึงความปลอดภัยของคนไทยในต่างแดน จากประสบการณ์ที่ผมติดตามข่าวมานาน สถานการณ์แบบนี้มักลุกลามแบบไม่คาดคิด แรงงานเราหลายคนเสี่ยงเพราะรายได้ดี แต่ชีวิตต้องมาก่อน

  • กระทรวงการต่างประเทศไทยกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
  • ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับการประสานงานแล้ว
  • แนะนำให้แรงงานไทยในพื้นที่หลีกเลี่ยงการออกนอกพื้นที่ปลอดภัย

ในมุมมองของผม ในยุคที่เทคโนโลยีและข่าวสารเชื่อมโยงโลกเข้าด้วยกัน เหตุการณ์แบบนี้เตือนใจให้เราต้องอัพเดทข่าวสารแบบเรียลไทม์ผ่านแอพข่าวหรือโซเชียลมีเดียที่น่าเชื่อถือ เพื่อนๆ ที่สนใจเทคโนโลยี อาจลองใช้ AI tracking tools เพื่อติดตามข่าวความเสี่ยงในพื้นที่ที่เราสนใจได้เลยนะครับ

ข้อคิดและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

จากที่ผมวิเคราะห์来看 ความตึงเครียดนี้ไม่ใช่แค่สงครามดั้งเดิม แต่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีขีปนาวุธขั้นสูงที่อิหร่านพัฒนา ซึ่งส่งผลให้เศษกระจายไกลและอันตรายยิ่งขึ้น สำหรับแรงงานไทย ผมแนะนำให้สมัครสมาชิกกลุ่มไลน์หรือเฟซบุ๊กของสถานทูตไทยในอิสราเอล เพื่อรับแจ้งเตือนทันที นอกจากนี้ รัฐบาลควรเร่งเจรจา repatriation plan หากสถานการณ์แย่ลง

สุดท้ายนี้ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และเรียกร้องให้ทุกคนช่วยกันแชร์ข่าวนี้เพื่อสร้างความตระหนัก ร่วมกันติดตามและสนับสนุนคนไทยในต่างแดนให้ปลอดภัยที่สุดนะครับ!

ที่มา – AFP เผยแรงงานไทยในอิสราเอล 1 คน เสียชีวิตจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่าน

กต. อัปเดตสถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงทวีความรุนแรง ล่าสุดอิสราเอลรายงานแรงงานไทยภาคเกษตรเสียชีวิตแล้ว 1 ราย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีอัปเดตสถานการณ์ร้อนๆ จากตะวันออกกลางที่กำลังเป็นที่จับตามองทั่วโลกเลยนะครับ โดยเฉพาะ กต. อัปเดตสถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงทวีความรุนแรง ล่าสุดอิสราเอลรายงานแรงงานไทยภาคเกษตรเสียชีวิตแล้ว 1 ราย ซึ่งเป็นข่าวเศร้าที่กระทรวงการต่างประเทศไทยเพิ่งแถลงเมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา ผมในฐานะคนติดตามข่าวต่างประเทศมานาน จะเล่าให้ฟังแบบเป็นกันเอง พร้อมวิเคราะห์ให้เห็นภาพชัดๆ ว่ามันกระทบเรายังไงบ้าง

กต. อัปเดตสถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงทวีความรุนแรง ล่าสุดอิสราเอลรายงานแรงงานไทยภาคเกษตรเสียชีวิตแล้ว 1 ราย

ปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาบอกว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดหนักมากครับ จากเดิมที่โจมตีกันแค่เป้าหมายทหาร ตอนนี้ขยายวงไปโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญแล้ว เช่น ในอิหร่าน กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย เลบานอน也被อิสราเอลโจมตีหนักจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเพิ่มพรวดพราด

กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับโดนขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่านถล่มต่อเนื่อง แต่ส่วนใหญ่สกัดได้นะครับ แต่ที่น่ากลัวคือการโจมตีโรงงานก๊าซธรรมชาติของอิหร่าน ซึ่งเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยสหรัฐและอิสราเอล อิหร่านเลยประกาศตอบโต้ ขยายเป้าไปที่โครงสร้างพลังงานของซาอุดี ยูเออี กาตาร์ ซึ่งนี่แหละครับที่จะทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งกระฉูด ส่งผลกระทบเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงไทยเราด้วย ล่าสุดยังมีข่าวรัฐมนตรีกิจการข่าวกรองอิหร่านตายจากโจมตีของอิสราเอลอีก

ข่าวเศร้า: แรงงานไทยเสียชีวิต 1 รายในอิสราเอล

สิ่งที่ทำให้ใจหายสุดๆ คือ สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเทลอาวีฟ ได้รับแจ้งจากทางการอิสราเอลว่า มีแรงงานไทยภาคเกษตรเสียชีวิต 1 ราย เมื่อดึกวันที่ 18 มีนาคม ทูตไทยติดต่อครอบครัวแล้ว และกระทรวงการต่างกำลังประสานกับกระทรวงแรงงานและอิสราเอล เพื่อช่วยเรื่องสิทธิประโยชน์ ค่าชดเชย รัฐบาลไทยแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งครับ ทูตยังออกประกาศเตือนความปลอดภัยให้คนไทยในอิสราเอลมาตลอดด้วย

ผมมองว่าสถานการณ์แบบนี้ แสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่ได้จำกัดแค่ทหารแล้ว แต่ลุกลามไปกระทบพลเรือนและแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะแรงงานไทยที่ไปทำงานเกษตรในอิสราเอลนับหมื่นคน จากประสบการณ์ที่ผมติดตามข่าวมา สถานการณ์แบบนี้มักยืดเยื้อและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่มีการเจรจาสันติภาพที่จริงจัง

ความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยง

ดีใจที่รัฐบาลไทยยังช่วยเหลือเต็มที่ครับ กรณีอิหร่าน มีคนไทย 2 คนอพยพออกมาได้แล้ว ถึงไทยเช้านี้ อีก 4 คนจากบันดาอับบาส กำหนดออก 23 มีนาคม ผ่านตุรกี ใครอยากกลับรีบลงทะเบียนกับทูตเตหะรานเลยนะครับ สำหรับคนไทยในตะวันออกกลางทั้งหมด ขอให้ติดตามข่าวจากช่องทางการ ทูตและกงสุลพร้อมช่วย ตั้งแต่เกิดเหตุ ช่วยคนไทยออกมาได้ 1,173 คนแล้ว รัฐบาลยึดความปลอดภัยเป็นหลัก

ปาณิดลยังย้ำว่า สถานการณ์ไม่แน่นอนสูง ให้คนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงด่วน ติดตามข่าวและลงทะเบียนที่อยู่กับทูตครับ จากมุมมองผม ในยุคที่เทคโนโลยีช่วยได้เยอะ เช่น แอปติดตามข่าวแบบเรียลไทม์ หรือโดรนที่ใช้สอดแนมในสงครามนี้ (ซึ่งกระทบวงการ tech ทั่วโลก) แต่สำหรับคนไทย การลงทะเบียนและฟังคำเตือนทางการยังสำคัญที่สุด

  • ติดตามข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศไทย
  • ลงทะเบียนกับทูตทันที
  • หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง
  • เตรียมแผนสำรองสำหรับการเดินทางกลับ

ในฐานะคนที่ชอบติดตามข่าวบันเทิงและเทคโนโลยี ผมเห็นว่าความขัดแย้งนี้กระทบราคาพลังงาน ซึ่งจะทำให้ต้นทุน gadget ใหม่ๆ หรือ streaming service เพิ่มขึ้นนะครับ ถ้าน้ำมันแพง ค่าขนส่งก็แพงตาม สุดท้ายแล้ว สันติภาพคือคำตอบที่ดีที่สุด ฝากเพื่อนๆ ที่มีญาติในพื้นที่ ช่วยแชร์ข้อมูลนี้ และรีบลงทะเบียนกันนะครับ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน!

ที่มา – กต. อัปเดตสถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงทวีความรุนแรง ล่าสุดอิสราเอลรายงานแรงงานไทยภาคเกษตรเสียชีวิตแล้ว 1 ราย

กองทัพบก ยืนยันไม่มีลักลอบส่งน้ำมันไทยเข้ากัมพูชาผ่านลาว ชี้คลิปผู้ว่าฯ สตึงเตรงแปลคลาดเคลื่อน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! ในยุคที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นแหล่งข่าวไวรัลแบบวันต่อวัน เรามักเจอคลิปหรือข่าวที่แพร่กระจายเร็วกว่าปล่อยลูกโป่ง แต่บางทีข้อมูลพวกนั้นอาจถูกบิดเบือนโดยไม่รู้ตัว วันนี้ผมมีเรื่องน่าสนใจมาอัปเดตให้ฟัง จากกรณีข่าวลือเรื่องการลักลอบส่งน้ำมันไทยไปกัมพูชาผ่านทางลาว ที่กำลังฮือฮาในกลุ่มแชทและเฟซบุ๊ก จนสุดท้าย กองทัพบก ยืนยันไม่มีลักลอบส่งน้ำมันไทยเข้ากัมพูชาผ่านลาว ชี้คลิปผู้ว่าฯ สตุงเตรงแปลคลาดเคลื่อน เรียบร้อยแล้ว มาดูรายละเอียดกันแบบชิลๆ กันเถอะ

กองทัพบก ยืนยันไม่มีลักลอบส่งน้ำมันไทยเข้ากัมพูชาผ่านลาว ชี้คลิปผู้ว่าฯ สตึงเตรงแปลคลาดเคลื่อน

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ออกมาชี้แจงแบบเคลียร์ๆ เพื่อไม่ให้สังคมสับสน โดยแบ่งเป็น 2 ประเด็นหลักที่เราควรรู้ ผมในฐานะคนติดตามข่าวมานาน จะเล่าให้ฟังพร้อมวิเคราะห์เพิ่มเติม เพราะในยุคเทคโนโลยี คลิปไวรัลแค่คลิกเดียวก็แพร่ไปทั่วโลก แต่การแปลผิดนิดเดียวอาจกลายเป็นดราม่าขนาดใหญ่ได้นะครับ

ประเด็นที่ 1: คุมชายแดนเข้มงวด ไม่มีลักลอบส่งน้ำมันข้ามแดน

กองทัพบกยืนยันชัดเจนว่ามาตรการควบคุมการส่งออกน้ำมันไปยัง สปป.ลาว ผ่านจุดผ่านแดนถาวรในพื้นที่กองกำลังสุรนารีนั้น แน่นปึ้กมาก! ทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงทางการลาว ตรวจสอบรัดกุมสุดๆ จากผลงานที่ผ่านมา ยังไม่เคยเจอเบาะแสลักลอบส่งน้ำมันต่อไปกัมพูชาเลยสักนิด

  • บูรณาการตรวจสอบร่วมกันทุกฝ่าย
  • มาตรฐานสูง ไม่มีช่องโหว่
  • ผลปฏิบัติยืนยัน: ไร้ปัญหา!

นี่คือตัวอย่างที่ดีของการทำงานชายแดนที่โปร่งใส ในมุมมองผม มันแสดงให้เห็นว่าระบบของเรามีประสิทธิภาพแค่ไหน โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีช่วยติดตามการขนส่งแบบเรียลไทม์

ประเด็นที่ 2: คลิปไวรัลของผู้ว่าราชการจังหวัดสตึงเตรง ถูกแปลคลาดเคลื่อน

ส่วนคลิปที่แพร่สะพัดนั่นแหละครับ ปัญหาอยู่ที่การแปลภาษาไทยที่ผิดเพี้ยน! คลิปสัมภาษณ์ของ ซอ โซะปุดตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดสตุงเตรง จากสื่อกัมพูชา ถูกนำมาแปลแบบเจาะจงว่านำเข้าน้ำมันจากไทย แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่

การแปลที่ถูกต้องคือ: “…ยอมรับว่าในขณะที่เรามีปัญหากับประเทศไทย สินค้าไทยบางประเภทได้ผ่านแดนจากประเทศลาวเข้าสู่กัมพูชา ซึ่งมีอยู่จริงเพราะว่าเราไม่สามารถปิดกั้นสินค้าเหล่านั้นไม่ให้เข้าสู่กัมพูชาได้ และรัฐบาลกัมพูชาก็ไม่สามารถออกคำสั่งอย่างเป็นทางการห้ามนำเข้าสินค้าได้ เนื่องจากกัมพูชาเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก เพราะฉะนั้นกัมพูชาไม่สามารถปฏิเสธสินค้าจากประเทศที่เป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกมายังประเทศของตนได้ เพราะหากทำเช่นนั้นจะถูกกดดัน…”

เห็นมั้ยครับ มันพูดถึง ‘สินค้าไทยบางประเภท’ ไม่ใช่น้ำมันโดยตรง! นี่คือปัญหา fake news คลาสสิกที่เราเจอบ่อยในแพลตฟอร์มเทคยักษ์ใหญ่อย่าง TikTok หรือ YouTube ที่อัลกอริทึมโปรโมตคลิปไวรัลโดยไม่เช็คแหล่งที่มา

โฆษกกองทัพบกยังฝากประชาชนด้วยว่า ก่อนแชร์ข่าว ควรตรวจสอบให้ถี่ถ้วน เพราะ fake news ยังคงระบาดหนัก อย่าลืมติดตามจากช่องทางราชการเพื่อข้อมูลจริง 100%

ในฐานะนักติดตามข่าวตัวยง ผมเห็นเทรนด์ชัดเจนเลยว่า ปีนี้ fake news เกี่ยวกับการเมืองชายแดนพุ่งสูง เพราะ social media ทำให้ทุกคนเป็นนักข่าวได้ง่าย แต่ก็เสี่ยงข้อมูลผิดพลาด ลองคิดดู ถ้าทุกคนใช้เครื่องมือ fact-check อย่าง Google Fact Check Tools หรือเว็บราชการ เราจะลดดราม่าได้เยอะ

สรุปนะครับ กองทัพบก ยืนยันไม่มีลักลอบส่งน้ำมันไทยเข้ากัมพูชาผ่านลาว ชี้คลิปผู้ว่าฯ สตุงเตรงแปลคลาดเคลื่อน เป็นบทเรียนดีๆ ให้เราระวังคลิปไวรัล ถ้าคุณเห็นข่าวแบบนี้ ลองเช็คแหล่งที่มาก่อนแชร์สิครับ จะช่วยให้สังคมสงบสุขขึ้นเยอะ! ชอบบทความนี้กดแชร์และติดตามต่อไปนะ อย่าลืมคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณเจอ fake news แบบไหนบ้าง

ที่มา – กองทัพบก ยืนยันไม่มีลักลอบส่งน้ำมันไทยเข้ากัมพูชาผ่านลาว ชี้คลิปผู้ว่าฯ สตุงเตรงแปลคลาดเคลื่อน

Polymarket เปิดบาร์เต็มจอ Situation Room

Polymarket กำลังสร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการประกาศ Polymarket เปิดบาร์เต็มจอ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ชื่อบาร์สุดเท่ “Situation Room” ซึ่งแอปตลาดทำนายผลนี้โพสต์บน X เมื่อวันศุกร์ว่าจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ บาร์แห่งนี้ไม่ใช่บาร์ธรรมดา แต่เป็นบาร์แรกของโลกที่ทุ่มเทให้กับการ “monitoring the situation” หรือการติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์!

Polymarket เปิดบาร์เต็มจอ: แนวคิดสุดล้ำจาก meme ยอดฮิต

จากโพสต์บน X ของ Polymarket บาร์ “Situation Room” จะเต็มไปด้วยจอภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็นฟีดสดจาก X (ทวิตเตอร์), Flight Radar แสดงการบิน, Bloomberg Terminal ข้อมูลการเงิน และแน่นอน จอแสดงผลตลาดทำนายของ Polymarket เอง ลองนึกภาพบาร์กีฬา แต่แทนที่จะดูบอลหรือบาส จะเป็นการจ้องจอข่าว สถานการณ์โลก และโอกาสทำนายผลแทน สุดยอดไอเดียที่ผสมผสานความบันเทิงกับข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทำให้ลูกค้าสามารถจิบเครื่องดื่มไปพลางติดตามเหตุการณ์สำคัญไปพลาง

ทำไม Polymarket ถึงเลือกเปิดบาร์เต็มจอแบบนี้?

ชื่อ “Situation Room” มาจากมีม “monitoring the situation” ที่กำลังฮิต ไม่ใช่แค่เพราะแฟนคลับ Wolf Blitzer จาก CNN นะ แต่เป็นการเล่นคำที่ลงตัวกับธุรกิจหลักของ Polymarket ที่ให้คนเดิมพันกับเหตุการณ์จริง เช่น การเลือกตั้งหรือข่าวใหญ่ๆ ก่อนหน้านี้ Polymarket เคยทำโปรเจกต์สุดแหวกอย่างร้านขายของชำป๊อปอัพในนิวยอร์ก ชื่อ “the Polymarket” ที่แจกของฟรีให้คน 300 คนต่อวันหลายวัน ซึ่งอาจจะเป็นการล้อเลียนแผนร้านของชุมชนของนายกเทศมนตรี Zohran Mamdani หรือช่วยพิสูจน์ว่าคนนิวยอร์กต้องการของถูกจริงๆ

แต่ถ้าจะเทียบกับบาร์การเมืองอื่นใน DC ล่ะ? ลองดู Political Pattie’s ที่เปิดปี 2024 ธีม bipartisanship (สองพรรคการเมือง) สร้างกระแสออนไลน์ร้อนแรงแต่รายได้แทบไม่มี ปิดตัวหลัง 75 วัน Polymarket เปิดบาร์เต็มจอ อาจจะคล้ายบาร์ในสนามบินทั่วโลก ที่มีจอเที่ยวบินและข่าววิ่งวน แต่ในชีวิตจริง 20 ปีมานี้ เราทุกคนจ้องโทรศัพท์มากกว่า จ้องข่าว โซเชียล และทำตัวเป็น “monitoring the situation guy” เอง

  • จุดเด่นของบาร์: จอ X สด, Flight Radar, Bloomberg, Polymarket odds
  • เป้าหมาย: สร้างพื้นที่สำหรับคนติดตามข่าวและเดิมพัน
  • ความเสี่ยง: จะดึงดูดลูกค้าจริงหรือแค่ gimmick ชั่วคราว?

ผู้เขียนเองยอมรับว่านี่เป็นแนวคิดน่าสนใจมาก ถ้าทำได้ดี อาจกลายเป็น “methadone” สำหรับคนติด doomscrolling ที่มานั่งจ้องจอใหญ่ๆ ร่วมกัน แทนโทรศัพท์ส่วนตัว ดูเพื่อนๆ ด้วยกัน สนทนาเรื่องข่าวร้อน แต่คำถามคือ Polymarket จะ execute ได้ขนาดไหน? จากประวัติ stunt สนุกๆ ของพวกเขา มันน่าจะเป็น event สุดปัง แต่จะอยู่ยาวหรือไม่ คงต้องรอดู

สำหรับแฟน Polymarket หรือคนชอบติดตามสถานการณ์โลก บาร์นี้คือที่ที่ต้องไปเช็คอิน ลองนึกถึงบรรยากาศ: เสียงเพลงเบาๆ ผสมประกาศข่าว จิบเบียร์พลางเช็ค odds การเลือกตั้งหรือข่าว crypto คุณพร้อมไป “monitor the situation” กับ Polymarket หรือยัง? คอมเมนต์บอกเราหน่อยว่าคุณคิดยังไงกับไอเดีย Polymarket เปิดบาร์เต็มจอ แบบนี้!

ที่มา – Polymarket to Open Bar Full of Screens

สภาเตรียมโหวตเลือกนายกฯ ภูมิใจไทยเสนออนุทิน ประชาชนเสนอณัฐพงษ์ จับตากล้าธรรมเสนอชื่อธรรมนัส

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามีเรื่องร้อนฉ่าในวงการการเมืองไทยที่กำลังจะเป็นดราม่าซีรีส์สุดมันส์ เหมือนกับรายการเรียลลิตี้โชว์ที่เราชอบดูกันเลยล่ะครับ สภาเตรียมโหวตเลือกนายกฯ ภูมิใจไทยเสนออนุทิน ประชาชนเสนอณัฐพงษ์ จับตากล้าธรรมเสนอชื่อธรรมนัส นี่แหละครับหัวข้อหลักที่ทุกคนกำลังจับตามอง ผมในฐานะคนที่ติดตามข่าวการเมืองมานาน จะมาเล่าให้ฟังแบบเป็นกันเอง พร้อมวิเคราะห์ลึกๆ ให้เข้าใจง่าย เหมือนนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟ

สภาเตรียมโหวตเลือกนายกฯ ภูมิใจไทยเสนออนุทิน ประชาชนเสนอณัฐพงษ์ จับตากล้าธรรมเสนอชื่อธรรมนัส

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 จะเริ่มตอน 10.00 น. วันนี้ 19 มี.ค. โดยวาระสำคัญคือการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เตรียมเสนอชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ขณะที่พรรคประชาชน (ปชน.) ก็ไม่ยอมแพ้ เสนอ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เข้าชิง ส่วนที่ทุกคนจับตาคือพรรคกล้าธรรม (กธ.) อาจจะเสนอ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ทำให้การโหวตครั้งนี้ลุ้นสุดๆ

ก่อนวันโหวตเพียงวันเดียว ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องจากผู้ตรวจการแผ่นดิน เรื่องบัตรเลือกตั้งที่มี barcode และ QR Code อาจทำให้การเลือกตั้งไม่ลับตามรัฐธรรมนูญ นี่เป็นดราม่าที่อาจพลิกเกมได้นะครับ แต่ตอนนี้สมาชิกสภาฯ กำลังประชุมหารือกันแน่นอน

พรรคร่วมรัฐบาล vs ฝ่ายค้าน: เสียงโหวตใครมากกว่า?

พรรคร่วมรัฐบาลนำโดยภท. มีทั้งสิ้น 292 เสียง จาก 16 พรรค (ยังไม่รวมเขตสุพรรณบุรีที่รอรับรอง) มาดูรายชื่อกันครับ:

  • พรรคภูมิใจไทย: 191 ที่นั่ง
  • พรรคเพื่อไทย: 74 ที่นั่ง
  • พรรคพลังประชารัฐ: 5 ที่นั่ง
  • พรรคประชาชาติ: 5 ที่นั่ง
  • พรรคเศรษฐกิจ: 3 ที่นั่ง
  • พรรคไทยสร้างไทย: 2 ที่นั่ง
  • พรรคเพื่อชาติไทย: 2 ที่นั่ง
  • พรรคละ 1 ที่นั่ง: ประชาธิปไตยใหม่, ใหม่, รวมใจไทย, ไทยทรัพย์ทวี, รวมพลังประชาชน, มิติใหม่, ทางเลือกใหม่, โอกาสใหม่
  • ล่าสุด พรรครวมไทยสร้างชาติ เพิ่ม 2 เสียง (ชัชวาลล์ คงอุดม และอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี)

ฝ่ายค้าน 7 พรรค 207 เสียง: ปชน. 120, กธ. 58, ปชป. 21, ไทรวมพลัง 6, เสรีรวมไทย 1, ไทยภักดี 1

การโหวตเป็นแบบเปิดเผย ขานชื่อตามลำดับตัวอักษร ต้องได้เกินกึ่งหนึ่งจาก 499 สส. คืออย่างน้อย 250 เสียง ถ้าภท. รวมเสียงได้ครบ นายอนุทินน่าจะสบาย แต่พรรคปชป. ยืนยันงดออกเสียง เหมือนตอนเลือกประธานสภา (โสภณ ซารัมย์ ได้ 289 เสียง พริษฐ์ ได้ 123)

แคนดิเดตนายกฯ ที่มีสิทธิ์ชิง: 9 คนเด็ดๆ

ตามกฎ ต้องเป็นชื่อที่พรรคแจ้งกกต. และพรรคมีสส. อย่างน้อย 25 คน มี 9 คนนี้:

  • อนุทิน ชาญวีรกูล (ภท.)
  • สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว (ภท.)
  • ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (ปชน.)
  • ศิริกัญญา ตันสกุล (ปชน.)
  • วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร (ปชน.)
  • ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พท.)
  • จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พท.)
  • สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (พท.)
  • ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า (กธ.)

การเสนอชื่อต้องมีสส. รับรอง 1/10 ของสภา หรือ 50 คน

ในมุมของผมที่ติดตามมานาน การเมืองไทยปีนี้เหมือนเกมกลยุทธ์ที่ใช้เทคโนโลยีอย่าง AI วิเคราะห์คะแนนได้เลยนะครับ ถ้ารัฐบาลรวมเสียงได้ 292 เท่ากับเกิน 250 ชัวร์ แต่ตัวแปรอย่างกธ. กับปชป. ที่งดเสียง อาจทำให้ลุ้น ถ้าธรรมนัสลงจริง ฝ่ายค้านอาจรวมตัวหนุนได้

เทรนด์ที่น่าสนใจคือ การเมืองไทยกำลัง digital มากขึ้น ลองนึกภาพ live streaming การโหวต เหมือนดู Netflix แต่เป็นการเมืองจริงๆ! เพื่อนๆ คิดว่าใครจะเป็นนายกฯ คนต่อไป? อนุทินสบายๆ หรือณัฐพงษ์พลิกเกม หรือธรรมนัสเซอร์ไพรส์? Comment มาคุยกันเลยครับ และอย่าลืม share บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่ชอบข่าวบันเทิงการเมือง!

ที่มา – สภาเตรียมโหวตเลือกนายกฯ ภูมิใจไทยเสนออนุทิน ประชาชนเสนอณัฐพงษ์ จับตากล้าธรรมเสนอชื่อธรรมนัส

Val Kilmer ถูก AI ใส่เข้าไปในหนังด้วยพรจากครอบครัว

ในวงการภาพยนตร์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปด้วยเทคโนโลยี AI ล่าสุดมีข่าวใหญ่ที่แฟนๆ Val Kilmer ต้องตื่นเต้น! Val Kilmer ถูก AI ใส่เข้าไปในหนังด้วยพรจากครอบครัว ของเขาเอง ในภาพยนตร์เรื่อง As Deep as the Grave ซึ่งเล่าเรื่องบาทหลวงคาทอลิกชาวอเมริกันพื้นเมืองที่ป่วยด้วยวัณโรค ตามรายงานจาก Variety

Val Kilmer ถูก AI ใส่เข้าไปในหนังด้วยพรจากครอบครัว

ผู้กำกับ Coerte Voorhees ได้ใช้เทคโนโลยี generative AI รุ่นใหม่ล่าสุด เพื่อสร้างภาพเคลื่อนไหวที่สมจริงของ Val Kilmer แม้ว่าเขาจะไม่ได้ถ่ายทำฉากใดๆ เลยก็ตาม สิ่งที่น่าทึ่งคือ การทำเช่นนี้ได้รับความร่วมมือจากทายาทและครอบครัวของ Val Kilmer โดยเฉพาะลูกสาว Mercedes และลูกชาย Jack ที่สนับสนุนเต็มที่

Voorhees กล่าวกับ Variety ว่า “แม้บางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องถกเถียง แต่ Val ต้องการแบบนี้จริงๆ” ก่อนเสียชีวิต Val Kilmer ได้รับเลือกให้แสดงในเรื่องนี้แล้ว และเขามองว่าเป็นเรื่องราวสำคัญที่อยากให้ชื่อของตัวเองปรากฏ

เทคโนโลยี AI ที่ใช้สร้าง Val Kilmer ในหนังใหม่

ยังไม่ชัดเจนว่าใช้เครื่องมือวิดีโอเจนเนอเรทแบบไหน แต่ Variety ระบุว่า Sonantic เคยช่วยสร้างเสียงเลียนแบบของ Kilmer เมื่อเส้นเสียงของเขาพังจากขั้นตอนการรักษา นอกจากนี้ ครอบครัวยังให้ภาพถ่ายจำนวนมากและฟุตเทจจากช่วงปีสุดท้ายของเขา

ด้วยภาพที่ได้รับอนุญาตทางกฎหมาย ผู้กำกับสามารถป้อนเข้า AI still image generator แล้วต่อยอดเป็นวิดีโอด้วยเครื่องมืออย่าง Kling 3.0 ได้ง่ายๆ แม้แต่ influencer ก็ทำ deepfake ดาราดังได้สมจริงบน Instagram ถ้าขยายสเกลด้วยงบหนังเล็กๆ ก็เพียงพอแล้ว

แต่คำถามสำคัญคือ AI จะสมจริงพอให้ผู้ชมหนังจ่ายเงินดูได้หรือไม่? ยังต้องรอพิสูจน์

  • จุดเด่นของเทคโนโลยี: สร้างภาพเคลื่อนไหว photorealistic
  • การอนุมัติ: จาก estate และครอบครัว
  • เครื่องมือที่อาจใช้: Kling 3.0 หรือคล้ายๆ กัน
  • ความท้าทาย: คุณภาพสำหรับจอเงิน

Val Kilmer เป็นนักแสดงที่มีมุมมองไม่ธรรมดา เขาเคยบอกในสัมภาษณ์ปี 2005 กับ Esquire ว่าการแสดงช่วยให้นักแสดงเข้าใจประสบการณ์ลึกซึ้งกว่าคนที่เจอจริงๆ แม้แต่ Jude Law เล่นเป็น Val Kilmer หนุ่ม ก็จะรู้จัก Val มากกว่า Val เอง! นี่อาจตีความได้ว่าเขาอาจอยากให้นักแสดงจริงๆ มาแทน แต่เราคงไม่มีวันรู้

Kilmer มีความเชื่อแปลกๆ เยอะ เช่น ในบทความ New York Times ปี 2020 แต่การใช้ AI ฟื้นคืนชีพแบบนี้ อาจสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเขา

เทคโนโลยี AI กำลังปฏิวัติวงการฮอลลีวูด ทำให้ดาราเสียชีวิตแล้วยังแสดงได้ต่อ อนาคตจะเป็นอย่างไร? แฟนๆ คิดเห็นยังไง ลองคอมเมนต์บอกเราด้วยนะ!

นี่คือก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นศักยภาพของ AI ในหนัง ถ้าคุณสนใจข่าวเทคโนโลยีและภาพยนตร์ ติดตามเราเพื่ออัปเดตเพิ่มเติม

ที่มา – Val Kilmer to Be AI-ed Into Movie with Blessing of His Family