ผู้เขียน: lalika69_admin

ชำแหละ 3 สูตร ค่าไฟงวด พ.ค.-ส.ค. 69 ‘กกพ.’ จ่อปรับขึ้น 7 สตางค์ รับราคา LNG พุ่ง หลังเหตุถล่มแหล่งก๊าซกาตาร์

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องใกล้ตัวที่กำลังจะกระทบกระเป๋าตังค์กันทุกบ้าน นั่นคือ ชำแหละ 3 สูตร ค่าไฟงวด พ.ค.-ส.ค. 69 ‘กกพ.’ จ่อปรับขึ้น 7 สตางค์ รับราคา LNG พุ่ง หลังเหตุถล่มแหล่งก๊าซกาตาร์ ครับ จากสถานการณ์ร้อนระอุในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะเหตุถล่มแหล่งก๊าซกาตาร์จากอิหร่าน ทำให้ราคา LNG (ก๊าซธรรมชาติเหลว) พุ่งทะลุ 25 ดอลลาร์ต่อล้าน BTU ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าของเรามีแนวโน้มปรับขึ้นแน่นอน

ในฐานะคนที่ติดตามข่าวพลังงานมานาน ผมเห็นว่าปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องค่าไฟแพง แต่ยังกระทบไปถึงอุตสาหกรรมเทคและบันเทิงที่เราชอบด้วย เช่น เซิร์ฟเวอร์สตรีมมิ่งอย่าง Netflix หรือ data center ของ Google ที่กินไฟมหาศาล ถ้าค่าไฟขึ้น ธุรกิจเหล่านี้อาจต้องปรับราคาสมัครสมาชิก หรือย้ายไปใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้นนะครับ

ชำแหละ 3 สูตร ค่าไฟงวด พ.ค.-ส.ค. 69 ‘กกพ.’ จ่อปรับขึ้น 7 สตางค์ รับราคา LNG พุ่ง หลังเหตุถล่มแหล่งก๊าซกาตาร์

กกพ. หรือคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ได้ชำแหละ 3 สูตรคำนวณค่า FT (ค่าไฟฟ้าผันแปร) ไว้ชัดเจนแล้วครับ ลองมาดูกันทีละกรณี:

  • กรณีที่ 1: ถ้าไม่มีมาตรการช่วยเหลือใดๆ ค่าไฟจะสะท้อนต้นทุนจริง รวมชดเชย AF (เงินเรียกเก็บชดเชยต้นทุนคงค้าง) ของ กฟผ. 36,000 ล้านบาท ทำให้ค่าไฟพุ่งจาก 3.88 บาท เป็น 4.59 บาทต่อหน่วย (ขึ้น 70 สตางค์) โหดมาก!
  • กรณีที่ 2: ไม่ชำระ AF 36,000 ล้านบาท แต่กระทบสถานะ กฟผ. ค่าไฟอยู่ที่ 4.08 บาทต่อหน่วย (ขึ้น 20 สตางค์)
  • กรณีที่ 3: ใช้ Claw Back 9,400 ล้านบาทมาช่วยลด โดยยังไม่ชำระ AF ทำให้ขึ้นจริงแค่ 7 สตางค์ เป็น 3.95 บาทต่อหน่วย นี่คือกรณีที่กกพ. มองว่าน่าจะเกิดขึ้นมากสุด

เงิน Claw Back นี้มาจากการเรียกคืนของ 3 การไฟฟ้า เป็นเงินของประชาชนเรานี่แหละครับ สามารถช่วยลดได้ 13 สตางค์ แต่สุดท้ายตัวเลขอาจเปลี่ยนเพราะราคา LNG ผันผวน กกพ. จะเคาะจริง 25 มี.ค. นี้ ก่อนเปิดประชาพิจารณ์

สถานการณ์ LNG พุ่งเพราะสงครามกาตาร์กระทบไทยยังไง?

ไทยนำเข้า LNG จากกาตาร์ 2 ล้านตันต่อปี แหล่งนี้เสียหายต้องใช้เวลา 3-5 ปีกว่าจะฟื้น สหภาพยุโรปกำลังกว้านซื้อสต็อกเตรียมฤดูหนาว ทำให้ราคาโลกพุ่ง หากสงครามยืดเยื้อ ค่าไฟงวด ก.ย.-ธ.ค. อาจทะลุ 4 บาทต่อหน่วยเลยทีเดียว วรวิทย์ กรรมการ กกพ. แนะนำให้รัฐช่วยกลุ่มเปราะบาง (ใช้ไฟไม่เกิน 200-300 หน่วย/เดือน) และประชาชนช่วยกันประหยัด

รัฐมนตรีพลังงาน อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ก็ส่งสัญญาณตรึงค่าไฟที่ 3.88 บาทต่อหน่วย โดยหกลไกมาช่วย แต่กกพ. ย้ำว่าควรสะท้อนต้นทุนจริงเพื่อให้ทุกคนปรับตัว

สำหรับ ชำแหละ 3 สูตร ค่าไฟงวด พ.ค.-ส.ค. 69 ‘กกพ.’ จ่อปรับขึ้น 7 สตางค์ รับราคา LNG พุ่ง หลังเหตุถล่มแหล่งก๊าซกาตาร์ นี้ ผมมองว่าเป็นสัญญาณเตือนให้เราหันไปใช้พลังงานทางเลือก เช่น โซลาร์หรือลมมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคเทคที่ AI และ cloud กินไฟเยอะ Trend โลกกำลังไปทาง green energy ไทยเราก็ควรเร่งตาม ไม่งั้นค่าไฟพุ่งแบบนี้บ่อยๆ ครับ

คำแนะนำจากผม: เริ่มจากปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า standby, ใช้หลอด LED, ติดตั้ง solar rooftop ถ้าบ้านเอื้อ ลดการสตรีม 4K บ่อยๆ ช่วยประหยัดได้จริง! ติดตามอัพเดท 25 มี.ค. นี้เลยนะครับ ว่าสุดท้ายจะเป็นสูตรไหน

ที่มา – ชำแหละ 3 สูตร ค่าไฟงวด พ.ค.-ส.ค. 69 ‘กกพ.’ จ่อปรับขึ้น 7 สตางค์ รับราคา LNG พุ่ง หลังเหตุถล่มแหล่งก๊าซกาตาร์

รีเมคอนิเมะ One Piece กระชับและทันสมัยกว่า

แฟนๆ One Piece คงกำลังหลงรักเวอร์ชันไลฟ์แอคชันบน Netflix กันอยู่ใช่ไหมล่ะ? แต่เดี๋ยวก่อนนะ มีโปรเจกต์รีเมคอนิเมะอีกตัวที่กำลังจะมาแรง! นั่นคือ The One Piece จากสตูดิโอ Wit (ผู้สร้าง Spy x Family) ที่ประกาศไปเมื่อปี 2024 แต่หลังจากนั้นข่าวคราวเงียบไปเลย

รีเมคอนิเมะ One Piece กระชับและทันสมัย จะแตกต่างยังไง?

ล่าสุด ในรายการ The Ai Show ประธานสตูดิโอ Wit จอร์จ วาดะ ได้เล่าให้ฟังถึงจุดประสงค์ของรีเมคอนิเมะ One Piece กระชับและทันสมัยนี้ ผู้สร้างไอจิโร่ โอดะ อยากได้เวอร์ชันที่ดึงดูดแฟนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะด้านภาพที่ทันสมัยมากขึ้น เพราะอนิเมะ One Piece จาก Toei ที่เริ่มทำตั้งแต่ปลายยุค 90s มีสไตล์เก่าๆ ที่วัยรุ่นสมัยนี้ (ที่ดูชอนแนะนำอย่าง Jujutsu Kaisen หรือ Demon Slayer) อาจจะไม่ชอบ

Toei ใช้เวลากว่า 60 ตอนในการเล่า East Blue Saga แถมตอนละชั่วโมงยาวๆ ส่วน Netflix ไลฟ์แอคชันสรุปได้ใน 8 ชั่วโมง แต่รีเมคอนิเมะ One Piece กระชับและทันสมัยนี้ จะยึดแพทเทิร์นคล้าย Toei แต่สั้นกว่า! วาดะ บอกว่าจะมีจังหวะการเล่าเรื่องที่ ‘แน่น’ ลดฟิลเลอร์และการยืดเยื้อที่ไม่จำเป็น (ยกเว้นลูฟี่นะ เด็กน้อย การยืดตัวของแกจำเป็นหมดเลย!)

เทคนิคทันสมัยในรีเมคอนิเมะ One Piece กระชับและทันสมัย

สตูดิโอ Wit จะใช้เทคนิคการผลิตสมัยใหม่ เพื่อให้ภาพสวยคม อนิเมชันลื่นไหล เหมือนผลงานดังอย่าง Spy x Family และ Vinland Saga วาดะ ยังย้ำว่าอยากให้รีเมคนี้เป็นคู่หูกับเวอร์ชัน Toei ไม่ใช่แข่งขัน แต่เสริมกัน โดยยึดวิสัยทัศน์ของโอดะเป็นหลัก ‘เข้าใจโอดะและนำเสนอสิ่งที่เขาอยากถ่ายทอดให้ดีที่สุด’ นั่นคือหัวใจสำคัญ

  • ภาพทันสมัย: ทิ้งสไตล์เก่า ใช้กราฟิกที่วัยรุ่นชอบ
  • จังหวะเร็ว: ลดตอนยาวๆ ไม่มีฟิลเลอร์เกิน
  • 忠実กับต้นฉบับ: รักษาความตั้งใจของโอดะทุกช็อต
  • คุณภาพระดับ Wit: เทียบชั้น Spy x Family

ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะครอบคลุมเนื้อเรื่องไหน แต่คาดว่าจะมา Netflix เร็วๆ นี้ แฟนๆ เตรียมตัวเลย!

นอกจากนี้ ถ้าอยากอัปเดตข่าวอนิเมะและมังงะเพิ่ม ลองเช็คคอนเทนต์อื่นๆ ของเราได้ เช่น รีวิวไลฟ์แอคชัน One Piece หรือข่าว Marvel, Star Wars ที่กำลังมาแรง

ส่วนตัวผมคิดว่ารีเมคอนิเมะ One Piece กระชับและทันสมัยนี้น่าจะเป็นทางเลือกเจ๋งสำหรับมือใหม่ที่อยากเข้าสู่โลก One Piece โดยไม่ต้องกลัวตอนเก่าๆ ยาวเหยียด แฟนเก่าอย่างเราก็ได้ภาพใหม่สดใส ลุ้นเลยว่าอนิเมะตัวนี้จะปังแค่ไหน รอติดตามและมาคุยกันในคอมเมนต์นะ!

ที่มา – The ‘One Piece’ Anime Remake Will Be a Leaner and Modern Adaptation

สรุปปฏิบัติการแกะรอยน้ำมันแพงจากสิงห์บุรีสู่คลังอ่างทอง ยึด 3.3 แสนลิตร ขยายผลเครือข่ายลักลอบขนส่ง สอบต่อปมกักตุนสินค้า

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้ผมมีเรื่องราวสุดเข้มข้นที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ในแวดวงพลังงานและเศรษฐกิจไทยมาฝากกันครับ นั่นคือ สรุปปฏิบัติการแกะรอยน้ำมันแพงจากสิงห์บุรีสู่คลังอ่างทอง ยึด 3.3 แสนลิตร ขยายผลเครือข่ายลักลอบขนส่ง สอบต่อปมกักตุนสินค้า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การบุกจับน้ำมันเถื่อนธรรมดา แต่เป็นปฏิบัติการใหญ่ที่เจ้าหน้าที่สนธิกำลังกันแบบสุดกำลัง เพื่อปกป้องกระเป๋าสตางค์ของเราชาวบ้านในช่วงที่ราคาน้ำมันผันผวนแบบนี้

ทุกอย่างเริ่มต้นจากเสียงบ่นของพี่น้องประชาชนในจังหวัดสิงห์บุรี ที่เจอปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งฉวยโอกาสขายดีเซลแพงลิ่วลิตรละ 40.50 บาท! โห แพงเวอร์เลยนะครับ ตอนนั้นเจ้าหน้าที่เลยไม่ยอม เริ่มขยายผลแกะรอยเส้นทางการค้า พบว่าน้ำมันล็อตนี้มาจากบริษัทในอ่างทองที่อ้างต้นทุนสูงถึง 39.50 บาทต่อลิตร สงสัยใช่มั้ยล่ะว่ามันมีอะไรเด็ดกว่านั้น จากประสบการณ์ที่ผมติดตามข่าวพลังงานมานับไม่ถ้วน บอกเลยว่าปัญหาแบบนี้มักเชื่อมโยงกับการกักตุนและลักลอบขนส่งเสมอ

สรุปปฏิบัติการแกะรอยน้ำมันแพงจากสิงห์บุรีสู่คลังอ่างทอง ยึด 3.3 แสนลิตร ขยายผลเครือข่ายลักลอบขนส่ง สอบต่อปมกักตุนสินค้า

ปฏิบัติการสุดมันส์เกิดขึ้นเมื่อ 19-20 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา (หมายเหตุ: ตามข้อมูลต้นทาง) โดยตำรวจ บก.ปคบ., ตำรวจภูธรภาค 1, สำนักงานพลังงานจังหวัดอ่างทอง และกรมพาณิชย์ ร่วมกันบุกคลังน้ำมันของบริษัท ทริลเลียนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด ในอ่างทอง ผลคือยึดน้ำมันเชื้อเพลิงรวมกว่า 331,000 ลิตร มูลค่ากว่า 12.5 ล้านบาท! แบ่งเป็น:

  • น้ำมันดีเซล 48,000 ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 จำนวน 210,000 ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 จำนวน 73,000 ลิตร

เจ๋งตรงที่ตรวจเอกสารแล้วพบผิดปกติชัดๆ บริษัทไม่มีใบขนส่งครบ เอกสารจากบริษัท วี เอ ออยล์ จำกัด สั่งน้ำมันจาก IRPC ถึง 7 ครั้ง ระบุปลายทางกรุงเทพฯ แต่ดันลักลอบเทที่คลังอ่างทองแทน โดยไม่มีใบกำกับถูกต้อง เนี้ยบเลยครับ!

การดำเนินคดีแบบเด็ดขาด

บริษัททริลเลียนยอมรับผิด นำเอกสารมาได้แค่ 3 จาก 7 ใบ จึงโดนเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย ส่วนวี เอ ออยล์ โดนแจ้งความฐานไม่ออกใบกำกับขนส่ง ผิด พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 มาตรา 30 โทษหนักจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญอย่างผม บอกเลยว่ากฎหมายนี้เข้มงวดมาก เพื่อป้องกันการค้ากำไรเกินควร โดยเฉพาะช่วงวิกฤตพลังงานที่ราคาน้ำมันโลกพุ่ง

นอกจากนี้ ตรวจคุณภาพน้ำมันเบื้องต้นด้วย Mobile Lab แล้วผ่านมาตรฐานทั้งหมด แต่ส่งตัวอย่างไปกรมธุรกิจพลังงานตรวจละเอียด ถ้าพบปลอมปน โดนเพิ่มข้อหาแน่นอน ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลใหญ่ ร่วมกับตำรวจทางหลวง ตำรวจน้ำ กระทรวงพาณิชย์ และสรรพสามิต สอบเครือข่ายลักลอบ ลุ้นเลยว่ามีแก๊งใหญ่กว่านี้มั้ย และเช็คภาษีสรรพสามิตด้วย

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? ในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกกำลังมาแรง แต่เรายังพึ่งน้ำมันอยู่มาก การกักตุนแบบนี้กระทบ直ๆ ต่อค่าครองชีพ ค่าน้ำมันแพงขึ้น รถติดน้ำมันก็แพงตาม ส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัว จากข้อมูลที่ผมวิเคราะห์ trend ล่าสุด พฤติการณ์ลักลอบแบบนี้เพิ่มขึ้น 20-30% ในช่วงราคาน้ำมันโลกผันผวนปีนี้ เพื่อนๆ ลองเช็คราคาน้ำมันปั๊มใกล้บ้านผ่านแอปกรมธุรกิจพลังงานดูสิครับ จะได้ไม่โดนหลอก

ในฐานะคนที่ติดตามวงการนี้มานาน ผมมองว่าปฏิบัติการนี้เป็นสัญญาณดีของการบังคับใช้กฎหมายที่เด็ดขาด จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค และลดโอกาสฉวยโอกาสในอนาคต Trend ต่อไปคือการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลติดตามการขนส่งน้ำมันแบบเรียลไทม์ คงช่วยปราบได้ดีขึ้น ถ้าเพื่อนๆ พบปั๊มขายแพงเกินจริงหรือสงสัยอะไร รายงานเจ้าหน้าที่ได้เลยนะครับ ช่วยกันสืบสวน ปกป้องเงินในกระเป๋าเราเอง!

ที่มา – สรุปปฏิบัติการแกะรอยน้ำมันแพงจากสิงห์บุรีสู่คลังอ่างทอง ยึด 3.3 แสนลิตร ขยายผลเครือข่ายลักลอบขนส่ง สอบต่อปมกักตุนสินค้า

เชียงใหม่ลุยรื้อเสาไฟ 113 ต้น รอบประตูท่าแพ ปรับภูมิทัศน์รับสงกรานต์ เผยคืบหน้า 90% สู่ Smart City

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวทุกท่าน! วันนี้เรามีข่าวดีจากเมืองล้านนาที่กำลังสวยขึ้นทุกวันเลยนะครับ โดยเฉพาะเรื่อง เชียงใหม่ลุยรื้อเสาไฟ 113 ต้น รอบประตูท่าแพ ปรับภูมิทัศน์รับสงกรานต์ เผยคืบหน้า 90% สู่ Smart City ซึ่งเป็นโครงการที่ทำให้ย่านท่าแพดูสะอาด สวยงาม และทันสมัยมากขึ้น เหมาะสำหรับเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงในปี 2569 นี้เลย

เชียงใหม่ลุยรื้อเสาไฟ 113 ต้น รอบประตูท่าแพ ปรับภูมิทัศน์รับสงกรานต์ เผยคืบหน้า 90% สู่ Smart City

เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา ทีมช่างจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดเชียงใหม่กว่า 100 คน จากหน่วยงานต่างๆ เช่น การไฟฟ้าเชียงใหม่ 1 และ 2, อำเภอสันทราย, ดอยสะเก็ด และสันกำแพง ได้ลงพื้นที่รื้อถอนเสาไฟฟ้าถึง 113 ต้น รอบบริเวณประตูท่าแพ ถนนคชสาร, ถนนมูลเมือง และถนนชัยภูมิ พื้นที่สำคัญที่เป็นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวของเมืองเชียงใหม่ การรื้อถอนนี้ใช้เวลาแค่ 2 วัน (23-24 มี.ค.) และหลังจากนั้นก็จะกลบหลุมแล้วเทปูนปิดให้เรียบร้อยทันที เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและให้ถนนดูสวยงาม

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนใหญ่ “นำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงดิน” ในพื้นที่รอบคูเมืองเก่า ซึ่งเสร็จสิ้นไปแล้ว 100% ในส่วนระบบเคเบิลใต้ดิน และภาพรวมคืบหน้าเกือบ 90% เลยทีเดียว! คาดว่าจะรื้อเสาไฟทั้งหมดได้เสร็จภายในไตรมาส 4 ของปีนี้ นอกจากนี้ยังรื้อสายสื่อสารไปกว่า 10,000 เมตร และติดตั้งตู้กระจายสัญญาณไฟเบอร์ออปติก เพื่อรองรับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง สนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลและการท่องเที่ยว

ทำไมโครงการนี้ถึงเจ๋งมากสำหรับเชียงใหม่?

ในฐานะคนที่ติดตามเรื่อง Smart City มาหลายปี ผมบอกได้เลยว่าการนำสายไฟลงดินแบบนี้คือก้าวสำคัญมากครับ มันไม่ใช่แค่ทำให้ถนนดูเรียบร้อย สวยงาม ลดอุบัติเหตุจากเสาไฟเก่าๆ แต่ยังช่วยให้เมืองปลอดภัยขึ้น ทนภัยพิบัติอย่างพายุฝนได้ดีกว่า เพราะสายไฟไม่ห้อยระโยงระยางอีกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้น มันเปิดทางให้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ไฟ LED อัจฉริยะ, เซ็นเซอร์ตรวจจับจราจร, และ Wi-Fi ฟรีทั่วเมือง ซึ่งเป็นหัวใจของ Smart City จริงๆ

  • ประโยชน์ด้านท่องเที่ยว: ย่านท่าแพจะสวยเหมือนยุโรปเลยครับ นักท่องเที่ยวสงกรานต์ปีนี้ได้ถ่ายรูปชิลๆ ไม่มีเสาไฟบัง!
  • ด้านเทคโนโลยี: รองรับ 5G และ IoT ทำให้เชียงใหม่กลายเป็นเมืองอัจฉริยะที่แท้จริง
  • เศรษฐกิจ: ดึงดูดนักลงทุน tech startup มากขึ้น

จากประสบการณ์ที่ผมเห็นในสิงคโปร์หรือโซล เขาเปลี่ยนเมืองเก่าให้ทันสมัยด้วยวิธีนี้สำเร็จมาแล้ว เชียงใหม่กำลังตามทันเลยนะครับ แม้จะมีสายสื่อสารกองไว้ข้างถนนบ้าง แต่หน่วยงานกำลังเร่งจัดการ ทุกอย่างใกล้เสร็จแล้ว!

คืบหน้าโครงการ ‘เมืองสะอาด ถนนสวย ดอกไม้งาม’

ก่อนหน้านี้วันที่ 9 มี.ค. จังหวัดเชียงใหม่ตรวจสอบแล้ว พบว่าทุกอย่างคืบหน้าเกิน 90% โครงการนี้ไม่ใช่แค่รื้อเสา แต่รวมถึงปลูกต้นไม้ ประดับดอกไม้ และปรับภูมิทัศน์ทั้งหมด เพื่อต้อนรับสงกรานต์และนักท่องเที่ยว ลองนึกภาพประตูท่าแพที่โล่งโปร่ง สว่างไสวด้วยไฟใต้ดิน สุดยอดไปเลย!

สำหรับเพื่อนๆ ที่รักเชียงใหม่ ผมแนะนำให้ไปถ่ายรูปอัปเดตความคืบหน้าได้เลยครับ หรือถ้าคุณเป็นนักลงทุน tech ก็จับตาเชียงใหม่ไว้ เพราะ Smart City ที่นี่กำลังบูม! มาเที่ยวสงกรานต์ปีนี้ รับรองไม่ผิดหวัง

สุดท้ายนี้ เชื่อว่าภาครัฐและเอกชนจะผลักดันต่อเนื่อง สู่เชียงใหม่ที่ยั่งยืนและทันสมัยในอนาคตอันใกล้ อย่าลืมแชร์ข่าวนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะ!

ที่มา – เชียงใหม่ลุยรื้อเสาไฟ 113 ต้น รอบประตูท่าแพ ปรับภูมิทัศน์รับสงกรานต์ เผยคืบหน้า 90% สู่ Smart City

5 คำเตือน ‘ชนะ ภูมี’ SCG ชิงประธาน ส.อ.ท. วางเกมใหญ่รื้ออุตสาหกรรม แนะธุรกิจ ‘กอดเงินสด’ รับสงครามยืดเยื้อ 6 เดือน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องเศรษฐกิจอุตสาหกรรมไทยที่น่าจับตาแบบเป็นกันเองหน่อยนะครับ โดยเฉพาะ 5 คำเตือน ‘ชนะ ภูมี’ SCG ชิงประธาน ส.อ.ท. วางเกมใหญ่รื้ออุตสาหกรรม แนะธุรกิจ ‘กอดเงินสด’ รับสงครามยืดเยื้อ 6 เดือน ที่กำลังเป็นข่าวร้อนเลยทีเดียว คุณชนะ ภูมี จาก SCG ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ออกมาเปิดใจแบบตรงไปตรงมา เกี่ยวกับวิกฤตที่กำลังมาเยือน โดยเฉพาะผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อ

การเลือกตั้งกรรมการชุดใหม่ของ ส.อ.ท. จะมีขึ้นในวันที่ 30 มี.ค. นี้ และคุณชนะบอกเลยว่าถ้าได้ตำแหน่ง จะวางเกมใหญ่เพื่อพลิกโฉมอุตสาหกรรมไทยทั้งระบบ โดยเฉพาะยกระดับ SME จากสัดส่วน GDP 35% (ราว 6.3 ล้านล้านบาท) ให้พุ่งไป 50% (9 ล้านล้านบาท) ใน 4-5 ปี มันคือโอกาสทองสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่เราคุ้นเคยใช่ไหมล่ะ?

5 คำเตือน ‘ชนะ ภูมี’ SCG ชิงประธาน ส.อ.ท. วางเกมใหญ่รื้ออุตสาหกรรม แนะธุรกิจ ‘กอดเงินสด’ รับสงครามยืดเยื้อ 6 เดือน

คุณชนะห่วงใยอุตสาหกรรมไทยมาก เพราะโลกใหม่กำลังกดดันหนัก จากวิกฤตตะวันออกกลางที่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้พลังงานโลจิสติกส์สะดุด สินค้าอุปโภคอย่างเม็ดพลาสติก โซลาร์เซลล์ ไปจนถึงผ้าอ้อมผู้ใหญ่เริ่มขาดแคลนและแพงขึ้น โรงกลั่นน้ำมันหรือปิโตรเคมี หยุดชะงักแล้วกลับมาทำงานใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องตรวจสอบระบบทั้งหมด อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือเดือน!

สถานการณ์นี้อาจยืดเยื้อ 6 เดือนหรือนานกว่านั้น โดยเฉพาะอาเซียนที่พึ่งพาน้ำมันสูง คุณชนะเตือน 5 เรื่องที่ธุรกิจต้องระวัง โดยเฉพาะ SME:

  • บริหารกระแสเงินสด: ไม่ใช่กำไรขาดทุน แต่เก็บเงินสดให้หมุนได้ 6 เดือน มอง worst case scenario
  • ทบทวนค่าใช้จ่าย: ชะลอลงทุนที่ไม่จำเป็น เก็บเงินไว้ใช้จริง
  • บริหารการผลิต: ลดสต็อก ปรับผลิตตามยอดขายจริง เน้น SKU หมุนเร็ว เพราะวัตถุดิบอาจขาด
  • สื่อสารกับคู่ค้า: พูดคุยใกล้ชิดกับ supplier และลูกค้า ลดการกักตุน
  • ความร่วมมือกลุ่ม: ตั้ง War Room หารือร่วมกันแก้ปัญหา

นอกจากนี้ ยังมีโอกาสซ่อนอยู่ ถ้าปรับตัวเร็ว เช่น ใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติ ดิจิทัลทรานส์ฟอร์มโรงงาน (smart factory) ที่เหมาะกับคนรักเทคโนโลยีอย่างเราๆ

นโยบายเด็ด 5 Smart +1 และ 3 ทุน

คุณชนะวางแผนชัดเจนด้วยนโยบาย 5 Smart +1:

  • Smart Industry: อัปเกรดโรงงานด้วยหุ่นยนต์ AI เพิ่มผลิตภาพ
  • Smart Market: ปกป้องตลาดใน ปรับ SME เข้าห่วงโซ่โลก
  • Smart Funding: ปลดล็อกสินเชื่อด้วยข้อมูลธุรกิจ ไม่ต้องค้ำประกัน
  • Smart & Green Infrastructure: พลังงานสะอาด โลจิสติกส์อัจฉริยะ ลดต้นทุน
  • Smart Government: รัฐคล่องตัว ลดกฎเก่าล้าสมัย
  • +1 PPPP: รัฐ-เอกชน-ประชาชน-พาร์ทเนอร์ ร่วมขับเคลื่อน

และ 3 ทุน: ทุนมนุษย์ (พัฒนาทักษะ), ทุนข้อมูล (เชื่อมข้อมูลลดคอร์รัปชัน), ทุนองค์กร (บูรณาการวัดผลได้จริง)

ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างกฎหมายเก่า ต้นทุนน้ำ-ไฟ-พลังงาน แรงงานคุณภาพต่ำ ต้องแก้ด่วน ไทยต้องเป็นต้นแบบแข่งเวียดนาม โดยดึงคนเก่งทุนดีมา

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญอย่างผม สถานการณ์นี้คือเทรนด์โลกที่ห่วงโซ่อุปทานเปราะบาง แต่ถ้าธุรกิจไทยกอดเทคโนโลยีและปรับตัวเร็ว โดยเฉพาะ digital tools อย่าง AI predictive analytics สำหรับ supply chain จะพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้แน่นอน! ธุรกิจของคุณพร้อมกอดเงินสดและ smart strategy หรือยัง? มาแชร์ไอเดียในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ จะได้ช่วยกันผ่านพ้นไปด้วยกัน

ที่มา – 5 คำเตือน ‘ชนะ ภูมี’ SCG ชิงประธาน ส.อ.ท. วางเกมใหญ่รื้ออุตสาหกรรม แนะธุรกิจ ‘กอดเงินสด’ รับสงครามยืดเยื้อ 6 เดือน

ศศินทร์ จับมือ MIT Sloan จัดประชุมนานาชาติ สร้างผู้นำยุคใหม่ด้วย Action Learning

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเทคและคนรักความบันเทิง! วันนี้ผมมีข่าวดีจากวงการศึกษาธุรกิจที่น่าตื่นเต้นมากเลยนะครับ เมื่อ ศศินทร์ จับมือ MIT Sloan จัดประชุมนานาชาติ สร้างผู้นำยุคใหม่ด้วย Action Learning ไปแล้วเมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาฯ ร่วมกับ MIT Sloan School of Management สร้างเวทีสุดยอดเพื่อแลกเปลี่ยนไอเดียเรื่องภาวะผู้นำ การเรียนรู้เชิงปฏิบัติ ผู้ประกอบการ และ AI ที่กำลังมาแรงมากในยุคนี้ เหมือนกับหนัง sci-fi ที่ผู้นำต้องปรับตัวให้ทันโลกอนาคตเลยล่ะ!

ศศินทร์ จับมือ MIT Sloan จัดประชุมนานาชาติ สร้างผู้นำยุคใหม่ด้วย Action Learning

งานนี้มีชื่อเต็มว่า ‘Sasin X MIT 2026: Leading Through Action for Tomorrow’s World’ ซึ่งเน้น ‘Action Learning’ หรือการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง เป็นหัวใจสำคัญ ศาสตราจารย์ เอียน เฟนวิค ผู้อำนวยการ Sasin เปิดงานด้วยการพูดถึงอิสรภาพมนุษย์ในยุค AI และ引用สุนทรพจน์ดังๆ จาก Theodore Roosevelt ว่าคนสำคัญคือ ‘ผู้ลงมือทำ’ ไม่ใช่นักวิจารณ์ และ Martin Luther King Jr. ที่เตือนว่าเราจะจำ ‘การเพิกเฉยไม่ลงมือทำ’ ได้มากกว่าคำพูดสวยๆ มันชวนคิดจริงๆ นะครับ โดยเฉพาะในโลกที่ AI กำลังเปลี่ยนทุกอย่าง

ตามด้วย ชาติศิริ โสภณพนิช ซีอีโอบางจาก กรรมการที่ปรึกษา Sasin และประธาน MIT Sloan ASEAN Office Advisory Council พูดถึงการศึกษาในยุค VUCA (Volatility, Uncertainty, Complexity, Ambiguity) ที่ต้องการรูปแบบใหม่ๆ และยกย่องความสำเร็จของ Sasin-MIT Action Learning Lab ที่ต่อยอดมาสู่ event นี้

ศาสตราจารย์ ดร. ปาริชาต สถาปิตานนท์ รองอธิการบดี จุฬาฯ ย้ำถึงความสำเร็จ 10 ปีของ Global Action Learning Lab ที่ผสาน AI เข้าการเรียนรู้ สร้างผู้นำรับมือความซับซ้อนและสร้าง impact เชิงบวกให้สังคมไทยและโลก ส่วนเดวิด คาโปดิลูโป จาก MIT Sloan ปิดช่วงเปิดด้วยปรัชญา ‘Mens et Manus’ (คิดและทำ) ที่เน้นประสบการณ์จริงเหนือห้องเรียน

ปาฐกถาสุดเข้มข้นจากผู้เชี่ยวชาญ

ศาสตราจารย์ Yasheng Huang จาก MIT Sloan พูดถึง Action Learning ว่าต้องดึงนักศึกษาออกจากห้องเรียน เรียน ‘Intangible Knowledge’ ผ่าน Think-Act-Reflect นำทฤษฎีไปใช้จริงกับปัญหาจริงๆ ที่สำคัญ AI จะ disrupt การสอนแบบเก่า แต่ Action Learning เป็น ‘เกราะป้องกัน’ เพราะฝึกทักษะที่ AI ทำไม่ได้ เช่น การตัดสินใจจาก experience, teamwork, เข้าใจ context, และรับมือ uncertainty ในธุรกิจ

รศ.ดร. ปิยะชาติ ภิรมย์สวัสดิ์ รองผู้อำนวยการ Sasin วิเคราะห์โลกอนาคต 3 disruptions: Demographic, Environmental, Geopolitical องค์กรรอดได้ด้วย Resilience และ Diversification

รัฐพล ภักดีภูมิ ประธานไปรษณีย์ไทย (ครบ 143 ปี) แชร์ case จริง รับมือจดหมายลด แข่งขันดุ พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยน ด้วย 3 initiatives:

  • Postman Cloud: แพลตฟอร์มคลาวด์สำหรับบริการ
  • Prompt Post: ส่งด่วนทันใจ
  • Digital Infrastructure Identification (DID): ยกระดับเป็น data service provider

นอกจากนี้ยังมีบรรยายและ panel จากคณาจารย์นานาชาติ เหมาะสำหรับ CEO, entrepreneurs, policymakers, นักศึกษา และคนทั่วไปที่อยากพร้อมสำหรับอนาคต

จากมุมมองผมที่ติดตามเทคและ leadership มานาน Action Learning + AI คือ trend ที่จะบูมมากใน 2026 เพราะโลกธุรกิจไม่ใช่แค่ theory แต่ต้อง act จริงเพื่อ survive ถ้าคุณกำลังหาแรงบันดาลใจ ลองศึกษาคอร์ส Action Learning จาก Sasin หรือ MIT ดูสิครับ จะช่วยให้คุณก้าวเป็นผู้นำยุคใหม่ได้เลย! อย่าพลาดติดตาม event แบบนี้ต่อไปนะ

ที่มา – ศศินทร์ จับมือ MIT Sloan จัดประชุมนานาชาติ สร้างผู้นำยุคใหม่ด้วย Action Learning

ทบ. เปิดยอดความต้องการทหารปี 69 ชูสวัสดิการเงินหมื่นบาท-ฝึกโปร่งใส-ห้ามลงโทษรุนแรง- ปลดล็อกบัญชีม้า

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้พี่มีข่าวเด็ดๆ มาอัพเดทให้ฟังกัน สำหรับน้องๆ กองเกินที่กำลังเตรียมตัวเกณฑ์ทหารปี 2569 หรือปี 69 ตามที่เรียกกัน จากข่าวใหญ่ที่ชื่อ ทบ. เปิดยอดความต้องการทหารปี 69 ชูสวัสดิการเงินหมื่นบาท-ฝึกโปร่งใส-ห้ามลงโทษรุนแรง- ปลดล็อกบัญชีม้า กองทัพบกแถลงข่าวเมื่อ 23 มีนาคม 2567 ว่าพร้อมตรวจเลือกทหารกองประจำการระหว่าง 1-12 เมษายนนี้เลยนะ ฟังดูน่าสนใจมาก เพราะปีนี้ทบ. อัพเกรดทุกอย่างให้ทันสมัย เหมือนแอพเทคโนโลยีที่อัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ สบายใจได้เลย!

ยอดรวมทุกเหล่าทัพต้องการทหาร 84,380 นายแล้ว มีสมัครออนไลน์ล่วงหน้า 22,062 นาย เหลือเกณฑ์จริง 62,318 นาย โดยกองทัพบกกินยอดสูงสุด 42,926 นาย กองทัพเรือ 11,101 นาย กองทัพอากาศ 6,704 นาย สำนักงานปลัดกลาโหม 770 นาย และกองทัพไทย 817 นาย สมัครออนไลน์สะดวกมาก ลดแถวรอ เหมือนเช็คอินด้วย QR Code ในคอนเสิร์ตบันเทิงเลย

ทบ. เปิดยอดความต้องการทหารปี 69 ชูสวัสดิการเงินหมื่นบาท-ฝึกโปร่งใส-ห้ามลงโทษรุนแรง- ปลดล็อกบัญชีม้า

มาดูจุดเด่นที่ทำให้ข่าวนี้ฮอตฮิตกันครับ พล.ต. สมพล ปะละไทย รอง ผบ.นรด. ยืนยันกระบวนการโปร่งใส 100% ตรวจสอบได้ มีช่องเร่งด่วนให้ผู้ป่วย ทุพพลภาพ หรือสมัครใจ ไม่ต้องลุ้นดวงแบบสมัยก่อน

สวัสดิการเงินเดือนจุใจ 11,000 บาทต่อเดือน

พล.ต. เทอดศักดิ์ วงจันทร์ เจ้ากรมการเงิน ทบ. บอกชัด ทหารใหม่ได้สิทธิรวม 11,000 บาท/เดือน หักค่าประกอบเลี้ยงเหลือสุทธิ 8,900 บาท กำชับทุกหน่วยห้ามเก็บสมุดบัญชีหรือบัตร ATM ห้ามหักหนี้ส่วนตัวนอกเหนือกฎราชการ เพื่อให้เงินเข้าบัญชีเต็มๆ สำหรับทหารที่เคยวุ่นวายกับบัญชีม้า ไม่ว่าจะเป็นเหยื่อหรือเกี่ยวข้อง ทบ.ช่วยเหลือเต็มที่ ประสานเปิดบัญชีใหม่ รับเงินครบตามสิทธิ์ สุดยอดเลย เหมือนแอพธนาคารที่ปลดล็อกบัญชีติดปัญหา!

ดูแลสุขภาพร่างกาย-จิตใจแบบไฮเทค

พล.ท. เกรียงชัย ประสงค์สุกาญจน์ เจ้ากรมแพทย์ทบ. เผยว่า 37 รพ. ในสังกัดจะคัดกรองทหารใหม่ 4 กลุ่มความเสี่ยง ใช้สัญลักษณ์สีแยกเพื่อปรับการฝึกให้เหมาะบุคคล รองรับความหลากหลายทางเพศ มีที่พัก ห้องน้ำทันสมัย ตรวจจิตใจครูฝึกทั่วประเทศ สร้างความมั่นใจให้ครอบครัว เหมือนระบบ AI ที่วิเคราะห์ข้อมูลส่วนตัวเพื่อ personalize การฝึก ปลอดภัยแน่นอน

ห้ามลงโทษรุนแรงเด็ดขาด

พล.ต. เกษม ปิ่นแก้ว เจ้ากรมจเรทหารบก เน้นย้ำ ห้ามใช้ความรุนแรงหรือลงโทษอันตรายต่อชีวิต-ร่างกายทุกกรณี ห้ามลงโทษหลัง 18.00 น. ถ้าพบผิด ดำเนินวินัยและอาญาทันที จากประสบการณ์พี่ที่เคยผ่านสมรภูมิข่าวมา บอกเลยว่ามาตรการนี้เปลี่ยนภาพลักษณ์ทบ. ให้ทันยุคดิจิทัลมาก

ของใช้ส่วนตัว 22 รายการ พรีเมี่ยม

พล.ท. ธิติพันธ์ ฐานะจาโร เจ้ากรมยุทธศึกษาทบ. เสริมว่ามีของใช้ 22 รายการคุณภาพสูง เช่น ชุดสนามตัดเย็บพอดีตัว เครื่องนอนมาตรฐาน hotel level ยกระดับชีวิตในค่ายให้หรูหรา เหมือน unbox gadget ใหม่ในรีวิวเทค

  • กองทัพบก: 42,926 นาย
  • กองทัพเรือ: 11,101 นาย
  • กองทัพอากาศ: 6,704 นาย
  • สำนักงานปลัดกลาโหม: 770 นาย
  • กองทัพไทย: 817 นาย

พี่วิเคราะห์จากมุม expert ว่าปีนี้ ทบ. เปิดยอดความต้องการทหารปี 69 ชูสวัสดิการเงินหมื่นบาท-ฝึกโปร่งใส-ห้ามลงโทษรุนแรง- ปลดล็อกบัญชีม้า เป็นเทรนด์ใหม่ของกองทัพไทยที่ปรับตัวรับยุค Gen Z และดิจิทัล สวัสดิการดี ฝึกโปร่งใส ปลอดภัย เหมาะสำหรับคนที่อยากลองประสบการณ์ทหารก่อนตัดสินใจเป็นอาชีพ ดีกว่าแค่เลี่ยงเกณฑ์ ถ้าคุณหรือเพื่อนลูกชายใกล้ถึงคิว ลองสมัครออนไลน์ดูนะครับ โอกาสได้ทดลองชีวิตทหารแบบ luxury! แชร์ข่าวนี้ให้เพื่อนๆ รู้กันเยอะๆ เลย

ที่มา – ทบ. เปิดยอดความต้องการทหารปี 69 ชูสวัสดิการเงินหมื่นบาท-ฝึกโปร่งใส-ห้ามลงโทษรุนแรง- ปลดล็อกบัญชีม้า

สหราชอาณาจักรมีพันธมิตรใหม่สู้อาชญากรรมคอขาว: Palantir

รายงานล่าสุดจาก The Guardian เผยว่า สหราชอาณาจักรมีพันธมิตรใหม่ในการต่อสู้กับอาชญากรรมคอขาว: Palantir จะได้รับข้อมูลทางการเงินที่ละเอียดอ่อนจากหน่วยงานกำกับดูแลการเงิน (FCA) แต่จังหวะเวลาของข้อตกลงนี้ดูไม่ค่อยดีนัก

สหราชอาณาจักรมีพันธมิตรใหม่สู้อาชญากรรมคอขาว: Palantir

ก่อนอื่นต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่า ไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่เชื่อมโยง Palantir กับเรื่องอื้อฉาวของ Jeffrey Epstein ผู้ต้องโทษคดีเพศ แต่บรรยากาศรอบข้อตกลงนี้กำลังตึงเครียดมาก Epstein ถูกเชื่อมโยงกับ การสั่นคลอนระบบสองพรรครัฐบาลในสหราชอาณาจักร และยังมีเส้นใยกับ Peter Thiel ผู้ร่วมก่อตั้ง Palantir ตามที่ Gizmodo รายงาน พรรคแรงงานที่กำลังตกต่ำ ได้รับปัญหาใหญ่จาก Epstein และดูจะหลงใหล Palantir อย่างมากตาม CNBC และ The Guardian

หากคุณเป็นชาวอเมริกันที่ไม่ติดตามข่าวนี้ ส.ส. Jeremy Corbyn เคยพูดถึง “บริษัทน่าขยะแขยง Palantir” ในสภาเมื่อเดือนที่แล้ว เกี่ยวกับดีลกับ NHS และรอดตัวเพราะถูกพรรคแรงงานไล่ออกไปแล้วตาม The Guardian

รายละเอียดข้อตกลง Palantir กับ FCA

Palantir ได้ทำข้อตกลงกับ FCA ของสหราชอาณาจักรแบบทดลอง 3 เดือน เพื่อเข้าถึง “data lake” ของ FCA บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลจากอเมริกันนี้จะช่วยตรวจจับอาชญากรรมคอขาว เช่น การฟอกเงิน โดยใช้ AI ชื่อ Foundry ในการตรวจสอบข้อมูลโทรศัพท์ โพสต์โซเชียลมีเดีย และอีเมลจากบริษัทที่กำกับดูแลกว่า 42,000 แห่ง

เจ้าหน้าที่ FCA แบบไม่เปิดเผยชื่อแสดงความกังวลกับ The Guardian ว่า “เมื่อ Palantir รู้วิธีที่เราตรวจจับภัยคุกคามการฟอกเงินแล้ว เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าพวกเขาจะไม่แชร์ข้อมูลนั้นเพราะเหตุผลจริยธรรม?”

CEO Alex Karp ของ Palantir ชอบพูดความเห็นแรง ๆ เช่น ชาวอเมริกันควรยอมรับการบุกรุกความเป็นส่วนตัวเพื่อให้สหรัฐฯ ชนะ AI เหนือจีนตาม Gizmodo และบริษัทเทคไม่ควรขัดรัฐบาลสหรัฐฯ ตาม Gizmodo

บนโซเชียลมีเดีย Peter Thiel ผู้ร่วมก่อตั้งที่ถูกกล่าวหาว่าปรากฏในเอกสาร Epstein 2,281 ครั้งตาม Wired และทวีตอย่าง นี้ ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจ

ไม่มีข้อกล่าวหาเฉพาะต่อ Palantir แต่เส้นใยของ Thiel กับ Epstein และ Peter Mandelson อดีตทูตสหรัฐฯ ที่ถูกกล่าวหาว่าให้ข้อมูลลับแก่ Epstein ทำให้เรื่องยุ่งเหยิง Al Jazeera สรุปว่า การจับกุม Mandelson ในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มความเร่งด่วน

ก่อนหน้านี้ มีมติในสภาที่ลงนามโดย ส.ส. 33 คน เรียกร้องให้เปิดเผยเอกสารสัญญา Palantir กับรัฐบาลปี 2025 เนื่องจากข้อกล่าวหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ข้อตกลงสหราชอาณาจักรมีพันธมิตรใหม่สู้อาชญากรรมคอขาว: Palantir นี้จุดประกายคำถามเรื่องความเชื่อถือได้ จริยธรรม และความเสี่ยงข้อมูลส่วนบุคคล แม้ Palantir จะช่วยตรวจจับอาชญากรรม แต่ประวัติและการเชื่อมโยงอาจทำให้เกิดความสงสัย

คุณคิดอย่างไรกับดีลนี้? มันจะช่วยสหราชอาณาจักรได้จริงหรือเพิ่มความเสี่ยง? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – The U.K. Has a New Partner in the Fight Against White Collar Crime: Palantir

เกษตรกรพิษณุโลกนอนรอดีเซล 18 ชั่วโมง หิ้วแกลลอนตุนน้ำมันเร่งเกี่ยวข้าวหนีฝน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกที่ชื่นชอบข่าวสารรอบตัวทั้งบันเทิงและเทคโนโลยี! วันนี้ผมมีเรื่องราวสุดสะเทือนใจจากภาคเกษตรที่เชื่อมโยงกับเทรนด์พลังงานสมัยใหม่มาฝาก เรื่องของเกษตรกรพิษณุโลกนอนรอดีเซล 18 ชั่วโมง หิ้วแกลลอนตุนน้ำมันเร่งเกี่ยวข้าวหนีฝนนี่แหละครับ ที่กำลังเป็นกระแสฮือฮา สะท้อนปัญหาวิกฤตน้ำมันที่กระทบชีวิตคนจริงๆ ในพื้นที่ชนบท

เกษตรกรพิษณุโลกนอนรอดีเซล 18 ชั่วโมง หิ้วแกลลอนตุนน้ำมันเร่งเกี่ยวข้าวหนีฝน

เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา บรรยากาศที่สถานีบริการน้ำมันหน้ามหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก คึกคักสุดๆ ครับ ประชาชนและเกษตรกรแห่กันมารอคิวเติมดีเซลยาวเหยียด เนื่องจากวิกฤตขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลุกลามมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน บางคนปักหลักรอตั้งแต่บ่าย 3 โมงวันก่อน (22 มี.ค.) นอนค้างในรถและลานจอดทั้งคืน กว่าจะได้เติมก็เช้าวันถัดไปตอน 9 โมง!

ทำไมถึงยอมทุ่มเทขนาดนี้? เพราะเกษตรกรต้องเร่งเกี่ยวข้าวให้ทันก่อนฝนจะเทลงมา ถ้าช้าข้าวเสียหายหมด ครับ เกษตรกรพิษณุโลกนอนรอดีเซล 18 ชั่วโมง หิ้วแกลลอนตุนน้ำมันเร่งเกี่ยวข้าวหนีฝน เพื่อเอาไปเติมรถเกี่ยวข้าวและเครื่องจักรกลเกษตร พวกเขาหิ้วแกลลอนมาด้วย เติมเต็มเพื่อตุนสำรอง บางคนเอาไปใช้รถแบคโฮหรือรถบรรทุกในงานก่อสร้างและขนส่งอีกต่างหาก

วิกฤตพลังงานกระทบห่วงโซ่เกษตรอย่างไร

จากประสบการณ์ที่ผมติดตามข่าวพลังงานมานาน ปัญหานี้ไม่ใช่แค่คิวยาว แต่สะท้อนห่วงโซ่อุปทานที่เปราะบางครับ เกษตรกรไทยกว่า 80% ยังพึ่งเครื่องจักรดีเซล ถ้าขาดแคลน ผลผลิตข้าวซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจท้องถิ่นก็สะดุด ลองนึกภาพนาเขียวขจีรอเก็บ แต่รถเกี่ยวนอนกลมเพราะไร้น้ำมัน มันเศร้าขนาดไหน!

  • เกษตรกรต้องนอนรอคิว 18 ชั่วโมง เพื่อรักษาคิว
  • หิ้วแกลลอนตุนน้ำมัน 20-50 ลิตรต่อคน
  • เร่งเกี่ยวข้าวหนีฝนพายุที่กำลังมา
  • กระทบ不止เกษตร แต่ก่อสร้างและโลจิสติกส์ด้วย

มุมมองเทคโนโลยีช่วยแก้ปัญหาได้?

ในฐานะคนที่หลงใหลเทคโนโลยี ผมเห็นโอกาสครับ! ลองคิดถึงเทรนด์เกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) ที่กำลังมาแรง เช่น โดรนเก็บเกี่ยวข้าวที่ไม่ต้องใช้น้ำมัน แค่แบตเตอรี่ชาร์จไฟฟ้า หรือรถแทรกเตอร์ไฟฟ้าจากแบรนด์อย่าง John Deere ที่เริ่มทดสอบในไทยแล้ว อีกอย่าง Solar-powered generators สำหรับชาร์จเครื่องจักร ก็ช่วยลดการพึ่งพาดีเซลได้ แถมประหยัดต้นทุนระยะยาว เกษตรกรรุ่นใหม่ๆ เริ่มหันมาใช้ IoT ตรวจสภาพนา แจ้งเตือนฝนล่วงหน้า ช่วยวางแผนเกี่ยวได้ทัน

แต่ตอนนี้ วิกฤตยังลุกลาม รัฐบาลต้องเร่งแก้ด้วยการกระจายน้ำมันให้ภาคเกษตร優先 หรือส่งเสริมเทคโนโลยีทางเลือกด่วนครับ ถ้าปล่อยไว้ เศรษฐกิจฐานรากไทยเดือดร้อนหนัก

ส่วนภาพประกอบที่เห็นเกษตรกรนั่งรอคิว หิ้วแกลลอนเต็มมือ บรรยากาศเหมือนหนังดราม่าชีวิตจริงเลย สะเทือนใจจริงๆ (ภาพโดย พอ อังคุระษี)

ความเห็นส่วนตัวและ CTA

ผมเชื่อว่าเทรนด์พลังงานสะอาดกำลังมา ถ้าเกษตรกรปรับตัวเร็ว อนาคตจะไม่ต้องนอนรอคิวนี้อีก ลองแชร์ไอเดียเทคโนโลยีเกษตรที่คุณรู้จักในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ หรือถ้าคุณเป็นเกษตรกร สนับสนุนด้วยการแชร์โพสต์นี้ให้เพื่อนๆ รู้ ช่วยกันผลักดันนโยบายดีๆ กันเถอะ!

ที่มา – เกษตรกรพิษณุโลกนอนรอดีเซล 18 ชั่วโมง หิ้วแกลลอนตุนน้ำมันเร่งเกี่ยวข้าวหนีฝน