ผู้เขียน: lalika69_admin

สำรวจปั๊ม กทม. หลังราคาน้ำมันขยับยกแผง พบประชาชนทยอยเติมต่อเนื่อง ติดป้ายรอขนส่งบางหัวจ่าย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! ในยุคที่เราติดตามข่าวบันเทิงและเทคโนโลยีกันแบบ real-time แต่เรื่องราคาน้ำมันที่ขึ้นลงแบบนี้ ก็ยังเป็นประเด็นที่กระทบชีวิตประจำวันของเราอยู่ดีใช่มั้ยล่ะ วันนี้ผมมีเรื่องอัพเดทสดๆ ร้อนๆ มาบอก จากการสำรวจปั๊ม กทม. หลังราคาน้ำมันขยับยกแผง พบประชาชนทยอยเติมต่อเนื่อง ติดป้ายรอขนส่งบางหัวจ่าย เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา หลังจากมีการประกาศปรับราคาขึ้นทั้งกลุ่มเบนซินและดีเซลตั้งแต่เช้า

สำรวจปั๊ม กทม. หลังราคาน้ำมันขยับยกแผง พบประชาชนทยอยเติมต่อเนื่อง ติดป้ายรอขนส่งบางหัวจ่าย

ทีมช่างภาพข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันในกรุงเทพฯ หลายจุด พบว่าประชาชนยังคงนำรถยนต์และมอเตอร์ไซค์มาจอดเติมอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้แออัดหนักเท่าช่วงราคาขึ้นครั้งก่อนๆ แต่ก็ยังมีคนนำแกลลอนมาซื้อน้ำมันไปสำรองบ้างเป็นระยะๆ สถานการณ์โดยรวมปกติ แต่บางปั๊มมีหัวจ่ายบางตัวปิดบริการชั่วคราว ติดป้ายแจ้งว่ารอรถขนส่งน้ำมันมาเติม สะท้อนว่าความต้องการยังสูงแม้ราคาจะขยับขึ้น

ผมในฐานะคนที่ติดตามตลาดน้ำมันมานาน มองว่าการปรับราคาครั้งนี้มาจากปัจจัยภายนอกอย่างราคาน้ำมันดิบโลกที่ผันผวน รวมถึงค่าเงินบาทและภาษีนำเข้า ซึ่งกระทบโดยตรงกับผู้ใช้รถใช้ถนนในเมืองหลวงอย่างเราๆ สำหรับคนที่ใช้แอพเรียกรถหรือขับรถส่งของ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้พุ่งชัดเจนเลยครับ

ราคาน้ำมันล่าสุดใน กทม. และปริมณฑล

มาดูราคาขายปลีกที่ปรับใหม่จาก ปตท. (OR) และบางจาก (ไม่รวมภาษีท้องถิ่น) กันครับ:

กลุ่มแก๊สโซฮอล์และเบนซิน

  • เบนซิน 95: 43.64 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95: 33.05 – 33.70 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 32.68 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 28.05 – 28.70 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E85: 23.79 – 24.79 บาท/ลิตร

กลุ่มดีเซล

  • ดีเซล B7: 32.94 บาท/ลิตร
  • ดีเซล (พื้นฐาน): 31.14 – 32.94 บาท/ลิตร
  • ดีเซลพรีเมียม: 46.64 – 49.84 บาท/ลิตร (ต่างกันตามแบรนด์)

ราคาเหล่านี้ทำให้ค่าเติมถังรถยนต์ทั่วไปเพิ่มขึ้น 50-100 บาทต่อครั้งเลยทีเดียว โดยเฉพาะดีเซลที่หลายคนใช้กับรถกระบะและปิกอัพ

ประชาชนกำลังเติมน้ำมันที่สถานีบริการในกรุงเทพฯ หลังราคาน้ำมันปรับขึ้น พบป้ายรอขนส่งน้ำมันที่หัวจ่าย 1ประชาชนกำลังเติมน้ำมันที่สถานีบริการในกรุงเทพฯ หลังราคาน้ำมันปรับขึ้น พบป้ายรอขนส่งน้ำมันที่หัวจ่าย 2ประชาชนกำลังเติมน้ำมันที่สถานีบริการในกรุงเทพฯ หลังราคาน้ำมันปรับขึ้น พบป้ายรอขนส่งน้ำมันที่หัวจ่าย 3ประชาชนกำลังเติมน้ำมันที่สถานีบริการในกรุงเทพฯ หลังราคาน้ำมันปรับขึ้น พบป้ายรอขนส่งน้ำมันที่หัวจ่าย 4ประชาชนกำลังเติมน้ำมันที่สถานีบริการในกรุงเทพฯ หลังราคาน้ำมันปรับขึ้น พบป้ายรอขนส่งน้ำมันที่หัวจ่าย 5

จากภาพที่เห็น ชาว กทม. ยังใจเย็น ไม่ panic buying แต่บางคนก็ฉลาดเลือกเติม E20 หรือ E85 ที่ถูกกว่าเพื่อประหยัดงบ ผมแนะนำให้ใช้แอพอย่าง PTT Station หรือ Bangchak App เช็คราคาเรียลไทม์ ก่อนไปเติม จะได้ไม่พลาดโปรโมชั่น

มุมมอง expert: ราคาน้ำมันขึ้น สัญญาณหันสู่เทคโนโลยี EV?

ในฐานะคนที่ตามเทรนด์เทคโนโลยี ผมเห็นว่าราคาน้ำมันขยับแบบนี้เป็นตัวเร่งให้คนสนใจรถไฟฟ้ามากขึ้น โดยเฉพาะใน กทม. ที่สถานีชาร์จ EV เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รถอย่าง BYD หรือ Tesla กำลังมาแรง ค่าใช้จ่ายระยะยาวถูกกว่าน้ำมันเยอะ แถมยังเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์บันเทิงอย่างขับไปดูคอนเสิร์ตโดยไม่กังวลน้ำมันหมด สำหรับคนใช้ Grab หรือ Bolt ค่าโดยสารถูกลงถ้าคนขับหันไป EV นะครับ

นอกจากนี้ เทรนด์ fuel efficiency จากเทคโนโลยีอย่าง hybrid system ในรถญี่ปุ่น ก็ช่วยลดผลกระทบได้ อย่าลืมเช็คแรงดันยางและขับนุ่มนวลเพื่อประหยัดน้ำมันอีก 10-15% ครับ

สรุปแล้ว การสำรวจปั๊ม กทม. หลังราคาน้ำมันขยับยกแผง พบประชาชนทยอยเติมต่อเนื่อง ติดป้ายรอขนส่งบางหัวจ่าย แสดงให้เห็นว่าประชาชนปรับตัวได้ดี แต่เราควรติดตามราคาอย่างใกล้ชิด ลองวางแผนงบค่าน้ำมันให้ดี หรือพิจารณาอัพเกรดเป็นรถ EV เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนกว่านะครับ! ถ้าคุณมีเคล็ดลับประหยัดน้ำมัน แชร์กันในคอมเมนต์เลย

ที่มา – สำรวจปั๊ม กทม. หลังราคาน้ำมันขยับยกแผง พบประชาชนทยอยเติมต่อเนื่อง ติดป้ายรอขนส่งบางหัวจ่าย

เหตุใดยิ่งสงครามในอิหร่านยืดเยื้อเท่าไหร่ ทางเลือกในการยุติสงครามก็น้อยลงเท่านั้น

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องสถานการณ์ร้อนๆ ในตะวันออกกลางกันแบบเป็นกันเองหน่อยนะครับ โดยเฉพาะประเด็นที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่าง เหตุใดยิ่งสงครามในอิหร่านยืดเยื้อเท่าไหร่ ทางเลือกในการยุติสงครามก็น้อยลงเท่านั้น สงครามครั้งนี้ยืดเยื้อเกินคาด จนทำให้ทุกฝ่ายเริ่มมองหาทางออกยากขึ้นเรื่อยๆ ผมในฐานะคนติดตามข่าวสารมานาน จะเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย พร้อมวิเคราะห์เชิงลึกให้ฟังครับ

เหตุใดยิ่งสงครามในอิหร่านยืดเยื้อเท่าไหร่ ทางเลือกในการยุติสงครามก็น้อยลงเท่านั้น

หลายสัปดาห์มานี้ สหรัฐฯ และอิสราเอลออกมาโวกันใหญ่เลยครับว่าทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านไปเยอะมาก ประธานาธิบดีทรัมป์กับรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พูดซ้ำๆ ว่าการโจมตีต่อเนื่องทำลายโครงสร้างบัญชาการอิหร่านจนเละเทะ แต่น่าแปลก สถานการณ์กลับยิ่งลุกลามหนักกว่าเดิม! การโจมตีไม่หยุด จุดจบชัดเจนยิ่งหายากเข้าไปใหญ่

ล่าสุดวันเสาร์ อิหร่านยิงขีปนาวุธ 2 ลูกใส่ฐานทัพสหรัฐฯ-อังกฤษที่เกาะดิเอโก การ์เซีย ห่างไป 3,800 กม. แม้ไม่โดน แต่ก็ช็อกวงการ เพราะทุกคนคิดว่าระยะยิงอิหร่านแค่ 2,000 กม. เท่านั้น นี่แสดงว่าอิหร่านยังพัฒนาอาวุธได้ แม้โดนกดดันหนักๆ แรงกดดันทางทหารไม่ได้หยุดยั้งพวกเขาหรอกครับ

ผู้นำอิหร่านหลายคนถูกกำจัดแล้วจริงเหรอ? อย่างอาลี คาเมเนอี, อาลี ลาริจานี, ผู้บัญชาการ IRGC และโรงงานขีปนาวุธ แล้วใครสั่งโจมตีล่าสุดล่ะ? โมจตาบา คาเมเนอี ลูกชายที่รอดมา ขึ้นเป็นผู้นำใหม่ แต่เงียบกริบ ไม่โผล่หน้ามาเลย สร้างความไม่แน่นอนสุดๆ ในระบบอำนาจรวมศูนย์แบบนี้

การโจมตีตอบโต้ที่ไม่คาดคิด

อิหร่านยังยิงใส่เมืองดิโมนาในอิสราเอล ซึ่งเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ลับๆ หลังจากอิสราเอลโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูเชห์ร ของอิหร่าน ข้อความชัดเจน: ยกระดับ = ตอบโต้หนัก สถานที่สำคัญไม่มี safe zone อีกต่อไป การกระทำแบบนี้แสดงถึงการประสานงานดี ไม่ใช่ความวุ่นวาย สมมติฐานของสหรัฐฯ-อิสราเอลที่ว่ากำจัดผู้นำ = อิหร่านล้ม อาจผิดพลาด!

  • ปัญหาหลัก: ใครเหลือให้เจรจา? ประธานาธิบดีเปเซชเคียนเงียบกริบ หลังขอโทษเพื่อนบ้านตอนแรก จน IRGC โกรธ
  • ทาง外交แคบลง: เจรจานิวเคลียร์ 2 รอบ ดูดีแต่ทรัมป์ไม่พอใจ แล้วโจมตีเลย
  • ยกระดับทั้งคู่: ทรัมป์ขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ 48 ชม. อิหร่านขู่ทุ่นระเบิดอ่าวเปอร์เซีย

สุดท้าย ทรัมป์ถอยหลัง โพสต์ Truth Social ว่าคุยดี ระงับโจมตี 5 วัน แต่ตลาดน้ำมันยังระวังตัว คำถามใหญ่: ใครในอิหร่านคุยจริง? IRGC ยังยิงแบบ rogue หรือเปล่า?

ผลกระทบและทางออกที่เหลือน้อย

หากยืดเยื้อ 170 ล้านคนในตะวันออกกลางเสี่ยงไฟดับ ขาดน้ำมัน สหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีอากาศได้ แต่ไม่เด็ดขาดพอ อิหร่านใช้สงครามรวมศูนย์อำนาจภายใน ท่ามกลางเศรษฐกิจแย่และ unrest แต่เสี่ยงพลาดหนัก

ในมุมผม สถานการณ์นี้เหมือนเกมหมากรุกที่ทั้งสองฝ่ายเดินจนมุม เหลือแต่การเสี่ยงสูง ถ้าผู้อ่านติดตามข่าวแบบเราที่ชอบ entertainment ผสม tech ลองคิดดูนะครับ เทคโนโลยีขีปนาวุธที่อิหร่านพัฒนาใต้แรงกดดัน มันก้าวกระโดดยังไง? Trend นี้ชี้ว่าสงครามสมัยใหม่ ต้องมี cyber และ AI เข้ามาแทรก ทางออกที่ดีคือเปิดช่องเจรจาใหม่ ก่อนสายเกิน

CTA: มาคอมเมนต์กันครับ คุณคิดว่าทางออกสงครามอิหร่านคืออะไร? แชร์ความเห็นได้เลย!

ที่มา – เหตุใดยิ่งสงครามในอิหร่านยืดเยื้อเท่าไหร่ ทางเลือกในการยุติสงครามก็น้อยลงเท่านั้น

ศาลคดีทุจริตฯ สั่งหมอวาโย แก้คำฟ้องคดีฟ้อง กกต. ปมคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง พร้อมขีดเส้น กกต. แจงข้อเท็จจริง 24 เม.ย. ก่อนชี้ชะตารับฟ้อง 24 มิ.ย. นี้

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกที่ชื่นชอบเรื่องดราม่าการเมืองผสมเทคโนโลยี! วันนี้เรามีเรื่องฮอตฮิตมาอัปเดตกันแบบเป็นกันเอง จากประสบการณ์ติดตามคดีการเมืองมานับไม่ถ้วน เรื่องนี้มันน่าสนใจมาก เพราะเกี่ยวข้องกับ QR Code บนบัตรเลือกตั้งที่กลายเป็นประเด็นใหญ่โต มาดูกันเลยว่า ศาลคดีทุจริตฯ สั่งหมอวาโย แก้คำฟ้องคดีฟ้อง กกต. ปมคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง พร้อมขีดเส้น กกต. แจงข้อเท็จจริง 24 เม.ย. ก่อนชี้ชะตารับฟ้อง 24 มิ.ย. นี้ มีอะไรน่าติดตามบ้าง

ศาลคดีทุจริตฯ สั่งหมอวาโย แก้คำฟ้องคดีฟ้อง กกต. ปมคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง พร้อมขีดเส้น กกต. แจงข้อเท็จจริง 24 เม.ย. ก่อนชี้ชะตารับฟ้อง 24 มิ.ย. นี้

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้นัดฟังคำสั่งในชั้นตรวจคำฟ้องคดีสุดร้อนแรงนี้ โดยโจทก์คือ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ร่วมกับทนายนิธิ ละเอียดดี ยื่นฟ้อง กกต. ทั้ง 7 คน รวมถึงเลขาธิการ กกต. และผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง รวม 9 ราย ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตาม ป.อ. มาตรา 157 และกฎหมายเลือกตั้ง

ศาลสั่งให้ทีมหมอวาโยแก้ไขคำฟ้องให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นภายใน 30 วัน หรือถึง 23 เมษายน โดยเฉพาะเจตนาพิเศษและการอ้างกฎหมายรองๆ อย่างประกาศ ระเบียบต่างๆ นอกจากนี้ ศาลยังขีดเส้นให้ กกต. ชี้แจงข้อเท็จจริงภายใน 24 เมษายน ใน 3 ประเด็นหลักที่ทุกคนสงสัย:

  • นิยาม “การลงคะแนนโดยลับ” คืออะไร ขอบเขตยังไง?
  • กกต. ใช้กฎหมายมาตราไหนอนุมัติพิมพ์ QR Code/บาร์โค้ดลงบัตรเลือกตั้ง?
  • ถ้า QR Code ถอดรหัสได้ว่าคุณเลือกใคร กกต. ตรวจสอบยังไง?

จากมุมมองเทคโนโลยีที่ผมติดตามมานาน QR Code เป็นเครื่องมือเจ๋งสำหรับสแกนข้อมูล แต่ถ้ามันถูกใส่ลงบัตรเลือกตั้งแบบนี้ มันเสี่ยงต่อการถูกแฮกหรือถอดรหัสจริงๆ นะครับ โดยเฉพาะในยุคที่ AI และเครื่องมือถอดโค้ดพัฒนาไปไกล เรื่องนี้เหมือนหนังสือการเมืองผสมไซไฟเลย!

หมอวาโยมองบวก แม้ต้องแก้ฟ้อง

หมอวาโยให้สัมภาษณ์หลังฟังคำสั่งว่า ไม่กังวลเรื่องแก้ฟ้อง เพราะจากประสบการณ์ คดีที่แก้ตามศาลสั่งมักได้ประทับรับฟ้อง แถมศาลยังเปิดให้ กกต. ชี้แจงด้วย ถือเป็นก้าวดีสู่ความจริง ส่วนคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องเรื่องบาร์โค้ดนั้น เป็นคดีแยก แต่ถ้าศาล รธน. ตัดสินเลือกตั้งโมฆะ หมอวาโยพร้อมเอาไปเสริมคดีนี้เลย

ผมในฐานะคนชอบวิเคราะห์การเมืองบอกเลยว่า คดีนี้เน้นเอาผิดตัวบุคคล กกต. ไม่กระทบรัฐบาลใหญ่โต แต่คดีอาจยืดเยื้อ 5-10 ปี เหมือนคดีเก่าๆ ส่วนศาล รธน. นี่แหละที่จะมีผลทางการเมืองแรง ถ้าออกมาแรงๆ เกมการเมืองเปลี่ยนเลยครับ

เทรนด์เทคโนโลยีกับการเลือกตั้งอนาคต

จากประสบการณ์ดูเทคโนโลยีเลือกตั้งทั่วโลก เช่น ในเอสโตเนียที่ใช้ e-voting แบบ blockchain เพื่อความโปร่งใส แต่ไทยเรายังติดปัญหาแบบดั้งเดิมผสมดิจิทัลแบบงงๆ QR Code บนบัตรนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ digital voting แต่ต้องระวัง privacy สิทธิ์เลือกตั้งต้องลับ 100% ถ้าไม่ชัวร์ ประชาชนก็เสียใจได้นะ

ศาลนัดฟังคำสั่งชี้ชะตารับฟ้องอีกที 24 มิถุนายน 2569 จับตาดูเลยว่า กกต. จะชี้แจงยังไง ทีมหมอวาโยจะคัดค้านแบบไหน คดีนี้จะกลายเป็น landmark case เรื่อง tech ในเลือกตั้งไทยมั้ย

สุดท้าย ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเทรนด์ที่น่าจับตามอง เพราะอนาคตการเลือกตั้งต้องผสมเทคโนโลยีให้ลงตัว ถ้าคุณสนใจ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ หรือติดตามอัปเดตจากเรา อย่าลืมกดไลค์แชร์นะครับ เพื่อให้ข้อมูลแบบนี้ถึงมือเพื่อนๆ มากขึ้น!

ที่มา – ศาลคดีทุจริตฯ สั่งหมอวาโย แก้คำฟ้องคดีฟ้อง กกต. ปมคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง พร้อมขีดเส้น กกต. แจงข้อเท็จจริง 24 เม.ย. ก่อนชี้ชะตารับฟ้อง 24 มิ.ย. นี้

เทรดเดอร์ Polymarket ชนะใหญ่สงครามอิหร่าน เดิมพันหยุดยิงใหญ่กว่า

วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผู้ใช้ X @itslirrato (ที่บอกใน bio ว่า “chief prediction markets enjoyer”) สังเกตเห็นกิจกรรมน่าสงสัยบน Polymarket มีบัญชี 10 บัญชีที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันชัดเจน แต่ทั้งหมดต่างเดิมพันหนักไปที่การหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านภายในสิ้นเดือนนี้ พวกเขาวางเงินรวมกว่า 160,000 ดอลลาร์ และถ้าทายถูก กำไรรวมจะพุ่งไปที่ 1.04 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว!

เทรดเดอร์ Polymarket ชนะใหญ่สงครามอิหร่าน เดิมพันหยุดยิงใหญ่กว่า

จากโพสต์ของ @itslirrato บอกว่าพวกนี้พยายามพรางตัวโดยแบ่งเงินเดิมพันเป็นส่วนเล็กๆ แต่เขาจับ pattern ได้ พวกเขาทั้งหมด all-in กับ “YES” สำหรับ US x Iran ceasefire by Mar 31/Apr 15 แต่ละบัญชีวาง 7,000-24,000 ดอลลาร์ และ 99% ของ position คือตลาดนี้

ตามรายงานของ Gordon Gottsegen จาก MarketWatch บัญชีที่น่าสงสัยที่สุดคือ NOTHINGEVERFRICKINGHAPPENS สร้างบัญชีปลายกุมภาพันธ์ เริ่มต้นด้วยการเดิมพันสองครั้งคล้ายกัน 11,283 ดอลลาร์กับ 7,600 ดอลลาร์ ว่าสหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านภายใน 28 ก.พ. และ 1 มี.ค. ซึ่งเกิดขึ้นจริงวันที่ 28 ก.พ. ทำให้ได้กำไรรวม 85,000 ดอลลาร์

ตอนนี้บัญชีนี้มีเดิมพัน活跃อีกสองรายการ: 16,582.45 ดอลลาร์ ถ้า “US x Iran ceasefire by March 31” เป็น yes และ 24,265.52 ดอลลาร์ ถ้า “US x Iran ceasefire by April 15” เป็น yes สรุปคือ เทรดเดอร์ Polymarket ชนะใหญ่สงครามอิหร่าน เดิมพันหยุดยิงใหญ่กว่า ชัดๆ

เทรดเดอร์ Polymarket นี้มีเดิมพันอะไรบ้าง?

  • เดิมพันเริ่มต้น: สหรัฐโจมตีอิหร่าน 28 ก.พ. และ 1 มี.ค. → ชนะ 85,000 ดอลลาร์
  • เดิมพันปัจจุบัน: หยุดยิง 31 มี.ค. → 16,582 ดอลลาร์
  • เดิมพันปัจจุบัน: หยุดยิง 15 เม.ย. → 24,265 ดอลลาร์
  • ไม่มีเดิมพันอื่นนอกจากหัวข้อสงครามอิหร่านทั้ง 4 ครั้ง

น่าสนใจว่าบัญชีนี้โฟกัสเฉพาะเจาะจงมาก ทำให้หลายคนสงสัยว่านี่คือ insider trading หรือไม่ โดยเฉพาะหลังจากวุฒิสมาชิก Adam Schiff และ John Curtis เสนอกฎหมาย “Prediction Markets are Gambling Act” เพื่อแบนการพนันกีฬาบน Polymarket และ Kalshi

Polymarket ตอบโต้ทันทีด้วยการอัปเดตรุมส์ ห้ามผู้ใช้อาชีพนักกีฬา นักการเมือง หรือผู้มีข้อมูลลับเทรดตลาดที่ตัวเอง influence ได้ ตามรายงาน AP ซึ่งนโยบายนี้ครอบคลุมถึงเจ้าหน้าที่รัฐและ contractor ที่มี security clearance

Polymarket คือแพลตฟอร์ม prediction market บน blockchain ที่ให้คนแทงเหตุการณ์จริงๆ เช่นการเลือกตั้ง สงคราม หรือราคา crypto มันน่าสนใจเพราะ odds สะท้อน sentiment จริงจากเงินจริง ไม่ใช่ poll ทั่วไป ตัวอย่างก่อนๆ เช่น Trump ชนะเลือกตั้ง 2024 ที่ Polymarket ทายถูกก่อนใคร

กรณี เทรดเดอร์ Polymarket ชนะใหญ่สงครามอิหร่าน เดิมพันหยุดยิงใหญ่กว่า นี้ ทำให้หลายคนมองว่าเป็น smart money หรือคนมีข้อมูลใน ถ้าถูกจริง กำไรพุ่งมหาศาล แต่ก็เสี่ยง regulatory risk สูง

ส่วนตัวผมคิดว่า prediction markets อย่าง Polymarket เป็นเครื่องมือวิเคราะห์เหตุการณ์โลกได้ดีเยี่ยม ดีกว่าสื่อกระแสหลักเยอะ แนะนำให้ลองติดตามดู odds เอง จะได้เห็นมุมมองที่ต่างออกไป

คุณล่ะ คิดว่าหยุดยิงอิหร่านจะเกิดจริงมั้ย? ลองเช็ค Polymarket แล้วมาคุยกันในคอมเมนต์!

ที่มา – Polymarket Trader Who Won Big on Start of Iran War Betting Even Bigger on Impending Ceasefire

เลือกตั้ง 2569 : ยศชนันกางแผนเพื่อไทย 4 ปี ชู 3 มิติรับมือวิกฤตโลก พร้อมผนึกรัฐบาลดันวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยีเป็นกระดูกสันหลังชาติ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเทคและบันเทิง! วันนี้ผมในฐานะคนที่ตามเทรนด์เทคโนโลยีและการเมืองแบบชิลๆ มีเรื่องน่าติดตามมาฝากจากวงการเลือกตั้งไทยเลยนะ ในหัวข้อที่กำลังฮอตฮิตอย่าง เลือกตั้ง 2569 : ยศชนันกางแผนเพื่อไทย 4 ปี ชู 3 มิติรับมือวิกฤตโลก พร้อมผนึกรัฐบาลดันวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยีเป็นกระดูกสันหลังชาติ ฟังดูยิ่งใหญ่ใช่มั้ยล่ะ? แต่เชื่อเถอะ มันไม่ใช่แค่คำพูดสวยๆ แต่เป็นแผนจริงจังที่ผสมผสานเทคเข้ากับการเมือง เพื่อให้ไทยรอดพ้นวิกฤตโลกได้แบบคูลๆ

เลือกตั้ง 2569 : ยศชนันกางแผนเพื่อไทย 4 ปี ชู 3 มิติรับมือวิกฤตโลก พร้อมผนึกรัฐบาลดันวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยีเป็นกระดูกสันหลังชาติ

มาดูกันว่าประเด็นสำคัญที่พรรคเพื่อไทย โดยยศชนัน นำเสนอคืออะไร ทั้งสองพรรค (จากบริบทการสัมมนา) เห็นตรงกันว่าต้องใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นกระดูกสันหลังใหม่ของชาติเลยนะครับ เพราะไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มตัว เหมือนญี่ปุ่นที่ตอนนี้ robot ช่วยดูแลปู่ย่าตายายกันแล้ว ถ้าเราไม่ปรับ 劳动力เดิมที่เคยยกของหนัก ทำงานโรงงานแบบเก่า จะไม่พอแน่นอน นวัตกรรมต้องเข้าไปเสริมทุกกระทรวง เพิ่มผลิตภาพแบบก้าวกระโดด

นอกจากนี้ ยังต้องรับมือ ‘สงครามเทคโนโลยี’ ที่กำลังเดือดปุดๆ ระหว่างสหรัฐ-จีน คิดดูสิครับ ชิปเซมิคอนดักเตอร์ AI Quantum computing กำลังเป็นสนามรบใหญ่ ถ้าไทยไม่ upskill แรงงานให้เก่งเรื่องอุตสาหกรรมใหม่ๆ เช่น data science, machine learning, biotech แล้ว รายได้ยั่งยืนได้ยังไง? แผน 4 ปีของยศชนันชู 3 มิติหลักในการรับมือวิกฤตโลก ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจชะงักงันจากโควิด, สงครามการค้า, หรือ climate change ที่กระทบ supply chain ทั่วโลก

3 มิติหลักที่ชูในเลือกตั้ง 2569

  • มิติที่ 1: เสริมสร้างนวัตกรรมทุกภาคส่วน – นำ AI และ automation เข้าทุกกระทรวง เช่น เกษตรใช้ drone ตรวจพืช, สุขภาพใช้ telemedicine ช่วยผู้สูงอายุ เหมือนในหนัง sci-fi แต่เป็นจริง!
  • มิติที่ 2: พัฒนาทักษะแรงงานไทย – โปรแกรม reskill/upskill ฟรี เช่น คอร์ส coding บนแพลตฟอร์มออนไลน์ คล้าย Coursera แต่รัฐบาลหนุนเต็มตัว เพื่อให้คนไทยแข่งขันใน gig economy และ remote work ได้
  • มิติที่ 3: ผนึกรัฐบาลและเอกชน – สร้าง ecosystem tech คล้าย Silicon Valley ของไทย ดึง startup เข้ามา collaborate กับรัฐ เน้น R&D ในวิทยาศาสตร์เพื่อเป็น backbone เศรษฐกิจ

การสัมมนาครั้งนี้เหมือนเป็น ‘Avengers assemble’ ของวงการการเมืองและเทคเลยครับ พรรคเพื่อไทยจะรวบรวมข้อมูลจากพื้นที่ ส่งต่อให้รัฐบาลเพื่อปฏิบัติจริง ระยะสั้นบรรเทา hardship ประชาชน เช่น ช่วย SME ด้วย digital tools ระยะยาวสร้างเศรษฐกิจแข็งแกร่งแบบไม่พึ่งนำเข้าเทคจากต่างชาติ

ในมุมคนชอบเทคอย่างผม มองว่านี่คือโอกาสทอง! ลองคิดดู ถ้าไทยมี national AI strategy เหมือนสิงคโปร์ หรือ push semiconductor เหมือนไต้หวัน เราจะกลายเป็น tech hub อาเซียนชั้นนำได้เลย แถม entertainment ยังได้ประโยชน์ เช่น metaverse สำหรับ virtual concert หรือ VR tourism ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว post-covid

แต่ต้อง watch out นะครับ ความท้าทายคือ digital divide ถ้าคนจนในต่างจังหวัดเข้าถึงอินเทอร์เน็ตไม่ได้ แผนนี้จะ fail ได้ ต้องมีนโยบาย broadband ทั่วถึงด้วย

สรุปแล้ว เลือกตั้ง 2569 : ยศชนันกางแผนเพื่อไทย 4 ปี ชู 3 มิติรับมือวิกฤตโลก พร้อมผนึกรัฐบาลดันวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยีเป็นกระดูกสันหลังชาติ เป็นวิสัยทัศน์ที่ smart และ timely มาก ในยุคที่ tech กำลัง redefine ทุกอย่าง ผมเชื่อว่าถ้าปฏิบัติได้จริง ไทยจะก้าวสู่ future bright แบบในหนัง Marvel เลยล่ะ! เพื่อนๆ ลอง share ความเห็นในคอมเมนต์ว่าคิดยังไงกับแผนนี้ และอย่าลืมติดตามอัปเดตเลือกตั้ง 2569 ที่ เว็บไซต์เลือกตั้ง 2569 นะครับ CTA วันนี้: เริ่มเรียน skill tech ใหม่ๆ วันนี้เลย เพื่อพร้อมรับอนาคต!

ที่มา – เลือกตั้ง 2569 : ยศชนันกางแผนเพื่อไทย 4 ปี ชู 3 มิติรับมือวิกฤตโลก พร้อมผนึกรัฐบาลดันวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยีเป็นกระดูกสันหลังชาติ

กทม. เตือนดัชนีความร้อนพุ่งระดับเตือนภัย งดกิจกรรมกลางแจ้งช่วงบ่าย 12 เขตค่า PM 2.5 สูงแต่ยังไม่เกินมาตรฐาน

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้อากาศกรุงเทพฯ ร้อนแผดเผาจริงๆ นะ โดยเฉพาะวันที่ 24 มีนาคม 2567 ที่ กทม. เตือนดัชนีความร้อนพุ่งระดับเตือนภัย งดกิจกรรมกลางแจ้งช่วงบ่าย 12 เขตค่า PM 2.5 สูงแต่ยังไม่เกินมาตรฐาน อย่างเป็นทางการ ผมที่ติดตามข่าวอากาศมานาน บอกเลยว่าสถานการณ์แบบนี้มาเยือนบ่อยขึ้นทุกปี เพราะ气候เปลี่ยนแปลง ทำให้ Heat Index หรือดัชนีความร้อนพุ่งสูง ส่งผลกระทบสุขภาพโดยตรง ถ้าคุณเป็นสายเที่ยวหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง ต้องฟังให้ดีเลย!

กทม. เตือนดัชนีความร้อนพุ่งระดับเตือนภัย งดกิจกรรมกลางแจ้งช่วงบ่าย 12 เขตค่า PM 2.5 สูงแต่ยังไม่เกินมาตรฐาน

กรุงเทพมหานครออกประกาศเตือนแบบสีเหลืองสำหรับดัชนีความร้อน ซึ่งหมายถึงระดับที่อาจทำให้ประชาชนรู้สึกร้อนอบอ้าวจนเสี่ยงฮีทสตร็อค ถ้าอยู่นอกบ้านนานๆ โดยเฉพาะช่วง 11.00-15.00 น. ที่แดดเปรี้ยงปรี๊ด แนะนำให้งดกิจกรรมกลางแจ้งทั้งหมด ไม่ว่าจะวิ่งจ็อกกิ้ง เดินตลาดนัด หรือแม้แต่พาเด็กๆ ไปเล่นสวนสาธารณะ จากประสบการณ์ผม เวลาร้อนแบบนี้ แม้แต่ยืนรอรถเมล์ยังเหนื่อยหอบ ลองนึกภาพคนทั่วไปที่ต้องทำงานกลางแจ้งสิ จะยิ่งแย่!

สำหรับกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และคนป่วยโรคประจำตัว เช่น หอบหืดหรือหัวใจ ต้องระวังเป็นพิเศษ ถ้ามีอาการหน้ามืด เวียนหัว อ่อนเพลีย หรือคลื่นไส้ รีบเข้าพื้นที่ร่มรื่น ดื่มน้ำเยอะๆ และพบแพทย์ทันที ผมเคยเห็นเคสจริงในข่าวที่คนชราล้มกลางถนนเพราะร้อนเกินไป อย่าปล่อยให้เกิดกับคนใกล้ตัวนะครับ

สถานการณ์ PM 2.5 ในกรุงเทพฯ ยังปลอดภัย แต่บางเขตสูงสุด

ดีใจที่ฝุ่น PM 2.5 ค่าเฉลี่ยทั้งกทม. อยู่ที่ 21.4 มคก./ลบ.ม. (ข้อมูล 07.00 น.) ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ 37.5 มาก แนวโน้มลดลงทั่วทุกโซน ไม่ว่าจะกรุงเทพเหนือ ตะวันออก กลาง ใต้ ธนเหนือ หรือธนใต้ คุณภาพอากาศสีเขียวทั้งหมด แต่มี 12 เขตที่ PM 2.5 สูงกว่าค่าเฉลี่ย (แต่ยังไม่เกินมาตรฐาน) นี่คือ 5 อันดับสูงสุด:

  • เขตบางคอแหลม (31.1 มคก./ลบ.ม.)
  • เขตประเวศ (29.0 มคก./ลบ.ม.)
  • เขตลาดกระบัง (28.6 มคก./ลบ.ม.)
  • เขตหนองจอก (27.7 มคก./ลบ.ม.)
  • เขตหลักสี่ (27.2 มคก./ลบ.ม.)

ถ้าคุณอาศัยหรือทำงานในเขตเหล่านี้ สวมหน้ากากอนามัย N95 ถ้าจำเป็น และหลีกเลี่ยงสูบบุหรี่หรือเผาธูปเทียนเพิ่ม

เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญ: ปฏิบัติตัวอย่างไรในวันที่ร้อนจัด

จากที่ผมศึกษาข้อมูลจากกรมอุตุฯ และ WHO แนะนำดังนี้: ดื่มน้ำ 2-3 ลิตร/วัน ใส่เสื้อผ้าสีอ่อนระบายอากาศดี ใช้พัดลมหรือเครื่องปรับอากาศ และกินอาหารรสจืดเพื่อลดเกลือในร่างกาย สำหรับสายเทคโนโลยี ลองใช้แอป AirBKK หรือเว็บ airbkk.com เช็คแบบเรียลไทม์ สะดวกมาก เหมือนมีเลขาอากาศส่วนตัว! ในยุค entertainment อย่าง Netflix หรือ TikTok วันร้อนแบบนี้ นั่งดูซีรีส์ในห้องเย็นๆ ดีกว่าไปลุ้นแดดเผา outdoor ใช่มั้ยล่ะ

เทรนด์ที่ผมเห็นคือ อากาศร้อนแบบนี้จะบ่อยขึ้นจาก El Niño และ global warming ปีนี้กทม. อาจมีวันเตือนภัยบ่อย ถ้าเราปรับตัวได้เร็ว เช่น เปลี่ยนเวลาออกกำลังเป็นเช้าหรือเย็น จะช่วยลดเคสเข้าโรงพยาบาลได้เยอะ

สุดท้าย ฝาก CTA เล็กๆ: ดาวน์โหลดแอป AirBKK วันนี้เลย แล้วแชร์ข้อมูลให้เพื่อนๆ รู้ ช่วยกันดูแลสุขภาพในเมื่องหลวงที่น่าอยู่ที่สุดใบนี้กันนะ! ถ้ามีคำถามคอมเมนต์มาคุยกันได้

ที่มา – กทม. เตือนดัชนีความร้อนพุ่งระดับเตือนภัย งดกิจกรรมกลางแจ้งช่วงบ่าย 12 เขตค่า PM 2.5 สูงแต่ยังไม่เกินมาตรฐาน

ผบ.ตร. นั่งหัวโต๊ะถกบอร์ดบริหาร สั่งรับมือวิกฤตพลังงาน-คุมเข้มปราบกักตุนน้ำมันทั่วประเทศ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! ในยุคที่สถานการณ์โลกวุ่นวาย โดยเฉพาะวิกฤตตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งกระฉูด วันนี้เรามีข่าวดีจากแวดวงตำรวจที่หลายคนอาจสนใจ โดยเฉพาะคนที่ชอบติดตามข่าวการเมือง สังคม และเทคโนโลยี เพราะมันเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของเราทุกคนเลยนะครับ เมื่อวานนี้ (23 มีนาคม 2569) ผบ.ตร. นั่งหัวโต๊ะถกบอร์ดบริหาร สั่งรับมือวิกฤตพลังงาน-คุมเข้มปราบกักตุนน้ำมันทั่วประเทศ เรียกได้ว่าเป็นการประชุมใหญ่ที่ครอบคลุมทุกมิติเลยทีเดียว

ผบ.ตร. นั่งหัวโต๊ะถกบอร์ดบริหาร สั่งรับมือวิกฤตพลังงาน-คุมเข้มปราบกักตุนน้ำมันทั่วประเทศ

ที่ห้องศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เป็นประธานประชุมบริหาร สสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2569 เวลา 14.00 น. มีผู้บังคับบัญชาระดับสูงเข้าร่วมเพียบ ทั้งรอง ผบ.ตร. จเรตำรวจ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และผู้บัญชาการหน่วยทั่วประเทศ บางคนมาร่วมทางไกลผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ สมัยนี้เทคโนโลยีช่วยได้เยอะจริงๆ ลดการเดินทาง ลดใช้พลังงานไปอีกขั้น

ในการประชุมนี้ ผบ.ตร. มอบนโยบายเด็ดๆ หลายข้อ โดยเฉพาะเรื่องรับมือวิกฤตพลังงานที่รัฐบาลกำลังเฝ้าระวัง เพราะสถานการณ์ตะวันออกกลางร้อนระอุ อาจกระทบราคาน้ำมันในไทยแบบ chain reaction มาดูรายละเอียดกันครับ

มาตรการปราบกักตุนน้ำมันและคุมราคาสินค้า

หัวใจหลักคือปราบปรามการกักตุนน้ำมันแบบเด็ดขาด มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. และผอ.ศปนม.ตร. บูรณาการกับกระทรวงพาณิชย์ กรมธุรกิจพลังงาน สรรพสามิต และศุลกากร ลงมือบังคับใช้กฎหมาย ป้องกันกักตุน ลักลอบนำเข้า-ออกตามชายแดน นี่คือมาตรการที่ช่วยให้ราคาน้ำมันไม่พุ่งแบบฟองสบู่ครับ

นอกจากนี้ ยังคุมเข้มราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ตำรวจประสานหน่วยงานลงพื้นที่ตรวจสอบ ป้องกันพ่อค้าฉวยโอกาสขึ้นราคา สำหรับคนรักเทคโนโลยีและบันเทิงอย่างเราๆ นี่ดีมาก เพราะราคาน้ำมันแพงกระทบโลจิสติกส์ ส่งของออนไลน์ช้า อีเวนต์คอนเสิร์ตอาจล้มได้

  • ผ่อนปรนรถบรรทุกน้ำมัน: ยกเว้นเวลาห้ามเดินรถไปถึง 30 เมษายน 2569 ช่วยให้ซัพพลายเชนไหลลื่น ลดค่าน้ำมันสะสม
  • ลดใช้พลังงานในองค์กร: ทุกหน่วยลดวัสดุสิ้นเปลือง เน้นประชุมออนไลน์ สัมมนาไวรัลเมทติ้ง สอดคล้องเทรนด์ green tech สุดๆ

พัฒนางานสอบสวนและยกระดับเผชิญเหตุ

อีกเรื่องสำคัญคือเดินหน้าพัฒนางานสอบสวน หลัง ก.ตร. อนุมัติตำแหน่งพนักงานสอบสวน มอบ พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ลงพื้นที่ชี้แจง กำชับปฏิบัติตามระเบียบเคร่งครัด นี่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดคดีค้างเก่า

ส่วนการเผชิญเหตุ ผบ.ตร. สั่งฝึกซ้อมยุทธวิธี ยึดหลักความปลอดภัยเจ้าหน้าที่และใช้กำลังสอดคล้องสถานการณ์ ตามแผนกรกฎ/67 บช.น. และ ภ.1-9 ถอดบทเรียนคดีดัง พัฒนา SOP เช่น สังเกตสัญญาณมือผู้ต้องสงสัย นำเทคโนโลยี AI มาช่วยวิเคราะห์ได้ในอนาคต

สุดท้าย กำชับสำรวจข้าราชการตำรวจทุพพลภาพหรือเดือดร้อน ร่วมสมาคมแม่บ้านตำรวจช่วยเหลือ โครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” และขอบคุณคนเกษียณ early retirement เดือนเมษายน 2569 ที่ทุ่มเท เป็นแบบอย่างดี

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญอย่างผม ในยุคดิจิทัลและวิกฤตพลังงานแบบนี้ การปรับตัวของตำรวจสู่ online และ green measures เป็นเทรนด์ที่ชาญฉลาด ช่วยประหยัดงบ ลด carbon footprint ประชาชนอย่างเราก็ควรช่วยกันประหยัดน้ำมัน ใช้รถสาธารณะหรือ EV มากขึ้น ลองเช็คราคาน้ำมัน real-time ผ่านแอป tech สิครับ สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ทำงานง่ายๆ ด้วยการไม่กักตุนนะ! ติดตามข่าวอัปเดตจากบล็อกเราต่อไป

ที่มา – ผบ.ตร. นั่งหัวโต๊ะถกบอร์ดบริหาร สั่งรับมือวิกฤตพลังงาน-คุมเข้มปราบกักตุนน้ำมันทั่วประเทศ

ราคาน้ำมันแพง DoorDash ช่วยเหลือฉุกเฉิน

ช่วงนี้ราคาน้ำมันพุ่งสูงสุดขีดจริงๆ เพื่อนๆ ที่ขับรถส่งอาหารหรือทำ gig economy คงปวดหัวไม่น้อย โดยเฉพาะกับสถานการณ์ ราคาน้ำมันแพง DoorDash ช่วยเหลือฉุกเฉิน ที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ สงครามอิหร่านทำให้ราคาน้ำมันทะยานขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่ก๊าซโซลีนเฉลี่ยเกือบ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอนแล้ว!

ราคาน้ำมันแพง DoorDash ช่วยเหลือฉุกเฉินอย่างไร

DoorDash ผู้ให้บริการเดลิเวอรีชื่อดัง ออกมาเคลื่อนไหวทันทีด้วยโปรแกรม “emergency relief” เพื่อช่วยเหลือ Dasher หรือคนขับของพวกเขา สาเหตุหลักมาจากสงครามที่ทำให้อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลกถึง 1 ใน 5 ของปริมาณบริโภคทั้งหมด ตอนนี้เข้าสัปดาห์ที่ 4 แล้ว ราคาน้ำมันในรัฐอย่างเท็กซัสและโคโลราโดพุ่งกว่า 30% ใน 2 สัปดาห์!

ตามรายงานของ New York Times และ AAA ราคาก๊าซทั่วประเทศใกล้แตะ 4 ดอลลาร์ สถานการณ์แบบนี้ Dasher ที่ต้องขับรถเยอะๆ คงแบกภาระไม่ไหว DoorDash เลยประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา:

  • 10% cash back สำหรับน้ำมันที่เติมทุกที่ ถ้ามีบัตรเดบิต DoorDash Crimson Visa แม้ไม่ได้ส่งของก็ได้!
  • เงินช่วยเหลือรายสัปดาห์ $5-15 สำหรับ Dasher ที่ขับเกิน 125 ไมล์ต่อสัปดาห์

DoorDash บอกว่าจากโปรแกรมนี้ Dasher อาจประหยัดได้ $1-1.50 ต่อแกลลอนต่อสัปดาห์ ตาม press release โปรแกรมทั้งหมดจะมีถึง 26 เมษายนเท่านั้นนะ รีบใช้ให้คุ้ม!

โปรแกรมช่วยเหลือ EV จาก DoorDash

นอกจากนี้ DoorDash ยังโปรโมทโปรแกรมเดิมสำหรับคนอยากเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้า (EV) เช่น 2% cash back สำหรับชาร์จไฟ และส่วนลดอื่นๆ ผู้เชี่ยวชาญบอกว่ากับความไม่แน่นอนจาก geopolitics แบบนี้ EV อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า การค้นหารถ EV ออนไลน์พุ่ง 20% ตั้งแต่สงครามเริ่ม ตาม The Guardian และ CarMax ก็เห็นยอดเพิ่มเหมือนกัน รายงาน.

สถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่สหรัฐฯ แต่ทั่วโลกเดือดร้อน ถ้าคุณเป็นคนขับส่งอาหารในไทยหรือที่ไหนก็ตาม ลองเช็คแพลตฟอร์มของคุณว่ามีช่วยอะไรบ้างไหม สงครามอิหร่านที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ ทำให้ทุกอย่างยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ ช่องแคบฮอร์มุซปิดการจราจรเกือบทั้งหมด ส่งผลให้ราคาน้ำมันผันผวนหนัก.

สำหรับ Dasher ในสหรัฐฯ นี่คือโอกาสทองที่จะลดต้นทุน ลองสมัครบัตร Crimson Visa แล้วเติมน้ำมันเลย ประหยัดได้จริง! และถ้าคิดจะลงทุน EV ตอนนี้ก็น่าสนใจ เพราะราคาน้ำมันอาจแพงนาน ถ้าคุณเป็น gig worker แนะนำวางแผนการเงินดีๆ อย่าปล่อยให้ราคาน้ำมันมาทำให้ล้มละลาย ลองคำนวณดู ถ้าขับ 125 ไมล์ต่อสัปดาห์ ได้เงินช่วย $5-15 บวก cash back 10% รวมๆ แล้วคุ้มมาก.

สรุปแล้ว ราคาน้ำมันแพง DoorDash ช่วยเหลือฉุกเฉิน แบบนี้เป็นสัญญาณว่าอุตสาหกรรมเดลิเวอรีกำลังปรับตัว ลองติดตามข่าวเพิ่มเติม และถ้าคุณมีประสบการณ์แบ่งปันในคอมเมนต์ได้นะ สุดท้าย คิดว่าคุณจะเปลี่ยนเป็น EV มั้ยในยุคนี้?

ที่มา – Gas Prices Are So High That DoorDash Is Providing ‘Emergency Relief’

FCC ห้ามรูเตอร์ใหม่ที่ไม่ได้ผลิตในอเมริกา

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา คณะกรรมการกลางการสื่อสารแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ FCC ได้ออกนโยบายสำคัญที่ทำให้ FCC ห้ามรูเตอร์ใหม่ที่ไม่ได้ผลิตในอเมริกา กลายเป็นสิ่งผิดกฎหมายในการขายสำหรับรูเตอร์เกรดผู้บริโภค เว้นแต่รุ่นนั้นจะได้รับอนุมัติจาก FCC ไปแล้วตามเอกสารแจ้งเตือนจาก FCC ที่ระบุชัดเจนว่านโยบายนี้ “ไม่ห้ามการนำเข้า ขาย หรือใช้งานอุปกรณ์รุ่นเก่าที่ได้รับอนุมัติจาก FCC ไปแล้ว”

นโยบายนี้บังคับให้ผู้ผลิตต้องย้ายฐานการผลิตมาที่สหรัฐอเมริกาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะในปัจจุบันยังไม่มีรูเตอร์สำหรับผู้บริโภคที่ผลิตในสหรัฐฯ เลย ทำให้อุตสาหกรรมต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน

FCC ห้ามรูเตอร์ใหม่ที่ไม่ได้ผลิตในอเมริกา

การประกาศครั้งนี้มาจากประกาศสาธารณะของ FCC ที่อ้างอิง “National Security Determination” ซึ่งออกเมื่อวันศุกร์ก่อนหน้า โดยระบุว่า “ผู้โจมตีทางไซเบอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐและกลุ่มนอกกฎหมาย ได้ใช้ช่องโหว่ในรูเตอร์ขนาดเล็กและสำหรับสำนักงานที่บ้านซึ่งผลิตจากต่างประเทศ เพื่อโจมตีพลเมืองอเมริกันโดยตรงในบ้านของพวกเขา” การตัดสินใจนี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงจากช่องโหว่ในรูเตอร์ที่ถูกนำไปใช้ในปฏิบัติการโจมตีดังๆ เช่น การแฮกโดยกลุ่ม Salt Typhoon ในปี 2024 ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของสหรัฐ

เหตุผลหลักเบื้องหลัง FCC ห้ามรูเตอร์ใหม่ที่ไม่ได้ผลิตในอเมริกา

FCC ต้องการรักษาความปลอดภัยในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อป้องกันการฝัง backdoor ที่อาจให้การเข้าถึงโครงข่ายสื่อสารของสหรัฐ นี่เป็นมาตรการที่ใหญ่และส่งผลกระทบมากกว่าการห้ามโดรนต่างประเทศเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งกระทบ DJI จากเซินเจิ้น จีน นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงกับกฎหมาย Secure Equipment Act ปี 2021 ที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนลงนาม ห้าม FCC อนุมัติอุปกรณ์จากบริษัทที่เป็นภัยคุกคามความมั่นคง โดยเฉพาะจากจีน และในปีถัดมา FCC ห้ามอุปกรณ์โทรคมนาคมจาก Huawei และ ZTE รวมถึงรูเตอร์ด้วย

FCC มี “Covered List” ซึ่งเป็นรายการอุปกรณ์และบริการที่ “ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่ยอมรับไม่ได้ต่อความมั่นคงของชาติสหรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชน” ล่าสุดได้เพิ่ม “รูเตอร์ที่ผลิตในต่างประเทศ เว้นรูเตอร์ที่ได้รับ Conditional Approval จาก DoW หรือ DHS”

ผลกระทบต่อแบรนด์รูเตอร์ยอดนิยม

แบรนด์ดังอย่าง TP-Link และ Netgear ซึ่งผลิตในไต้หวัน ไทย และเวียดนามตามรายงานของ Wired จะได้รับผลกระทบ แม้จะหลีกเลี่ยงจีนแล้วจากสงครามการค้าสมัยทรัมป์ แต่ก็ยังเข้าข่ายห้าม เว้นแต่ย้ายผลิตมาอเมริกา

สำหรับ Conditional Approval บริษัทต้องเปิดเผยโครงสร้างการบริหาร ห่วงโซ่อุปทาน และแผนย้ายฐานผลิตมาสหรัฐ ซึ่งเป็นส่วนที่หนักหนาสำหรับหลายบริษัท

  • เปิดเผยผู้บริหารและโครงสร้างบริษัท
  • รายละเอียดห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด
  • แผนการ onshore การผลิตในสหรัฐอย่างละเอียด

Brendan Carr ประธาน FCC กล่าวว่า “ผมยินดีกับการตัดสินใจด้านความมั่นคงจากฝ่ายบริหาร และ FCC ได้เพิ่มรูเตอร์ผลิตต่างประเทศที่เป็นภัยเข้าสู่ Covered List แล้ว” เขายังขอบคุณการนำของประธานาธิบดีทรัมป์ในการปกป้องไซเบอร์สเปซ โครงสร้างพื้นฐาน และห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐ

นโยบาย FCC ห้ามรูเตอร์ใหม่ที่ไม่ได้ผลิตในอเมริกา นี้ไม่เพียงส่งผลต่อตลาดสหรัฐ แต่ยังกระทบห่วงโซ่โลก โดยเฉพาะผู้ผลิตในเอเชียที่พึ่งพาการส่งออกไปอเมริกา ในยุคที่ IoT และ smart home เติบโต รูเตอร์กลายเป็นจุดเชื่อมสำคัญ หากมีช่องโหว่ อาจนำไปสู่การโจมตีขนาดใหญ่ได้ ผู้บริโภคทั่วโลกควรตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยในอุปกรณ์เครือข่าย เลือกใช้ firmware ที่อัปเดต และพิจารณาแบรนด์ที่โปร่งใส

สำหรับอนาคต คาดว่าผู้ผลิตจะเร่งย้ายฐานผลิตหรือหาทางขอข้อยกเว้น แต่ราคารูเตอร์อาจสูงขึ้นจากต้นทุนที่เพิ่ม สหรัฐกำลังสร้างแบบอย่างในการปกป้อง supply chain ดิจิทัล ซึ่งประเทศอื่นๆ อย่างไทยควรติดตามเพื่อปรับใช้กับอุปกรณ์ IoT ในประเทศ

คุณคิดว่านโยบายนี้จะช่วยลดภัยไซเบอร์ได้จริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ รู้เท่าทัน!

ที่มา – FCC Bans All New Routers Not Made in America