ผู้เขียน: lalika69_admin

กสทช. บดทำลายของกลาง Wi-Fi Router เถื่อน 750 รายการ ชี้ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐาน หวั่นกระทบความปลอดภัยและคลื่นความถี่

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเทคและบันเทิงทุกคน! ในยุคที่บ้านเราต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา ไม่ว่าจะสตรีมมิ่งซีรีส์ Netflix ชมภาพยนตร์สุดฮิต หรือเล่นเกมออนไลน์แบบลื่นๆ Wi-Fi Router กลายเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้ แต่คุณรู้ไหมว่ามีข่าวร้ายที่อาจทำให้เราใช้งานไม่ปลอดภัย? นั่นคือ กสทช. บดทำลายของกลาง Wi-Fi Router เถื่อน 750 รายการ ชี้ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐาน หวั่นกระทบความปลอดภัยและคลื่นความถี่ เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวธรรมดา แต่เป็นเครื่องเตือนใจให้เราคิดก่อนซื้อของ IT ทุกชิ้นเลยครับ

กสทช. บดทำลายของกลาง Wi-Fi Router เถื่อน 750 รายการ ชี้ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐาน หวั่นกระทบความปลอดภัยและคลื่นความถี่

คุณไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทนเลขาธิการ ได้นำทีมไปทำลายของกลางเหล่านี้ที่กองพันทหารช่างที่ 1 กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ โดย Wi-Fi Router เถื่อน 750 ตัวนี้มาจากคดีที่ศาลตัดสินแล้ว ตกเป็นสมบัติของ กสทช. ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร และ พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม

ปัญหาหลักคือ เจ้าของกลางพวกนี้ไม่มี Supplier’s Declaration of Conformity (SDoC) ไม่ได้ยื่นรับรองกับ กสทช. เลย! ทำให้ขาดการตรวจสอบสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่

  • คลื่นความถี่ (Radio Frequency Requirements): อาจรบกวนสัญญาณโทรศัพท์มือถือหรือ Wi-Fi ช่องอื่นๆ ทำให้เน็ตช้าหรือหลุดบ่อย
  • ความปลอดภัยทางไฟฟ้า (Electrical Safety Requirements): เสี่ยงไฟช็อตหรือไฟไหม้ได้ง่าย โดยเฉพาะตอนชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืน
  • ความปลอดภัยต่อสุขภาพ (Radiation Exposure Test Report): รังสีอาจเกินมาตรฐาน ส่งผลต่อสุขภาพระยะยาว

ถ้าเอาไปใช้จริง อาจสร้างปัญหาใหญ่ทั้งระบบคลื่นความถี่ของประเทศและอันตรายต่อผู้ใช้ กสทช. เลยบดย่อยทิ้งให้สิ้นซาก ด้วยความช่วยเหลือจากทหาร เพื่อไม่ให้หมุนเวียนกลับตลาดมาหลอกลวงเรา

ทำไม Wi-Fi Router เถื่อนถึงน่ากลัวสำหรับสายเทคและบันเทิง?

จากประสบการณ์ผมที่ติดตามวงการเทคโนโลยีมานาน พบว่ารูปเตอร์เถื่อนมักราคาถูกล่อใจ แต่คุณภาพแย่ ในยุคที่เราดู YouTube 4K, ใช้ Smart TV สตรีม Disney+ หรือต่อ Home Assistant ควบคุมบ้านอัจฉริยะ ถ้า router ไม่มาตรฐาน เน็ตจะกระตุก รบกวนคลื่น 2.4GHz หรือ 5GHz ที่มือถือใช้ สุดท้ายดูหนังไม่จบตอน! แย่กว่านั้นคือเสี่ยงไฟไหม้ ซึ่งเคยมีเคสจริงในไทยมาแล้ว นอกจากนี้ เทรนด์ Wi-Fi 6 และ Wi-Fi 7 กำลังมาแรง แต่ถ้าไม่เช็คมาตรฐาน ก็เท่ากับเสี่ยงเปล่าๆ

วิธีเลือกซื้อ Wi-Fi Router ปลอดภัย 100% แบบมือโปร

กสทช. แนะนำดีๆ ครับ ทำตามนี้รับรองอุ่นใจ:

  • ซื้อจากร้านเชื่อถือได้: เลือกร้านหรือตัวแทนที่มีใบอนุญาตค้าขายเครื่องวิทยุคมนาคม
  • เช็คมาตรฐานออนไลน์: ไปที่ mocheck.nbtc.go.th สแกนหรือคีย์รหัสสินค้าก่อนซื้อทุกครั้ง
  • ระวังออนไลน์: เช็ครีวิวผู้ขาย ถามใบอนุญาต เก็บแชทและใบเสร็จไว้
  • เลี่ยงถูกเกินจริง: ราคาถูกผิดปกติ มักเถื่อน!

สำหรับผู้ประกอบการ อย่าลืมขออนุญาตนำเข้าและขายให้ถูกกฎหมายนะครับ

สรุปแล้ว กสทช. บดทำลายของกลาง Wi-Fi Router เถื่อน 750 รายการ ชี้ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐาน หวั่นกระทบความปลอดภัยและคลื่นความถี่ เป็นสัญญาณเตือนที่ดี ในอนาคตเทรนด์ IoT และ 5G จะยิ่งทำให้ router สำคัญขึ้น ผมแนะนำให้ทุกคน养習慣เช็ค mocheck.nbtc.go.th ก่อนซื้อ จะได้สตรีมมิ่งเพลินๆ ไม่มีสะดุด แถมปลอดภัย! ลองไปเช็คของที่บ้านดูสิครับ แล้วมาบอกในคอมเมนต์ว่าผ่านมั้ย

ที่มา – กสทช. บดทำลายของกลาง Wi-Fi Router เถื่อน 750 รายการ ชี้ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐาน หวั่นกระทบความปลอดภัยและคลื่นความถี่

ชุมชนท่าวังตาล จ.เชียงใหม่ ร่วมจัดงานสงกรานต์ปี 2569 ที่ วัดอีก้าง จัดเต็มขบวนแห่-ฟ้อนเล็บ-ก่อเจดีย์ทราย

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! ปีนี้สงกรานต์มาแบบจัดเต็มอีกแล้วนะ โดยเฉพาะที่ ชุมชนท่าวังตาล จ.เชียงใหม่ ร่วมจัดงานสงกรานต์ปี 2569 ที่ วัดอีก้าง จัดเต็มขบวนแห่-ฟ้อนเล็บ-ก่อเจดีย์ทราย บรรยากาศล้านนาแท้ๆ กลิ่นอายวัฒนธรรมเก่าแก่ผสมผสานกับความคึกคักของชาวบ้านและนักท่องเที่ยว ทีมข่าวลงพื้นที่ไปดูมาแล้ว สนุกสุดๆ เลยล่ะ!

ชุมชนท่าวังตาล จ.เชียงใหม่ ร่วมจัดงานสงกรานต์ปี 2569 ที่ วัดอีก้าง จัดเต็มขบวนแห่-ฟ้อนเล็บ-ก่อเจดีย์ทราย

งานนี้จัดโดยเทศบาลตำบลท่าวังตาล เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ที่โบราณสถานวัดอีก้าง ตั้งอยู่ในพื้นที่ประวัติศาสตร์เวียงกุมกาม อำเภอสารภี จ.เชียงใหม่ ชาวชุมชนท่าวังตาลรวมพลังกันสืบสานประเพณีปี๋ใหม่เมืองแบบล้านนาแท้ๆ กิจกรรมหลักคือขบวนแห่น้ำสรงพระธาตุเจ้าเวียงกุมกาม เพื่อระลึกถึงอดีตกษัตริย์ผู้ก่อตั้งเมือง แถมยังมีฟ้อนเล็บการแสดงศิลปะพื้นบ้านที่งดงาม สาวๆ ใส่ชุดสีสันสดใส เต้นรำอย่างอ่อนช้อย ดูแล้วเพลินตาสุดๆ

ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือการประกวดก่อเจดีย์ทราย! ตัวแทนจากหมู่บ้านต่างๆ แข่งกันอย่างเมามัน ใช้วัสดุธรรมชาติเป็นหลัก สานโครงด้วยไม้ไผ่ แล้วบรรจุทราย ประดับตุงหลากสี ดอกไม้สด และตุงนักษัตร อัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นยอด สวยงามตามสไตล์ความเชื่อแต่ละชุมชน บรรยากาศคึกคักมาก ชาวบ้านยิ้มแย้ม ถ่ายรูปลงโซเชียลกันรัวๆ เห็นแล้วรู้สึกอบอุ่นใจ

ประชาชนร่วมงานสงกรานต์ 2569 ที่วัดอีก้าง ท่าวังตาล เชียงใหม่ มีขบวนแห่ ฟ้อนเล็บ และก่อเจดีย์ทราย 1
ประชาชนร่วมงานสงกรานต์ 2569 ที่วัดอีก้าง ท่าวังตาล เชียงใหม่ มีขบวนแห่ ฟ้อนเล็บ และก่อเจดีย์ทราย 2
ประชาชนร่วมงานสงกรานต์ 2569 ที่วัดอีก้าง ท่าวังตาล เชียงใหม่ มีขบวนแห่ ฟ้อนเล็บ และก่อเจดีย์ทราย 3
ประชาชนร่วมงานสงกรานต์ 2569 ที่วัดอีก้าง ท่าวังตาล เชียงใหม่ มีขบวนแห่ ฟ้อนเล็บ และก่อเจดีย์ทราย 4
ประชาชนร่วมงานสงกรานต์ 2569 ที่วัดอีก้าง ท่าวังตาล เชียงใหม่ มีขบวนแห่ ฟ้อนเล็บ และก่อเจดีย์ทราย 5
ประชาชนร่วมงานสงกรานต์ 2569 ที่วัดอีก้าง ท่าวังตาล เชียงใหม่ มีขบวนแห่ ฟ้อนเล็บ และก่อเจดีย์ทราย 6
ประชาชนร่วมงานสงกรานต์ 2569 ที่วัดอีก้าง ท่าวังตาล เชียงใหม่ มีขบวนแห่ ฟ้อนเล็บ และก่อเจดีย์ทราย 7
ประชาชนร่วมงานสงกรานต์ 2569 ที่วัดอีก้าง ท่าวังตาล เชียงใหม่ มีขบวนแห่ ฟ้อนเล็บ และก่อเจดีย์ทราย 8

เวียงกุมกาม: มรดกแห่งอดีตที่ยังมีชีวิต

วัดอีก้างอยู่ในเวียงกุมกาม เมืองโบราณที่ถูกค้นพบใหม่เมื่อ 20 ปีก่อน ประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 700 ปี เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนา การจัดงาน ชุมชนท่าวังตาล จ.เชียงใหม่ ร่วมจัดงานสงกรานต์ปี 2569 ที่ วัดอีก้าง จัดเต็มขบวนแห่-ฟ้อนเล็บ-ก่อเจดีย์ทราย จึงไม่ใช่แค่งานเทศกาล แต่เป็นการเชื่อมโยงอดีต-ปัจจุบัน ชาวบ้านใช้เทคนิคก่อเจดีย์ทรายแบบดั้งเดิม แต่ผสมไอเดียสมัยใหม่ เช่น ตุงสีรุ้งเพื่อดึงดูดวัยรุ่น ถ่ายรูปลง TikTok หรือ Instagram Live สตรีมมิงสดๆ ทำให้งานนี้กลายเป็น entertainment hit ในยุคดิจิทัล

ทำไมต้องไปงานสงกรานต์ล้านนา?

  • วัฒนธรรมแท้ๆ: ฟ้อนเล็บไม่ใช่แค่เต้น แต่สื่อถึงความอ่อนน้อม ถ่ายทอดรุ่นสู่รุ่น
  • กิจกรรมสนุก: ก่อเจดีย์ทรายแข่งกัน ใครสวยใครได้รางวัล ใช้วัสดุธรรมชาติ 100% สไตล์ eco-friendly
  • สถานที่สวย: เวียงกุมกามมีโบราณสถาน ถ่ายรูปปังมาก เหมาะกับสายเที่ยว
  • ชุมชนอบอุ่น: ชาวบ้านต้อนรับดี รดน้ำผู้ใหญ่ สงกรานต์แบบไทยแท้

ในฐานะคนที่ตามงานเทศกาลมานับไม่ถ้วน บอกเลยว่างานนี้ expert level จริงๆ เพราะผสม entertainment กับ tech เข้าด้วยกันได้ลงตัว เช่น ใช้โดรนถ่ายภาพขบวนแห่ หรือแอป AR สแกนตุงดูประวัติศาสตร์ ถ้าเพื่อนๆ ชอบ entertainment ที่มีสาระ ต้องไม่พลาดสงกรานต์ล้านนาแบบนี้

เทรนด์ปี 2569 คือการกลับสู่รากเหง้า แต่ใช้เทคโนโลยีเสริมให้เข้าถึงง่ายขึ้น อนาคตงานเทศกาลไทยคงบูมยิ่งกว่าเดิม เพราะคนรุ่นใหม่เห็นคุณค่ามรดกวัฒนธรรม ลองนึกภาพก่อเจดีย์ทราย VR สิ สนุกแน่! ใครยังไม่ได้ไป ลองวางแผนปีหน้าเลยนะ ไปร่วมสืบสานประเพณี สนุกและได้บุญเพียบ

ที่มา – ชุมชนท่าวังตาล จ.เชียงใหม่ ร่วมจัดงานสงกรานต์ปี 2569 ที่ วัดอีก้าง จัดเต็มขบวนแห่-ฟ้อนเล็บ-ก่อเจดีย์ทราย

ตอนนี้เราขาดแคลนยาหรือยัง ประเทศไทยพร้อมรับมือวิกฤตยาขาด-ยาแพงแค่ไหน ในวันที่ผลิตเองได้ 30%

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! ในยุคที่ข่าวน้ำมันแพงและขาดแคลนจากวิกฤติตะวันออกกลางกำลังเป็นกระแสใหญ่ ตอนนี้เราขาดแคลนยาหรือยัง ประเทศไทยพร้อมรับมือวิกฤตยาขาด-ยาแพงแค่ไหน ในวันที่ผลิตเองได้ 30% กลายเป็นคำถามที่หลายคนเริ่มกังวล โดยเฉพาะเมื่อต้นทุนยาและบรรจุภัณฑ์กำลังพุ่งสูง วันนี้ผมจะพาไปเจาะลึกข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญอย่าง สุรชัย เรืองสุขศิลป์ ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมยา สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อให้เรารู้ว่าสถานการณ์จริงๆ เป็นยังไง และไทยเตรียมพร้อมแค่ไหน

ประเด็นสำคัญ

  • ตอนนี้เราขาดแคลนยาหรือยัง
  • ปัจจัยที่จะทำให้ตรึงราคายาไม่ถึง 60 วัน
  • ถ้าพลาสติกขาดแคลน แก้ปัญหาอย่างไร
  • ไทยมีอำนาจต่อรองบริษัทยาต่างชาติมากแค่ไหน
  • ไทยเตรียมพร้อมรับมือวิกฤตขาดแคลนยาแค่ไหน

ตอนนี้เราขาดแคลนยาหรือยัง

ดีข่าวก่อนนะครับ ตอนนี้ยังไม่ขาดแคลนยา! ผู้ผลิตยาไทยกำลังหารือกับ อย. ทุก 2 วัน เพื่อบริหารสต็อก พวกเขาสัญญาว่าจะตรึงสต็อกได้ 120 วัน และตอนนี้ผ่านไป 60 วันแล้ว ยังเหลืออีก 60 วันที่สามารถผลิตและส่งยาให้โรงพยาบาลได้ปกติ อย. ช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องนำเข้าสารสำคัญ (API) ทำให้ทุกอย่างยังลื่นไหล

ปัจจัยที่จะทำให้ตรึงราคายาไม่ถึง 60 วัน

ปัญหาใหญ่ไม่ใช่สารยาหลัก แต่เป็นบรรจุภัณฑ์พลาสติก! เม็ดพลาสติกจากน้ำมันแพงขึ้น 2 เท่า แม้คิดเป็นแค่ 5% ของต้นทุนยา แต่กระทบหนัก โดยเฉพาะน้ำเกลือและน้ำยาล้างไตที่ใช้ขวดพลาสติกเยอะ บวกค่าขนส่งที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ ยาเม็ดหรือแคปซูลยังพอไหว แต่ถ้าน้ำเกลือแพง ทุกคนเดือดร้อนแน่

ถ้าพลาสติกขาดแคลน แก้ปัญหาอย่างไร

อย. กำลังประสานกระทรวงพาณิชย์ ขอให้อุตสาหกรรมเคมี-พลาสติกช่วยสำรองเม็ดพลาสติกให้ยา โดยเฉพาะน้ำเกลือ หวังจะผ่านวิกฤตินี้ไปได้แบบไม่สะดุด

ไทยมีอำนาจต่อรองบริษัทยาต่างชาติมากแค่ไหน หากผลิตในประเทศไม่พอ

น่าเสียดายที่ไทยพึ่งพายานำเข้า 70% และไม่มีอำนาจต่อรองมากนัก เพราะบริษัทยาต่างชาติเน้นกำไร ถ้าขาดแคลน พวกเขาจะขายให้ใครแพงกว่า ก็ไปที่นั่น รัฐค้างจ่ายยา ทำให้ผู้ผลิตไทยขาดสภาพคล่อง ต้องจ่ายเงินล่วงหน้าซื้อวัตถุดิบ ยาไทยผลิตเองแค่ 30% แต่ราคาถูกกว่า 20 เท่า! เช่น ยาเม็ดต่างชาติ 200 บาท ไทยทำได้ 10 บาท ดังนั้น สนับสนุนยาไทยคือทางรอด

ตอนนี้เราขาดแคลนยาหรือยัง ประเทศไทยพร้อมรับมือวิกฤตยาขาด-ยาแพงแค่ไหน ในวันที่ผลิตเองได้ 30%

ไทยสั่ง API ล่วงหน้าแล้ว เพียงพอ แต่ excipients (สารช่วย) และบรรจุภัณฑ์ไม่ได้เตรียม เสี่ยงขาดแคลน ผู้ผลิตยื่นสัญญาว่าจะตรึงราคาอีก 60 วัน แต่ต้องช่วยกัน สนับสนุนผู้ผลิตในประเทศให้มากขึ้น

สรุปนะครับ แม้สถานการณ์ตึงเครียด แต่ไทยยังรับมือได้ ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือ โดยเฉพาะเพิ่มกำลังผลิตยาเองให้เกิน 30% ในอนาคต เพื่อไม่พึ่งพาต่างชาติมากเกินไป แนวโน้มคือ ถ้าวิกฤติน้ำมันยืดเยื้อ ราคายาอาจพุ่งตาม ลองเช็คสต็อกยาที่บ้านดูนะ และติดตามข่าวจาก อย. ใกล้ชิด ถ้าคุณมีประสบการณ์เรื่องยาแพง แชร์กันในคอมเมนต์เลย!

ที่มา – ตอนนี้เราขาดแคลนยาหรือยัง ประเทศไทยพร้อมรับมือวิกฤตยาขาด-ยาแพงแค่ไหน ในวันที่ผลิตเองได้ 30%

คลื่นความร้อนโลกพุ่งระดับอันตราย มนุษย์เสี่ยงอยู่ไม่ได้ ‘กรุงเทพฯ’ ติดโผพื้นที่เสี่ยงปี 2024

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ระดับโลกกันเลย นั่นคือ คลื่นความร้อนโลกพุ่งระดับอันตราย มนุษย์เสี่ยงอยู่ไม่ได้ ‘กรุงเทพฯ’ ติดโผพื้นที่เสี่ยงปี 2024 ฟังดูน่ากลัวใช่ไหมล่ะ แต่เป็นเรื่องจริงจากงานวิจัยล่าสุดที่ทำให้เราต้องตื่นตัวกับภาวะโลกรวนแบบนี้

คลื่นความร้อนโลกพุ่งระดับอันตราย มนุษย์เสี่ยงอยู่ไม่ได้ ‘กรุงเทพฯ’ ติดโผพื้นที่เสี่ยงปี 2024

จากรายงานของ The Guardian เมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่อ้างอิงงานวิจัยในวารสาร Nature Communications ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์ข้อมูลคลื่นความร้อนตั้งแต่ปี 2003 ถึง 2024 พบว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ความร้อนรุนแรงเกินกว่าที่มนุษย์จะทนไหว โดยเฉพาะเมื่อคำนวณจากอุณหภูมิ ความชื้น และความสามารถของร่างกายในการระบายความร้อน

เดิมที นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าขีดจำกัดของมนุษย์คืออุณหภูมิ Wet-bulb Temperature (อุณหภูมิกะเปาะเปียก) ที่ 35 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 6 ชั่วโมง แต่ผลวิจัยใหม่นี้ชี้ว่า ระดับอันตรายอาจต่ำกว่านั้น! เพราะสภาพอากาศร้อนชื้นแบบปัจจุบัน สามารถทำให้ร่างกาย overheat ได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ระบบระบายความร้อนอ่อนแอ เสี่ยงฮีตสโตรกและเสียชีวิตทันที แม้จะอยู่ในที่ร่มก็ตาม

กรุงเทพฯ และเมืองเสี่ยงอื่นๆ ทั่วโลก

ที่น่าตกใจคือ กรุงเทพมหานครของเราติดอันดับพื้นที่เสี่ยง ร่วมกับเมืองเมกกะในซาอุดีอาระเบีย ฟีนิกซ์ในสหรัฐฯ ลาร์คานาในปากีสถาน และเซบีญาในสเปน ในปี 2024 มีช่วงเวลาที่คลื่นความร้อนพุ่งสูงจนมนุษย์อยู่ไม่ได้ โดยเฉพาะลาร์คานาและฟีนิกซ์ ที่ร้อนแบบผิดปกติสุดๆ

  • เมกกะ: เมืองศักดิ์สิทธิ์ที่นักแสวงบุญนับล้าน แต่ร้อนจนเสี่ยงชีวิต
  • กรุงเทพฯ: เมืองหลวงไทยที่เราคุ้นเคย อาจกลายเป็นนรกชั่วคราว
  • ฟีนิกซ์: รัฐแอริโซนา สหรัฐฯ ร้อนแห้งแต่ชื้นผสมทำให้อันตราย
  • ลาร์คานา: ปากีสถาน เคยร้อนเกิน 50 องศา
  • เซบีญา: สเปน คลื่นความร้อนเมดิเตอร์เรเนียน

ศาสตราจารย์เพอร์กินส์-เคิร์กแพทริก จาก Australian National University หัวหน้าทีมวิจัย บอกว่านี่คือผลลัพธ์ที่น่าตกใจมาก ไม่คาดว่าจะเกิดชัดเจนในระดับเมืองขนาดนี้ แล้วถ้าโลกอุ่นขึ้นอีก 2-3 องศาในอนาคต จะเป็นยังไงล่ะ?

เทคโนโลยีช่วยได้ไหม? Insight จากมุมมอง tech-savvy

ในฐานะคนชอบเทคโนโลยี ผมเห็นว่า AI และ machine learning กำลังเข้ามาช่วยพยากรณ์คลื่นความร้อนได้แม่นยำขึ้น เช่น แอป weather apps ที่ใช้ satellite data และ IoT sensors วัด Wet-bulb real-time ในไทย ลองเช็กแอปกรมอุตุฯ หรือ AccuWeather ดูสิ จะเห็น warning ล่วงหน้า ช่วยให้เราวางแผนได้ นอกจากนี้ smart homes กับ aircon AI สามารถปรับ temp อัตโนมัติ ลดความเสี่ยงได้เยอะ

แต่สุดท้าย การแก้ปัญหาต้องลดโลกร้อน ลดคาร์บอน footprint ปลูกต้นไม้ ใช้พลังงานสะอาด เช่น solar panels ที่ราคาถูกลงทุกปี

สรุปแล้ว คลื่นความร้อนโลกพุ่งระดับอันตราย มนุษย์เสี่ยงอยู่ไม่ได้ ‘กรุงเทพฯ’ ติดโผพื้นที่เสี่ยงปี 2024 เป็นสัญญาณเตือนใหญ่ เราต้อง action ทันที! ลองเริ่มจากตัวเอง ดื่มน้ำเยอะ หลีกเลี่ยงกลางวันร้อน และสนับสนุนนโยบาย green ครับ ถ้าชอบบทความ แชร์ต่อให้เพื่อนๆ รับรู้ด้วยนะ สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงเพื่อโลกที่น่าอยู่

ที่มา – คลื่นความร้อนโลกพุ่งระดับอันตราย มนุษย์เสี่ยงอยู่ไม่ได้ ‘กรุงเทพฯ’ ติดโผพื้นที่เสี่ยงปี 2024

ช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดของอิหร่านในสงครามครั้งนี้ได้อย่างไร ?

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังฮอตฮิตในโลกข่าวการเมืองแบบที่เหมือนหลุดมาจากหนังแอคชั่นฮอลลีวูดเลยนะ ช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดของอิหร่านในสงครามครั้งนี้ได้อย่างไร ? มันน่าทึ่งมากที่จุดเล็กๆ ในแผนที่โลก กลับพลิกเกมทั้งสงครามได้ขนาดนี้ ผมที่ติดตามข่าวต่างประเทศมานาน จะเล่าให้ฟังแบบเป็นกันเอง พร้อม insight ลึกๆ สำหรับคนทั่วไปที่ชอบเรื่อง entertaining ผสม tech geopolitics นะครับ

ช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดของอิหร่านในสงครามครั้งนี้ได้อย่างไร ?

หลังสงคราม 40 วันระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอลปะทุขึ้น สิ่งที่เซอร์ไพรส์ทุกคนคือ แทนที่จะเป็นนิวเคลียร์หรือขีปนาวุธ อิหร่านเลือกใช้ ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ เป็นจุดอ่อนใหญ่ของโลก! ช่องแคบนี้คือคอขวดสำคัญที่เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับมหาสมุทรโลก ผ่านที่นี่มีน้ำมันและก๊าซถึง 20-30% ของโลกเลยครับ ถ้าปิดได้ = ราคาน้ำมันพุ่ง, เศรษฐกิจโลกสะเทือน!

ตอนแรก สหรัฐฯ โจมตีทางอากาศเป้าสำคัญในอิหร่าน อิหร่านตอบโต้ด้วยโดรนและขีปนาวุธใส่พันธมิตร แต่พอเรื่องบานปลาย IRGC (กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติ) ฉลาดมาก เปลี่ยนกลยุทธ์ขัดขวางการเดินเรือที่นี่ทันที สร้างแรงกดดันมหาศาลให้สหรัฐฯ ที่ต้องพึ่งเส้นทางนี้ สุดท้ายกลายเป็นเงื่อนไขเจรจาหยุดยิงเลยครับ

ประวัติศาสตร์และครั้งแรกที่ปิดจริงจัง

อิหร่านขู่ปิดช่องแคบมานาน แต่ไม่เคยทำเต็มรูปแบบ แม้แต่สงครามอิหร่าน-อิรัก 1980s ที่โจมตีเรือน้ำมันก็ยังไม่ปิด แต่คราวนี้ทำจริง! ผู้บัญชาการ IRGC มองว่าควบคุมคอขวดนี้ดีกว่าสู้รบปกติ ใช้ข่มขู่อุปทานพลังงานโลกได้แบบ surgical strike

  • สร้างแรงกดดันเศรษฐกิจทันที
  • บีบสหรัฐฯ ทบทวนนโยบาย
  • นำไปสู่หยุดยิงที่มีเงื่อนไขเปิดช่องแคบ

แผนเก็บค่าผ่านทางสุดแสบ

ตอนนี้รัฐสภาอิหร่านกำลังร่างญัตติ 9 ข้อ เก็บค่าผ่านทางจากเรือ! เช่น 1 ดอลลาร์ต่อน้ำมัน 3 บาร์เรล (ราว 32 บาท) ชำระเป็นเงินอิหร่าน เปิดบัญชีที่นั่น และห้ามเรือศัตรูผ่าน สื่ออิหร่านอย่าง Fars News ปล่อยวาทกรรมชัยชนะ เชื่อมโยงกับ ‘หลักคิดคามาเนอี’ ที่ถูกสังหารไปแล้ว

แต่เบื้องหลัง? อิหร่านเสียหายหนัก เศรษฐกิจพังจาก санкции, สูญเสียทหาร, ประหารสายลับ 13 ราย สหรัฐฯ เรียกร้องเปิดช่องแคบ แต่ IRGC ขู่โจมตีเรือไม่ได้รับอนุญาต รองประธานาธิบดีบอก ‘นิ้วยังอยู่บนไกปืน’

รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศบอกจะรับประกันความปลอดภัย ถ้าสหรัฐหยุดรุกราน แต่ย้ำว่าช่องแคบไม่ใช่น่านน้ำสากล ต้องอาศัย ‘ความปรารถนาดีของอิหร่านและโอมาน’ แม้ UNCLOS จะรับรองเสรีภาพเดินเรือ

อนาคตจะเป็นยังไง?

ถ้าอิหร่านเก็บค่าผ่านทางได้ = ชัยชนะเชิงกลยุทธ์ใหญ่ แต่เสี่ยงโดนต้านจากสหรัฐฯ นาโต้ และเพื่อนบ้าน อาจนำไปสู่ санкции เพิ่มหรือตอบโต้ทหาร เหมือน tech disruption ที่ startup ควบคุม supply chain ได้ทั้งอุตสาหกรรม!

ในมุมผมที่ติดตาม geopolitics มานาน ช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดของอิหร่านในสงครามครั้งนี้ได้อย่างไร ? เพราะมัน leverage จุดอ่อนโลกสมัยใหม่ที่พึ่งพาพลังงาน ถ้าเทียบกับ tech โลก มันเหมือนควบคุม bandwidth หลักของอินเทอร์เน็ตทั้งโลกเลยครับ Trend ต่อไป: ประเทศเล็กๆ จะใช้ asymmetric warfare แบบนี้มากขึ้น คุณคิดยังไง? คอมเมนต์บอกผมหน่อย แล้วแชร์โพสต์นี้ให้เพื่อนๆ รับรู้เหตุการณ์ร้อนๆ นะ!

ที่มา – ช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดของอิหร่านในสงครามครั้งนี้ได้อย่างไร ?

ยศชนันชูนวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ แจงวิสัยทัศน์มหาวิทยาลัยเปิดกว้างจนถึงผู้สูงอายุ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องที่น่าสนใจมากในแวดวงเทคโนโลยีและเศรษฐกิจไทยกันดีกว่า คุณเคยสงสัยไหมว่าประเทศเราจะก้าวไปสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูงได้ยังไง? ล่าสุด ยศชนันชูนวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ แจงวิสัยทัศน์มหาวิทยาลัยเปิดกว้างจนถึงผู้สูงอายุ กันแบบเต็มๆ ในที่ประชุมรัฐสภา รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อว. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้ลุกขึ้นชี้แจงนโยบายสุดยอดที่ใช้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เป็นกระดูกสันหลังหลัก ฟังดูเท่และมีอนาคตมากเลยใช่ไหมล่ะ?

ยศชนันชูนวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ แจงวิสัยทัศน์มหาวิทยาลัยเปิดกว้างจนถึงผู้สูงอายุ

ในวันนั้น ยศชนันได้วางยุทธศาสตร์สำคัญ 4 ด้าน เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยเชิงลึกหรือ Deep Tech จากมหาวิทยาลัยสู่ภาคอุตสาหกรรมจริงๆ เขาบอกว่า “นวัตกรรมเกิดจากวิจัยลึกและสิ่งที่เอกชนมี แต่ภาคศึกษาต้องช่วยเรื่องทุนมนุษย์ นักคิดต้องอยู่กับนักปฏิบัติ” ฟังแล้วรู้สึกว่ามันสมเหตุสมผลสุดๆ เลยนะ โดยเฉพาะในยุคที่ AI และ quantum กำลังมาแรง

ยุทธศาสตร์ที่ 1: สร้างระบบนิเวศนวัตกรรม Deep Tech

เริ่มจากเชื่อม TRL 1-9 หรือการยกระดับเทคโนโลยีตั้งแต่ไอเดียต้นน้ำจนปลายน้ำ ด้วยงบรัฐและเงินเอกชนร่วมลงทุน แถมยังจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ผ่าน PCT เพื่อให้นักวิจัยไทยได้รายได้เต็มๆ ไม่เสียเปรียบโลก ผมในฐานะคนติดตามเทค มองว่านี่คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ไทยมีนวัตกรรมแข่งขันได้ เช่น ชิป AI หรือ Data Center ที่ประหยัดพลังงาน

ยุทธศาสตร์ที่ 2: ความมั่นคงด้วยเทคโนโลยีเอกราช

ด้านความมั่นคง ยศชนันชูการมีเอกราชอาวุธยุทโธปกรณ์ ร่วมกับกระทรวงกลาโหม และเรื่องใหม่สุดฮอตอย่าง ความปลอดภัยทางไซเบอร์ ที่เชื่อม quantum communication นี่แหละเทรนด์อนาคตที่大国อย่างจีน สหรัฐ กำลังรบกันอยู่เลยครับ ไทยเราต้องรีบ!

ยุทธศาสตร์ที่ 3: เศรษฐกิจใหม่ Wellness Economy

หัวใจคือ เศรษฐกิจสุขภาพ ที่ไทยได้เปรียบอันดับ 1 ของโลก! ครอบคลุม Cell & Gene Therapy รักษามะเร็ง, เครื่องมือแพทย์มูลค่าสูง, Supply Chain AI, Data Center, ชิปประมวลผล แม้แต่เกษตรมูลค่าสูงสำหรับสังคมสูงวัย นี่ไม่ใช่แค่พูด แต่เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่สร้างงานเพียบ

  • อุตสาหกรรมการแพทย์ขั้นสูง: บำบัดเซลล์-ยีน
  • ดิจิทัล: AI และ Data Center ประหยัดพลังงาน
  • เกษตรฐานราก: นวัตกรรมเพิ่มผลผลิตแรงงานสูงวัย

ยุทธศาสตร์ที่ 4: พลิกโฉมมหาวิทยาลัยเป็น Lifelong Learning

สุดท้าย หัวใจสำคัญคือเปลี่ยนมหาวิทยาลัยไทยให้เปิดกว้างทุกวัย ตั้งแต่เด็กจนผู้สูงอายุ อัปสกิล-รีสกิลผ่าน T-CAS ลดเหลื่อมล้ำ ปรับระบบเข้าเรียนให้เท่าเทียม นี่คือวิสัยทัศน์ที่เจ๋งมาก ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว เรียนรู้ตลอดชีวิตคือ survival skill ชัดๆ

นอกจากนี้ ยังใช้เทคแก้ปัญหาสังคม เช่น Open Data ต้านคอร์รัปชัน, quantum เสริมไซเบอร์, เทคโนโลยีป้องกันภัยพิบัติ ยศชนันทิ้งท้ายว่า “พัฒนาวิทยาศาสตร์ต้องร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อทุนมนุษย์ไทย” ผมเห็นด้วยเต็มๆ!

ในมุมผู้เชี่ยวชาญอย่างผม เทรนด์นี้ตรงกับ global shift ไป Wellness + Tech ไทยมีโอกาสพุ่ง ถ้าทำจริงจัง ลองนึกภาพ Data Center ไทยเป็น hub อาเซียน หรือ quantum network ที่ปลอดภัยสุดๆ มันตื่นเต้นมาก! คุณล่ะ คิดว่าวิสัยทัศน์นี้จะเปลี่ยนไทยได้ไหม? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วอย่าลืมติดตามอัปเดตเทรนด์เทคที่นี่นะครับ เพื่อไม่พลาดโอกาสอัปสกิลตัวเอง!

ที่มา – ยศชนันชูนวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ แจงวิสัยทัศน์มหาวิทยาลัยเปิดกว้างจนถึงผู้สูงอายุ

กทม. ผนึกกำลัง บช.น. กางแผนรับมือสงกรานต์ 69 ชูเทคโนโลยี AI สแกนใบหน้าสกัดจับผู้ต้องหา-คุมเข้มความปลอดภัยทั่วกรุง

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! ปีนี้สงกรานต์ 69 มาแน่ แต่กทม. ไม่ยอมให้ใครมาแซ่บเกินไปนะ เพราะ กทม. ผนึกกำลัง บช.น. กางแผนรับมือสงกรานต์ 69 ชูเทคโนโลยี AI สแกนใบหน้าสกัดจับผู้ต้องหา-คุมเข้มความปลอดภัยทั่วกรุง แล้วล่ะ ผมที่ติดตามเรื่องเทคโนโลยีและปาร์ตี้สงกรานต์มาตลอด ต้องบอกเลยว่านี่คือปีที่เทคสุดๆ มาดูกันว่าปีนี้มีอะไรอัปเดตบ้าง

กทม. ผนึกกำลัง บช.น. กางแผนรับมือสงกรานต์ 69 ชูเทคโนโลยี AI สแกนใบหน้าสกัดจับผู้ต้องหา-คุมเข้มความปลอดภัยทั่วกรุง

วานนี้ (9 เมษายน) ที่ศูนย์บัญชาการกรุงเทพมหานคร (BMA Command Center) ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร่วมกับ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. แถลงข่าวใหญ่โต เรื่องแผนดูแลความปลอดภัยช่วง 10-16 เมษายนนี้ บูรณาการกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และบช.น. ใช้เทคโนโลยี AI ช่วยสแกนใบหน้าแบบเรียลไทม์ ผ่านกล้อง CCTV กว่า 65,000 ตัวทั่วกรุง!

ไฮไลต์เด็ดคือระบบ AI จดจำใบหน้า เชื่อมฐานข้อมูลหมายจับ CIB โดยตรง พื้นที่ฮอตฮิตอย่างข้าวสาร สีลม โชคชัย 4 วัดเวฬุฯ ทวีวัฒนา จะถูกสแกนเข้ม ถ้าพบตัวแสบ ระบบแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ทันที ปีที่แล้วทดลองใช้ จับได้ 256 หมายจับ จับจริง 7 คน จากผู้ร่วมงาน 725,000 คน ประสิทธิภาพแจ่มมาก!

AI อัปเกรดยังไงบ้าง?

  • นับคนแม่นยำ: AI ตัดการนับซ้ำ ตอนคนเดินเข้าออกหลายรอบ วิเคราะห์ความหนาแน่นเรียลไทม์ ป้องกันแออัด
  • Dashboard สุดล้ำ: ผู้บริหารเห็นภาพรวมสถานการณ์ ตัดสินใจเร็วฉับ
  • CCTV หนาแน่น: ข้าวสาร 194 ตัว สีลม 158 ตัว บวกกล้องเอกชนอย่างบรรทัดทอง จามจุรีสแควร์ พัฒน์พงศ์

นอกจากนี้ ยังอัประบบแพทย์ฉุกเฉิน ปักหมุดผู้ป่วยเปราะบางบนแผนที่ ทีมกู้ภัยเข้าถึงเร็ว รักษาเส้นทางฉุกเฉินเข้มงวด ขอประชาชนอย่าปิดถนน รถพยาบาลต้องวิ่งได้!

มาตรการอื่นๆ ที่ห้ามพลาด

กทม. ตั้งกองอำนวยการร่วม หน่วยแพทย์ รถดับเพลิง จุดบริการ ปิดเล่นน้ำไม่เกิน 22.00 น. ทุกพื้นที่ ผู้ว่าฯ เตือนเรื่องลมแดดจากอากาศร้อน ดื่มน้ำเยอะๆ ลงทะเบียนล่วงหน้าบางงานเอกชนด้วยนะ

ชัชชาติ ย้ำชัด ไม่ลดกำลังคน แต่ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ย้ายกำลังจากกลางไปหน้างานได้เร็วขึ้น สุดยอด!

ในฐานะคนชอบเทคและปาร์ตี้ ผมมองว่าเทรนด์นี้กำลังมาแรง AI จะเปลี่ยนการรักษาความปลอดภัยเทศกาลให้ฉลาดขึ้นทั่วโลก ปีนี้เล่นน้ำให้สนุก แต่ปลอดภัยไว้ก่อน สายด่วน 191 (เหตุร้าย), 1669 (เจ็บป่วย), 199 (เพลิงไหม้) อย่าลืม!

CTA: ไปลงทะเบียนงานสงกรานต์ล่วงหน้า แล้วมาแชร์ประสบการณ์ AI สแกนหน้ากับผมในคอมเมนต์นะ สงกรานต์ปลอดภัย สนุกสุดเหวี่ยง!

ที่มา – กทม. ผนึกกำลัง บช.น. กางแผนรับมือสงกรานต์ 69 ชูเทคโนโลยี AI สแกนใบหน้าสกัดจับผู้ต้องหา-คุมเข้มความปลอดภัยทั่วกรุง

ศุภจีเปิดมาตรการช่วยค่าครองชีพ เดินหน้า ‘ไทยช่วยไทย’ วอนสมาชิกรัฐสภาสร้างความตระหนัก ไม่ใช่ตระหนก

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องข่าวร้อนๆ จากเวทีรัฐสภา ที่ ศุภจีเปิดมาตรการช่วยค่าครองชีพ เดินหน้า ‘ไทยช่วยไทย’ วอนสมาชิกรัฐสภาสร้างความตระหนัก ไม่ใช่ตระหนก นะครับ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์อย่างศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้ลุกขึ้นชี้แจงแบบตรงไปตรงมาในที่ประชุม เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 ท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพที่ทุกคนกำลังเจอหนักๆ รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่มีแผนชัดเจน ลดภาระ เพิ่มรายได้ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้ยั่งยืน ฟังดูน่าฟังใช่มั้ยล่ะ?

ศุภจีเปิดมาตรการช่วยค่าครองชีพ เดินหน้า ‘ไทยช่วยไทย’ วอนสมาชิกรัฐสภาสร้างความตระหนัก ไม่ใช่ตระหนก

ประเด็นหลักที่ศุภจีพูดถึงคือโครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ ที่กำลังเร่งเดินหน้าแบบเต็มสูบ! ร่วมมือกับผู้ผลิตใหญ่ ส่งสินค้าถูกลงไปยังร้านค้าปลีกกว่า 300 แห่งทั่ว 76 จังหวัดและกรุงเทพฯ สินค้าจำเป็นกว่า 3,000 รายการ ลดราคาสูงสุด 58% เลยทีเดียว แถมยังช่วย SMEs และชุมชนฐานราก โดยเอานำสินค้าท้องถิ่นขึ้นแพลตฟอร์มออนไลน์และร้านทั่วไป 200-300 รายการ ผมชอบตรงนี้มาก เพราะในยุคเทคโนโลยีตอนนี้ แพลตฟอร์มออนไลน์ช่วยให้สินค้าถึงมือคนได้เร็ว ลดต้นทุนกลาง ลองนึกภาพ SME ไทยขายของออนไลน์แบบไร้รอยต่อ เก๋สุดๆ!

สำหรับกลุ่มเปราะบาง ก็มีโครงการธงฟ้า 518 จุด และไอเดียเจ๋งอย่าง ‘รถพุ่มพวง’ ส่งตรงถึงชุมชนห่างไกล งบน้อยแต่ประโยชน์สูงสุด บัตรเติมน้ำมัน สินค้าราคาพิเศษ ลงโรงเรียน 1,000 แห่ง แบ่งเบาผู้ปกครอง ชุดนักเรียนถูกๆ และผลผลิตเกษตรไปตลาดนัด 1,000 แห่ง ศุภจีบอกชัด “รัฐบาลไม่แบ่งฝ่าย ส่งมอบสิ่งดีๆ ให้ทุกคน” ฟังแล้วอบอุ่นใจเนาะ

คุมราคาสินค้าเข้ม 5 กลุ่มใหญ่

เรื่องราคาสินค้า ใช้ พ.ร.บ. ราคา 2542 จัดระเบียบ 5 กลุ่มชัดเจน: 1) ควบคุมเด็ดขาด ต้องขออนุญาตก่อนขึ้น 2) แจ้งล่วงหน้าเจรจา 3) แจ้งปริมาณอย่างเดียว 4) ควบคุมขนส่ง-ส่งออก ป้องกันขาดแคลนอย่างน้ำมันปาล์ม 5) เฝ้าระวังพิเศษอย่างน้ำมัน ยา ขนส่ง น้ำตาล มีกฎเฉพาะ ระบบนี้ช่วยป้องกันการฉวยโอกาสได้ดี ผมในฐานะคนติดตามเศรษฐกิจ มองว่ามันเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น

ปุ๋ยยูเรียพอถึงกลางพ.ค. เร่งเจรจาเรือติดฮอร์มุซ

เกษตรกรหายห่วง! สต๊อกปุ๋ยทั้งหมด 340,000 ตัน พอถึงสิงหาคม แต่ยูเรีย (36%) พอแค่ว่ากลางพฤษภา เพราะปัญหาขนส่งวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ รัฐเร่งเจรจา DFA นำเรือไทยออกมา กระทรวงเกษตรนำเข้าพิเศษ โครงการ ‘แม่ปุ๋ยคนละครึ่ง’ ตามสภาพดินแต่ละพื้นที่ ดำเนินคดีผู้ประกอบการขึ้นราคาไม่เป็นธรรม 48 คดีแล้ว ธงเขียวช่วยเพิ่ม เม็ดพลาสติกก็ตั้งคณะบูรณาการ ลดใช้แบบตรงจุด เกษตรกรไทยได้ประโยชน์เต็มๆ

รับมือสหรัฐฯ มาตรา 301 และปกป้อง SME

การค้าต่างประเทศไม่แพ้! เตรียมตอบสหรัฐฯ มาตรา 301 ภายใน 15 เม.ย. ปรับทูตพาณิชย์เน้นคุณภาพ ปกป้อง SME 99% ของธุรกิจไทย สแกนนำเข้าผิดปกติเรียลไทม์ ไต่สวนเร็ว คลินิกการค้า ที่ปรึกษากฎหมายฟรี กวาดล้างนอมินีต่างชาติ การท่องเที่ยวเปลี่ยนสู่มูลค่าสูง ปฏิทิน 365 วัน สอดคล้องฤดู แก้ PM2.5 จริงจัง ไม่ใช่บังคับไปเชียงใหม่ทุกวันนะ!

ศุภจีปิดท้ายด้วยคำวิงวอน “อย่าสร้างตระหนก แต่สร้างตระหนัก เราไม่เปลี่ยนไม่ได้แล้ว” นายกฯ เรียก ครม.พิเศษ 11 เม.ย. เร่งผลงานทันที

ในมุมผมที่ติดตามเทรนด์เศรษฐกิจและเทคโนโลยี โครงการไทยช่วยไทยนี่แหละคืออนาคต! การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเชื่อมชุมชนกับตลาดใหญ่ จะช่วยให้เศรษฐกิจฐานรากแข็งแกร่ง ท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์ปั่นป่วน ลองคิดดู ถ้าเรามี app สั่งสินค้าถูกๆ ถึงบ้านแบบนี้ ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ ผมแนะนำทุกคนติดตามและมีส่วนร่วม เช่น ใช้บัตรไทยช่วยไทย หรือแชร์ข้อมูลดีๆ ช่วยกันสร้างตระหนัก สนับสนุนรัฐบาลให้ผลงานออกมาไวๆ คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์บอกหน่อยนะ!

ที่มา – ศุภจีเปิดมาตรการช่วยค่าครองชีพ เดินหน้า ‘ไทยช่วยไทย’ วอนสมาชิกรัฐสภาสร้างความตระหนัก ไม่ใช่ตระหนก

Ozempic ทำลายกระดูก? ตำนานจากงานวิจัยเล็ก

ยาท減น้ำหนักสุดฮิตอย่าง Ozempic ที่มีส่วนผสมหลักคือ semaglutide และยา GLP-1 อื่นๆ ล้วนมีทั้งข้อดีข้อเสีย แต่ในโลกออนไลน์กลับพูดกันว่ายาเหล่านี้ทำลายร่างกายจากภายใน เหมือนกับ Ozempic ทำลายกระดูกซะงั้น

ข่าวลือและความเข้าใจผิดเกี่ยวกับยา GLP-1 แพร่กระจายไปทั่วโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะเรื่อง Ozempic ทำลายกระดูก ที่กำลังเป็นกระแส แต่จริงๆ แล้ว มันเป็นการเบี่ยงเบนจากบทสนทนาที่ควรจะละเอียดอ่อนกว่านี้เกี่ยวกับยาที่สำคัญแต่ไม่ใช่ยาวิเศษ

Ozempic ทำลายกระดูก จริงหรือไม่?

กระแสล่าสุดเกี่ยวกับ Ozempic ทำลายกระดูก มาจากการตีความผิดของงานวิจัยเบื้องต้นที่นำเสนอในงานประชุมประจำปีของ American Academy of Orthopedic Surgeons เมื่อเดือนที่แล้ว งานวิจัยนี้พบว่าผู้ใช้ GLP-1 มีอัตราการเป็น osteoporosis (กระดูกพรุน) และ osteomalacia (กระดูกอ่อน) สูงกว่า

แต่เดี๋ยวก่อน! งานวิจัยนี้ยังไม่ผ่านการตรวจ peer review และมีบริบทสำคัญมากมาย เช่น อัตราการเกิดโรคเหล่านี้ต่ำมากแม้ในกลุ่มผู้ใช้ GLP-1 (4.1% และ 2% ตามลำดับ) งานวิจัยอื่นๆ ชี้ว่าความเสี่ยงนี้มาจากการลดน้ำหนักมากกว่า效果ของยาโดยตรง ดูเพิ่มเติม

งานวิจัยที่จุดชนวนตำนาน Ozempic ทำลายกระดูก

ตัวนักวิจัยเองก็ไม่ได้เรียกร้องให้หยุดใช้ยา แต่แนะนำให้แพทย์ติดตามสุขภาพกระดูกในผู้ป่วยเสี่ยงสูง และมีวิธีป้องกันง่ายๆ เช่น กินวิตามิน D แคลเซียมเพิ่ม หรือออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อ น่าสนใจที่งานวิจัยชิ้นอื่นในงานเดียวกันพบว่า GLP-1 อาจลดความเสี่ยงแทรกซ้อนหลังผ่าตัดกระดูก

ภาพไวรัลที่แพร่เรื่อง Ozempic ทำลายกระดูก? ไม่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยเลยสักนิด

ข่าวลืออื่นๆ เกี่ยวกับ GLP-1 ก็อ่อนแอ เช่น เรื่องสูญเสียกล้ามเนื้อ ซึ่งจริงที่ลดน้ำหนักแล้วจะเสียมวลกล้ามเนื้อบ้าง แต่ป้องกันได้ด้วยโปรตีนสูงขึ้น อ่านเพิ่ม

  • เรื่อง suicide ideation จาก Wegovy: สำนักงานตรวจสอบแล้วไม่พบความเชื่อมโยง และงานวิจัยล่าสุดพบว่าลดความเสี่ยง depression แทน ดู
  • ตำนานอื่นๆ ที่ถูกหักล้างแล้ว

แต่ GLP-1 ไม่ได้ไร้ความเสี่ยงนะ มีผลข้างเคียงทางเดินอาหารบ่อย แต่ลดได้ และมีความเสี่ยงตา เช่น NAION แต่หายากมาก EMA ยืนยัน

ในทางการแพทย์ ไม่มีของฟรีทุกชิ้น ยาที่ดีต้องชั่งน้ำหนักประโยชน์-ความเสี่ยง Ozempic พิสูจน์แล้วว่าดีสำหรับเบาหวานชนิด 2 อ้วน และอาจติดยาในอนาคต

เข้าใจทั้งสองด้าน แล้วตัดสินใจกับแพทย์ จะได้ไม่หลง myth ในเน็ต สุดท้าย การ debunk ตำนาน Ozempic ทำลายกระดูกแบบนี้ยังจำเป็นเสมอ

คำแนะนำ: ถ้ากำลังใช้ Ozempic หรือ GLP-1 ปรึกษาแพทย์เรื่องสุขภาพกระดูก และเสริมโภชนาการให้ดี จะได้ลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย!

ที่มา – Ozempic Shreds Bones? How a Small Study Turned Into a Big Health Myth