ผู้เขียน: lalika69_admin

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยกฟ้อง 7 กกต.-เลขาฯ ปมสอบฮั้ว สว. ล่าช้า ชี้อดีต สว.สำรอง โจทก์ในคดีไร้อำนาจฟ้อง

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวบล็อกทุกคน! วันนี้เรามีข่าวเด็ดจากวงการการเมืองที่หลายคนจับตา เรื่อง ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยกฟ้อง 7 กกต.-เลขาฯ ปมสอบฮั้ว สว. ล่าช้า ชี้อดีต สว.สำรอง โจทก์ในคดีไร้อำนาจฟ้อง นี่แหละครับ เป็นคดีที่ดราม่ามาแต่แรก เหมือนละครน้ำเน่าแต่เป็นของจริงในระบบยุติธรรมไทย ผมในฐานะคนติดตามข่าวการเมืองและเทคโนโลยีมานาน จะเล่าให้ฟังแบบเป็นกันเอง พร้อมวิเคราะห์เชิงลึก เหมือนนั่งคุยกันในคาเฟ่เลย

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยกฟ้อง 7 กกต.-เลขาฯ ปมสอบฮั้ว สว. ล่าช้า ชี้อดีต สว.สำรอง โจทก์ในคดีไร้อำนาจฟ้อง: เกิดอะไรขึ้น?

ย้อนไปเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2567 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลตัดสินยกฟ้องในชั้นตรวจฟ้องเลยครับ คดีนี้ อัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล อดีต สว. สำรอง เป็นโจทก์ฟ้องอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. และคณะ 7 คน รวมเลขาฯ แสวง บุญมี รวม 8 คน ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากการสอบสวนคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. ที่ล่าช้าแบบไม่มีแววคืบหน้า

ศาลบอกชัด โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง! เพราะตามกฎหมาย ผู้มีอำนาจคืออัยการสูงสุดเท่านั้น ตอนนี้สำนวนคดีจาก สน.ทุ่งสองห้อง ส่ง ป.ป.ช. ไปแล้วด้วย ฟังดูยุ่งเหยิงใช่มั้ยล่ะ แต่จริงๆ มันสะท้อนปัญหาใหญ่ในระบบตรวจสอบเลือกตั้ง

ไทม์ไลน์คดี: จากยื่นฟ้องสู่ยกฟ้อง

  • 4 พ.ย. 2566: ศาลนัดฟังคำสั่งครั้งแรก สั่งแก้คำฟ้อง
  • โจทก์ยื่นใหม่ ศาลรับพิจารณา
  • 23 ธ.ค. 2566: นัดครั้งสอง สั่ง กกต. และ สน.ทุ่งสองห้อง ชี้แจง 10 ประเด็น ภายใน 23 ม.ค. 2567
  • กกต. ขอขยาย 30 วัน ศาลอนุญาตถึง 22 ก.พ. 2567
  • สน.ทุ่งสองห้อง ไม่ส่งชี้แจง! ศาลให้โจทก์คัดค้านภายใน 9 มี.ค. 2567
  • สุดท้าย 20 เม.ย. 2567: ยกฟ้อง!

อัครวัฒน์ บอกว่าจะสู้ต่อ อาจยื่นฎีกา หรือช่องทางอื่น ต้องปรึกษาทีมก่อน ผมว่ามันน่าติดตามนะ เพราะคดีฮั้ว สว. ครั้งนี้ใหญ่โต มี สว. หลายคนถูกกล่าวหาเรื่องซื้อเสียง จ่ายเงินล้านๆ

วิเคราะห์เชิงลึก: ทำไม กกต. ถึงโดนฟ้อง?

เพื่อนๆ ที่ชอบข่าวเทคโนโลยี ลองนึกภาพ กกต. เหมือนทีม IT ที่รับผิดชอบระบบเลือกตั้ง ถ้าซอฟต์แวร์ตรวจจับการโกงช้าเหมือน Windows Update ล่าช้าเนี่ยนะ มันกระทบความเชื่อมั่นทั้งระบบ! คดีนี้มาจากคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุด 36 ที่สอบฮั้ว สว. ช้าเกินไป ผู้ฟ้องบอกว่ามันไม่คืบหน้า จนประชาชนเสียสิทธิ์

ในมุมผู้เชี่ยวชาญอย่างผม เรื่องนี้ชี้ให้เห็นช่องโหว่กฎหมายเลือกตั้งไทย เราเคยเห็นกรณีคล้ายๆ กันใน tech world เช่น Twitter (X) ช้าแก้ปัญหา fake news ในเลือกตั้งสหรัฐฯ สุดท้ายระบบล้มเหลว นี่แหละปัญหาเดียวกัน: ความล่าช้า = การทุจริตที่รอด

นอกจากนี้ การที่ศาลยกฟ้องเพราะ ‘ไร้อำนาจฟ้อง’ มันเป็นหลักกฎหมายมาตรฐาน แต่ก็ทำให้ประชาชนตั้งคำถาม ใครจะตรวจสอบ กกต. ได้จริง? ป.ป.ช. จะช่วยได้แค่ไหน? ผมเช็คข้อมูลเก่าๆ แล้ว คดีฮั้ว สว. มี สว. กว่า 20 คนถูกเพิกถอนไปแล้ว แต่คดีนี้ยังค้าง

ผลกระทบต่อการเมืองไทยและเทคโนโลยีเลือกตั้ง

ข่าวนี้กระทบใหญ่! กกต. รอดตัว แต่ภาพลักษณ์เสีย เพราะถูกมองว่าปกป้องตัวเอง คล้าย tech giant อย่าง Meta ที่โดนฟ้องเรื่อง privacy แต่รอดเพราะ technicality สำหรับคนทั่วไปอย่างเรา มันหมายถึงระบบเลือกตั้งยังไม่โปร่งใส 100% โดยเฉพาะ สว. ที่มีอิทธิพลเลือกนายกฯ

เทรนด์ที่ผมเห็น: ทั่วโลกหันมาใช้ blockchain สำหรับ vote transparency ไทยเราควรลองมั้ย? ลดมนุษย์ ลดช้า ลดทุจริต!

สรุปแล้ว ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยกฟ้อง 7 กกต.-เลขาฯ ปมสอบฮั้ว สว. ล่าช้า ชี้อดีต สว.สำรอง โจทก์ในคดีไร้อำนาจฟ้อง เป็นจุดเปลี่ยนที่เราต้องผลักดันให้กฎหมายเข้มงวดขึ้น ผมคิดว่าปีนี้จะมีคดีเลือกตั้งเพิ่ม แนะนำติดตาม ป.ป.ช. ต่อไป

ความเห็นส่วนตัว: ระบบเลือกตั้งไทยต้องอัพเกรดด่วน เหมือนอัพเดท iOS ให้เร็วขึ้น! ไม่งั้นประชาธิปไตยเราจะล้าหลัง tech world ไปไกล CTA: แชร์บทความนี้ และคอมเมนต์ความเห็นคุณด้านล่าง ว่าคิดยังไงกับ กกต. ช้าแบบนี้?

ที่มา – ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยกฟ้อง 7 กกต.-เลขาฯ ปมสอบฮั้ว สว. ล่าช้า ชี้อดีต สว.สำรอง โจทก์ในคดีไร้อำนาจฟ้อง

เหตุใดโคลอมเบียจึงต้องการฆ่า “ฮิปโปโคเคน” ของปาโบล เอสโคบาร์

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวบล็อก! ถ้าคุณเป็นแฟนซีรีส์ Narcos บน Netflix หรือชอบเรื่องราวอาชญากรในตำนานอย่างปาโบล เอสโคบาร์ คุณคงรู้ดีว่าเจ้าพ่อค้ายาเสพติดรายนี้เคยครองโลกมืดในยุค 80s แต่รู้มั้ยว่ามรดกของเขายังหลอกหลอนโคลอมเบียมาจนถึงทุกวันนี้? ไม่ใช่แค่เรื่องเงินทองหรือแก๊งเมเดยินนะ แต่เป็นฝูงฮิปโปโคเคน สัตว์ประหลาดที่เขานำเข้าจากแอฟริกา! วันนี้เราจะมาคุยกันแบบเป็นกันเองว่าเหตุใดโคลอมเบียจึงต้องการฆ่า “ฮิปโปโคเคน” ของปาโบล เอสโคบาร์ มันเป็นเรื่องอะไร และทำไมนักวิทยาศาสตร์ถึงบอกว่านี่คือ ‘ระเบิดเวลาทางนิเวศวิทยา’

เหตุใดโคลอมเบียจึงต้องการฆ่า “ฮิปโปโคเคน” ของปาโบล เอสโคบาร์

ย้อนกลับไปยุค 1980s เอสโคบาร์สร้างสวนสัตว์ส่วนตัวสุดหรูที่คฤหาสน์ Hacienda Nápoles ห่างจากโบโกตา 250 กม. เขานำฮิปโป 4 ตัว (เพศผู้ 1 เพศเมีย 3) มาเลี้ยงโชว์พาวเพื่อสร้างภาพลักษณ์ แต่หลังจากเขาถูกสังหารในปี 1993 สวนสัตว์ถูกยึด สัตว์อื่นๆ ถูกย้ายไปสวนสัตว์ทั่วประเทศ แต่ฮิปโป? ย้ายยากเพราะตัวใหญ่ยักษ์ หนักถึง 5 ตัน! ทางการเลยปล่อยไว้ คิดว่ามันคงตายเองซะอีก

แต่ไม่เลย! วันนี้ฮิปโปเหล่านี้เพิ่มเป็น 250 ตัวแล้ว แพร่กระจายตามแม่น้ำมักดาเลนา ไกลถึง 370 กม. จากจุดเริ่มต้น นักวิทยาศาสตร์อย่างนาตาลี คัสเตลบลังโก เตือนว่าถ้าไม่ทำอะไร ถ้าปล่อยไว้ถึงปี 2034 จะพุ่งไป 1,400 ตัว! รัฐบาลโคลอมเบียเลยประกาศแผนฆ่าถึง 80 ตัว เพื่อควบคุมประชากร รมว.สิ่งแวดล้อม ไอรีน เวเลซ บอกชัด “เราต้องปกป้องระบบนิเวศ”

ทำไมฮิปโปโคเคนถึงเป็นภัยคุกคาม?

ฮิปโปไม่ใช่สัตว์พื้นถิ่นของละตินอเมริกา มันมาจากแอฟริกา ที่นั่นมีสิงโต จระเข้ ควบคุมประชากร แต่ในโคลอมเบีย? ไม่มีผู้ล่าตามธรรมชาติ แถมอากาศชุ่มชื้น ฝนตกสม่ำเสมอ ไม่มีฤดูแล้งรุนแรง ทำให้มันโตเร็ว มีลูกตั้งแต่อายุน้อย ผลกระทบรุนแรงมาก:

  • ทำลายระบบนิเวศ: กินพืชน้ำ กัดเซาะฝั่ง แทนที่สัตว์พื้นถิ่นอย่างพะยูนที่ใกล้สูญพันธุ์
  • เปลี่ยนเคมีน้ำ: ขี้ปัสสาวะทำให้水กรด ส่งผลต่อปลาและการประมง ชาวบ้านหลายหมื่นคนเดือดร้อน
  • อันตรายต่อคน: ฮิปโปหวงที่ แม้ยังไม่มีตายในโคลอมเบีย แต่ในแอฟริกาฆ่าคน 500 คน/ปี มากกว่าสิงโต!

ฟังดูโหดร้าย แต่ผู้เชี่ยวชาญยืนยัน: นี่คือทางออกเดียวที่ได้ผลจริง

ความเห็นขัดแย้ง: ฆ่าหรือช่วย?

ไม่ใช่ทุกคนเห็นด้วย สว.อันเดรีย ปาดิยา เรียก “โหดร้าย” บอกว่าฮิปโปเป็นเหยื่อของความผิดพลาดรัฐ องค์กรสิทธิสัตว์คัดค้าน แต่ทางเลือกอื่นล้มเหลว:

  • ทำหมัน: แพงมาก $50,000/ตัว สัตว์ก้าวร้าว ยากเข้าถึง ตั้งแต่ 2011-2019 ทำได้แค่ 4 ตัว!
  • ย้ายไปสวนสัตว์: ไม่มีใครรับ ค่าขนส่งแพงเกิน
  • ส่งกลับแอฟริกา: เสี่ยงนำโรคและพันธุกรรมผิดเพี้ยน

สัตวแพทย์คาร์ลอส วัลเดร์รามา ที่เคยลองทำหมัน เล่าว่าเหมือนอยู่ใน Jurassic Park! เครนเกือบล้มเพราะฮิปโปดิ้น

ประชาชนโคลอมเบียรักฮิปโปเหล่านี้ด้วย มีสวนสัตว์ท่องเที่ยวที่ Hacienda Nápoles ดึงนักท่องเที่ยวเพียบ นักวิทย์อย่างคัสเตลบลังโกเคยโดนขู่ฆ่าตอนเสนอฆ่า เพราะคนเห็นมันน่ารัก ไม่ใช่ invasive species

มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญและเทรนด์อนาคต

ในฐานะคนติดตามเรื่องสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยี ผมเห็นว่านี่คือตัวอย่างคลาสสิกของ invasive species ที่ climate change ทำให้แพร่เร็วกว่าเดิม เหมือน lionfish ในทะเลแคริบเบียน หรือ pythons ในฟลอริดา โคลอมเบียใช้โดรนและ GPS track ฮิปโปแล้ว (เทคโนโลยีช่วยได้เยอะ!) แต่สุดท้าย วิทยาศาสตร์ชนะอารมณ์

สรุปแล้วเหตุใดโคลอมเบียจึงต้องการฆ่า “ฮิปโปโคเคน” ของปาโบล เอสโคบาร์? เพื่อไม่ให้มรดกเอสโคบาร์ทำลายประเทศต่อไป มันน่าเศร้าแต่จำเป็น คุณคิดยังไง? ควรฆ่า ทำหมัน หรือหาทางอื่น? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์เลย แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนที่ชอบ Narcos นะ! ในยุคที่โลกเปลี่ยนเร็ว การตัดสินใจแบบนี้คือบทเรียนใหญ่สำหรับทุกประเทศ

ที่มา – เหตุใดโคลอมเบียจึงต้องการฆ่า “ฮิปโปโคเคน” ของปาโบล เอสโคบาร์

น้ำมันสิงคโปร์ลงแรง 20% สวนทางค่าการกลั่นไทยพุ่ง 15 บาท ‘เอกนัฏ’ ถก กบง.ด่วน 21 เม.ย.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยเรื่องราคาน้ำมันกันแบบชิลๆ แต่จริงจัง เพราะมันกระทบกระเป๋าตังค์เราตรงๆ เลยนะ โดยเฉพาะข่าวร้อนๆ ที่กำลังเป็นกระแสน้ำมันสิงคโปร์ลงแรง 20% สวนทางค่าการกลั่นไทยพุ่ง 15 บาท ‘เอกนัฏ’ ถก กบง.ด่วน 21 เม.ย. อย่างที่เรารู้กัน ราคาน้ำมันโลกกำลังผันผวน แต่ทำไมบ้านเราถึงยังแพงอยู่? ผมในฐานะคนติดตามข่าวพลังงานมานาน จะเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ พร้อม insight ลึกๆ ด้วย

น้ำมันสิงคโปร์ลงแรง 20% สวนทางค่าการกลั่นไทยพุ่ง 15 บาท ‘เอกนัฏ’ ถก กบง.ด่วน 21 เม.ย.

เอาล่ะ มาดูสถานการณ์กันก่อน ราคาน้ำมันในตลาดสิงคโปร์ ซึ่งเป็น基准สำคัญของเอเชีย ร่วงลงแรงถึง 20% เลยทีเดียว แต่สวนทางตรงข้าม ค่าการกลั่นในไทยพุ่งสูงผิดปกติเฉลี่ย 15 บาทต่อลิตร จากเดิมเดือนมีนาคมแค่ 7 บาทกว่าๆ นี่มันอะไรกัน? รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานอย่างคุณเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ไม่รอช้า จ่อประชุม กบง. ด่วนวันที่ 21 เมษายนนี้ เพื่อปรับลดค่าการกลั่นรอบ 2 ให้ทัน 23 เม.ย. หลังรอบแรกเดือนมีนาคม ลดราคาหน้าปั๊มได้ 2.14 บาทต่อลิตร ช่วยประชาชนไปเยอะ

ทำไมค่าการกลั่นถึงพุ่ง? จากข้อมูลวันที่ 1-15 เมษายน พบว่าต้นทุนจริงมันสูงขึ้นมาก เพราะมีค่าความเสี่ยงสงคราม (War Premium) ค่าขนส่ง และค่าประกันภัยที่แพงขึ้น กบง. จะนำข้อมูลนี้มาคำนวณใหม่ หักลบส่วนที่เกินจริง คาดว่าลดได้มากกว่า 2 บาทต่อลิตรแน่นอน เพื่อนๆ ลองคิดดู ถ้าลดจริง ค่าน้ำมันรถ ค่าไปเที่ยว ค่าเติมแก๊สหุงต้ม ก็ถูกลงทันที!

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สาเหตุหลักที่ราคาไม่ลดทันใจ

อีกประเด็นที่หลายคนสงสัย ทำไมน้ำมันสิงคโปร์ลง 20% แต่หน้าปั๊มไทยลดแค่นิดเดียว? คำตอบอยู่ที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงครับ ในช่วงราคาโลกพุ่ง กองทุนเข้าไปพยุงราคาให้ไม่แพงเกิน จนตอนนี้ติดลบหนี้สะสมกว่า 60,000 ล้านบาท ปัจจุบันดีขึ้น จ่ายออกเหลือวันละ 100 ล้าน จากเดิม 2,000 ล้าน แต่ยังต้องบริหารแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้กองทุนล้ม

  • จุดเด่นของมาตรการ: ลดค่ากลั่นรอบ 2 ช่วยบรรเทาค่าครองชีพทันที
  • ข้อมูลต้นทุน: ใช้ฐาน 1-15 เม.ย. หัก War Premium จริง
  • ผลกระทบ: คาดราคาน้ำมันลด >2 บาท/ลิตร ส่งผลดีเศรษฐกิจ
  • กองทุนฯ: ฟื้นตัวช้าๆ แต่เสถียรภาพสำคัญ

จากประสบการณ์ผม ติดตามราคาน้ำมันมานับสิบปี สถานการณ์แบบนี้มักเกิดจากความไม่สมดุลระหว่างตลาดโลกและต้นทุนในประเทศ แต่ครั้งนี้รัฐบาลตอบสนองเร็วดีครับ โดยเฉพาะคุณเอกนัฏที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง ถ้าปรับสำเร็จ จะเป็นสัญญาณบวกให้เศรษฐกิจฟื้นตัว โดยเฉพาะภาคขนส่งและการท่องเที่ยวที่เราชอบอัพเดทกันบ่อยๆ

แนวโน้มอนาคตและคำแนะนำ

ในมุมมองผม แนวโน้มราคาน้ำมันไทยจะค่อยๆ ลง หากกบง. ถกสำเร็จและกองทุนฟื้น แต่อย่าลืมติดตามราคาโลกด้วยนะ เพราะสงครามและ geopolitics ยังผันผวน เพื่อนๆ ที่ขับรถหรือใช้พลังงานเยอะ ลองวางแผนงบประมาณไว้ก่อน คิดว่าปีนี้ราคาอาจลงเหลือ 30 บาทต้นๆ ได้ ถ้าทุกอย่างลงตัว

สุดท้าย ผมแนะนำให้ติดตามข่าวอัพเดทจาก กบง. 21 เม.ย. นี้เลยครับ ถ้าลดจริง ไปเติมน้ำมันแล้วมาแชร์กัน! ช่วยกันประหยัดพลังงาน สนับสนุน EV ด้วยนะ จะได้ยั่งยืนในระยะยาว

ที่มา – น้ำมันสิงคโปร์ลงแรง 20% สวนทางค่าการกลั่นไทยพุ่ง 15 บาท ‘เอกนัฏ’ ถก กบง.ด่วน 21 เม.ย.

Palantir โพสต์ยาวบน X วิจารณ์พหุนิยมว่างเปล่า

Palantir โพสต์ยาวบน X วิจารณ์พหุนิยมว่างเปล่า ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะในวงการเทคโนโลยีและการเมือง บัญชี X ของ Palantir ได้โพสต์ข้อความยาวเหยียดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมคำอธิบายว่า “เราถูกถามเรื่องนี้บ่อยมาก” ซึ่งเป็นสรุปหนังสือ The Technological Republic: Hard Power, Soft Belief, and the Future of the West ที่ Alex Karp CEO ของ Palantir ร่วมเขียนกับ Nicholas W. Zamiska เมื่อปีกว่าๆ ที่ผ่านมา

Palantir โพสต์ยาวบน X วิจารณ์พหุนิยมว่างเปล่า: สรุปสาระสำคัญ

โพสต์ดังกล่าวสรุปหนังสือใน 22 ประเด็นหลัก โดยเริ่มจากข้อ 1 ที่ว่า Silicon Valley มีหนี้บุญคุณทางศีลธรรมต่อประเทศที่ทำให้เกิดการเติบโตของมันได้ วิศวกรชั้นนำใน Silicon Valley มีหน้าที่ต้องเข้าร่วมปกป้องชาติ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ “เราต้องกบฏ…” ซึ่งสะท้อนถึงมุมมองที่เข้มข้น

ตามรีวิวของ Gideon Lewis-Kraus ในนิตยสาร New Yorker หนังสือเล่มนี้ “อ่านเหมือนเพลย์ลิสต์อัตโนมัติของ Spotify ที่รวมเพลงฮิตเรื่องการเสื่อมถอยของชาติ” ไม่แน่ใจว่าทำไมคนถึงถาม Palantir เรื่องนี้บ่อย แต่ถ้าคุณเป็นหนึ่งในนั้น ก็คงพอใจกับคำตอบยาวๆ แล้ว

Palantir โพสต์ยาวบน X วิจารณ์พหุนิยมว่างเปล่า ชี้ภาพรวมอเมริกา

โพสต์นี้ไม่มีธีสิสหลักชัดเจน แต่ภาพรวมคืออเมริกากำลังเสื่อมโทรม ขาดความรู้สึกเป็นไปได้ ต้องการโครงการเทคโนโลยี-ทหารที่รวมใจเพื่อแข่งขันและกำจัดศัตรูด้วย AI ซึ่งเป็นอาวุธสูงสุดในยุคหลังนิวเคลียร์ Palantir เองก็โปรโมตตัวเองว่าเป็น “ระบบส่งมรณะด้วย AI” อยู่แล้ว

นอกจากนี้ โพสต์ยังเรียกร้องให้เคารพผู้นำเทคโนโลยี แทนที่จะยกเลิกวัฒนธรรม (cancel culture) และเลิกทำเหมือนวัฒนธรรมทุกอย่างดีเท่ากัน เพราะบางวัฒนธรรม “พิสูจน์แล้วว่าธรรมดา แย่กว่านั้นคือถดถอยและเป็นอันตราย” ในขณะที่บางวัฒนธรรม “สร้างสิ่งมหัศจรรย์”

จุดไคลแมกซ์คือ “เราต้องต้านทานการยั่วยุตื้นเขินของพหุนิยมว่างเปล่าและกลวง ในอเมริกาและตะวันตกทั้งหมด ครึ่งศตวรรษที่ผ่านมาเราเลี่ยงการกำหนดวัฒนธรรมชาติเพื่อ inclusivity แต่รวมเข้าไปในอะไร?”

  • Silicon Valley ต้องชดใช้หนี้บุญคุณทางศีลธรรม
  • ต้องกบฏต่อระบบปัจจุบัน
  • เคารพผู้นำเทคโนโลยี
  • ปฏิเสธพหุนิยมกลวง

มุมมองนี้คล้ายนักคิดอนุรักษ์นิยมอย่าง Leo Strauss (หรือ Bloom ในบางบริบท) ที่วิจารณ์ระบบการศึกษาที่ลดคุณค่าหนังสือและความคิดตะวันตก ซึ่งเป็นแหล่งปัญญาสำคัญ Alex Karp เองโหวตให้ Kamala Harris ในปี 2024 แม้เพื่อนๆ จะหันไปสนับสนุน Trump แต่ Karp เคยอ้างว่าคุยกับ “นาซี” บ่อยๆ ด้วย

ถึงอย่างนั้น ในยุคที่พวกขวาจัดไม่ปิดบังอุดมการณ์ มุมมองของ Karp และ Zamiska ยังคงคลุมเครืออยู่ Palantir ไม่ใช่บล็อก แต่เป็นผู้รับเหมาทหารมูลค่า 350 พันล้านดอลลาร์ สร้างเครื่องมือ AI ที่ใช้ในสงครามทั่วโลก รวมถึงสงครามที่ผู้นำมองว่าเป็นการปะทะอารยธรรม

ดังนั้น Palantir โพสต์ยาวบน X วิจารณ์พหุนิยมว่างเปล่า จึงเป็นการชี้แจงจุดยืนที่ชัดเจนในช่วงเวลาสำคัญนี้

คุณคิดอย่างไรกับมุมมองของ Palantir? มาร่วม讨论ในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากเห็นด้วย!

ที่มา – Palantir Posts Very Long X Post Denouncing ‘Vacant and Hollow Pluralism’

ฮอลลีวูดตัดสินใจ ‘เดอะ แฟนท่อม’ กลับสู่ทีวี

ฮอลลีวูดกำลังตื่นเต้นกับข่าวใหญ่ล่าสุด เมื่อ ฮอลลีวูดตัดสินใจ ‘เดอะ แฟนท่อม’ กลับสู่ทีวี อีกครั้ง! ตัวละครซูเปอร์ฮีโร่สุดคลาสสิกจาก Lee Falk ที่แฟนคอมิกทั่วโลกชื่นชอบ กำลังจะมีชีวิตชีวาบนจอแก้วในรูปแบบซีรีส์ไลฟ์แอคชั่นใหม่เอี่ยม

ฮอลลีวูดตัดสินใจ ‘เดอะ แฟนท่อม’ กลับสู่ทีวี

ตามรายงานจาก Variety ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ชื่อดัง Reginald Hudlin จะมารับหน้าที่กำกับและอำนวยการสร้างซีรีส์เรื่องนี้ Hudlin ไม่ใช่มือใหม่ในวงการคอมิก เขาเคยเขียนสตอรี่ให้ Black Panther ของ Marvel และช่วยรีลอนช์ Milestone ของ DC มาแล้ว คราวนี้เขาจะร่วมงานกับ King Features สตูดิโอที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ The Cuphead Show! ซึ่งฮิตฮอตไปทั่วโลก

C.J. Kettler ประธาน King Features กล่าวว่า “ซีรีส์เรื่องนี้เป็นการขยายแบรนด์ให้เข้ากับกระแสวัฒนธรรมปัจจุบัน Reginald มีความเคารพอย่างยิ่งต่อวงการคอมิกและต้นฉบับ เรามั่นใจว่าการดัดแปลงนี้จะตอบโจทย์แฟนเก่าและแฟนใหม่ทั่วโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

ประวัติศาสตร์ของ ‘เดอะ แฟนท่อม’ สู่หน้าจอทีวี

เดอะ แฟนท่อม เปิดตัวครั้งแรกในปี 1936 โดย Lee Falk ถือเป็นหนึ่งในซูเปอร์ฮีโร่ยุคบุกเบิก Kit Walker ตัวเอกของเรื่องเป็นนักสู้กับอาชญากรรมที่ไม่มีพลังพิเศษ แต่มีทักษะการยิงปืนและดาบที่ยอดเยี่ยม เขาเป็นฮีโร่คนแรกที่สวมชุดรัดรูปแบบสกินไทท์ ซึ่งกลายเป็นต้นแบบให้กับฮีโร่รุ่นหลังอย่าง Batman และ Superman ได้รับแรงบันดาลใจจากตัวละครพัลป์อย่าง The Shadow

ในโลกคอมิก เดอะ แฟนท่อม มีการตีพิมพ์โดยหลายค่าย เช่น Dark Horse และ DC ล่าสุดได้รับความนิยมเพิ่มจากดิจิทัลคอมิกเก่าๆ และเว็บคอมิก Phantom 2040 โดย Alex Segura, Michael Moreci และ John Amor นอกจากนี้ยังเคยมีภาพยนตร์ปี 1996 นำแสดงโดย Billy Zane และปรากฏในภาพยนตร์ ทีวี รวมถึงการล้อเลียนใน The Venture Bros. อย่าง Phantom Limb

ทำไม ‘เดอะ แฟนท่อม’ ถึงเหมาะกับยุคนี้

ในยุคที่ซูเปอร์ฮีโร่ครองจอทั้ง Marvel, DC และ Star Wars การนำ เดอะ แฟนท่อม กลับมาสร้างใหม่จึงเป็นไอเดียที่ฉลาดมาก เขาไม่ใช่แค่ฮีโร่เก่า แต่เป็นสัญลักษณ์ของความยุติธรรมที่ไม่มีพลังเหนือมนุษย์ ทำให้เข้าถึงได้ง่ายและน่าติดตาม ด้วยทีมงานคุณภาพอย่าง Hudlin ที่เข้าใจคอมิกอย่างลึกซึ้ง ซีรีส์นี้น่าจะกลายเป็นที่พูดถึงในหมู่แฟนๆ

  • ประวัติยาวนานตั้งแต่ปี 1936
  • ต้นแบบชุดรัดรูปของซูเปอร์ฮีโร่
  • ผู้กำกับ Reginald Hudlin ผู้เชี่ยวชาญคอมิก
  • ร่วมผลิตโดย King Features สตูดิโอฮิต

นอกจากนี้ ยังมีโอกาสที่ซีรีส์จะเชื่อมโยงกับกระแส superhero fatigue โดยนำเสนอฮีโร่คลาสสิกที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง

เราจะอัปเดตข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เดอะ แฟนท่อม ให้ทราบทันทีที่มีความคืบหน้า หากคุณเป็นแฟน Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe หรือ Doctor Who อย่าลืมติดตามข่าวปล่อยวันฉายและรายละเอียดแคสติ้งที่นี่!

คุณคิดว่าซีรีส์นี้จะปังหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดติดตามเพื่อไม่พลาดข่าวฮอลลีวูดล่าสุด

ที่มา – Hollywood Has Decided ‘The Phantom’ Will Return to TV

ทุกคนคิดว่า ‘Man of Tomorrow’ กำลังสร้าง Justice League

วันเสาร์ที่ผ่านมาเป็น Superman Day แต่ก็ไม่ได้มีข่าวใหญ่เกี่ยวกับ Supergirl หรือ Man of Tomorrow มากนัก แต่พอวันอาทิตย์ James Gunn ก็โพสต์ประกาศนักแสดงคนใหม่ที่เข้าร่วมในภาคต่อของ Superman นั่นคือ Andre Royo นักแสดงชื่อดังจากซีรีส์ The Wire และ Empire

ทุกคนคิดว่า ‘Man of Tomorrow’ กำลังสร้าง Justice League

James Gunn โพสต์รูปคู่กับ Andre Royo บน Threads พร้อมแคปชั่นว่า “ดีใจที่ได้ร่วมงานกับ Andre อีกครั้ง!” หลังจากที่ทั้งคู่เคยเล่นด้วยกันในหนัง Super ปี 2010 แต่ Gunn ไม่ได้บอกว่า Royo จะรับบทใคร สิ่งนี้ทำให้แฟนๆ พากันเดาแพร่หลาย และตามที่ IGN รายงาน แฟนๆ ส่วนใหญ่คิดว่าเขาจะเป็น Martian Manhunter

ทำไมถึงเป็น Martian Manhunter?

เหตุผลหลักคือ แฟนๆ เชื่อว่า Royo ต้องรับบทสำคัญแน่ๆ และ J’onn J’onzz เหมาะกับเขามาก ก่อนหน้านี้ Gunn เคยทีซภาพ Choco’s ซึ่งเป็นคุกกี้ DC เวอร์ชัน Oreo ที่ Martian Manhunter ชอบกิน ในโพสต์ Instagram ปี 2024 และทวีตมกราคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ ในทีวีทั้งไลฟ์แอคชั่นและแอนิเมชั่น Martian Manhunter มักถูกเล่นโดยนักแสดงผิวดำ เช่น Carl Lumbly ใน Justice League และ David Harewood ใน Supergirl ทำให้ Andre Royo ที่มีลุคคล้ายๆ กัน ถูกจับตามอง

ก่อนที่ Superman จะฉาย Gunn ยืนยันแล้วว่า Justice League เป็นส่วนหนึ่งในแผนของเขา DCU ของ Gunn มี John Stewart (Green Lantern) และ Hawkgirl ซึ่งเป็นสมาชิก Justice League จาก DCAU อยู่แล้ว ถ้าแฟนๆ ทายถูกเรื่อง Royo และ Adria Arjona ที่เพิ่งถูกคัดเลือก อาจเล่น Wonder Woman ก็ยิ่งชัดเจนว่า Gunn กำลังสร้าง Justice League ในแบบของตัวเอง โดยได้รับอิทธิพลจากแอนิเมชั่นและทีวีเก่าๆ

ทุกคนคิดว่า ‘Man of Tomorrow’ กำลังสร้าง Justice League จริงๆ นะ เพราะการรวมตัวนักแสดงเหล่านี้ชี้ไปที่ทีมฮีโร่สุดยิ่งใหญ่ของ DC การเลือก Royo ทำให้แฟนๆ ตื่นเต้น เพราะเขามีพรสวรรค์ในการแสดงบทลึกซึ้ง เหมาะกับตัวละครอย่าง Martian Manhunter ที่มีปมทางใจเยอะ นอกจากนี้ Gunn ยังชอบผสมผสานนักแสดงเก่ากับใหม่ๆ ทำให้จักรวาล DCU ดูมีเอกลักษณ์

นี่ไม่ใช่แค่การคัดเลือกนักแสดง แต่เป็นการวางรากฐานให้ Justice League ในอนาคต ดูจากที่ Gunn เคยโพสต์ Choco’s หลายครั้ง คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ แฟนๆ ยังเดาว่า Royo อาจเป็นตัวละครอื่นอย่าง Perry White หรือ Lex Luthor แต่ Martian Manhunter น่าจะใช่ที่สุดเพราะฟิตติ้งทั้งลุคและประวัติ Gunn

DCU ใหม่ภายใต้ Gunn กำลังมาแรง หลังจาก Superman ประสบความสำเร็จ เราจะได้เห็น Justice League ประกอบรูปแบบไหน ลองนึกภาพ John Stewart, Hawkgirl, Martian Manhunter และอาจ Wonder Woman มาร่วมทีมกับ Superman ใน Man of Tomorrow ที่จะฉาย 9 กรกฎาคม 2027 นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ของ DC แน่นอน

อยากรู้เพิ่มเติม? ติดตามข่าว Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who ได้ที่นี่เลย! คุณคิดว่า Andre Royo จะเป็น Martian Manhunter จริงมั้ย? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะ

ที่มา – Everyone Thinks ‘Man of Tomorrow’ Is Building the Justice League

แสงจ้าดุร้ายในโลโก้ Apple WWDC 26 เผยลุค Siri ใหม่

ท่ามกลางกระแสข่าวเกี่ยวกับ Siri ใหม่ที่ล่าช้ามานานของ Apple คำถามสำคัญอย่าง แสงจ้าดุร้ายในโลโก้ Apple WWDC 26 เผยลุค Siri ใหม่ กลับแทบไม่ถูกพูดถึงนัก ยกเว้นข่าวลือที่ว่าในอุปกรณ์ที่มี Dynamic Island รูปลักษณ์ของ Siri จะปรากฏขึ้นภายใน “pill” นั้นเมื่อเปิดใช้งานครั้งแรก รายงาน บอกไว้

แสงจ้าดุร้ายในโลโก้ Apple WWDC 26 เผยลุค Siri ใหม่ จริงหรือ?

แต่ถ้าจะเชื่อคอลัมน์ล่าสุดจาก Mark Gurman ของ Bloomberg มีโอกาสที่ Apple จะ makeover Siri ใหม่ทั้งหมด เปลี่ยนจากภาพคลาสสิกที่คล้าย Navi นางฟ้าใน Zelda Navi มาเป็นสไตล์ Windows screensaver ยุค 90s ที่หมุนวนอยู่ใน orb หัวของเธอ

อย่างน้อยส่วนหนึ่งของลุคใหม่นี้คือแสงจ้าดุร้าย overexposed ของตัวเลข “26” ในภาพ teaser สำหรับ Apple Worldwide Developers Conference (WWDC) ปี 2026 นั่นเอง

รายละเอียดการทดสอบลุค Siri ใหม่จากแหล่งข่าว

Gurman ระบุว่าจากแหล่งข่าวนอกรอบที่มีข้อมูลภายใน Apple กำลังทดสอบ visual plan ใหญ่หลวง: prompt ใน Dynamic Island Pill ที่เขียนว่า “Search or Ask” พร้อม cursor ที่เรืองแสงจ้าดุร้ายเหมือน “26” ในกราฟิก WWDC เลยทีเดียว

นอกจากนี้ ภาพโฆษณา special event ที่ Apple Park เพื่อเปิดงาน WWDC วันที่ 8 มิถุนายน ยังมีแสงเรืองแบบเดียวกันรอบวงแหวนสีขาวคู่กัน

ในแง่ถ่ายภาพ นี่คือเอฟเฟกต์ที่เรียกว่า halation หรือแสงล้นที่ทำให้สีขาวจ้าจนเบลอขอบ ลามไปยังพื้นหลังดำ สร้างสีน้ำเงินแดงรั่วไหล มันไม่ใช่ข้อผิดพลาด แต่เป็นสไตล์ที่คนชอบ โดยเฉพาะใน iPhone photography บางคนถึงขั้นโหลดแอปแพงๆ เพื่อเพิ่ม halation เช่น Halationify

  • WWDC 2026 จะเป็นเวทีเปิดตัว Siri ปรับปรุงใหญ่
  • Dynamic Island จะกลายเป็นจุดหลักแสดงลุคใหม่
  • เอฟเฟกต์แสงจ้าดุร้ายช่วยให้ Siri ดูทันสมัยและน่าดึงดูด
  • คาดว่าจะ integrate กับ iOS 27 และอุปกรณ์ใหม่ๆ

การเปลี่ยนแปลงนี้สอดคล้องกับทิศทาง AI ของ Apple ที่ต้องการให้ Siri แข็งแกร่งขึ้น แข่งขันกับ Google Assistant หรือ ChatGPT ลุคใหม่แบบนี้จะทำให้ Siri ดู futuristic มากขึ้น โดยเฉพาะ halation ที่ให้ความรู้สึก premium เหมือนภาพถ่ายมือโปร

นอกจากนี้ แสงจ้าดุร้ายในโลโก้ Apple WWDC 26 เผยลุค Siri ใหม่ ยังอาจบอกใบ้ถึงธีมงานใหญ่ เช่น การอัปเดต macOS หรือ hardware ใหม่ๆ ที่จะโชว์พลัง AI

ทำไม Apple ถึงเลือกสไตล์นี้? เพราะ halation สร้าง illusion ของพลังงานสูง ความสว่างจ้าแบบ overexposed ทำให้รู้สึกตื่นเต้น เหมาะกับ Siri ที่จะฉลาดขึ้น รองรับ multimodal input เช่น พูด วาด หรือถ่ายภาพ

ผู้ใช้ iPhone หลายคนรอคอย Siri ที่ responsive กว่าเดิม ลุคใหม่นี้อาจช่วยให้ interaction สนุกยิ่งขึ้น ลองนึกภาพ cursor เรืองแสงลอยใน Dynamic Island ตอบคำถามคุณทันที!

หากคุณเป็นแฟน Apple ไม่ควรพลาด WWDC 2026 คาดว่าจะมีเซอร์ไพรส์เพียบ สุดท้ายแล้ว แสงจ้าดุร้ายในโลโก้ Apple WWDC 26 เผยลุค Siri ใหม่ กำลังจุดประกายอนาคต AI บน iOS คุณคิดว่าลุคนี้เจ๋งไหม? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดติดตามเพื่อข่าวอัปเดต Apple ล่าสุด!

ที่มา – The Harsh Glare in the Apple WWDC 26 Logo Is Teasing the Look of New Siri, Report Says

ยุคปัจจุบันของ Star Trek จบลงด้วยการขายทิ้ง

ยุคปัจจุบันของ Star Trek กำลังจบลงด้วยการขายทิ้งอย่างเป็นทางการ! Paramount ตัดสินใจมุ่งเน้นไปที่ภาพยนตร์เรื่องใหม่ๆ แล้ว ทำให้รายการทีวียุคนี้ต้องปิดฉากด้วยการประมูลของใช้จากกองถ่ายทั้งหมด นี่คือโอกาสทองสำหรับแฟนๆ ที่อยากครอบครองของจริงจากจักรวาล Trek

ยุคปัจจุบันของ Star Trek กำลังจบลงด้วยการขายทิ้ง

หลังจาก Paramount ยืนยันว่าจะผลิตภาพยนตร์ Star Trek เรื่องใหม่ๆ อีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นโปรเจกต์จากทีม Dungeons & Dragons หรือโปรเจกต์อื่นๆ ที่วนเวียนมานานเกือบสิบปี ตอนนี้ถึงเวลาบอกลารายการทีวีชุดปัจจุบันแล้ว โดยการขายของทั้งหมดผ่านการประมูล

PropStore และ 403 Auction เพิ่งเปิดประมูลของจากรายการ Star Trek ล่าสุด เช่น Star Trek: Discovery และ Short Treks จาก PropStore มีชุดเครื่องแบบและพร็อพส์สุดพรีเมียม เช่น ชุด Starfleet Command ของ Michael Burnham (Sonequa Martin-Green) ราคาประเมิน 5,000-12,000 ดอลลาร์ ชุด Breen light-up disguise ของ Burnham ราคาเท่ากัน Phaser ของ Moll (Eve Harlow) และ L’Ak (Elias Toufexis) ราคา 3,000-6,000 ดอลลาร์ต่อชิ้น และชุดแพทย์ 32nd Century ของ Hugh Culber (Wilson Cruz) 4,000-8,000 ดอลลาร์

ของเด็ดจาก Starfleet Academy และ Strange New Worlds

ส่วนที่ 403 Auction มีของจาก Star Trek: Starfleet Academy ซึ่งรายการนี้ถูกยกเลิกหลังซีซั่น 2 โดยรายได้ส่วนหนึ่งบริจาคให้ DoSomething charity ของมี terrarium displays, medical jars และ lab jars ในแพ็คต่างๆ ราคาไม่แพงมาก แต่ไฮไลท์คือชิ้นส่วนเซ็ต Turbo Lift สองชิ้น ราคา 10,000 ดอลลาร์ต่อชิ้น ผู้ชนะต้องมารับเองเพราะ oversized และไม่มีบริการจัดส่ง

การประมูลเหล่านี้เกิดขึ้นหลัง Paramount ประกาศยกเลิก Starfleet Academy และเซ็ต Strange New Worlds ถูกรื้อถอนไปแล้ว ยังไม่มีข่าวรายการใหม่หลังจากนี้ ยุคปัจจุบันของ Star Trek กำลังจบลงด้วยการขายทิ้งจริงๆ และภาพยนตร์จะกลายเป็นจุดสนใจหลัก

  • PropStore: ประมูลถึง 12 พฤษภาคม
  • 403 Auction: สิ้นสุด 23 เมษายน และรอบสองที่ Ontario 22 เมษายน

นี่ไม่ใช่แค่การขายของ แต่เป็นการปิดฉากยุคทองของทีวีซีรีส์ Trek ที่นำพาแฟนๆ ไปสำรวจจักรวาลใหม่ๆ อย่าง Discovery, Picard, Strange New Worlds และ Prodigy แฟนตัวจริงไม่ควรพลาด เพราะของเหล่านี้อาจกลายเป็นของหายากในอนาคต

ยุคปัจจุบันของ Star Trek กำลังจบลงด้วยการขายทิ้ง แต่แฟนๆ สามารถเป็นเจ้าของประวัติศาสตร์ได้แล้ววันนี้! ไปเช็คการประมูลและลุ้นชิงของโปรดของคุณเลย คุณคิดว่าชิ้นไหนน่าเก็บที่สุด? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง

ที่มา – The Current Era of ‘Star Trek’ Is Ending With a Fire Sale

เลโก้ Brand New Day บอกใบ้หนังสไปเดอร์แมน

เหลืออีกแค่ 3 เดือนกับหนัง Spider-Man: Brand New Day แล้วนะ และวันนี้เรามีของเล่นเลโก้สุดเจ๋งที่เพิ่งเปิดตัวมาให้แฟน ๆ ได้ยลโฉม! เลโก้ Brand New Day บอกใบ้หนังได้อย่างน่าตื่นเต้น เพราะเซ็ตเหล่านี้ดึงฉากแอคชั่นเด็ด ๆ จากเรื่องราวของสไปเดอร์แมนมาให้เราสร้างเองได้ ลองมาดูกันว่าเซ็ตไหนบ้างที่จะทำให้คุณอยากรีบเก็บเงินรอวันวางขาย

เลโก้ Brand New Day บอกใบ้หนังอย่างไร?

เลโก้ Brand New Day บอกใบ้หนังผ่านเซ็ตของเล่นที่ออกแบบมาจากฉากสำคัญในเรื่อง โดยมีทั้งหมด 2 เซ็ตใหญ่และ 1 ฟิกเกอร์เดี่ยว วางขายวันที่ 1 มิถุนายนนี้ ราคาเริ่มต้น $50 ไปจนถึง $100 เหมาะสำหรับแฟนสไปเดอร์แมนทุกวัยที่อยากนำฉากต่อสู้สุดมันส์มาสร้างซ้ำได้

เซ็ตแรก: Prison Transport Chase (76349)

เซ็ตนี้มี 367 ชิ้นส่วน นำเสนอฉากไล่ล่าที่สไปเดอร์แมนต้องเผชิญหน้ากับ Tarantula และ Tombstone บนรถขนส่งนักโทษของ DODC ยังมีตัวละครยาม DODC มาด้วย คุณสามารถสร้างรถขนส่งแล้วให้สไปเดอร์แมนหยุด Tarantula ที่พยายามช่วย Tombstone หลบหนี หรือจะให้สไปเดอร์แมนสู้กับศัตรูทั้งคู่พร้อมปกป้องยามก็ได้

นี่น่าจะเป็นตัวอย่างฉากเปิดเรื่อง เพราะจากเทรลเลอร์เรารู้ว่าสไปเดอร์แมนต้องสู้กับนินจาในคุก เลโก้ Brand New Day บอกใบ้หนังได้ดีมาก ทำให้แฟน ๆ ตื่นเต้นกับเซ็ตพีซในคุกที่จะมาในหนังจริง!

เซ็ตที่สอง: Spider-Man vs. Hulk Epic Clash (76350)

เซ็ตใหญ่ 534 ชิ้น ครั้งนี้สไปเดอร์แมนจับมือกับ Hulk ผู้แข็งแกร่งที่สุดใน Avengers เพื่อต่อกรกับ Scorpion, Tarantula และ Boomerang ที่กำลังโจมตีร้านขายฮอทดอก มีกลไกกดที่ด้านหลังอาคาร DODC ทำให้ด้านหน้าถล่มเปิดเผยฟิกเกอร์ Hulk ขนาดใหญ่ แถมยังมีแท่งยึดสำหรับติดตัวละครไว้ต่อสู้กลางอากาศบนชั้นบนของอาคารได้ด้วย

ฉากนี้ดูอลังการมาก เหมือนเป็นจุดไคลแมกซ์ที่ Hulk มาช่วยสไปเดอร์แมน สะท้อนความร่วมมือในจักรวาล Marvel ที่แฟน ๆ รอคอย

ฟิกเกอร์เดี่ยว: Spider-Man Hero Figure (76346)

สำหรับคนชอบสะสม ฟิกเกอร์นี้มี 813 ชิ้น สร้างสไปเดอร์แมนขนาดใหญ่พร้อมใยแมงมุมถอดได้ เพื่อให้เหวี่ยงตัวแบบในหนังสมจริง ยังแถมมินิฟิกสไปเดอร์แมนตัวเล็กมาด้วย เผื่อตัวเก่าหายไป

  • จุดเด่นเซ็ตทั้งหมด:
  • ออกแบบจากฉากจริงใน Spider-Man: Brand New Day
  • กลไกแอคชั่นสนุก เช่น ประตูถล่ม รถไล่ล่า
  • ราคาคุ้มค่า เริ่ม $50
  • เหมาะสำหรับเด็กและผู้ใหญ่

นอกจากนี้ เลโก้ยังช่วยให้เราเห็นตัวร้ายอย่าง Tarantula, Tombstone, Scorpion และ Boomerang ชัดเจนขึ้น ซึ่งอาจเป็นคีย์ในการเล่าเรื่อง Brand New Day ที่เน้นศัตรูใหม่ ๆ จากคอมิกส์ต้นฉบับ

หนัง Spider-Man: Brand New Day เข้าฉาย 31 กรกฎาคมนี้ ถ้าคุณเป็นแฟนตัวยง อย่าพลาดเซ็ตเลโก้ที่ไม่เพียงเล่นสนุก แต่ยังสปอยล์ฉากเด็ดให้เราคาดเดาเรื่องราวได้ล่วงหน้า ในความเห็นผม เลโก้พวกนี้คือทีเซอร์ที่ดีที่สุดก่อนหนังฉายจริง!

ติดตามข่าวสาร Marvel เพิ่มเติมได้ที่บล็อกเรา หรือไปสั่งจองเลโก้ล่วงหน้าเลยดีกว่า ก่อนหมด!

ที่มา – The ‘Brand New Day’ Legos May Tell You Something About the Movie