ผู้เขียน: lalika69_admin

การเลิกจ้างล่าสุดของ Disney กระทบสื่อกายภาพ

การถือครองแผ่นหนังหรือรายการทีวีที่คุณชื่นชอบไว้ในมือ มันให้ความรู้สึกที่แตกต่างจริงๆ แน่นอนว่าคุณอาจสตรีมได้จากแพลตฟอร์มต่างๆ หรือซื้อดิจิทัลคัดลอก แต่การรู้ว่าคุณสามารถดูได้ทุกเมื่อ วางเก็บไว้บนชั้นอย่างปลอดภัย และได้เรียนรู้เพิ่มเติมจากฟีเจอร์พิเศษ ทำให้มันเป็นความสุขเสมอมา

ที่ Disney แล้ว ยิ่งเป็นเช่นนั้นเข้าไปใหญ่ บริษัทนี้มีชื่อเสียงในการมอบการปล่อยแผ่นสำหรับอนิเมชันคลาสสิก บล็อกบัสเตอร์ใหญ่ๆ และรีลีสยักษ์ใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ งานศิลปะสุดเจ๋ง ล่าสุด การเลิกจ้างล่าสุดของ Disney กำลังจะเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ไปอย่างมาก

การเลิกจ้างล่าสุดของ Disney

สัปดาห์ที่แล้ว Disney ประกาศเลิกจ้างพนักงานราว 1,000 คน ในยุคของ CEO คนใหม่ Josh D’Amaro รวมถึงศิลปินพัฒนาภาพจาก Marvel Studios ผู้บริหารหลายแผนก แต่ที่เราสนใจคือแผนก home entertainment ซึ่งทีมประชาสัมพันธ์ทั้งหมดถูกเลิกจ้าง

ตามรายงานจาก Vulture แผ่นดิสก์ยังคงผลิตต่อไป แต่แหล่งข่าวกังวลว่ารีลีสใหม่จะไม่ได้รับการโปรโมทแบบที่เคยทำให้ Disney ประสบความสำเร็จในตลาด หน้าที่เหล่านี้จะย้ายไปให้ทีมประชาสัมพันธ์โรงภาพยนตร์ ซึ่งช่วงหลังต้องรับผิดชอบคอนเทนต์สตรีมมิ่งอย่าง Disney+ และ Hulu ด้วย ทำให้ Disney ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ กลับรวมทุกอย่างไว้ที่เดียว ในขณะที่บริษัทอื่นมีทีมเฉพาะ

ผลกระทบจากการเลิกจ้างล่าสุดของ Disney ต่อสื่อกายภาพ

มาดูกัน Disney ปล่อยหนังโรงราว 12-15 เรื่องต่อปี บวกกับคอนเทนต์สตรีมมิ่งที่มากกว่านั้น 3-4 เท่า แล้วยังมีรอบสองสำหรับแผ่นกายภาพ ถ้าขั้นตอนสุดท้ายถูกลดความสำคัญ ก็ไม่แปลก

สมัยก่อน ทุกครั้งที่มีรีลีสใหญ่ เช่น อนิเมชันครบรอบ Star Wars หรือ Marvel ใหม่ๆ จะมีกระแสฮือฮา คลิปใหม่ เทรลเลอร์ใหม่ งานอาร์ตใหม่ แต่ตอนนี้ แม้จะยังทำ แต่คุณอาจได้ยินข่าวน้อยลง น่าเสียดายจริงๆ

  • โปรโมชันลดลง: ไม่มีทีมเฉพาะ ทำให้การตลาดแผ่นอ่อนแอ
  • คอลเลกชันส่วนตัวเสี่ยง: แฟนๆ อาจพลาดรีลีสพิเศษ
  • อนาคตสื่อกายภาพ: อาจบางลงเพราะขาดการผลักดัน

Disney ยังคงเป็นผู้นำด้านแผ่นดีวีดีและบลูเรย์ แต่ การเลิกจ้างล่าสุดของ Disney อาจทำให้แฟนๆ ต้องหันไปสตรีมมากขึ้น สื่อกายภาพที่ให้ความรู้สึกแท้จริงกำลังถูกคุกคาม

ในยุคดิจิทัลนี้ การมีแผ่นสะสมยังคงมีเสน่ห์ มันไม่ใช่แค่ดูหนัง แต่เป็นการเก็บรักษาความทรงจำ ฟีเจอร์เบื้องหลังฉาก และงานศิลปะปกที่สวยงาม หาก Disney ลดการโปรโมท เราอาจเห็นรีลีสน้อยลงหรือคุณภาพตก

ตัวอย่างเช่น Star Wars Skywalker Saga ชุด 27 แผ่น หรือ Cobra Kai ที่เพิ่งได้รีลีสในฝัน ถ้าขาด buzz เหล่านี้ แฟนๆ อย่างเราจะพลาดโอกาส

นี่คือโอกาสให้แฟนๆ รีบสะสมแผ่นที่ชอบก่อนที่ การเลิกจ้างล่าสุดของ Disney จะทำให้ตลาดเปลี่ยนไป ถ้าคุณรักสื่อกายภาพ อย่าปล่อยให้คอลเลกชันบางลง ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมและแบ่งปันความเห็นของคุณในคอมเมนต์!

ที่มา – Disney’s Recent Layoffs Might Thin Out Your Physical Media Collection

เยี่ยมกองถ่าย The Mandalorian & Grogu สุดมหัศจรรย์

การได้ก้าวเท้าเข้าไปในกองถ่ายภาพยนตร์ Star Wars ถือเป็นเรื่องเจ๋งสุดๆ แต่สำหรับวันนั้น มันเป็นแค่เรื่องที่สองเจ๋งที่สุด! เมื่อต้นเดือนนี้ io9 ได้รับเชิญไปดูฟุตเทจเปิดเรื่อง 18 นาทีแรกของ The Mandalorian & Grogu ใน IMAX จากนั้นก็ได้ เยี่ยมกองถ่าย The Mandalorian & Grogu ที่สถานที่ลับสุดยอดในลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย

เยี่ยมกองถ่าย The Mandalorian & Grogu

ภาพยนตร์เรื่องนี้จะฉายในอีกไม่กี่สัปดาห์ แต่กองถ่ายยังคงอยู่ทั้งที่ถ่ายทำเสร็จไปนานแล้ว น่าแปลกใจใช่ไหม? แต่ Jon Favreau ผู้กำกับเคยถ่าย The Mandalorian ซีรีส์ที่นี่เยอะมาก และเซ็ตหนึ่งจากซีซั่น 3 ถูกนำมาใช้ในหนังด้วย นั่นคือบาร์ New Republic บน Adelphi ซึ่งเป็นสถานที่ฮิตของ Carson Teva, Trapper Wolf, Zeb Orrelios และปรากฏในตัวอย่างหนังด้วย

ที่นี่คือจุดที่ Mando และ Grogu คุยกับ Colonel Ward (Sigourney Weaver) เรื่องงานต่อไป เซ็ตนี้สุดยอดมาก! เต็มไปด้วยรายละเอียดทุกมุม พวกหัว Stormtroopers, Scout Troopers, TIE pilots เรียงรายรอบบาร์ หัว Probe Droid และ Mouse Droid ด้วย มีเกมวิดีโอและ shuffleboard คลายเครียด ธง Rebel และปีก X-wing แถมโต๊ะที่ Mando นั่งคุยก็ใช้งานได้จริง

โกดัง Star Wars สวรรค์ของแฟนตัวยง

แต่สิ่งที่เจ๋งยิ่งกว่า เยี่ยมกองถ่าย The Mandalorian & Grogu คือการเดินไปอีกอาคารหนึ่ง แล้วเปิดประตูเข้าไปในห้องที่เรียกได้ว่า “สวรรค์ Star Wars” เลย! ห้องนี้เต็มไปด้วย props, สัตว์ประหลาด, ยานพาหนะ จากซีรีส์ Disney+ ยุคใหม่ หัวสัตว์อย่าง tauntaun, reek, nexu เรียงผนังเหมือนห้องล่าของนักล่า หัวมังกรจากหนังเรื่องนี้ใช้ถ่ายปฏิกิริยา

ชั้นวางหมวก Mandalorian, ปืน blasters, ดรอยด์นับสิบตัวทุกแบบทุกขนาด มุมหนึ่งมี N1 Starfighter ขนาดเต็ม, cockpit Razor Crest ใหม่ที่ใช้ถ่ายจริง ข้างๆ มีสัตว์ animatronic อย่าง Kyh’mm จาก Skeleton Crew, wookies, Gamorreans และ Neel สุดน่ารัก!

ยังไม่จบ! มียาน Anzellians ขนาด 1:1 จากหนัง (เห็นในตัวอย่างล่าสุด) พร้อม interior set มุมอื่นมีสัตว์แช่ carbonite, pram ใหม่ของ Grogu, STAP ขนาดเต็ม, AT-RT และทีเซอร์โปรเจกต์ใหม่ของ Favreau อย่าง Oswald: The Lucky Rabbit

  • หัวสัตว์ประหลาดนับไม่ถ้วน
  • หมวกและอาวุธ Mandalorian
  • ดรอยด์หลากหลาย
  • ยาน N1 และ Razor Crest
  • สัตว์จาก Skeleton Crew
  • ยาน Anzellian และ carbonite figures

ผมเดินวนห้องนี้ 4-5 รอบยังรู้สึกว่าพลาดอะไรไปอีกเพียบ มันเป็นประสบการณ์เหนือจริงที่ลืมไม่ลง แน่นอนว่ายังได้ดูฟุตเทจเปิดเรื่องและ คุยกับ Jon Favreau ด้วย สามารถอ่านเพิ่มได้ที่ลิงก์นั้น

การ เยี่ยมกองถ่าย The Mandalorian & Grogu ทำให้ผมรำลึกถึงว่าทำไมถึงรัก Star Wars ขนาดนี้ เมื่อหนังฉายแล้ว คงทำให้แฟนๆ รู้สึกแบบเดียวกัน

อยากอัพเดทข่าวเพิ่ม? ติดตามตาราง Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who ได้เลย! การเยี่ยมกองถ่ายครั้งนี้พิสูจน์ว่า Star Wars ยังคงเป็นเวทมนตร์ที่ไม่มีวันจางหาย

ที่มา – Our Visit to the Set of ‘The Mandalorian and Grogu’ Was Pure ‘Star Wars’ Magic

หุ่นยนต์มนุษย์รูปร่างตลกวิ่งฮาล์ฟมาราธอนเร็วกว่าทุกคน

ต้นเดือนนี้ ที่กรุงปักกิ่ง มีการแข่งขันสุดแปลกที่หุ่นยนต์มนุษย์รูปร่างเข้าร่วมวิ่งฮาล์ฟมาราธอนเคียงข้างนักวิ่งมนุษย์กว่า 12,000 คน แม้จะถูกแยกเลนเพื่อความปลอดภัย แต่ หุ่นยนต์มนุษย์รูปร่างตลกวิ่งฮาล์ฟมาราธอนเร็วกว่าทุกคน จริงๆ!

หุ่นยนต์มนุษย์รูปร่างตลกวิ่งฮาล์ฟมาราธอนเร็วกว่าทุกคน

ผู้ชนะคือหุ่นยนต์ชื่อ “Lightning” จากบริษัท Honor ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชื่อดัง วิ่งเส้นทาง 13.1 ไมล์ (ประมาณ 21 กิโลเมตร) ด้วยเวลาเพียง 50 นาที 26 วินาที ซึ่งเร็วกว่า สถิติโลกมนุษย์ ที่ 57 นาที 20 วินาทีเสียอีก! นักวิ่งมนุษย์คนแรก Zhao Haijie จากจีน มาถึงเส้นชัยช้ากว่ากว่าครึ่งชั่วโมง ด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 7 นาที 47 วินาที

น่าสนใจคือ หุ่นยนต์รุ่นพี่จาก Honor เดียวกัน วิ่งได้เร็วกว่าใน 48 นาที 19 วินาที แต่เป็นแบบควบคุมระยะไกล ไม่ใช่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ และยังล้มกลิ้งก่อนเส้นชัยแบบฮาๆ เหมือนมนุษย์เลย!

วิดีโอมหัศจรรย์: หุ่นยนต์ล้มก่อนเส้นชัย

จากคลิปวิดีโอ หุ่นยนต์กำลังพุ่งเข้าสู่เส้นตรงสุดท้าย แต่จู่ๆ ก็เบี่ยงไปชนป้ายโฆษณา หมุน 360 องศาในอากาศ แล้วนอนกลิ้ง! ผู้บรรยายตะโกนว่า “ไม่เป็นไรนะ” ขณะที่ทีมงานวิ่งมาพยุงด้วยเปลยืด! สุดท้ายลุกขึ้นวิ่งต่อแบบวิ่งกับดัก เหมือนหุ่นเต้นที่เราเคยเห็น

หุ่นยนต์ Lightning ที่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ ไม่มีปัญหาแบบนี้ แม้จะเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้และรู้จักเส้นทางล่วงหน้า แต่ก็ถือเป็นก้าวสำคัญ

  • ความเร็วเหนือมนุษย์: 50:26 นาที แตกสถิติโลก
  • ลักษณะตลก: แขนสั้นเหมือน T. rex ขาเหมือนใบพัด หมวก lidar เหมือนหมวกฟาง
  • น่ากลัวแฝง: ลองนึกภาพไล่จับคุณเพราะฝ่าฝืนกฎจราจรสิ!

Wang Wen ชาวปักกิ่งที่ไปดูกับครอบครัว บอกว่า “ความเร็วของหุ่นยนต์เกินมนุษย์มาก อาจเป็นยุคใหม่แล้ว” จริงๆ ด้วย!

นี่คือจุดเริ่มต้นของ หุ่นยนต์มนุษย์รูปร่างตลกวิ่งฮาล์ฟมาราธอนเร็วกว่าทุกคน ที่ผสมความตลกและน่ากลัว อนาคตหุ่นยนต์ humanoid อย่าง Boston Dynamics หรือ Tesla Optimus จะตามมา?

เทคโนโลยี AI และ robotics กำลังเปลี่ยนกีฬาและชีวิตประจำวัน ลองคิดดู ถ้าหุ่นยนต์ช่วยงานหรือแข่งแทนมนุษย์ได้เร็วกว่า เราจะปรับตัวอย่างไร? การแข่งครั้งนี้พิสูจน์ว่า AI ไม่ใช่แค่ฝัน แต่เป็นจริงแล้ว

คุณคิดยังไงกับหุ่นยนต์แบบนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ หรือติดตามบล็อกเพื่ออัปเดตเทคโนโลยีล้ำๆ ต่อไป!

ที่มา – This Goofy Humanoid Robot Can Run a Half Marathon Faster Than You (and Everyone Else)

แว่นอัจฉริยะ Huawei เอาชนะ Ray-Ban Meta ในด้านแบตเตอรี่

แว่นอัจฉริยะ Huawei เอาชนะ Ray-Ban Meta ในด้านแบตเตอรี่ อย่างชัดเจน! ล่าสุด Huawei เปิดตัวแว่นอัจฉริยะรุ่นแรกที่มีกล้องในตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งคล้ายกับ Ray-Ban Meta AI Glasses มากๆ ฟีเจอร์หลักๆ ก็มีกล้อง 12 ล้านพิกเซลสำหรับถ่ายวิดีโอ POV และรูปภาพ แปลภาษาแบบเรียลไทม์ และผู้ช่วยเสียง AI ที่คุ้นเคยดี แต่สิ่งที่ทำให้ แว่นอัจฉริยะ Huawei โดดเด่นกว่าคือแบตเตอรี่ที่ทนทานยิ่งกว่า

แว่นอัจฉริยะ Huawei เอาชนะ Ray-Ban Meta ในด้านแบตเตอรี่อย่างไร

แว่นอัจฉริยะ Huawei สัญญาว่าจะใช้งานได้นานถึง 9 ชั่วโมงเมื่อเล่นเพลงต่อเนื่อง ซึ่งมากกว่า Ray-Ban Meta Gen 2 ที่ Meta โฆษณาไว้สูงสุดแค่ 8 ชั่วโมงสำหรับการใช้งานทั่วไป และเหลือเพียง 5 ชั่วโมงเมื่อเล่นเพลงต่อเนื่อง ยังไม่รู้ว่าทำได้จริงแค่ไหน แต่บนกระดาษแล้วน่าประทับใจมาก หากทดสอบจริงและได้ตามสเปก นี่คือจุดขายหลักที่ทำให้แว่น Huawei ครองตลาดแว่นอัจฉริยะได้

สเปกกล้องและฟีเจอร์เด่นของแว่นอัจฉริยะ Huawei

นอกจากแบตเตอรี่แล้ว แว่น Huawei ยังมาพร้อมกล้องคุณภาพสูง ถ่ายวิดีโอ POV ได้คมชัด เหมาะสำหรับ vloggers หรือคนชอบแชร์ชีวิตประจำวัน แถมมีฟีเจอร์แปลภาษาและ AI assistant ที่ช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน เปรียบเทียบกับ Ray-Ban Meta แล้วเกือบจะเหมือนกัน แต่ Huawei เน้นความบางเบาและทนทาน

  • กล้อง 12MP สำหรับถ่ายรูปและวิดีโอ POV
  • รองรับการแปลภาษาเรียลไทม์
  • ผู้ช่วยเสียง AI สำหรับสั่งงานต่างๆ
  • เล่นเพลงต่อเนื่อง 9 ชั่วโมง
  • น้ำหนักเบา (รวมเลนส์ 47g ในรุ่นเบาที่สุด)

เรื่องน้ำหนัก Huawei โฆษณาว่าแว่นหนักแค่ 35g แต่เป็นน้ำหนักตัวเฟรมอย่างเดียว ไม่รวมเลนส์ ถ้ารวมแล้วรุ่นเบาที่สุดอยู่ที่ 47g ยังเบากว่า Ray-Ban Meta Gen 2 (50-53g) อยู่ดี Huawei ใช้ไทเทเนียมทั้งขอบเลนส์และบานพับ ทำให้แข็งแรงและเสถียรกว่า คาดว่านี่คือเคล็ดลับลดน้ำหนัก

ราคาก็สูสีกัน Huawei ขายที่ 2,499 หยวน (ประมาณ 11,000 บาท หรือ $367) ส่วน Ray-Ban Meta Gen 2 เริ่มต้น $379 ถือว่าคุ้มค่า หากแบตเตอรี่ดีจริง แว่นอัจฉริยะ Huawei จะเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับคนที่ต้องการแว่นสวมใส่ทั้งวันโดยไม่ต้องชาร์จบ่อย

ในยุคที่แว่นอัจฉริยะกำลังมาแรง ทั้ง Apple Vision Pro หรือ Google Glass ต่างๆ แว่น Huawei นี้ตอบโจทย์คนใช้ Android โดยเฉพาะ เพราะเชื่อมต่อ HarmonyOS ได้ดี อย่างไรก็ตาม ต้องรอรีวิวจริงเพื่อยืนยันสเปกแบตเตอรี่และคุณภาพกล้อง

สรุปแล้ว แว่นอัจฉริยะ Huawei เอาชนะ Ray-Ban Meta ในด้านแบตเตอรี่ ชัดเจน และอาจครองใจผู้ใช้ด้วยน้ำหนักเบา ราคาใกล้เคียง ถ้าคุณกำลังมองหาแว่นอัจฉริยะ ลองรอติดตามรีวิวเพิ่มเติมได้เลย มันอาจเป็น gadget ที่เปลี่ยนเกมได้!

คุณคิดเห็นอย่างไรกับแว่น Huawei รุ่นนี้? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามรีวิว gadget ล่าสุดจากเรา

ที่มา – Huawei’s Smart Glasses Crush Meta’s Ray-Bans in One Key Category

รีเมคไลฟ์แอคชั่น FernGully พร้อมลุยหลัง Avatar

วันนี้มีข่าวหนังน่าตื่นเต้นมากมาย! ผู้กำกับ The Brutalist Brady Corbet กำลังทำโปรเจกต์ลึกลับเรื่องใหม่ Evil Dead Burn มาเร็วกว่าที่คิด และดาราจาก Sinners เข้าร่วม The Last of Us ซีซัน 3 สปอยล์มาเต็ม! Io9 2025 Spoiler

รีเมคไลฟ์แอคชั่น FernGully

ข่าวใหญ่สุดที่แฟนหนังแอนิเมชันต้องกรี๊ด! รีเมคไลฟ์แอคชั่น FernGully หรือ FernGully: The Last Rainforest กำลังอยู่ในขั้นพัฒนาที่ Amazon MGM Studios โดยมี Marielle Heller (Nightbitch) มารับหน้าที่เขียนบทและกำกับ Deadline รายงานว่าโปรเจกต์นี้เหมาะสุดๆ กับโลกหลัง Avatar ที่เน้นธีมธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องราวเกี่ยวกับป่าฝนสุดมหัศจรรย์ที่มนุษย์บุกรุก นึกภาพ Crysta สุดน่ารักในเวอร์ชันคนจริงๆ สิ!

ทำไมรีเมคไลฟ์แอคชั่น FernGully ถึงน่าจับตา

หลังจาก Avatar ประสบความสำเร็จมหาศาล หนังแนวแฟนตาซีธรรมชาติอย่าง รีเมคไลฟ์แอคชั่น FernGully มาได้จังหวะพอดี ด้วยเทคนิค CGI สมัยใหม่ คงจะสวยงามยิ่งกว่าเดิม แฟนๆ รอคอยมานานตั้งแต่ปี 1992 และตอนนี้ Amazon MGM ทุ่มทุนเต็มที่

นอกจากนี้ Kathryn Newton จะกลับมารับบท Cassie Lang ใน Avengers: Doomsday ตาม Deadline ส่วน Hailee Steinfeld และ Rashida Jones จะพากย์เสียงในอนิเมชันใหม่ของ Disney Hexed เรื่องราวแม่ลูกที่ค้นพบพลังเวทมนตร์ลึกลับ

Steve Zahn แสดงนำใน Sentinel หนังไซไฟระทึกขวัญเกี่ยวกับวิศวกรติดอยู่ในแคปซูลหนีภัยในอวกาศ Rick Gomez กำกับ

Brady Corbet เผยโปรเจกต์ใหม่ร่วมกับ Mitch Horowitz เรื่องประวัติศาสตร์ลัทธิเวทมนตร์ในอเมริกา สคริปต์ยาวกว่า 200 หน้า! Deadline

Evil Dead Burn ฉาย 10 กรกฎาคม 2026 เร็วกว่ากำหนด 2 สัปดาห์ Bloody-Disgusting ส่วน Blood Witch ตัวอย่างโหด แม่ลูกแม่มดฟื้นคืนชีพแก้แค้น

Li Jun Li จาก Sinners เข้าซีซัน 3 The Last of Us เป็น Miriam แม่ของ Lev และ Yara Variety Joey Pollari เข้าร่วม American Horror Story ซีซัน 13

Lee Cronin พัฒนา Spiral ซีรีส์โฟล์กฮอร์เรอร์ไอร์แลนด์ 1980s ร่วม Blumhouse พบฟุตเทจหนังและสแลชเชอร์ในอารูบา Variety

  • Soldier Boy ตอบคำถามในคลิปใหม่จาก Vought
  • A-Train ได้เมโมเรียลเพิ่ม
  • ตัวอย่าง “The Investor” ตอนใหม่ Ghosts จาก CBS

ข่าวหนังสัปดาห์นี้เดือดมาก! รีเมคไลฟ์แอคชั่น FernGully น่าจะเป็นไฮไลต์ที่ทำให้แฟนๆ รอไม่ไหว คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อยสิ อย่าลืมติดตามข่าว Marvel, Star Wars, Star Trek, DC และ Doctor Who เพิ่มเติมที่นี่นะ

ที่มา – A Live-Action ‘FernGully’ Remake Is Ready for the Post-‘Avatar’ World

Dragon Ball กลับสู่ Xenoverse

แฟน ๆ Dragon Ball เฮกันถ้วนหน้า! เพราะ Dragon Ball กลับสู่ Xenoverse อีกครั้งแล้ว ด้วยเกมใหม่ล่าสุด Dragon Ball Xenoverse 3 ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการ หลังจากที่เคยถูกเรียกว่า “Project 1000” เกมนี้จะพาพวกเราไปผจญภัยในจักรวาล Dragon Ball แบบแอคชั่น RPG สุดมันส์

Dragon Ball กลับสู่ Xenoverse: เผยโฉม Xenoverse 3

ในงานโชว์เคสเกมของแฟรนไชส์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้มีการเปิดตัวชื่อเต็มของเกม พร้อมกับ трейлерสุดอลังการ ทрейлерพาเราไปยัง West City ในอนาคตอันไกลโพ้น เมืองนี้เต็มไปด้วยตัวละครคุ้นหน้าอย่าง Bulma และ Piccolo แต่ที่เด่นสุดคือตัวละครใหม่อย่าง Brett Saiyan น้อยหน้าตี๋ ที่กำลังใช้เวลากับเพื่อน ๆ ก่อนจะถูกส่งไปสืบสวน "เหตุการณ์" ลึกลับ และแปลงร่างเป็น Great Saiyaman ทันที!

จากฉากตัดต่อแบบแอนิเมชั่นที่สไตล์คล้ายกับ Dragon Ball สมัยใหม่ ตัดเข้าสู่เกมเพลย์ทันที Brett ถูกจับคู่กับเด็กผมขาวจาก трейлерเปิดตัวเมื่อมกราคม (ยังไม่มีชื่อหรือเสียงพากย์) ทั้งคู่พุ่งไปทำภารกิจฮีโร่ ก่อนที่จะเห็นชื่อเกมเต็ม ๆ และมุมมองบุคคลที่หนึ่งของ West City สุดล้ำสมัย… จน Bulma กระแทกโพดเข้ามาในห้อง! สุดฮาและน่าตื่นเต้นมาก

เกมเพลย์และเนื้อเรื่องของ Dragon Ball กลับสู่ Xenoverse

Dragon Ball Xenoverse 3 เป็นภาคต่อจาก Xenoverse 2 เมื่อปี 2016 พัฒนาโดย Dimps เน้นสไตล์แอคชั่น RPG มากกว่าต่อยกันตรง ๆ ผู้เล่นจะได้สร้างตัวละครหลักของตัวเอง และเข้าร่วมเรื่องราวออริจินัลในจักรวาล Dragon Ball ที่นี่ คุณจะเข้าร่วม Great Saiyaman Squad กับ Brett และตัวละครอื่น ๆ ขณะที่เหตุการณ์กำลังเริ่มก่อตัว

ซีรีส์ Xenoverse โดดเด่นด้วยระบบสร้างตัวละครหลากหลายเผ่าพันธุ์ เช่น Saiyan, Human, Namekian พร้อมสกิลคอมโบสุดโหด และภารกิจ Time Patrol ที่ช่วยแก้ไขไทม์ไลน์ ภาค 3 คาดว่าจะอัปเกรดกราฟิกให้สวยงามยิ่งขึ้น บนเครื่องคอนโซลรุ่นใหม่

  • กราฟิกอนิเมะสมจริง: คล้าย Dragon Ball Daima และ Super
  • ตัวละครใหม่: Brett และเด็กผมขาว เพิ่มความสดใหม่
  • โหมดมัลติเพลเยอร์: สู้กับเพื่อนทั่วโลก
  • เนื้อเรื่องออริจินัล: ไม่ซ้ำใครในอนาคต West City
  • คอมโบการต่อสู้: หลากหลายกว่าเดิม

เกมจะวางจำหน่ายปี 2027 บน PC, Xbox Series X|S และ PlayStation 5 แฟน ๆ รอได้ยาว แต่ трейлерนี้ทำให้ใจรักแล้ว!

ทำไม Dragon Ball กลับสู่ Xenoverse ถึงน่าตื่นเต้น

หลังจาก Xenoverse 2 ที่ขายได้กว่า 10 ล้านชุด ภาค 3 มาถึงจังหวะที่แฟรนไชส์กำลังร้อนแรง ด้วย Dragon Ball Super และ Daima ผู้เล่นจะได้สัมผัสความเป็นฮีโร่ในฐานะ Time Patroller ต่อกรกับวายร้ายข้ามกาลเวลา สร้างทีมใน Great Saiyaman Squad และสำรวจโลกอนาคต ระบบปรับแต่งตัวละครจะละเอียดยิ่งขึ้น เลือกทรงผม สีผิว เสื้อผ้า และสกิลจากทุกยุค Dragon Ball

นอกจากนี้ ยังมีโอกาสครอสโอเวอร์กับตัวละครดัง Goku, Vegeta, Gohan ในชุด Great Saiyaman ใครที่ชอบสร้างทีมใน Sparking Zero ภาคนี้จะตอบโจทย์ยิ่งกว่า เพราะเน้นเนื้อเรื่องและ RPG

สำหรับแฟนเกม Dragon Ball ซีรีส์ Xenoverse คือหนึ่งในเกมที่ดีที่สุด เพราะให้อิสระในการสร้างเรื่องราวของตัวเอง ไม่ใช่แค่ต่อยตี แต่มีพล็อตเข้มข้นแบบอนิเมะจริง ๆ

คุณพร้อมที่จะ Dragon Ball กลับสู่ Xenoverse กับ Xenoverse 3 หรือยัง? เกมนี้คือ must-play สำหรับแฟนตัวยง ห้ามพลาดเด็ดขาด! ติดตามอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่นี่ และแสดงความเห็นด้านล่างว่าคุณคาดหวังอะไรจากเกมนี้บ้าง

ที่มา – ‘Dragon Ball’ Is Going Back to the Xenoverse

หนังสือ ไดเวอร์เจนต์ กลับมาอย่างน่าประหลาด

ในยุค 2010s วงการวรรณกรรม YA dystopian หรือนิยายวัยรุ่นแนวโลกอนาคตมืดมนคึกคักมาก มีหนังสือหลายเรื่องหวังจะเป็นกระแสใหญ่ต่อจาก Twilight และ Harry Potter หนึ่งในนั้นคือ Divergent หรือที่รู้จักในชื่อไทยว่า “ไดเวอร์เจนต์” ของผู้เขียน Veronica Roth ซึ่งจบซีรีส์ห้าเล่มไปตั้งแต่ปี 2018 แต่ใครจะเชื่อว่า หนังสือ ไดเวอร์เจนต์ กลับมา อีกครั้ง!

หนังสือ ไดเวอร์เจนต์ กลับมา ด้วยการเล่าเรื่องใหม่

ล่าสุด Veronica Roth ประกาศข่าวดีให้แฟนๆ ด้วยหนังสือสองเล่มใหม่ที่เป็นการเล่าเรื่องใหม่ (retelling) ของเรื่องเดิม โดยเล่มแรกชื่อ The Sixth Faction ในเล่มแรกของไดเวอร์เจนต์เดิม พระเอก Tris (Beatrice Prior) เลือกเข้าฟักชัน Dauntless ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าฟักชันที่แทนบุคลิกภาพต่างๆ แต่ในเวอร์ชันนี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไป! ระหว่างพิธีเลือกฟักชัน Tris ประสบปัญหาและต้องเข้าร่วมกับกลุ่มกบฏใต้ดิน แถมยังได้เจอรักแรก Four อีกครั้งในบริบทใหม่

“ฉันคิดว่าคำถามที่ว่า ‘Tris จะเป็นยังไงถ้าไม่มี Dauntless’ น่าสนใจมาก” Roth ให้สัมภาษณ์กับ USA Today สำหรับแฟน fic หรือ AU (Alternate Universe) แล้วย่อมรู้ว่ามันมักจะวนกลับไปยังเหตุการณ์เดิมๆ และสองเล่มใหม่นี้ก็ไม่ต่างกัน “สำหรับแฟนเก่า ฉันตื่นเต้นที่พวกเขาจะได้เห็นการผสมผสานระหว่างของเก่าและใหม่ คุณอาจคิดว่าบางเหตุการณ์จะไม่เกิดเพราะเธอเลือกฟักชันต่าง แต่เธอก็ยังเจอคนเดิมๆ การเห็นว่ามันเกิดขึ้นยังไงคือส่วนสนุกจริงๆ”

ทำไมหนังสือ ไดเวอร์เจนต์ กลับมาช่วงนี้

นอกจากกระแสโหยหาอดีตแล้ว เล่มแรกของไดเวอร์เจนต์จะครบ 15 ปีในวันที่ 26 เมษายนนี้ การออกเล่มใหม่น่าจะจุดประกายความสนใจในซีรีส์อีกครั้ง ยิ่ง Lionsgate ค่ายหนังที่เคยสร้างภาพยนตร์จากหนังสือชุดนี้ ถ้า The Sixth Faction และภาคต่อที่ยังไม่มีชื่อปัง ก็อาจนำไปสู่การรีเมคหรือรีบูตภาพยนตร์ได้ เหมือนที่ The Hunger Games กลับมาด้วย หนังสือใหม่ และ ภาพยนตร์

ย้อนความหลัง ไดเวอร์เจนต์เคยดังเปรี้ยงในยุค YA dystopian boom ด้วยพล็อตโลกที่แบ่งเป็น 5 ฟักชัน: Abnegation (เสียสละ), Amity (มิตรภาพ), Candor (ซื่อสัตย์), Dauntless (กล้าหาญ), Erudite (ฉลาด) และคนที่ไม่เข้าฟากชันไหนคือ Divergent หรือผู้แตกแยกอย่าง Tris ที่มีพลังพิเศษ หนังสือชุดนี้ขายดี มียอดขายหลายล้านเล่ม ภาพยนตร์สามภาคก็ทำเงินถล่มทลาย แม้ภาคสี่จะล้มเหลวแต่ฐานแฟนยังเหนียวแน่น

  • จุดเด่นของหนังสือ ไดเวอร์เจนต์ กลับมา: การพลิกบทใหม่ให้ Tris โดยไม่ต้อง Dauntless
  • ผสมผสานตัวละครเก่าในสถานการณ์ใหม่ สนุกสำหรับแฟนเก่า
  • โอกาสฟื้นกระแส YA dystopian ในยุคที่ Stranger Things และ The 100 ยังฮิต
  • กำหนดวางจำหน่าย The Sixth Faction 6 ตุลาคมนี้ รอไม่ไหวแล้ว!

แต่เรายังรีบร้อนไป ลองรอดูฟีดแบ็คจากเล่มแรกก่อน ถ้าปัง Lionsgate คงไม่ปล่อยโอกาสทองหลุดมือ คล้าย Hunger Games ที่กำลังมาแรง โลก YA dystopian อาจกลับมาฮิตอีกยก

สำหรับแฟนนิยายแนวนี้ หนังสือ ไดเวอร์เจนต์ กลับมา ถือเป็นข่าวดีที่รอคอย ถ้าคุณเคยอ่านหรือดูหนังแล้วชอบ อย่าพลาดเล่มใหม่นี้ มันอาจนำพาคุณกลับไปสู่โลก Chicago อันโหดร้ายแต่ตื่นเต้นนั้นอีกครั้ง ในความเห็นผม นี่คือการรีเฟรชซีรีส์ที่ฉลาด ช่วยให้เรื่องราวไม่เชยและดึงดูดเจนใหม่ได้ดี ลองหยิบเล่มเก่ามาอ่านรอไปก่อน แล้วมาพูดคุยกันหลังวางขาย!

อยากอัพเดทข่าว io9 เพิ่ม? เช็คตาราง Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who อนาคตที่นี่เลย

ที่มา – Somehow, the ‘Divergent’ Books Have Returned

GMM Music – ครึ่งเก้า – ศิลปิน บรรลุข้อตกลงร่วมบริหาร หลังยุติบทบาท Gene Lab และ 19

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวแฟนเพลงไทยทุกคน! วันนี้มีข่าวดีในวงการเพลงไทยที่น่าติดตามมากๆ เลยนะครับ เรื่องของ GMM Music – ครึ่งเก้า – ศิลปิน บรรลุข้อตกลงร่วมบริหาร หลังยุติบทบาท Gene Lab และ 19 นี่แหละ เรียกได้ว่าเป็นการจับมือกันแบบ win-win หลังจากที่มีดราม่าเรื่องการยุติบทบาทของค่าย Gene Lab และ 19 ของพี่โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ ผมในฐานะคนติดตามวงการมานาน บอกเลยว่าข่าวนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของทุกฝ่ายเลยทีเดียว

GMM Music – ครึ่งเก้า – ศิลปิน บรรลุข้อตกลงร่วมบริหาร หลังยุติบทบาท Gene Lab และ 19

จากถ้อยแถลงร่วมที่ออกมาเมื่อวันที่ 20 เมษายน ทุกฝ่ายได้นั่งคุยกันแบบสร้างสรรค์ และหาข้อตกลงที่คำนึงถึงประโยชน์ของศิลปินเป็นหลัก สิ่งสำคัญคือ สัญญาเดิมยกเลิกไม่ได้ตามกติกาสากล แต่ GMM Music ยินดีมอบสิทธิ์บริหารศิลปินให้บริษัท ครึ่งเก้า จำกัด (ของพี่โอม) ดูแลต่อ โดยครึ่งเก้าจะรับผิดชอบเรื่องลงทุนทำเพลง โปรโมต และบริหารภาพลักษณ์ตลอดสัญญาที่เหลือ

ศิลปินดังที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงนี้

ศิลปินที่ได้รับผลกระทบและจะได้ประโยชน์จากข้อตกลงนี้มีหลายรายเลยครับ เป็นวงและศิลปินที่เรารักกันเยอะมาก ลิสต์มาให้ดูชัดๆ:

  • Taitosmith
  • Three Man Down
  • Tilly Birds
  • Adora
  • Famoso
  • Hardboy
  • The Darkest Romance
  • พาที
  • Jigsaw Story
  • Qeetha
  • กอกี้กวิสรา
  • ฟิต อรุณ
  • Ossey
  • M DAOSAI
  • DENA
  • AYEJAY

นี่คือทัพศิลปินอินดี้ร็อกและป็อปที่ฮิตติดชาร์ต Spotify กับ YouTube มาหลายปี ผมมองว่าการย้ายไปอยู่กับครึ่งเก้าจะช่วยให้พวกเขามีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการทำเพลงใหม่ๆ

สิทธิ์และหน้าที่ของแต่ละฝ่าย

GMM Music ยังคงถือลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมดแบบ exclusive ทุกแพลตฟอร์มดิจิทัล รวมถึงเก็บ royalties จากการใช้งานเชิงพาณิชย์ ส่วนศิลปินยังโชว์สดได้ปกติ ได้เงินตามสัญญาเดิม งานรับจ้าง GMM กับครึ่งเก่าร่วมดูแล โดยงานคอนเสิร์ตใหญ่ GMM มีสิทธิ์ first right of refusal และบางวงอย่าง Three Man Down, Taitosmith, Tilly Birds ต้องให้ GMM Show จัดคอนเสิร์ตใหญ่อย่างน้อย 1 ครั้งในอนาคต

คุณภาวิต จิตรกร CEO GMM Music บอกว่ามันไม่ง่ายแต่ทุกคนพยายามหาทางออกที่ดีที่สุด และยังมีความสัมพันธ์ดีต่อกัน ส่วนพี่โอมจากครึ่งเก้าก็บอกว่ายังเคารพและสนับสนุน GMM ต่อไป ตัวแทนศิลปินอย่าง Three Man Down, Tilly Birds, Taitosmith ก็มองว่านี่คือ ‘ก้าวเติบโต’ ใหม่ ข้อตกลงเริ่ม 3 เมษายน 2569 จนสัญญาสิ้นสุด

ในมุมของผมที่ติดตามวงการ entertainment และ tech มานาน การตกลงแบบนี้สะท้อน trend ในอุตสาหกรรมเพลงไทยยุคดิจิทัล ที่ค่ายใหญ่ๆ อย่าง GMM ต้องปรับตัว ร่วมมือกับทีมอินดี้เพื่อให้ศิลปินเติบโต โดยไม่เสียสิทธิ์ IP ลิขสิทธิ์เพลงที่เป็นสินทรัพย์หลัก มันช่วยลดดราม่าและให้แฟนๆ ได้เพลงดีๆ ต่อเนื่อง ผมว่าธุรกิจเพลงไทยกำลังไปสู่โมเดล collaborative มากขึ้น เหมือน K-pop ที่ label ร่วมทุนกัน

เพื่อนๆ คิดยังไงกับข้อตกลงนี้? อย่าลืมติดตามผลงานศิลปินเหล่านี้ต่อไปนะครับ สนับสนุนด้วยการสตรีมและไปคอนเสิร์ตกันเยอะๆ จะได้มีเพลงเจ๋งๆ ออกมาเพิ่ม!

ที่มา – GMM Music – ครึ่งเก้า – ศิลปิน บรรลุข้อตกลงร่วมบริหาร หลังยุติบทบาท Gene Lab และ 19

‘เอกนิติ’ ทำอะไร-คุยกับใครบ้าง? ในงาน IMF-World Bank Spring Meetings 2026

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเทคและบันเทิง! ในยุคที่โลกหมุนเร็วด้วย AI, EV และเศรษฐกิจดิจิทัล วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจแบบสนุกๆ กันหน่อยนะครับ โดยเฉพาะภารกิจสุดเข้มของ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ที่ไปลุยใหญ่ใน ‘เอกนิติ’ ทำอะไร-คุยกับใครบ้าง? ในงาน IMF-World Bank Spring Meetings 2026 งานเมกะระดับโลก จัดที่วอชิงตัน ดี.ซี. 13-18 เม.ย. 2569 ไม่ใช่แค่ไปทักทาย แต่ชูวิสัยทัศน์ไทยให้โลกรู้ จุดแข็งเรื่องเสถียรภาพ ท่ามกลางโลกแตกแยก พร้อมนโยบาย 4T ที่จะพาไทยพุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียวและเทคขั้นสูง!

‘เอกนิติ’ ทำอะไร-คุยกับใครบ้าง? ในงาน IMF-World Bank Spring Meetings 2026

มาดูสรุปแบบเป็นกันเองกันเลย ดร.เอกนิติ ไปหารือทวิภาคีกับบิ๊กๆ นานาชาติ เชิญมาร่วมประชุมใหญ่ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ตค. 2569 ธีม ‘Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience’ สุดคูล! เน้นสร้าง resilience ให้คนไทย โดยเฉพาะใน tech และ green energy ที่เราชอบกัน

ยันไทยแกร่ง! หารือ 3 Rating Agency

เริ่มด้วยการคุยหนักๆ กับ Fitch, S&P, Moody’s ดร.เอกนิติ ย้ำว่าไทยเสถียรสุดๆ หนี้ในประเทศ 99% เงินสำรอง 280 พันล้าน USD สูงหนี้ต่างประเทศ 2.5 เท่า ดุลบัญชีเกินดุลต่อเนื่อง แถมยึด Medium-Term Fiscal Framework ชู 4T: Target (มุ่งเป้าใช้จ่าย), Transition (เปลี่ยนพลังงานสะอาด), Transform (ปฏิรูปเศรษฐกิจลงทุน AI ดิจิทัล ทุนมนุษย์), Together (ร่วมมือ) Insight จากผม: นี่คือกันชนให้ไทยดึง FDI EV และ AI ได้สบาย ไม่กลัวผันผวนโลก เหมาะกับนักลงทุนเทคที่ชอบ stability

โชว์บนเวที IMF Governor Talks + เสวนา Global Economy

วันที่ 15-16 เม.ย. ดร.เอกนิติ ขึ้นเวทีหลักคนเดียวจากอาเซียน! ชูยกระดับลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ดิจิทัล ทุนมนุษย์ กฎระเบียบโปรธุรกิจ รับมือราคาพลังงานผันผวนด้วย Smart Grid, Direct PPA พลังงานหมุนเวียน นโยบายคลังตรงจุดช่วยกลุ่มเป้าหมาย ไม่กระจายกว้าง ชูอาเซียนเป็นตัวยึดเศรษฐกิจโลก Insight: ในยุค entertainment-tech fusion อย่าง metaverse กับ streaming ไทยจะโตเพราะ digital infra แข็งแกร่ง ลุ้นเลย!

คุยทวิภาคีสุดปัง ดึงลงทุนเทค-EV

  • USTR สหรัฐฯ (Jamieson Greer): แลกเปลี่ยน trade tips กระชับไทย-สหรัฐฯ เพื่อประโยชน์ไทย
  • รมว.คลังจีน (Lan Fo’an): จับมือ EV, AI, Robotic, Green Economy จีนยืนยันลงทุนเทคสูงในไทย-อาเซียน
  • EU (Kyriakos Pierrakakis): เชื่อมทุนยุโรปสู่พลังงานสะอาด EV ดิจิทัล เชิญมางานไทย
  • รมว.คลังญี่ปุ่น (Satsuki Katayama): ยกระดับฐานผลิตญี่ปุ่นในไทย EV Green low-carbon skills
  • สิงคโปร์ (Indranee Rajah): รับมือวิกฤตพลังงานฮอร์มุซ ASEAN Power Grid AI finance ประธานต่อเนื่อง
  • US Chamber: มั่นใจรัฐบาลไทย stable อยากขยายลงทุน tech skills
  • IMF (Kristalina Georgieva) + BOT: เตรียมงานเจ้าภาพ แนวโน้มโลก
  • World Bank (Ajay Banga): Low Carbon City, FinTech inclusion AI ยกระดับชีวิต ชมไทย digital!

เห็นมั้ยครับ การทริปนี้ดร.เอกนิติ ดึงโอกาส tech มาเพียบ โดยเฉพาะ EV AI ที่กำลังฮอตใน entertainment อย่าง gaming AR/VR เศรษฐกิจไทยพร้อม boom!

สรุป insight จากนักเศรษฐกิจรุ่นเก๋าแบบผม: ไทยกำลัง transition สู่ tech hub อาเซียน ด้วย 4T + เจ้าภาพ IMF-WB ตค.นี้ ลุ้นดึงเงินลงทุนไหลเข้า สร้าง job tech สนุกๆ ให้เด็กรุ่นใหม่ ติดตามต่อนะครับ ไทยจะเป็น new horizon จริงๆ!

ที่มา – ‘เอกนิติ’ ทำอะไร-คุยกับใครบ้าง? ในงาน IMF-World Bank Spring Meetings 2026