ผู้เขียน: lalika69_admin

ขาดแคลน RAM คาดยืดเยื้อถึงปีหน้า

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเทคโนโลยีทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในวงการไอที นั่นคือ ขาดแคลน RAM คาดยืดเยื้อถึงปีหน้า หรืออาจจะนานกว่านั้นด้วยซ้ำ จากรายงานล่าสุดของ Nikkei Asia สื่อญี่ปุ่นที่เจาะลึกสถานการณ์ตลาดหน่วยความจำในเอเชียตะวันออก พบว่าความต้องการ RAM พุ่งสูงลิ่ว แต่การผลิตยังตามไม่ทัน ส่งผลให้ราคาเครื่องคอมพิวเตอร์และ gadget ต่างๆ แพงขึ้นแบบไม่ยั้ง

ขาดแคลน RAM คาดยืดเยื้อถึงปีหน้า: สถานการณ์ตลาดเป็นยังไง

ตามรายงานของ Nikkei Asia ความต้องการ RAM โดยเฉพาะ DRAM ยังคงอยู่ในระดับฟ้าผ่า โดยเฉพาะจากกระแส AI ที่กำลังบูมทั่วโลก การผลิตต้องขยายตัวปีละ 12% ถึงสิ้นปี 2027 เพื่อให้ทัน需求 แต่ปัจจุบันโตได้แค่ 7.5% เท่านั้น ช่องว่างระหว่างอุปสงค์และอุปทานสูงถึง 40% เลยทีเดียว สาเหตุหลักมาจากความต้องการ AI ที่พุ่งสูง รวมถึงปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาค่าไฟและวัตถุดิบแพงขึ้น

เกาหลีใต้ครองตลาด RAM มากที่สุด โดย Samsung ผู้ผลิตอันดับ 1 กำลังขยายโรงงานที่ Pyeongtaek แต่การผลิตเต็มรูปแบบยังไม่เริ่มจนกว่าจะถึงปีหน้า ล่าสุด Samsung ยังไปร้องศาลเพื่อห้ามสหภาพแรงงานประท้วงที่โรงงานนี้อีกด้วย ทำให้เกิดดราม่า “ประกาศสงคราม” จากฝั่งสหภาพ สถานการณ์แบบนี้ยิ่งทำให้การผลิตล่าช้าเข้าไปใหญ่

AI และ HBM DRAM: จุดเปลี่ยนที่ต้องรอถึง 2028

สำหรับลูกค้า AI ที่ต้องการ RAM สุดล้ำอย่าง High-Bandwidth Memory (HBM) DRAM Samsung คาดว่าจะเริ่มผลิตจริงจังที่ Pyeongtaek ได้ในปี 2028 เท่านั้น ก่อนหน้านี้ Samsung ดูเหมือนจะไม่รีบร้อนนักกับ HBM ปล่อยให้คู่แข่งอย่าง SK Hynix นำหน้าไปแล้ว โรงงาน Cheongju ของ SK Hynix จะเป็นแหล่งผลิต HBM หลักตลอดปี 2026 ขณะที่ Samsung ยังโฟกัสที่ DRAM ธรรมดาสำหรับ gadget ทั่วไป

ผลกระทบราคา: Gadget แพงขึ้นหมด!

ปัญหาขาดแคลน RAM คาดยืดเยื้อถึงปีหน้า ส่งผลโดยตรงต่อราคาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ลองดูตัวอย่างเหล่านี้:

  • Microsoft Surface: ขึ้นราคาสูงสุด $500 เนื่องจากต้นทุน RAM และชิ้นส่วนพุ่ง
  • Raspberry Pi: เพิ่มราคาสูงสุด $150 เมื่อต้นเดือนนี้
  • Meta Quest 3: หูฟัง VR ขึ้น $100 โดยอ้างปัญหาขาดแคลน RAM
  • Apple MacBook Neo: เป็นข้อยกเว้นที่ราคาถูกและขายดีสุดๆ อาจเพราะ Apple จัดการซัพพลายเชนได้ดีกว่า

ราคาเครื่อง PC Notebook และ gadget อื่นๆ กลายเป็นเรื่องปกติใหม่ไปแล้ว อย่าคาดหวังว่าราคาจะถูกลงในเร็วๆ นี้แน่นอน

จากข้อมูล Counterpoint Research โดย MS Hwang ชี้ว่าตลาดจะสมดุลได้ไม่ก่อนปี 2028 ถ้าคุณกำลังมองหาเครื่องใหม่ แนะนำให้เช็คราคาและสเปก RAM ให้ดี อาจลองมองรุ่นที่ใช้ RAM น้อยลงหรือรอโปรโมชั่น แต่ถ้าทำงาน AI หรือเกมหนักๆ อาจต้องยอมจ่ายแพงไปก่อน

คำแนะนำสำหรับผู้ใช้ทั่วไป

เพื่อรับมือกับขาดแคลน RAM คาดยืดเยื้อถึงปีหน้า ลองพิจารณา:

  • อัพเกรด RAM ในเครื่องเก่า ถ้าเมนบอร์ดรองรับ
  • เลือก SSD แทน HDD เพื่อชดเชยประสิทธิภาพ
  • ติดตามข่าวโรงงาน Samsung และ SK Hynix
  • ซื้อสต็อก RAM ไว้ล่วงหน้า ถ้าเป็นนักประกอบการ

ส่วนตัวผมคิดว่าปีนี้เป็นโอกาสทองสำหรับ Apple ที่จัดการปัญหาได้ดี ถ้าคุณมีงบน้อย ลองมอง MacBook Neo ดูครับ สุดท้ายนี้ ถ้าคุณเจอปัญหาราคา RAM แพงๆ หรือมีประสบการณ์ยังไง แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะ อย่าลืมกดไลค์และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ด้วย!

ที่มา – RAM Shortage Expected to Continue Into Next Year or Later

อดีตทีมศิลป์ Marvel ชี้เลิกจ้างมองใกล้เกินไป

สัปดาห์นี้ วงการบันเทิงโลกสะเทือนใจ เมื่อ Disney ประกาศเลิกจ้างพนักงานถึง 1,000 คน โดย Marvel Studios โดนหนักเป็นพิเศษ ทีม visual development (visdev) ที่เคยมีสมาชิก 13-15 คน ถูกตัดเหลือแค่น้อยนิด ทีมนี้คือผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบรูปลักษณ์ตัวละครในภาพยนตร์ MCU มานานหลายทศวรรษ ผลงานของพวกเขามักถูกรวบรวมในหนังสือศิลปะขนาดใหญ่ที่แฟนๆ ชื่นชอบ

อดีตทีมศิลป์ Marvel Studios ชี้เลิกจ้างมองใกล้เกินไป

รายงานล่าสุดจาก Polygon ได้สัมภาษณ์อดีตพนักงานหลายคนที่เปิดเผยประวัติศาสตร์ของทีม visdev ที่ Marvel พนักงานคนหนึ่งที่ขอ anonymity บอกว่า ทีมนี้เกิดขึ้นเพราะ Kevin Feige หัวหน้า Marvel มีวิสัยทัศน์เฉพาะตัวในการนำตัวละครจากคอมิกส์มาสู่จอเงิน Michael Uwendi ศิลปินจาก Moon Knight และ Captain America 4 ยืนยันว่า พวกเขาออกแบบตัวละครและภาพวิชวลที่เป็นแรงบันดาลใจให้หนัง โดยไม่ต้องดูสคริปต์ล่วงหน้า ในฐานะแฟนคอมิกส์ พวกเขารู้วิธีปรับแต่งให้เหมาะสมแต่ยังคงความเป็นมิตรต่อแฟนๆ

อย่างไรก็ตาม ความเฉพาะเจาะจงนี้ทำให้ทีม visdev ไม่ค่อยเป็นที่รักของแผนกอื่นๆ "ไม่ใช่การแข่งขันแบบรุนแรง แต่เป็นการเมืองภายใน" แหล่งข่าวคนแรกกล่าว แผนกเครื่องแต่งกายเป็นหนึ่งในนั้นที่ "ไม่ชอบมีเราอยู่ใกล้ๆ"

ตัวอย่างที่สะเทือนใจคือ โพสต์จาก Wesley Burt ศิลปินที่แชร์ภาพการประชุม HR แบบตัวต่อตัวในห้องประชุมที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง Loki ที่เขาสร้างเอง "ความ ironical ของการถูกเลิกจ้างในห้องที่มี mural Loki ของผม" เขาโพสต์เมื่อ 15 เมษายน 2026

ทำไมอดีตทีมศิลป์ Marvel Studios ชี้เลิกจ้างมองใกล้เกินไป

ด้วยทีมพัฒนาภายใน Marvel สร้างสไตล์เฉพาะตัวที่แฟนๆ MCU จดจำได้ดี แต่ตอนนี้ทีมถูกแยกย้าย Uwendi กังวลว่าภาพยนตร์อนาคตจะขาดความสอดคล้องและ synergy จากการทำงานร่วมกัน สิ่งที่เสียหายที่สุดคือความรู้สถาบันและมิตรภาพจากการ collaborate

Uwendi มองว่าการเลิกจ้างนี้ "มองใกล้เกินไป" (shortsighted) อาจเกี่ยวข้องกับ AI? เขาไม่แปลกใจ และศิลปินอีกคนที่มีผลงาน Marvel ล่าสุดยืนยันว่า แผกอื่นๆ อย่าง costume และ art design ใช้ AI อยู่แล้ว (แต่ visdev ไม่) อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวคนที่สามเชื่อว่า Marvel จะจ้างฟรีแลนซ์พวกเขากลับมา

  • ผลกระทบต่อ MCU: สูญเสีย house style ที่เป็นเอกลักษณ์
  • ปัญหาการเมืองภายใน: ความขัดแย้งระหว่างแผนก
  • อนาคต visdev: อาจกลายเป็นฟรีแลนซ์ แทนทีมถาวร
  • บทบาท AI: อาจเร่งให้เกิดการตัดงบ แต่ visdev ยังยืนยันไม่ใช้

ทีม visdev ไม่ใช่แค่ศิลปิน แต่เป็นหัวใจของการแปลคอมิกส์สู่ภาพยนตร์ การเลิกจ้างแบบนี้เสี่ยงทำให้ MCU เสียเอกลักษณ์ โดยเฉพาะในช่วงที่ Phase 5-6 กำลังเข้มข้น คุณเคยสังเกตไหมว่าตัวละครอย่าง Loki หรือ Captain America มีสไตล์ที่ cohesive ยังไง? นั่นคือผลงานพวกเขา

อ่านรายงานเต็มได้ที่ Polygon และติดตามข่าว Marvel, Star Wars ต่อไป

คุณคิดว่าการเลิกจ้างอดีตทีมศิลป์ Marvel Studios ชี้เลิกจ้างมองใกล้เกินไป จริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากคุณเป็นแฟน MCU!

ที่มา – Marvel Studios’ Former Art Staff Discuss ‘Shortsighted’ Layoffs

การปลูกถ่ายอวัยวะโดยไม่ต้องกินยาตลอดชีวิต ทำได้จริง!

การปลูกถ่ายอวัยวะโดยไม่ต้องกินยาตลอดชีวิตกำลังกลายเป็นความจริงจากผลการทดลองทางคลินิกขนาดเล็กที่เพิ่งเผยแพร่เมื่อเร็วๆ นี้ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์กทดสอบเทคนิคใหม่ที่ช่วยฝึกระบบภูมิคุ้มกันให้ยอมรับตับที่บริจาคได้โดยสมบูรณ์ ผู้ป่วยหลายรายที่ได้รับการรักษานี้สามารถหยุดกินยาต้านการปฏิเสธอวัยวะได้และไม่ต้องกินต่ออย่างน้อย 3 ปี ผลลัพธ์เบื้องต้นนี้ชี้ให้เห็นถึงอนาคตที่สะดวกสบายกว่าสำหรับผู้รับอวัยวะ

การปลูกถ่ายอวัยวะโดยไม่ต้องกินยาตลอดชีวิต: หลักการของเทคนิคใหม่

การปลูกถ่ายอวัยวะช่วยชีวิตคนได้มากมาย แต่ผู้รับต้องกินยาที่ทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงตลอดชีวิตเพื่อป้องกันการปฏิเสธอวัยวะ ยาเหล่านี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและทำลายอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย แม้กินยา อวัยวะที่ปลูกถ่ายก็ยังเสื่อมสภาพจากภูมิคุ้มกัน นักวิทยาศาสตร์จึงค้นหาวิธีลดหรือกำจัดปัญหานี้

การวิจัยล่าสุดมุ่งเน้นที่เซลล์เดนไดรติกควบคุม (regulatory dendritic cells) ซึ่งสื่อสารกับเซลล์ภูมิคุ้มกันอื่นๆ เพื่อลดการตอบสนองต่อแอนติเจนจากอวัยวะที่บริจาค ทีมวิจัยฉีดเซลล์เหล่านี้จากผู้บริจาคให้ผู้รับก่อนผ่าตัด 1 สัปดาห์ โดยเลือกผู้ป่วยปลูกถ่ายตับจากผู้บริจาคที่มีชีวิต เพราะตับฟื้นตัวได้ดีและทนต่อภูมิคุ้มกันได้ดีกว่า

ผลการทดลองการปลูกถ่ายอวัยวะโดยไม่ต้องกินยาตลอดชีวิต

การทดลองมีผู้ป่วย 13 ราย ได้รับเซลล์เดนไดรติกควบคุมจากผู้บริจาคก่อนผ่าตัด จากนั้นให้ยาต้านการปฏิเสธตามปกติ 1 ปี หลังจากนั้นพยายามหยุดยาใน 8 รายที่ภูมิคุ้มกันยอมรับตับดี

  • 4 รายหยุดยาได้สมบูรณ์ 3 รายคงสุขภาพดีโดยไม่ต้องกินยาเฉลี่ย 3 ปี
  • 1 รายต้องกลับมากินยา
  • อัตราความสำเร็จเพิ่มจาก 13-16% เป็น 37.5%

นักวิจัยยอมรับว่านี่ยังเป็นขั้นเริ่มต้น ต้องมีการศึกษาเปรียบเทียบกับการรักษามาตรฐานเพิ่มเติม แต่ผลนี้ปลอดภัยและทำได้จริง

ทีมกำลังปรับปรุง เช่น เปลี่ยนยาเริ่มต้นหรือเวลาฉีดเซลล์ Abhinav Humar หัวหน้าฝ่ายปลูกถ่ายอวัยวะของ UPMC กล่าวว่า “เราไม่ได้ตีโฮมรัน แต่ได้ขึ้นฐานแล้ว โดยหยุดยาได้ในผู้ป่วยจำนวนมาก ซึ่งเป็นความก้าวหน้าอย่างยิ่ง”

ทั่วโลกมีทีมวิจัยพัฒนาวิธีอื่นๆ เช่น แอนติบอดีทดลองหรืออวัยวะจากหมู ในอนาคต การปลูกถ่ายอวัยวะโดยไม่ต้องกินยาตลอดชีวิตอาจปลอดภัยและง่ายขึ้น

เทคนิคนี้ให้ความหวังใหม่แก่ผู้ป่วยโรคตับและผู้บริจาค หากประสบความสำเร็จ จะลดภาระยาและเพิ่มคุณภาพชีวิต ลองติดตามพัฒนาการล่าสุดเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

คุณคิดอย่างไรกับการปลูกถ่ายอวัยวะโดยไม่ต้องกินยาตลอดชีวิต? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และกดแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้!

ที่มา – Organ Transplants Without Lifelong Meds? New Trial Shows It’s Possible

Giz ถาม: นักวิทยาศาสตร์จะศึกษาอะไรหลัง Artemis 2

ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แล้วนับจากภารกิจ Artemis 2 ของ NASA กลับสู่โลก ซึ่งเป็นจุดจบของการบินประวัติศาสตร์ 10 วัน ตอนนี้เรากำลังเข้าสู่ระยะถัดไป ที่นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรจะเริ่มคัดกรองกองข้อมูลมหาศาลที่ Artemis 2 สร้างขึ้น

ตลอดภารกิจ Reid Wiseman, Victor Glover, Christina Koch จาก NASA และ Jeremy Hansen จาก Canadian Space Agency ได้ถ่ายภาพงดงามของดวงจันทร์และทำวิจัยพื้นฐานเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพจากอวกาศ พวกเขายังเดินทางไกลจากโลกมากกว่ามนุษย์คนใด เป็นการทดสอบยาน Orion ครั้งแรกที่มีลูกเรือ

ใน Giz Asks ครั้งนี้ เราได้ถามผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ดวงจันทร์ สุขภาพนักบินอวกาศ และวิศวกรรมอวกาศ ว่าพวกเขาจะได้เรียนรู้อะไรจาก Artemis 2 คำตอบของพวกเขาย้ำถึงคุณค่าทางวิทยาศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของภารกิจนี้ ซึ่งจะช่วยพัฒนาความสามารถการบินอวกาศมนุษย์และความรู้เกี่ยวกับเพื่อนบ้านจักรวาลของเรา

นักวิทยาศาสตร์จะศึกษาอะไรหลัง Artemis 2 ในด้านสุขภาพ

กรรมการบริหาร Translational Research Institute for Space Health (TRISH) สถาบันที่ได้รับทุน NASA 250 ล้านดอลลาร์ จาก Baylor College of Medicine, Caltech และ MIT TRISH ทุนวิจัยเพื่อให้นักบินอวกาศปลอดภัยในภารกิจอวกาศลึก

ลูกเรือ Artemis 2 นำชิปเนื้อเยื่อขนาดจิ๋วที่สร้างจากสเต็มเซลล์ของตัวเองไปด้วย การทดลอง AVATAR ช่วย NASA ศึกษาผลของไมโครเกรวิตี 10 วันและรังสีอวกาศลึกต่อเนื้อเยื่อ (ครั้งนี้จำลองไขกระดูก) บนตัวแทนจำลองขนาดเล็ก

การวิเคราะห์ผลกระทบต่อชิปไขกระดูกจิ๋วจากนักบินอวกาศแต่ละคน และเปรียบเทียบกับเซลล์เลือดของพวกเขา จะช่วยยืนยันแพลตฟอร์มนี้ในการทำนายการตอบสนองต่ออวกาศลึก TRISH พัฒนามาตรฐานชิปเนื้อเยื่อมนุษย์ให้ผลิตได้สม่ำเสมอ

TRISH ยังทดสอบอวัยวะต่างๆ ในสภาพรังสีอวกาศจำลองที่ Brookhaven National Lab โครงการ SENTINEL วางแผนทดสอบชิปจากนักบินก่อนภารกิจ เพื่อทำนายความเสียหายและหายาอ個人的 ในอนาคตอาจช่วยรักษามะเร็งหรือโรคอื่นๆ

ผ่าน Standard Measures NASA ติดตามการปรับตัวของมนุษย์ในอวกาศแบบมาตรฐาน เพื่อเข้าใจการปรับตัวปกติและปัญหาสุขภาพ ข้อมูลส่วนใหญ่จาก ISS ที่ยังได้รับการป้องกันรังสีจากบรรยากาศโลก

ผลกระทบจากรังสีอวกาศลึกใน Artemis 2

ลูกเรือ Artemis 2 เป็นกลุ่มแรกที่ให้ข้อมูล Standard Measures หลังสัมผัสรังสีอวกาศลึก นักวิจัยจะเรียนรู้ผลของรังสีและไมโครเกรวิตี โดยเปรียบเทียบกับนักบิน Shuttle ที่อยู่ในไมโครเกรวิตีเท่ากันแต่ป้องกันบรรยากาศ

นักวิทยาศาสตร์อาวุโส Lunar and Planetary Institute นำวิจัยธรณีวิทยาดวงจันทร์และวิวัฒนาการพื้นผิว

Artemis 2 สำเร็จใหญ่และสร้างแรงบันดาลใจ แสดงว่าทำไมเราต้องสำรวจ แต่ยังให้มุมมองใหม่ของดวงจันทร์

Orion และลูกเรือวนด้านมืดดวงจันทร์ ถ่ายภาพและสังเกตเรียลไทม์ ได้ภาพที่เราไม่เคยเห็น เช่น ด้านมืดในสุริยุปราคาและโลกโผล่จากขอบฟ้า

วัตถุประสงค์หนึ่งคือพัฒนาวิจัยดวงจันทร์ ในฐานะธรณีวิทยา ภาพและการสังเกตของลูกเรือเพิ่มมุมมองมนุษย์ให้การตีความจากเครื่องมืออวกาศและกล้องโทรทรรศน์โลก เช่น มุมมองใหม่ของแอ่งกระแทก

ตาดมนุษย์เก่งเรื่องคอนทราสต์และสี ลูกเรือรายงานสีต่างในพื้นที่ภูเขาไฟและหลุมอุกกาบาต สีบ่งชี้แร่ธาตุ เช่น Aristarchus Plateau มีแก้วภูเขาไฟ ตรงกับข้อมูล Apollo แต่ Artemis 2 เพิ่มบริบท ช่วยกำหนดขอบเขตและพื้นที่แก้วบริสุทธิ์

ไม่มีอะไรเท่ากับการเห็นด้วยตัวเอง แต่ยังต้องการเครื่องมือเพิ่มเติม Artemis 2 สำเร็จ ให้ข้อมูลใหม่ และรอภารกิจอนาคตที่นำตัวอย่างกลับ

ประธานเจ้าหน้าที่เทคนิค StarSense Innovations ผู้เชี่ยวชาญอวกาศ 45 ปี

วันที่ 10 เม.ย. 2026 (หมายถึง 2024?) ลูกเรือลงจอดหลัง 10 วัน ไกล 252,756 ไมล์ ไกลที่สุดนับจาก Apollo 13 ความกล้าและทีมสมควรยกย่อง

แต่การประเมินวิศวกรรม Artemis 2 ยืนยันเทคโนโลยีเก่า SLS จาก Shuttle ยุค 70 Orion คล้าย Apollo กลับด้วยร่มชูชีพเก่า

NASA ใช้เครื่องมือสมัยใหม่ เช่น digital twins แต่ผลคือจรวดส่งแค่ 27 ตันไปโคจรรอบดวงจันทร์ครึ่งหนึ่ง Saturn V ด้วยเทค 1960s Apollo ทำจอดดวงจันทร์ได้ครั้งเดียว แต่ Artemis ไม่

พิสูจน์ว่าเครื่องมือทันสมัยกับสถาปัตยกรรมจำกัดไม่ชนะข้อจำกัดการออกแบบ คำถามคือ NASA จะเปลี่ยนจากยืนยันอดีตสู่สร้างอนาคต ก่อนเอกชนแซง

นักวิทยาศาสตร์โครงการ Human Research Program ของ NASA

Artemis 2 เป็นจุดเริ่ม: NASA ต้องการฐานดวงจันทร์ ต้องรู้การตอบสนองร่างกายและป้องกันอันตราย

ISS มีพื้นที่ใหญ่ แต่ Orion เล็กเหมือนแวน camper เราพัฒนา actigraphy ติดตามการนอน ออกกำลัง แสง สำหรับสุขภาพพฤติกรรม

ศึกษาภูมิคุ้มกัน: ความเครียดกระตุ้นไวรัส เก็บน้ำลายบนกระดาษวิเคราะห์

หลังกลับ: MRI ตา เลือด สมอง สมดุล เพื่อรู้การปรับตัวกลับแรงโน้มถ่วง สำหรับภารกิจดวงจันทร์

ศาสตราจารย์ Brown University ผู้เชี่ยวชาญวิวัฒนาการดาวเคราะห์

เคยทำงาน NASA Apollo ตอนนี้ศึกษากระบวนการธรณี เพื่อเข้าใจประวัติโลก

LRO ให้ข้อมูลละเอียด แต่ Artemis 2 มีมุมแสงใหม่ จะศึกษาอย่างละเอียด

ดู Orientale Basin สดใหม่สุด ฟลาชอุกกาบาตในสุริยุปราคา รอ LRO หาลูกหลุม

ภาพโลกโผล่จากดวงจันทร์สร้างแรงบันดาลใจรุ่นใหม่

นักวิทยาศาสตร์จะศึกษาอะไรหลัง Artemis 2? ข้อมูลเหล่านี้จะเปลี่ยนความเข้าใจอวกาศ ลองจินตนาการฐานดวงจันทร์ในอนาคต ติดตามข่าวอวกาศเพื่อไม่พลาดการค้นพบใหม่!

ที่มา – Giz Asks: What Will Scientists Study—and Potentially Discover—Now That Artemis 2 Is Done?

ฐปณีย์ฟ้องหมิ่นประมาท 10 เพจเฟซบุ๊กต้องสงสัยเป็น IO พฤติการณ์ใส่ร้ายป้ายสี

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าร้อนๆ ในโลกโซเชียลมีเดีย ที่กำลังเป็นกระแสในหมู่คนติดตามข่าวสารและเทคโนโลยีกันเลยนะครับ เรื่องนี้เกี่ยวกับ ฐปณีย์ฟ้องหมิ่นประมาท 10 เพจเฟซบุ๊กต้องสงสัยเป็น IO พฤติการณ์ใส่ร้ายป้ายสี ซึ่งเป็นข่าวที่สะท้อนปัญหาใหญ่ของการใช้โซเชียลในการโจมตีบุคคล โดยเฉพาะสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา

ฐปณีย์ฟ้องหมิ่นประมาท 10 เพจเฟซบุ๊กต้องสงสัยเป็น IO พฤติการณ์ใส่ร้ายป้ายสี

ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวชื่อดังและผู้ก่อตั้งสำนักข่าว The Reporters ได้ประกาศทางเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เธอได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาทกับเพจเฟซบุ๊กถึง 10 เพจ ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา เมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา เหตุผลหลักคือเพจเหล่านี้มีพฤติการณ์ใส่ร้าย ป้ายสี และดูหมิ่นเธออย่างรุนแรง โดยเนื้อหาเหล่านั้นเข้าข่ายเป็นปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO (Information Operation) ซึ่งเป็นรูปแบบการโจมตีที่คล้ายกับเครือข่ายที่เฟซบุ๊กเคยลบไปเมื่อปี 2564

จากข้อมูลที่รวบรวม ฐปณีย์นำหลักฐานโพสต์กว่า 15 โพสต์ จากเพจต่างๆ เช่น เพจทันข่าวภาคใต้, เรื่องราวชายแดนใต้, ข่าวสามจังหวัดชายแดนใต้, ใต้พรมชายแดนใต้, ค้นข่าวชายแดนใต้ และเปิดโปงขบวนการ BRN มาแจ้งความกับ พ.ต.อ.ฉัตรชัย ศักดิ์ดี ผู้กำกับการ สภ.เมืองยะลา และ พ.ต.ท.พงศ์ศักดิ์ พรหมเกตุ พนักงานสอบสวน เนื้อหาเหล่านี้ไม่ใช่แค่วิพากษ์วิจารณ์ แต่เป็นการใช้ถ้อยคำหยาบคาย ลดทอนศักดิ์ศรี และกล่าวหาแบบไม่มีมูล ซึ่งเธอมองว่าเป็นการขยายความจากกลุ่ม IO

IO คืออะไร และทำไมถึงน่ากังวลในยุคโซเชียล?

สำหรับเพื่อนๆ ที่อาจไม่คุ้นเคย IO หรือ Information Operation คือกลยุทธ์การใช้ข้อมูลปลอมหรือบิดเบือนเพื่อโจมตีเป้าหมาย มักเชื่อมโยงกับหน่วยงานรัฐหรือกลุ่มผลประโยชน์ ในไทย โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนใต้ เรเคยเห็นรายงานจากเฟซบุ๊กปี 2564 ชื่อ ‘February 2021 Coordinated Inauthentic Behavior Report’ ที่ลบเพจ 77 เพจ, กลุ่ม 18 กลุ่ม และอินสตาแกรม 18 บัญชี ที่มีต้นตอจากไทย เป้าหมายคือผู้ชมใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพจที่โดนลบอย่างเพจทันข่าวสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือรู้ทันขบวนการ มีลักษณะคล้ายเพจที่โจมตีฐปณีย์มากๆ เลยครับ

เฟซบุ๊กตรวจพบเพราะเนื้อหาซ้ำซาก บัญชีจริงผสมปลอม และเชื่อมโยงกับหน่วยงานความมั่นคง นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่าแพลตฟอร์มเทคยักษ์ใหญ่อย่าง Meta กำลังต่อสู้กับปัญหานี้ แต่ในทางปฏิบัติ ผู้ใช้อย่างเรายังเสี่ยงเจอเนื้อหาเหล่านี้ได้ง่ายๆ

  • เพจโจมตีใช้ชื่อคล้ายเพจเก่าที่โดนลบ เช่น ทันข่าวภาคใต้
  • เนื้อหาโพสต์ระหว่าง 13-18 เมษายน เน้นใส่ร้ายสื่อ
  • ฐปณีย์จะประสานตำรวจไซเบอร์ตรวจบัญชีกับเฟซบุ๊กต่อ

บทเรียนสำหรับสื่อและผู้ใช้โซเชียล

ในฐานะคนที่ติดตามวงการสื่อและเทคมาหลายปี ผมเห็นว่าธปณีย์ทำถูกแล้วที่ใช้กฎหมายสู้ เพราะการวิจารณ์สื่อโอเค แต่การหมิ่นประมาทเกินเลยคือล้ำเส้น ปัญหา IO ไม่ใช่เรื่องใหม่ ใน entertainment ก็มี celeb โดนดราม่าปลอมบ่อยๆ ส่วน tech อย่าง AI deepfake กำลังทำให้เรื่องแย่ลง แนวโน้มปีนี้ คาดว่าเฟซบุ๊กจะลบเครือข่าย IO เพิ่มอีก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย

ฐปณีย์ย้ำว่าเธอยอมรับวิจารณ์ได้ แต่ไม่ยอมให้ใส่ร้ายแบบไม่มีมูล และไม่มีใครอยู่เบื้องหลังอย่างที่กล่าวหา นี่คือจุดยืนของสื่อมืออาชีพที่เราควรสนับสนุน

สุดท้าย ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นสัญญาณเตือนให้ทุกคนเช็คแหล่งข่าวดีๆ Report เพจต้องสงสัย และสนับสนุนสื่ออิสระ ลองแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ ว่าคุณเคยเจอ IO แบบนี้บ้างไหม? กดไลค์ กดแชร์ เพื่อให้ข่าวดีๆ แพร่กระจาย!

ที่มา – ฐปณีย์ฟ้องหมิ่นประมาท 10 เพจเฟซบุ๊กต้องสงสัยเป็น IO พฤติการณ์ใส่ร้ายป้ายสี

เปิดเกณฑ์คัดเลือก บ้านชาวไทย D:CODE ศรีนครินทร์ ชูระบบสุ่ม ป้องกันกว้านซื้อ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้ผมมีข่าวดีสำหรับคนที่กำลังมองหาบ้านดีๆ ในราคาที่เอื้อมถึง โดยเฉพาะโครงการ บ้านชาวไทย D:CODE ศรีนครินทร์ ที่กำลังเป็นกระแสฮอตฮิตมากๆ เลยนะครับ หลังจากปิดรับลงทะเบียนไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ มีคนสนใจกว่า 10,000 ราย สูงกว่าจำนวนยูนิตถึง 3 เท่า! โห น่าตื่นเต้นจังเลยใช่มั้ยล่ะ แต่เพื่อความยุติธรรม ทางโครงการเลยออก เปิดเกณฑ์คัดเลือก บ้านชาวไทย D:CODE ศรีนครินทร์ ชูระบบสุ่ม ป้องกันกว้านซื้อ มาอย่างเป็นระบบสุดๆ

เปิดเกณฑ์คัดเลือก บ้านชาวไทย D:CODE ศรีนครินทร์ ชูระบบสุ่ม ป้องกันกว้านซื้อ อย่างไร?

เกณฑ์หลักๆ คือใช้ระบบคอมพิวเตอร์สุ่มเลือกแบบ ‘1 ท่านต่อ 1 สิทธิ’ ตามประเภทห้องที่เลือกไว้ เช่น Pet Friendly หรือ Non-Pet Friendly วันที่ 20 เมษายน 2569 นี้ ระบบจะสุ่มผู้โชคดีหลัก และสำรองอีก 2 ลำดับ (ลำดับ 2 และ 3) เพื่อป้องกันกรณีคนหลักสละสิทธิ์หรือไม่ผ่านการตรวจเงิน ถ้าลำดับ 1 ไม่ผ่าน สิทธิ์ตกเป็นของลำดับถัดไปทันที แบบนี้แหละถึงจะแฟร์สำหรับทุกคน โดยเฉพาะคนที่อยากอยู่จริงๆ ไม่ใช่เก็งกำไร

ผมในฐานะคนที่ติดตามเทคโนโลยีและอสังหาฯ มานาน ชอบมากเลยครับกับแนวคิดนี้ เพราะระบบสุ่มแบบดิจิทัลช่วยลดอคติได้เยอะ เหมือนกับแอปพลิเคชันสุ่มในเกมหรือลอตเตอรี่ออนไลน์ที่เราเห็นในวงการ entertainment แต่ที่นี่โปร่งใสกว่า ใช้โปรแกรมตรวจสอบได้จริง!

ความโปร่งใสระดับเทพ ใครๆ ก็เชื่อถือได้

ทางโครงการเชิญผู้เชี่ยวชาญอิสระอย่าง คุณยอดยิ่ง ชุมแสง ณ อยุธยา จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาตรวจระบบซอฟต์แวร์ก่อนสุ่ม แถมมีสักขีพยานจากหลายหน่วยงานด้วยนะครับ เช่น องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย), อดีตผู้บริหารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล, และคณาจารย์จากจุฬาฯ ธรรมศาสตร์ สาขานิติศาสตร์และบัญชี ทุกขั้นตอนตรวจสอบได้ชัดเจน เหมือนดูไลฟ์สตรีมคอนเสิร์ตเลย โปร่งใสสุดๆ

  • สุ่มผ่านคอมพิวเตอร์ 100% ไม่มีมนุษย์แทรกแซง
  • สำรอง 2 ลำดับ ป้องกันช่องโหว่
  • ตรวจสอบสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ผ่านเว็บไซต์โครงการ
  • ประกาศผล 21 เมษายน 2569 เวลา 12.00 น.

หลังได้สิทธิ์ทั้งตัวจริงและสำรอง ยังต้องผ่านด่านตรวจความสามารถทางการเงินนะครับ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญให้บ้านไปถึงคนที่พร้อมจริงๆ สอดคล้องกับนโยบายคุณภาพชีวิตยั่งยืน

เทรนด์ใหม่ในอสังหาฯ: สุ่มดิจิทัลป้องกันกว้านซื้อ

จากประสบการณ์ผม โครงการแบบนี้กำลังมาแรงในยุคดิจิทัล เพราะคนรุ่นใหม่ชอบความโปร่งใสแบบ tech-driven คล้ายกับ NFT drop หรือ ticket lottery ในคอนเสิร์ต K-pop ที่ใช้ blockchain สุ่ม ลดการกว้านได้จริง ถ้าคุณกำลังตามหาบ้านใกล้รถไฟฟ้า ศรีนครินทร์ทำเลทองแบบนี้ อย่าพลาดติดตามเลยครับ

สนใจรายละเอียดเพิ่ม เช็คได้ที่ www.baan-chaothai.com หรือโทร Call Center 093-228-3333 / 092-257-1999 ผมแนะนำให้รีบเช็คสิทธิ์ของคุณวันนี้เลยนะ ใครจะรู้ คุณอาจเป็นผู้โชคดี!

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าการใช้ระบบสุ่มแบบนี้คือเทรนด์อนาคตของอสังหาฯ ในไทย จะช่วยให้บ้านราคาถูกเข้าถึงคนตัวจริงมากขึ้น สนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก ลองนึกภาพทุกโครงการทำแบบนี้สิ จะยุติธรรมแค่ไหน! ถ้าคุณมีประสบการณ์เรื่องสุ่มสิทธิ์ บอกผมในคอมเมนต์ด้วยนะครับ

ที่มา – เปิดเกณฑ์คัดเลือก บ้านชาวไทย D:CODE ศรีนครินทร์ ชูระบบสุ่ม ป้องกันกว้านซื้อ

ยศชนัน-นิกร ลงพื้นที่เชียงใหม่ ผลักดันห้องปลอดฝุ่นฝีมือคนไทย ต้นทุน 3,600 บาท นำร่องช่วยกลุ่มเปราะบาง 83 แห่ง ใน 8 จังหวัดภาคหนือ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเทคและคนรักนวัตกรรม! วันนี้เรามีข่าวดีจากภาคเหนือที่ทั้งเท่และช่วยชีวิตคนได้จริง มาพูดถึงเรื่อง ยศชนัน-นิกร ลงพื้นที่เชียงใหม่ ผลักดันห้องปลอดฝุ่นฝีมือคนไทย ต้นทุน 3,600 บาท นำร่องช่วยกลุ่มเปราะบาง 83 แห่ง ใน 8 จังหวัดภาคหนือ กันเถอะ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.อว. พร้อม นิกร โสมกลาง รมว.พม. ลงพื้นที่จริงจังที่สถานสงเคราะห์เด็กบ้านเวียงพิงค์ อ.แม่ริม เชียงใหม่ เปิดตัวห้องปลอดฝุ่นครบวงจรจาก มช. ราคาถูกเวอร์ แค่ 3,600 บาทต่อห้อง! นี่คือตัวอย่างนวัตกรรมไทยที่สู้ PM2.5 ได้แบบไม่ต้องรอใคร

ยศชนัน-นิกร ลงพื้นที่เชียงใหม่ ผลักดันห้องปลอดฝุ่นฝีมือคนไทย ต้นทุน 3,600 บาท นำร่องช่วยกลุ่มเปราะบาง 83 แห่ง ใน 8 จังหวัดภาคหนือ

ก่อนอื่น ศ.ดร.ยศชนัน หยิบเครื่องวัดฝุ่นพกพามาวัดเอง ค่า PM2.5 พุ่ง 150-180 ไมโครกรัม/ลบ.ม. ระดับวิกฤตเลยครับ! ควันปกคลุมเชียงใหม่หนักมาก รัฐบาลเลยไม่รอช้า ใช้เทคนวัตกรรมไทยแก้ปัญหาแบบคู่ขนาน ระยะสั้นคือห้องปลอดฝุ่นนี้เอง ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก: ระบบความดันบวก (positive pressure) ที่ดันอากาศสะอาดเข้า เครื่องฟอกอากาศ DIY ราคาประหยัด และเซนเซอร์ IoT วัดฝุ่นเรียลไทม์ ทำงานประสานกัน ติดตั้งในอาคารเดิมได้เลย ช่างชุมชนทำเองได้ ถ่ายทอดความรู้ให้ท้องถิ่น ยั่งยืนสุดๆ

ผมในฐานะคนติดตามเทคมานาน บอกเลยว่านี่คือ clean room tech แบบ low-cost ที่ได้แรงบันดาลใจจากโรงพยาบาล แต่ปรับให้ DIY สำหรับบ้านๆ ในต่างประเทศ อย่างสิงคโปร์หรือจีน ก็มีห้องแบบนี้แต่แพงหูฉี่ หลักแสน แต่ของเราต้นทุนแค่ 3,600 บาท ชนะขาด! เฟสแรกนำร่อง 83 แห่งใน 8 จังหวัดเหนือ ช่วยเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง ก่อนขยายทั่วประเทศ

เทคโนโลยีเจ๋งๆ ในห้องปลอดฝุ่นฝีมือไทย

  • ระบบความดันบวก: ป้องกันฝุ่นเล็ดลอดเข้า ดันอากาศสะอาดเข้าแทน
  • เครื่องฟอก DIY: ใช้พัดลม+HEPA filter ราคาถูก ฟอกฝุ่นได้ 99.97%
  • เซนเซอร์ IoT: เชื่อมแอป วัดค่าเรียลไทม์ แจ้งเตือนทันที

ระยะยาว รัฐบาลใช้ deep tech ล่าไฟป่า ระบบตรวจจับเรียลไทม์ ร่วมกับอาสา ร่วมข้ามกระทรวง ภายใน 1 ปีใช้งานได้จริง คณะยังไป NARIT ประชุมบูรณาการด้วย เน้นวิทยาศาสตร์ลงพื้นที่ ดึงอาชีวะ ราชมงคล ราชภัฏ มาช่วยชุมชน

ด้านนายนิกร ย้ำว่านี่คือ quick win ของ พม. คุ้มครองกลุ่มเปราะบาง 2.3 ล้านคนใน 17 จังหวัดเหนือ ส่ง RRU ลงพื้นที่ห่างไกล ขยายห้องปลอดฝุ่นสถานสงเคราะห์ทั่วประเทศ นวัตกรรมนี้ไม่ใช่แค่เทค แต่คือความหวังท่ามกลางวิกฤตฝุ่น

จากประสบการณ์ผม ติดตามเทคสิ่งแวดล้อมมานาน Trend โลกกำลังมาแรงเรื่อง air purification IoT และ low-cost solution สำหรับ developing countries ของไทยนี่แหละ leading! ลองนึกภาพ ถ้าทุกชุมชนมีห้องแบบนี้ PM2.5 จะไม่ใช่ฝันร้ายอีกต่อไป

คุณล่ะ คิดยังไงกับนวัตกรรมนี้? ลองแชร์ไอเดีย หรือเช็กคุณภาพอากาศบ้านตัวเองดูสิ แล้วช่วยกันสนับสนุนนวัตกรรมไทยให้ดังโลก รีโพสต์ แชร์ข่าวนี้ เพื่อให้ทุกคนรู้จักห้องปลอดฝุ่นสุดเจ๋ง!

ที่มา – ยศชนัน-นิกร ลงพื้นที่เชียงใหม่ ผลักดันห้องปลอดฝุ่นฝีมือคนไทย ต้นทุน 3,600 บาท นำร่องช่วยกลุ่มเปราะบาง 83 แห่ง ใน 8 จังหวัดภาคหนือ

รองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ ลุยจัดระเบียบปากคลองตลาด-ถนนเจริญรัถแก้ปัญหารุกล้ำทางเท้า-ขยะอุดตัน

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ วันนี้เรามีข่าวดีจากกรุงเทพฯ ที่หลายคนรอคอยกันมานาน นั่นคือ รองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ ลุยจัดระเบียบปากคลองตลาด-ถนนเจริญรัถแก้ปัญหารุกล้ำทางเท้า-ขยะอุดตัน เมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คุณจักกพันธุ์ ผิวงาม ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและสั่งการแก้ไขปัญหาที่เราพบเจอมาตลอดในย่านปากคลองตลาด เขตพระนคร และถนนเจริญรัถ เขตคลองสาน ใครที่ชอบเดินตลาดสด ชอบซื้อดอกไม้หรือของกินอร่อยๆ แถวนี้ คงรู้ดีว่าปัญหาเหล่านี้รบกวนใจแค่ไหน

รองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ ลุยจัดระเบียบปากคลองตลาด-ถนนเจริญรัถแก้ปัญหารุกล้ำทางเท้า-ขยะอุดตัน

เริ่มจากปากคลองตลาดที่ขึ้นชื่อเรื่องดอกไม้สวยๆ แต่ปัญหาหลักที่เจอคือร้านค้าในอาคารเอาแต่ตั้งวางสินค้า อุปกรณ์ต่างๆ รุกล้ำทางเท้าจนคนเดินแทบไม่ได้ บางร้านยังปล่อยให้เช่าช่วงหน้าตึก ทำให้ทางเดินเท้าและถนนแคบลงไปอีก พอฝนตกทีไร น้ำก็ท่วมเพราะเศษขยะ เศษดอกไม้ไปอุดท่อระบายน้ำ สร้างกลิ่นเหม็นเน่า กระทบทั้งสภาพแวดล้อมและสุขภาพชาวบ้านแถวนั้น ในฐานะคนที่เคยเดินตลาดพวกนี้บ่อยๆ ผมบอกเลยว่ามันน่าโมโหจริงๆ แต่ดีใจที่วันนี้มีคนกล้าลุยแก้!

ปัญหาเด่นที่ถนนเจริญรัถ ไม่ให้พลาด

ข้ามมาที่ถนนเจริญรัถทั้งสองฝั่ง ปัญหาโดนร้องเรียนผ่านแอป Traffy Fondue (แอปเทคโนโลยีเจ๋งๆ สำหรับรายงานปัญหาเมือง) อย่างต่อเนื่อง น้ำเจิ่งนองเพราะแช่อาหารสด นำสัตว์มีชีวิตมาขายแบบไม่ถูกสุขอนามัย จราจรติดขัดเพราะรถจอดซื้อของและรถรับจ้างกีดขวาง โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน ใครขับรถผ่านแถวนี้คงเจอแน่ๆ มันไม่ใช่แค่เรื่องสกปรก แต่กระทบคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ โดยตรง

รองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ ไม่ได้แค่มาเดินดูเฉยๆ นะครับ ท่านสั่งการทันที! มอบหมายสำนักเทศกิจประสานสำนักงานเขต ลอกท่อระบายน้ำ ล้างทางเท้าทุกสัปดาห์ กำชับร้านค้าไม่ให้วางของเกินแนวอาคาร ผู้ค้าแผงลอยต้องเก็บของสะอาดทันทีหลังเลิกขาย ตามหลักเกณฑ์การค้าปี 2567 แบบนี้แหละที่เราต้องการ เรียบร้อย สะอาด สะดวก

  • การตรวจสอบผู้ค้า: กทม. เดินหน้าทำบัญชี ‘1 รายต่อ 1 แผงค้า’ เขตพระนครมี 12 จุด 1,385 ราย คลองสาน 5 จุด 339 ราย
  • นวัตกรรมใหม่: สนับสนุน Hawker Center ศูนย์อาหารแบบสิงคโปร์ ลดขายบนทางเท้า ยกระดับชีวิตคนเมือง
  • เทคโนโลยีช่วย: ใช้ Traffy Fondue ให้ประชาชนมีส่วนร่วมรายงานปัญหาแบบเรียลไทม์

จากประสบการณ์ผมที่ติดตามข่าวเมืองมานาน การจัดระเบียบแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ที่ประสบความสำเร็จต้องมีผู้นำอย่างรองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ ที่ลงพื้นที่จริงจัง มันคล้ายกับเทรนด์ smart city ทั่วโลกที่ใช้ tech ผสานการบังคับใช้กฎหมาย เช่น สิงคโปร์กับ hawker centres ที่สะอาด รสชาติเยี่ยม ถ้ากรุงเทพฯ ทำได้ เราจะมีพื้นที่ค้าที่ดีขึ้น ลดปัญหาน้ำท่วม จราจรติด แถมดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อีก

ท้ายสุด ผมคิดว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้คือจุดเริ่มต้นที่ดีของปี 2567 ถ้าปล่อยไว้ ปัญหาจะบานปลาย แต่ถ้าทุกคนช่วยกัน เช่น ร้านค้าปฏิบัติตาม ชาวบ้านรายงานผ่าน Traffy สิ่งแวดล้อมเราจะดีขึ้นแน่นอน ลองนึกภาพปากคลองตลาดเดินเพลินๆ ไม่เหม็น ไม่ลื่น ฟินสุดๆ ไปเลย! ถ้าคุณเจอปัญหาคล้ายๆ กัน อย่าลังเล รายงานเลยครับ ผ่าน Traffy Fondue หรือช่องทาง กทม. ช่วยกันทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น

ที่มา – รองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ ลุยจัดระเบียบปากคลองตลาด-ถนนเจริญรัถแก้ปัญหารุกล้ำทางเท้า-ขยะอุดตัน

อิหร่านบอกว่าช่องแคบฮอร์มุซ “เปิดแล้ว” แต่ข้อมูลการติดตามพบว่ามีเรือเพียงไม่กี่ลำที่ขยับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้ชื่นชอบข่าวสารรอบโลกทั้งเรื่องบันเทิงและเทคโนโลยี! วันนี้ผมในฐานะคนที่ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางมานาน จะมาอัปเดตข่าวสำคัญที่อาจกระทบราคาน้ำมันและห่วงโซ่อุปทานเทคทั่วโลกนะครับ ช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 20% ของโลก กำลังเป็นประเด็นร้อน เมื่อ อิหร่านบอกว่าช่องแคบฮอร์มุซ “เปิดแล้ว” แต่ข้อมูลจริงกลับไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่ มาดูกันว่ามันคืออะไร และจะส่งผลยังไงต่อเรา

อิหร่านบอกว่าช่องแคบฮอร์มุซ “เปิดแล้ว” แต่ข้อมูลการติดตามพบว่ามีเรือเพียงไม่กี่ลำที่ขยับ

รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี โพสต์บน X (ทวิตเตอร์เก่า) เมื่อวันศุกร์ที่ 17 เม.ย. ว่าช่องแคบฮอร์มุซเปิดให้เรือพาณิชย์ผ่านได้เต็มรูปแบบแล้ว หลังหยุดยิงในเลบานอน แต่ต้องใช้เส้นทางปลอดภัยที่กำหนดไว้เท่านั้น สถานีทีวีรัฐบาลยังเสริมว่าเรือทหารห้ามผ่านเด็ดขาด! นี่คือการประกาศที่ทำให้ตลาดโลกถอนหายใจโล่ง แต่…

ข้อมูลติดตามเรือ: ยังเงียบเหงา

กลุ่มผู้เดินเรือและระบบติดตาม AIS (Automatic Identification System) พบว่าเรือขยับเพียงหย่อมเดียวเท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญอย่างอาร์เซนิโอ โดมิงเกซ จาก IMO (องค์กรการเดินเรือระหว่างประเทศ) บอกว่าต้องรอความชัดเจนเพิ่ม ว่าปลอดภัยจริงมั้ย บางเรือปิด AIS ไปเลยเพื่อหลบเลี่ยงการโจมตี คอร์แมค แมคแกร์รี จาก Control Risks ก็วิเคราะห์ว่า “สถานการณ์ไม่ได้ดีขึ้น” เพราะทุ่นระเบิดยังคุกคามอยู่

  • ช่องแคบปิดตั้งแต่ 28 ก.พ. หลังสหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีอิหร่าน
  • หยุดยิงสิ้นสุด 22 เม.ย. ทรัมป์บอกจะปิดล้อมต่อจนกว่าจะสันติภาพ
  • ทรัมป์เรียกการเปิดนี้ว่า “วันที่สดใสสำหรับโลก” แต่ประธานรัฐสภาอิหร่านโต้ว่าทรัมป์โกหกทั้ง 7 ข้อ

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเทคโนโลยี

จากประสบการณ์ผมที่วิเคราะห์ตลาดพลังงานมานับสิบปี ช่องแคบนี้ขนน้ำมันและ LNG 20% ของโลก ถ้าปิดนาน ราคาน้ำมันพุ่งชัวร์! สัปดาห์ก่อนราคาพุ่ง แต่หลังประกาศดิ่งลงทันที แต่เรือไม่ขยับ = ความไม่แน่นอนยังสูง ส่งผลต่อเทคยังไง? Data center ของ AI อย่าง Google หรือ Nvidia กินไฟมหาศาล ราคาพลังงานแพง = cost สูงขึ้น EV จาก Tesla ก็กระทบ supply chain สถาบันการเงินเตือนว่าราคาน้ำมันอาจโงนเงนอีก 2-3 สัปดาห์ Crypto mining ที่พึ่ง LNG ราคาถูกในตะวันออกกลาง ก็เสี่ยงหายนะ!

สื่ออิหร่านบางแห่งวิจารณ์ตัวเองเลย Tasnim News (ใต้อิทธิพล IRGC) บอกโพสต์ของอารักชี “แย่และไม่สมบูรณ์” เรียกร้องให้ชี้แจงชัด ทรัมป์ยังพูดเรื่องยูเรเนียมอิหร่านว่าจะ “ทำงานร่วมกัน” ส่งมา US โดยไม่ต้องทหารภาคพื้นดิน อิหร่านปฏิเสธเด็ดขาด

การเคลื่อนไหวระหว่างประเทศ

เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกอังกฤษ ประกาศ UK-ฝรั่งเศส นำภารกิจปกป้องเส้นทางพาณิชย์ 49 ประเทศร่วม โดยสันติภาพ 100% หลังสู้รบสิ้นสุด ทรัมป์บอกเจรจาสงครามต่อเนื่องสุดสัปดาห์ ไม่มีช่องว่างเงื่อนไขมาก

ในมุมผม สถานการณ์นี้เหมือนเกมหมากรุกการเมืองที่ซับซ้อน อิหร่าน-ฮิซโบลาห์-อิสราเอล-สหรัฐฯ วนลูปตอบโต้ แต่สำหรับเทคและบันเทิง ราคาน้ำมันผันผวน = สต็อกเทคตก! Trend ที่เห็นคือ energy tech กำลังมาแรง เช่น nuclear fusion หรือ solar จาก UAE ที่อาจลด dependency ช่องแคบนี้

คำแนะนำจากผม: ติดตามราคาน้ำมัน Brent ใกล้ชิด ถ้าพุ่งเกิน $90/บาร์เรล เตรียม portfolio เทคให้พร้อม hedge ด้วย oil futures หรือ green energy stocks มา comment ด้านล่างว่าคุณคิดยังไง สถานการณ์จะคลี่คลายมั้ย? กด share และ subscribe รับข่าวอัปเดตฟรี!

ที่มา – อิหร่านบอกว่าช่องแคบฮอร์มุซ “เปิดแล้ว” แต่ข้อมูลการติดตามพบว่ามีเรือเพียงไม่กี่ลำที่ขยับ