ผู้เขียน: lalika69_admin

Spotify ยืนยันศิลปินไม่ใช่ AI แล้ว

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวดนตรีทุกคน! ในยุคที่ AI กำลังบุกเบิกวงการเพลงแบบเต็มตัว Spotify ยืนยันศิลปินไม่ใช่ AI แล้วนะครับ ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดที่ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา จะมอบ “Verified by Spotify” badge ให้กับศิลปินที่ปฏิบัติตามนโยบายของ Spotify มีผู้ฟังที่สม่ำเสมอ และมีตัวตนที่ชัดเจนทั้งในและนอกแพลตฟอร์ม

Spotify ยืนยันศิลปินไม่ใช่ AI เพื่อต่อสู้กับเพลงปลอม

ปัญหาเพลงที่สร้างโดย AI กำลังกลายเป็นหัวใจของ Spotify และคนฟังอย่างเราๆ เลยครับ มันทำให้เกิดความสับสนเยอะมาก โดยเฉพาะหลังจากกรณีวงร็อก The Velvet Sundown ที่มีสตรีมถึงล้านครั้ง แต่ปรากฏว่าเป็น AI ล้วนๆ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ กรณีนี้ทำให้แฟนๆ โกรธแค้นและอายกันใหญ่ เพราะแยกไม่ออกจริงๆ

และมันยังเกิดขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกรณี Sienna Rose อีกด้วย Deezer ทำแบบสอบถามพบว่าคนส่วนใหญ่แยกเพลง AI กับมนุษย์ไม่ออกเลย และ 80% อยากให้ติดป้ายกำกับชัดเจน ดูรายละเอียด

Spotify ยืนยันศิลปินไม่ใช่ AI ตามสัญญาก่อนหน้า

Spotify กำลังทำตามที่เคยสัญญาไว้ หลังเหตุการณ์ Velvet Sundown ก็ประกาศจะช่วยพัฒนามาตรฐานการเปิดเผย AI ในเครดิตเพลง ดูข่าว Spotify บอกว่า “ในยุค AI ความน่าเชื่อถือของเพลงที่เราฟังสำคัญมาก”

แต่ Spotify ตามหลังคู่แข่งหน่อยนะ Deezer พบว่า 44% ของอัปโหลดรายวันเป็น AI และติดป้ายมานานแล้ว ข้อมูลที่นี่ Apple Music ก็มีป้าย optional ตั้งแต่มีนาคม แต่ขึ้นกับ distributor รายงาน

ไอคอนเช็คสีเขียวอ่อนและ badge จะเริ่ม rollout ในไม่กี่สัปดาห์ Spotify ตั้งเป้ายืนยัน 99% ของศิลปินที่คนค้นหาบ่อย ถ้าศิลปิน niche ไม่มี badge ไม่ใช่แปลว่าเป็น AI นะ

  • ศิลปินต้อง comply นโยบาย Spotify
  • มี listener สม่ำเสมอ
  • มี presence ชัดเจน on/off platform
  • ตอนแรก profile AI persona จะไม่ได้รับ badge

บางแพลตฟอร์มอย่าง Bandcamp เลือกแบน AI ไปเลย ข่าว แต่ Spotify ดูเหมือนจะยอมรับ AI มากขึ้นในอนาคต “ความ authentic ของศิลปินซับซ้อนและเปลี่ยนเร็ว เราจะพัฒนาต่อไป” Spotify กล่าว

ฟีเจอร์นี้ช่วยให้เราฟังเพลงได้มั่นใจขึ้น ลดการหลอกลวงจาก AI slop ที่ท่วมท้นแพลตฟอร์ม ผมคิดว่ามันเป็นก้าวสำคัญในวงการดนตรีดิจิทัล

ประโยชน์ของการ Spotify ยืนยันศิลปินไม่ใช่ AI

นอกจากแยกจริง-ปลอมแล้ว ยังช่วยโปรโมตศิลปินจริงๆ ให้เด่นขึ้น ผู้ฟังอย่างเราจะรู้ว่าควร support ใคร ลองนึกภาพ scroll playlist แล้วเห็น badge เขียวๆ มันน่าเชื่อถือแค่ไหน!

ในอนาคต ถ้า AI พัฒนาเร็วขนาดนี้ การมีมาตรฐานแบบนี้จำเป็นมาก ศิลปินมนุษย์จะได้ไม่ถูกกลบ

คุณล่ะ คิดยังไงกับ Spotify ยืนยันศิลปินไม่ใช่ AI? ลองเช็คโปรไฟล์ศิลปินโปรดดู แล้วมาคุยกันในคอมเมนต์นะครับ อย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ด้วย!

ที่มา – Spotify Will Now Verify Non-AI Artists

เปลี่ยน Kindle เก่าให้เป็นเครื่องพิมพ์ดีดแย่สุด

ถ้าคุณมี Kindle เก่าๆ อยู่ แล้วได้ยินข่าวว่า Amazon จะเลิกซัพพอร์ต Kindle และ Kindle Fire รุ่นก่อนปี 2012 ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคมนี้ คุณคงเซ็งไม่น้อยเลยใช่มั้ย? ไม่ว่าจะซื้อหนังสือใหม่ ดาวน์โหลดอะไร หรือแม้แต่รีเซ็ตเครื่อง ก็ทำไม่ได้หมด แถมถ้าลองรีเซ็ตอาจจะล็อกเครื่องไปเลย! ถ้าไม่แน่ใจว่ารุ่นคุณติด list มั้ย เช็คได้ที่ รายชื่อรุ่นที่ได้รับผลกระทบ นะ

ข่าวนี้ทำให้ชาวเน็ตเดือดมาก แบบว่าหมดอนาคตเลย หลายคนยังใช้ Kindle รุ่นเก่าได้ดีอยู่ แต่ Amazon กลับบังคับให้ซื้อใหม่ โคตรไม่แฟร์! ถ้าคุณอยากสวนทาง Jeff Bezos แล้วใช้เครื่องต่อ ลอง เจลเบรค (jailbreak) ดูสิ แม้จะเสี่ยงเครื่องพัง แต่ตอนนี้ก็แทบไม่มีอะไรเสียแล้วใช่มั้ย? เจลเบรคสำเร็จ คุณยังอ่านหนังสือได้ แม้จะไม่ลื่นไหลเท่าเดิม แต่ ยืดหยุ่นกว่าเยอะ

เปลี่ยน Kindle เก่าให้เป็นเครื่องพิมพ์ดีด

แต่ถ้าอยากบ้าไปกว่านั้น ลองเปลี่ยน Kindle เก่าให้เป็นเครื่องพิมพ์ดีดสิ! มีชายชาวอาร์เจนตินา Roni Bandini สร้างโปรเจกต์สุดเพี้ยนนี้ไว้ใน Hackster เขาเรียกตัวเองว่า maker สร้างเครื่องจักรแปลกๆ เพื่อจุดประสงค์กบฏ ช่างจังหวะที่ Amazon เลิกซัพพอร์ตพอดี!

โปรเจกต์นี้เหมาะสำหรับคนที่อยาก เปลี่ยน Kindle เก่าให้เป็นเครื่องพิมพ์ดีด แบบ DIY สุดๆ ดูรายละเอียดเต็มๆ ที่ Hackster page แต่สรุปง่ายๆ คือ:

  • เจลเบรค Kindle ก่อน
  • ติดตั้งซอฟต์แวร์ Kindle Unified Application Launcher (KUAL) และ kterm (เทอร์มินัล GTK ง่ายๆ) ผ่าน sideload
  • เชื่อม Kindle กับ Raspberry Pi ที่ต่อเครื่องพิมพ์ความร้อนขนาดเล็ก (แบบที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตใช้)
  • พิมพ์บนคีย์บอร์ดซอฟต์แวร์ของ Kindle ข้อความจะ buffer ไว้ พอคีย์ Enter สองครั้ง จะส่งไปพิมพ์เลย!

ขั้นตอนเปลี่ยน Kindle เก่าให้เป็นเครื่องพิมพ์ดีดแบบละเอียด

1. เจลเบรค Kindle: ตามガイドในเว็บ kindlemodding.org เสี่ยงแต่值得ลอง
2. ติดตั้ง KUAL และ kterm: ดาวน์โหลดไฟล์แล้ว sideload ผ่าน USB
3. เซ็ตอัพ Raspberry Pi: ติดตั้งซอฟต์แวร์เชื่อมต่อกับ thermal printer เช่น Adafruit TTGO หรือคล้ายๆ
4. เชื่อมต่อทั้งหมด: Kindle ส่งข้อความผ่าน WiFi หรือ USB ไป Pi แล้วพิมพ์
ถ้าคีย์บอร์ดซอฟต์แวร์ช้าเกิน ลองต่อคีย์บอร์ด USB ภายนอกดู นอกจากนี้ยังมี ไฟล์ 3D print สำหรับทำเคสสวยๆ ครอบ Kindle, Pi และ printer ด้วย!

มันมีประโยชน์จริงเหรอ? ไม่เลย! แต่สนุกชิบหาย และอย่างที่ Bandini บอก “คุณค่าของโปรเจกต์ไม่ได้อยู่ที่มันทำอะไร แต่คือการผลักดันขอบเขตของอุปกรณ์ให้เกินกว่าที่มันถูกออกแบบมา” จริงๆ! แถมยังช่วยลด e-waste ไม่ให้เครื่องดีๆ ต้องทิ้งเพราะ Bezos อยากไปอวกาศอีก

ลองทำดูสิ ถ้าสำเร็จ คุณจะมีเครื่องพิมพ์ดีดแย่สุดในโลกที่สวนทาง Amazon ได้แบบเท่ๆ! แชร์ผลงานในคอมเมนต์ด้วยนะ

ที่มา – Stick It to Jeff Bezos by Turning Your Defunct Kindle Into the World’s Worst Typewriter

นี่คือเหตุผลที่ตัวอย่าง Lanterns หายไป

หากคุณกำลังตามดราม่ารอบซีรีส์ Lanterns ของ DC ล่าสุด คงเคยสงสัยว่าทำไม ตัวอย่าง Lanterns ถึงหายไปจากช่อง YouTube ของ HBO Max ชั่วคราว โดยไม่มีคำอธิบายใดๆ แม้แต่จาก James Gunn หัวหน้า DC ที่ชอบโพสต์แชทยาวๆ แฟนๆ หลายคนเดาว่าอาจเกี่ยวกับดราม่าที่ Grant Morrison ตำนานคอมิกส์บ่นเรื่อง Damon Lindelof ผู้สร้างร่วม ที่อธิบายแบบกวนๆ ว่าทำไมชื่อซีรีส์เกี่ยวกับ Green Lantern ถึงไม่มีคำว่า “green”

เหตุผลที่ตัวอย่าง Lanterns หายไป จริงๆ แล้วคืออะไร?

หลังจาก Lindelof ขอโทษ ไปแล้ว การที่ตัวอย่างหายไปก็ยิ่งทำให้คนคิดว่าเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ใช่เลย! Entertainment Weekly เผยว่า เหตุผลที่ตัวอย่าง Lanterns หายไป คือเพราะเพลงที่ใช้ในตัวอย่างเวอร์ชันแรกหมดลิขสิทธิ์แล้ว HBO Max จึงถอดออกชั่วคราวเพื่อเปลี่ยนเป็นเวอร์ชันที่ใช้เพลงได้ถาวร ซึ่งเป็นเรื่องปกติมากสำหรับตัวอย่างหนังและซีรีส์

ตัวอย่างเวอร์ชันใหม่ที่กลับมา มีการสลับเพลง “State Trooper” ของ Bruce Springsteen ออก เป็นเพลง instrumental แทน และยังเผยวันฉายชัดๆ ว่า 16 สิงหาคม อีกด้วย James Gunn ก็ไม่ยอมพลาด โพสต์ทวิตเตอร์เน้นสีเขียวชัดๆ เพื่อแซวดราม่าเรื่องชื่อ

ดราม่ารอบชื่อ Lanterns และอนาคตของ Green Lantern

ซีรีส์ Lanterns เล่าเรื่อง John Stewart (Aaron Pierre) สมาชิกใหม่ และ Hal Jordan (Kyle Chandler) ตำนาน Green Lantern สองตำรวจอวกาศที่สืบคดีฆาตกรรมมืดมนในอเมริกา Kelly Macdonald, Garret Dillahunt, Poorna Jagannathan และ Ulrich Thomsen ร่วมแสดงด้วย John Stewart ยังจะโผล่ใน Man of Tomorrow หนัง Superman ภาคต่อของ Gunn ที่ฉายกรกฎาคม 2027

เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของ DC Universe ใหม่ที่ Gunn กำกับภาพรวม ทำให้แฟนๆ ตื่นเต้นมาก แม้จะมีดราม่าเรื่องชื่อ Lanterns ที่ Lindelof บอกว่าเพื่อหลีกเลี่ยงการสับสนกับ Green Lantern Corps แต่ Grant Morrison มองว่าไม่เคารพมรดกคอมิกส์ สุดท้าย Gunn ก็เคลียร์ด้วยการโพสต์สีเขียวชัดๆ

เหตุผลที่ตัวอย่าง Lanterns หายไป อาจดูธรรมดา แต่แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมบันเทิงมีเรื่องลิขสิทธิ์เพลงซับซ้อนแค่ไหน สิ่งนี้เกิดขึ้นบ่อยกับตัวอย่างหนังใหญ่ๆ เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมาย

  • ตัวอย่างเดิม: ใช้เพลงลิขสิทธิ์ชั่วคราว
  • เวอร์ชันใหม่: เพลง instrumental ถาวร + วันฉาย
  • ผลพลอยได้: Gunn แซวดราม่าได้เนียนๆ

นอกจากนี้ ซีรีส์ Lanterns จะพาเราไปสำรวจมุมมืดของ Green Lantern ในแบบ ground-level mystery ไม่ใช่ space opera แบบเดิม ทำให้สดใหม่น่าติดตาม

ถ้าคุณเป็นแฟน DC อย่าพลาด! ติดตามข่าว Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who เพิ่มเติมได้ที่นี่ สนใจซีรีส์ Lanterns ยังไง คอมเมนต์บอกเลย!

ที่มา – Here’s the Very Normal Reason the ‘Lanterns’ Trailer Disappeared

อีลอน มัสก์ ได้โบนัสถ้าส่ง 1 ล้านคนไปดาวอังคาร

อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้ง SpaceX มีแรงจูงใจใหม่ในการ colonize ดาวอังคาร นอกเหนือจากความฝันอันยิ่งใหญ่ของเขา คณะกรรมการบริษัทกำลังเสนอแพ็กเกจโบนัสสุดหรูเพื่อให้เขามุ่งมั่นกับเป้าหมายสร้างอาณานิคมมนุษย์บนดาวแดงดวงนี้

อีลอน มัสก์ ได้โบนัสถ้าส่ง 1 ล้านคนไปดาวอังคาร

ตามรายงานของ Reuters คณะกรรมการ SpaceX ได้อนุมัติแผนชดเชยสำหรับอีลอน มัสก์ ซึ่งผูกติดกับเป้าหมายสำคัญก่อน IPO ของบริษัท จากเอกสารลงทะเบียนลับที่ยื่นต่อ SEC ซึ่ง Reuters ได้ตรวจสอบ พบว่าแพ็กเกจนี้จะให้หุ้นพิเศษที่มีสิทธิ์โหวตสูง 200 ล้านหุ้น หากบริษัทมีมูลค่าตลาด 7.5 ล้านล้านดอลลาร์ และประสบความสำเร็จในการสร้างอาณานิคมบนดาวอังคารที่มีผู้อยู่อาศัยอย่างน้อย 1 ล้านคน

นอกจากนี้ ยังมีแรงจูงใจเพิ่มเติมอีก 60.4 ล้านหุ้น หาก SpaceX บรรลุเป้าหมายมูลค่าอื่นๆ และดำเนินการศูนย์ข้อมูลบนอวกาศที่มีพลังประมวลผลอย่างน้อย 100 เทราแวตต์

ความฝัน colonize ดาวอังคารของมัสก์

อีลอน มัสก์ฝันถึงอาณานิคมดาวอังคารมานาน โดยก่อตั้ง SpaceX ด้วยวิสัยทัศน์ให้มนุษย์เป็น種พันธุ์ข้ามดาว เขาเคยประกาศแผนส่ง 1 ล้านคนไปดาวอังคารภายในปี 2050 โดยย้ำว่าชะตากรรมของมนุษยชาติขึ้นอยู่กับการมีที่อยู่อาศัยถาวรบนดาวแดง

Starship คือหัวใจของแผนนี้ แต่จรวดยังอยู่ในขั้นพัฒนา มัสก์เคยบอกว่าดวงจันทร์เป็นแค่สิ่งรบกวน แต่ล่าสุดเขาเปลี่ยนแผน โดยบอกว่า SpaceX กำลังโฟกัสสร้างเมืองที่เติบโตเองบนดวงจันทร์ ซึ่งอาจทำได้ในไม่ถึง 10 ปี ขณะที่ดาวอังคารอาจใช้เวลา 20 ปีกว่า

ไทม์ไลน์ที่ทะเยอทะยานนี้อาจทำให้ Starship ล่าช้า ตอนนี้เรื่องอาณานิคม 1 ล้านคนถูกระบุชัดในแพ็กเกจโบนัสของเขา

แผน IPO ของ SpaceX

SpaceX ยื่น IPO ลับเมื่อ 1 เมษายน โดยคาดเปิดตลาดปลายมิถุนายน มูลค่าประมาณ 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ การอนุมัติโบนัสนี้สำหรับบุคคลร่ำรวยที่สุดในโลก อาจเป็นความพยายามรักษาโฟกัสระยะยาวของมัสก์ เป้าหมายมูลค่ายังไม่มีกรอบเวลา หากไม่ถึง เขาจะไม่ได้หุ้นสักหุ้น

มัสก์มีทรัพย์สินราว 773.9 พันล้านดอลลาร์ตาม Forbes หากสำเร็จ เขาจะรวยยิ่งขึ้น นอกจากช่วยมนุษยชาติแล้ว เงินก็เป็นแรงจูงใจชั้นดี

SpaceX กำลังปฏิวัติอุตสาหกรรมอวกาศ ด้วยเทคโนโลยี reusable rocket และแผน Starlink การผูกโบนัสกับ colonize ดาวอังคาร แสดงถึงความมุ่งมั่นที่แท้จริง มันไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่เป็นภารกิจเพื่ออนาคตมนุษย์ หากมัสก์ทำได้ มันจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์

นอกจากนี้ แผนศูนย์ข้อมูลอวกาศยังน่าสนใจ เพราะจะรองรับ AI และการคำนวณมหาศาล ซึ่งเป็นเทรนด์อนาคต SpaceX ไม่ใช่แค่ส่งคนไปอวกาศ แต่สร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่

คุณล่ะ คิดว่าอีลอน มัสก์ จะทำได้ไหม? แผน colonize ดาวอังคารนี้ท้าทาย แต่ด้วยวิสัยทัศน์ของเขา ทุกอย่างเป็นไปได้ ติดตามข่าวสารอวกาศที่นี่เพื่ออัปเดตเพิ่มเติม!

ที่มา – Elon Musk Will Earn a Company Bonus if He Drops a Million Colonists on Mars

เดอะแมนดาโลเรียนและกรูกู เปิดตัวต่ำสุดสตาร์วอร์ส

เดอะแมนดาโลเรียนและกรูกู คือภาพยนตร์สตาร์วอร์สเรื่องแรกที่ลงโรงในรอบเกือบ 7 ปี ความตื่นเต้นและความคาดหวังน่าจะพุ่งทะลุหลังคา แต่ตัวเลขคาดการณ์เปิดตัวสุดสัปดาห์แรกกลับไม่ค่อยสู้ดีนัก จากมุมมองหนึ่ง

เดอะแมนดาโลเรียนและกรูกู เปิดตัวต่ำสุดสตาร์วอร์สในรอบหลายปี

เหลืออีกไม่กี่สัปดาห์ก่อนฉายวันที่ 22 พฤษภาคม Deadline รายงานว่า เดอะแมนดาโลเรียนและกรูกู กำลังติดตามรายได้เปิดตัวกว่า 80 ล้านดอลลาร์ในวันหยุดสุดสัปดาห์เมโมเรียลเดย์ 4 วัน สำหรับภาพยนตร์สตาร์วอร์สสมัยใหม่ตัวเลขนี้ต่ำกว่า หรือใกล้เคียงกับ Solo: A Star Wars Story ปี 2018 ที่เปิดตัว 84 ล้านดอลลาร์ และห่างไกลจากหนังสตาร์วอร์สเรื่องอื่นๆ ระหว่างปี 2015-2019 ที่เปิดตัวสูงถึง 248, 155, 220 และ 177 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม 80 ล้านดอลลาร์นี้จะสูงกว่า Star Wars Episode I: The Phantom Menace (65 ล้าน) และ Episode II: Attack of the Clones (80 ล้าน) แต่หนังเหล่านั้นฉายเมื่อหลายสิบปีก่อน และยังไม่ปรับตามเงินเฟ้อ (Episode III: Revenge of the Sith เปิด 108 ล้านดอลลาร์) และดีกว่า Star Wars: The Clone Wars ปี 2008 ที่เปิดแค่ 14 ล้านดอลลาร์

ปัจจัยที่อาจทำให้เดอะแมนดาโลเรียนและกรูกูพลิกเกม

มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อตัวเลขนี้ เช่น การโปรโมทหลักเพิ่งเริ่มต้นเร็วๆ นี้ จะมีสัมภาษณ์ คลิป วิดีโอไวรัล และอื่นๆ อีกมาก นอกจากนี้ วันที่ 4 พฤษภาคมกำลังใกล้เข้ามา ซึ่งจะมีกิจกรรมสตาร์วอร์สทั่วทุกมุม รวมถึงอีเวนต์ในโรงภาพยนตร์เพื่อโปรโมทหนัง สิ่งเหล่านี้จะกระตุ้นความสนใจให้คนไปโรงแน่นอน

ยังไม่เคยมีใครดูหนังเรื่องนี้ ดังนั้นรีวิวแรกและคำบอกต่อจะสำคัญมาก ถ้าดีก็พุ่ง ถ้าไม่ก็อาจแย่กว่าเดิม

การเปรียบเทียบกับหนังสตาร์วอร์สอื่นๆ อาจไม่แฟร์นัก เพราะ เดอะแมนดาโลเรียนและกรูกู มาจากซีรีส์ Disney+ เป็นหลัก ไม่ใช่แฟรนไชส์หลัก Deadline เปรียบกับหนังอย่าง High School Musical 3 (42 ล้าน), Star Trek 2009 (75 ล้าน) หรือ Hobbs & Shaw (60 ล้าน) ซึ่งเป็นสปินออฟแฟรนไชส์ใหญ่

  • จุดเด่น: มาจากซีรีส์ยอดฮิต Baby Yoda กรูกูดังมาก
  • ความเสี่ยง: สาย TV สู่โรงอาจไม่ดึงดูดเท่า sequel หลัก
  • โอกาส: Marketing สตาร์วอร์สแข็งแกร่ง May the 4th ช่วยได้

ตัวเลขคาดการณ์แรกๆ มักต่ำกว่าความจริง เราคาดว่าอาจเข้าใกล้ 100 ล้านดอลลาร์ตามข่าวลือก่อนหน้า สนุกที่จะดูว่าสตาร์วอร์สกลับสู่จอเงินจะสู้รุ่นพี่ได้ไหม Disney และ Lucasfilm จะพอใจไหม หรือคาดหวังมากกว่านี้ รอติดตามอีกไม่กี่สัปดาห์

คุณคิดว่า เดอะแมนดาโลเรียนและกรูกู เปิดตัวต่ำสุดสตาร์วอร์ส จริงหรือไม่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และอย่าลืมติดตามข่าวภาพยนตร์เพิ่มเติมจากเรา!

ที่มา – ‘The Mandalorian and Grogu’ Is Currently Tracking for the Lowest ‘Star Wars’ Opening in Years

Wizards of the Coast เปิดตัวเกมการ์ดเทรดใหม่

เมื่อพูดถึง Wizards of the Coast และเกมการ์ดเทรด สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคือ Magic: The Gathering (หรือถ้าคุณอายุมากพอ อาจนึกถึงยุคที่พวกเขาพิมพ์การ์ด Pokémon) นั่นคงไม่เปลี่ยนแปลงไปในเร็วๆ นี้ เพราะ Magic ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ครอสโอเวอร์ไปมา แต่สิ่งนี้ไม่ได้หยุดยั้งผู้จัดพิมพ์ในการลองทำอะไรใหม่ๆ สักที

Wizards of the Coast เปิดตัวเกมการ์ดเทรดใหม่

หลังจากความคาดเดาและความลึกลับรอบตัว “redacted” ที่ MagicCon งานสุดสัปดาห์นี้ในลาสเวกัส วันนี้ Wizards ได้เปิดเผยแล้วว่า มันคืออะไร: เกมการ์ดเทรดใหม่ที่พัฒนาโดย Mark Rosewater หัวหน้าดีไซเนอร์ Magic ชื่อ Mood Swings

“ผมคิดค้น Mood Swings ครั้งแรกในปี 1998″ Rosewater บอกกับ io9 และสื่ออื่นๆ ในงานบรีฟฟิ้งทาง Zoom ล่าสุด “และ 28 ปี มาแล้วที่ผมพยายามทำให้เกมนี้เกิดขึ้น”

แฟน Magic อาจคุ้นเคยกับ Mood Swings ในเชิงแนวคิด Rosewater ใช้เวลาสามทศวรรษที่ผ่านมาไม่เพียงแต่พยายามโน้มน้าว Wizards ให้ทำเกมที่ไม่ใช่ Magic แต่ยังแซวผู้เล่นด้วยวิสัยทัศน์ของ TCG ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง “Magic เป็นเกมที่ยอดเยี่ยมมาก แต่ Magic เป็นเกมที่ซับซ้อน […] เราคุยกันใน pit ซึ่งเป็นที่ที่ทีม R&D ของ Magic อยู่ เรื่องความซับซ้อนในเกม บางเกมซับซ้อนจนต้องเล่นหลายครั้งถึงจะเข้าใจ บางเกมเล่นครั้งเดียวก็เข้าใจแล้ว”

ทำไม Wizards of the Coast ถึงเปิดตัวเกมการ์ดเทรดใหม่ Mood Swings

“มันเป็นสเปกตรัม ผมคิดว่า Richard Garfield มีไอเดียอัจฉริยะสามอย่างใน Magic คือ color pie, mana system และแนวคิด TCG ดังนั้นผมมอง TCG แล้วบอกว่า Magic อยู่ฝั่งซับซ้อน แล้วฝั่งตรงข้ามล่ะ?”

ฝั่งตรงข้ามคือ Mood Swings เกมสำหรับ 2-4 คน (ขยายได้) ผู้เล่นโยนอารมณ์ใส่กัน นับคะแนนดูว่าใครมีมากกว่า เกมออกแบบให้จบเร็ว แบบ first-to-three ใช้เวลา 5-10 นาที ลดความซับซ้อนให้เล่นง่ายแต่ยังมีกลยุทธ์สำหรับมือใหม่ TCG

“ผมอยากทำเกมที่เข้าถึงทุกคน” Rosewater กล่าวถึงแนวคิดอารมณ์ “แม่ผมเป็นนักจิตวิทยา สมัยมหาวิทยาลัยผมเขียนละคร Leggo My Ego ที่ตัวละครคืออารมณ์ […] การ์ดแทนสิ่งที่มันเป็น อารมณ์เป็นสากล ทุกคนรู้จักความสุข ความเศร้า ประสบการณ์มนุษย์ เกมนี้เบากว่า Magic“,

Mood Swings ไม่มีระบบทรัพยากรให้ติดตาม; ชุดการ์ดมี rule card เดียวอธิบายทั้งเกม เล่นด้วยเด็คเดียว ตัวเลขใช้ลูกเต๋าแทนเพื่อความง่าย การ์ดแต่ละใบอธิบาย interaction ใน 1-2 ประโยค มีระบบสีกลุ่มอารมณ์ แต่เรียกแค่สี ไม่มีชื่อเฉพาะแบบ color pie ของ Magic—เป็นการยอมรับว่าเป็นผลงานจากทีม Magic นอกจาก artwork ที่ใช้สเก็ตช์จาก Magic เพื่อให้ดูเป็น prototype (อนาคตอาจใช้ art ใหม่)

นี่คือจุดที่ Mood Swings แตกต่างจาก Magic แต่ยังเป็น trading card game—เว้นแต่การเทรดต่างออกไป ไม่มี booster หรือ preconstructed deck ชั่วคราวไม่ขายร้านเกม: ขายผ่าน Secret Lair เท่านั้น แต่กว้างกว่า usual เด็คละ 45 ใบ มี randomization จาก 133 ใบ (23 common/48, 14 uncommon/40, 6 rare/30, 2 mythic/15) ดังนั้น deck building และ trading ยังมีสำหรับคนที่ชอบ

  • เล่นง่าย ไม่ซับซ้อน
  • ธีมอารมณ์ สนุก เบาๆ
  • จบเร็ว 5-10 นาที
  • ราคา $25 ต่อเด็ค

นี่เป็นการทดลองใหญ่ที่สุดของ Wizards ใน TCG นอก Magic มานาน แต่สำหรับ Rosewater มันคือจุดเริ่มต้นของความฝัน “ปกติเซ็ต Magic ผมทำงานล่วงหน้า 3 ปี น่าตื่นเต้นที่ได้เห็นผลงาน แต่ Mood Swings เป็น passion project ตั้งแต่ 1998 ผมไม่ยอมแพ้เพราะเชื่อมั่นสุดใจ Aaron Forsythe บอสผมบอกว่าซูเปอร์พาวเวอร์ผมคือ persistence”

เด็ค Mood Swings วางขาย $25 ตั้งแต่ 1 มิถุนายนทาง Secret Lair อ่านกติกาเต็ม ที่นี่

เกมนี้เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากลอง TCG โดยไม่ยุ่งยาก หรือแฟน Magic ที่อยากพักเบรก ลองเล่นดูสิ รับรองติดใจ! สั่งเลยก่อนหมด!

ที่มา – Wizards of the Coast Is Making a Brand New Trading Card Game

อนิเมะ Kagurabachi ได้พรแอนิเมชันจากสวรรค์

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ความลับที่ทุกคนรู้กันหมดในวงการอนิเมะก็เป็นจริงซะที: Kagurabachi ได้รับอนุมัติทำอนิเมะแล้ว! แฟนๆ ได้ยลทีเซอร์ตัวอย่างสั้นๆ ที่ทำให้ใจเต้นรัว แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือสตูดิโอผู้ผลิตและผู้กำกับที่ทำให้ทุกคนมั่นใจว่าเรื่องนี้จะสุดยอดแน่นอน

อนิเมะ Kagurabachi ได้พรแอนิเมชันจากสวรรค์

จากที่เคยเป็นมีมล้อในเน็ต Kagurabachi กลายเป็นหนึ่งในซีรีส์ต่อสู้ชื่อดังของ Shonen Jump ภายในเวลาแค่ 3 ปี ความดังพุ่งปรี๊ดจนแฟนๆ เริ่มแคสติ้งตัวละครหลักอย่าง Chihiro กันเองซะแล้ว พอทีเซอร์แบบ Marvel Studios ออกมาเมื่อ 27 เมษายน ก็ทะลุล้านวิวบน YouTube และไวรัลทั่วโซเชียลทันที แฟนๆ ต่างเดาว่าสตูดิโอไหนจะมารับโปรเจกต์นี้

ชื่อใหญ่ๆ อย่าง MAPPA ถูกพูดถึงเพียบ เพราะผลงานอย่าง Chainsaw Man พูดได้เอง แต่ที่เซอร์ไพรส์คือสตูดิโอที่แท้จริงคือ Cypic หรือชื่อใหม่ของ CygamesPictures ผู้ทำ The Summer Hikaru Died และอนิเมะเกมแข่งม้าวิรัลอย่าง Umamusume

แปลว่าอนิเมะ Kagurabachi ได้พรแอนิเมชันจากสวรรค์แน่นอน! ถึงทีเซอร์จะสั้นแค่ 45 วินาที แต่แวบๆ การต่อสู้ที่เห็นก็สวยงามสุดๆ ไปเลย

ผู้กำกับ Tetsuya Takeuchi ผู้อยู่เบื้องหลังฉากตำนาน

แต่ที่ทำให้มั่นใจยิ่งขึ้นคือผู้กำกับ Tetsuya Takeuchi รีซูเม่ของเขาน่าทึ่งมาก เคยเป็น key animator ในเรื่องดังๆ อย่าง Bleach, Delicious in Dungeon, Devilman Crybaby, Ghost in the Shell: Standalone Complex, Gunbuster 2: Diebuster, Hunter x Hunter, JoJo’s Bizarre Adventure: Golden Wind และ The End of Evangelion

ที่เด็ดสุดคือเขาเคยทำ key animator ใน Naruto แค่ 7 ตอน แต่รวมถึงตอนที่ 48 ฉาก Rock Lee vs. Gaara สุดตำนาน! ทุก tier list ฉากต่อสู้ที่ดีที่สุดในอนิเมะต้องมีฉากนี้ แม้แต่ฉากใหม่ๆ อย่างใน Jujutsu Kaisen ก็ยังเทียบไม่ติด

ฉากนี้คือฝันของชอนเอ็น: ตัวเอกไร้พลังต่อกรกับตัวร้ายที่ไร้เทียมทานในทัวร์นาเมนต์ (แต่ Rock Lee ก็ไม่ได้ไร้พลังจริงๆ นะ ใครดูก็รู้ช็อตถอดน้ำหนักฝึก)

มันคือ peak shonen และ peak pro wrestling ใครดูตอน Toonami ก็ลืมไม่ลง ใช้เป็นเกณฑ์วัดทุกฉากต่อสู้อนิเมะหลังจากนั้นเลย

แฟนๆ ไม่ใช่คนเดียวที่ตื่นเต้น ผู้สร้าง Kagurabachi Takeru Hokazono ที่เท่เรื่องป๊อปคัลเจอร์และเกม ก็ออกแถลงใน Shonen Jump ว่าภูมิใจมากที่มี Takeuchi มากำกับ

“ฉาก Rock Lee vs Gaara ใน Naruto มังงะเจ๋งอยู่แล้ว แต่เวอร์ชันอนิเมะเท่สุดๆ ผู้ที่ทำให้เกิดฉากนั้นคือผู้กำกับของเราเลย” Hokazono เขียน

Takeuchi เองก็บอก “ไม่นึกว่าจะได้กำกับอนิเมะดัง Shonen Jump หลังจากเป็น newbie ใน Naruto… ชีวิตไม่แน่นอนจริงๆ”

“Kagurabachi คิดถึงดาบคาตานะ! ดาบเพียบ ตัวละครเท่ ดราม่าจัด จะพยายามถ่ายทอดให้แฟนมังงะและคนใหม่สนุกทั้งคู่”

มังงะ Kagurabachi มีฉากความเร็วเท่สุดในวงการแล้ว Takeuchi กับ Cypic จะทำได้ไหม? แต่เรามั่นใจว่าอนิเมะ Kagurabachi ได้พรแอนิเมชันจากสวรรค์จริงๆ จะเป็นอนิเมะระดับตำนานตอนออกเมษายนหน้าแน่!

คุณคิดยังไงกับทีเซอร์นี้? คอมเมนต์บอกเลย แล้วอย่าลืมติดตามข่าวอนิเมะเรื่องอื่นๆ นะ!

ที่มา – The ‘Kagurabachi’ Anime Has the Animation Mandate From Heaven

ดิสนีย์เตรียมทำไลฟ์แอคชั่น Casper อีกครั้ง

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ แฟนหนังและซีรีส์! วันนี้มีข่าวร้อนมาบอกกันแบบเป็นกันเองเลยนะคะ โดยเฉพาะเรื่อง ดิสนีย์เตรียมทำไลฟ์แอคชั่น Casper อีกครั้ง ที่แฟนๆ ผีเด็กน่ารักรอคอยมานาน ในยุคที่ Disney+ กำลังปั้นคอนเทนต์ไลฟ์แอคชั่นสุดฮิตอย่าง Pinocchio หรือ The Little Mermaid กันสนุกๆ ล่าสุดมีรายงานว่าดิสนีย์กำลังพัฒนาซีรีส์ทีวีไลฟ์แอคชั่นจาก Casper the Friendly Ghost ตัวการ์ตูนสุดคลาสสิก!

ดิสนีย์เตรียมทำไลฟ์แอคชั่น Casper อีกครั้ง

ตามรายงานจาก Deadline ดิสนีย์กำลังสานฝันแฟนๆ ด้วยโปรเจกต์ซีรีส์ไลฟ์แอคชั่น ดิสนีย์เตรียมทำไลฟ์แอคชั่น Casper อีกครั้ง บนแพลตฟอร์ม Disney+ โดยมีโปรดิวเซอร์รุ่นใหญ่ Steven Spielberg มาร่วมงาน! นอกจากนี้ยังมี Rob Letterman และ Hilary Winston จาก Goosebumps (2023) มาดูแลสคริปต์และโชว์รันเนอร์ด้วยนะคะ ซีรีส์เรื่องนี้ถูกอธิบายว่าเป็น “การอัปเดตสมัยใหม่ของเรื่องผีคลาสสิก” ที่จะมี “ดาร์กเอจ” คล้ายกับ Wednesday ที่นำเสนอ Addams Family ในมุมมืดมน น่าติดตามสุดๆ เลย!

Casper เดิมทีเป็นการ์ตูนผีเด็กใจดีที่ออกอากาศครั้งแรกตั้งแต่ปี 1945 และเคยถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ไลฟ์แอคชั่นปี 1995 ที่นำแสดงโดย Christina Ricci ซึ่งประสบความสำเร็จมาก การกลับมาครั้งนี้ในรูปแบบซีรีส์น่าจะเพิ่มความลึกซึ้งให้ตัวละครผีน้อยคนนี้ได้ดีทีเดียวค่ะ ยังไม่มีรายละเอียดนักแสดงหรือวันฉาย แต่แค่ชื่อ Spielberg มาก็การันตีคุณภาพแล้ว!

อัปเดตข่าวหนังอื่นๆ ที่น่าติดตาม

นอกจาก ดิสนีย์ Casper ไลฟ์แอคชั่น แล้ว ยังมีข่าวเด็ดอื่นๆ จากวงการภาพยนตร์ด้วยนะคะ

  • Bryce Dallas Howard เข้าร่วม Anything But Ghosts กำกับโดย Curry Barker – หนังผีแนวใหม่ที่น่าจับตา!
  • สคริปต์ James Bond ภาค 26 โดย Steven Knight ยังไม่พร้อม Amazon MGM Studios เริ่มหงุดหงิดแล้วล่ะค่ะ Denis Villeneuve อาจต้องรอนาน
  • Disclosure Day ปล่อยภาพเอเลี่ยนหัวใหม่! ได้เรท PG-13 สำหรับความรุนแรงและภาษาแรงๆ
  • Liminal Horror Backrooms และ Violent Night 2 ได้เรท R เหตุผลเดียวกัน: ภาษาและความรุนแรงเลือดสาด
  • Mortal Kombat II คลิปใหม่ Karl Urban (Johnny Cage) โชว์ Saturn Award กับ Adeline Rudolph (Kitana) สุดมันส์!

ด้าน Gen V ที่ถูกยกเลิก Eric Kripke บอกว่าสตอรี่จากซีซั่น 3 อาจไปอยู่ใน Vought Rising หรือสปินออฟอื่นๆ ในจักรวาล The Boys ได้นะคะ เขายังยืนยันว่าไม่ได้ยกเลิกเอง และหวังจะนำตัวละครอย่าง Marie กลับมา!

Star Trek: Strange New Worlds ซีซั่น 4 มีภาพใหม่ Una Chin-Riley, La’an Noonien-Singh และ Erica Ortegas สวยหล่อครบทีม Ghosts ตอน Polar Opposites (14 พ.ค.) Sam จะได้ผจญภัยกับเหล่าผีเพื่อช่วย Woodstone เป็นที่ถ่ายหนังฮอลลีวูด สุดป่วน!

Monarch: Legacy of Monsters ฟินาเล่ Kurt Russell และ Mari Yamamoto หนีฝูงแมลงยักษ์คล้ายหนอน!

ทำไมดิสนีย์ Casper ไลฟ์แอคชั่นถึงน่าตื่นเต้น

ในยุคที่ไลฟ์แอคชั่นรีเมคกำลังมาแรง การนำ Casper มาทำใหม่ในสไตล์ดาร์กแบบ Wednesday จะทำให้เรื่องราวผีเด็กกลายเป็นมากกว่าแค่คอมเมดี้หวานๆ แต่เพิ่มดราม่าและความลึกลับเข้าไป สมัยนี้แฟนๆ ชอบคอนเทนต์ที่ผสมผสานความน่ารักกับความสยองได้ดี ถ้าทำออกมาดี Disney+ จะมีอีกหนึ่งฮิตแน่นอนค่ะ

เพื่อนๆ คิดยังไงกับโปรเจกต์นี้บ้าง? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะคะ หรืออยากเห็น Casper คู่กับตัวละครไหน? ติดตามอัปเดตข่าวหนัง Marvel, Star Wars, Star Trek และ DC ได้ที่นี่เลย สนุกแน่นอน!

ที่มา – Disney Is Going to Try and Make Live-Action ‘Casper’ Happen Again

ในหลวง-พระราชินี ทรงร่วมพิธีสรรเสริญ ขอบคุณพระเจ้า วันคล้ายวันพระราชสมภพ กษัตริย์สวีเดน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้เรามีข่าวดีจากแวดวงราชสำนักที่แสนจะน่าประทับใจมาอัปเดตกัน ในหลวง-พระราชินี ทรงร่วมพิธีสรรเสริญ ขอบคุณพระเจ้า วันคล้ายวันพระราชสมภพ กษัตริย์สวีเดน เป็นกิจกรรมที่เต็มไปด้วยความสง่างามและมิตรภาพระหว่างสองราชอาณาจักร ใครที่ติดตามข่าวบันเทิงและราชวงศ์ต่างประเทศอย่างเรา คงตื่นเต้นไม่น้อยกับภาพพระราชพิธีสุดอลังการนี้

ในหลวง-พระราชินี ทรงร่วมพิธีสรรเสริญ ขอบคุณพระเจ้า วันคล้ายวันพระราชสมภพ กษัตริย์สวีเดน

เมื่อวันที่ 30 เมษายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระราชวังหลวงกรุงสตอกโฮล์ม เพื่อทรงร่วมพิธีสรรเสริญและขอบคุณพระเจ้า ณ วิหารหลวง ที่นั่นพระองค์ทรงทอดพระเนตรพิธีเปลี่ยนเวรยามของทหารรักษาพระองค์ และการขับร้องประสานเสียงถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดน อย่างใกล้ชิด ภาพเหล่านี้ช่างงดงาม สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างประเทศไทยและสวีเดน

การเสด็จเยือนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรสวีเดน ระหว่างวันที่ 29 เมษายน ถึง 2 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 ตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟ เพื่อทรงร่วมงานพระราชพิธีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 80 พรรษา พระองค์ทรงครองราชย์มาตั้งแต่ปี 2516 หรือกว่า 50 ปีแล้วนะครับ ถือเป็นกษัตริย์ที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สวีเดนสมัยใหม่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงร่วมพิธีสรรเสริญและขอบคุณพระเจ้า ณ วิหารหลวง กรุงสตอกโฮล์ม

ความสำคัญของพระราชพิธีและความสัมพันธ์ไทย-สวีเดน

พิธีสรรเสริญและขอบคุณพระเจ้าในวิหารหลวงของสวีเดน เป็นประเพณีเก่าแก่ที่แสดงถึงความศรัทธาและความกตัญญูต่อพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งกษัตริย์สวีเดนทรงเข้าร่วมทุกปี แต่ครั้งนี้พิเศษเพราะมีพระมหากษัตริย์ไทยร่วมด้วย มันเหมือนเป็นสัญญาณของ soft power ไทยที่แผ่ขยายไปทั่วโลก โดยเฉพาะในยุคที่ entertainment และ tech กำลังบูม สวีเดนเองก็เป็นดินแดนแห่งนวัตกรรม เช่น Spotify, IKEA และ Volvo ที่เราคุ้นเคย ถ้าการเยือนครั้งนี้ช่วยกระชับความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและวัฒนธรรม ก็น่าจะเกิดประโยชน์มหาศาลต่อไทยแน่นอน

  • ประวัติสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟ: ประสูติปี 2489 ขึ้นครองราชย์ปี 2516 ทรงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสวีเดนให้เป็น welfare state ที่ทันสมัย
  • กำหนดการเพิ่มเติม: นอกจากพิธีหลัก ยังมีรับรองและเยี่ยมชมสถานที่สำคัญในสตอกโฮล์ม
  • ภาพประกอบ: ภาพพระองค์ทั้งสองพระองค์ทรงยิ้มแย้ม ท่ามกลางขบวนทหารและคณะร้องเพลง สวยงามมาก!

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงร่วมพิธีสรรเสริญ กรุงสตอกโฮล์ม

จากมุมมองของผมที่ติดตามข่าวราชวงศ์และเทรนด์โลกมานาน การเสด็จเยือนแบบนี้ไม่ใช่แค่พิธีการ แต่เป็น diplomacy ในรูปแบบใหม่ ที่ผสมผสาน tradition กับ modern tech เช่น การถ่ายทอดสดผ่านโซเชียลมีเดีย ทำให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ในอนาคต เราอาจเห็นความร่วมมือไทย-สวีเดนใน AI หรือ green tech มากขึ้น ใครที่สนใจ entertainment ข้ามชาติ เรื่องแบบนี้คือตัวอย่างที่ดีเลย

สุดท้ายนี้ เชิญชวนทุกท่านติดตามข่าวอัปเดตการเสด็จเยือนต่อไป และแชร์ความรู้สึกของเพื่อนๆ กันในคอมเมนต์นะครับ! ไทยเรามี soft power ที่ใครๆ ก็ชื่นชม

ที่มา – ในหลวง-พระราชินี ทรงร่วมพิธีสรรเสริญ ขอบคุณพระเจ้า วันคล้ายวันพระราชสมภพ กษัตริย์สวีเดน