ผู้เขียน: lalika69_admin

ถอดรหัส ‘ทีมชัชชาติ’ ส่งสัญญาณรบ กางสมุดพก 4 ปี วัดพลังรักษาแชมป์สนามผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2

สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่ติดตามข่าวสารการเมืองและเทคโนโลยีในกรุงเทพฯ อย่างผมเอง! วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องร้อนๆ กันแบบเป็นกันเอง ถอดรหัส ‘ทีมชัชชาติ’ ส่งสัญญาณรบ กางสมุดพก 4 ปี วัดพลังรักษาแชมป์สนามผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2 กันเถอะ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ที่หลายคนชื่นชอบ ยังไม่ประกาศลงสมัครชัดเจน แต่ทีมของเขากลับเคลื่อนไหวบนโซเชียลแบบไม่ยั้ง โดยเฉพาะเพจ ‘ทีมชัชชาติ’ ที่เริ่มโพสต์ผลงาน 4 ปีแบบถี่ยิบตั้งแต่ 17 เมษายน เป็นการรวมทีมเก่า-ใหม่ เพื่อกางสมุดพกผลงาน สร้างฐานเสียงก่อนเลือกตั้งเต็มตัว

ยุทธศาสตร์แรกที่เด็ดมากคือการปฏิวัติทางเท้า! จากทางเท้าเก่าๆ ที่น้ำขังง่าย ทีมชัชชาติอัปเกรดด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก (Wiremesh) ใต้กระเบื้อง และยางมะตอยพรุนรอบต้นไม้ ระบายน้ำดี เดินสบาย แถมวางแผน First Mile-Last Mile รอบสถานีรถไฟฟ้า 44 แห่งแล้ว ทำให้กรุงเทพฯ เดินได้ เดินดีจริงๆ นะครับ

สงครามความโปร่งใส รื้อระบบราชการด้วย ‘ดิจิทัล’

เข้าสู่โหมดเทคโนโลยีที่ผมชอบสุดๆ! ทีมชัชชาติต่อสู้คอร์รัปชันด้วย Digital Government แบบจับต้องได้ เช่น แอป BMAOSS ขออนุญาตออนไลน์ 24 ชม. ลดดุลพินิจเจ้าหน้าที่ เว็บ Open Contracting เปิดข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง มี Red Flag ตรวจผิดปกติ และร่างข้อบัญญัติรีโนเวตอาคารเก่า ลดช่องโหว่เรียกสินบน โปร่งใสสุดๆ ครับ

‘ไม่เทรวม’ และ ‘BMA 5.0’ เมื่อเมืองขับเคลื่อนด้วย Data

ด้านสิ่งแวดล้อม โครงการ ‘ไม่เทรวม’ ลดขยะฝังกลบ 1,000 ตัน/วัน ประหยัด 2 ล้านบาท/วัน ด้วยแอป BKK Waste Pay ลดค่าธรรมเนียมถ้าแยกขยะถูก แปลงกรุงเทพฯ เป็น ‘เมืองในมือถือ’ ด้วย Traffy Fondue (1 ล้านเคสแล้ว) BKK Active จองสนามออนไลน์ Bike Sharing 2.7 แสนทริป Data ขับเคลื่อนเมืองจริง!

Next Learn สร้างทักษะ สร้างงาน สร้างโอกาส

ลงทุนคนด้วย Next Learn เปลี่ยนศูนย์ฝึกอาชีพเป็นมาตรฐาน UNESCO ร่วม Microsoft Google สอน Next Skills (AI, EV) และ Next Jobs กับ The Coffee Club รพ.สัตว์ทองหล่อ เรียนจบมีงานทำทันที เทรนด์อนาคตที่กรุงเทพฯ นำ!

ถอดรหัส ‘ทีมชัชชาติ’ ส่งสัญญาณรบ กางสมุดพก 4 ปี วัดพลังรักษาแชมป์สนามผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2

การโพสต์ผ่าน openpolicy.bangkok.go.th คือยุทธศาสตร์เจ๋ง สร้างความเชื่อมั่น ส่งสัญญาณคู่แข่งว่าทีมแข็งแกร่ง มีเทคโนโลยีรองรับ ถอดรหัส ‘ทีมชัชชาติ’ ส่งสัญญาณรบ กางสมุดพก 4 ปี วัดพลังรักษาแชมป์สนามผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2 ชัดเจนว่าพร้อมไปต่อ

ในฐานะคนที่ติดตามเทคโนโลยีและการเมือง มองว่าเทรนด์ Digital Government แบบนี้คืออนาคตของเมืองใหญ่ ลองใช้แอป Traffy Fondue รายงานปัญหากรุงเทพฯ ดูสิครับ จะเห็นการเปลี่ยนแปลงจริง! คุณคิดยังไงกับผลงานทีมชัชชาติ คอมเมนต์บอกกันหน่อย แล้วติดตามอัปเดตเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สมัยหน้าได้ที่นี่เลย

ที่มา – ถอดรหัส ‘ทีมชัชชาติ’ ส่งสัญญาณรบ กางสมุดพก 4 ปี วัดพลังรักษาแชมป์สนามผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2

นักเขียน Mortal Kombat II อยากให้ Mortal Kombat III ดีกว่าเดิม

Mortal Kombat II 本该去年上映,但华纳兄弟在审片时发现了两件事:一是这部电影有成为夏季大片的潜力,二是他们想立刻启动续集。工作室对Mortal Kombat II如此满意,以至于在第二部尚未上映前,就请回了编剧Jeremy Slater来撰写Mortal Kombat III,目前工作进展顺利。

นักเขียน Mortal Kombat II อยากให้ Mortal Kombat III ดีกว่าเดิม

Jeremy Slater นักเขียนของ Mortal Kombat II เผยในบทสัมภาษณ์กับ io9 ว่า “ผมเพิ่งเสร็จสิ้นร่างแรกที่โยนไอเดียทุกอย่างใส่ไปเลย เหมือนที่ทำในภาคสอง” เขาอธิบายกระบวนการทำงานร่วมกับ Dave Neustadter จาก New Line และโปรดิวเซอร์ Todd Garner ที่ช่วยกันคัดเลือกไอเดียดีๆ

ตอนนั้น Mortal Kombat II ยังไม่ได้ฉาย แต่ตอนนี้แฟนๆ เริ่มดูและตอบรับแล้ว ทำให้ Slater สามารถปรับ Mortal Kombat III ให้ดียิ่งขึ้น “นักเขียน Mortal Kombat II อยากให้ Mortal Kombat III ดีกว่าเดิม โดยใช้ feedback จากแฟนๆ มาพัฒนา” เขากล่าว

บทเรียนจากภาคสองสู่ภาคสาม

Slater กำลังเขียนร่างสุดท้ายอยู่ที่ 2 ใน 3 แล้ว โดยนำบทเรียนจากภาคแรกมาทำภาคสองให้ดีขึ้น และตอนนี้ใช้ปฏิกิริยาจากภาคสองมาทำภาคสามให้เป็นสุดยอด “เรารู้แล้วว่าอะไรที่แฟนชอบทางโทนเรื่อง ตัวละครไหนที่พวกเขาอยากเห็นเพิ่มในภาคสาม”

นี่คือเหตุผลที่ Mortal Kombat II มีศักยภาพเป็นบล็อกบัสเตอร์ใหญ่ ด้วยนักแสดงอย่าง Karl Urban ในบท Johnny Cage และการวางแผนล่วงหน้าสำหรับภาคต่อ

ทีมงานและอนาคตของจักรวาล Mortal Kombat

  • Jeremy Slater: รับผิดชอบบทภาพยนตร์ทั้งสองภาค
  • Todd Garner: โปรดิวเซอร์หลัก
  • Dave Neustadter: ผู้บริหาร New Line

พวกเขาทำงานร่วมกันเพื่อให้ Mortal Kombat III สมบูรณ์แบบ Slater ย้ำว่าเป้าหมายคือทำภาคสามให้ดีที่สุด แม้การตัดสินใจสุดท้ายจะขึ้นกับผู้กำกับ แต่เขาพร้อมมอบเครื่องมือทุกอย่าง

Mortal Kombat II เข้าฉาย 8 พฤษภาคม 2025 เราจะมีรีวิวและสัมภาษณ์เพิ่มเติมจาก Slater ในสัปดาห์หน้า

จักรวาล Mortal Kombat กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว หลังจากภาคแรกประสบความสำเร็จ Warner Bros. มองเห็นโอกาสในการสร้างแฟรนไชส์ระยะยาว นักเขียน Mortal Kombat II อยากให้ Mortal Kombat III ดีกว่าเดิม โดยผสมผสานแอคชั่นดุเดือด ตัวละครไอคอนิกอย่าง Scorpion, Sub-Zero และ Johnny Cage ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

แฟนๆ ตื่นเต้นกับトレลเลอร์ล่าสุดที่ Johnny Cage ก้าวขึ้นมาเป็นตัวเอกหลัก การนำ feedback จากโซเชียลมีเดียมาปรับ เช่น ตัวละครที่แฟนรักหรือฉาก fatality สุดโหด จะทำให้ภาคสามโดดเด่น

นอกจากนี้ ยังมีข่าวลือเรื่องตัวละครใหม่ๆ จากเกมต้นฉบับที่อาจปรากฏ เช่น Kitana หรือ Baraka ซึ่งจะเพิ่มความหลากหลายให้เรื่องราว

หากคุณเป็นแฟน Mortal Kombat อย่าพลาดภาคสอง และเตรียมตัวรอภาคสามที่สัญญาว่าจะยกระดับไปอีกขั้น สุดยอดแฟรนไชส์เกมสู่จอเงินกำลังจะระเบิดฟอร์ม!

ติดตามข่าวสารภาพยนตร์แอคชั่นและเกมอ adaptation ได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด

ที่มา – The Writer of ‘Mortal Kombat II’ Wants ‘Mortal Kombat III’ to Be Even Better

ทบ.-ตร. รับ 635 คนไทยฝั่งปอยเปตกลับประเทศ คัดกรองเข้มแยกเหยื่อ-สแกมเมอร์ เผยตัวเลขคนไทยยังติดค้างเกือบหมื่นคน

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ วันนี้ผมมีข่าวดีมาอัปเดตให้ฟังกันแบบเป็นกันเองเลยนะ เรื่องที่กำลังเป็นกระแสเดือดๆ ในโซเชียล นั่นคือ ทบ.-ตร. รับ 635 คนไทยฝั่งปอยเปตกลับประเทศ คัดกรองเข้มแยกเหยื่อ-สแกมเมอร์ เผยตัวเลขคนไทยยังติดค้างเกือบหมื่นคน ครับ! ถ้าคุณเป็นคนชอบติดตามข่าวบันเทิงและเทคโนโลยี โดยเฉพาะดราม่าออนไลน์หรือสแกมเมอร์ที่ใช้เทคฯ หลอกลวงคนไทย เรื่องนี้ต้องอ่านให้จบนะ เพราะมันเชื่อมโยงกับปัญหา call center scam ที่เราเห็นกันบ่อยๆ ในข่าวเทคและเอ็นเตอร์เทนเมนต์

ทบ.-ตร. รับ 635 คนไทยฝั่งปอยเปตกลับประเทศ คัดกรองเข้มแยกเหยื่อ-สแกมเมอร์ เผยตัวเลขคนไทยยังติดค้างเกือบหมื่นคน

จากข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 30 เมษายน พล.ต. วรเวช วนมงคล ผู้อำนวยการสำนักวิเทศสัมพันธ์ กรมข่าวทหารบก เล่าว่าการรับคนไทยกว่า 635 คนที่ถูกจับจากตึก F13 ฝั่งปอยเปต กัมพูชา ถือเป็นสัญญาณดีของความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาเลยครับ ทุกอย่างดำเนินการตามถ้อยแถลงร่วม ใช้กลไกทูตทหาร ร่วมกับกองทัพบก ตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อให้ชายแดนกลับสู่ปกติ เสริมความมั่นคง และปราบอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะสแกมออนไลน์ที่ใช้เทคโนโลยีล้ำๆ อย่าง AI สร้าง deepfake หรือแชทบอทหลอกเหยื่อ

ส่วนพล.ต.ต. ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รอง ผบช.ภ.2 บอกว่าทุกครั้งที่ส่งคนไทยกลับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทีมสหวิชาชีพ กระทรวงพัฒนาสังคม กระทรวงแรงงาน รวมพลังคัดกรองแบบเข้มข้น แยกให้ชัดระหว่าง ‘เหยื่อ’ ที่ถูกหลอกไปทำงาน กับ ‘สแกมเมอร์ตัวจริง’ ที่ตั้งใจไปโกงคนอื่น ปัญหานี้เรื้อรังมานานกว่า 2 ปีแล้วนะเพื่อนๆ ผมในฐานะคนติดตามเทค มองว่ามันเชื่อมโยงกับแอปพลิเคชันและเว็บพนันออนไลน์ที่ล่อใจวัยรุ่นด้วยรายได้สูง แต่สุดท้ายกลายเป็นกับดักดิจิทัล

คัดกรองอย่างไร? 72 คำถามแยกเหยื่อ-ผู้กระทำผิด

เจ๋งมากเลยครับ ตำรวจใช้คำถามถึง 72 ข้อในการสกรีน! ล่าสุดปรับรูปแบบใหม่ให้แยกกลุ่มชัดๆ เช่น กลุ่มสแกมเมอร์ เว็บพนัน และแม้แต่ประเด็นทางเพศ จาก 635 คน พบคนมีประวัติอาชญากรรม 1 ราย และถูกแจ้งความออนไลน์ 6 ราย จะดำเนินคดีเต็มที่ ส่วนเหยื่อที่ถูกหลอก แนะนำให้ร้องขอช่วยเหลือผ่านสถานทูตไทยหรือ NGOs ทันที อย่ารอช้า!

  • เหยื่อ: ถูกหลอกด้วยโฆษณางานรายได้ดีในเฟซบุ๊กหรือ TikTok
  • สแกมเมอร์: รู้ตัวว่าทำผิด ใช้ VPN และคริปโตซ่อนตัว
  • เทรนด์เทค: สแกมเหล่านี้พัฒนาเร็วมาก ใช้ AI แปลภาษาเรียลไทม์หลอกคนไทย

ที่น่าตกใจคือ ยังมีคนไทยติดค้างในกัมพูชาอีกเกือบ 10,000 คน! จากการประเมินก่อนหน้านี้ 8,000-9,000 คน กลุ่มเดียวกับชุดนี้เลยครับ มันสะท้อนปัญหาใหญ่ของยุคดิจิทัล ที่งานออนไลน์ล่อใจแต่เสี่ยงสูง

มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: สแกมเมอร์ปอยเปตกับเทคโนโลยี

จากประสบการณ์ติดตามข่าวเทคมาหลายปี ผมเห็นว่าปัญหาสแกมปอยเปตไม่ใช่แค่งานผิดกฎหมาย แต่เป็น ‘อาณาจักรเทคคริม’ ที่มี server ใหญ่ ใช้ blockchain ฟอกเงิน และ botnet สแปมเมล ล่าสุดทางการไทย-กัมพูชาเข้มงวดขึ้น ถือเป็นเทรนด์บวกในปี 2026 ที่หน่วยงานความมั่นคงใช้ big data วิเคราะห์พฤติกรรมสแกมเมอร์ได้แม่นยำกว่าเดิม

เพื่อนๆ ที่ชอบเล่นเกมออนไลน์หรือติดตาม influencer ต้องระวังนะ อย่าหลงเชื่อโฆษณางาน remote สูงๆ โดยไม่เช็ค ถ้าถูกหลอก รีบแจ้งตำรวจไซเบอร์เลย!

คำแนะนำจากผม: ในยุคที่สแกมใช้เทคฯ ล้ำหน้า ประชาชนต้องฉลาดดิจิทัล ใช้เครื่องมืออย่าง Google Reverse Image Search เช็ครูปโฆษณา หรือ app ตรวจสอบงานปลอม สุดท้าย อย่าให้ตัวเองกลายเป็นเหยื่อหรือผู้กระทำผิด ช่วยกันสร้างสังคมออนไลน์ที่ปลอดภัยดีกว่า!

ที่มา – ทบ.-ตร. รับ 635 คนไทยฝั่งปอยเปตกลับประเทศ คัดกรองเข้มแยกเหยื่อ-สแกมเมอร์ เผยตัวเลขคนไทยยังติดค้างเกือบหมื่นคน

Pixar เปลี่ยน Tim Allen ใน Lightyear ไม่น่าอึดอัด

เรื่องราวของภาพยนตร์ Lightyear ยังคงเป็นปริศนาที่น่าคิดสำหรับแฟน ๆ Pixar มาจนถึงทุกวันนี้ แม้จะผ่านไป 4 ปีแล้วก็ตาม มันเล่าเรื่องต้นกำเนิดของ Buzz Lightyear ในฐานะนักผจญภัยอวกาศตัวจริง ไม่ใช่ของเล่นจาก Toy Story ที่เรารู้จักกันดี แต่เป็นมนุษย์แอนิเมชันที่เป็นแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ สร้างของเล่นนั้นขึ้นมา

ด้วยคอนเซ็ปต์ที่ซับซ้อนแบบนี้ Lightyear จึงไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร จนหลายคนลืมไปแล้วว่า Pixar ตัดสินใจ Pixar เปลี่ยน Tim Allen ใน Lightyear ไม่น่าอึดอัด อย่างที่หลายคนคิด โดยเลือก Chris Evans หรือ Captain America มารับบท Buzz เวอร์ชันหนุ่มแน่นแทน

Pixar เปลี่ยน Tim Allen ใน Lightyear ไม่น่าอึดอัด อย่างที่ Andrew Stanton เล่า

ในบทสัมภาษณ์ล่าสุดกับ Entertainment Weekly Andrew Stanton ผู้กำกับ Toy Story 5 และผู้บริหาร Pixar ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ เขาบอกว่าพวกเขาคุยกับ Tim Allen ตั้งแต่แรก ก่อนและหลังจากทำ Lightyear เสร็จ “เขามืออาชีพมากกว่าที่คนคิด เขาอยู่ในวงการมานาน รู้ว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ เราบอกชัดเจนว่านี่ไม่เกี่ยวกับ Buzz ของเล่นตัวนั้น Buzz จะเป็นของคุณเสมอ จนกว่าจะทำไม่ได้” Stanton กล่าว

มันแสดงให้เห็นว่า Pixar เปลี่ยน Tim Allen ใน Lightyear ไม่น่าอึดอัด จริง ๆ Tim Allen เองก็เคยให้สัมภาษณ์ในปี 2022 ว่า “ทีมใหม่นี้ไม่เกี่ยวข้องกับหนังเรื่องแรก ๆ มันเป็นเรื่องดี แต่ไม่มี connection กับของเล่น Buzz เลย ผมไม่รู้ แต่มันไม่มีอะไรเชื่อมโยง” เขายอมรับแบบสบาย ๆ

ทำไม Pixar ถึงเปลี่ยน Tim Allen ใน Lightyear

เหตุผลหลักคือ Buzz ใน Lightyear เป็นเวอร์ชันมนุษย์อายุน้อยกว่า ไม่ใช่ของเล่นจอมขี้เล่นที่ Tim Allen พากย์มาตั้งแต่ปี 1995 Chris Evans เหมาะกับบทฮีโร่หนุ่มไฟแรงกว่า การตัดสินใจนี้ช่วยให้เรื่องราว origin สดใหม่ แต่ก็ทำให้แฟน ๆ สับสนและผิดหวังอยู่ดี

ย้อนดูประวัติ Buzz Lightyear ในจักรวาล Toy Story Tim Allen ทำให้ตัวละครนี้มีเอกลักษณ์ด้วยวลี “To infinity and beyond!” ที่ติดหูทั่วโลก Pixar เองก็เคยมีหนังที่ล้มเหลว แต่พวกเขาก็ฟื้นตัวได้เสมอ เหมือน Lightyear ที่แม้บ็อกซ์ออฟฟิศไม่ดี แต่ก็มีแฟนคลับชื่นชอบด้านเทคนิคแอนิเมชัน

  • Lightyear สำรวจธีมเวลาและ relativity อย่างลึกซึ้ง
  • Chris Evans นำเสนอ Buzz ที่จริงจังและพัฒนาตัวเอง
  • แต่ขาดเสน่ห์ขี้เล่นของ Tim Allen

ตอนนี้ Tim Allen กำลังกลับมาพากย์ Buzz ใน Toy Story 5 ที่จะฉาย 19 มิถุนายนนี้ แฟน ๆ รอคอยการกลับมาของ Buzz ของเล่นตัวโปรดแน่นอน

นอกจากนี้ Pixar ยังมีโปรเจกต์อื่น ๆ ที่น่าติดตาม เช่น การขยายจักรวาล Toy Story ให้กว้างขึ้น การตัดสินใจ Pixar เปลี่ยน Tim Allen ใน Lightyear ไม่น่าอึดอัด สอนให้เราเห็นว่า สตูดิโอมืออาชีพอย่าง Pixar จัดการเรื่องภายในได้ดีแค่ไหน

คุณคิดยังไงกับการเปลี่ยนนักพากย์นี้? คอมเมนต์บอกเราด้วยนะ และอย่าลืมติดตามข่าว Pixar และ Disney เพิ่มเติมที่นี่!

ที่มา – Pixar Wants You to Know That Replacing Tim Allen on ‘Lightyear’ Wasn’t as Uncomfortable as You’d Think

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ รับลูก สส. สางปมเรื้อรังขยะอ่อนนุช งัดเทคโนโลยี E-Nose คุมกลิ่น พร้อมลุยจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมขยะ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องข่าวร้อนที่หลายคนในกรุงเทพฯ กำลังให้ความสนใจ นั่นคือ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ รับลูก สส. สางปมเรื้อรังขยะอ่อนนุช งัดเทคโนโลยี E-Nose คุมกลิ่น พร้อมลุยจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมขยะ ซึ่งเป็นประเด็นที่สะสมมานาน แต่ตอนนี้ กทม. กำลังลุยแก้ไขแบบจริงจัง โดยใช้เทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง E-Nose มาช่วย ผมที่ติดตามเรื่องสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีมานาน บอกเลยว่านี่คือก้าวสำคัญสู่กรุงเทพฯ แบบ Smart City จริงๆ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ รับลูก สส. สางปมเรื้อรังขยะอ่อนนุช งัดเทคโนโลยี E-Nose คุมกลิ่น พร้อมลุยจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมขยะ

เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ชี้แจงความคืบหน้าต่อปัญหาโรงกำจัดขยะอ่อนนุช ที่ สส. กรุงเทพฯ หยิบยกขึ้นมาหารือ ชัชชาติยอมรับตรงๆ ว่าปัญหานี้เรื้อรังมานาน แต่ กทม. ไม่ได้นิ่งนอนใจ รองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ ผิวงาม ลงพื้นที่ติดตามต่อเนื่อง จัดการผู้บุกรุก สร้างสวนป่าแทนพื้นที่รกร้าง ทำให้สภาพแวดล้อมดีขึ้นเยอะ

ปัญหาหลักมาจากโรงกำจัดขยะเก่าที่หมักขยะวันละ 800 ตัน กทม. สั่งปิดปรับปรุงแล้ว โครงสร้างเดิมมีโรงผลิตปุ๋ยและโรงหมักขยะภายใต้สัญญาเก่า ที่ขาดเงื่อนไขสิ่งแวดล้อม แต่ตอนนี้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ปรับเป็นระบบปิด ลดกลิ่นรบกวนชุมชน ผู้ว่าฯ บอกว่าสถานการณ์ดีขึ้น โรงงานเตาเผาขยะกำลังก่อสร้าง จะช่วยลดขยะตกค้าง แม้ผลยังไม่ 100% เพราะปัญหาสะสม แต่สัญญาเก่าจะหมดปี 2569-2570 จะมีโครงการใหม่มาแทน

เทคโนโลยี E-Nose: ตัวช่วยสุดล้ำในการตรวจจับกลิ่น

นี่คือส่วนที่ผมชอบที่สุด! ชุมชนรอบๆ มีเอกชนคัดแยกขยะรีไซเคิล ซึ่งกลิ่นไม่รุนแรง แต่เพื่อมาตรฐาน กทม. นำ E-Nose หรือระบบตรวจวัดกลิ่นอิเล็กทรอนิกส์มาติดตั้งหลายจุด คล้ายจมูกมนุษย์แต่แม่นยำกว่า ใช้เซ็นเซอร์ตรวจสารระเหย วิเคราะห์กลิ่นแบบเรียลไทม์ ไม่ใช่แค่วิจารณญาณส่วนตัว นอกจากนี้ยังมี CCTV ตรวจสอบ ป้องกันกองขยะกลางแจ้ง และปรับปรุง MBT (Mechanical Biological Treatment) เพิ่มอาคารปิด ประตูสองชั้นให้รถขยะ ลดกลิ่นรั่วไหล

  • E-Nose: ตรวจกลิ่นอัตโนมัติ ส่งข้อมูลทันที
  • CCTV: ดูแล 24 ชม. ป้องกันผิดพลาด
  • MBT ปรับปรุง: ระบบกล-ชีวภาพมิดชิด

วิสัยทัศน์ใหญ่คือเปลี่ยนพื้นที่หลายร้อยไร่เป็นศูนย์อุตสาหกรรมขยะตัวอย่าง รีไซเคิลระดับประเทศ พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาฯ และต่อศักดิ์ โชติมงคล เดินทางศึกษานิคมมาบตาพุด ระยอง ถอดบทเรียน CSR และสิ่งแวดล้อม มาปรับใช้ กำลังเจรจากับผู้ประกอบการรายย่อย ดึงเข้าสู่ระบบ สร้างนิคมอุตสาหกรรมขยะแบบมีระเบียบ

Insight จากคนติดตามเทคโนโลยี: อนาคตขยะไทยจะเปลี่ยนไป

จากประสบการณ์ผมที่เห็นเทคโนโลยีจัดการขยะในสิงคโปร์หรือญี่ปุ่น E-Nose เป็นเทรนด์โลก ช่วยให้ข้อมูลเชิงลึก ลดการร้องเรียน กรุงเทพฯ กำลังตามทัน ถ้าสำเร็จ อ่อนนุชจะเป็นโมเดล นิคมอุตสาหกรรมขยะจะสร้างงาน สร้างรายได้จากรีไซเคิล ลดขยะลงทะเล ลดโลกร้อน ผมมองว่านี่คือ Smart Waste Management ที่ผสม tech + community

เพื่อนๆ ลองคิดดู ถ้ากรุงเทพฯ มีนิคมแบบนี้ทั่วเมือง เราจะหายใจสะดวกขึ้นแค่ไหน? มาติดตามกันต่อ และช่วยกันแยกขยะที่บ้านนะครับ จะช่วยผู้ว่าฯ ได้เยอะ!

ที่มา – ผู้ว่าฯ ชัชชาติ รับลูก สส. สางปมเรื้อรังขยะอ่อนนุช งัดเทคโนโลยี E-Nose คุมกลิ่น พร้อมลุยจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมขยะ

เด็กดู YouTube 13,000 คลิปใน 3 เดือนช่วงเรียน

ในยุคที่ YouTube กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเด็กๆ คุณเคยสงสัยไหมว่าเด็กดู YouTube 13,000 คลิปใน 3 เดือนช่วงเรียนได้อย่างไร? เรื่องราวนี้มาจากรายงานของ Wall Street Journal ที่สร้างความตกใจให้กับผู้ปกครองและครูทั่วโลก เด็กชายชั้นมัธยมต้นชื่อเบน วอร์เรน ในเมืองวิชิต้า รัฐแคนซัส สหรัฐอเมริกา ใช้บัญชี Google ของโรงเรียนดูวิดีโอ YouTube ถึง 13,000 ครั้ง ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2024 ถึงกุมภาพันธ์ 2025 ในช่วงเวลาที่ควรจะเรียนหนังสือ!

เด็กดู YouTube 13,000 คลิปใน 3 เดือนช่วงเรียน

นี่ไม่ใช่เรื่องเกินจริง แต่เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริงบนอุปกรณ์การศึกษาที่โรงเรียนจัดให้ เด็กคนนี้ใช้ iPad ของโรงเรียนเลื่อนดู YouTube Shorts สไตล์ TikTok ไม่หยุดนิ่ง โดยส่วนใหญ่เป็นคลิปเกี่ยวกับเกม Fortnite ที่เขาไม่ได้รับอนุญาตให้เล่น คำนวณคร่าวๆ แล้ว เขาดูเฉลี่ยวันละ 144 คลิปตลอดช่วงเวลา 3 เดือน แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทที่เหลือเชื่อในวัยนี้

ไม่ใช่แค่เบนคนเดียวที่มีพฤติกรรมแบบนี้ รายงานระบุว่า นักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่งในรัฐโอเรกอนดูวิดีโอได้ถึง 200 คลิปในเช้าวันเรียนวันเดียว! อีกคนดูนานถึง 4 ชั่วโมงต่อวัน จนต้องเข้ารับการบำบัดรักษาการติดยาเสพติดที่โรงพยาบาลเด็กบอสตัน สถิติเหล่านี้ชี้ให้เห็นปัญหาการบริโภคเนื้อหาออนไลน์ที่เกินขอบเขตในโรงเรียน

สาเหตุที่ทำให้เด็กดู YouTube มากขนาดนี้

โรงเรียนหลายแห่งในสหรัฐฯ ใช้ Chromebook หรือ iPad จาก Google เพื่อการเรียนการสอน แต่ระบบไม่มีการควบคุมที่เข้มงวดพอ ทำให้เด็กๆ สามารถเข้าถึง YouTube ได้ง่าย โดยเฉพาะ Shorts ที่สั้น กระชับ และติดหนึบ เนื้อหาเหล่านี้มักกระตุ้นสมองด้วยการให้รางวัลทันที คล้ายกับการเสพติดโซเชียลมีเดีย

  • นโยบายโรงเรียนหละหลวม: อุปกรณ์ควรใช้เพื่อการศึกษา แต่ขาดการกรองเนื้อหา
  • YouTube Shorts: คลิปสั้นๆ ที่ดูเพลิน ไม่รู้ตัวผ่านไปหลายชั่วโมง
  • ไม่มีข้อจำกัดจากผู้ปกครอง: แม้ใช้บัญชีโรงเรียน แต่เด็กยังหาวิธีเลี่ยงได้

นอกจากนี้ ยังมีคดีความที่เกี่ยวข้อง เมื่อเดือนที่แล้ว หญิงสาววัย 20 ปีในแคลิฟอร์เนียชนะคดีฟ้อง Google และ Meta ได้รับเงินชดเชย 3 ล้านดอลลาร์ โดยอ้างว่าอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มเหล่านี้ทำให้เธอติดตั้งแต่เด็ก Google ยืนยันว่า YouTube เป็นแพลตฟอร์มสตรีมมิงที่รับผิดชอบ ไม่ใช่โซเชียลมีเดีย และจะอุทธรณ์

ผลกระทบต่อเด็กและการแก้ไข

แม่ของเบน ชื่อเอมี่ วอร์เรน ซึ่งปัจจุบันเป็นสมาชิกคณะกรรมการการศึกษาวิชิต้า กำลังผลักดันให้มีระบบควบคุมการดู YouTube ในโรงเรียน ปัญหานี้ไม่ใช่แค่เสียเวลาเรียน แต่ยังกระทบพัฒนาการสมอง การนอนหลับ และสุขภาพจิตของเด็ก

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ผู้ปกครองควรตั้งกฎการใช้หน้าจอ ติดตั้งแอปควบคุมอย่าง Family Link ของ Google และสนับสนุนกิจกรรมออฟไลน์ โรงเรียนเองก็ต้องอัปเดตนโยบายดิจิทัลให้ทันสมัย

เรื่องราวเด็กดู YouTube 13,000 คลิปใน 3 เดือนช่วงเรียนนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า เทคโนโลยีที่ตั้งใจดีอาจกลายเป็นดาบสองคม คุณล่ะ คิดว่าควรจัดการอย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และช่วยกันปกป้องอนาคตของเด็กๆ ด้วยการใช้เทคโนโลยีอย่างมีสติ

ที่มา – Kid Reportedly Consumes 13,000 YouTube Videos in Three Months During School Hours

ศาลรัฐธรรมนูญนัด 12 พ.ค. นี้ วินิจฉัยคดีเนติวิทย์ ยื่นตีความกฎหมายเกณฑ์ทหารจำกัดสิทธิเสรีภาพหรือไม่

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าร้อนๆ ในวงการสิทธิเสรีภาพ ที่กำลังจะมีจุดเปลี่ยนสำคัญเลยนะ เรื่องของ ศาลรัฐธรรมนูญนัด 12 พ.ค. นี้ วินิจฉัยคดีเนติวิทย์ ยื่นตีความกฎหมายเกณฑ์ทหารจำกัดสิทธิเสรีภาพหรือไม่ นี่แหละครับ ผ่านมาถึง 3 ปีแล้ว ตั้งแต่เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักกิจกรรมชื่อดัง ปฏิเสธการจับใบดำใบแดงและตรวจเลือกทหารที่เทศบาลบางปู สมุทรปราการ เมื่อ 5 เมษายน 2567 เขาบอกชัดว่าการเกณฑ์ทหารบังคับแบบนี้ ขัดต่อสิทธิขั้นพื้นฐานและมโนธรรมของตัวเอง พร้อมยอมรับผลกฎหมายทุกอย่างเลย

เป็นคดีที่หลายคนจับตา เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่กระทบคนรุ่นใหม่ทั้งประเทศที่ต้องเจอเกณฑ์ทหารทุกปี ผมในฐานะคนติดตามข่าวการเมืองและสิทธิพลเมืองมานาน มองว่าคดีนี้เหมือนจุดเริ่มต้นของการท้าทายระบบเก่าๆ ที่ล้าสมัย เหมือนในหลายประเทศที่ยกเลิกเกณฑ์ทหารไปแล้ว เช่น เยอรมนีหรือเกาหลีใต้ที่กำลังปรับตัว

ศาลรัฐธรรมนูญนัด 12 พ.ค. นี้ วินิจฉัยคดีเนติวิทย์ ยื่นตีความกฎหมายเกณฑ์ทหารจำกัดสิทธิเสรีภาพหรือไม่

ย้อนดู timeline กันหน่อยนะครับ หลังปฏิเสธเกณฑ์ เนติวิทย์โดนแจ้งข้อหาหลีกเลี่ยงเกณฑ์ทหารตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 45 เขาไปรับทราบข้อหาที่ สภ.บางปู แล้วให้การปฏิเสธทันที สู้เต็มที่!

เนติวิทย์ค้านบังคับเกณฑ์ทหาร สู้คดีตามขั้นตอนกฎหมาย

กลางปี 2568 อัยการสั่งฟ้องต่อศาลแขวงสมุทรปราการ คดีดำ อ.3118/2568 ข้อหาขัดขืนไม่มาตรวจเลือก ศาลให้ประกันตัวฟรีๆ ไม่ต้องวางเงินด้วย เก่งมาก! แล้วเดือนกันยายน 2568 ศาลสืบพยานฝั่งจำเลย เนติวิทย์นำพยานมาสู้ว่ากฎหมายนี้ละเมิดสิทธิทางมโนธรรม ขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น ICCPR ที่คุ้มครอง conscientious objection

ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกฎหมายเกณฑ์ทหารละเมิดสิทธิหรือไม่

หลังสืบพยาน ทนายยื่นคำร้องตามมาตรา 212 รธน. ขอให้ศาลแขวงส่งเรื่องไปศาล รธน. ตีความว่ามาตรา 27 และ 45 ของ พ.ร.บ.เกณฑ์ทหาร ขัดมาตรา 26 (จำกัดสิทธิต้องสมเหตุสมผล) และมาตรา 31 (เสรีภาพศาสนา มโนธรรม) หรือไม่ ศาลแขวงเห็นด้วย ส่งเรื่องไป แล้วเลื่อนคดีรอคำวินิจฉัย

มกราคม 2569 ศาล รธน. รับคำร้อง เรียกหลักฐานเพิ่ม สั่ง รมว.กลาโหมชี้แจงใน 15 วัน ผมว่าขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะมันบังคับให้รัฐต้องโต้แย้งอย่างเป็นระบบ

12 พ.ค. นี้ นัดชี้ชะตา เนติวิทย์บอก “เพื่อประโยชน์แก่คนรุ่นต่อไป”

ล่าสุด 30 เมษายน ศาล รธน. บอกว่ามีหลักฐานพอแล้ว ยุติไต่สวน นัดลงมติและแถลงวาจา 12 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.00 น. เนติวิทย์โพสต์เฟซบุ๊กว่า “เพื่อประโยชน์แก่คนรุ่นต่อๆ ไป อะไรจะเกิดก็เกิด” คำพูดเท่ๆ แบบนี้ ทำให้แฟนคลับในโซเชียลฮือฮาเลยนะครับ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เกลียดการจับสลากใบดำใบแดง

จากประสบการณ์ผมที่ติดตามคดีสิทธิพลเมือง คดีนี้มีโอกาสเปลี่ยนเกมใหญ่ ถ้าศาลตีว่ากฎหมายขัด รธน. อาจต้องแก้ พ.ร.บ.เกณฑ์ทหาร ซึ่งปัจจุบันไทยยังบังคับเกณฑ์ผู้ชายอายุ 21 ปี 2 ปีเต็ม แม้สมัยนี้เทคโนโลยีทหารเปลี่ยนไป โดรน AI เข้ามาแทนคนแล้ว ในต่างประเทศอย่างสวีเดนเพิ่งกลับมาเกณฑ์แต่เลือก性 และมีข้อยกเว้นมโนธรรม

สำหรับคนติดตามข่าวบันเทิงและเทคอย่างเราๆ คิดดูสิ ถ้าคดีนี้ชนะ อาจเปิดทางให้ voluntary army แบบสมัยใหม่ ใช้เทคโนโลยีแทนกำลังคน ลดงบประมาณ ลด drama จับใบดำใบแดงที่กลายเป็นมีมใน TikTok ไปได้เลย!

จับตาด้วยนะครับ 12 พ.ค. นี้ คำวินิจฉัยจะเป็น landmark case ที่กำหนดอนาคตเกณฑ์ทหารไทย คุณคิดยังไง? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย หรือกดติดตามเพจเพื่ออัปเดตข่าวร้อนๆ แบบนี้ต่อไป!

ที่มา – ศาลรัฐธรรมนูญนัด 12 พ.ค. นี้ วินิจฉัยคดีเนติวิทย์ ยื่นตีความกฎหมายเกณฑ์ทหารจำกัดสิทธิเสรีภาพหรือไม่

ศาลอาญาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ‘แอม ไซยาไนด์’ คดีวางยาฆ่าผู้กองนุ้ย ชี้พยานหลักฐานโจทก์มัดแน่น

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ วันนี้ผมมีเรื่องราวสุดสะเทือนขวัญจากคดีดังที่หลายคนติดตามกันมาตลอด เรื่องของศาลอาญาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ‘แอม ไซยาไนด์’ คดีวางยาฆ่าผู้กองนุ้ย ชี้พยานหลักฐานโจทก์มัดแน่นนี่แหละครับ เป็นคดีที่พิสูจน์ว่าพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่สำคัญแค่ไหนในการพิสูจน์ความจริง เหมือนในซีรีส์ true crime ที่เราชอบดูกันเลย!

ศาลอาญาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ‘แอม ไซยาไนด์’ คดีวางยาฆ่าผู้กองนุ้ย ชี้พยานหลักฐานโจทก์มัดแน่น

เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 526/2568 โดยพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 9เป็นโจทก์ฟ้องสรารัตน์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘แอม ไซยาไนด์’ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จากกรณีวางยาพิษไซยาไนด์ฆ่า ร.ต.อ.หญิง กานดา หรือ ‘ผู้กองนุ้ย’ อดีตสารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.ไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

ในวันนั้น เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวแอมมาที่ศาล เธอสวมแว่นดำและหน้ากากสีชมพู สีหน้าเรียบเฉยตลอดการอ่านคำพิพากษา 30 นาที แม้จะให้การปฏิเสธโดยอ้าง alibi ว่าอยู่ที่อื่น แต่ศาลไม่เชื่อครับ

พยานหลักฐานมัดแน่นอย่างไร?

ศาลพิจารณาพยานอย่างละเอียด พบว่าแอมกับผู้ตายรู้จักกันดี วันเกิดเหตุ 9 สิงหาคม 2565 ทั้งคู่ไปดูดวงที่อาศรมในสมุทรสาคร ร่างทรงยืนยันว่าแอมเร่งให้ผู้ตายรีบกลับ แล้วทั้งสองขับรถผู้ตายออกไปตอน 19.00 น.

ต่อมา 22.00 น. เพื่อนผู้ตายวิดีโอคอล เห็นผู้ตายโชว์แก้วน้ำเปล่าเพื่อยืนยันไม่ดื่มเหล้า และเห็นหญิงอ้วนขาวตัวเล็กนั่งตรงข้าม – ตรงกับลักษณะแอมเลย! เวลา 22.23 น. ผู้ตายส่งไลน์บอกกำลังขับกลับกาญจนบุรี

23.00 น. รถตกข้างทาง ผู้ตายหมดสติในที่นั่งคนขับ ชันสูตรเบื้องต้นหัวใจล้มเหลว แต่ตรวจลึกพบจ้ำเลือดดำที่ปอด 10 จุด ผิวหนังสีชมพู – ผู้เชี่ยวชาญยืนยันอาการจากไซยาไนด์ชัดเจน ผู้ตายสุขภาพดี ไม่น่าเป็นหัวใจวายเฉียบพลัน

แอมอ้างอยู่กับอดีตสามี พ.ต.ท.วิฑูรย์ ที่นครปฐม แต่ศาลเห็นว่าเป็นการช่วยเหลือกัน ขณะที่ตำรวจสืบเจอแอมสั่งไซยาไนด์ผ่านไรเดอร์ (เดลิเวอรีออนไลน์สมัยใหม่) อ้างขัดสีรถ – พิรุธชัด! ยิ่งเชื่อมโยง 15 คดีที่แอมถูกฟ้อง ล้วนมีแพทเทิร์นวางยาเพื่อเงิน

ศาลสรุปว่าแอมเป็นคนสุดท้ายกับผู้ตาย และวางยาลงเครื่องดื่ม พิพากษาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โทษประหาร แต่ลดเหลือจำคุกตลอดชีวิตเพราะให้การเป็นประโยชน์บ้าง ส่วนข้อหาอื่นยกฟ้องเพราะหลักฐานไม่พอ

สรุปคดีแอม ไซยาไนด์ (พิพากษาแล้ว 4 จาก 15 คดี)

  • คดี 1: วางยาฆ่าศิริพร (ก้อย) – ประหารชีวิต
  • คดี 2: วางยาฆ่า พ.ต.ต.หญิง นิภา (สารวัตรปู) – จำคุกตลอดชีวิต (ลดจากประหาร)
  • คดี 3: วางยาฆ่านิตยา (วิศวกร) – ยกฟ้อง
  • คดี 4: วางยาฆ่าผู้กองนุ้ย – จำคุกตลอดชีวิต (ลดจากประหาร)

จากมุมมองของผมที่ติดตามคดีแบบนี้มานาน คดีศาลอาญาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ‘แอม ไซยาไนด์’ คดีวางยาฆ่าผู้กองนุ้ย ชี้พยานหลักฐานโจทก์มัดแน่นนี้แสดงให้เห็นเทคโนโลยีช่วยยุติธรรมได้ดีเยี่ยม เช่น วิดีโอคอล ไลน์ แทร็กการสั่งซื้อออนไลน์ ชันสูตรพิษด้วยเคมีศาสตร์ ในยุคดิจิทัล true crime กำลังมาแรง เหมือน Netflix series แต่เป็นของจริง!

เทรนด์ที่น่าสนใจคือ คดีวางยาแบบนี้เพิ่มขึ้นเพราะสารเคมีหาซื้อง่ายออนไลน์ ทุกคนควรระวังเพื่อนร่วมทาง โดยเฉพาะคนที่ดูดวงหรือเที่ยวด้วยกัน ระวังเครื่องดื่มนะครับ

ติดตามคดีอื่นๆ ของแอมได้ที่นี่ และแชร์ความเห็นคุณในคอมเมนต์เลย! อย่าลืมเช็คแอปติดตามข่าวอาชญากรรมเพื่อความปลอดภัย

ที่มา – ศาลอาญาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ‘แอม ไซยาไนด์’ คดีวางยาฆ่าผู้กองนุ้ย ชี้พยานหลักฐานโจทก์มัดแน่น

ทนายความเผย ‘ทักษิณ’ ยินดีรับการพักโทษ แต่งงเงื่อนไขติดกำไล EM ชี้เข้าเกณฑ์ผู้สูงวัย-มีโรคประจำตัว เตรียมปล่อยตัว 11 พ.ค. นี้

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกที่ชื่นชอบข่าวบันเทิงและเทคโนโลยี! วันนี้เรามีข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสฮอตฮิตเลยทีเดียว นั่นคือ ทนายความเผย ‘ทักษิณ’ ยินดีรับการพักโทษ แต่งงเงื่อนไขติดกำไล EM ชี้เข้าเกณฑ์ผู้สูงวัย-มีโรคประจำตัว เตรียมปล่อยตัว 11 พ.ค. นี้ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่นักการเมืองดังอย่างทักษิณ ชินวัตรที่กำลังจะได้กลับบ้าน แต่ยังเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีติดตามตัวแบบ EM (Electronic Monitoring) ที่หลายคนอาจยังงงๆ ว่ามันคืออะไร ทำงานยังไง และทำไมถึงจำเป็นสำหรับคุณทักษิณที่อายุ 70 กว่าแล้วด้วย มาฟังรายละเอียดกันแบบชิลๆ กันเลยครับ

ทนายความเผย ‘ทักษิณ’ ยินดีรับการพักโทษ แต่งงเงื่อนไขติดกำไล EM ชี้เข้าเกณฑ์ผู้สูงวัย-มีโรคประจำตัว เตรียมปล่อยตัว 11 พ.ค. นี้

จากข้อมูลล่าสุดที่ทนายวิญญัติ ชาติมนตรี เล่าให้สื่อฟังเมื่อ 30 เมษายน คณะอนุกรรมการพิจารณาพักโทษของกระทรวงยุติธรรมเห็นชอบให้ทักษิณเป็นหนึ่งใน 859 นักโทษที่ได้พักโทษกรณีทั่วไป แต่มีเงื่อนไขเด็ดขาดคือต้องติดกำไล EM! ท่านทักษิณเองรู้สึกยินดีมาก เพราะมันเป็นสิทธิที่สมควรได้ตามเกณฑ์ แต่ก็งงๆ ว่าทำไมต้องติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์นี้ด้วย ในเมื่อท่านอายุเกิน 70 ปี มีโรคประจำตัวชัดเจน และไม่เคยมีพฤติกรรมหลบหนี ถ้าจะหนีจริงๆ คงไม่กลับมารับโทษตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหมล่ะครับ

กำไล EM คืออะไร? เทคโนโลยีสุดล้ำที่คุมนักโทษนอกคุก

เพื่อนๆ ที่สนใจเทคอย่างเราคงอยากรู้ กำไล EM หรือ Electronic Monitoring Bracelet คืออุปกรณ์ติดตามตัวด้วย GPS และเซ็นเซอร์ต่างๆ เหมือนสมาร์ทวอทช์แต่โหดกว่า มันจะรายงานตำแหน่งแบบเรียลไทม์ ส่งแจ้งเตือนถ้าออกจากโซนที่กำหนด หรือแม้แต่ตรวจจับแอลกอฮอล์ในเลือดได้ด้วย! ในต่างประเทศอย่างอเมริกาหรืออังกฤษ ใช้มานานแล้ว ลดอัตราการกลับมาก่ออาชญากรรมได้ถึง 30-50% ตามสถิติ แต่สำหรับผู้สูงอายุแบบทักษิณ มันอาจดู harsh เกินไปหน่อยนะครับ เพราะกระทบศักดิ์ศรีและสุขภาพ

กระบวนการปล่อยตัวทักษิณ 11 พ.ค. นี้ จะเป็นยังไง?

เรือนจำคลองเปรมจะจัดการปล่อยตัวตอนเช้าวันที่ 11 พฤษภาคม เริ่มกระบวนการ 07.45 น. และคาดว่าทักษิณจะออกได้ประมาณ 08.00 น. เป็นนักโทษรายเดียวที่ปล่อยวันนั้นเลย! หลังจากนั้นเข้าคุมประพฤติ 4 เดือน จนพ้นโทษเต็มๆ 9 ก.ย. 2569 ต้องรายงานตัวกรมคุมประพฤติภายใน 3 วัน

  • ติดกำไล EM ตลอดระยะเวลา
  • รายงานตัว定期
  • ไม่หลบหนีหรือก่อปัญหา
  • ปฏิบัติตามมติกรรมการอย่างเคร่งครัด

ทนายวิญญัติชี้ว่าบ้านจันทร์ส่องหล้าที่เชียงใหม่คือที่อยู่หลักชัดเจน ไม่น่าห่วงเรื่องหนี แถมคุณูปการต่อชาติในอดีตเพียบ ทำไมไม่ผ่อนปรน?

ทักษิณกับการเมืองหลังพักโทษ? ยังไงก็เป็นที่ปรึกษาได้!

ข่าวการเมืองก็เดือด! ทนายย้ำว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามคนพักโทษเล่นการเมือง สิทธิพื้นฐานเลยครับ แต่ช่วง 4 เดือนแรก คงเก็บตัวเงียบๆ ก่อน ถ้ามีคนขอคำปรึกษา ด้วยประสบการณ์ระดับโลก ทักษิณคงยินดีช่วยเหลือประชาชนต่อไป เหมือนตอนเป็นนายกฯ สมัยก่อน

ในมุมผมที่ติดตามข่าวบันเทิงและเทคมานาน ทนายความเผย ‘ทักษิณ’ ยินดีรับการพักโทษ แต่งงเงื่อนไขติดกำไล EM ชี้เข้าเกณฑ์ผู้สูงวัย-มีโรคประจำตัว เตรียมปล่อยตัว 11 พ.ค. นี้ แสดงให้เห็นว่าไทยกำลังก้าวสู่ยุค Justice Tech มากขึ้น EM ช่วยลดภาระเรือนจำที่แน่นเอี๊ยด แต่สำหรับเคสพิเศษแบบนี้ ควรมี flexibility ตามมนุษยธรรม Trend โลกคือใช้ AI วิเคราะห์ความเสี่ยง ถ้าทักษิณเสี่ยงต่ำจริง อาจไม่ต้องติดก็ได้นะครับ

สุดท้าย ผมคิดว่ามันเป็นก้าวสำคัญของระบบยุติธรรมไทย สมดุลระหว่างเทคกับความเป็นมนุษย์ คุณล่ะครับคิดยังไง? กำไล EM สำหรับผู้สูงอายุจำเป็นไหม? Comment มาคุยกันด้านล่างเลย หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่รอข่าวทักษิณ! ติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวบันเทิงเทคแบบ real-time นะครับ 😊

ที่มา – ​ทนายความเผย ‘ทักษิณ’ ยินดีรับการพักโทษ แต่งงเงื่อนไขติดกำไล EM ชี้เข้าเกณฑ์ผู้สูงวัย-มีโรคประจำตัว เตรียมปล่อยตัว 11 พ.ค. นี้