ผู้เขียน: lalika69_admin

วิเคราะห์ฉากต่อไปหลังทรัมป์พบปูตินที่อะแลสกา “ไร้ดีลและข้อตกลงหยุดยิงยูเครน”

การประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียที่เมืองแองเคอเรจ รัฐอะแลสกา สิ้นสุดลงด้วยความเงียบงัน ภายหลังการพูดคุยที่ยืดเยื้อเกือบสามชั่วโมงไม่สามารถนำไปสู่ข้อตกลงด้านการหยุดยิงในยูเครนได้เลย

วิเคราะห์ฉากต่อไปหลังทรัมป์พบปูตินที่อะแลสกา “ไร้ดีลและข้อตกลงหยุดยิงยูเครน”

ท่ามกลางสายตาจับจ้องจากสื่อมวลชนทั่วโลก ทรัมป์และปูตินให้สัมภาษณ์ร่วมกันสั้น ๆ ก่อนเดินทางกลับ โดยไม่ตอบคำถามใด ๆ จากนักข่าวจำนวนมาก สถานการณ์ที่ดูขัดแย้งกับเสียงเชิญชวนของ วิเคราะห์ฉากต่อไปหลังทรัมป์พบปูตินที่อะแลสกา “ไร้ดีลและข้อตกลงหยุดยิงยูเครน” นั้น สะท้อนถึงช่องว่างที่ยังคงมีอยู่ระหว่างสองมหาอำนาจ

ทรัมป์กล่าวว่า “ยังไม่มีข้อตกลงใด ๆ จนกว่าจะมีข้อตกลงจริง ๆ” ซึ่งดูเหมือนเป็นคำยอมรับอย่างเปิดเผยว่าเจรจาครั้งนี้ล้มเหลว แม้ทั้งสองฝ่ายจะกล่าวอ้างว่ามีความคืบหน้าบางประการ แต่ก็ไม่มีรายละเอียดชัดเจนถูกเปิดเผยออกมา นักข่าวหลายคนรู้สึกสับสนเมื่อไม่ได้รับคำตอบจากทั้งสองผู้นำที่ออกมามาตรฐานสากล

บรรยากาศประชุม: ต่างคนต่างเป็นฝ่าย

บรรยากาศของวันนั้นเริ่มต้นด้วยการต้อนรับที่สุภาพของทรัมป์ต่อปูติน แทบจะเหมือนต้อนรับแขกผู้มีพระคุณ ในขณะที่ปูตินดูผ่อนคลายราวกับอยู่บ้านตัวเองในอะแลสกา ซึ่งเคยเป็นดินแดนของรัสเซียในอดีต การเห็นข้อตกลงไม่เกิดสะท้อนให้เห็นว่าภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำระดับโลกของทรัมป์อาจได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะหลังจากเคยให้คำทำนายว่าการประชุมนี้จะล้มเหลวเพียง 25%

ทว่าสำหรับยูเครนแล้ว นี่อาจเป็นข่าวดีที่ไม่ใช่ข้อตกลงที่แลกมากับดินแดน ประชาชนชาวยูเครนซึ่งผ่านความขัดแย้งมาอย่างยาวนานยังคงมีความสงสัยต่อ “ข้อตกลงใหญ่” ที่เคยมีมา ขณะที่ปูตินยังยืนยันว่าจะยังคงดำเนินการ “ปฏิบัติการทางทหารพิเศษ” ต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายในวิสัยทัศน์ของรัสเซีย

วิเคราะห์ผลกระทบ: ไม่มีฉากต่อไปที่ชัดเจน

คำถามสำคัญขณะนี้คือ หลังจากที่ไม่มีข้อตกลงออกมา จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป? รัสเซียจะเพิ่มแรงโจมตีในยูเครนหรือลดความรุนแรงลง? ขณะเดียวกัน ทรัมป์ก็ยังเผชิญกับแรงกดดันจากการตัดสินใจว่าจะคว่ำบาตรรัสเซียให้เข้มงวดขึ้นหรือไม่ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้คุกคามไว้ว่าหากไม่มีความคืบหน้าจะดำเนินการตามบทลงโทษอย่างจริงจัง

  • ระหว่างประเทศ – เกิดความไม่แน่นอนต่อเสถียรภาพยุโรปร่วมกับพันธมิตรสหรัฐฯ
  • ยูเครน – ได้หายใจโล่งจากข้อเสนอ Thanaland สังคมโลก
  • รัสเซีย – ยังคงครองอิทธิพลแน่วแน่เป็นนโยบายเอกภาพจากปูติน

ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เข้าข่าวหรือสัญญาณหนุนสงคราม ปัจจุบัน วิเคราะห์ฉากต่อไปหลังทรัมป์พบปูตินที่อะแลสกา “ไร้ดีลและข้อตกลงหยุดยิงยูเครน” หมดลงด้วยความไม่ชัดเจนอย่างเหลือเชื่อ ขณะเดียวกันก็เตือนโลกว่าความตึงเครียดของสงครามยังคงมีชีวิตอยู่และพร้อมระเบิดได้ทุกเมื่อ

อยากรู้ข่าวที่ตรงประเด็นหรือติดตามเนื้อหาไม่ตกสาย? ลอง订阅 (ติดตาม) แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้อย่าง BBC เพื่อรับอัปเดตความเคลื่อนไหวทางการเมืองโลกได้ตลอดเวลา

ที่มา – วิเคราะห์ฉากต่อไปหลังทรัมป์พบปูตินที่อะแลสกา “ไร้ดีลและข้อตกลงหยุดยิงยูเครน”

นพ.สุภัทร ผอ.รพ.สะบ้าย้อย เผยถูกตั้งธงเอาผิด-จ่อให้ออกจากราชการ กรณีแพทย์ชนบทบุกกรุงจัดซื้อ ATK ช่วยคนกทม. ช่วงโควิด

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ได้ออกมาเปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียถึงสถานการณ์ที่ตนกำลังเผชิญ หลังจากถูกกำหนดให้ออกจากราชการ โดยอ้างอิงจากกรณี นพ.สุภัทร ผอ.รพ.สะบ้าย้อย เผยถูกตั้งธงเอาผิด-จ่อให้ออกจากราชการ กรณีแพทย์ชนบทบุกกรุงจัดซื้อ ATK ช่วยคนกทม. ช่วงโควิด ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนวงการสาธารณสุขเอกชนและประชาชนทั่วไป.

นพ.สุภัทร ผอ.รพ.สะบ้าย้อย เผยถูกตั้งธงเอาผิด-จ่อให้ออกจากราชการ กรณีแพทย์ชนบทบุกกรุงจัดซื้อ ATK ช่วยคนกทม. ช่วงโควิด

นพ.สุภัทรระบุว่า “ผมกำลังจะถูกให้ออกจากราชการ” และยังระบุอีกว่า ข้าราชการในประเทศไทยอยู่ยาก ต้องเงียบ ต้องเดินตรง ต้องพูดน้อย หากมีการพูดถึงเรื่องที่เป็นความทุจริต ไร้ประสิทธิภาพ หรือนโยบายที่เพี้ยน แต่ในขณะที่ตนยังคงมีหน้าที่ในการคัดค้านเรื่องที่ไม่ถูกต้องใน กทม. ตลอดจนเรื่องสิ่งแวดล้อม

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขในปัจจุบัน มีบทบาทในการจัดการกับนพ.สุภัทรในทุกด้าน โดยมีจุดมุ่งหมายให้ “เงียบอยู่ในโอวาท” นพ.สุภัทรถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยมากกว่า 10 เรื่อง แต่ผลของการสอบวินัยก็มีแค่ตักเตือน จากนั้นถูกสั่งย้ายออกจากโรงพยาบาลจะนะ และถูกจัดให้ไปโรงพยาบาลสะบ้าย้อย

ปัจจัยกำหนดการ: คดีการซื้อ ATK ช่วงโควิด-19

ในช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม พ.ศ. 2564 โครงการ “แพทย์ชนบทบุกกรุง” ได้เข้ามาช่วยเหลือการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วย ATK ในเขตกรุงเทพมหานครเป็นระยะเวลาสามรอบ โดยโรงพยาบาลต่างๆ ได้อาสาเข้ามาร่วมงาน นพ.สุภัทรกล่าวว่า การจัดซื้อ ATK เกิดขึ้นเพราะ “กระทรวงสาธารณสุขไม่มีให้” เพราะที่ขณะนั้นกระทรวงฯ ยังเน้นใช้ RT-PCR เป็นหลัก ในขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่มีประชากรจำนวนมากที่ต้องการการตรวจหาเชื้อ การจัดหา ATK จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง

โรงพยาบาลจะนะ ซึ่งนพ.สุภัทรเป็นผู้อำนวยการในขณะนั้น ได้จัดซื้อ ATK ถึง 5 ครั้งเพื่อใช้งานในการตรวจซึ่งมีจำนวนผู้เข้ารับบริการทั้งสิ้น 192,905 คน และสามารถแยกรายการจ่ายยาให้ผู้ป่วยที่ตรวจพบเชื้อสาระสำคัญจำนวน 22,451 คน

ข้อกล่าวหาที่ถูกยกขึ้นมา: จัดซื้อผิดระเบียบ

ถึงอย่างไรก็ตาม ปรากฏว่าการจัดซื้อ ATK ของโรงพยาบาลจะนะถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นให้กับข้อกล่าวหาว่า “จัดซื้อผิดระเบียบ และแบ่งซื้อแบ่งจ้าง” แม้จะได้มีการชี้แจงอย่างละเอียด แต่กลับไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อคณะกรรมการที่มีมติให้ปลัดกระทรวงโอภาส “ตั้งธง” เอาผิดนพ.สุภัทรอย่างหนัก โดยมีจุดมุ่งหมายให้นายออกจากงานก่อนวันเกษียณในวันที่ 30 กันยายน 2568

อย่างไรก็ตาม นพ.สุภัทรระบุชัดว่าหากย้อนกลับไปดูข้อเท็จจริงทั้งหมด หากไม่มีเหตุผลที่เพียงพอจะตัดสินเขาด้วยโทษหนักขนาดนี้ ควรจะได้รับการพิจารณาทบทวนอย่างเป็นธรรม

สิ่งที่เราต้องทำร่วมกัน:

เงื่อนงำหลักที่เกิดขึ้นคือ: “ระบบราชการต้องมีความเป็นธรรม” ผู้คนควรได้รับโอกาสในการต่อสู้เพื่อความถูกต้องและผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง นพ.สุภัทรเชื่อมั่นว่า “ถ้าคุณเชื่อในตัว ผม สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ เราควรมาสู้ด้วยกัน” ทั้งrefixer และประชาชนจึงควรเดินหน้าต่อสู้ในครั้งนี้ เพราะหากไม่มีความยุติธรรมในงานราชการ ประเทศจะไม่มีอนาคต

หากคุณสนใจติดตามพัฒนาการของคดี นพ.สุภัทร ผอ.รพ.สะบ้าย้อย เผยถูกตั้งธงเอาผิด-จ่อให้ออกจากราชการ กรณีแพทย์ชนบทบุกกรุงจัดซื้อ ATK ช่วยคนกทม. ช่วงโควิด ติดตามข่าวสารได้ที่เว็บไซต์ของเรา

ที่มา – นพ.สุภัทร ผอ.รพ.สะบ้าย้อย เผยถูกตั้งธงเอาผิด-จ่อให้ออกจากราชการ กรณีแพทย์ชนบทบุกกรุงจัดซื้อ ATK ช่วยคนกทม. ช่วงโควิด

มาริษนำคณะทูตลงพื้นที่ศรีสะเกษ ดูความเสียหาย เก็บกู้ทุ่นระเบิดบริเวณภูมะเขือ

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วย รัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ได้นำคณะทูตจากประเทศสมาชิกอาเซียน รัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ และองค์กรภาคประชาสังคมด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิด รวมทั้งสื่อมวลชนไทยและต่างประเทศ จำนวน 36 คน จาก 33 ประเทศ ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเข้ารับฟังข้อมูลและสังเกตความเป็นจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากทุ่นระเบิด

มาริษนำคณะทูตลงพื้นที่ศรีสะเกษ ดูความเสียหาย เก็บกู้ทุ่นระเบิดบริเวณภูมะเขือ

ก่อนออกเดินทาง กระทรวงการต่างประเทศได้จัดบรรยายให้คณะทูตได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับวิกฤตด้านความมั่นคงและผลกระทบจากภัยระเบิดที่ยังคงค้างอยู่ในพื้นที่มาเป็นเวลานาน

ในโอกาสดังกล่าว มาริษ ได้กล่าวถึงความสำคัญของการนำเสนอข้อมูลอย่างโปร่งใส โดยกล่าวว่า “ข้าพเจ้าขอขอบคุณคณะทูตทุกท่านที่มาร่วมเดินทางในครั้งนี้ และหวังว่าทุกท่านจะได้เห็นพยานหลักฐานด้วยตาของตนเองเกี่ยวกับสถานการณ์จริง” และได้เปิดเผยว่า สถานที่แรกที่คณะจะไปเยี่ยมชมคือ โรงเรียนภูมิซรอลวิทยา ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษณ์ ซึ่งจะได้รับฟังข้อมูลสรุปจากกองทัพบก กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงมหาดไทย

เยี่ยมชมการปฏิบัติงานจริงในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด

หลังจากนั้น คณะจะเดินทางขึ้นไปยังบริเวณภูมะเขือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากทุ่นระเบิด โดยจะได้สังเกตภูมิประเทศที่เป็นภูเขาซึ่งคุ้นเคยยาก รวมถึงเยี่ยมชมการปฏิบัติงานของหน่วยปฏิบัติการด้านทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมที่ทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่

  • ข้อมูลมีความโปร่งใส: การเปิดพื้นที่ให้คณะทูตต่างประเทศได้สังเกตสถานการณ์ด้วยตนเอง แสดงให้เห็นถึงการตั้งใจในการสร้างความเข้าใจและขจัดข้อกังขา
  • ความร่วมมือในระดับนานาชาติ: การมีคณะทูตจำนวนนับสิบจากหลายประเทศแสดงถึงความสำคัญในเชิงภูมิศาสตร์และการเมืองของประเทศไทยในภูมิภาค
  • การสื่อสารกับสาธารณะ: การให้สื่อมวลชนต่างประเทศได้เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกจะช่วยเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องไปสู่สากล

การที่ มาริษนำคณะทูตลงพื้นที่ศรีสะเกษ ในการครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้กับประเทศไทยในเชิงบวก โดยใช้แนวทาง “การเปิดใจ” แทนการหลบซ่อน หรือหลีกเลี่ยงข้อมูล ช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือในเวทีนานาชาติ และแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยในเรื่องการแก้ไขปัญหาด้านมนุษยธรรมอย่างจริงจัง

เหตุการณ์เช่นนี้ไม่เพียงแต่ทำให้แต่ละฝ่ายเข้าใจกันมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้อนาคตของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากทุ่นระเบิดสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างปลอดภัย และมีเสถียรภาพ

หากคุณเป็นผู้ติดตามข่าวสารในแวดวงการต่างประเทศ การดำเนินการครั้งนี้เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจของ “การเมืองแบบเปิดใจ” ที่ให้ผลลัพธ์เชิงบวกอย่างแท้จริง

ที่มา – มาริษนำคณะทูตลงพื้นที่ศรีสะเกษ ดูความเสียหาย เก็บกู้ทุ่นระเบิดบริเวณภูมะเขือ

8 บทบาท Sci-Fi ของ Timothy Olyphant

Timothy Olyphant เป็นที่รู้จักจากบทบาทใน Deadwood และ Justified ทำให้ผู้คนมักจะนึกถึงเขาในบทบาทของนักแสดงในหนังตะวันตก แต่ถึงกระนั้น เขาก็เป็นนักแสดงมากความสามารถที่ได้แสดงในบทบาทที่หลากหลาย ทั้งคอมเมดี้ ดราม่า รวมถึงภาพยนตร์ไซไฟ สยองขวัญ และแฟนตาซีที่พวกเราชื่นชอบ วันนี้เราจะมาดูกันว่า 8 บทบาทในภาพยนตร์แนวต่างๆ ที่ดีที่สุดของ Timothy Olyphant มีอะไรบ้าง เริ่มต้นจาก โปรเจกต์ล่าสุดของเขา…

ซีรีส์ไซไฟเรื่องใหม่ของ FX ที่ชื่อ Alien กำลังสร้างเรื่องราวบทใหม่ให้กับจักรวาลภาพยนตร์ Alien ซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่แฟนๆ คุ้นเคย Timothy Olyphant แทบจะจำไม่ได้เลยด้วยผมสีซีดและดวงตาที่ว่างเปล่า เขาเล่นเป็น Kirsh หุ่นยนต์สังเคราะห์ที่ดูเหมือนจะเห็นอกเห็นใจผู้อื่นหลังจากสองตอนแรก แต่เขาจะกลายเป็น Ash ที่เจ้าเล่ห์หรือ Bishop ที่กล้าหาญ?

ย้อนกลับไปเกือบ 30 ปีตั้งแต่ Olyphant ได้รับบทบาทที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักใน Scream 2 เมื่อ Final Girl จากภาพยนตร์เรื่องแรกเข้าเรียนมหาวิทยาลัย การฆาตกรรมก็หยุดลงชั่วคราวในฉากที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนวิชาภาพยนตร์ โดย Olyphant รับบทเป็นเด็กเนิร์ดที่แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับวัฒนธรรมป๊อป (มีการพูดถึง Aliens และ Terminator 2 ก่อนที่ Olyphant จะมีส่วนร่วมในแฟรนไชส์ทั้งสอง) นี่คือสปอยเลอร์สำหรับหลายทศวรรษ แต่เขายังเปิดเผยหนึ่งใน Ghostfaces ของภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งเป็นคนบ้าอิสระที่ได้รับการว่าจ้างจากฆาตกรหลักเพื่อช่วยในการแก้แค้นของเธอ

เมื่อแฟนๆ ของ Stephen King นึกถึงภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากผลงานของเขา Dreamcatcher มักจะไม่ติดอันดับต้นๆ แต่ถ้าคุณกำลังรวบรวมภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจาก King ที่แปลกประหลาดที่สุด ภาพยนตร์เรื่องนี้ในปี 2003 จะต้องเป็นผู้นำอย่างแน่นอน Olyphant ร่วมแสดงกับ Jason Lee, Damian Lewis และ Thomas Jane ในบทบาทเพื่อนสนิทที่เชื่อมโยงกันด้วยพลังจิตที่ต้องต่อสู้กับทั้งเอเลี่ยนที่น่าสะพรึงกลัว และ Morgan Freeman ในบทบาทวายร้ายที่หายาก รับบทเป็นนายพันทหารที่หมกมุ่นอยู่กับการควบคุมภัยคุกคามจากนอกโลก

บางครั้งฮอลลีวูดก็จำได้ว่า George A. Romero สร้างภาพยนตร์มากกว่าซีรีส์ซอมบี้ของเขา ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไม The Crazies ในปี 1973 ถึงได้รับการรีเมคในปี 2010 Olyphant นำแสดงในเรื่องราวสยองขวัญไซไฟที่ดีในบทบาทนายอำเภอในเมืองเล็กๆ ที่พยายามเอาชีวิตรอดหลังจากที่ชุมชนของเขาถูกอาวุธชีวภาพที่ทำให้เกือบทุกคนประพฤติตัวเหมือนคนบ้า รัฐบาลพยายามควบคุมความเสียหายและทำให้เรื่องเลวร้ายลงตามคาด ไม่ต่างจากหนังซอมบี้เท่าไหร่นัก

รายการนี้ยกย่องบทบาทรับเชิญมากมายของ Olyphant ในภาพยนตร์และรายการทีวีอนิเมชั่น (Archer, The Simpsons, Rick and Morty ฯลฯ) แต่เราเลือกผลงานปี 2011 เรื่องนี้เพราะเขาเล่นเป็น “Spirit of the West” ผู้ให้คำแนะนำลึกลับ และการคัดเลือกนักแสดงก็เอนเอียงไปทางชื่อเสียงของเขาในฐานะดาราตะวันตกอย่างชัดเจน

เขาเล่นเป็นตัวเอง! หรือเวอร์ชันหนึ่งของตัวเอง เมื่อแก๊งต้องการโน้มน้าว Gen the Judge (แฟนคลับตัวยงของ Olyphant) ให้คิดใหม่เรื่อง “รีเซ็ตจักรวาลทั้งหมด” Janet ก็เสกเวอร์ชันที่เป็นกันเองของดาราคนนี้ พร้อมหมวกคาวบอย เพื่อช่วย Eleanor และเพื่อนๆ โน้มน้าวใจ (และมันก็ได้ผล)

สองรายการ Star Wars หนึ่ง Olyphant เขาเล่นเป็น Cobb Vanth นายอำเภอที่เดินเตร่ไปทั่ว Tatooine ใน ชุดเกราะชื่อดังของ Boba Fett ซึ่งต่อมาได้ขอความช่วยเหลือจาก Mandalorian เมื่อเมืองของเขาถูกลูกหลงจากพวกคนเลวและนักล่าค่าหัวที่ร้ายกาจยิ่งกว่า ใช่ มันเป็นบทบาทของเจ้าหน้าที่อีกแล้ว… แต่เป็นโลกตะวันตกที่ป่าเถื่อนและแตกต่างออกไป

อนิเมะ Terminator ของ Netflix นั้นยอดเยี่ยมในหลายๆ ด้าน รวมถึงข้อเท็จจริงที่ว่านักแสดงภาษาอังกฤษของเขามี Olyphant เป็น Terminator

จากทั้งหมดที่กล่าวมา ทำให้เห็นว่า Timothy Olyphant เป็นนักแสดงที่มีความสามารถรอบด้านอย่างแท้จริง เขาสามารถสวมบทบาทได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคาวบอย นายอำเภอ หรือหุ่นยนต์สังเคราะห์ และเขาก็ทำมันออกมาได้ดีเสมอ

8 บทบาท Sci-Fi ของ Timothy Olyphant

ทำไม Timothy Olyphant ถึงเป็นนักแสดงมากความสามารถ?

Timothy Olyphant กับบทบาทที่หลากหลาย ทำให้เขาเป็นที่ต้องการของฮอลลีวูดเสมอ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์แนวไหน เขาก็สามารถปรับตัวและแสดงออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ เขายังเป็นนักแสดงที่มีเสน่ห์ดึงดูด ทำให้ผู้ชมชื่นชอบและติดตามผลงานของเขาอยู่เสมอ

การที่ Timothy Olyphant ประสบความสำเร็จในบทบาทที่หลากหลายนั้น แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นนักแสดงที่มีความสามารถและทุ่มเทให้กับงานอย่างมาก เขาไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาตัวเองและลองสิ่งใหม่ๆ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขายังคงเป็นนักแสดงที่ได้รับความนิยมและมีผลงานออกมาให้เราได้ชมกันอยู่เสมอ

สำหรับใครที่ยังไม่เคยดูผลงานของ Timothy Olyphant ในภาพยนตร์แนวไซไฟ สยองขวัญ และแฟนตาซี ผมขอแนะนำให้ลองหามาดูกันนะครับ รับรองว่าจะไม่ผิดหวังแน่นอน

Timothy Olyphant ในบทบาทที่ท้าทาย มักจะสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมเสมอ ไม่ว่าจะเป็นบทบาทของคนดีหรือคนร้าย เขาก็สามารถแสดงออกมาได้อย่างสมจริงและน่าเชื่อถือ

ดังนั้น หากคุณเป็นแฟนของ Timothy Olyphant หรือชื่นชอบภาพยนตร์แนวไซไฟ สยองขวัญ และแฟนตาซี อย่าพลาดที่จะติดตามผลงานของเขาในอนาคต เพราะเขายังมีอะไรอีกมากมายที่จะนำเสนอให้กับเรา

ที่มา – Timothy Olyphant’s 8 Greatest Sci-Fi, Fantasy, and Horror RolesWith the versatile star now playing a steely-eyed synthetic on ‘Alien: Earth,’ we’re looking back at his best genre roles so far.

สงครามกับเจได: จุดกำเนิดเผ่าพันธุ์แมนดาลอเรียน

โลกของ Mandalore มี ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและซับซ้อน ใน Star Wars และอาจจะซับซ้อนยิ่งกว่าเรื่องราวสงครามของคนในเผ่าพันธุ์เอง คือสงครามที่พวกเขาร่วมใจกันต่อต้านศัตรูร่วม: สาธารณรัฐกาแล็กซี และกลุ่มเจไดที่รับใช้ แต่เนื้อเรื่องที่ใช้อธิบายความขัดแย้งเหล่านี้ ส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกกล่าวถึง ในเนื้อเรื่อง Star Wars ยุคปัจจุบัน เพราะหันไปเน้นการฟื้นฟู Mandalore ในยุคหลังจักรวรรดิ แต่ในอดีต Canon ของ Expanded Universe เผ่าพันธุ์แมนดาลอเรียนได้สร้างเส้นทางที่สำคัญในกาแล็กซี ในชุดสงครามที่จะปรับเปลี่ยนเจได และ Old Republic ไปตลอดกาล

เรื่องราวของ สงครามกับเจได: จุดกำเนิดเผ่าพันธุ์แมนดาลอเรียน มีนิยามส่วนหนึ่งมาจากการสร้างเผ่าพันธุ์แมนดาลอเรียน ใน EU รากเหง้าของชาวแมนดาลอเรียนมาจากสายพันธุ์ที่เรียกว่า Taung: เป็นกลุ่มลิงคล้ายมนุษย์ที่มีถิ่นกำเนิดใน Coruscant พวกเขาถูกขับออกจากโลกบ้านเกิดหลังความขัดแย้งกับอารยธรรมพื้นเมืองอื่น ๆ ของดาวเคราะห์ Zhell ในที่สุด Taung ก็ย้ายไปที่โลกที่จะ ได้รับการขนานนามว่า Mandalore ตามชื่อผู้นำของพวกเขา Mandalore the First โดยรับชื่อใหม่เป็น Mandalorians ลูกชายและลูกสาวของ Mandalore ในภาษา Taung

แทบจะทันทีหลังจากก่อตั้ง Mandalore ชาวแมนดาลอเรียนได้ส่งนักรบในการรณรงค์แบบเร่ร่อนเพื่อปราบโลกใกล้เคียงและขยายอิทธิพลของแมนดาลอเรียน กว่าสามพันปี การรณรงค์ของแมนดาลอเรียนหลายรุ่น ได้ผลักดันจาก Outer Rim เข้าสู่ขอบของ Republic สร้างพื้นที่แมนดาลอเรียนที่เติบโตขึ้น

แต่สิ่งต่าง ๆ จะเปลี่ยนไปภายใต้การนำของ Mandalore the Indomitable ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์ทางศาสนาในโลกของ Shogun Mandalore the Indomitable ยกความขัดแย้งเป็นเสาหลักแห่งสวรรค์ของสังคมแมนดาลอเรียน ภายใต้การปกครองของ Indomitable ความก้าวร้าวของแมนดาลอเรียนกลายเป็นภัยคุกคามร้ายแรงระดับกาแล็กซี เมื่อกองทัพได้รุกคืบเข้าไปในแกนกลางกาแล็กซีลึกขึ้นเรื่อย ๆ โดยในที่สุดพื้นที่ของแมนดาลอเรียนก็ครอบคลุมโลกใกล้กับบ้านเกิดบรรพบุรุษของ Taung อย่าง Coruscant ในปี 4000 BBY สามพันปีหลังจากการก่อตั้ง Mandalore

ด้วยความหวังที่จะใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ทางการเมืองที่เปราะบางในระบบ Empress Teta ซึ่งถูกล็อคตัวอยู่ในสงครามกลางเมืองและความขัดแย้งจากการแทรกแซงกับกองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจาก Republic ท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของลัทธิด้านมืดที่เรียกว่า Krath Mandalore the Indomitable นำการรณรงค์ครั้งใหม่เข้าสู่พื้นที่ Tetan การบุกโจมตีของกองทัพได้ดึงดูดความสนใจของ Ulic Qel-Droma อดีตเจไดที่ถูกชักจูงเข้าสู่ด้านมืดขณะพยายามแทรกซึม Krath ผู้ท้าทาย Mandalore the Indomitable ในการดวลในปี 3996 BBY โดยเดิมพันด้วยเจ็ดโลกของระบบ Empress Teta และแสนยานุภาพทางทหารของกองกำลัง Krath และ Mandalorian

Mandalore the Indomitable พ่ายแพ้ Qel-Droma ไว้ชีวิตเขาเพื่อปฏิเสธการตายอย่างมีเกียรติ Qel-Droma ใช้ประโยชน์จากชัยชนะเพื่อนำชาวแมนดาลอเรียนเข้ารับใช้เขาผ่านการเกลี้ยกล่อมของ Mandalore the Indomitable ด้วยชาวแมนดาลอเรียนที่อยู่ข้างพวกเขา Qel-Droma และขุนศึกร่วมของเขา Sith Lord Exar Kun เตรียมที่จะเปิดตัว Sith Empire ใหม่ และด้วยเหตุนี้ จึงทำให้กาแล็กซีเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบ

The Great Sith War จะกินเวลาเพียงปีเดียว แม้จะได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากชาวแมนดาลอเรียน Indomitable และ Crusaders ส่วนใหญ่อยู่ห่างจากจุดเปลี่ยนในความขัดแย้งที่ Ossus ซึ่ง Qel-Droma ที่พ่ายแพ้ถูกตัดขาดจาก Force หลังจากสังหารพี่ชายของตัวเองและยอมจำนนต่อเจไดและ Republic แทน Qel-Droma ได้มอบหมายให้ชาวแมนดาลอเรียนบุก Onderon ติดอยู่ในภาวะชะงักงันที่ช้ากับคนในท้องถิ่น การมาถึงของกองกำลังเสริมของ Republic ทั่วมุมโลกทำให้ Mandalore เรียกถอยกลับไปยังหนึ่งในดวงจันทร์ Onderonian Dxun แต่ Indomitable ถูกยิงตกขณะเดินทางและถูกบังคับให้ลงจอดในป่าของดวงจันทร์ ซึ่งเขาถูกสัตว์ร้ายกิน

ผู้คนในเผ่าพันธุ์แมนดาลอเรียนพบว่าตัวเองอยู่บนหน้าผา Great Sith War ได้ลดจำนวนประชากรแมนดาลอเรียนลงอย่างมาก ซึ่งสืบเชื้อสายมาจาก Taung ที่ก่อตั้งโลกเมื่อสามพันปีก่อน ชาวแมนดาลอเรียนที่พบหน้ากากของ Indomitable และโดดเด่นในฐานะ Mandalore คนต่อไป ซึ่งในที่สุดก็เป็นที่รู้จักในชื่อ Mandalore the Ultimate ไม่เพียงแต่รวมกลุ่มที่เหลืออยู่ใหม่หลังจากก่อตั้งฐานทัพหน้าของเขาบน Dxun เป็นสนามฝึกสำหรับนักรบ Mandalorian เท่านั้น Mandalore the Ultimate ซึ่งเป็น Taung เอง เริ่มกระบวนการเปิดสังคม Mandalorian โดยรับสมัครสมาชิกจากสายพันธุ์อื่น ๆ ที่ยอมจำนนต่อรหัสแห่งเกียรติยศของพวกเขา เขายังได้กำหนดนโยบายให้ชาวแมนดาลอเรียนเข้ายึดครองและเพิ่มโลกเข้าสู่การปกครองที่เพิ่มขึ้นของ Mandalore แทนที่จะปล้นสะดมพวกมัน สร้างกระดูกสันหลังของโลกที่สามารถสนับสนุนอุตสาหกรรมสงครามได้

กว่า 20 ปี Mandalore the Ultimate ใช้เวลาในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้คนของเขา เช่นเดียวกับที่เจไดและ Republic ฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่าง Great Sith War ในที่สุดก็ได้รับอิทธิพลส่วนหนึ่งในการเปิดความขัดแย้งกับ Republic โดยทูตที่ปฏิบัติการในนามของ Vitiate’s Sith Empire ที่ซ่อนอยู่ แต่ก็ขับเคลื่อนด้วยความปรารถนาของเขาเองที่จะทดสอบความแข็งแกร่งของทั้ง Republic และ Mandalorians ที่ได้รับการต่ออายุ Mandalore ได้เรียก Neo-Crusaders ของเขาเข้าสู่การรณรงค์ครั้งใหม่ในปี 3976 BBY แต่กองกำลังของ Mandalore ไม่ได้กระโดดเข้าสู่การต่อสู้ในแกนกลางกาแล็กซีทันที ชาวแมนดาลอเรียนใช้เวลาหลายปีในการเลือกดินแดนใน Outer Rim ที่ขอบของ Republic ยึดโลกและกำจัดผู้คนนับล้าน แต่ก็อยู่ห่างจาก Republic มากพอที่จะไม่กระตุ้นการตอบสนองจาก Senate

ต้องใช้การรุกล้ำของ Mandalorian ใกล้กับโลกของ Taris ซึ่งเป็นโลก Outer Rim ที่กลายเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญในการขยายตัวของ Republic อีกครั้งหลังจาก Great Sith War สำหรับ Republic ที่จะสังเกตเห็น การเสริมสร้างการป้องกันและมีส่วนร่วมในการปะทะกับกองกำลัง Neo-Crusader รอบ Taris และระบบท้องถิ่น Republic และชาวแมนดาลอเรียนใช้เวลาหนึ่งปีในการทำสงครามหลอก ๆ ก่อนที่ Mandalore the Ultimate จะเริ่มความขัดแย้งอย่างจริงจังในปี 3964 BBY ในสิ่งที่เรียกว่า “The Onslaught” กองกำลัง Mandalorian ทะลุแนวป้องกันของ Republic ปิดล้อมเหมืองโลกของ Vanquo และ Taris เอง เมื่อชาวแมนดาลอเรียนเปิดตัวการโจมตีที่ทำลายล้างและโหดร้ายในโลกเช่น Onderon และ Serroco

แต่ตลอดสงครามปลอม ความขัดแย้งที่สำคัญอีกประการหนึ่งอยู่ใน Republic เอง เจไดหนุ่มเริ่มสร้างคลื่นในคำสั่ง โดยสนับสนุนการแทรกแซงของเจไดในระดับกาแล็กซีเพื่อหยุดความขัดแย้งกับชาวแมนดาลอเรียนจากการปะทุเป็นสงครามเต็มรูปแบบ การนำลัทธิแก้แค้นมาใช้ การยึดดินแดนที่ชาวแมนดาลอเรียนยึดครอง เจไดหนุ่มในที่สุดก็ก่อตั้งการเคลื่อนไหวของตนเองภายใน Order ชักจูงเจไดมากขึ้นเรื่อย ๆ ให้เชื่อในความเชื่อของตนตามคำสั่งของ Grand Council ซึ่งยังคงปกครองว่าเจไดไม่มีที่อยู่ในแผนการทางทหารของ Republic

แม้ว่าสภาจะส่ง Revanchists ในภารกิจในช่วงต้นของสงคราม และ the Republic เองก็มีส่วนร่วมในการสนใจในการเพิ่มขึ้นของ Jedi crusader ที่เต็มใจต่อสู้กับ Mandalorians ในที่สุด Revanchists และผู้นำของพวกเขาจะแตกหักจาก Jedi Council อย่างสมบูรณ์บนโลก Cathar โลก Outer Rim นอกพื้นที่ Republic Cathar เป็นหนึ่งในโลกแรกสุดในภูมิภาคที่ถูกบุกรุกโดยกองกำลังของ Mandalore the Ultimate นำไปสู่การสูญพันธุ์ของชาว Cathar เกือบทั้งหมด ได้รับแจ้งให้ตรวจสอบความเสียหายของโลก Revanchists ค้นพบความจริงเกี่ยวกับการกำจัด Cathar โดย Mandalorian ผ่าน Force โดยผู้นำของพวกเขา ตอนนี้เข้ารับตำแหน่ง Revan สาบานว่าจะต่อสู้จนกว่าชาวแมนดาลอเรียนจะพ่ายแพ้

การค้นพบการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ Cathar อย่างไม่เต็มใจกระตุ้นให้ Jedi Council อนุมัติการสนับสนุนอย่างเป็นทางการของ Revan และผู้ติดตามของพวกเขาทหาร Republic เป็นครั้งแรกที่ทำหน้าที่เป็น Mercy Corps กองสนับสนุนและผู้รักษาที่ชัดเจน Revanchists กลายเป็นนายพลคนสำคัญและนักรบแนวหน้าในสงครามอย่างรวดเร็ว แม้ว่าชาวแมนดาลอเรียนจะเริ่มผลักดันแกนกลางให้ลึกขึ้นเรื่อย ๆ การแทรกแซงของ Revanchist Jedi จะช่วยพลิกกระแสให้ Republic ได้เปรียบ โดย Revan ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น Supreme Commander ของสาธารณรัฐทหารภายในปี 3962

หลังจากผลักดันชาวแมนดาลอเรียนกลับเข้าไปในพื้นที่ของตนเอง Revan ดึงชาวแมนดาลอเรียนเข้าสู่ความขัดแย้งครั้งใหญ่ในโลกของ Malachor V ในขณะที่ Revan ดวลและสังหาร Malachore the Ultimate บนเรือธงของ Mandalorian กองกำลัง Revanchist ได้เปิดใช้งาน superweapon ทดลองที่รู้จักกันในชื่อ Mass Shadow Generator ซึ่งเป็นเครื่องกำเนิดกระแสน้ำวนของแรงโน้มถ่วง การดักจับ Republic และเรือ Mandalorian อย่างเท่าเทียมกันและกระแทกพวกมันเข้ากับพื้นผิวด้านล่าง Mass Shadow Generator นำ Malachor V ไปสู่หายนะที่น่าสยดสยอง ทำให้โลกแตกและสังหารผู้คนนับหมื่น

ด้วยการตายของ Mandalore the Ultimate และการซ่อนหน้ากากของ Mandalore โดย Revan ปฏิเสธเส้นทางดั้งเดิมสำหรับผู้นำที่เป็นเอกภาพใหม่ของชาวแมนดาลอเรียน และการสูญเสียชีวิตอย่างชัดเจนที่ Malachor V กากบาท Mandalorian ที่ยอดเยี่ยมครั้งสุดท้ายสิ้นสุดลงโดยชาวแมนดาลอเรียนที่รอดชีวิตเสนอการยอมจำนนต่อ the Republic อย่างไม่มีเงื่อนไข Revan สั่งว่าชาวแมนดาลอเรียนจะต้องถูกริบอาวุธ เกราะ และฮาร์ดแวร์ทางทหาร ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่รวมกับการหายตัวไปของหน้ากากของ Mandalore ซึ่งทำให้กลุ่ม Mandalorian แตกออกเป็นกลุ่มชายขอบต่อสู้กันเองเพื่ออำนาจ กระจัดกระจายไปทั่วกาแล็กซี

จะต้องใช้เวลาหลายปีกว่าหน้ากากของ Mandalore จะถูกค้นพบ นำไปสู่อายุของ Mandalore ใหม่ the Preserver ซึ่งในเวลาต่อมาจะทำงานร่วมกับ Jedi และกองกำลัง Republic เพื่อต่อสู้กับภัยคุกคามของ Sith ในทศวรรษหลังจากสิ้นสุดสงคราม Mandalorian Wars แต่ชัยชนะของ Revan ที่ Malachor V สร้างเวทีสำหรับความขัดแย้งที่ร้ายแรงพอ ๆ กันที่จะเกิดขึ้น: การท้าทายกฎของ Jedi Council เพื่อกลับไปยัง Coruscant สำหรับบทบาทของพวกเขาในการสูญเสียชีวิตที่น่าสยดสยองที่ Malachor Revan และพันธมิตรใกล้ชิดของเขา Malak ได้นำ Revanchist Jedi จำนวนมากเข้าไปใน Unknown Regions โดยทำตามเบาะแสที่ Mandalore the Ultimate มอบให้ Revan ในช่วงลมหายใจสุดท้ายของเขา การค้นหา Sith Empire ที่ซ่อนอยู่ที่ช่วยผลักดันให้ชาวแมนดาลอเรียนโจมตี the Republic ในอันดับแรก Revan และ Malak ถูกทำลายและแตกสลายในการยอมจำนนต่อ Dark Side เอง… ซึ่งเป็นเวทีสำหรับการบังคับบัญชาการบุกกาแล็กซีโดย Sith อีกครั้ง

อยากได้ข่าว io9 เพิ่มไหม? ตรวจสอบเวลาที่จะได้ชม Marvel, Star Wars และ Star Trek ล่าสุด อะไรจะเกิดขึ้นต่อไปสำหรับ DC Universe ทั้งภาพยนตร์และทีวี และทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับอนาคตของ Doctor Who

สงครามกับเจได: จุดกำเนิดเผ่าพันธุ์แมนดาลอเรียน

ทำความเข้าใจ สงครามกับเจได: จุดกำเนิดเผ่าพันธุ์แมนดาลอเรียน

โดยสรุป สงครามกับเจได: จุดกำเนิดเผ่าพันธุ์แมนดาลอเรียน เป็นช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์ Star Wars ที่ไม่ได้ถูกสำรวจอย่างละเอียดในสื่อปัจจุบัน แต่ยังคงเป็นส่วนสำคัญของจักรวาล Expanded Universe ที่ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ยังคงมีชีวิตอยู่

เรื่องราวของ สงครามกับเจได: จุดกำเนิดเผ่าพันธุ์แมนดาลอเรียน สอนให้เห็นว่าความขัดแย้งและความเชื่อสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่และผลกระทบที่ยั่งยืนได้อย่างไร

ที่มา – The Original History Behind the Mandalorians’ Wars Against the JediLargely left untouched in current ‘Star Wars’ continuity, the Mandalorian Crusades formed a formal part of the Expanded Universe’s history of the Old Republic.

Deadpool โผล่ Avengers: Doomsday แน่นอน!

ดูเหมือนว่า Ryan Reynolds จะไม่ได้หลอกแฟนๆ ของเขาซะแล้ว! เมื่อต้นสัปดาห์นี้ นักแสดงจาก Deadpool ได้โพสต์โลโก้จาก Deadpool & Wolverine ที่บอกใบ้ถึงความเชื่อมโยงกับ Avengers เขาแค่ล้อเล่นหรือเปล่า? ไม่เลย! มีรายงานว่า Deadpool จะปรากฏตัวใน Avengers: Doomsday อย่างแน่นอน

The Hollywood Reporter รายงานข่าวนี้ io9 ได้ติดต่อ Marvel Studios เพื่อขอความกระจ่างหรือยืนยัน และจะอัปเดตโพสต์นี้เมื่อเราได้รับการตอบกลับ

เรื่องราวนี้กำลังพัฒนา…

อยากได้ข่าว io9 เพิ่มเติมใช่ไหม? ลองดูว่าเมื่อไหร่ที่จะได้ชม Marvel, Star Wars และ Star Trek ล่าสุด, อะไรจะเกิดขึ้นต่อไปสำหรับ DC Universe บนภาพยนตร์และทีวี และทุกสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับอนาคตของ Doctor Who

Deadpool โผล่ Avengers: Doomsday แน่นอน!

ข่าวใหญ่สำหรับแฟนๆ Marvel! หลังจากที่มีข่าวลือและการคาดเดามานาน ในที่สุดก็มีการยืนยันแล้วว่า Deadpool จะเข้าร่วมทีม Avengers ในภาพยนตร์เรื่อง Avengers: Doomsday ข่าวดังกล่าวได้รับการยืนยันจาก The Hollywood Reporter ทำให้แฟนๆ ต่างตื่นเต้นที่จะได้เห็นการรวมตัวของตัวละครสุดฮาตัวนี้กับเหล่าฮีโร่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก

การปรากฏตัวของ Deadpool ใน Avengers: Doomsday ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะ Deadpool เป็นตัวละครที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีอารมณ์ขันที่แตกต่างจากฮีโร่คนอื่นๆ การที่เขาได้เข้ามาอยู่ในทีม Avengers จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงและสีสันใหม่ๆ ให้กับภาพยนตร์อย่างแน่นอน

สิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับการปรากฏตัวของ Deadpool ใน Avengers: Doomsday

  • Ryan Reynolds จะกลับมารับบทเป็น Deadpool
  • บทบาทของ Deadpool ในภาพยนตร์ยังไม่ชัดเจน แต่คาดว่าจะมีความสำคัญต่อเนื้อเรื่อง
  • Avengers: Doomsday จะเป็นการรวมตัวของฮีโร่จากทั่วทั้งจักรวาล Marvel

การที่ Deadpool โผล่ Avengers: Doomsday นั้น ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับทิศทางของ Marvel Cinematic Universe (MCU) ในอนาคต Deadpool เป็นตัวละครที่ฉีกกฎเกณฑ์และพร้อมที่จะทำลายกำแพงที่สี่ การเข้ามาของเขาอาจเป็นการปูทางไปสู่การนำเสนอเรื่องราวที่แปลกใหม่และไม่เหมือนใครใน MCU

แฟนๆ ต่างคาดหวังที่จะได้เห็นฉากแอ็คชั่นสุดมันส์ มุกตลกสุดฮา และการปฏิสัมพันธ์ที่น่าสนใจระหว่าง Deadpool กับเหล่า Avengers การรวมตัวของตัวละครเหล่านี้จะสร้างความบันเทิงและความสนุกสนานให้กับผู้ชมอย่างแน่นอน

Avengers: Doomsday มีกำหนดเข้าฉายในปี 2026 แฟนๆ Marvel ทั่วโลกต่างรอคอยที่จะได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้และสัมผัสประสบการณ์การผจญภัยครั้งใหม่ของเหล่าฮีโร่ที่พวกเขารัก การที่ Deadpool โผล่ Avengers: Doomsday เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น

คุณคิดว่าการปรากฏตัวของ Deadpool จะส่งผลต่อ Avengers: Doomsday อย่างไร? มาร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้เลย!

ที่มา – Deadpool Likely to Appear in ‘Avengers: Doomsday’ After AllRyan Reynolds didn’t get a chair in the cast reveal, but a recent tease on social media was accurate.

ของสะสมหายากจาก Addams Family อาจเป็นของคุณ!

The Addams Family เดินทางมาไกลตั้งแต่การ์ตูนกระดาษของ Charles Addams เปิดตัวในปี 1938 และปัจจุบันอยู่ในยุค Gen Z ต้องขอบคุณผู้กำกับ Tim Burton อย่างไรก็ตาม คนรุ่นเก่ารู้ดีว่าก่อนที่ Wednesday ทาง Netflix จะแนะนำให้เรารู้จักกับ Jenna Ortega ในบทบาทวัยรุ่นเปรี้ยวและสำรวจชีวิตที่เต็มไปด้วยปริศนาของเธอในแวดวงดาร์กอะคาเดเมีย Christina Ricci ได้สร้างให้เธอเป็นไอคอนแห่งยุค 90

Propstore กำลังเปิดตัวของสะสมชิ้นสำคัญแห่งความทรงจำจาก The Addams Family ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประมูล Entertainment Memorabilia ที่กำลังจะมาถึง: ของเล่นไดโนเสาร์ไม้สำหรับเด็กที่ดูโง่เขลาและน่าขนลุก ซึ่งมีเพียง Addams หรือแฟน ๆ Addams เท่านั้นที่จะหลงรัก ของเล่นที่น่ารักและน่าสยดสยองนี้เข้าร่วมกับสมบัติล้ำค่าอื่น ๆ ในวัฒนธรรมป๊อป เช่น ดาบแสงของ Darth Vader จาก Star Wars และ แส้จาก Indiana Jones

 

ของเล่นสีเขียวที่มีตาโปนชิ้นนี้ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง The Addams Family ปี 1991 ของ Barry Sonnenfeld สามารถเห็นได้ในฉากที่ Wednesday (Ricci) กำลังเล่นมันเพื่อฆ่าเวลาในขณะที่เราได้ฟังเรื่องราวเบื้องหลังของ Fester ในช่วงสำคัญของภาพยนตร์

คำอธิบายอย่างเป็นทางการของ Propstore สำหรับของชิ้นนี้แจ้งให้ผู้ซื้อทราบถึงความหายากของมัน: “ของเล่นที่ผลิตขึ้นนี้ เป็นไดโนเสาร์พลาสติกบนล้อที่มีตาโต ทาสีเขียว มีหนามสีเขียวเข้ม และปากสีแดง แสดงให้เห็นร่องรอยของอายุและการใช้งานในการถ่ายทำ รวมถึงการเป็นหลุม การบิ่น รอยขีดข่วน การแตกร้าว และรอยขีดข่วนบนล้อ มีขนาดประมาณ 18″ x 6.5″ x 6″ (45.75 ซม. x 16.75 ซม. x 15.25 ซม.)” และคาดว่าจะได้รับการประมูลที่ชนะในราคาประมาณ 2,000–4,000 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ด้วยตัวละคร Wednesday ที่กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ต้องขอบคุณซีรีส์ทาง Netflix ทำให้ราคาอาจสูงขึ้นมาก

การประมูลจะมีขึ้นในช่วงต้นเดือนกันยายน ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงวิธีการประมูลได้ ที่นี่

ต้องการข่าว io9 เพิ่มเติมหรือไม่? ตรวจสอบว่าเมื่อใดที่จะได้ชม Marvel, Star Wars และ Star Trek ล่าสุด สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปสำหรับ DC Universe ในภาพยนตร์และทีวี และทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับอนาคตของ Doctor Who

ของสะสมหายากจาก Addams Family อาจเป็นของคุณ!

ทำไมของสะสมจาก Addams Family ถึงน่าสนใจ?

ความนิยมของ The Addams Family ไม่เคยจางหายไป และการกลับมาของซีรีส์ Wednesday บน Netflix ยิ่งทำให้ความต้องการของสะสมเพิ่มสูงขึ้นไปอีก การประมูลของ Propstore ในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสทองสำหรับแฟนตัวจริงในการเป็นเจ้าของชิ้นส่วนแห่งความทรงจำจากภาพยนตร์คลาสสิก

ของเล่นไดโนเสาร์ที่ Wednesday เล่นในภาพยนตร์ปี 1991 ไม่ใช่แค่ของเล่นธรรมดา แต่เป็นสัญลักษณ์ของความแปลกประหลาดและความมืดมนที่มีเสน่ห์ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ The Addams Family การได้ครอบครองของชิ้นนี้จึงเป็นการแสดงออกถึงความชื่นชมในสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร และความรักในตัวละครที่ทุกคนหลงใหล

นอกจากนี้ การที่ของเล่นชิ้นนี้เคยถูกใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์จริง ยิ่งเพิ่มมูลค่าและความพิเศษให้กับมัน ทำให้ ของสะสมหายากจาก Addams Family อาจเป็นของคุณ! กลายเป็นสิ่งที่นักสะสมหลายคนใฝ่ฝัน นอกเหนือจากของเล่นชิ้นนี้แล้ว การประมูลยังมีของสะสมอื่นๆ จากภาพยนตร์ดังอีกมากมาย เช่น ดาบ Lightsaber จาก Starwars และ แส้จาก Indiana Jones ที่รอให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมประมูล

สำหรับนักสะสมและแฟนๆ The Addams Family การประมูลครั้งนี้เป็นโอกาสที่ไม่ควรพลาด ของสะสมหายากจาก Addams Family อาจเป็นของคุณ! และกลายเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชันอันล้ำค่าของคุณได้

อย่าพลาดโอกาสในการเป็นเจ้าของ ของสะสมหายากจาก Addams Family อาจเป็นของคุณ! เข้าร่วมการประมูล Propstore ในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้!

ที่มา – A Nostalgic ‘Addams Family’ Prop Could Join Your Spooky, Ooky CollectionPropstore Auctions is selling an iconic piece from the beloved goth family franchise.

ฟ้อง Roblox เหตุเกม ‘หนีเกาะ Epstein’

อัยการสูงสุดแห่งรัฐลุยเซียนาได้ยื่นฟ้องร้องแพลตฟอร์มเกมออนไลน์ยอดนิยมอย่าง Roblox เมื่อวันพฤหัสบดี โดยกล่าวหาว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวล้มเหลวในการปกป้องผู้ใช้งานที่เป็นเด็ก หนึ่งในเนื้อหาที่เป็นปัญหาคือเกมบนแพลตฟอร์มชื่อ “Escape to Epstein Island” หรือ “หนีเกาะ Epstein” ซึ่งถูกจัดว่าเป็นเกมที่เหมาะสมสำหรับทุกวัย

อัยการสูงสุด Liz Murrill กล่าวหาในคดีว่า Roblox ให้ความสำคัญกับการเติบโตของผู้ใช้งานและผลกำไรมากกว่าความปลอดภัยของเด็ก โดยเรียกว่า “สถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก”

“ผู้ปกครองทุกคนควรตระหนักถึงอันตรายที่ชัดเจนและใกล้ตัวที่ Roblox ก่อให้เกิดกับบุตรหลาน เพื่อที่พวกเขาจะสามารถป้องกันไม่ให้สิ่งที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นในบ้านของตนเอง” Murrill กล่าวในข่าวประชาสัมพันธ์

Roblox ก่อตั้งขึ้นในปี 2549 และได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กลายเป็นหนึ่งในเว็บไซต์เกมที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดสำหรับเด็กและวัยรุ่น เมื่อต้นปีที่ผ่านมา บริษัทรายงานว่ามีผู้ใช้งานประจำวัน 111.8 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้เยาว์ ตามข้อมูลของบริษัท 34% ของผู้ใช้งานมีอายุ 13 ปีหรือต่ำกว่า

การฟ้องร้องของอัยการสูงสุดกล่าวหาโดยเฉพาะว่า Roblox อำนวยความสะดวกในการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็ก จงใจที่จะไม่ใช้มาตรการควบคุมความปลอดภัยเพื่อปกป้องผู้เยาว์จากผู้ล่า และล้มเหลวในการเตือนผู้ปกครองและผู้ใช้งานวัยหนุ่มสาวเกี่ยวกับความเสี่ยงของแพลตฟอร์ม

Roblox บอกกับ Gizmodo ในแถลงการณ์ทางอีเมลว่าข้อกล่าวหาที่ว่าจงใจทำให้ผู้ใช้งานตกอยู่ในความเสี่ยงนั้น “ไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง”

“แม้ว่าจะไม่มีระบบใดที่สมบูรณ์แบบ แต่ Roblox ได้ใช้มาตรการป้องกันที่เข้มงวด เช่น ข้อจำกัดในการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล ลิงก์ และการแบ่งปันรูปภาพระหว่างผู้ใช้งาน เพื่อช่วยปกป้องชุมชนของเรา” โฆษกของบริษัทกล่าว “น่าเสียดายที่ผู้กระทำผิดจะพยายามหลีกเลี่ยงระบบของเราเพื่อพยายามนำผู้ใช้งานออกจากแพลตฟอร์ม ซึ่งมาตรฐานความปลอดภัยและแนวทางการกลั่นกรองอาจแตกต่างกัน”

ในบล็อกโพสต์ที่ตอบสนองต่อการฟ้องร้อง Roblox เน้นย้ำถึงความพยายามในการปกป้องเด็กบนแพลตฟอร์ม รวมถึงคุณสมบัติใหม่ 40 รายการที่เปิดตัวในช่วงปีที่ผ่านมา

ถึงกระนั้น คดีความอ้างว่าผู้ใช้งานสามารถบิดเบือนอายุของตนเองบนแพลตฟอร์มได้อย่างง่ายดาย ทำให้ผู้ล่าสามารถแอบอ้างเป็นเด็ก และอนุญาตให้ผู้เยาว์ข้ามข้อจำกัดด้านอายุสำหรับเกมหรือประสบการณ์บนไซต์ได้

คดีนี้ชี้ให้เห็นถึงรายงานล่าสุดที่เปิดเผยกลุ่มผู้ใช้งาน Roblox จำนวน 3,334 คนที่ทำการซื้อขายสื่อลามกอนาจารเด็กอย่างเปิดเผยและชักชวนให้มีการกระทำทางเพศจากผู้เยาว์

ในขณะเดียวกัน Roblox มีเกมหรือประสบการณ์นับล้านตั้งแต่กีฬาและเกมเล่นตามบทบาทไปจนถึงการต่อสู้ทางเรือ การประกวดแฟชั่น และการแสดงตลก แต่ไม่ใช่ทั้งหมดที่เป็นมิตรกับเด็ก ประสบการณ์เช่น “Diddy Party” และ “Public Bathroom Simulator Vibe” ได้ปรากฏบนแพลตฟอร์มโดยมีเนื้อหาที่โจ่งแจ้งทางเพศ

ผู้สร้างประสบการณ์เหล่านี้สามารถควบคุมการติดป้ายเกมของตนว่าเป็น “ทุกวัย” ทำให้เด็กสามารถเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมได้ ตัวอย่างหนึ่งที่อ้างถึงในคดีนี้คือประสบการณ์ที่เรียกว่า “Escape to Epstein Island” หรือ “หนีเกาะ Epstein” ซึ่งอ้างอิงโดยตรงถึงนักการเงินชาวอเมริกันที่ถูกตั้งข้อหาค้ามนุษย์ทางเพศผู้เยาว์

คดีความอ้างว่าแพลตฟอร์ม “จงใจและ/หรือทราบว่าได้ออกแบบ Roblox โดยไม่กำหนดให้มีการกำหนดอายุที่เหมาะสมสำหรับประสบการณ์ต่างๆ เพื่อเพิ่มจำนวนการใช้งานต่อประสบการณ์เพื่อจุดประสงค์ในการเพิ่มรายได้” และนี่คือสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา เกมหนีเกาะ Epstein บน Roblox

Murrill กำลังขอคำสั่งห้ามอย่างถาวรเพื่อหยุดบริษัทจากการอ้างว่ามีคุณสมบัติความปลอดภัยที่เพียงพอ และห้ามไม่ให้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติใดๆ ที่จะละเมิดกฎหมาย Louisiana Unfair Trade Practices Act

ในสัปดาห์นี้ Ro Khanna ผู้แทนจากแคลิฟอร์เนียยังได้เปิดตัวคำร้องเรียกร้องให้ Roblox ดำเนินการมากขึ้นเพื่อปกป้องผู้ใช้งาน

ฟ้อง Roblox เหตุเกม ‘หนีเกาะ Epstein’

ทำไมเกม ‘หนีเกาะ Epstein’ ถึงปรากฏบน Roblox ได้?

การที่เกมอย่าง “หนีเกาะ Epstein” สามารถปรากฏบน Roblox ได้ แสดงให้เห็นถึงปัญหาในการควบคุมและดูแลเนื้อหาบนแพลตฟอร์ม แม้ว่า Roblox จะมีระบบกลั่นกรองเนื้อหา แต่ก็ยังมีช่องโหว่ที่ทำให้เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมหลุดรอดออกมาได้ ผู้พัฒนายังสามารถติดป้ายเกมของตนเองว่าเป็นเกมที่เหมาะสำหรับทุกวัย ซึ่งอาจทำให้เด็ก ๆ เข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น

การฟ้องร้องในครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนว่า Roblox จำเป็นต้องยกระดับมาตรการความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้งานที่เป็นเด็ก การเพิกเฉยต่อความเสี่ยงเหล่านี้อาจนำไปสู่ผลกระทบที่รุนแรงต่อเด็กและเยาวชน

ถึงเวลาแล้วที่ Roblox จะต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ใช้งานมากกว่าผลกำไร และดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าเช่นนี้อีก

ที่มา – Louisiana AG Calls Out ‘Escape to Epstein Island’ Roblox Game in LawsuitThe lawsuit alleges that Roblox is prioritizing profits over child safety.

ดาวเด่น ‘Weapons’ เผยฉากจำ! เอมี่ แมดิแกนเป็นใคร

หลังจากได้ชมภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง Weapons ของแซ็ค เคร็กเกอร์ หลายสิ่งอาจผุดขึ้นในใจ ทั้งตัวละคร การเปิดเผยเรื่องราว และฉากที่ทำให้สะดุ้งโหยง นอกจากนี้ ยังมีการวิ่งให้เห็นตลอดเรื่อง เด็ก ๆ วิ่งบนถนน วิ่งในป่า วิ่ง… ไปตามที่ต่าง ๆ เพื่อตามหา… ใครบางคน เราจะไม่สปอยล์เนื้อเรื่อง แต่ในการสัมภาษณ์ครั้งแรกเกี่ยวกับบทบาทในภาพยนตร์เรื่องนี้ นักแสดงสาวเอมี่ แมดิแกน ได้พูดถึงการถ่ายทำ ฉากที่น่าจดจำที่สุดของตัวละคร ในตอนท้ายของเรื่อง

Io9spoiler

แมดิแกนรับบทเป็นป้าแกลดิสในภาพยนตร์ ป้าแม่มดผู้มีนิสัยแปลกประหลาดของอเล็กซ์ เด็กคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ในชั้นเรียนที่ทุกคนหายตัวไป ในไม่ช้าเราก็ได้รู้ว่าแกลดิสเป็นผู้รับผิดชอบการหายตัวไปของเด็ก ๆ ในชั้นเรียนของอเล็กซ์ แต่ในช่วงใกล้จบเรื่อง อเล็กซ์ก็พลิกสถานการณ์ เขาใช้เวทมนตร์ของเธอจัดการ และส่งเด็ก ๆ ทั้งชั้นเรียนเข้าจัดการเธอในเวลาเดียวกัน พวกเขาพุ่งชนบ้าน กำแพง ทุกสิ่งทุกอย่าง ในเหตุการณ์ที่ทั้งตลก น่าตื่นเต้น และนองเลือดในที่สุด

ในการให้สัมภาษณ์กับ Entertainment Weekly แมดิแกนเผยว่าเธอคือคนที่วิ่งหนีเด็ก ๆ เหล่านั้นจริง ๆ “ฉันพูดว่า ‘โอ้ ไม่นะ ฉันจะต้องวิ่ง’ ยกเว้นตอนที่ฉันถูกจัดการในตอนท้าย” ดาราจาก Field of Dreams กล่าว “ขอบคุณมากที่นักแสดงผาดโผนเข้ามา และถูกจัดการ จากนั้นฉันก็ต้องกลิ้งตัวไปมาและถูกควักไส้ แซ็คจะบอกว่า ‘คุณกำลังตื่นตระหนก’ และอะไรทำนองนั้น แต่ ‘แค่ปล่อยให้ร่างกายของคุณอยู่ที่นั่น สะบัดไปมา’ นั่นคือทั้งหมดที่ฉันต้องได้ยิน เพราะฉันชอบเป็นนักแสดงที่ใช้ร่างกาย”

ดังนั้น การวิ่งสุดเหวี่ยงนั่น? คือแมดิแกน เสียงกรีดร้องและการสะบัดตัวบนพื้น? คือแมดิแกน แต่การถูกจัดการไม่ใช่

ในส่วนของการพูดคุยเกี่ยวกับแกลดิสมากขึ้น เช่น เธอมาจากไหน หรือเรื่องราวของเธอเป็นอย่างไร แมดิแกนไม่ได้เปิดเผยมากนัก “ฉันใช้ข้อมูลที่แตกต่างกันมากมาย แต่ฉันจะไม่บอกว่าเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง ฉันคิดว่ามันเป็นการผสมผสานของหลายสิ่งหลายอย่าง” แมดิแกนกล่าว “ผู้คนถามคำถามนั้นว่า ‘เธอเป็นของจริงหรือเป็นอย่างนั้นอย่างนี้?’ ฉันบอกว่า ‘ดีเลย พวกคุณคิดออกเอง เพราะฉันตอบไม่ได้’”

เธอยังให้ความเห็นเกี่ยวกับ ความเป็นไปได้ของภาคต้นของป้าแกลดิส ซึ่งเธอยังไม่ค่อยเชื่อ แต่ก็ดูเหมือนจะสนใจ “ไม่ใช่ว่าฉันไม่เชื่อ แต่งานนี้ไม่มีอะไรจริงจนกว่ามันจะเป็นจริง” เธอกล่าว “ฉันมีช่วงเวลาที่ดีในการทำงานกับแซ็ค และได้เข้าไปอยู่ในสมองของเขา นั่นคือของขวัญที่แท้จริงของวิธีการที่ภาพยนตร์ออกมา สิ่งอื่น ๆ เกี่ยวข้องกับการสนทนาทุกประเภทที่ฉันจะไม่ได้รับทราบ และเรื่องทางธุรกิจอย่างนั้น แต่คุณรู้ไหม ฉันรักแกลดิส ดังนั้นฉันจะปล่อยไว้แค่นั้น”

หวังว่าเราทุกคนไม่ต้องปล่อยไว้แค่นั้น และเราจะได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแกลดิสในอนาคต Weapons ฉายในโรงภาพยนตร์แล้ว

อยากได้ข่าว io9 เพิ่มเติมไหม? ลองดูว่าเมื่อไหร่ที่คาดว่าจะได้ชม Marvel, Star Wars และ Star Trek ล่าสุด สิ่งต่อไปสำหรับ DC Universe บนภาพยนตร์และทีวี และทุกสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับอนาคตของ Doctor Who

ดาวเด่น ‘Weapons’ เผยฉากจำ! เอมี่ แมดิแกนเป็นใคร

เอมี่ แมดิแกนกับบทบาทที่น่าจดจำใน Weapons

เอมี่ แมดิแกน นักแสดงมากฝีมือ ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมในภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องล่าสุดอย่าง Weapons ในบทบาทของป้าแกลดิส ตัวละครที่มีความซับซ้อนและน่าค้นหา ซึ่งวันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงฉากที่น่าจดจำที่สุดของเธอในภาพยนตร์เรื่องนี้ รวมถึงความคิดเห็นของเธอเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของภาคต้นที่จะเล่าเรื่องราวของป้าแกลดิส

แมดิแกนเล่าถึงการถ่ายทำฉากวิ่งหนีเด็กๆ ที่ทั้งตลกและน่าสะพรึงกลัว ซึ่งเธอได้แสดงเองเกือบทั้งหมด ยกเว้นฉากที่ถูกจัดการโดยนักแสดงผาดโผน เธอยังกล่าวถึงความสนุกสนานในการทำงานร่วมกับผู้กำกับแซ็ค เคร็กเกอร์ และความท้าทายในการตีความตัวละครป้าแกลดิสที่เต็มไปด้วยปริศนา

สำหรับแฟนๆ ที่ชื่นชอบภาพยนตร์ Weapons และอยากรู้จักตัวละครป้าแกลดิสให้มากขึ้น การสัมภาษณ์ของเอมี่ แมดิแกนในครั้งนี้ถือเป็นข้อมูลที่น่าสนใจอย่างยิ่ง และยังเป็นการเปิดโอกาสให้เราได้เห็นถึงความทุ่มเทและความสามารถของนักแสดงในการสร้างสรรค์บทบาทที่น่าจดจำ

นอกจากนี้ การพูดถึงความเป็นไปได้ของภาคต้นของป้าแกลดิสยังเป็นประเด็นที่น่าติดตาม เพราะมันอาจเป็นการขยายจักรวาลของ Weapons และเปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังที่น่าสนใจของตัวละครนี้

ดังนั้นหากคุณเป็นแฟนภาพยนตร์สยองขวัญและชื่นชอบการแสดงของเอมี่ แมดิแกน อย่าพลาดชม Weapons ในโรงภาพยนตร์ และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของภาคต้นของป้าแกลดิส

ดาวเด่น ‘Weapons’ เผยฉากจำ! เอมี่ แมดิแกนเป็นใคร และอะไรที่ทำให้ฉากนั้นกลายเป็นฉากที่น่าจดจำที่สุดในภาพยนตร์

ที่มา – The Mystery Star of ‘Weapons’ Talks About Its Most Unforgettable SceneAmy Madigan is finally speaking about Aunt Gladys, the breakout star of Zach Cregger’s hit horror film.