AIS ชี้ Digital Infrastructure พร้อมแล้ว ชวน SME ตั้งโจทย์ให้ชัด เปลี่ยน AI เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจ
ในวันที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของโลกธุรกิจ คำถามที่น่าสนใจอาจไม่ใช่ธุรกิจของเราเริ่มใช้ AI แล้วกี่โครงการ แต่คือ AI ที่นำมาใช้สามารถสร้างรายได้ ลดต้นทุน เพิ่มความเร็ว หรือทำให้ลูกค้าพึงพอใจขึ้นได้จริงหรือไม่ ประเด็นนี้สะท้อนแนวคิดจากเวที Empowering Thai Businesses with New Capabilities for the Intelligent Economy ในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026 ซึ่งชี้ให้เห็นภาพอนาคตของธุรกิจไทยได้อย่างน่าสนใจ
AIS ชี้ Digital Infrastructure พร้อมแล้ว ชวน SME ตั้งโจทย์ให้ชัด เปลี่ยน AI เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจ คือสารสำคัญที่เหมาะกับผู้ประกอบการทุกขนาด โดยเฉพาะ SME ที่ต้องบริหารงบประมาณอย่างรอบคอบและไม่สามารถทดลองเทคโนโลยีแบบไม่มีเป้าหมายได้นานนัก เพราะทุกการลงทุนควรนำไปสู่ผลลัพธ์ที่วัดได้และช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าอย่างมั่นคง
AIS ชี้ Digital Infrastructure พร้อมแล้ว ชวน SME ตั้งโจทย์ให้ชัด เปลี่ยน AI เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจ
ภูผา เอกะวิภาต มองว่า ประเทศไทยมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ระบบคลาวด์ ศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center รวมถึงพลังประมวลผลที่รองรับการใช้งาน AI ในระดับสูง การลงทุนจากภาครัฐและเอกชน ตลอดจนเม็ดเงินสนับสนุนจาก BOI ช่วยยกระดับศักยภาพของประเทศให้สามารถรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลได้ดีขึ้น
นอกจากนี้ ปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตและ Bandwidth ยังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่สายเคเบิลใต้น้ำช่วยให้การเชื่อมต่อระหว่างประเทศมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม เมื่อมองจากภาพรวมจึงกล่าวได้ว่า โครงสร้างพื้นฐานไม่ได้เป็นอุปสรรคใหญ่ของธุรกิจไทยอีกต่อไป แต่โจทย์สำคัญคือ เราจะเปลี่ยนความพร้อมเหล่านี้ให้กลายเป็นคุณค่าที่กระจายถึงผู้ประกอบการและคนไทยได้อย่างไร
อย่าเริ่มจากคำถามว่าจะใช้ AI ทำอะไร
หลายองค์กรอาจเริ่มต้นโครงการด้วยคำถามว่า เราจะนำ AI มาใช้กับงานส่วนไหนดี แล้วส่งต่อให้ทีมไอทีเป็นผู้ค้นหาเครื่องมือที่เหมาะสม วิธีคิดเช่นนี้อาจทำให้เกิดโครงการทดลองจำนวนมาก แต่ไม่สามารถตอบได้ชัดเจนว่าโครงการใดสร้างผลกระทบต่อธุรกิจจริง
แนวทางที่มีประสิทธิภาพกว่าคือการเริ่มต้นจากปัญหาทางธุรกิจ เช่น ต้องการลดเวลาตอบคำถามลูกค้า ลดสินค้าคงคลัง ลดของเสีย เพิ่มยอดขาย หรือวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคให้แม่นยำขึ้น จากนั้นจึงเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมเข้ามาช่วยแก้ปัญหา เมื่อกำหนดเป้าหมายตั้งแต่ต้น องค์กรจะสามารถวัดผลได้ทั้งในมิติรายได้ ต้นทุน เวลา และความพึงพอใจของลูกค้า
- ระบุปัญหาหลักที่กระทบธุรกิจให้ชัดเจน
- กำหนดตัวชี้วัดก่อนเริ่มโครงการ
- เลือก AI ให้เหมาะกับขนาดและความพร้อมขององค์กร
- ทดลองจาก Use Case ที่เห็นผลได้เร็ว
- ติดตามผลและปรับปรุงจากข้อมูลจริง
โครงสร้างพื้นฐานพร้อม แต่คุณค่าต้องไปถึง SME
แม้ประเทศไทยจะมี Data Center ระบบ Cloud และเครือข่ายที่พร้อมขึ้น แต่การลงทุนขนาดใหญ่จะมีความหมายก็ต่อเมื่อผู้ประกอบการรายเล็กสามารถเข้าถึงและนำไปใช้ได้จริง หากโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้สร้างประโยชน์เฉพาะบริษัทขนาดใหญ่หรือกระจุกอยู่ในบางอุตสาหกรรม ศักยภาพของประเทศก็อาจยังไม่ถูกใช้อย่างเต็มที่
อีกประเด็นที่น่าคิดคือ หากธุรกิจไทยเป็นเพียงผู้ใช้โมเดลจากต่างประเทศ เราอาจต้องส่งข้อมูลออกไปให้แพลตฟอร์มภายนอกประมวลผล แล้วจ่ายเงินซื้อบริการหรือองค์ความรู้กลับมาใช้ในประเทศ การพัฒนาโซลูชันที่เข้าใจภาษา วัฒนธรรม พฤติกรรมผู้บริโภค และบริบทของตลาดไทย จึงเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความสามารถของประเทศในระยะยาว
AI as a Service คือคำตอบที่ SME เข้าถึงได้
SME ไม่จำเป็นต้องมีซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่เหมือนองค์กรระดับ Enterprise และไม่ควรต้องลงทุนก้อนโตเพื่อพิสูจน์ว่า AI จะช่วยธุรกิจได้หรือไม่ สิ่งที่ SME ต้องการคือบริการที่เริ่มใช้งานได้ง่าย มีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแล และคิดค่าใช้บริการตามการใช้งานจริงในลักษณะเดียวกับค่าน้ำหรือค่าไฟ
รูปแบบ AI as a Service จึงมีโอกาสเติบโตมาก เพราะช่วยลดภาระเงินลงทุนเริ่มต้น และเปิดทางให้ธุรกิจทดลองใช้ AI ในจุดที่จำเป็นก่อน เมื่อเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนจึงค่อยขยายไปยังแผนกหรือกระบวนการอื่น ตัวอย่างเช่น ร้านค้าอาจเริ่มจากระบบคาดการณ์สินค้า ร้านอาหารอาจใช้ AI วิเคราะห์ยอดขายและวัตถุดิบ หรือธุรกิจบริการอาจใช้ระบบตอบคำถามลูกค้าอัตโนมัติ
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการควรเลือกบริการที่มีมาตรฐานด้านความปลอดภัย ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และสามารถอธิบายผลลัพธ์จากการใช้งานได้ ไม่ควรเลือกเครื่องมือเพียงเพราะกำลังเป็นกระแสหรือมีฟังก์ชันจำนวนมาก
คนทำงานต้องปรับตัวอย่างไร
AI ไม่ได้เปลี่ยนแค่กระบวนการทำงาน แต่ยังเปลี่ยนความคาดหวังของลูกค้าและความเร็วในการแข่งขันด้วย งานที่ใช้เวลานาน เช่น การสรุปข้อมูล การร่างเอกสาร การค้นคว้า หรือการวิเคราะห์แนวโน้ม อาจทำได้รวดเร็วขึ้นอย่างมาก คนทำงานจึงควรพัฒนาทักษะในการตั้งคำถาม ตรวจสอบความถูกต้อง และนำข้อมูลจาก AI ไปใช้ประกอบการตัดสินใจ
หัวใจสำคัญไม่ใช่การปล่อยให้ AI ทำทุกอย่างแทนมนุษย์ แต่คือการใช้ AI เป็นเครื่องมือเพิ่มศักยภาพของทีม ส่วนมนุษย์ยังคงมีบทบาทในการกำหนดทิศทาง เข้าใจลูกค้า ประเมินความเสี่ยง และตัดสินใจในเรื่องที่ต้องอาศัยประสบการณ์หรือความรับผิดชอบ
ท้ายที่สุด AIS ชี้ Digital Infrastructure พร้อมแล้ว ชวน SME ตั้งโจทย์ให้ชัด เปลี่ยน AI เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจ ไม่ใช่เพียงประโยคที่สะท้อนความพร้อมด้านเทคโนโลยี แต่เป็นคำแนะนำให้ทุกธุรกิจกลับมาทบทวนเป้าหมายของตัวเองก่อนลงทุน หากเริ่มจากปัญหาที่ชัด เลือกเครื่องมือที่เหมาะสม และวัดผลอย่างจริงจัง AI จะไม่ใช่แค่เทรนด์ที่พูดถึงในวงการเทคโนโลยี แต่จะกลายเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจไทยแข่งขันได้อย่างยั่งยืน ผู้ประกอบการที่ยังลังเลควรเริ่มจาก Use Case เล็ก ๆ ที่เห็นผลเร็ว แล้วค่อยต่อยอดให้กลายเป็นระบบสร้างมูลค่าที่ใหญ่ขึ้น
ที่มา – AIS ชี้ Digital Infrastructure พร้อมแล้ว ชวน SME ตั้งโจทย์ให้ชัด เปลี่ยน AI เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจ
