AI และคริปโตทุ่มงบเลือกตั้ง แต่กลับพังยับ

การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ครั้งล่าสุดถูกจับตามองว่าเป็นหนึ่งในการเลือกตั้งที่ใช้งบประมาณสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ผลลัพธ์กลับสร้างความผิดหวังให้กับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอย่างมาก โดยเฉพาะบริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์หรือ AI และธุรกิจคริปโตที่ใช้เงินจำนวนมหาศาลสนับสนุนผู้สมัครซึ่งมีแนวคิดเป็นมิตรต่ออุตสาหกรรมของตนเอง ทว่าเมื่อผลคะแนนออกมา ผู้สมัครจำนวนมากกลับพ่ายแพ้ให้กับฝ่ายเดโมแครต

ภาพรวมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า AI และคริปโตทุ่มงบเลือกตั้ง แต่กลับพังยับ แม้เงินทุนจะช่วยเพิ่มการมองเห็น สร้างโฆษณาจำนวนมาก และสนับสนุนแคมเปญทางการเมืองได้ แต่เงินเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับประกันชัยชนะได้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งยังคงพิจารณาประเด็นเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ นโยบายสังคม บุคลิกของผู้สมัคร และความน่าเชื่อถือทางการเมืองประกอบกัน

AI และคริปโตทุ่มงบเลือกตั้ง แต่กลับพังยับ

ข้อมูลจาก Tech Influence Watch ระบุว่า กลุ่มซูเปอร์ PAC ที่เน้นประเด็นคริปโตและ AI ใช้เงินประมาณ 112 ล้านดอลลาร์ในการสนับสนุนหรือโจมตีผู้สมัครในการเลือกตั้งทั่วไปเพียงช่วงเดียว แต่เงินราว 74.7 ล้านดอลลาร์ถูกใช้ไปกับผู้สมัครที่แพ้ หรือใช้เพื่อพยายามโค่นผู้สมัครที่ชนะในท้ายที่สุด

ตลอดรอบการเลือกตั้ง บริษัทด้าน AI บริษัทคริปโต และพนักงานของบริษัทเหล่านี้บริจาคเงินให้คณะกรรมการทางการเมืองรวมกันมากกว่า 506 ล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกัน PAC ที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีใช้เงินเกือบ 250 ล้านดอลลาร์กับการเลือกตั้งระดับรัฐบาลกลาง รวมถึงการเลือกตั้งขั้นต้น ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างจริงจังของภาคธุรกิจในการผลักดันผู้กำหนดนโยบายที่สนับสนุนเทคโนโลยี

เงินจาก AI และคริปโตไม่ได้เปลี่ยนใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งเสมอไป

เฉพาะกลุ่ม AI ใช้เงินประมาณ 72.3 ล้านดอลลาร์กับการเลือกตั้งปีนี้ โดยเกือบ 28 ล้านดอลลาร์มาจากกลุ่มที่ผลักดันให้มีกฎระเบียบเกี่ยวกับ AI น้อยลง ส่วนตัวเลขจาก Tech Influence Watch ประเมินว่ายอดใช้จ่ายของกลุ่ม AI อาจสูงถึงเกือบ 79 ล้านดอลลาร์ ด้านอุตสาหกรรมคริปโต ซูเปอร์ PAC ขนาดใหญ่สามกลุ่มใช้เงินประมาณ 170 ล้านดอลลาร์กับการแข่งขันชิงที่นั่งในสภาคองเกรส

การใช้เงินจำนวนมากเช่นนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางกฎหมายที่เป็นมิตรต่อธุรกิจคริปโต และลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบสำหรับบริษัท AI อย่างไรก็ตาม ผลการเลือกตั้งชี้ว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยไม่ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายเทคโนโลยีมากพอที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมการลงคะแนนเพียงเพราะมีโฆษณาจากกลุ่มทุนจำนวนมาก

ตัวอย่างการแข่งขันที่กลุ่มเทคโนโลยีพ่ายแพ้

หนึ่งในกรณีที่ได้รับความสนใจมากที่สุดเกิดขึ้นในรัฐเท็กซัส อีลอน มัสก์ ซึ่งเป็นผู้บริจาคทางการเมืองรายใหญ่ที่สุดของรอบการเลือกตั้งนี้ สนับสนุนกลุ่มการเมืองด้วยเงินมากกว่า 470 ล้านดอลลาร์ เงินส่วนสำคัญถูกใช้เพื่อสนับสนุนเคน แพ็กซ์ตัน ในการแข่งขันวุฒิสภากับเจมส์ ทาลาริโกจากพรรคเดโมแครต แต่ท้ายที่สุดแพ็กซ์ตันแพ้ โดยทาลาริโกได้รับคะแนนเสียงประมาณ 55 เปอร์เซ็นต์

ในรัฐโอไฮโอ เชอร์รอด บราวน์ จากพรรคเดโมแครตชนะจอน ฮัสเต็ดจากพรรครีพับลิกัน แม้ซูเปอร์ PAC ที่เกี่ยวข้องกับคริปโตจะใช้เงินมากกว่า 64 ล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนฮัสเต็ดหรือโจมตีบราวน์ นอกจากนี้ Senate Leadership Fund ใช้เงินกว่า 95.6 ล้านดอลลาร์กับการแข่งขันดังกล่าว และ America PAC ของมัสก์ใช้เงินอีกประมาณ 9.7 ล้านดอลลาร์เพื่อคัดค้านบราวน์

รัฐเซาท์แคโรไลนาก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ดาร์ไลน์ เกรแฮม ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากซูเปอร์ PAC ด้าน AI หลายกลุ่ม แพ้ให้กับแอนนี แอนดรูส์ แม้จะมีเงินมากกว่า 4.8 ล้านดอลลาร์ถูกใช้เพื่อสนับสนุนแคมเปญของเธอ ขณะที่เงินอีกกว่า 13 ล้านดอลลาร์ถูกใช้เพื่อพยายามเอาชนะผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต

ในรัฐเมน ซูซาน คอลลินส์ สมาชิกวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกันที่ดำรงตำแหน่งมานานก็ไม่สามารถรักษาที่นั่งไว้ได้ แม้จะได้รับเงินสนับสนุนจากกลุ่มที่สนับสนุน AI และเงินจากกลุ่มการเมืองอื่นรวมกันหลายสิบล้านดอลลาร์ ส่วนรัฐมิชิแกน ไมก์ ร็อดเจอร์ส ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจาก PAC ที่เกี่ยวข้องกับคริปโตและ AI ก็แพ้ให้กับอับดุล เอล-ซายิด

ไม่ใช่ทุกการเดิมพันที่ล้มเหลว

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ไม่ได้เลวร้ายสำหรับอุตสาหกรรม AI และคริปโตทั้งหมด ในรัฐเนแบรสกา พีต ริกเก็ตส์ จากพรรครีพับลิกันชนะการเลือกตั้งอีกครั้ง หลังจาก Defend American Jobs PAC ใช้เงินประมาณ 13.5 ล้านดอลลาร์เพื่อคัดค้านแดน ออสบอร์น ผู้สมัครอิสระ นอกจากนี้ PAC ที่สนับสนุน AI และคริปโตยังช่วยผลักดันผู้สมัครที่ชนะในหลายเขตซึ่งมีการแข่งขันไม่สูงมาก

  • กลุ่มคริปโตและ AI ใช้เงินหลายร้อยล้านดอลลาร์เพื่อสร้างอิทธิพลทางการเมือง
  • เงินจำนวนมากถูกใช้กับผู้สมัครที่แพ้ หรือใช้โจมตีผู้สมัครที่ชนะ
  • ผู้มีสิทธิเลือกตั้งยังตัดสินใจจากปัจจัยอื่นนอกเหนือจากโฆษณาทางการเมือง
  • เงินทุนช่วยเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน แต่ไม่สามารถรับประกันชัยชนะได้

บทเรียนจากการทุ่มเงินทางการเมือง

เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับบริษัทเทคโนโลยีที่ต้องการมีบทบาทในเวทีการเมือง การสนับสนุนผู้สมัครจำนวนมากอาจช่วยสร้างเครือข่ายและทำให้ประเด็นของอุตสาหกรรมถูกพูดถึง แต่หากผู้สมัครขาดความนิยม หรือมีจุดยืนที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน การโฆษณาและเงินบริจาคจำนวนมหาศาลก็อาจกลายเป็นค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า

นอกจากนี้ การทุ่มเงินทางการเมืองมากเกินไปอาจสร้างภาพลักษณ์ด้านลบ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอาจมองว่าบริษัทขนาดใหญ่พยายามซื้ออิทธิพลหรือแทรกแซงนโยบายสาธารณะ หากกลุ่มธุรกิจต้องการได้รับการสนับสนุนในระยะยาว พวกเขาอาจต้องสื่อสารเรื่องประโยชน์ของ AI และคริปโตอย่างโปร่งใส รับฟังความกังวลของสังคม และทำงานร่วมกับผู้กำหนดนโยบายหลายฝ่ายมากกว่าการเดิมพันกับผู้สมัครเพียงกลุ่มเดียว

ท้ายที่สุด AI และคริปโตทุ่มงบเลือกตั้ง แต่กลับพังยับ คือเครื่องเตือนใจว่าอำนาจทางการเงินมีขีดจำกัด เงินสามารถซื้อพื้นที่โฆษณาและสร้างการรับรู้ได้ แต่ไม่อาจซื้อความไว้วางใจจากประชาชนได้ทั้งหมด หากอุตสาหกรรมเหล่านี้ต้องการเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างยั่งยืน ก็ควรให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือ ผลกระทบต่อผู้บริโภค และการมีส่วนร่วมกับสังคมควบคู่ไปกับการลงทุนทางการเมือง

สำหรับผู้ติดตามข่าวเทคโนโลยีและการเมือง เหตุการณ์นี้จึงเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจว่า เมื่อเงินทุนจากภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะยังคงเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายเสมอ

ที่มา – AI and Crypto’s Election Spending Spree Backfired Spectacularly

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *