ACT เปิดผลโพลประชาชนเรียกร้อง ‘อนุทิน’ ทำกฎหมายปราบโกงให้ศักดิ์สิทธิ์ ย้ำผู้นำต้องแสดงเจตจำนงต้านโกง

เมื่อเร็ว ๆ นี้ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ได้จัดงานวันต่อต้านคอรัปชันประจำปี 2568 ภายใต้หัวข้อ “ไม่โกง ไม่เกิด..จริงหรือ?” โดยมีการเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องการให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ อย่าง อนุทิน ชาญวีรกูล ดำเนินการเพื่อต่อสู้กับการทุจริต

ACT เปิดผลโพลประชาชนเรียกร้อง ‘อนุทิน’ ทำกฎหมายปราบโกงให้ศักดิ์สิทธิ์

ผลโพลที่ ACT เผยออกมาชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุดคือ การทำให้กฎหมายต่อต้านการโกงชาติมีความเข้มแข็งและศักดิ์สิทธิ์ โดยมีประชาชนให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วยการให้ผู้นำระดับสูงแสดงตัวอย่างที่ดีในการต่อต้านการทุจริต และการจัดการกับบุคคลในรัฐบาลที่มีพฤติกรรมทุจริตอย่างจริงจังและโปร่งใส

มานะ นิมิตรมงคล ประธาน ACT กล่าวว่า ประชาชนต้องการให้นายกรัฐมนตรีแสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนในการต่อสู้กับการทุจริต ทั้งในด้านการไม่ปล่อยให้คนใกล้ชิดทุจริต การส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ และการเคารพต่อองค์กรอิสระ เพื่อสร้างระบบที่มีความโปร่งใสและยุติธรรม

ผู้ร่วมเสวนา “ไม่โกง ไม่เกิด..จริงหรือ?” มองว่าความโปร่งใสคือกุญแจ

ในเวทีเสวนาหัวข้อ “ไม่โกง ไม่เกิด..จริงหรือ?” ผู้เข้าร่วมต่างเห็นพ้องว่า การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนไม่สามารถทำได้แค่依靠การทุจริต แต่ต้องอาศัยระบบโครงสร้างที่โปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชนเหมือนกัน

  • วทันยา บุนนาค อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เผยว่า แม้จะมีนักการเมืองที่มีเจตนาดี แต่หลายคนยังคงตกเป็นเหยื่อของวัฒนธรรมการโกง ซึ่งเป็น “หลุมดำ” ในการพัฒนาประเทศ และมองว่าการเลือกตั้งครั้งใหม่คือโอกาสของประชาชนในการใช้เสียงตอบโต้ระบบคอรัปชัน
  • ดร.เดชรัต สุขกำเนิด ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน ชี้ว่า ปัญหาการทุจริตไม่ได้อยู่ที่บทลงโทษที่เบา แต่อยู่ที่ “คนโกงถูกจับได้น้อย” และอธิบายว่าการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (open data) เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนตรวจสอบร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงแนวทางที่ กทม. ใช้เพื่อสร้างระบบที่ปลอดการทุจริต เช่น ระบบบริการผ่านออนไลน์แบบ One Stop Service รวมถึงการนำโครงการงบประมาณเกิน 1,000 ล้านบาทเข้าสู่โครงการข้อตกลงคุณธรรม (IP) เพื่อป้องกันการทุจริต

ผู้ประกอบการเรียกร้อง “งดกลไกรัฐแกล้งผู้ประกอบการ”

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการก็ออกมาเปิดเผยมุมมองของตนเองด้วย โดย ลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่ต้องการดำเนินธุรกิจด้วยการจ่ายเงินใต้โต๊ะ แต่บางครั้งถูกกลไกรัฐบีบให้ต้องจ่ายเพื่อความสะดวก พร้อมเล่าประสบการณ์ที่เคยดำเนินการร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. แต่คดียังไม่คืบหน้า

เครื่องมือต่อต้านทุจริตจาก ACT ส่งแรงผลักดันให้รัฐบาล

ACT ยังได้เสนอ “เครื่องมือต่อต้านทุจริต” 4 ตัวที่มีประสิทธิภาพในการช่วยประชาชนตรวจสอบร่วมกัน และสามารถประหยัดงบประมาณแผ่นดินรวมสูงสุดเป็นแสนล้านบาท ได้แก่:

  • โครงการข้อตกลงคุณธรรม (IP): ช่วยประหยัดงบประมาณภาครัฐกว่า 7.8 หมื่นล้านบาท
  • โครงการ CoST: ช่วยประหยัดงบประมาณในโครงการก่อสร้างพื้นที่ท้องถิ่นได้มากถึง 2.8 หมื่นล้านบาท
  • ACT Ai: แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ให้ข้อมูลภาครัฐแบบเปิด เช่น ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง และบัญชีทรัพย์สินของนักการเมือง
  • ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน: เครือข่ายพลเมืองที่ร่วมตรวจสอบการทุจริตผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งส่งผลให้มีการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐแล้วมากกว่า 400 คดี

ในยุคดิจิทัลที่ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย การมีส่วนร่วมของประชาชนจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างความโปร่งใสในระบบราชการ การตรวจสอบร่วมกันระหว่างรัฐและพลเมืองไม่ใช่แค่ความฝัน แต่สามารถเป็นเรื่องจริงได้หากทุกคนร่วมแรงร่วมใจ

อย่ารอคอยการเปลี่ยนแปลง… เริ่มจากตรวจสอบ ควบคุม และมีส่วนร่วมในระบบของคุณเอง

ที่มา – ACT เปิดผลโพลประชาชนเรียกร้อง ‘อนุทิน’ ทำกฎหมายปราบโกงให้ศักดิ์สิทธิ์ ย้ำผู้นำต้องแสดงเจตจำนงต้านโกง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *