โมนูตอนวัยรุ่นเสี่ยง MS 3 เท่า

หลายคนคงเคยเป็นหรือรู้จักคนที่เคยป่วยเป็นโรคโมนูคลิโอซิส หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า โมนูตอนวัยรุ่น กันมาบ้าง โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่นหรือวัยหนุ่มสาว โรคนี้ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า สุขภาพแย่สุด ๆ แต่ใครจะรู้ว่ามันอาจมี "บทที่สอง" ที่น่ากลัวกว่านั้นซ่อนอยู่

โมนูตอนวัยรุ่นอาจนำปัญหาใหญ่ในอนาคต

ผลการศึกษาล่าสุดจาก Mayo Clinic และนักวิจัยอื่น ๆ เผยว่าคนที่เคยเป็น โมนูตอนวัยรุ่น จากไวรัส Epstein-Barr (EBV) มีความเสี่ยงเป็นโรค Multiple Sclerosis (MS) สูงขึ้นถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับคนที่ไม่เคยเป็น การค้นพบนี้ช่วยไขปริศนาว่า ทำไมคนที่ติดเชื้อ EBV บางคนเท่านั้นที่พัฒนาไปสู่ MS ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้ระบบประสาทเสียหาย ส่งผลให้เดินไม่ได้ พูดลำบาก

นักวิจัยเขียนในวารสาร Neurology Open Access ว่า "ผลของเรายืนยันหลักฐานที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ว่าการติดเชื้อ IM จาก EBV เพิ่มความเสี่ยง MS" EBV เป็นไวรัสตระกูล herpes ที่เกือบทุกคนบนโลกเคยติดเชื้อ แต่ส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการรุนแรง ยกเว้นบางคนที่ป่วยหนักในรูปแบบ mono

โมนูคืออะไร และเกี่ยวข้องกับ EBV อย่างไร

โมนูหรือ infectious mononucleosis มักเกิดจาก EBV ในวัยรุ่นประมาณ 25% ของผู้ติดเชื้อ อาการเริ่มหลังติดเชื้อ 1 เดือน มีผื่นคล้ายหัด เหนื่อยล้า สารคาม อักเสบคอ ปวดหัว ส่วนใหญ่หายใน 2-4 สัปดาห์ แต่บางคนใช้เวลา 6 เดือน นอกจาก EBV แล้ว โรคอื่น ๆ ก็ทำให้เป็น mono ได้

  • อาการหลัก: เหนื่อยสุดขีด, คอบวม, ไข้, ต่อมน้ำเหลืองโต
  • ระยะฟักตัว: 4-6 สัปดาห์
  • ผู้เสี่ยงสูง: วัยรุ่นและวัยหนุ่มสาว

ก่อนหน้านี้ มีงานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า โมนูตอนวัยรุ่น เพิ่มเสี่ยง MS แต่ส่วนใหญ่ใช้ข้อมูล self-report ที่ไม่น่าเชื่อถือ

วิธีการศึกษาครั้งนี้พิสูจน์อย่างไร

นักวิจัยตรวจสอบบันทึกทางการแพทย์ของ 4,721 คนที่ยืนยันเป็น mono จาก EBV เทียบกับกลุ่มควบคุม 14,163 คนที่จับคู่ตามอายุ เพศ และปัจจัยอื่น ๆ ติดตามนานเฉลี่ย 6-8 ปี แม้เคส MS จะน้อยในทั้งสองกลุ่ม แต่คนเคยเป็น mono เสี่ยงสูงกว่า 3 เท่า แม้ปรับปัจจัยอย่างสูบบุหรี่หรือซึมเศร้าแล้ว

นี่ยืนยันว่า EBV โดยเฉพาะรูปแบบ mono คือตัวกระตุ้นหลักของ MS แม้คนเป็น mono ส่วนใหญ่จะไม่เป็น MS แต่ความเสี่ยงชัดเจน

ทำไมโมนูตอนวัยรุ่นถึงสำคัญ และเราจะป้องกันได้ไหม

นักวิทยาศาสตร์มั่นใจมากขึ้นว่า EBV เป็นสาเหตุหลักของ MS จากหลักฐานหลายปี แต่ยังมีคำถาม เช่น ทำไมบางคนถึงพัฒนาไปสู่ MS (แค่ 1% ของผู้ติด EBV) ปัจจัยอื่น ๆ อย่างพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม อาจมีส่วน

ข้อสรุปชัดเจน: เราต้องการวัคซีนป้องกัน EBV โดยเฉพาะที่ป้องกันการติดเชื้อแบบ mono ที่นำไปสู่ MS นักวิจัยเรียกร้องให้เร่งพัฒนากลยุทธ์ป้องกัน

สำหรับผู้อ่านที่เคยเป็น โมนูตอนวัยรุ่น ไม่ต้องตื่นตระหนกเกินไป เพราะส่วนใหญ่ไม่เป็น MS แต่ควรดูแลสุขภาพ ตรวจเช็คประสาทเป็นระยะ หากมีอาการผิดปกติอย่างชา มองไม่ชัด หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง

นอกจากนี้ การออกกำลังกาย สูตรอาหารดี และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ช่วยลดโอกาสได้ สนับสนุนงานวิจัยวัคซีน EBV ซึ่งกำลังใกล้สำเร็จ

ข้อมูลนี้เปลี่ยนมุมมองต่อ mono จากแค่โรควัยรุ่น ให้กลายเป็นสัญญาณเตือนสุขภาพระยะยาว อย่าประมาท!

ติดตามข่าวสุขภาพและวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมจากเรา เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และปกป้องตัวคุณจากความเสี่ยงที่คาดไม่ถึง

ที่มา – That Teenage Bout of Mono May Have a Troubling Second Act

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *