แม่ทัพภาค 2 ประชุมผู้ว่าฯ ภาคอีสาน เอาจริงมาตรการกำจัดโดรน บูรณาการเจ้าหน้าที่สาวถึงเบื้องหลัง

แม่ทัพภาค 2 เรียกประชุมผู้ว่าฯ ภาคอีสาน เจริญมาตรการป้องกันโดรนเข้มงวดขึ้น

วันนี้ (3 สิงหาคม) พล.ท. บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ทำการประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด 20 จังหวัดในภาคอีสาน ผ่านระบบ VTC หรือการประชุมทางไกลแบบเห็นภาพ โดยประเด็นหลักที่นำมาหารือคือ มาตรการกำจัดโดรน อย่างจริงจัง หลังพบความเคลื่อนไหวน่าสงสัยและการใช้งานโดรนที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงในพื้นที่ภาคอีสาน

การบูรณาการระหว่างหน่วยงานหลักเพื่อควบคุมสถานการณ์

ในที่ประชุม พล.ท. บุญสิน ให้แต่ละจังหวัดดำเนินมาตรการร่วมกับตำรวจ ภาครัฐ เอกชน และประชาชน โดยขอให้จัดหานวัตกรรมหรืออุปกรณ์ที่ใช้ต่อต้านโดรนเช่น เครื่อง Anti Drone เพื่อป้องกันไม่ให้โดรนบินล่องหนเข้ามาในพื้นที่สำคัญ รวมถึงเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังในสถานที่สำคัญ เช่นศาลากลาง สนามกีฬา คลังอาวุธ สถานีตำรวจ สถานีขนส่ง และโดยเฉพาะสนามบิน ซึ่งมักตกเป็นพื้นที่เป้าหมายในการจารกรรมหรือก่อการร้าย

เน้นลงโทษผู้อยู่เบื้องหลังอย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้ในประชุมยังได้กำหนดให้มีการสร้างชุดลาดตระเวนพิสูจน์ตัวบุคคลที่ไม่สังกัดในพื้นที่ หากพบว่ามีลักษณะพฤติกรรมเข้าข่ายความผิดปกติ เช่น ใช้งานโดรนผิดวัตถุประสงค์ หรือเกี่ยวข้องกับความมั่นคง ได้รับคำสั่งให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ถึงที่สุด โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย หรือลักษณะไส้ศึก ซึ่งโทษอาจถึงขั้นประหารชีวิต ทั้งนี้ยังได้ให้กำชับห้ามปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยแบบง่ายๆ โดยต้องสืบสาวกลุ่มเป้าหมายเพื่อค้นหาต้นตอผู้อยู่เบื้องหลัง

ปัจจัยที่อาจเชื่อมโยงกับโดรนที่ผิดปกติ

แม่ทัพภาค 2 ยังได้แสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า ปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดการใช้โดรนผิดวัตถุประสงค์ในพื้นที่ อาจมาจากกลุ่มแรงงานต่างชาติหรือมือที่สามที่ได้รับผลกระทบจาก มาตรการปราบปรามการค้ามนุษย์ เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สถานบ่อนการพนัน หรือประเทศเพื่อนบ้าน อาจใช้การส่งโดรนมาเพื่อจารกรรมข้อมูล หรือสอดแนมก่อความไม่สงบ หากมีการยืนยันชัดเจนว่าบุคคลนั้นเป็นชาวต่างชาติ เจ้าหน้าที่ไทยจะดำเนินคดีก่อนส่งตัวกลับประเทศ และขึ้นบัญชีดำไม่ให้นำบุคคลดังกล่าวเข้ามาในไทยได้อีก

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง

พล.ท. บุญสิน ยังได้กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่มีกองกำลังของฝ่ายกัมพูชาเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งกองหนุนของไทยมีความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ปล่อยให้เกิดช่องว่างในการลักลอบข้ามแดนหรือการจารกรรมผ่านโดรนข้ามพรมแดน

ปฏิบัติการร่วมกับกัมพูชาเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด

สำหรับประเด็นล่าสุด พ.อ. ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก ได้แจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (09.00 น.) มีการ ทำลายวัตถุระเบิดและกระสุนระเบิด บริเวณยอดภูมะเขือ ซึ่งได้แจ้งฝ่ายกัมพูชาให้รับทราบเป็นการล่วงหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือตึงเครียดเพิ่มเติมในพื้นที่ชายแดน

ถือเป็นการยกระดับมาตรการด้านความมั่นคง โดยเฉพาะ การบูรณาการกันระหว่างฝ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ตำรวจ กอ.รมน. ภาคประชาชน และเอกชน ที่ต้องทำงานร่วมกันแบบเป็นระบบ ซึ่งอาจเปลี่ยนเป็นต้นแบบสำหรับการจัดการโดรนที่ผิดกฎหมายในอนาคต หากต้องปรับตัวตามเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม การเตรียมความพร้อมและวางแผนที่รอบคอบของหน่วยงานภายในประเทศ คือความสำคัญที่อาจไม่ใช่เพียงป้องกันภัยในทันทีทันได แต่จะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างคล่องตัว

หากคุณติดตามข่าวความมั่นคง หรือสนใจเทคโนโลยีด้านโดรนและการป้องกัน เราขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตมาตรการจากภาครัฐ ซึ่งอาจส่งผลต่ออนาคตของ การใช้งานโดรนในประเทศไทย ทั้งสำหรับผู้ใช้งานในเชิงธุรกิจ หรือแม้กระทั่งผู้ที่ชื่นชอบโดรนเพื่อการถ่ายภาพเท่านั้น การเข้าใจข้อกฎหมายชัดเจนจะช่วยปกป้องไม่ให้ตัวคุณตกเป็นจำเลยในเรื่องนี้

ที่มา – แม่ทัพภาค 2 ประชุมผู้ว่าฯ ภาคอีสาน เอาจริงมาตรการกำจัดโดรน บูรณาการเจ้าหน้าที่สาวถึงเบื้องหลัง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *