‘เอกนัฏ’ กางโรดแมปปฏิรูปพลังงาน แยกค่าไฟ Data Center พร้อมขยาย Direct PPA ทุกอุตสาหกรรม
ทิศทางพลังงานไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เมื่อความต้องการใช้ไฟฟ้าจากเทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะ Data Center เติบโตอย่างรวดเร็ว รัฐบาลจึงเตรียมปรับโครงสร้างค่าไฟและกลไกตลาดให้เหมาะกับผู้ใช้ไฟแต่ละประเภทมากขึ้น ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะต้นทุนพลังงานเกี่ยวข้องทั้งกับค่าใช้จ่ายในครัวเรือน การลงทุนของภาคธุรกิจ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
โรดแมปครั้งนี้สะท้อนแนวคิดสำคัญว่า ผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีความต้องการเฉพาะและใช้พลังงานในปริมาณสูง ควรรับผิดชอบต้นทุนที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม ขณะเดียวกัน ประชาชนทั่วไปไม่ควรถูกผลักให้รับภาระจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเพียงฝ่ายเดียว
‘เอกนัฏ’ กางโรดแมปปฏิรูปพลังงาน แยกค่าไฟ Data Center พร้อมขยาย Direct PPA ทุกอุตสาหกรรม
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยแนวทางปฏิรูปพลังงานไทยในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026 โดยชี้ว่า Data Center เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ต้องวางแผนรองรับอย่างรอบคอบ เนื่องจากศูนย์ข้อมูลต้องใช้ไฟฟ้าปริมาณมากและต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
แยก Data Center ออกจากผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป
แนวทางหลักคือการจัดให้ Data Center เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทใหม่ หรือ Category 9 เพื่อให้ผู้ประกอบการรับผิดชอบต้นทุนก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG ที่นำมาใช้ผลิตไฟฟ้าสำหรับธุรกิจของตนเองโดยตรง แทนการนำต้นทุนดังกล่าวไปรวมกับพูลก๊าซเดิม ซึ่งใช้รองรับครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมทั่วไป
เหตุผลสำคัญมาจากความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากระบบต้องนำเข้า LNG จากตลาดจรในช่วงที่ราคาสูง ต้นทุนอาจกระทบผู้ใช้ไฟทุกกลุ่ม การแยกประเภทจึงช่วยให้โครงสร้างราคามีความชัดเจนและสะท้อนต้นทุนจริงมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดนำกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองมาใช้ประโยชน์กับ Data Center เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าและลดภาระค่าพร้อมจ่ายเฉลี่ยต่อหน่วย
เกณฑ์คัดเลือกโครงการต้องสร้างประโยชน์ให้ไทย
กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างจัดทำเกณฑ์คัดเลือกการลงทุน Data Center โดยมีความคืบหน้าประมาณ 90% โครงการใหม่จะไม่ได้พิจารณาเฉพาะเม็ดเงินลงทุนหรือปริมาณการใช้ไฟเท่านั้น แต่ต้องแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรมด้วย
- สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี
- ยกระดับทักษะแรงงานไทย
- สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME
- ส่งเสริมอธิปไตยและความปลอดภัยของข้อมูล
- บริหารจัดการน้ำและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
สำหรับโครงการที่ได้รับอนุญาตไปแล้ว อาจใช้แนวทาง Code of Practice เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการปรับตัวเข้าสู่มาตรฐานใหม่อย่างเหมาะสม การกำกับดูแลลักษณะนี้ช่วยให้ไทยดึงดูดการลงทุนได้ โดยไม่ละเลยความรับผิดชอบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
ขยาย Direct PPA จาก Data Center สู่ทุกอุตสาหกรรม
อีกประเด็นที่น่าจับตาคือการขยาย Direct Power Purchase Agreement หรือ Direct PPA จากเดิมที่อยู่ในรูปแบบ Sandbox และจำกัดกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าเฉพาะ Data Center ให้ครอบคลุมอุตสาหกรรมอื่นที่ต้องการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น
Direct PPA เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตพลังงานสะอาดและผู้ใช้ไฟฟ้าทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากันโดยตรง กลไกนี้ช่วยให้บริษัทสามารถวางแผนลดการปล่อยคาร์บอนได้ชัดเจน และตอบโจทย์ธุรกิจเทคโนโลยีหรือผู้ผลิตสินค้าส่งออกที่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของตลาดโลก
อย่างไรก็ตาม การใช้โครงข่ายไฟฟ้าร่วมกันจำเป็นต้องมีค่าบริการที่เหมาะสม ขณะนี้อยู่ระหว่างรอคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานพิจารณาอัตรา Third Party Access หรือ TPA ซึ่งรวมถึงค่าบริการระบบส่งและจำหน่าย หรือ Wheeling Charge โดยมีการหารืออัตราเบื้องต้นประมาณ 1.40 บาทต่อหน่วย รวมถึงค่าปรับกรณีใช้ไฟฟ้าไม่ตรงตามแผน
กฟผ. ปรับบทบาท พร้อมผลักดันโซลาร์ประชาชน
ในภาพใหญ่ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดจากประมาณ 20% เป็น 50% ภายใน 10 ปี และเพิ่มขึ้นมากกว่า 65% ในระยะถัดไป ภาคเอกชนจะเข้ามามีบทบาทในฐานะผู้ผลิตและผู้ซื้อขายพลังงานสะอาดมากขึ้น
ขณะเดียวกัน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. อาจปรับบทบาทไปเน้นการลงทุนและบริหารโครงข่ายสายส่งไฟฟ้า เพื่อทำให้ระบบมีความมั่นคงและรองรับผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหม่ได้ดีขึ้น กฟผ. ยังมีหน้าที่ดูแลโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลในช่วงเปลี่ยนผ่าน พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีอย่างระบบกักเก็บพลังงาน โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก และไฮโดรเจน
สำหรับภาคประชาชน มีแนวทางเพิ่มโควตารับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปเป็น 10,000 เมกะวัตต์ พร้อมสัญญารับซื้อไฟฟ้า 20 ปี ในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดใช้บิลค่าไฟฟ้าในอนาคตเป็นหลักประกัน เพื่อช่วยลดอุปสรรคด้านเงินลงทุนเริ่มต้นของครัวเรือนที่ต้องการติดตั้งโซลาร์
ค่าไฟต้องโปร่งใสและสะท้อนต้นทุนจริง
หัวใจของการปฏิรูปพลังงานคือการออกแบบระบบที่ยืดหยุ่นและไม่ใช้สูตรเดียวกับผู้ใช้ไฟทุกกลุ่ม ครัวเรือนทั่วไปควรได้รับการคุ้มครองจากต้นทุนที่สูงเกินความจำเป็น ขณะที่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่และ Data Center ซึ่งต้องการไฟฟ้าจำนวนมากหรือพลังงานสะอาดเป็นพิเศษ ก็ควรรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดจากความต้องการของตนเอง
เมื่อมองในมุมผู้บริโภค การปรับโครงสร้างอาจทำให้เกิดคำถามเรื่องค่าไฟในระยะสั้น แต่หากดำเนินการอย่างโปร่งใส มีข้อมูลต้นทุนที่ตรวจสอบได้ และมีมาตรการคุ้มครองครัวเรือนอย่างเหมาะสม ก็จะช่วยสร้างความเป็นธรรมในระยะยาวได้
โรดแมปปฏิรูปพลังงานครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการแยกค่าไฟ Data Center หรือการเปิด Direct PPA แต่เป็นการวางกติกาใหม่ให้เศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานสะอาด และประชาชนอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล เทรนด์ที่ควรจับตาต่อไปคือความเร็วในการออกหลักเกณฑ์ TPA การลงทุนโครงข่าย และการเข้าถึงโซลาร์ของครัวเรือน หากทุกฝ่ายร่วมติดตามและเสนอความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ ไทยก็มีโอกาสเปลี่ยนการปฏิรูปพลังงานให้เป็นแต้มต่อด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีได้จริง
ที่มา – ‘เอกนัฏ’ กางโรดแมปปฏิรูปพลังงาน แยกค่าไฟ Data Center พร้อมขยาย Direct PPA ทุกอุตสาหกรรม
