เปิดตัวเลข ‘ไทยพีบีเอส’ สื่อสาธารณะใช้เงินอย่างไร

เรื่อง เปิดตัวเลข ‘ไทยพีบีเอส’ สื่อสาธารณะใช้เงินอย่างไร ไม่ได้เป็นเพียงการดูว่าหน่วยงานมีรายรับหรือรายจ่ายเท่าไร แต่ยังชวนให้เรามองบทบาทของสื่อสาธารณะในชีวิตประจำวันอย่างรอบด้าน ตั้งแต่ข่าวสาร รายการความรู้ สารคดี ไปจนถึงคอนเทนต์สำหรับเด็กและครอบครัว ในยุคที่ผู้ชมมีทางเลือกมากขึ้นจากแพลตฟอร์มออนไลน์ ตัวเลขทางการเงินจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการประเมินว่าสื่อสาธารณะกำลังสร้างคุณค่าให้ประชาชนได้มากน้อยเพียงใด

จากงบการเงินปี 2568 ไทยพีบีเอสมีรายได้รวม 2,695.03 ล้านบาท โดยรายได้ส่วนใหญ่เป็นรายได้เงินบำรุงองค์การจำนวน 2,049.77 ล้านบาท ขณะที่รายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายสุทธิ 69.05 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าหน่วยงานยังมีความสามารถในการบริหารทรัพยากรให้ดำเนินงานต่อได้ แต่การมีรายได้มากกว่าค่าใช้จ่ายไม่ได้แปลว่าการทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุดเสมอไป เพราะสิ่งสำคัญคือเงินที่ใช้ไปสามารถตอบโจทย์ภารกิจสื่อสาธารณะได้จริงหรือไม่

เปิดตัวเลข ‘ไทยพีบีเอส’ สื่อสาธารณะใช้เงินอย่างไร

เมื่อพิจารณาด้านต้นทุน พบว่าไทยพีบีเอสมีค่าใช้จ่ายบุคลากร 820.75 ล้านบาท และต้นทุนผลิตและจัดหารายการ 858.36 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายสองส่วนนี้รวมกันคิดเป็น 63.95% ของค่าใช้จ่ายรวมก่อนต้นทุนทางการเงิน จึงถือเป็นหมวดสำคัญที่สะท้อนโครงสร้างการทำงานขององค์กรโดยตรง

ค่าใช้จ่ายบุคลากรเป็นต้นทุนที่หลีกเลี่ยงได้ยากสำหรับสื่อที่ต้องพึ่งพาคนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้สื่อข่าว ช่างภาพ ผู้ผลิตรายการ นักวิจัย บรรณาธิการ ฝ่ายเทคนิค และทีมงานดิจิทัล อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ควรถามต่อคือบุคลากรเหล่านี้ถูกจัดสรรไปทำงานในภารกิจใด ผลงานเข้าถึงผู้ชมกลุ่มใด และมีการวัดผลลัพธ์อย่างเป็นระบบหรือไม่

ส่วนต้นทุนผลิตและจัดหารายการก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะคุณภาพของรายการเป็นหัวใจของสื่อ แม้รายการที่มีเนื้อหาสาธารณะอาจไม่สร้างรายได้โดยตรงเหมือนโฆษณาหรือคอนเทนต์เชิงพาณิชย์ แต่ควรสร้างประโยชน์ในรูปแบบอื่น เช่น เพิ่มความรู้ สร้างความเข้าใจต่อประเด็นสังคม เปิดพื้นที่ให้เสียงของคนตัวเล็ก หรือช่วยให้ประชาชนตัดสินใจบนข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

ตัวเลขการเงินต้องอ่านคู่กับภารกิจ

การวัดความคุ้มค่าของไทยพีบีเอสจึงไม่ควรใช้ตัวชี้วัดเดียว เช่น จำนวนผู้ชม ยอดรับชมออนไลน์ หรือรายได้สุทธิ เพราะสื่อสาธารณะมีภารกิจที่กว้างกว่าสื่อเชิงพาณิชย์ รายการบางประเภทอาจมีผู้ชมไม่มาก แต่มีความสำคัญต่อเด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ ชุมชนท้องถิ่น หรือผู้ที่ต้องการข้อมูลเฉพาะด้าน

ในทางกลับกัน การอ้างภารกิจสาธารณะก็ไม่ควรกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ไม่ต้องตรวจสอบประสิทธิภาพ องค์กรจำเป็นต้องตอบคำถามให้ได้ว่าแต่ละโครงการใช้งบประมาณเท่าไร มีเป้าหมายอะไร ผลลัพธ์เป็นอย่างไร และมีวิธีปรับปรุงเมื่อผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ การเปิดเผยข้อมูลในรูปแบบที่ประชาชนอ่านเข้าใจง่ายจึงมีความสำคัญพอๆ กับการมีงบการเงินที่ถูกต้อง

  • ด้านการเข้าถึง: รายการสามารถเข้าถึงคนดูต่างวัย ต่างพื้นที่ และผู้ชมที่มีข้อจำกัดได้มากน้อยเพียงใด
  • ด้านคุณภาพ: เนื้อหามีความถูกต้อง รอบด้าน เป็นอิสระ และมีมาตรฐานการผลิตหรือไม่
  • ด้านผลกระทบ: รายการช่วยเปลี่ยนความรู้ ทัศนคติ หรือการมีส่วนร่วมของสังคมอย่างไร
  • ด้านประสิทธิภาพ: หน่วยงานควบคุมต้นทุน ใช้ทรัพยากรร่วมกัน และนำเทคโนโลยีมาช่วยลดค่าใช้จ่ายได้หรือไม่

เปรียบเทียบกับ MCOT, NBT และ ททบ.5

การเปรียบเทียบไทยพีบีเอสกับ MCOT, NBT และ ททบ.5 ควรทำด้วยความระมัดระวัง เพราะแต่ละองค์กรมีที่มา แหล่งทุน โครงสร้างการกำกับดูแล และเป้าหมายแตกต่างกัน MCOT มีลักษณะเป็นองค์กรสื่อที่ต้องคำนึงถึงรายได้และการแข่งขันในตลาด ขณะที่ NBT และ ททบ.5 มีบริบทด้านภารกิจของรัฐและโครงสร้างการบริหารอีกแบบหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม การเทียบเคียงยังมีประโยชน์ เพราะช่วยให้เห็นภาพว่าหน่วยงานสื่อแต่ละประเภทใช้ทรัพยากรอย่างไร มีรูปแบบรายได้แบบไหน และรับผิดชอบต่อผู้ชมกับสังคมในระดับใด ประเด็นสำคัญไม่ใช่การสรุปว่าองค์กรใดใช้เงินมากหรือน้อยที่สุด แต่คือการค้นหาว่าโครงสร้างแบบใดช่วยให้สื่อทำงานได้อย่างเป็นอิสระ โปร่งใส และตอบสนองประชาชนได้ดีที่สุด

สำหรับผู้ชมทั่วไป ตัวเลขหลายพันล้านบาทอาจดูไกลตัว แต่จริงๆ แล้วเกี่ยวข้องกับทุกคน เพราะรายได้ของสื่อสาธารณะมาจากกลไกทางการเงินที่ประชาชนมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง ดังนั้น ประชาชนจึงมีสิทธิ์ตั้งคำถามเกี่ยวกับทิศทางการใช้งบประมาณ คุณภาพรายการ และความคุ้มค่าที่ได้รับกลับคืนมา

ขณะเดียวกัน ไทยพีบีเอสต้องปรับตัวให้ทันพฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนไป คนจำนวนมากไม่ได้รอชมรายการผ่านโทรทัศน์เพียงอย่างเดียว แต่รับข่าวสารผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน วิดีโอสั้น พอดแคสต์ และโซเชียลมีเดีย การลงทุนด้านดิจิทัลจึงเป็นเรื่องจำเป็น แต่ควรมีการวัดผลที่ชัดเจนว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้ช่วยขยายการเข้าถึงและเพิ่มประโยชน์สาธารณะได้จริงหรือไม่

ในมุมของการปฏิรูป สิ่งที่ควรเดินหน้าควบคู่กันคือการเปิดข้อมูลงบประมาณที่อ่านง่าย การกำหนดตัวชี้วัดที่สะท้อนผลกระทบต่อสังคม การประเมินรายการโดยผู้ชมหลายกลุ่ม และการสร้างระบบตรวจสอบที่ไม่กระทบต่อความเป็นอิสระของกองบรรณาธิการ การมีผู้ตรวจสอบภายนอกหรือคณะกรรมการที่หลากหลายอาจช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือได้ หากกระบวนการทำงานมีความโปร่งใสและไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือแทรกแซงเนื้อหา

ท้ายที่สุด เปิดตัวเลข ‘ไทยพีบีเอส’ สื่อสาธารณะใช้เงินอย่างไร ควรนำไปสู่การสนทนาที่ใหญ่กว่าการดูตัวเลขกำไรหรือขาดทุน นั่นคือการถามว่าสื่อสาธารณะควรมีหน้าตาแบบใดในอนาคต และจะรักษาความน่าเชื่อถือท่ามกลางการแข่งขันจากคอนเทนต์ออนไลน์ได้อย่างไร หากไทยพีบีเอสเปิดข้อมูลมากขึ้น วัดผลอย่างจริงจัง และพัฒนารายการให้เข้าถึงคนหลากหลายกลุ่ม การใช้งบประมาณก็จะถูกเปลี่ยนจากตัวเลขในรายงานให้กลายเป็นคุณค่าที่ประชาชนสัมผัสได้จริง ผู้ชมจึงควรติดตามข้อมูล ตั้งคำถาม และมีส่วนร่วมเสนอความคิดเห็นต่อทิศทางของสื่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – เปิดตัวเลข ‘ไทยพีบีเอส’ สื่อสาธารณะใช้เงินอย่างไร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *