เอมมี่ย้ายจากทีวีสู่ Prime Video
เอมมี่ย้ายจากทีวีสู่ Prime Video อย่างเป็นทางการ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการโทรทัศน์และอุตสาหกรรมสตรีมมิง โดยตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป งานประกาศรางวัล Emmy Awards จะถ่ายทอดสดผ่าน Prime Video ทั่วโลกเป็นเวลาอย่างน้อย 6 ปี หรือระหว่างปี 2027 ถึง 2032
Amazon ประกาศข้อตกลงใหม่กับ Television Academy ซึ่งทำให้ Prime Video กลายเป็นบ้านถ่ายทอดสดงาน Emmys อย่างเป็นทางการและเป็นเอกสิทธิ์ในกว่า 240 ประเทศและดินแดนทั่วโลก ผู้ชมจะสามารถรับชมงานประกาศรางวัลได้ฟรีในเดือนกันยายน โดยไม่จำเป็นต้องสมัครสมาชิก Prime แม้จะรับชมผ่านแพลตฟอร์มของ Amazon ก็ตาม
เอมมี่ย้ายจากทีวีสู่ Prime Video เพราะอะไร
การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนพฤติกรรมการรับชมโทรทัศน์ที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ผู้ชมจำนวนมากไม่ได้รอชมรายการตามผังออกอากาศของสถานีโทรทัศน์แบบเดิมอีกต่อไป แต่เลือกเปิดดูคอนเทนต์ผ่านบริการสตรีมมิงบนสมาร์ตทีวี โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์แทน
เดิมทีงาน Emmys มีประเพณีหมุนเวียนการถ่ายทอดสดระหว่างเครือข่ายโทรทัศน์รายใหญ่ของสหรัฐฯ ได้แก่ ABC, CBS, Fox และ NBC การย้ายไปยัง Prime Video จึงเป็นการสิ้นสุดประเพณีที่ดำเนินมายาวนานหลายทศวรรษ และนับเป็นครั้งแรกที่งานประกาศรางวัลนี้มีแพลตฟอร์มหลักเพียงแห่งเดียวอย่างต่อเนื่อง
เอมมี่ย้ายจากทีวีสู่ Prime Video และความเปลี่ยนแปลงของผู้ชม
Television Academy ก่อตั้งขึ้นในปี 1946 ขณะที่งาน Emmy Awards ครั้งแรกจัดขึ้นในปี 1949 และถ่ายทอดสดเฉพาะในพื้นที่ลอสแอนเจลิสในช่วงเริ่มต้น ตลอดเวลาที่ผ่านมา Emmys เติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในงานประกาศรางวัลที่มีความสำคัญที่สุดของวงการโทรทัศน์ การเปลี่ยนแพลตฟอร์มในครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนช่องรับชม แต่ยังแสดงให้เห็นว่าวงการโทรทัศน์กำลังปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
ในปีล่าสุด งาน Emmys ออกอากาศทาง NBC โดยซีรีส์จากบริการสตรีมมิงคว้ารางวัลใหญ่หลายสาขา ทั้ง Widow’s Bay จาก Apple TV ซึ่งได้รับรางวัลด้านซีรีส์ตลก และ The Pitt จาก HBO Max ที่คว้ารางวัลด้านซีรีส์ดรามา จุดนี้น่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะผลงานที่ได้รับการยอมรับสูงสุดหลายเรื่องไม่ได้มาจากสถานีโทรทัศน์แบบดั้งเดิมอีกแล้ว แต่เป็นผลงานที่สร้างและเผยแพร่โดยแพลตฟอร์มออนไลน์
ตัวเลขผู้ชมผลักดันงาน Emmys สู่โลกสตรีมมิง
งานประกาศรางวัลปีล่าสุด ซึ่งมี Mariska Hargitay จาก Law & Order: SVU รับหน้าที่พิธีกร มีผู้ชมประมาณ 6.7 ล้านคน ตัวเลขดังกล่าวลดลงเกือบ 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จะยังสูงกว่าสถิติต่ำสุดที่ 4.3 ล้านคนในเดือนมกราคม 2024 แต่ก็ห่างไกลจากปี 2000 ที่มีผู้ชม Emmys เกือบ 22 ล้านคน
จำนวนผู้ชมที่ลดลงเป็นสัญญาณสำคัญสำหรับผู้จัดงานและเจ้าของแพลตฟอร์ม เพราะผู้ชมไม่ได้รวมตัวกันหน้าจอโทรทัศน์ในเวลาเดียวกันเหมือนในอดีตอีกต่อไป แต่ละคนมีรายการโปรดและช่วงเวลารับชมที่แตกต่างกัน การถ่ายทอดสดบนแพลตฟอร์มที่เข้าถึงได้ทั่วโลกจึงอาจช่วยให้งาน Emmys เข้าถึงผู้ชมรุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น
ข้อมูลจาก Nielsen ระบุว่า ในเดือนกรกฎาคม การสตรีมมิงคิดเป็น 49 เปอร์เซ็นต์ของเวลารับชมโทรทัศน์ทั้งหมดในสหรัฐฯ ขณะที่การรับชมผ่านสถานีโทรทัศน์แบบออกอากาศอยู่ที่ 19.5 เปอร์เซ็นต์ และเคเบิลทีวีอยู่ที่ 18.7 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้อธิบายได้อย่างชัดเจนว่าเหตุใดงานใหญ่ระดับโลกจึงเริ่มย้ายออกจากช่องโทรทัศน์ดั้งเดิม
Prime Video ไม่ใช่แพลตฟอร์มเดียวที่ได้งานถ่ายทอดสด
การที่ เอมมี่ย้ายจากทีวีสู่ Prime Video เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่ใหญ่กว่านั้น ก่อนหน้านี้ Screen Actors Guild Awards ก็ถ่ายทอดสดแบบเอกสิทธิ์ผ่าน Netflix ตั้งแต่ปี 2024 ขณะที่งาน Oscars ซึ่งออกอากาศทาง ABC มาเป็นเวลาหลายทศวรรษ จะย้ายไปสู่ YouTube ตั้งแต่ปี 2029 ภายใต้ข้อตกลงที่ดำเนินไปจนถึงปี 2033
การแย่งชิงสิทธิ์ถ่ายทอดสดงานสำคัญสะท้อนว่าแพลตฟอร์มสตรีมมิงต้องการมากกว่าคอนเทนต์แบบดูย้อนหลัง พวกเขาต้องการรายการสดที่สามารถดึงผู้ชมจำนวนมากเข้ามาพร้อมกัน สร้างกระแสบนโซเชียลมีเดีย และเพิ่มโอกาสในการขายโฆษณา งานประกาศรางวัลจึงมีคุณค่าไม่ใช่แค่ในแง่ความบันเทิง แต่ยังเป็นเครื่องมือสร้างการมีส่วนร่วมแบบเรียลไทม์ด้วย
- เข้าถึงผู้ชมทั่วโลก: Prime Video สามารถเผยแพร่งาน Emmys ไปยังมากกว่า 240 ประเทศและดินแดน
- รับชมได้ฟรี: ผู้ชมไม่จำเป็นต้องสมัครสมาชิก Prime เพื่อดูการถ่ายทอดสดงานในช่วงดังกล่าว
- สร้างกระแสแบบเรียลไทม์: งานสดช่วยกระตุ้นการพูดคุยบนโซเชียลมีเดียและการรับชมพร้อมกัน
- เพิ่มรายได้จากโฆษณา: จำนวนผู้ชมที่มากขึ้นเปิดโอกาสให้แพลตฟอร์มขายโฆษณาได้มากกว่าเดิม
โฆษณาคือหัวใจของการแข่งขันสตรีมมิง
Amazon เริ่มนำโฆษณาเข้ามาใน Prime Video ตั้งแต่ปี 2024 และกลายเป็นหนึ่งในบริการสตรีมมิงรายใหญ่กลุ่มท้าย ๆ ที่เปิดตัวรูปแบบดังกล่าว อุตสาหกรรมกำลังหันมาให้ความสำคัญกับโฆษณามากขึ้น เพราะรายได้จากโฆษณาสามารถเติบโตตามจำนวนผู้ชมได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งการเพิ่มจำนวนสมาชิกเพียงอย่างเดียว
ปัจจุบันผู้ชมที่ต้องการดู Prime Video แบบไม่มีโฆษณาต้องจ่ายเงินเพิ่ม ขณะที่แพ็กเกจราคาประหยัดจะมีโฆษณาเข้ามาช่วยสนับสนุนต้นทุน และในปีนี้ Amazon ยังปรับขึ้นราคาการรับชม Prime Video แบบไม่มีโฆษณาอีกด้วย ดังนั้น การเปิดให้ผู้ชมทั่วโลกดู Emmys ได้ฟรีอาจเป็นกลยุทธ์สำคัญในการดึงผู้ชมใหม่ สร้างความคุ้นเคยกับแพลตฟอร์ม และเพิ่มมูลค่าพื้นที่โฆษณาในอนาคต
โดยสรุป เอมมี่ย้ายจากทีวีสู่ Prime Video ไม่ได้หมายความว่าโทรทัศน์แบบดั้งเดิมจะหายไปทันที แต่เป็นหลักฐานว่าสมดุลอำนาจในวงการบันเทิงกำลังเปลี่ยนไป ผู้จัดงานจำเป็นต้องไปอยู่ในพื้นที่ที่ผู้ชมใช้เวลามากที่สุด และวันนี้พื้นที่นั้นคือบริการสตรีมมิง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจทำให้ผู้ชมทั่วโลกเข้าถึง Emmys ได้สะดวกขึ้น พร้อมเปิดบทใหม่ให้กับงานประกาศรางวัลในยุคดิจิทัล หากคุณเป็นแฟนซีรีส์ ควรติดตาม Prime Video ตั้งแต่ปี 2027 เพื่อไม่พลาดช่วงเวลาสำคัญของวงการโทรทัศน์
