เตยยี่-ประภัสสร ชี้จุดเปลี่ยนวงการสร้างสรรค์ไทย ต้องเริ่มจากเศรษฐกิจและการศึกษาที่เปิดทางเลือก
เตยยี่-ประภัสสร ชี้จุดเปลี่ยนวงการสร้างสรรค์ไทย ต้องเริ่มจากเศรษฐกิจและการศึกษาที่เปิดทางเลือก ประเด็นสำคัญจากเวที Let Thai Creativity Bloom ในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026 ที่ชวนมองอนาคตของศิลปะไทยอย่างรอบด้าน เพราะการทำให้วงการสร้างสรรค์เติบโตไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถของศิลปินเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับระบบการศึกษา โอกาสในการทดลองทำงาน กำลังซื้อของผู้ชม และแหล่งทุนที่ช่วยให้ผลงานเกิดขึ้นจริง
เตยยี่–ประภัสสร กาญจนสูตร Artist & Founder, Teayii ถ่ายทอดประสบการณ์ของคนทำงานสร้างสรรค์ว่า ก่อนที่ศิลปินจะสร้างผลงานให้สังคมมองเห็นคุณค่า ศิลปินต้องมีโอกาสค้นพบก่อนว่าตัวเองอยากทำอะไร และต้องมีทรัพยากรเพียงพอสำหรับพัฒนาความคิดให้กลายเป็นผลงาน ความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงจึงต้องเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งฝั่งคนสร้างงานและคนดูที่มีกำลังสนับสนุนศิลปะ
เตยยี่-ประภัสสร ชี้จุดเปลี่ยนวงการสร้างสรรค์ไทย ต้องเริ่มจากเศรษฐกิจและการศึกษาที่เปิดทางเลือก
การศึกษาควรเปิดพื้นที่ให้เด็กค้นพบตัวเอง
ประสบการณ์ของเตยยี่เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อได้เข้าเรียนศิลปะการแสดงที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่นั่นเธอไม่ได้เรียนเพียงการแสดง แต่ยังได้เรียนรู้การจัดแสง การเขียนบท การกำกับ ตลอดจนการบริหารจัดการศิลปะและการทำงานให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้ ความรู้หลากหลายด้านทำให้เธอค้นพบว่าความชอบสามารถต่อยอดเป็นอาชีพได้ หากมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและมีคนช่วยชี้ให้เห็นเส้นทาง
ในทางกลับกัน การศึกษาก่อนเข้ามหาวิทยาลัยอาจทำให้เด็กจำนวนมากรู้สึกว่าตนเองต้องเลือกเส้นทางเร็วเกินไป หลายคนถูกตัดสินจากสายการเรียนหรืออาชีพที่สังคมให้คุณค่า ทั้งที่ยังไม่มีโอกาสทดลองทำสิ่งต่าง ๆ อย่างจริงจัง ดังนั้น โรงเรียนและหลักสูตรควรเปิดทางเลือกที่หลากหลาย ทั้งศิลปะ ดนตรี เทคโนโลยี การออกแบบ ธุรกิจสร้างสรรค์ และทักษะอาชีพใหม่ ๆ เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักทั้งสิ่งที่ชอบและสิ่งที่ไม่เหมาะกับตัวเอง
- เพิ่มกิจกรรมที่ให้ผู้เรียนลงมือทำจริง
- เปิดโอกาสให้เปลี่ยนความสนใจระหว่างทาง
- เชื่อมโยงการเรียนกับอาชีพสร้างสรรค์ในโลกจริง
- ลดการตัดสินความสำเร็จจากค่านิยมด้านอาชีพเพียงไม่กี่แบบ
ศิลปะเชิงพาณิชย์ช่วยเชื่อมความคิดกับผู้ชม
เมื่อความชอบต้องกลายเป็นอาชีพ ศิลปินจำเป็นต้องเข้าใจว่าผลงานของตนเองมีคุณค่าอย่างไร เตยยี่เลือกทำงานด้าน Commercial Art หรือศิลปะเชิงพาณิชย์ โดยนำความคิดสร้างสรรค์มาปรับให้เข้ากับโจทย์ของลูกค้าและสื่อสารกับผู้ชมได้ง่ายขึ้น แนวทางนี้ไม่ได้หมายความว่าศิลปินต้องละทิ้งตัวตน แต่คือการรู้จักแปลความตั้งใจของตัวเองให้ผู้คนเข้าถึงได้
ทักษะการนำเสนอจึงมีความสำคัญไม่แพ้ฝีมือในการสร้างงาน เพราะสิ่งที่ศิลปินเห็นชัดในความคิดอาจยังไม่ชัดเจนสำหรับผู้ซื้อ ลูกค้า หรือผู้ชม การอธิบายแนวคิด กระบวนการทำงาน และคุณค่าที่อยู่เบื้องหลังผลงานได้อย่างเป็นระบบ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ศิลปะได้รับการยอมรับและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
เตยยี่ยังเสนอแนวทางพัฒนาตัวเองผ่าน 4 ขั้นตอน ได้แก่ เห็นตัวเอง เชื่อในตัวเอง ลงมือทำ และทำต่อไป แนวคิดนี้เหมาะกับคนทำงานสร้างสรรค์ในยุคที่การแข่งขันสูง เพราะไอเดียที่ดีจะไม่มีความหมาย หากไม่ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ความมีวินัยจึงเป็นสะพานที่พาความสามารถไปสู่โอกาสจริง
แหล่งทุนและเทคโนโลยีคือแรงส่งสำคัญ
แม้ศิลปินจะมีความคิดและวินัย แต่ต้นทุนการผลิตยังเป็นอุปสรรคใหญ่ ทั้งค่าอุปกรณ์ ค่าแรง ค่าเช่าสถานที่ และค่าโปรโมตผลงาน เตยยี่มองว่าองค์กรด้านการเงินควรเข้ามาสนับสนุนศิลปินหลายระดับ ไม่ใช่เฉพาะผู้ที่มีชื่อเสียงแล้วเท่านั้น เพราะศิลปินหน้าใหม่จำนวนมากอาจมีผลงานที่น่าสนใจ แต่ไม่มีทุนสำหรับเริ่มต้น หากมีทุนสนับสนุนที่เข้าถึงง่ายและมีระบบพิจารณาที่เข้าใจธรรมชาติของงานศิลปะ วงการสร้างสรรค์ไทยก็จะมีผลงานใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากขึ้น
สำหรับเทคโนโลยี AI เตยยี่มองว่าไม่จำเป็นต้องเป็นคู่แข่งของมนุษย์ หากรู้จักเลือกใช้ให้เหมาะสม AI สามารถช่วยค้นคว้า สร้างต้นแบบ จัดการงานซ้ำ ๆ และเพิ่มความเร็วในกระบวนการผลิตได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังเป็นหัวใจสำคัญคือรสนิยม ประสบการณ์ และการตัดสินใจของมนุษย์ ศิลปินจึงควรใช้ AI เป็นเครื่องมือ ไม่ใช่ปล่อยให้เครื่องมือกำหนดทิศทางทั้งหมดของผลงาน
ท้ายที่สุด เตยยี่-ประภัสสร ชี้จุดเปลี่ยนวงการสร้างสรรค์ไทย ต้องเริ่มจากเศรษฐกิจและการศึกษาที่เปิดทางเลือก ไม่ใช่เรื่องของศิลปินกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นวาระที่ทุกฝ่ายควรร่วมกันผลักดัน ผู้ชมสามารถสนับสนุนศิลปินด้วยการซื้อผลงาน เข้าชมนิทรรศการ หรือบอกต่อ ขณะที่ภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคธุรกิจควรสร้างพื้นที่และงบประมาณให้คนรุ่นใหม่ได้ทดลองทำงานมากขึ้น หากวันนี้เราเปิดโอกาสให้คนค้นพบตัวเองและลงมือสร้างสรรค์ วันข้างหน้าศิลปะไทยจะไม่ได้เพียงเบ่งบาน แต่ยังกลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่เติบโตได้อย่างยั่งยืน
ที่มา – เตยยี่-ประภัสสร ชี้จุดเปลี่ยนวงการสร้างสรรค์ไทย ต้องเริ่มจากเศรษฐกิจและการศึกษาที่เปิดทางเลือก
