อัยการสูงสุดสั่งอุทธรณ์คดี ม.112 ‘ทักษิณ’: ชี้ชัดการกระทำผิดจริง!
สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวใหญ่สะเทือนวงการการเมืองและกฎหมายมาอัปเดตกัน นั่นก็คือเรื่องของคดี มาตรา 112 ของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ที่หลายคนติดตามกันมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีรายงานว่าอัยการสูงสุด (อสส.) สั่งอุทธรณ์คดีแล้ว! มาเจาะลึกรายละเอียดกันครับ
เรื่องราวเริ่มต้นจากการที่ทักษิณได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวต่างประเทศที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี 2558 ซึ่งมีเนื้อหาพาดพิงสถาบันฯ จนนำมาสู่การดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 คดีนี้เป็นคดีนอกราชอาณาจักร ทำให้การพิจารณาอุทธรณ์อยู่ในมือของอัยการสูงสุดโดยตรง และล่าสุด อิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุดคนปัจจุบัน ได้มีคำสั่งให้ยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลอุทธรณ์แล้วครับ
อัยการชี้ การกระทำของทักษิณผิดจริงตามฟ้องในคดี ม.112
แหล่งข่าววงในเปิดเผยว่า อัยการสูงสุดมีความเห็นว่า การกระทำของทักษิณนั้นมีความผิดตามที่ฟ้องร้องจริง จึงเห็นควรให้ยื่นอุทธรณ์เพื่อให้ศาลอุทธรณ์เป็นผู้พิจารณาตัดสินต่อไป งานนี้บอกเลยว่าเข้มข้นแน่นอนครับ
คำสั่งอุทธรณ์จากอัยการสูงสุดถือว่าเป็นคำสั่งเด็ดขาดแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการส่งคำสั่งไปยังอัยการสำนักงานคดีอาญา 8 ซึ่งเป็นเจ้าของสำนวน เพื่อดำเนินการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์อย่างเป็นทางการ เดิมที กำหนดการยื่นขยายระยะเวลาต่อศาลอาญาในการพิจารณาอุทธรณ์ครั้งที่ 2 จะครบกำหนดในวันที่ 21 พฤศจิกายนนี้ แต่ดูเหมือนว่าเรื่องจะเร็วกว่าที่คิดครับ
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อัยการสูงสุดคนก่อน ได้สั่งให้นำเรื่องการยื่นอุทธรณ์เข้าสู่การพิจารณากลั่นกรองของ คณะกรรมการพิจารณาคดี 112 ของอัยการ ซึ่งในครั้งนั้นคณะกรรมการฯ (ที่มีอิทธิพร แก้วทิพย์ ซึ่งขณะนั้นเป็นรองอัยการสูงสุด เป็นประธาน) มีมติ 8 ต่อ 2 เสียง เห็นควรไม่อุทธรณ์ แต่ไพรัชไม่ได้มีความเห็นสั่งการใดๆ จนกระทั่งพ้นจากตำแหน่ง ทำให้การตัดสินใจตกมาอยู่ในมือของอิทธิพรในที่สุด
ทำไมอัยการสูงสุดถึงสั่งอุทธรณ์คดี ม.112 ทักษิณ?
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมอิทธิพรถึงสั่งอุทธรณ์ ทั้งๆ ที่ตอนเป็นประธานคณะกรรมการฯ เสียงส่วนใหญ่เห็นว่าไม่ควร คำตอบคือ ในสมัยที่ดำรงตำแหน่งประธาน อิทธิพรไม่ได้ลงมติในที่ประชุมตามมารยาทของประธานกรรมการ ดังนั้นการตัดสินใจครั้งนี้จึงไม่ใช่การกลับความเห็นเดิมของตัวเอง
สำหรับคดีนี้ ในชั้นศาลอาญา ศาลได้ยกฟ้อง โดยให้เหตุผลว่า ผู้ที่ได้รับฟังคลิปวิดีโอเข้าใจตรงกันว่า ทักษิณโจมตีการยึดอำนาจและการรัฐประหาร โดยพาดพิงบุคคลสำคัญทางการเมืองและนายทหารชั้นผู้ใหญ่เท่านั้น ไม่ได้พาดพิงหรือสื่อความหมายถึงสถาบันฯ ศาลจึงเห็นว่าหลักฐานของโจทก์ไม่สมกับภาระการพิสูจน์ในคดีอาญา
คณะกรรมการพิจารณาคดี 112 เป็นคณะกรรมการที่อัยการสูงสุดตั้งขึ้นเพื่อพิจารณาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพทั่วราชอาณาจักร ประกอบด้วยรอง อสส. เป็นประธาน และอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาเป็นเลขานุการ รวมถึงอัยการระดับสูงจากสำนักงานคดีอาญาในเขตกรุงเทพฯ และสำนักงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่ในคดีของทักษิณ ซึ่งเป็นคดีนอกราชอาณาจักร อำนาจในการพิจารณายื่นอุทธรณ์เป็นของอัยการสูงสุดโดยตรง กรรมการฯ จึงมีหน้าที่เพียงกลั่นกรองข้อมูลเท่านั้น
แล้วเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร? ต้องติดตามกันต่อไปครับ แต่ที่แน่ๆ คดีนี้จะกลายเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการตีความกฎหมายมาตรา 112 และส่งผลต่อสถานการณ์ทางการเมืองในอนาคตอย่างแน่นอน การที่อัยการสูงสุดสั่งอุทธรณ์คดี ม.112 ทักษิณ แสดงให้เห็นว่าเรื่องนี้ยังไม่จบง่ายๆ และยังคงต้องมีการต่อสู้กันในชั้นศาลอุทธรณ์ต่อไป
คดีนี้เป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของกฎหมาย และความละเอียดอ่อนของประเด็นทางการเมือง การติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจในข้อกฎหมายต่างๆ จะช่วยให้เราเข้าใจถึงความเป็นไปของสังคมไทยได้ดียิ่งขึ้น
ที่มา – อัยการสูงสุดสั่งอุทธรณ์ คดี ม.112 ‘ทักษิณ’ ชี้การกระทำเป็นความผิดตามฟ้อง