สุชาติจ่อลงพื้นที่วัดพระบาทน้ำพุ 19 ส.ค. ติดตามผลสอบปมหมอบีเปิดบัญชีส่วนตัวรับบริจาค เล็งอุดช่องโหว่ พศ. ตรวจสอบมูลนิธิไม่ได้

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กรณีเตรียมเดินทางไปลงพื้นที่วัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี ในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าการสอบสวนกรณีที่วัดมีปัญหาการบริหารจัดการเงินบริจาค โดยเฉพาะประเด็นที่ หมอบี หรือ เสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล ไปเปิดบัญชีส่วนตัวรับบริจาค ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีการเบี่ยงเบนเงินบริจาคไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว

สุชาติจ่อลงพื้นที่วัดพระบาทน้ำพุ ตามกระแสความสนใจของสาธารณชน

สุชาติจ่อลงพื้นที่วัดพระบาทน้ำพุ เนื่องจากเห็นว่าเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลให้แก่สาธารณะชนอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่า หมอบี ซึ่งเป็นอาสาสมัคร กลับไปเปิดบัญชีส่วนตัวเพื่อรับเงินบริจาคแล้วอ้างว่าจะนำเงินไปใช้ในการดำเนินกิจกรรมของวัด ซึ่งทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าเงินบริจาคเหล่านั้นถูกนำมาใช้ตามวัตถุประสงค์จริงหรือไม่

“ผมรู้สึกเป็นห่วงและพอจะมีเวลาว่าง เมื่อประชุมคณะรัฐมนตรีแล้วเสร็จก็จะเดินทางไปด้วยตนเอง” สุชาติกล่าวถึงการลงพื้นที่วัดพระบาทน้ำพุในวันพรุ่งนี้ โดยระบุว่า ต้องไปดูความคืบหน้าจากผลสอบว่าตอนนี้อยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว หากพบว่ามีการทุจริตจริงก็ขอให้ดำเนินการทันที

พศ. ยันไม่สามารถตรวจสอบเงินบริจาคมูลนิธิได้

ที่น่าสนใจคือ ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ยืนยันว่าหน่วยงานของตนไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบเงินบริจาคที่เข้ามูลนิธิได้ เพราะกฎหมายกำหนดไว้ว่าเรื่องของมูลนิธิอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กฎหมายยังมีช่องโหว่อยู่

“สุชาติจ่อลงพื้นที่วัดพระบาทน้ำพุ” ไม่ใช่เพียงเพื่อชี้แจงสถานการณ์ แต่ยังเพื่อหาทางออกทางนโยบายที่จะช่วยอุดช่องโหว่ ดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพบว่าในอนาคตยังมีวัดอื่นที่ใช้แนวทางคล้ายกัน อาจต้องมีการแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

เชื่อว่าต่อให้ปัจจุบันยังไม่พบความผิดของ หลวงพ่ออลงกต อย่างเป็นทางการ แต่การที่มีกรณีนี้เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นที่ระบบการตรวจสอบต้องเข้มงวดให้มากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องการจัดการเงินบริจาคของวัดที่มีชื่อเสียงและมีผู้เข้าชมจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเกี่ยวกับการให้ยา ARV แก่ผู้ป่วยโรคเอดส์ซึ่งทางวัดมีความพยายามขัดขวาง แต่สุชาติชี้ว่าเรื่องนี้ไม่อยู่ในขอบเขตของ พศ. และควรเป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข หรือหากมีส่วนเกี่ยวข้องกับมูลนิธิ อาจต้องประสานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการติดตามข้อเท็จจริงอีกครั้ง

บทสรุปและมุมมอง

กรณีของ หมอบี เป็นตัวอย่างที่สะท้อนถึงความสำคัญของการตรวจสอบความโปร่งใสในวงการศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัดที่ได้รับเงินบริจาคจำนวนมาก ทั้งในและต่างประเทศ หากไม่มีการจัดการอย่างเข้มงวดและมีระบบติดตามตรวจสอบที่เหมาะสม อาจเกิดความเสียหายทั้งต่อภาพลักษณ์ของวัดและของศาสนาในวงกว้าง

ดังนั้นการที่ สุชาติจ่อลงพื้นที่วัดพระบาทน้ำพุ ควรเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูประบบการเงินและบริหารจัดการมูลนิธิในวัดต่าง ๆ ให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อความน่าเชื่อถือของวิถีศาสนาที่แท้จริง

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นนี้ได้ที่:

  • เว็บไซต์รัฐบาล
  • สื่อท้องถิ่นในจังหวัดลพบุรี
  • การแถลงข่าวของ พศ. และ กก.ป.

ที่มา – สุชาติจ่อลงพื้นที่วัดพระบาทน้ำพุ 19 ส.ค. ติดตามผลสอบปมหมอบีเปิดบัญชีส่วนตัวรับบริจาค เล็งอุดช่องโหว่ พศ. ตรวจสอบมูลนิธิไม่ได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *