‘พล.ต.อ.นิรันดร’ ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึง ผบ.ตร. ยืนยันไม่สมัครใจโอนย้ายข้ามหน่วย ชู พ.ร.บ.ตำรวจฯ คุ้มครอง

เชื่อว่าหลายคนที่ติดตามข่าวการบริหารงานภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติคงกำลังจับตามองประเด็นที่น่าสนใจ เมื่อล่าสุด ‘พล.ต.อ.นิรันดร’ ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึง ผบ.ตร. ยืนยันไม่สมัครใจโอนย้ายข้ามหน่วย ชู พ.ร.บ.ตำรวจฯ คุ้มครอง ซึ่งถือเป็นประเด็นที่สะท้อนถึงการใช้สิทธิและกฎหมายคุ้มครองความเป็นข้าราชการตำรวจได้อย่างชัดเจนที่สุดในชั่วโมงนี้ครับ

‘พล.ต.อ.นิรันดร’ ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึง ผบ.ตร. ยืนยันไม่สมัครใจโอนย้ายข้ามหน่วย ชู พ.ร.บ.ตำรวจฯ คุ้มครอง

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 โดย พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. ได้ทำบันทึกข้อความด่วนที่สุดถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อประกาศจุดยืนอย่างเป็นทางการว่า ตนเองมีความประสงค์ที่จะไม่โอนย้ายไปทำงานในส่วนราชการอื่น ซึ่งเรื่องนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากเพราะเป็นการหยิบยกข้อกฎหมายมาใช้ปกป้องสิทธิ์ของตนเองอย่างตรงไปตรงมา

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ประเด็นนี้ถูกพูดถึงในวงกว้าง คือการที่ พล.ต.อ.นิรันดร อ้างอิง มาตรา 93 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ซึ่งระบุว่าการโอนย้ายข้าราชการตำรวจต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าตัวเป็นสำคัญ กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้คุ้มครองแค่เพียงตำแหน่งหน้าที่ แต่ยังคุ้มครองสิทธิพื้นฐานของบุคลากรที่อุทิศตนทำงานให้องค์กรมาตลอดระยะเวลา 37 ปีอีกด้วย

เหตุผลเบื้องหลังการปกป้องสิทธิ์ตามกฎหมาย

ทำไมเรื่อง ‘พล.ต.อ.นิรันดร’ ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึง ผบ.ตร. ยืนยันไม่สมัครใจโอนย้ายข้ามหน่วย ชู พ.ร.บ.ตำรวจฯ คุ้มครอง ถึงสำคัญ? เพราะนี่คือบทเรียนที่สะท้อนว่าการได้รับตำแหน่งระดับสูงมาจากการทำงานหนัก ไม่ใช่เรื่องที่จะเปลี่ยนแปลงได้โดยปราศจากความสมัครใจ นอกจากเรื่องข้อกฎหมายแล้ว ยังมีปัจจัยที่น่าสนใจที่ พล.ต.อ.นิรันดร ได้ชี้แจงไว้ดังนี้ครับ:

  • ประสบการณ์ที่สั่งสมมา: ตลอด 37 ปีในการรับราชการ ครอบคลุมทั้งงานสอบสวน ป้องกันปราบปราม และงานอำนวยการ
  • ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี: มีวิสัยทัศน์ในการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ในการบริหารราชการตำรวจ
  • ประสิทธิภาพการทำงาน: ในระยะเวลาที่เหลืออีกเพียง 2 ปีก่อนเกษียณ การปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยเดิมจะสร้างประโยชน์สูงสุดต่อราชการมากกว่าการย้ายไปที่อื่นที่ไม่คุ้นเคย

ในมุมมองของผม นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่มันคือการสร้างบรรทัดฐานใหม่ของการใช้หลักธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการคนให้ถูกกับงาน ในยุคที่เทคโนโลยีและข้อมูลมีความสำคัญ การรักษาบุคลากรที่มีความเข้าใจในโครงสร้างองค์กรอย่างลึกซึ้งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้องค์กรเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงครับ

ท้ายที่สุด การส่งหนังสือฉบับนี้ถือเป็นตัวอย่างของการกล้าตัดสินใจและยืนหยัดเพื่อความถูกต้องตามหลักการบริหารทรัพยากรบุคคล สำหรับหน่วยงานรัฐ การเคารพสิทธิของบุคลากรตามที่กฎหมายกำหนดไว้จะเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ ทั้งนี้ต้องรอติดตามกันต่อไปว่าทางผู้บังคับบัญชาจะมีมาตรการหรือแนวทางแก้ไขเรื่องนี้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองครับ

ที่มา – ‘พล.ต.อ.นิรันดร’ ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึง ผบ.ตร. ยืนยันไม่สมัครใจโอนย้ายข้ามหน่วย ชู พ.ร.บ.ตำรวจฯ คุ้มครอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *