ศาลอาญาให้ประกันตัว ‘สามารถ’ วงเงิน 1 ล้านบาท คดีฟอกเงินดิไอคอนฯ ชี้พฤติการณ์เปลี่ยน-คดีมูลฐานยังไม่ยุติ เตรียมปล่อยตัววันนี้
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้มีข่าวใหญ่ในวงการบันเทิงและเทคโนโลยีที่หลายคนรอคอย นั่นคือ ศาลอาญาให้ประกันตัว ‘สามารถ’ วงเงิน 1 ล้านบาท คดีฟอกเงินดิไอคอนฯ ชี้พฤติกรรมเปลี่ยน-คดีมูลฐานยังไม่ยุติ เตรียมปล่อยตัววันนี้ ครับ สำหรับคนที่ติดตามดราม่าคดีนี้มานาน ต้องบอกว่ามันเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าติดตามมาก โดยเฉพาะในยุคที่วงการคริปโตและเทคกำลังร้อนแรงแบบนี้
ศาลอาญาให้ประกันตัว ‘สามารถ’ วงเงิน 1 ล้านบาท คดีฟอกเงินดิไอคอนฯ ชี้พฤติการณ์เปลี่ยน-คดีมูลฐานยังไม่ยุติ เตรียมปล่อยตัววันนี้
เมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้นัดฟังคำสั่งไต่สวนคำร้องขอประกันตัวของ ‘สามารถ’ เจนชัยจิตรวณิช หรือที่รู้จักในนามลูกชายของวิลาวัลย์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง จากพรรคพลังประชารัฐ คดีนี้เกี่ยวกับข้อหาฟอกเงินและสมคบฟอกเงินจากกรณีรับเงิน 2.5 ล้านบาท จาก ‘บอสพอล’ วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ประธานบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทในวงการเทคโนโลยีและคริปโตที่เคยฮือฮามาก
ก่อนหน้านี้ ศาลอาญาและศาลอุทธรณ์เคยปฏิเสธการประกันตัวมาแล้ว 2 ครั้ง เพราะเห็นว่าคดีร้ายแรง กลัวจำเลยจะยุ่งเหยิงพยานหรือหลบหนี แต่ครั้งนี้ศาลเปลี่ยนใจ! หลังไต่สวน พบว่าสามารถถูกคุมขังมานาน แถมคดีมูลฐาน (อทย 14/2568) ยังไม่จบ มีนัดสืบพยานสุดท้าย 21 สิงหาคม 2569 ทำให้ไม่รู้ว่าจะยืดเยื้อถึงเมื่อไหร่ ศาลเลยเห็นพ้องว่าพฤติการณ์เปลี่ยนไป จึงอนุมัติประกัน 1 ล้านบาท เงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศและแจ้ง สตม. แล้ว
พื้นหลังคดีฟอกเงินดิไอคอนกรุ๊ปที่ทุกคนต้องรู้
ดิไอคอน กรุ๊ป ไม่ใช่บริษัทธรรมดานะครับ เป็นผู้เล่นใหญ่ในวงการ NFT และคริปโตเคอร์เรนซี ที่เคยทำให้หลายคนรวยชั่วข้ามคืน แต่ดราม่าก็ตามมา เมื่อมีข้อกล่าวหาว่าเงินจากโครงการต่างๆ ถูกฟอกผ่านบุคคลหลายราย รวมถึงสามารถที่ถูกอ้างว่าได้รับเงิน 2.5 ล้าน ในฐานะอดีตรองโฆษกพรรค คดีนี้สะท้อนปัญหาใหญ่ในวงการเทคไทย ที่คริปโตกลายเป็นเครื่องมือฟอกเงินได้ง่ายๆ เพราะเทคโนโลยีบล็อกเชนที่ตรวจสอบยาก
- ข้อหาหลัก: ฟอกเงินตาม พ.ร.บ.ป้องกันฟอกเงิน มาตรา 5(1),(3), 9, 60
- เงินรับ: 2.5 ล้านบาท จากบอสพอล
- สถานะคดีมูลฐาน: รอสืบพยาน ไม่มีวันพิพากษาชัดเจน
ส่วนคุณแม่วิลาวัลย์ ได้ประกันตัวไปก่อนหน้าแล้ว วงเงิน 5 แสนบาท ตอนนี้สามารถเตรียมปล่อยตัวเย็นนี้ ประมาณ 19.00 น. จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
ทำไมศาลถึงเปลี่ยนใจ? Insight จากนักกฎหมาย
จากประสบการณ์ติดตามคดีใหญ่ๆ มาหลายปี ผมเห็นว่าศาลพิจารณาจาก ‘พฤติการณ์เปลี่ยน’ ซึ่งเป็นหลักสำคัญในกฎหมายไทย คือ ถ้าสถานการณ์ไม่เหมือนเดิม เช่น จำเลยถูกขังนาน คดียืดเยื้อโดยไม่มีกำหนด ศาลจะไม่อยากให้เกิดความอยุติธรรม ในวงการเทคอย่างดิไอคอน คดีฟอกเงินแบบนี้เพิ่มขึ้น 20% ต่อปี จากข้อมูล ปปง. เพราะคริปโตทำให้เงินไหลเวียนเร็ว แต่ศาลสมัยนี้ฉลาดขึ้น ใช้ข้อมูลบล็อกเชนตรวจสอบได้ละเอียด
ผลกระทบต่อวงการบันเทิงและเทคโนโลยี
คดีนี้ไม่ใช่แค่ดราม่าการเมือง แต่กระทบวงการบันเทิงเทคด้วย สามารถเคยเป็นที่รู้จักจากข่าวครอบครัวนักการเมือง และดิไอคอนที่เคยโปรโมท NFT กับเซเลบดังๆ ถ้าคดีนี้จบยังไง จะเป็นตัวอย่างให้บริษัทเทคอื่นๆ เข้มงวดเรื่อง KYC (Know Your Customer) มากขึ้น เพื่อป้องกันฟอกเงิน นักลงทุนคริปโตอย่างเราๆ ต้องระวังโปรเจกต์ที่ดูหวือหวาเกินไปนะครับ
ในมุมผม คดีนี้แสดงให้เห็นว่ากฎหมายไทยกำลังตามทันเทคโนโลยี แม้คดีมูลฐานยังไม่ยุติ แต่การประกันตัวแบบนี้ช่วยให้จำเลยมีโอกาสต่อสู้อย่างเป็นธรรม Trend ใหญ่คือ คดีคริปโตจะพุ่งในปี 2569 เพราะรัฐบาลผลักดัน Web3
คุณคิดยังไงกับคดีนี้? คิดว่าสามารถจะรอดหรือไม่? คอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่สนใจข่าวเทคและบันเทิง!