ลูเมนตั้มดันไทยสู่โรงงานเรือธงโลก

ลูเมนตั้มดันไทยสู่โรงงานเรือธงโลก เป็นอีกหนึ่งข่าวสำคัญที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไทยได้อย่างชัดเจน บริษัท Lumentum ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีโฟโตนิกส์ระดับโลก ประกาศเดินหน้าขยายการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับโรงงานในไทยให้เป็น Global Flagship Factory หรือโรงงานเรือธงระดับโลก เพื่อรองรับความต้องการชิ้นส่วนสำหรับศูนย์ข้อมูลและระบบสื่อสารความเร็วสูงที่เติบโตตามกระแสปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI

การลงทุนครั้งนี้ไม่ได้มองไทยเป็นเพียงฐานการผลิตเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการพัฒนาศูนย์ออกแบบ ห้องวิจัย ศูนย์สร้างต้นแบบ และบุคลากรด้านวิศวกรรมในประเทศ หากแผนงานเดินหน้าได้ตามเป้าหมาย ไทยจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์โฟโตนิกส์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเบื้องหลังการรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วแสง

ลูเมนตั้มดันไทยสู่โรงงานเรือธงโลก รับความต้องการจาก AI

ไมเคิล เออริสตัน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Lumentum เปิดเผยระหว่างการเยือนประเทศไทยว่า บริษัทได้หารือกับรัฐบาลไทยและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI เพื่อวางแนวทางยกระดับการลงทุน โดยบริษัทชื่นชมวิสัยทัศน์ “Build in Thailand” และ “Engineer in Thailand” ที่มุ่งสร้างทั้งฐานการผลิตและฐานบุคลากรเทคโนโลยีภายในประเทศ

หนึ่งในแผนงานที่น่าจับตาคือการจัดตั้งศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงห้องวิจัยและศูนย์สร้างต้นแบบ นอกจากนี้ Lumentum ยังศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างโรงงานผลิตเวเฟอร์ หรือ Wafer Fab ในไทยด้วย การมีโรงงานลักษณะนี้จะช่วยเพิ่มความสามารถของประเทศตั้งแต่ต้นน้ำ และอาจลดการพึ่งพาการนำเข้าชิ้นส่วนสำคัญจากต่างประเทศในระยะยาว

ทำไมโฟโตนิกส์จึงสำคัญต่อยุคศูนย์ข้อมูล AI

การเติบโตของ AI ทำให้ศูนย์ข้อมูลทั่วโลกต้องประมวลผลและส่งข้อมูลจำนวนมหาศาล เทคโนโลยีการเชื่อมต่อด้วยแสงจึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพราะสามารถรับส่งข้อมูลได้รวดเร็ว ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และรองรับระยะทางที่ไกลกว่าสายทองแดง โดยเฉพาะศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่ให้บริการโมเดล AI คลาวด์ และแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ

ยอดขายของ Lumentum ในปีงบประมาณที่ผ่านมาเติบโตเกือบเท่าตัว สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการชิ้นส่วนโฟโตนิกส์กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันกำลังการผลิตในตลาดยังตามหลังความต้องการประมาณ 25-35% และบางผลิตภัณฑ์มีช่องว่างสูงถึง 75% โดยเฉพาะเวเฟอร์ชิปเลเซอร์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญและเป็นคอขวดของการผลิต

ปัจจุบัน Lumentum มีโรงงานผลิตเวเฟอร์หลัก 4 แห่ง และกำลังก่อสร้างแห่งที่ 5 ในสหรัฐอเมริกา การเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศไทยจึงมีความหมายต่อบริษัทอย่างมาก เพราะไทยมีทำเลเชิงยุทธศาสตร์ โครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรม และแรงงานที่สามารถต่อยอดสู่เทคโนโลยีขั้นสูงได้

ขยายโรงงานไทย สร้างห่วงโซ่อุปทานและงานทักษะสูง

Lumentum เพิ่มกำลังการผลิตในไทยมากกว่า 4 เท่า และโรงงานแห่งใหม่ขนาด 3 ชั้นได้เริ่มเดินเครื่องเต็มกำลังแล้ว นอกจากการขยายโรงงานของบริษัทโดยตรง ยังเกิดการขยายตัวของพันธมิตรในระบบนิเวศด้วย เช่น Fabrinet ผู้รับจ้างผลิตรายสำคัญที่ตัดสินใจตั้งโรงงานแห่งใหม่ในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ซึ่งอยู่ห่างจากโรงงาน Lumentum ไม่ถึง 3 กิโลเมตร

ปัจจุบันมีบริษัทไทยมากกว่า 50 รายเข้ามาอยู่ในห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง การขยายตัวของ Lumentum เพียงรายเดียวจึงไม่ได้สร้างประโยชน์แค่กับบริษัท แต่ยังช่วยกระจายรายได้ไปยังผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ผู้ดูแลระบบอุตสาหกรรม และธุรกิจท้องถิ่น โดยคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการจ้างงานในพื้นที่ราว 30,000 ตำแหน่ง

ความร่วมมือระหว่าง Lumentum และ Fabrinet ยังถูกยกระดับผ่านงาน Builders Summit เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการสนับสนุนลูกค้าในอุตสาหกรรมออปติก ความสัมพันธ์ที่ยาวนานกว่า 20 ปีจึงไม่ได้เป็นเพียงความร่วมมือทางธุรกิจ แต่กลายเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยขับเคลื่อนคุณภาพ นวัตกรรม และความสามารถในการแข่งขันของไทย

ลงทุนกับคน เพื่อให้ไทยเติบโตได้จริง

นอกจากการลงทุนด้านโรงงานแล้ว การพัฒนาบุคลากรถือเป็นหัวใจสำคัญของแผนงานครั้งนี้ Lumentum ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดโครงการ Upskill และ Reskill ด้านโฟโตนิกส์ผ่านแพลตฟอร์ม Chula MOOC เพื่อเปิดโอกาสให้คนทั่วไป นักศึกษา และผู้ที่ทำงานในสายเทคโนโลยีได้เพิ่มพูนความรู้

บริษัทยังร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาหลักสูตรระดับปริญญาด้านโฟโตนิกส์และเลเซอร์ รวมถึงทำงานร่วมกับศูนย์พัฒนากำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ จัดตั้ง Lumentum Photonics Lab ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ความร่วมมือเหล่านี้จะช่วยสร้างนักวิจัย วิศวกร และผู้เชี่ยวชาญรุ่นใหม่ให้ตรงกับความต้องการของตลาด

  • เพิ่มศักยภาพไทยด้านโฟโตนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์
  • สร้างงานทักษะสูงและโอกาสเติบโตในสายเทคโนโลยี
  • ขยายเครือข่ายผู้ผลิตไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
  • รองรับการเติบโตของศูนย์ข้อมูล AI และการสื่อสารความเร็วสูง

ในมุมมองของผู้ติดตามเทคโนโลยี ข่าว ลูเมนตั้มดันไทยสู่โรงงานเรือธงโลก ไม่ใช่แค่เรื่องการลงทุนของบริษัทต่างชาติ แต่เป็นสัญญาณว่าไทยกำลังมีโอกาสขยับจากฐานการผลิตทั่วไปไปสู่ฐานนวัตกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้เมื่อภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชนทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสิทธิประโยชน์ โครงสร้างพื้นฐาน งานวิจัย และการสร้างคนรุ่นใหม่

หากไทยสามารถรักษาความต่อเนื่องของนโยบายและพัฒนาบุคลากรได้จริง การเข้ามาของ Lumentum อาจเป็นจุดเริ่มต้นของระบบนิเวศโฟโตนิกส์ที่แข็งแรง และช่วยให้ประเทศก้าวขึ้นเป็นผู้ส่งออกอุปกรณ์สื่อสารขั้นสูงในยุค AI ได้ในอนาคต คนที่สนใจเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมแห่งอนาคตควรติดตามพัฒนาการนี้อย่างใกล้ชิด เพราะโอกาสครั้งนี้อาจเปลี่ยนทิศทางเศรษฐกิจไทยได้มากกว่าที่คิด

ที่มา – Lumentum ขานรับยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์ ดันไทยสู่ Global Flagship Factory ยกระดับระบบนิเวศโฟโตนิกส์รับเทรนด์ AI

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *