รีวิว Bose Sport Open: สวย สบาย แต่คู่แข่งแกร่ง

สำหรับคนที่กำลังมองหาหูฟังไร้สายแบบเปิดหูสำหรับออกกำลังกาย Bose Sport Open Earbuds เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจอย่างมาก ด้วยดีไซน์แบบคลิปเกี่ยวใบหู สีสันโดดเด่น และแนวคิดที่ทำให้ผู้ใช้ยังได้ยินเสียงรอบตัวขณะฟังเพลง จุดเด่นของหูฟังประเภทนี้คือไม่ต้องใส่จุกเข้าไปในช่องหู จึงเหมาะกับการวิ่ง เดิน ทำงาน หรือกิจกรรมที่ต้องการรับรู้บรรยากาศรอบข้าง

รีวิว Bose Sport Open: สวย สบาย แต่คู่แข่งแกร่ง จะพาไปดูรายละเอียดทั้งการสวมใส่ คุณภาพเสียง แบตเตอรี่ ความทนทาน และความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับหูฟังรุ่นอื่นในตลาด โดยเฉพาะ Bose Ultra Open Earbuds รุ่นที่มีราคาสูงกว่า แต่ให้ฟีเจอร์ครบกว่า

รีวิว Bose Sport Open: สวย สบาย แต่คู่แข่งแกร่ง

Bose Sport Open Earbuds เปิดตัวในราคาเริ่มต้นประมาณ 199 ดอลลาร์สหรัฐฯ และวางตำแหน่งให้เป็นหูฟังสำหรับคนที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย ตัวหูฟังใช้รูปทรงคล้ายตัว C สำหรับคล้องบริเวณใบหู ทำให้มีความกระชับกว่าเอียร์บัดแบบเกี่ยวหูบางรุ่น และไม่หลุดง่ายเมื่อร่างกายเคลื่อนไหวต่อเนื่อง

รีวิว Bose Sport Open: สวย สบาย แต่คู่แข่งแกร่ง ด้านการสวมใส่

สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้โดดเด่นคือความสบายระหว่างใช้งาน ผู้ทดสอบสามารถใส่หูฟังต่อเนื่องหลายชั่วโมงโดยไม่รู้สึกเจ็บหรือกดทับใบหูมากเกินไป น้ำหนักยังรู้สึกเบากว่า Bose Ultra Open Earbuds รุ่นที่สองเล็กน้อย ส่วนโค้งของคลิปแนบกับใบหูได้แน่นพอดี และยังอยู่กับที่ระหว่างวิ่ง ซิตอัป หรือดึงข้อ

อย่างไรก็ตาม ความกระชับนี้อาจมากเกินไปสำหรับผู้ใช้บางคน เนื่องจากส่วนปลายของหูฟังอาจเคลื่อนจากตำแหน่งที่ให้เสียงดังที่สุด ทำให้ต้องขยับหูฟังเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินหรือออกกำลังกายต่อเนื่อง ปัญหานี้ขึ้นอยู่กับรูปทรงใบหูของแต่ละคน ดังนั้นควรทดลองสวมใส่ก่อนตัดสินใจซื้อหากมีโอกาส

ดีไซน์ สีสัน และความทนทาน

Bose Sport Open Earbuds มีดีไซน์ที่ดูสปอร์ตและเป็นมิตรกว่าหูฟังไร้สายทั่วไป สีเขียว eucalyptus เป็นสีที่สะดุดตา แต่ยังดูทันสมัย ไม่ฉูดฉาดจนเกินไป เคสชาร์จมีฝาด้านบนแบบกึ่งโปร่งใส และตัวหูฟังด้านในใช้สีแบบทูโทน เพิ่มรายละเอียดให้ผลิตภัณฑ์ดูมีเอกลักษณ์

รุ่นนี้ได้รับมาตรฐาน IP54 ซึ่งช่วยป้องกันฝุ่นและละอองน้ำได้ดีกว่า Bose Ultra Open Earbuds ที่มีมาตรฐาน IPX4 โดย IP54 เหมาะกับการรับมือเหงื่อ ฝนตกเบา ๆ และการใช้งานกลางแจ้งในชีวิตประจำวัน แต่ไม่ควรนำไปแช่น้ำหรือใช้งานใต้น้ำ ผู้ที่เหงื่อออกมากจึงน่าจะรู้สึกมั่นใจกับ Sport Open มากขึ้น

  • ดีไซน์คลิปตัว C กระชับและมีโอกาสหลุดน้อย
  • มีสีสันสวยและแตกต่างจากหูฟังทั่วไป
  • มาตรฐาน IP54 ช่วยป้องกันฝุ่นและเหงื่อ
  • เหมาะกับการวิ่ง เดิน และออกกำลังกายเบา ๆ

คุณภาพเสียงของ Bose Sport Open Earbuds

คุณภาพเสียงโดยรวมอยู่ในระดับดี แต่ยังไม่ถึงขั้นยอดเยี่ยม เสียงร้องมีความชัดเจน และการแยกเสียงซ้ายขวาทำได้ดีพอสมควร เวทีเสียงให้ความรู้สึกเปิดกว่าหูฟังแบบมีจุก ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการฟังเพลงไปพร้อมกับได้ยินเสียงรถ คนพูด หรือบรรยากาศรอบตัว

เมื่อเทียบกับ Bose Ultra Open Earbuds รุ่นที่สอง Sport Open Earbuds ให้รายละเอียดเสียงและมิติเสียงที่น้อยกว่าเล็กน้อย โดยเฉพาะในเพลงที่มีเครื่องดนตรีหลายชิ้น เสียงจะไม่กว้างและมีความซับซ้อนเท่ารุ่นที่แพงกว่า นอกจากนี้เสียงเบสยังเป็นข้อจำกัดสำคัญ เบสมีความนุ่มแต่ขาดแรงปะทะ และเมื่อเปิดเพลงที่เน้นย่านความถี่ต่ำ อาจรู้สึกว่าเสียงเบสขุ่นหรือผ่านการประมวลผลมากเกินไป

ผู้ใช้สามารถปรับเสียงผ่านแอป Bose โดยการเพิ่มเสียงกลางและแหลมเล็กน้อย การตั้งค่าแบบนี้ช่วยให้เสียงร้องเด่นขึ้น และทำให้รายละเอียดของเพลงฟังง่ายกว่าเดิม ถึงแม้ผลลัพธ์จะยังไม่สามารถเทียบกับหูฟังแบบมีจุกหรือหูฟังครอบหูที่ปิดสนิทได้ก็ตาม

การฟังเพลงและการคุยโทรศัพท์

การฟังเพลงในพื้นที่เงียบหรือสถานที่ที่มีเสียงรบกวนไม่มากทำได้ดี หูฟังยังรักษาความชัดเจนของเสียงร้องและจังหวะดนตรีได้ แต่เมื่อนำไปใช้งานบนถนนที่มีรถวิ่งจำนวนมาก หรือบนรถไฟใต้ดิน เสียงรอบข้างอาจกลบรายละเอียดของเพลงได้ง่าย จุดนี้ Bose Ultra Open Earbuds รุ่นที่สองทำได้ดีกว่า เพราะมีพลังเสียงและความสามารถในการรับมือกับเสียงดังมากกว่า

ด้านการสนทนาทางโทรศัพท์ทำได้ดีกว่าที่คาดไว้ หูฟังช่วยลดเสียงรบกวนในสำนักงาน เช่น เสียงคนคุยและเสียงฝีเท้าได้พอสมควร ฝั่งคู่สนทนาอาจไม่ได้ยินเสียงของผู้พูดชัดเจนสมบูรณ์แบบ แต่เสียงรบกวนไม่ได้กลบเสียงทั้งหมด จึงถือว่าใช้งานคุยโทรศัพท์ในชีวิตประจำวันได้ดี

แบตเตอรี่และฟีเจอร์ที่หายไป

Bose Sport Open Earbuds ใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุดประมาณ 7 ชั่วโมง ซึ่งเพียงพอสำหรับการออกกำลังกาย การเดินทาง หรือการฟังเพลงตลอดช่วงทำงานหนึ่งวัน แบตเตอรี่ลดลงประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์หลังใช้งานหนึ่งชั่วโมงที่ระดับเสียง 50 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม แอป Bose แสดงสถานะแบตเตอรี่เป็นช่วงละ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น จึงไม่สามารถตรวจสอบตัวเลขที่ละเอียดได้

สิ่งที่รุ่นนี้ไม่มีคือฟีเจอร์ Immersive Audio หรือระบบเสียงเชิงพื้นที่ของ Bose สำหรับบางคนอาจไม่ใช่ปัญหา เพราะฟีเจอร์ดังกล่าวไม่ได้จำเป็นต่อการฟังเพลงหรือออกกำลังกาย แต่ผู้ที่ต้องการประสบการณ์เสียงแบบรอบทิศทางควรพิจารณา Bose Ultra Open Earbuds รุ่นที่สองแทน

ข้อดีและข้อสังเกต

  • ข้อดี: สวมใส่สบาย กระชับ และเหมาะกับกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหว
  • ข้อดี: สีสันสวย วัสดุดูดี และมีมาตรฐาน IP54
  • ข้อดี: เสียงร้องชัดเจนและรับฟังเสียงรอบข้างได้ดี
  • ข้อสังเกต: เบสไม่หนักแน่นและเสียงโดยรวมยังไม่โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม
  • ข้อสังเกต: อาจต้องขยับตำแหน่งหูฟังเพื่อให้ได้ระดับเสียงที่เหมาะสม
  • ข้อสังเกต: อายุแบตเตอรี่น้อยกว่า Ultra Open Earbuds รุ่นที่สอง

สรุปความคุ้มค่า

โดยสรุป รีวิว Bose Sport Open: สวย สบาย แต่คู่แข่งแกร่ง สะท้อนว่าหูฟังรุ่นนี้เหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความกระชับ ความสบาย และการรับรู้เสียงรอบข้างมากกว่าคุณภาพเสียงระดับออดิโอไฟล์ ดีไซน์คลิปทำให้เหมาะกับการออกกำลังกาย และมาตรฐาน IP54 ก็เพิ่มความมั่นใจเมื่อต้องเจอเหงื่อหรือฝนเบา ๆ

หากต้องการเสียงที่กว้างกว่า เบสที่มีพลังมากกว่า แบตเตอรี่ยาวนานกว่า และฟีเจอร์เสียงเชิงพื้นที่ Bose Ultra Open Earbuds รุ่นที่สองอาจคุ้มค่ากับการเพิ่มงบประมาณ แต่ถ้าต้องการหูฟังสำหรับวิ่งหรือใช้งานประจำวันในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า Sport Open Earbuds ก็ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แม้จะต้องแข่งขันกับ Shokz และแบรนด์หูฟังแบบเปิดหูรุ่นใหม่อย่างหนักก็ตาม

ความคิดเห็นส่วนตัวคือ Bose Sport Open Earbuds เหมาะที่สุดกับคนที่ให้ความสำคัญกับความสบายและความมั่นคงขณะเคลื่อนไหว หากคุณกำลังมองหาหูฟังที่ใส่แล้วไม่อุดหูและยังได้ยินโลกภายนอก รุ่นนี้ควรอยู่ในรายชื่อที่ทดลองฟังก่อนตัดสินใจซื้อ

ที่มา – Bose Sport Open Earbuds Review: Colorful, Comfortable, but Tough Clip Competition

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *