รองจเรตำรวจฯ ตรวจห้องกัก สตม. สวนพลู ยืนยันไม่มีห้องวีไอพีใช้กฎเหล็กอุดช่องโหว่ลักลอบปล่อยตัวผู้ต้องหาต่างชาติ
สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้อ่านที่ชื่นชอบข่าวร้อนแรงแบบนี้ วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียกันดีกว่า นั่นคือประเด็น รองจเรตำรวจฯ ตรวจห้องกัก สตม. สวนพลู ยืนยันไม่มีห้องวีไอพีใช้กฎเหล็กอุดช่องโหว่ลักลอบปล่อยตัวผู้ต้องหาต่างชาติ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (25 มีนาคม) ที่ทำเอาชาวเน็ตฮือฮา เพราะมันเหมือนพล็อตในละครน้ำเน่าแต่เป็นเรื่องจริงจากแวดวงตำรวจ!
รองจเรตำรวจฯ ตรวจห้องกัก สตม. สวนพลู ยืนยันไม่มีห้องวีไอพีใช้กฎเหล็กอุดช่องโหว่ลักลอบปล่อยตัวผู้ต้องหาต่างชาติ
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองโฆษก ตร. ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการตามแผนปีงบ 2569 ตามคำสั่งจาก พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ สถานที่สำคัญคือสถานกักตัวคนต่างด้าวของกองกำกับการ 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ซอยสวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ นี่เองครับ
ผลการตรวจสอบที่น่าประทับใจคือ ไม่พบห้องกักพิเศษหรือห้อง VIP อย่างที่มีข่าวลือเลยสักนิด! ปัจจุบันมีอาคาร 3 หลังกำลังปรับปรุง โดยปิดทีละหลัง เปิดใช้งาน 2 หลังตามปกติ ทุกอย่างโปร่งใสสุดๆ จากประสบการณ์ผมที่ติดตามข่าวความมั่นคงมานาน การตรวจแบบนี้ช่วยยืนยันความโปร่งใสได้ดีมาก เหมือนเช็คระบบในแอปยอดนิยมที่เราชอบใช้กันนั่นแหละ
ระบบเยี่ยมผู้ต้องกักโปร่งใสแค่ไหน?
สำหรับการเยี่ยม สตม. มีระเบียบชัดเจน เมื่อมีผู้ต้องกักต่างชาติเข้ามา จะแจ้งสถานทูตของประเทศนั้นๆ ทันที เช่น จีน กัมพูชา สถานทูตจะประสานนัดเวลาเข้าเยี่ยมตามกฏ ไม่มีลัดคิวแบบ VIP จริงๆ นะครับ นี่คือมาตรฐานที่ทำให้เรามั่นใจในระบบยุติธรรมไทย
มาตรการใหม่สุดเข้ม! อุดช่องโหว่ทุจริต
นอกจากตรวจพื้นที่ รองจเรยังสั่งเพิ่มมาตรการรัดกุม โดยเฉพาะกรณีหน่วยอื่นจับต่างด้าวแล้วฝากขังสถานีท้องที่โดยไม่ส่ง สตม. จากนี้ ทุกหน่วยต้องรายงานยอดและรายละเอียดผู้ต้องกักทั้งหมดมาที่ สตม. เพื่อสร้างฐานข้อมูลกลาง ป้องกันการลักลอบปล่อยตัวโดยไม่ผ่านกระบวนการผลักดันกลับประเทศ แบบนี้แหละครับที่ใช้เทคโนโลยีฐานข้อมูลช่วย เหมือน big data ในวงการ tech ที่เราคุ้นเคย ช่วย track ทุกขั้นตอน ลด corruption ได้จริง
- รายงานผู้ต้องกักครบทุกหน่วย
- ฐานข้อมูลกลางตรวจสอบได้
- ป้องกันปล่อยตัวผิดกฎหมาย
สุดท้าย รองจเรกำชับเจ้าหน้าที่กองกำกับการ 3 ให้ทำงานด้วยวิริยะ ไม่ประมาท ยึดจรรยาบรรณ และนโยบาย ผบ.ตร. “1 ยึดมั่น 6 เร่งรัด 9 ก้าวหน้า” เพื่อบริการประชาชนเป็นศูนย์กลาง นี่คือ insight จากผมในฐานะคนติดตามข่าว: ในยุคดิจิทัลที่ข่าวปลอมแพร่กระจายเร็วเหมือนไวรัลใน TikTok การมีฐานข้อมูลกลางแบบนี้จะเป็นเทรนด์ใหม่ของหน่วยงานรัฐ ช่วยเพิ่ม transparency และลด drama จากข่าวลือได้เยอะเลยครับ
ส่วนตัวผมมองว่านี่เป็นก้าวสำคัญที่ทำให้สังคมเชื่อมั่นระบบมากขึ้น ถ้าทุกหน่วยนำ tech มาใช้แบบนี้ เราจะเห็นปัญหาน้อยลงแน่นอน สนับสนุนเต็มที่! เพื่อนๆ ลองแชร์ความคิดเห็นดูสิครับ ว่าคิดยังไงกับมาตรการนี้ หรือเคยเจอเรื่องคล้ายๆ กันมั้ย? คอมเมนต์ด้านล่างเลยนะ