มาตรการกันดีปเฟกเลือกตั้งของ ChatGPT ยังไม่ครบถ้วน
ในช่วงที่การเลือกตั้งกำลังเข้าใกล้ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ได้กลายเป็นเครื่องมือที่ทั้งสร้างสรรค์และน่ากังวลในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะการสร้างภาพดีปเฟกที่ทำให้เหตุการณ์สมมติดูเหมือนเกิดขึ้นจริง OpenAI จึงปรับปรุงแนวทางด้านความปลอดภัยสำหรับการเลือกตั้งกลางเทอม พร้อมเพิ่มมาตรการรับมือเนื้อหาที่อาจใช้แทรกแซงการเลือกตั้งหรือทำให้ประชาชนไม่อยากไปใช้สิทธิ
แนวทางสำคัญคือ ChatGPT จะปรับภาพที่เกี่ยวข้องกับการแทรกแซงการเลือกตั้งให้มีลักษณะเป็นภาพการ์ตูน แทนที่จะสร้างภาพเหมือนจริง วิธีนี้มีเป้าหมายเพื่อลดโอกาสที่ผู้ชมจะเข้าใจผิดว่าภาพที่สร้างขึ้นเป็นหลักฐานจากเหตุการณ์จริง ขณะเดียวกัน OpenAI ยังต้องการเปิดพื้นที่ให้ผู้ใช้สร้างงานภาพประกอบ งานเสียดสี และความคิดเห็นทางสังคมได้ต่อไป
มาตรการกันดีปเฟกเลือกตั้งของ ChatGPT ยังไม่ครบถ้วน
แนวคิดดังกล่าวถือว่าน่าสนใจ เพราะพยายามหาจุดสมดุลระหว่างเสรีภาพในการแสดงออกกับความปลอดภัยของสังคม ผู้ใช้บางคนอาจต้องการสร้างภาพเพื่อการศึกษา การวิจารณ์การเมือง หรือการเสียดสีโดยไม่ได้มีเจตนาหลอกลวง การปฏิเสธทุกคำขอทันทีอาจทำให้เครื่องมือ AI จำกัดการสร้างสรรค์มากเกินไป ดังนั้น การลดความเหมือนจริงของภาพจึงดูเป็นทางเลือกที่ประนีประนอม
อย่างไรก็ตาม มาตรการกันดีปเฟกเลือกตั้งของ ChatGPT ยังมีข้อจำกัดที่เห็นได้ชัด หากระบบสร้างภาพแบบการ์ตูนในขั้นแรก แต่ยังยอมเปลี่ยนภาพดังกล่าวให้เป็นภาพเหมือนจริงเมื่อผู้ใช้ขอเพิ่มเติม มาตรการนี้ก็อาจเป็นเพียงอุปสรรคชั่วคราว ไม่ใช่การป้องกันที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ผู้ไม่หวังดีอาจใช้คำสั่งหลายขั้นตอนเพื่อค่อย ๆ นำระบบไปสู่ผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้
มาตรการกันดีปเฟกเลือกตั้งของ ChatGPT ทำงานอย่างไร
จากการทดสอบด้วยคำสั่งให้สร้างภาพจากกล้องวงจรปิด บุคคลกำลังนำบัตรลงคะแนนไปทิ้งใกล้หน่วยเลือกตั้ง ChatGPT สามารถสร้างภาพเวอร์ชันการ์ตูนขึ้นมาได้ ภาพดังกล่าวยังคงสื่อสารสถานการณ์ตามคำสั่ง แต่ลดความสมจริงลง อย่างไรก็ดี เมื่อมีการขอให้ปรับภาพกลับเป็นภาพเหมือนจริง ระบบยังสามารถตอบสนองได้ในบางกรณี
ผลลัพธ์นี้แตกต่างจากแนวทางของ Google Gemini ที่ปฏิเสธคำขอสร้างภาพลักษณะเดียวกันโดยตรง ระบบของ Google ให้เหตุผลว่าไม่สามารถสร้างภาพที่ไม่ปลอดภัยได้ ไม่ว่าผู้ใช้จะอ้างว่าใช้ภาพเพื่อเสียดสี การวิจัย หรือการหลอกลวงก็ตาม การเปรียบเทียบนี้สะท้อนว่าแต่ละบริษัทเลือกใช้วิธีรับมือความเสี่ยงต่างกัน
รายงานจาก Brennan Center for Justice ระบุว่า OpenAI ปรับปรุงการป้องกันการสร้างข้อมูลเท็จเกี่ยวกับการเลือกตั้งได้อย่างมากเมื่อเทียบกับการทดสอบก่อนหน้า ขณะที่เครื่องมือบางรายกลับทำให้การสร้างภาพปลอมที่น่าเชื่อถือเป็นเรื่องง่ายขึ้น หรือแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านความปลอดภัยเลย ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าการกำกับดูแล AI ไม่ควรพิจารณาเฉพาะความสามารถในการสร้างภาพ แต่ควรดูขั้นตอนทั้งหมดตั้งแต่การรับคำสั่งจนถึงการนำผลลัพธ์ไปใช้งาน
จุดแข็งและจุดอ่อนของแนวทางนี้
- จุดแข็ง: ผู้ใช้ยังสามารถสร้างภาพประกอบ งานศิลปะ และงานวิจารณ์ทางการเมืองได้ โดยไม่ถูกปิดกั้นทั้งหมด
- จุดแข็ง: การลดความสมจริงอาจช่วยเตือนผู้ชมว่าภาพนั้นเป็นภาพที่สร้างโดย AI ไม่ใช่หลักฐานจากเหตุการณ์จริง
- จุดอ่อน: ผู้ใช้บางรายอาจหาวิธีหลีกเลี่ยงมาตรการด้วยการเปลี่ยนคำสั่งหรือขอแก้ไขภาพทีละขั้น
- จุดอ่อน: ภาพการ์ตูนที่มีรายละเอียดสูงก็ยังอาจถูกนำไปตัดต่อ แชร์ต่อ หรือใช้สร้างความเข้าใจผิดได้
- จุดอ่อน: ผู้ชมจำนวนมากอาจไม่ตรวจสอบแหล่งที่มาของภาพก่อนเชื่อหรือส่งต่อ
ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าภาพมีความสมจริงมากน้อยเพียงใดเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับบริบท คำบรรยาย และวิธีเผยแพร่ด้วย ภาพที่ดูเป็นการ์ตูนอาจถูกนำไปโพสต์พร้อมข้อความที่ทำให้คนเข้าใจว่าเป็นเหตุการณ์จริงได้ นอกจากนี้ ผู้ไม่หวังดียังสามารถใช้โปรแกรมอื่นเพิ่มความคมชัด ลบลายน้ำ หรือผสมภาพจากหลายแหล่งจนทำให้ผู้ชมแยกแยะได้ยากขึ้น
OpenAI อธิบายว่าเป้าหมายของมาตรการคือการลดคุณค่าด้านหลักฐานของภาพ และเพิ่มขั้นตอนให้ผู้ไม่หวังดีทำงานได้ยากขึ้น แนวคิดนี้อาจช่วยลดการใช้งานในวงกว้างได้ เพราะผู้ใช้ทั่วไปอาจหยุดเมื่อพบข้อจำกัด แต่สำหรับกลุ่มที่มีความตั้งใจจะบิดเบือนข้อมูล อุปสรรคเพียงชั้นเดียวอาจไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อระบบยังตอบสนองต่อคำขอแก้ไขในบางสถานการณ์
นอกจากการปรับปรุงระบบแล้ว บริษัท AI ควรลงทุนกับการตรวจจับภาพที่สร้างโดย AI ระบบลายน้ำดิจิทัล และการแจ้งเตือนที่เข้าใจง่าย ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียก็ควรมีมาตรการตรวจสอบและติดป้ายกำกับเนื้อหาที่อาจสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งเช่นกัน ขณะเดียวกัน หน่วยงานเลือกตั้ง สื่อมวลชน และภาคประชาสังคมควรให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับการตรวจสอบภาพและวิดีโอ
ผู้ใช้งานเองก็มีบทบาทสำคัญ ก่อนแชร์ภาพเกี่ยวกับผู้สมัคร หน่วยเลือกตั้ง หรือการทุจริต ควรตรวจสอบแหล่งที่มา วันที่เผยแพร่ และรายงานข่าวจากองค์กรที่น่าเชื่อถือ หากภาพมีลักษณะผิดธรรมชาติ รายละเอียดบางส่วนเบลอ หรือมีข้อความที่กระตุ้นความโกรธและความกลัวอย่างรุนแรง ก็ควรหยุดตรวจสอบก่อนส่งต่อ เพราะเนื้อหาที่ถูกแชร์อย่างรวดเร็วอาจสร้างผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการประชาธิปไตยได้
โดยสรุป มาตรการกันดีปเฟกเลือกตั้งของ ChatGPT เป็นความพยายามที่น่าสนใจในการรักษาสมดุลระหว่างเสรีภาพในการสร้างสรรค์กับการป้องกันข้อมูลเท็จ แต่ผลการทดสอบชี้ว่ามาตรการดังกล่าวยังไม่รัดกุมเพียงพอ การทำให้ภาพเป็นการ์ตูนอาจเป็นเพียงชั้นป้องกันแรก และจำเป็นต้องทำงานร่วมกับการปฏิเสธคำขอที่มีความเสี่ยง การติดตามการใช้งาน และการให้ความรู้แก่ประชาชน
ในมุมมองของผู้เขียน บริษัท AI ไม่ควรวัดความสำเร็จจากการทำให้ผู้ใช้สร้างภาพได้ยากขึ้นเท่านั้น แต่ควรวัดจากความสามารถในการลดความเสียหายเมื่อภาพถูกนำไปใช้จริง การพัฒนามาตรการหลายชั้นและการสื่อสารอย่างโปร่งใสจะช่วยให้สังคมรับมือกับดีปเฟกได้ดีขึ้น ดังนั้น ผู้ใช้ทุกคนควรคิดให้รอบคอบก่อนเชื่อหรือแชร์ภาพเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เพราะการตรวจสอบเพียงไม่กี่วินาทีอาจช่วยป้องกันความเข้าใจผิดครั้งใหญ่ได้
ที่มา – ChatGPT’s Election-Related Anti-Deepfake Measures Are Intriguing, but Incomplete
