ภูเขาไฟและการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่: พืชธรรมดาที่ทำให้โลกร้อนขึ้น
เมื่อประมาณ 200 ล้านปีก่อน โลกเผชิญกับเหตุการณ์การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ในยุคปลายไทรแอสซิก ซึ่งคร่าชีวิตสิ่งมีชีวิตไปกว่า 80% ของโลก หลายคนอาจคิดว่าเรื่องนี้เกิดจากภูเขาไฟระเบิดเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้ว ภูเขาไฟและการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่: พืชธรรมดาที่ทำให้โลกร้อนขึ้น นั้นซับซ้อนกว่าที่เราคิดไว้มากครับ
ภูเขาไฟและการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่: พืชธรรมดาที่ทำให้โลกร้อนขึ้น
แน่นอนว่ากิจกรรมจากภูเขาไฟเป็นตัวจุดชนวนแรกที่ทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์พุ่งสูงขึ้นและโลกร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เพิ่งค้นพบคือบทบาทของ ‘เฟิร์น’ พืชที่ดูไม่มีพิษมีภัยกลับกลายเป็นตัวเร่งไฟให้สถานการณ์แย่ลงกว่าเดิม
ทำไมเฟิร์นถึงส่งผลกระทบต่อ ภูเขาไฟและการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่: พืชธรรมดาที่ทำให้โลกร้อนขึ้น?
เมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ต้นไม้ใหญ่ล้มตายลง เฟิร์นได้เข้ามาแทนที่และครอบคลุมพื้นที่อย่างกว้างขวาง โดย Bas van de Schootbrugge นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Utrecht อธิบายว่า:
- เฟิร์นที่แห้งเหี่ยวกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีสำหรับไฟป่า
- เกิดสมดุลที่ผิดเพี้ยนจนนำไปสู่ไฟป่าขนาดใหญ่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
- การสะสมของถ่านและสารไฮโดรคาร์บอนในชั้นหินยืนยันเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่รุนแรงยาวนานนับพันปี
การศึกษาจากแกนตะกอนในยุโรปเผยให้เห็นสิ่งที่นักวิจัยเรียกว่า ‘ช่วงพีคของเฟิร์น’ ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่เกิดการดับสูญคราวใหญ่พอดี เฟิร์นเหล่านี้สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมสุดขั้วได้ดี แม้ไฟจะเผาใบจนหมด แต่ระบบรากที่แข็งแกร่งทำให้มันงอกกลับมาใหม่ได้อย่างรวดเร็ว กลายเป็นเชื้อเพลิงที่หล่อเลี้ยงไฟป่าให้ลุกลามไปทั่วโลกเป็นเวลานานถึง 300,000 ปี
บทเรียนจากเหตุการณ์นับร้อยล้านปีก่อนนี้บอกอะไรเรา? มันเตือนให้เห็นว่าระบบนิเวศของโลกเราเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่น บางครั้งพืชขนาดเล็กที่เรามองข้ามก็อาจสร้างการเปลี่ยนแปลงระดับหายนะได้หากปัจจัยแวดล้อมเอื้ออำนวย และนี่คือเครื่องเตือนใจที่ดีสำหรับมนุษย์ในยุคปัจจุบันที่พยายามทำความเข้าใจสมดุลธรรมชาติที่แปรปรวนครับ
ที่มา – Volcanoes Started Earth’s ‘Great Dying.’ This Unexpected Plant Made It Worse
