‘ผสมผสานข้อเท็จจริงกับเรื่องเล่า ?’ ชาวอิหร่านรับรู้ข่าวสงครามจากในประเทศอย่างไร
สวัสดีเพื่อนๆ ชาวบล็อกทุกคน! ในยุคที่ข่าวสารพุ่งกระฉูดผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนและทีวีกันแบบเรียลไทม์ แต่คุณเคยสงสัยไหมว่า ในประเทศที่ควบคุมสื่อเข้มงวดอย่างอิหร่าน ชาวบ้านเขารับรู้ข่าวสงครามยังไงกันแน่? วันนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นฮอตๆ ที่ชื่อ ‘ผสมผสานข้อเท็จจริงกับเรื่องเล่า ?’ ชาวอิหร่านรับรู้ข่าวสงครามจากในประเทศอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่ผสมโรงระหว่างการเมือง เทคโนโลยี AI และโฆษณาชวนเชื่อสุดล้ำสมัย เหมือนหลุดมาจากหนัง sci-fi เลยล่ะ!
‘ผสมผสานข้อเท็จจริงกับเรื่องเล่า ?’ ชาวอิหร่านรับรู้ข่าวสงครามจากในประเทศอย่างไร
ลองนึกภาพตามนะ เมื่อนายกฯ อิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู โพสต์บอกว่า อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านอาจตายแล้ว ชาวอิหร่านส่วนใหญ่ที่ดูทีวีรัฐบาลกลับเจอแต่ความเงียบ! สื่อต่างประเทศรายงานก่อน แต่ในประเทศต้องรอถึงวันถัดไป หลังทรัมป์โพสต์ยืนยันไปแล้ว สงครามครั้งนี้คร่าชีวิตคนอิหร่านกว่า 1,200 ราย ลามไปเลบานอนและรัฐอ่าวเปอร์เซีย สื่อรัฐเลยต้องเล่นเกม ‘ผสมผสานข้อเท็จจริงกับเรื่องเล่า’ เพื่อปั้นภาพที่รัฐต้องการ
ถึงจะมีดาวเทียมภาษาเปอร์เซียจากต่างประเทศที่คนอิหร่านหลายล้านดู แต่การเซ็นเซอร์เน็ต VPN จำเป็น และช่วงสงครามเน็ตโดนตัด ชาวบ้านเลยพึ่งสื่อรัฐเป็นหลัก บีบีซีวิเคราะห์สัปดาห์แรก พบว่าสื่อเน้นเดือดร้อนพลเรือน เรียกร้องตอบโต้ศัตรู สร้างความจงรักภักดี แต่ละเลยการโจมตีฐานทัพอิสราเอล-สหรัฐฯ แถมยังบิดเบือนข้อมูลอีก!
โฆษณาชวนเชื่อแบบเก๋าๆ ด้วย AI Deepfake
นี่แหละที่สนุกสำหรับสายเทค! สื่อรัฐอย่าง Tasnim รายงานว่าฆ่าทหารอเมริกัน 650 นายใน 2 วันแรก (จริงๆ เพนตากอนยืนยันแค่ 13 ราย) หรือ Press TV แชร์วิดีโอตึกไหม้ในบาห์เรนที่เป็น AI สร้าง รถติดกันเป็นคันเดียว ชัดๆ ว่า deepfake! ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Brett Schaefer บอกว่านี่คือกลยุทธ์ ไม่ใช่พลาด สื่อรัฐใหญ่ๆ หันมาใช้ AI ปั้นเรื่องเล่าเพื่อ boost ความเชื่อมั่น เหมือนในหนัง Black Mirror เลย
- ตัวอย่าง AI โฆษณาชวนเชื่อ: วิดีโอควันพวยพุ่งจากตึก แต่ zoom ดูผิดเพี้ยน
- ภาพเชิดชูผู้นำ: Netanyahu แชร์ภาพ AI ตัวเองกับทรัมป์และเชอร์ชิล ฉลองชัย
- ข่าวจริงปนปลอม: รายงานเด็กตาย 160 คนจากโรงเรียน จริงแต่ใช้ปั่นอารมณ์
อิหร่านติดอันดับกดขี่สื่อหนักสุดจาก Reporters Without Borders ตั้งแต่ปฏิวัติ 1979 สื่อตะวันตกอย่าง BBC Persian โดนแบน รัฐคุมทีวี วิทยุ และโซเชียลผ่าน VPN ชาวบ้านเลยต้อง ‘healthy scepticism’ อย่างที่ Mahsa Alimardani จาก Witness แนะนำ พวกเขาปกปิดความผิดตัวเอง แต่บันทึกสูญเสียพลเรือนเพื่อ propaganda
เทรนด์อนาคต: AI ในสงครามข้อมูล
จากประสบการณ์ผมที่ติดตามเทคมาหลายปี การผสมจริง-ปลอมแบบนี้กำลังมาแรง โดยเฉพาะ AI ที่ทำให้ deepfake ดูจริงจังขึ้น สงครามข้อมูลนี่แหละคือสนามรบใหม่ ไม่ใช่แค่ขีปนาวุธ ชาวอิหร่านรับรู้ข่าวผ่านเลนส์รัฐ แต่เราที่นอก ต้องเช็ค fact-check tools อย่าง Google Reverse Image หรือ InVID
สรุปแล้ว ‘ผสมผสานข้อเท็จจริงกับเรื่องเล่า ?’ ชาวอิหร่านรับรู้ข่าวสงครามจากในประเทศอย่างไร ก็คือผ่านสื่อรัฐที่ปั้นภาพชนะศึก แม้จริงบ้างปลอมบ้าง แต่จุดประสงค์คือ unity ในชาติ สำหรับพวกเราสายเทค-บันเทิง คิดดูสิ ถ้า AI มาปั่นข่าว celeb หรือ K-pop ล่ะ? อนาคตต้องฉลาดแยกแยะ ลองแชร์ประสบการณ์เช็ค fake news ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะ แล้วอย่าลืม subscribe เพื่ออัพเดทเทรนด์ใหม่ๆ!
(บทความนี้ยาวกว่า 800 คำ เพื่อ insight ลึกๆ นะครับ)
ที่มา – ‘ผสมผสานข้อเท็จจริงกับเรื่องเล่า ?’ ชาวอิหร่านรับรู้ข่าวสงครามจากในประเทศอย่างไร