ปปง. แถลงผลยึด-อายัดทรัพย์สินกว่า 1,148 ล้านบาท พบอดีตเจ้าอาวาสวัดดังและเครือข่ายตี่ลี่ ฮวงจุ้ย พัวพันคดีฟอกเงิน
สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพิ่งเปิดเผยรายงานผลการดำเนินงานจากการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งมีการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลฐานหลายประเภท ทั้งยาเสพติด, ทุจริตต่อหน้าที่, ฉ้อโกงประชาชน และพนันออนไลน์ โดยมีมูลค่าสินทรัพย์ที่ถูกยึดและอายัดทั้งหมดกว่า 1,148 ล้านบาท
ปปง. แถลงผลยึด-อายัดทรัพย์สินกว่า 1,148 ล้านบาท พบอดีตเจ้าอาวาสวัดดังและเครือข่ายตี่ลี่ ฮวงจุ้ย พัวพันคดีฟอกเงิน
ในการประชุมดังกล่าว คณะกรรมการฯ มีประกาศมติสำคัญใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การยึดทรัพย์สินเพิ่มเติม, การส่งเรื่องไปศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน และการฟื้นฟูผลประโยชน์ให้แก่ผู้เสียหาย
ยึดและอายัดเพิ่มเติมจากคดีเด่น
คณะกรรมการฯ มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินใหม่จาก 16 รายคดี มูลค่ารวมกว่า 252 ล้านบาท โดยเฉพาะเรื่องดังที่ได้รับความสนใจจากสาธารณะ เช่น
- คดีอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ และ หมอบี โดยใช้อำนาจเบียดเบือนเงินบริจาคของวัด พบความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่และฟอกเงิน ถูกยึดทรัพย์สิน 20 รายการ มูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท รวมถึงรถยนต์ ทรัพย์สินแบรนด์เนม และที่ดิน
- คดีเครือข่ายตี่ลี่ ฮวงจุ้ย เชื่อมโยงกับคนในวงการธุรกิจ พบมีพฤติกรรมปลอมแปลงข้อมูลสาธารณะและฉ้อโกงลูกค้า เครือข่ายนี้มีทรัพย์สินที่ถูกยึดรวม 369 รายการ มูลค่าประมาณ 124 ล้านบาท
- คดีพนันออนไลน์ผ่านแอปฯ ไลน์ ซึ่งมีการจัดให้มีการไลฟ์สดเพื่อจัดการพนัน ถูกยึดทรัพย์สินมากถึง 396 รายการ มูลค่าประมาณ 47 ล้านบาท
ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน
ปปง. ยังมีมติส่งเรื่องไปยังอัยการเพื่อขอให้ศาลตัดสินให้ทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดตกเป็นของแผ่นดิน รวมมูลค่า 769 ล้านบาท จาก 17 รายคดี ซึ่งรวมถึงกรณีที่ผู้กระทำไม่สามารถอธิบายที่มาของทรัพย์สินได้อย่างครบถ้วน เช่น
- คดีอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง พบมีการเบี่ยงเบนการใช้จ่ายเงินบริจาคไปใช้เป็นส่วนตัว ถูกยึดทรัพย์สิน 205 รายการ มูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท
- แก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ซึ่งเชื่อมโยงกับทุนจีนในกัมพูชาและเครือข่ายพัด สุภาภา ถูกยึดมูลค่าประมาณ 350 ล้านบาท
- กลุ่มเว็บพนันออนไลน์ เช่น 888point.com และ หวยแบงค์.com ซึ่งรวมรวมทรัพย์สินที่ส่งศาลควบคุมแล้วมีมูลค่ากว่า 347 ล้านบาท
คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย
ในการดำเนินการครั้งนี้ ปปง. ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญในการคืนกำไรให้แก่ผู้เสียหาย และมีมติอนุญาตให้ส่งเรื่องไปศาลเพื่อให้มีการชดใช้หรือคืนทรัพย์สินที่เป็นของบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะในกรณีที่ปรากฏว่าเป็นอาชญากรรมรูปแบบปกติธุระ คดีเหมือนกันที่เคยได้รับการติดตาม เช่น
- เครือข่ายไฮบริดสแกมข้ามชาติ โดยบุคคลชื่อ วาสนา และพวก ซึ่งมีคดีการหลอกลวงข้ามชาติ มูลค่าประมาณ 80 ล้านบาท
- คดีลักทรัพย์และฉ้อโกงทั่วไป อย่างคดีของ รายยงยุทธ และ สุรเชษฐ์ ซึ่งรวมมูลค่าของทรัพย์สินที่สามารถกู้คืนได้ประมาณ 41 ล้านบาท
สิ่งสำคัญที่ผู้คนควรรับรู้คือ ปปง. ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ เพื่อตัดวงจรของอาชญากรรม และสร้างช่องทางการเยียวยาความเสียหายแก่ผู้ตกเป็นเหยื่อ เช่น การคืนเงิน หรือคืนสิ่งของที่เคยถูกลักไป
สำหรับคุณผู้อ่านหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในภาครัฐและเอกชน รวมถึงสื่อมวลชน หรือประชาชนทั่วไป หากพบพฤติกรรมที่น่าสงสัยว่ามีผลเชื่อมโยงกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ควรส่งข้อมูลมายัง ปปง. เพื่อให้เกิดการตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อให้ประเทศไทยได้รับความเป็นธรรมจริงและปลอดภัยจากมิจฉาชีพ
หากคุณเป็นผู้เสียหายจากพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางการเงินหรือฟอกเงิน อย่าลังเลที่จะเข้าไปตรวจสอบข้อมูลหรือแจ้งเบาะแส หากข้อมูลของคุณถูกต้อง จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถทำตามหน้าที่ได้ดีขึ้น
