บริษัทเทคฯ บริจาคล้านให้ห้องบอลรูมทรัมป์
ประเด็นการเงินและการเมืองในสหรัฐฯ กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง หลังมีรายงานว่า บริษัทเทคโนโลยี คริปโต และผู้รับเหมาด้านกลาโหมหลายแห่ง บริจาคเงินหลายล้านดอลลาร์ให้กับองค์กรที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างห้องบอลรูมแห่งใหม่ในทำเนียบขาวของโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่ประธานาธิบดีไม่ได้ควักเงินส่วนตัวเพื่อสนับสนุนโครงการนี้เลย รายงานดังกล่าวทำให้เกิดคำถามเรื่องความโปร่งใส ความสัมพันธ์ระหว่างภาคธุรกิจกับรัฐบาล และแรงจูงใจเบื้องหลังการบริจาคจำนวนมหาศาล
บริษัทเทคฯ บริจาคล้านให้ห้องบอลรูมทรัมป์
ตามข้อมูลจากรายงานของ Washington Post เงินบริจาคถูกส่งไปยังองค์กรไม่แสวงหากำไรชื่อ Trust for the National Mall โดยองค์กรนี้ถูกระบุว่าเป็นผู้รับเงินสำหรับโครงการห้องบอลรูม แม้ผู้สนับสนุนจะอธิบายว่าเป็นการช่วยเหลือโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ แต่ฝ่ายวิจารณ์มองว่าการระดมทุนลักษณะนี้อาจเปิดช่องให้บริษัทขนาดใหญ่เข้าถึงประธานาธิบดีและเจ้าหน้าที่รัฐได้ง่ายขึ้น
ผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดมี 4 ราย ได้แก่ Apple, Nvidia, Adelson Family Foundation และ Charlie Ergen ผู้ก่อตั้ง Dish Network และ EchoStar โดยแต่ละรายถูกกล่าวหาว่าบริจาคเงินจำนวน 25 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มธุรกิจที่มีอิทธิพลสูงในสหรัฐฯ อย่างชัดเจน
บริษัทเทคฯ บริจาคล้านให้ห้องบอลรูมทรัมป์ ใครบ้างที่มีชื่อในรายงาน
นอกจากผู้บริจาครายใหญ่แล้ว ยังมีบริษัทเทคโนโลยีและธุรกิจชั้นนำอีกหลายแห่งที่มีชื่ออยู่ในเอกสาร รายละเอียดที่ถูกรายงานมีความแตกต่างกันทั้งจำนวนเงิน รูปแบบการจ่าย และสถานะว่าได้บริจาคแล้วหรือเพียงให้คำมั่นว่าจะบริจาค ตัวเลขสำคัญมีดังนี้
- Apple และ Nvidia ถูกระบุว่าบริจาครายละ 25 ล้านดอลลาร์
- Google บริจาค 22 ล้านดอลลาร์ โดยเงินส่วนนี้เชื่อมโยงกับข้อตกลงยุติคดีระหว่าง YouTube กับทรัมป์
- Microsoft บริจาค 10 ล้านดอลลาร์
- Meta, Amazon และ Cisco บริจาครายละ 5 ล้านดอลลาร์
- Palantir และ Lockheed Martin บริจาครายละ 10 ล้านดอลลาร์
- Comcast บริจาค 7.5 ล้านดอลลาร์ และ T-Mobile บริจาค 5 ล้านดอลลาร์
- Tyler และ Cameron Winklevoss บริจาคบิตคอยน์รวมกันมากกว่า 5 ล้านดอลลาร์
- ServiceNow บริจาค 5 ล้านดอลลาร์ ส่วน Salesforce ให้คำมั่น 2 ล้านดอลลาร์ และ Marc Benioff ซีอีโอของบริษัทให้คำมั่นส่วนตัวอีก 1 ล้านดอลลาร์
กรณีของ Google มีรายละเอียดที่น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะเงิน 22 ล้านดอลลาร์มาจากข้อตกลงยุติคดี หลัง YouTube ระงับบัญชีของทรัมป์ בעקבותเหตุการณ์บุกอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021 ต่อมาทรัมป์กลับมาใช้งานแพลตฟอร์มได้อีกครั้ง และบริษัทตกลงจ่ายเงิน 24.5 ล้านดอลลาร์ โดยมีรายงานว่า 22 ล้านดอลลาร์ถูกส่งต่อไปยัง Trust for the National Mall
อีกกรณีหนึ่งคือ AT&T ซึ่งมีชื่ออยู่ในเอกสารว่าให้คำมั่นบริจาค 5 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม บริษัทออกมาปฏิเสธว่าไม่รู้จักรายชื่อดังกล่าว และไม่มีแผนบริจาคเงินให้ Trust for the National Mall ความแตกต่างระหว่างคำว่า บริจาคแล้ว กับ ให้คำมั่นว่าจะบริจาค จึงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม เพราะอาจส่งผลต่อการประเมินยอดเงินสนับสนุนที่แท้จริงของโครงการ
ข้อกังวลเรื่องความโปร่งใสและผลประโยชน์ทางธุรกิจ
เอลิซาเบธ วอร์เรน สมาชิกวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต กล่าวหาว่า Trust for the National Mall อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการระดมทุนทางการเมือง การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ และการเปิดทางให้ผู้บริจาคเข้าถึงประธานาธิบดี เธอตั้งคำถามว่าการบริจาคเหล่านี้เป็นการสนับสนุนโครงการเพื่อสาธารณะจริง หรือเป็นความพยายามสร้างความสัมพันธ์กับรัฐบาลที่อาจมีผลต่อการอนุมัติโครงการและสัญญาของรัฐ
ข้อสงสัยยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อพบว่าบางบริษัทมีผลประโยชน์ทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลโดยตรง เช่น Salesforce ซึ่งมีรายงานว่าได้รับสัญญาจากกองทัพสหรัฐฯ มูลค่าสูงสุด 5.6 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ผู้มีทรัพย์สินในอุตสาหกรรมน้ำมันอย่าง Paul Singer และ Harold Hamm ก็ถูกระบุว่าบริจาครายละ 5 ล้านดอลลาร์ ทั้งคู่มีความเกี่ยวข้องกับการลงทุนด้านพลังงานในเวเนซุเอลา ซึ่งต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานรัฐบาลหลายแห่ง
บริษัทบางแห่งขอให้ปกปิดชื่อผู้บริจาค โดย Nvidia ระบุว่าการสนับสนุนของบริษัทมีเป้าหมายเพื่อสหรัฐอเมริกา ไม่ได้เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทางธุรกิจ และมองว่าการบริจาคให้กองทุนที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดเป็นการสนับสนุนชาวอเมริกันทุกคน อย่างไรก็ตาม การปกปิดข้อมูลผู้บริจาคย่อมทำให้สังคมตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างเงินบริจาคกับนโยบายรัฐได้ยากขึ้น
โครงการห้องบอลรูมมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่ประกาศไว้
เดิมทีทรัมป์เคยกล่าวในปี 2025 ว่าห้องบอลรูมจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 250 ล้านดอลลาร์ ต่อมาเขาพูดถึงเป้าหมายระดมทุน 400 ล้านดอลลาร์ แต่เอกสารที่รั่วไหลออกมาระบุว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดอาจสูงเกือบ 600 ล้านดอลลาร์ และเงินมากกว่าครึ่งหนึ่งอาจมาจากผู้เสียภาษี ความแตกต่างระหว่างตัวเลขที่ประกาศในแต่ละช่วงทำให้เกิดคำถามว่าโครงการมีการประเมินงบประมาณอย่างเป็นระบบหรือไม่
รายงานยังระบุว่าปีกตะวันออกของทำเนียบขาวถูกทุบทิ้งในปีที่ผ่านมา โดยไม่มีการแจ้งต่อรัฐสภาหรือประชาชนล่วงหน้าอย่างเพียงพอ นักวิจารณ์มองว่าการดำเนินการดังกล่าวสะท้อนแนวทางการใช้อำนาจที่เร่งรีบและขาดการตรวจสอบจากสถาบันอื่น การก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์จึงไม่ใช่เพียงเรื่องสถาปัตยกรรม แต่เกี่ยวข้องกับกระบวนการประชาธิปไตยและการใช้งบประมาณสาธารณะด้วย
ในรายชื่อผู้บริจาคที่ถูกเปิดเผย ยังไม่มีชื่อ SpaceX, OpenAI หรือ Anthropic แม้ Elon Musk จะมีบทบาททางการเมืองอย่างมาก โดยมีรายงานว่าเขาใช้เงินอย่างน้อย 366 ล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางเทอม ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่าอิทธิพลของมหาเศรษฐีเทคโนโลยีไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการบริจาคให้โครงการก่อสร้าง แต่ยังขยายไปถึงการกำหนดทิศทางทางการเมืองของประเทศ
บทสรุปที่ควรรู้ก่อนตัดสินประเด็นนี้
กรณีบริษัทเทคฯ บริจาคล้านให้ห้องบอลรูมทรัมป์ยังมีรายละเอียดที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม โดยเฉพาะแหล่งที่มาของเงิน สถานะของเงินที่เป็นเพียงคำมั่น และเงื่อนไขใดที่อาจเชื่อมโยงกับบริษัทผู้บริจาค สิ่งสำคัญคือประชาชนควรแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น และติดตามเอกสารทางการเงินที่เปิดเผยโดยหน่วยงานรัฐหรือองค์กรตรวจสอบอิสระ
เมื่อโครงการหนึ่งใช้เงินหลายร้อยล้านดอลลาร์ และมีผู้บริจาคเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจกับรัฐบาล ความโปร่งใสจึงไม่ควรเป็นเรื่องรอง การเปิดเผยรายชื่อ จำนวนเงิน และการใช้จ่ายอย่างละเอียดจะช่วยให้สังคมประเมินได้ว่าเงินเหล่านี้เป็นการสนับสนุนเพื่อประโยชน์สาธารณะจริง หรือเป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างธุรกิจกับการเมือง ผู้อ่านควรติดตามข้อมูลใหม่อย่างรอบคอบและตั้งคำถามต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ที่มา – Tech Companies Have ‘Donated’ Millions to Trump’s Ballroom While the President Gave $0: Report
