นักขุด Bitcoin ย้ายไปขุดเงินจาก AI
ในช่วงที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าเครือข่าย Bitcoin กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อกำลังประมวลผลหรือ Hashrate โดยรวมมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา จากจุดสูงสุดเดิมอยู่ที่ 1.151 zetahashes ต่อวินาที ลดลงมาเหลือเพียงประมาณ 0.888 zetahashes ต่อวินาที ซึ่งไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่สถานการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่ราคา Bitcoin มีความผันผวนสูง ทำให้เหล่า นักขุด Bitcoin ย้ายไปขุดเงินจาก AI มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมองเห็นผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว
เหตุผลที่นักขุด Bitcoin ย้ายไปขุดเงินจาก AI
การตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางของนักขุดไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะราคาเหรียญที่แกว่งตัวเท่านั้น แต่เป็นเพราะโครงสร้างพื้นฐานของเหมืองขุดสามารถนำไปปรับใช้ในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการประมวลผลประสิทธิภาพสูง (High-Performance Computing) ได้ดี รายงานจาก CoinShares ระบุว่าบริษัทขุดเหรียญหลายแห่งเริ่มปรับกลยุทธ์จากเดิมที่เน้นขุด Bitcoin เพียงอย่างเดียว มาเป็นการแบ่งสัดส่วนรายได้ไปทางศูนย์ข้อมูล AI มากขึ้น โดยคาดการณ์ว่าภายในสิ้นปีนี้ รายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทเหล่านี้อาจมาจาก AI มากถึง 70% เลยทีเดียว
ผลกระทบต่อเครือข่ายเมื่อนักขุด Bitcoin ย้ายไปขุดเงินจาก AI
เมื่อผู้เล่นรายใหญ่เริ่มลดจำนวนเครื่องขุดและปิดศูนย์ขุดบางแห่งลงเพื่อเปลี่ยนไปรองรับงานด้าน AI ย่อมส่งผลโดยตรงต่อ Difficulty Adjustment ของเครือข่าย เห็นได้จากการปรับลดความยากในการขุดลงกว่า 10.09% ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 11 ในประวัติศาสตร์ของ Bitcoin สิ่งนี้สะท้อนว่าเครือข่ายกำลังปรับตัวเพื่อรักษาเสถียรภาพ ในขณะที่นักขุดมองหาโอกาสใหม่ๆ ในตลาดเทคโนโลยีที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด
หากเรามองในมุมของธุรกิจ การเลือกปรับตัวของบรรดาเหมืองขุดมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:
- การกระจายความเสี่ยง: การพึ่งพารายได้จากการขุด Bitcoin เพียงอย่างเดียวมีความเสี่ยงสูงจากความผันผวนของราคา
- การใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิมให้เกิดประโยชน์: เครื่องขุดและพื้นที่ศูนย์ข้อมูลสามารถปรับปรุงเพื่อรองรับการประมวลผลงานของ AI ได้
- ตลาด AI ที่เติบโตไร้ขีดจำกัด: ความต้องการพลังประมวลผลสำหรับ AI เป็นสิ่งที่ตลาดโลกต้องการอย่างมากในปัจจุบัน
แม้หลายคนจะกังวลว่าการที่ นักขุด Bitcoin ย้ายไปขุดเงินจาก AI จะทำให้เครือข่าย Bitcoin อ่อนแอลง แต่ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญอย่าง Brandon Bailey จาก Nakamoto ฝองว่าแรงจูงใจในการขุดอาจจะเพิ่มขึ้นในระยะกลาง เพราะเมื่อเครื่องขุดจำนวนมากถูกหันไปใช้งานอื่น ทำให้ยากที่จะย้ายพลังงานเหล่านั้นกลับมาสู่การขุด Bitcoin ในทันที ซึ่งอาจส่งผลให้ความยากในการขุดหรือ Hashprice ปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งหากตลาดคริปโตกลับมาฟื้นตัว
บทสรุปของเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า โลกของเทคโนโลยีไม่ได้หยุดนิ่ง นักธุรกิจที่ชาญฉลาดต่างมองหาโอกาสในการอยู่รอดและสร้างผลกำไรสูงสุดท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง หากคุณกำลังติดตามทิศทางของตลาดคริปโต อย่าลืมจับตาดูว่าพลังงานที่ถูกเปลี่ยนทิศไปสู่ AI จะส่งผลอย่างไรต่อความยั่งยืนของ Bitcoin ในอนาคตต่อไป
ที่มา – Bitcoin Miners Are Turning Off Their Rigs and Chasing AI Money
