นิด้าโพลเผย ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ กระตุ้นเศรษฐกิจได้-ช่วยประชาชนจริง แต่ 33% ยังไม่แน่ใจจะสนับสนุนรัฐบาลหรือไม่
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาอัปเดตสถานการณ์เศรษฐกิจที่น่าสนใจกันหน่อย หลังจากที่มีการเปิดเผยผลสำรวจจาก นิด้าโพล เกี่ยวกับโครงการที่หลายคนเฝ้ารอกันมาสักพัก นั่นก็คือโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ นั่นเองครับ หลายคนคงอยากรู้ใช่ไหมครับว่า โครงการนี้จะช่วยเยียวยาปากท้องหรือกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงแค่ไหน วันนี้เรามาเจาะลึกผลสำรวจกันแบบชัดๆ เลยครับ
นิด้าโพลเผย ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ กระตุ้นเศรษฐกิจได้-ช่วยประชาชนจริง แต่ 33% ยังไม่แน่ใจจะสนับสนุนรัฐบาลหรือไม่
จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศกว่า 1,850 คน พบข้อมูลที่น่าสนใจมากครับ โดยกลุ่มตัวอย่างกว่า 71.35% เป็นบุคคลทั่วไปที่เข้าร่วมโครงการเพื่อจับจ่ายใช้สอย ส่วนร้านค้าและผู้ประกอบการก็เข้ามามีส่วนร่วมไม่น้อยเช่นกันครับ ซึ่งเมื่อถามถึงผลลัพธ์ในมุมมองของประชาชนที่ได้รับสิทธิ ผลปรากฏว่าโครงการนี้ทำหน้าที่ได้ค่อนข้างดีทีเดียวครับ
ผลสำรวจในมุมมองการกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่าย
ในด้านการช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ประชาชนส่วนใหญ่กว่า 89% มองว่าโครงการนี้ช่วยได้มากถึงค่อนข้างมาก ส่วนในด้านการค้าขายและการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ตัวเลขก็น่าชื่นใจไม่แพ้กันครับ โดยกว่า 78% ของผู้เข้าร่วมโครงการระบุว่ามันช่วยเพิ่มรายได้ให้พวกเขาได้จริง และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวมได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียวครับ
อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีกลุ่มที่ไม่ได้รับสิทธิหรือไม่ได้เข้าร่วมด้วยเหตุผลต่างๆ ทั้งในเรื่องของสิทธิที่ไม่ครอบคลุม ความไม่สะดวกในการลงทะเบียน หรือบางคนอาจจะยังเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีอย่างสมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องกลับไปทำการบ้านต่อ เพื่อให้โครงการในอนาคตเข้าถึงประชาชนได้ทั่วถึงยิ่งขึ้นครับ
ความสัมพันธ์ระหว่างโครงการกับการสนับสนุนรัฐบาล
ประเด็นที่น่าจับตามองที่สุดคือการที่ นิด้าโพลเผย ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ กระตุ้นเศรษฐกิจได้-ช่วยประชาชนจริง แต่ 33% ยังไม่แน่ใจจะสนับสนุนรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ประชาชนจะพอใจกับตัวโครงการและการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม แต่การจะตัดสินใจเลือกข้างหรือสนับสนุนรัฐบาลนั้น ยังเป็นเรื่องที่ต้องดูปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนโยบายภาพรวม การบริหารจัดการ หรือความเชื่อมั่นในระยะยาวครับ
ในมุมมองของผม ผมคิดว่าโครงการประเภทนี้เป็นเพียง ‘ยาขยายหลอดเลือด’ ที่ช่วยให้เศรษฐกิจระดับฐานรากขยับตัวได้ แต่หัวใจสำคัญที่แท้จริงคือความยั่งยืนครับ การที่ประชาชนยังลังเลถึง 33% เป็นสัญญาณที่บอกว่า ‘ผลประโยชน์ในระยะสั้น’ อาจไม่เพียงพอที่จะสร้าง ‘ความภักดีทางการเมือง’ ได้อย่างเบ็ดเสร็จ สิ่งที่รัฐบาลต้องทำต่อจากนี้คือการสร้างความเชื่อมั่นในนโยบายเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืนกว่านี้ครับ
สำหรับเพื่อนๆ ที่ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและเทคโนโลยี อย่าลืมวิเคราะห์ข้อมูลให้รอบด้านนะครับ เพราะนโยบายรัฐบาลแต่ละโครงการก็เปรียบเหมือนเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มีทั้งข้อดีและข้อจำกัด เราในฐานะประชาชนผู้ใช้สิทธิ ก็ต้องจับตาดูว่านโยบายเหล่านี้จะถูกปรับจูนให้ ‘พลัส’ ความคุ้มค่าได้มากขึ้นแค่ไหนในอนาคตครับ
